การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี กระสุนไม่ถูกจุดสำคัญ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือที่หัว เพราะกระแทกเข้ากับเสาเหล็กอย่างจังและนั่นส่งผลให้ชนาวินยังไม่ตื่นขึ้นมาและยังใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่"สมองได้รับความกระทบกระเทือนนะครับ มีรอยบวมเล็กน้อยแต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร ส่วนแผลที่ถูกยิงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ ตอนนี้ร่างกายยังอยู่ในโหมดหลับซึ่งเราบอกไม่ได้ว่าเขาจะตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ครับ" หมอเจ้าของไข้บอกอาการกับญาติ ตอนนี้ชนาวินอยู่ในห้องพิเศษที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ให้ ปารดานั่งอยู่ข้างๆจับมือคนตัวโตเอาไว้แนบแก้มตัวเอง"เฮีย หนูขอโทษ เพราะหนู เฮียถึงเป็นแบบนี้" ปารดาร้องไห้ยู่นานมากแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ยิ่งมาเห็นสภาพของชนาวินที่บอบช้ำไปทั้งร่าง เธอยิ่งเสียใจที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทุกอย่าง"หนูป่าน ไม่เอานะลูก เดี๋ยวเฮียก็ตื่นค่ะ ไม่ร้องนะคะมันไม่ดีต่อลูกในท้องนะ" รังรองเข้ามาลูบหลังลูบไหล่ ไม่อยากให้อีกคนรู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น"นั่นสิ เจ้าวินสัญญากับปู่แล้ว ว่าจะดูแลหนูป่านของปู่อย่างดีตลอดชีวิต เขาต้องตื่นมาดูแลหนูป่านของปู่สิ ขอบใจนะเจ้าวิน ที่ดูแลหลานฉันอย่างดี" สุรเดชพูดขึ้น พลางจับที
"อะไรกัน หนูขวัญ เกิดอะไรขึ้นคะ" รังรองเข้ามาพอดี เธอเดินเข้าไปยืนข้างปารดา แค่นี้ก็รู้แล้วว่ารังรองเข้าข้างใคร"คุณป้าไม่รู้สึกรังเกียจบ้างเหรอคะ เพราะเด็กคนนี้ ทำให้พี่วินต้องเป็นแบบนี้" พาขวัญจ้องมองรังรองไม่คิดว่ารังรองจะรักปารดาได้มากขนาดนี้"ทำไมต้องพูดขนาดนั้น ยังไงหนูป่านก็เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นแม่ของลูกตาวิน เรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ความผิดของหนูป่านเลยสักนิด หนูอาจจะเข้าใจผิดไปเอง" มันออกจะเกินไปหน่อยสำหรับรังรอง เธอไม่ชอบใจแต่ต้นที่พาขวัญพยายามแทรกกลางระหว่างชนาวินและปารดาตลอดเวลา"เข้าใจผิดไปเองเหรอคะ คุณป้าก็เห็น ที่พี่วินต้องเป็นแบบนี้เพราะไปช่วยเด็กนี่ ถ้าพี่วินไม่รู้จักเด็กนี่ก็คงไม่ต้องเป็นแบบนี้" พาขวัญยังไม่ยอมแพ้ เธอฝังใจกับสิ่วที่เกิดขึ้นและไม่ยอมรับความจริง"มันอาจจะจริง ที่ตาวินเป็นแบบนี้เพราะหนูป่าน แต่เพราะตาวินรักหนูป่านมาก ถึงได้ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องหนูป่านด้วยชีวิต ป้าเชื่อว่าถ้าคนที่เขารักคือหนู ตาวินก็จะทำแบบนี้เหมือนกัน ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนรักเหมือนกัน หนูยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ตาวินเป็นแงบนี้เพราะรักหนูป่านมากยังไงล่ะ" รังรองอธิบายอย่างใจเย็น
"คุณเป็นใครครับ"คำถามนั้นเหมือนมีของปลายแหลมทิ่มมาที่กลางอกของปารดา เธอยืนนิ่งๆ มองหน้าชนาวินที่มองมาที่เธอเหมือนคนไม่รู้จักกัน"นี่หนูป่านไงลูก ภรรยาของลูกไงตาวิน" รังรองบอกกับลูกชายกระตุ้นความทรงจำ"อะไรนะครับ ภรรยาเหรอ? ผมแต่งงานเมื่อไหร่กันครับแม่ แม่มั่วแล้ว" ชนาวินตอบกลับมายิ่งทำให้ปารดาปวดใจ มองเขานิ่งๆไม่รู้จะพูดอะไรอย่าว่าแต่ปารดาที่ตกใจเลย แต่พาขวัญเองก็ตกใจเช่นกันที่ชนาวินจำปารดาไม่ได้เลย"พี่วินคะ อยากดื่มน้ำไหมคะ ขวัญไปเอาให้" พาขวัญถือโอกาสที่จะได้แทรกตัวเข้ามาแทนที่ เดินไปหยิบน้ำมาให้ ชนาวินพยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่แล้วบางอย่างก็ทำให้เขาต้องร้องขึ้นมาด้วยความตกใจ"ทำไม...ขาผมไม่รู้สึกอะไรเลย แม่ครับ น้องขวัญ ขา ขาไม่รู้สึกอะไรเลยครับ" ชนาวินสีหน้าแตกตื่นความตื่นตระหนกเพิ่มมากขึ้น ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นมองชนาวินด้วยความตกใจเขาเริ่มโวยวายที่ขาของเขาไม่รู้สึก เขาปัดมือไปมาทุบขาตัวเองแล้วมือก็ปัดไปโดนแก้วน้ำในมือของพาขวัญตกแตก พาขวัญตกใจมากรีบขยับหนีออกห่างเพราะกลัวจะถูกทำร้าย"วินๆ ใจเย็นๆลูก วินอย่าทำแบบนั้น" รังรองพยายามห้าม แต่ชนาวินอาละวาดด้วยความสิ้นหวัง เขากรีดร้องและ
"นี่คุณ มาได้ยังไง แล้วแม่ล่ะ แม่อยู่ไหน" เขามองหารังรองแต่ก็ไม่พบ"คุณแม่กลับไปพักที่บ้านค่ะ วันนี้หนูจะดูแลเฮียเองนะคะ" ปารดาขยับตัวลุกขึ้น ปรับเตียงให้อีกคน และนำผ้าชูบน้ำมาเช็ดตัวให้ ชนาวินไม่ได้ปัดป้อง เขายอมให้อีกคนทำมันจนเสร็จ"ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร" เขาพูดขึ้นมามองปารดาอย่างจดจ้อง"หนูชื่อป่าน หนูเป็นภรรยาของเฮีย เราแต่งงานกันแล้ว และเรารักกันมาก" ปารดาพูดพลางยิ้มเธอบิดผ้าเพื่อเช็ดตัวให้กับชนาวินอย่างไม่มีทีท่าว่าจะรังเกียจ"ทำแบบนี้ทำไม" เขาถามขึ้นเมื่อปารดาเริ่มเช็ดตัวให้เขา"หนูเป็นเมียเฮียนี่คะ ทำแค่นี้เองสบายมาก" เธอยังคงยิ้ม และจัดการถอดเสื้อเขาออกเพื่อเช็ดด้านใน"เดี๋ยวๆ คุณจะทำอะไร" เขารีบห้ามเมื่ออีกคนคิดจะถอดกางเกงของเขา"เช็ดตัวไงคะ จะได้เปลี่ยนชุด""แต่ว่า คุณเป็นผู้หญิง" เขาทำเสียงแตกตื่น"อายเหรอคะ หนูเห็นหมดแล้วเฮียไม่ต้องอายหนูหรอก" เธอยังยิ้มขำชนาวินทำเหมือนอาย และเพราะขาเขาไร้ความรู้สึก นั้นจึงทำให้เขาปฏิเสธเธอไม่ได้ เลยต้องปล่อยให้เธอทำตามใจปารดาเช็ดตัวและเปลี่ยนชุดให้กับชนาวินจนเรียบร้อยแบบที่ชายหนุ่มเขินจนหน้าแดง"ตอนนี้เฮียอาจจะยังจำหนูไม่ได้ เอาไว้ตรว
"คุณช่วยเล่าเรื่องของเราได้ไหม" เขาพูดขึ้น ปารดายิ้มกว้างอย่างดีใจ"ได้สิคะ"ปารดาเล่าเรื่องของพวกเขาให้ชนาวินฟัง ตั้งแต่เจอกันวันแรก ทะเลาะกัน ตีกัน เรื่องที่เขาแกล้งเธอ จนกระทั่งพวกเธอรักกัน เล่าถึงวันที่ชนาวินบอกรักเธอแบะสัญญาว่าจะดูแลตลอดไป เล่าเรื่องบริษัท จนถึงวันที่เกิดเรื่อง"หนูขอโทษนะคะ เพราะหนู เฮียถึงเป็นแบบนี้" ปารดาหน้าเศร้าลง เมื่อทุกอย่างจบที่ความรู้สึกผิดชนาวินยื่นมือไปแตะที่หัวอีกคนเบาๆ นั่นทำให้ปารดาเงยหน้ามองแล้วเอียงหน้าสงสัย"เอ่อ ขอโทษ ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมทำแบบนั้น ขอโทษนะ""ไม่เป็นไรค่ะ หนูไม่ได้ว่าอะไร" ปารดาบอกอย่างเขินๆ ขยับตัวลุกจากตรงนั้นไปนั่งที่โซฟาและเริ่มทำอะไรไปตามที่อยากทำ ส่วนชนาวินก็เปิดโทรศัพท์เช็คงานและดูอะไรไปเรื่อยเปื่อยเขาแอบมองปารดาเป็นระยะ เขาเห็นหญิงสาวถักไหมพรมเงียบๆตรงนั้น วันทั้งวันไม่มีปริปากบ่น แม้ว่าบางครั้งเขาจะเผลออารมณ์เสียใส่หรือแม้แต่เวลาที่เขาต้องทำอะไรส่วนตัวปารดาคอยช่วยเขาตลอดเวลาผ่านไปเกือบสัปดาห์ ชนาวินสามารถกลับบ้านได้ เขากลับไปพักฟื้นที่เชียงใหม่และปารดาก็ตามมาด้วย โดยมอบหมายให้สุพิชชาดูแลทุกอย่างแทน"เฮียรอตรงนี้ก่
ทั้งคู่ใช้เวลาด้วยกันอยู่นาน ปารดาเหนื่อยจนหลับไป ชนาวินตะแคงตัวกอดคนข้างๆเอาไว้ จูบที่หน้าผากมน สายตาที่มองเปลี่ยนไป เขาคงต้องพักสักหน่อย หลังปลดปล่อยไปหลายรอบจนหมดแรงปารดารู้สึกตัวตื่นขึ้น เธอยกแขนของอีกคนออกย่างเบามือ ก่อนจะพาตัวเองไปอาบน้ำและออกมาก็เห็นชนาวินตื่นแล้ว"คือผมขอโทษนะ ผมไม่ควรทำแบบนั้น" เขาพูดอย่างสำนึกผิด"ไม่เป็นไรนี่คะ เราเป็นสามีภรรยากันมันก็เรื่องปกติ""แต่ผมจำคุณไม่ได้ด้วยซ้ำ ถึงคุณจะพูดว่าเราเป็นผัวเมียกัน แต่ผมจำไม่ได้ ไม่ได้" ชนาวินยกมือกุมหัว มีอาการเหมือนปวดหัวขึ้นมาและเริ่มอาละวาด"เฮียคะ พอแล้วค่ะ ช่างมันไม่ต้องนึกแล้ว" ปารดาถลาเข้าไปหากอดอีกคนเอาไว้แน่น"คุณไม่กลัวผมเหรอ วันหนึ่งผมอาจจะทำร้ายคุณ" เขามองตากลมที่จ้องมาที่เขา"ไม่ค่ะไม่ หนูไม่กลัวเฮีย ใจเย็นๆนะคะ ถ้าคิดไม่ออกก็ไม่ต้องคิด เราค่อยๆฟื้นความจำกันนะคะ อย่าฝืนนะคะ" ปารดาจับมือเขาเอาไว้แน่น สีหน้าเป็นห่วงฉายชัดบนดวงหน้า"ขอบคุณนะ คุณอาบน้ำแล้วเหรอ""เอ่อค่ะ เฮียอยากอาบน้ำไหมคะ""เช็ดตัวก็พอ คุณจะลำบากเปล่าๆ" เขาบอกเสียงเบา ปารดาพยักหน้ารับและนำอุปกรณ์มาเช็ดตัวให้ ก่อนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้อีกคน และพา
มื้อเย็นที่มีพาขวัญร่วมโต๊ะด้วยทำให้ปารดาทานข้าวได้น้อยลงแต่เมื่อนึกถึงลูกในท้องก็ทำให้ต้องฝืนกิน พาขวัญพยายามเอาใจชนาวินแม้ว่าชนะพลและรังรองจะไม่ชอบใจแต่ชนาวินกลับหน้าระรื่นแถมยังอยู่คุยกันจนดึกดื่นกว่าจะกลับ"ขอบคุณนะครับที่มาดูแลพี่ถึงที่นี่" ชนาวินขอบคุณพาขวัญตอนที่ออกมาส่งเธอหน้าบ้าน"ไม่เป็นไรค่ะ ขวัญยินดี ถ้าอย่างนั้นขวัญไปก่อนนะคะ เอาไว้พรุ่งนี้ขวัญจะรีบมาหาแต่เช้า" ทั้งสองบอกลากันอยู่นานจนเมื่อพาขวัญกลับไป เขาก็หมุนวีลแชร์กลับเข้ามาในบ้านแล้วเรียกหาปารดา"ป่าน ป่านอยู่ไหน ป่าน""หนูป่านเขาขึ้นไปดูเอกสารข้างบน ตาวินมีอะไรลูก" รังรองเดินออกมาบอกลูกชาย"เหรอครับ ผมอยากอาบน้ำครับแม่" เขาบอก"เดี๋ยวแม่อาบน้ำให้เอง อย่าไปรบกวนน้องเลยนะให้น้องพักบ้างคนกำลัง...""ไม่ครับ ผมอยากให้เขาอาบให้ แม่เรียกเขาให้หน่อย" ชนาวินพูดอย่างเอาแต่ใจแล้วเข็นรถตัวเองเข้าไปรอในห้องรังรองส่ายหน้าเบาๆให้กับความเอาแต่ใจของลูกชาย แล้วเดินไปตามลูกสะใภ้ที่ด้านบน"หนูป่าน แม่ขอเข้าไปนะคะ""ค่ะคุณแม่" เสียงตอบรับกลับมา รังรองจึงเปิดเข้ามาทำให้เห็นว่าอีกคนกำลังพับผ้าเก็บใส่กระเป๋าที่ยำมาในตอนต้น"นี่มันอะไรกั
เช้าอีกวัน ชนาวินก็ยังอาละวาดใส่เมื่อไม่พอใจ รังรองกลัวว่าหากเป็นแบบนี้ปารดาและลูกอาจจะเป็นอันตราย เธอพยายามจะทำให้ชนาวินใจเย็น แต่คนเดียวที่ทำได้กลับเป็นปารดา และเมื่อพาขวัญมา ชนาวินก็ให้ความสนใจแค่พาขวัญเช่นเคย จนรังรองมีแผนการขึ้นมา"คุณจะว่าไหมคะ ถ้ารองอยากให้พาขวัญมาอยู่ที่บ้านเพื่อดูแลตาวิน" รังรองยืนมองพาขวัญกับชนาวินที่ระเบียงบ้าน"ทำไม แล้วหนูป่านล่ะ รู้ใช่ไหม หนูป่านจะเสียใจถ้าทำแบบนั้น" ชนะพลไม่เห็นด้วยเพราะไม่อยากให้ปารดาเสียใจเธอกำลังท้องอยู่มันจะไม่เป็นผลดี"ไม่ต้องห่วงค่ะ รองจะให้หนูป่านกลับกรุงเทพฯค่ะ รองอยากพิสูจน์อะไรหน่อย คุณโอเคไหมคะ""อยากทำอะไรครับ" เขาไม่ค่อยเข้าใจที่ภรรยาพูดสักเท่าไหร่"เดี๋ยวก็รู้ค่ะว่าคนแถวนี้จะทำได้อย่างที่ปากว่าหรือเปล่า"จากนั้นรังรองก็ส่งปารดากลับกรุงเทพฯจริงๆ ปารดาไม่ขัดข้อง มีงานอีกมากที่เธอต้องทำ รวมถึงการดูแลตัวเองเพราะเริ่มแพ้ท้องแล้วในช่วงนี้ ถึงจะเป็นห่วงชนาวินมากแค่ไหน แต่พอมาคิดว่าอีกคนไม่ต้องการกัน มันก็ทำให้ปารดาตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวเดินหนีออกมาจากตรงนั้น เพราะไม่อยากต้องทนเห็นชนาวินกับพาขวัญในทุกๆวัน ขืนยังเป็นแบบนั้นสุขภาพจ
ทั้งคู่มาเล่นกับหลานอยู่คู่ใหญ่ และกลับไปทำงาน ปารดาพาลูกๆเข้าบ้าน ปล่อยเด็กๆให้คลานบนเสื่อที่ปูเตรียมไว้ และมีคอกล้อมขนาดกว้างขวาง มีของเล่นที่ไม่เป็นภัยอยู่ในนั้น ทั้งสองแบ่งกันเล่น ตีกันบ้างแต่ก็ไม่หนักหนาอะไร"พี่โรมอย่ากัดน้องลูก" ปารดาหน้าเหวอที่คนพี่เริ่มจับแขนคนน้องมางับ"น้องรันอย่าดึงผมโรมพี่ค่ะ" เสียงร้องห้ามของคนเป็นแม่ดังเป็นระยะ ชนาวินที่เดินเข้ามาพร้อมป่าสนต้องอมยิ้มกับความยุ่งเหยิงของสองเสือ"วิถีลูกผู้ชายไงครับที่รัก ตีกันบ้างไม่เป็นไรหรอก" เขาเข้ามาโอบไหล่เอาไว้"พี่โรมก็งับน้องจังเลยค่ะฟันก็ไม่มี ไม่รู้คิดอะไรนะคะ สงสัยคันเหงือก" ปารดาฟ้อง"น้องก็แสบนะนั่น ดึงผมพี่แบบนั้น" ชนาวินหัวเราะออกมา"แสบทั้งคู่แหละค่ะ" ปารดาขำออกมาบ้าง"คุณหนูครับ เล่นอันนี้ไหมเอาอันนี้ไหม" คนที่ดูจะเห่อไม่น้อยไปกว่าใครก็ป่าสนนี่แหละ ตั้งแต่ที่สนามบินก็เล่นกับคุณหนูของเขาไม่หยุด นี่ก็ถึงกับปีนเข้าไปนั่งเล่นกับสองหนุ่มทำตัวเหมือนพี่เลี้ยงเด็กก็ไม่ปาน"มอบหน้าที่พี่เลี้ยงให้เลยแล้วกันนะป่าสน" เจ้านายพูดแบบนี้ป่าสนมีหรือจะไม่รับ"ได้เลยครับพ่อเลี้ยง คุณหนูครับ พี่เลี้ยงป่าสนมาแล้ว"ปารดากับชนา
ใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลไม่กี่วันปารดาก็ได้กลับบ้าน เธอกำลังให้นมแฝดคนพี่ในอ้อมแขน ขณะที่คนน้องนอนรออยู่ในเบาะ พอคนพี่อิ่ม เธอก็ส่งให้กับสามีและอุ้มคนน้องมาเข้าเต้า ชนาวินมีหน้าที่ทำให้ลูกเลอออกมา ก่อนจะมองเมียให้นมลูกด้วยความทึ่ง แล้วยังจะตอนที่ปารดาปั๊มนมไว้ให้ลูกจนเต็มตู้ไปหมด"สุดยอดคุณแม่จริงๆ" ชนาวินพูดขึ้น"แค่ให้นมลูกเองค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วย" เธอยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ชนาวินเดินมาหอมที่หัว เขาไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบาย เขาอยากขอบคุณผู้หญิงคนนี้ที่ยอมอุ้มท้องเจ้าแฝดมาตั้งเก้าเดือน มีเรื่องงอแงหงุดหงิดกันบ้างแต่ก็ยังอดทน ไม่ได้กินของที่ชอบ ไม่ได้ทำอะไรที่อยากทำ แล้วก็ยังต้องให้นมลูก นอนไม่เป็นเวลาจื่นกลางดึก ปารดานั้นเป็นสุดยอดคุณแม่จริงๆ"มาขอแม่อุ้มบ้าง มาหาย่านะคะพี่โรม" รังรองรับเอาคนพี่ไปอุ้มไว้"กินนมอิ่มแล้วก็หลับเลยเหรอเสือ" ชนะพลแซวหลานชาย"วัยกำลังโตครับพ่อ อย่าแซวสิ อิ่มแล้วก็นอนไง ปกติ" ชนาวินแก้ตัวแทนลูกชาย"จะเป็นลูกหมูก่อนสิ" อดที่จะแซวอีกไม่ได้"เฮียคะเรียบร้อยค่ะ" ปารดามองทุกคนแล้วยิ้มให้ ก่อนจะส่งคนน้องให้กับสามี แล้วจัดการปั๊มนมต่ออีกหลายถุง"ให้กินไปจนโตเลยนะ" รัง
เขาทบทวนมาหลายวันหลังจากทราบเรื่อง มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ก่อนหน้านั้นชนะพลส่งคนไปเฝ้าดู ด้วยกลัวว่าอีกคนจะเจ็บแค้นจนคิดจะทำร้ายปารดาขึ้นมาหรือเปล่า แต่เท่าที่ได้รับรายงาน พาขวัญเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเธอเสียใจร้องไห้งานการไม่ทำให้ลูกจ้างเป็นคนจัดการทุกอย่างภายในร้าน เมาหัวราน้ำทุกวันชนะพลเข้าใจได้ว่าคนอกหักมักจะเสียศูนย์ แต่ผ่านมาร่วมสี่เดือน พาขวัญกลับยิ่งแย่ลง ลูกค้าเริ่มลดลง แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ ไฟไหม้ร้านขนมของเธอและเธอก็บาดเจ็บสาหัส“ผมพยายามแล้วพ่อ ผมพยายามทำให้เขาตัดใจแต่เขาดื้อมาก เขายึดมั่นว่ารักผมและไม่ยอมง่ายๆ ถึงแม้ว่าผมจะพูดไปตรงๆเขาก็ยังไม่ยอมแพ้” ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ในสวน สีหน้าเคร่งเครียดและรู้สึกผิด เขารู้ทุกอย่างเพราะพาขวัญทำตัวเอง แต่เขาก็เป็นต้นเหตุเช่นกัน“พ่อจะบอกแกให้นะ เราไปกำหนดชีวิตใครไม่ได้ แกอาจจะเป็นสาเหตุ แต่นั่นมันจบแล้ว และเรื่องหลังจากนั้นต่างหาก ที่พาขวัญไม่ยอมรับความจริง ทำตัวเองให้กลายเป็นขี้เมาแล้วทำให้ตัวเองบาดเจ็บ”“ขวัญรักษาตัวที่ไหนครับ”“รพ.จังหวัด”“ผมอยากไปดูเธอ”“วิน ที่พ่อบอกแก เพราะพ่อไม่อยากปิดบัง แต่พ่อว่าตอนนี้ไ
หลังจากรู้ว่าได้ลูกแฝด คุณพ่อขี้เห่อก็เอาใจใส่ดูแลภรรยาและลูกเป็นอย่างดี ดีจนปารดาจะเสียนิสัยและต้องคอยห้ามเอาไว้ตลอดเวลา ชนาวินทำทุกอย่างเพื่อช่วยให้ปารดาสบายที่สุดท้องลูกแฝดไม่เหมือนท้องปกติ ขนาดท้องที่ใหญ่โตกว่าทำให้คนตัวเล็กๆอย่างปารดามีความเสี่ยงมาก“ไหนหลานปู่ ดิ้นไหมวันนี้” ชนะพลเดินทางมาจากเชียงใหม่เดือนละครั้งเพื่อเยี่ยมลูกๆและหลานชาย ยิ่งตอนนี้เขาต้องอยู่ที่ไร่คนเดียวเพราะรังรองมาคอยดูแลคุณแม่ท้องแก่ใกล้คลอดที่กรุงเทพฯ มันทำให้เขาเหงาที่ต้องห่างจากลูกเมีย“ดิ้นเก่งมากค่ะ ไม่รู้คนพี่หรือคนน้อง” ปารดาท้องใหญ่เธอเอนตัวใช้มือหนึ่งลูบท้องอีกมือดันหลังไว้“พ่อเอาส้มมาฝากด้วยนะ” ชนะพลค่อยๆวางมือลงที่ท้องนูน เหมือนแฝดจะรับรู้ว่าปู่มา ยันเท้าทักทายเป็นการใหญ่“เจ้าแสบของปู่ ทักทายกันหน่อยทักทายกันหน่อย” รอยนูนเป็นรูปฝ่าเท้าเล็กๆยันขึ้นมา คนเป็นปู่ย่ายิ้มหน้าบาน“รู้จักเอาใจคนแก่แต่ในท้องเลยนะ” สุรเดชว่า เขามักจะมาเล่นกับเหลนเป็นประจำนั่นคือความสุขของเขาในวัยเกษียรแบบนี้“เจ็บท้องบ้างหรือยัง นี่จะครบกำหนดแล้วใช่ไหม” ชนะพลลูบเบาๆที่ท้องของปารดา“เริ่มมีบ้างแล้วค่ะ เหมือนเจ็บเตือน”“คล
หลังจากวันนั้นชนาวินก็เริ่มทำกายภาพบำบัด เขาพักรักษาตัวในโรงพยาบาลราวสองสัปดาห์ก่อนได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่ต้องมาทำกายภาพจนกว่าจะครบชั่วโมงที่หมอกำหนด"อีกนิดนะคะ" นักกายภาพกำลังช่วยหัดเดินให้กับชนาวิน คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าเขาจะเริ่มเดินได้คล่องแคล่วเช่นเดิมปารดายืนมองชนาวินทำกายภาพด้วยหัวใจที่ลุ้นระทึกทุกครั้ง เหมือนเธอยืนตรงนั้นแทนที่เขาและพยายามจะก้าวเดินออกไป เธอไม่เคยเหนื่อยที่จะช่วยเขาเลย บีบนวดขาให้เขาในทุกๆวันเพื่อให้กลับมาเดินได้อย่างรวดเร็วชนาวินเริ่มกลับมาเดินได้แต่ต้องใช้ไม้ค้ำเพื่อทรงตัว แต่ก็ถือว่าดีขึ้นมากจากก่อนหน้า เขาขยันทำกายภาพและฝึกเดินตลอดจนวามารถกลับมาเป็นปกติได้ในเร็ววัน แต่ยังไม่วามารถวิ่งหรือทำกิจกรรมหนักๆได้มากเท่าไหร่นัก แต่ก็ถือว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาชนาวินต้องข้ามผ่านความเจ็บปวดและจิตใจของตัวเองโดยมีลูกกับเมียเป็นเป้าหมาย เขาคิดว่าคงไม่ดีแน่หากไม่สามารถพาลูกวิ่งเล่นในสนามได้"ร่างกายคุณฟื้นตัวเร็วมากครับ ผมยินดีกับคุณด้วยนะครับคุณหายเป็นปกติแล้ว" หมอยิ้มให้อย่างยินดี"คือผมหายดีแล้วเหรอครับ""ใช่ครับ จากที่ทดสอบวันนี้ผ
"เฮียจะสงสารเขาหนูเข้าใจ แต่ทำแบบนี้เขาก็ยิ่งแทรกกลางระหว่างเรา มันก็ไม่จบสักที" ปารดายังบ่นเรื่องของพาขวัญ และชนาวินก็หมดโอดาสแก้ตัวเพราะเรื่องมันเกิดจากเขาทั้งนั้น"เฮียบอกแล้วไงคะ ขวัญเขาไม่ใช่คนไม่ดีอะไรที่เขาทำแบบนั้นเพราะเขารักพี่มากก็แค่นั้น""นี่แก้ตัวแทนเหรอ ใช่สิคะ เฮียกับคุณขวัญรู้จักกันมาก่อน รักกันมาก่อน หนูมันคนอื่น" กอดอกแน่นทำปากคว่ำ บอกให้รู้ว่าไม่พอใจ"ที่รักครับ มันไม่ใช่แบบนั้น" คนบนเตียงกอดเธอเอาไว้หลวมๆ คนน้องนั่งหันหน้าออกไปที่ประตู ชนาวินไม่รู้จะต้องพูดยังไงเพื่อให้อีกคนหายโกรธ"มันเป็นแบบนั้นแหละค่ะ เฮียเข้าข้างเขาเพราะรู้จักกันมานานทั้งที่เฮียก็เห็นว่าเขาไม่ใช่คนที่เฮียเคยรู้จัก ผู้หญิงคนนั้นดูถูกหนู ข่มขู่หนู ทำให้หนูเสียใจ แต่เฮียก็ยังเข้าข้าง ปล่อยค่ะหนูจะกลับ" ดิ้นหนีจะลงจากเตียง แต่ชนาวินไม่ยอม"ไม่เอาสิคะถ้าหนูกลับไปทั้งที่เรายังทะเลาะกันแบบนี้มันไม่ดีเลยนะ" เขาพยายามพูดเสียงอ่อน เพื่อให้อีกคนเย็นลง"ถ้าเฮียยังเข้าข้างคุณขวัญ มันก็ไม่มีวันจบหรอกค่ะ" เธอพูดเสียงแข็ง ปัญหาที่ตอนนี้ยังทะเลาะกันมันเพราะชนาวินยังพูดจาปกป้องพาขวัญทั้งที่ก็เห็นว่าอีกคนทำอะไรเอ
เช้าอีกวัน พาขวัญที่คิดจะไปตั้งแต่แรกต้องวิ่งวุ่นตามพยาบาลสามสี่รอบเพื่อจัดการกับชนาวิน ชายหนุ่มมีอาการท้องเสียงจากยาที่ได้รับและนั่นทำให้พาขวัญรับไม่ได้ แต่เธอก็ยังพอจะช่วยเช็ดตัวให้ได้"พี่วินนิ่งๆสิคะ" พาขวัญเผลอดุเมื่อชนาวินปัดป้องไปมา พยาบาลบอกว่ามันเป็นการตอบโต้จากภาวะสมองเมื่อมีคนแตะตัวเขาแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อมือของชนาวินปัดเอาอ่างน้ำหกเลอะเทอะและรดที่ตัวของพาขวัญด้วย"พี่วิน! ขวัญบอกให้อยู่เฉยๆไงคะ น้ำหกหมดแล้วเนี่ย" หญิงสาวตวาดลั่นอย่างลืมตัว ชนาวินชะงักไปกับท่าทีเกรี้ยวกราดนั้น พาขวัญหงุดหงิดก้มมองตัวเอง คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน"พี่ขอโทษ ขวัญพอเถอะนะ" เขาพูดออกมาเบาๆ "ขวัญไม่เหมาะที่จะดูแลคนป่วยหรอก พี่ขอโทษ ขวัญพอนะ""ช่างเถอะค่ะ ขวัญไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ"เธอไม่ฟังที่เขาพูดตอบกลับมาเสียงห้วน แล้วเดินไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำ ชนาวินกดเรียกพยาบาลเข้ามา เขายินดีจ่ายให้กับแม่บ้านเพื่อทำความสะอาดพื้นที่เปียกพาขวัญออกมาก็เห็นพยาบาลกำลังจัดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ ชนาวินนั่งอยู่บนรถเข็นเรียบร้อยแล้ว"พี่วินเรียกพวกเขาเหรอคะ" พาขวัญมองทุกคนที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเอง"
/ถ้าเขาเดินไม่ได้ ฉันจะหย่าให้/คำพูดของปารดาแล่นเข้ามาในหัวของพาขวัญไม่หยุด ตอนนี้เธอเดินเป็นหนูติดจั่นอยู่ที่หน้าห้อง เพราะต้องการใช้ความคิด เฝ้าถามตัวเองตลอดเวลา เธอกำลังทำอะไรอยู่ เธอรักเขา เพราะงั้นเธอต้องรับให้ได้ นั่นคือที่เธอต้องทำ แต่ทำไมถึงได้รู้สึกสับสนจนเหมือนกำลังวิ่งวนในอ่างแบบนี้กันพาขวัญพาตัวเอง ออกมานั่งเงียบๆที่ร้านกาแฟด้านล่าง เธอหยิบโทรศัพท์กดหาเพื่อนเพื่อปรึกษา และแน่นอนเพื่อนบอกให้ถอยออกมาเพราะเพื่อนรู้ว่าเธอคงรับไม่ได้หากชนาวินเดินไม่ได้จริงๆใช้เวลาอยู่นาน พาขวัญตัดสินใจที่จะยืนหยัดต่อความรักที่เธอมีต่อชนาวิน และกลับไปหาเขาที่กำลังสิ้นหวังกับการเดินไม่ได้"ป่านอย่าทิ้งเฮียไปเลยนะ" เสียงชนาวินดังอยู่ก่อนแล้ว ภาพที่เห็นคือเขารั้งแขนของปารดาเอาไว้แต่เธอไม่สนใจและเดินหนีมาดื้อๆ"ออ มาพอดี ฝากเขาด้วยนะคะ เพราะฉันมีงานสำคัญต้องทำ" พูดแล้วก็เดินออกไปเลย ในขณะที่ชนาวินสีหน้าเศร้า รังรองกับชนะพลก็เครียดไม่ต่างกัน"พี่วิน ไม่เป็นไรนะคะ ขวัญจะดูแลพี่วินเอง" เธอเดินเข้ามาจับมือเขาไว้ ใช่สิตอนนี้เธอต้องอยู่กับเขา"ขอบคุณนะขวัญ ขอบคุณจริงๆ" เขาเอ่ยปากขอบคุณเบาๆ"ถ้าอย่างนั้
"ไม่มีอะไรหรอก ฮอร์โมนคนท้องน่ะลูก เดี๋ยวน้องก็มา" รังรองหัวเราะเบาๆ เข้าใจอาการของปารดาเป็นอย่างดี"ต่อไปแกจะได้รู้จักกับคำว่ามนุษย์เมีย" ชนะพลยักคิ้วให้"คืออะไรครับพ่อ" เขาเลิกคิ้วไม่เข้าใจ"อีกเดี๋ยวแกจะรู้ว่า ทาสเมียมันเป็นยังไง ฮึฮึ" คำพูดสองแง่สองง่ามของพ่อไม่ได้ทำให้ชนาวินเข้าใจมากขึ้น"พ่อเขากำลังจะบอกว่า น้องกำลังท้อง ไม่ว่าน้องต้องการอะไรให้เราครับอย่างเดียวแล้วทำตามที่น้องบอกยังไงล่ะ" รังรองเผยความกระจ่าง"คำว่าเมียเนี่ยศักดิ์สิทธิ์กว่าพระพุทธรูปอีกนะ พ่อบอกเลย แกฟังแม่ไว้เดี๋ยวดีเอง" เขาตบลงที่ไหล่หนาของลูกชาย ทำเอาชนาวินกลืนน้ำลายลงคออย่างบากลำบาก ไม่หรอกมั้ง ปารดาออกจะน่ารัก ไม่น่าจะเป็นแบบนั้นไปได้หรอกชนาวินก็พอจะเข้าใจความหมายของพ่อและแม่ที่บอกว่าคนท้องให้ตามใจ เพราะตอนนี้ปารดาหน้ามุ่ยที่ถูกขัดใจ แถมไม่ยอมคุยกับเขาอีกต่างหาก"ที่รักครับ เฮียไม่ได้ว่าอะไรเลย""เฮียพูดว่าหนูอ้วน" เธอกอดอกหน้าง้ำ ตรงหน้ามีแต่ขนมเค้กเต็มไปหมดที่สำคัญ มาการองสุดที่รักเพิ่งจะถูกเปิดกล่องขึ้นมาเดี๋ยวนั้นและกินไปแค่อันเดียว ชนาวินแค่ทักว่าอย่ากินเยอะเดี๋ยวอ้วน เท่านั้นแหละเป็นเรื่องเลย"เฮีย