[หน้าโรงแรมหรูที่ใช้จัดงาน]
สโรชาและคนที่เธอเรียกว่าแม่นั่งรออยู่หน้ารถมาได้สักพักแล้ว แต่เธอก็ไม่ได้ถามว่าทำไมถึงยังไม่ลงรถ เพราะเหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เพิ่งเคยเกิดขึ้นอีกนั่นแหละ เหตุผลของนางคือยิ่งเข้าไปในงานช้าก็ยิ่งเป็นจุดสนใจ
"ได้เวลาแล้ว จำไว้นะ ตอนที่เดินเข้าไปต้องทำตัวให้มั่นเข้าไว้"
"ค่ะ" เธอร่ำเรียนมาทุกอย่าง แม้แต่การเดินเข้างาน
นักข่าวที่รอทำข่าวอยู่หน้างานต่างก็รีบกรูกันเข้ามาเก็บภาพ หญิงสาวใบหน้าสวยหวานเดินเชิดหน้าเข้ามาพร้อมกับภรรยาของพลโทพงศธร ซึ่งตอนนี้ผู้เป็นสามีอยู่ในงานนั้นแล้ว
พอเดินพ้นด่านของนักข่าวเข้ามาในงาน ก็เริ่มมีสายตาของไฮโซหลายคู่ที่จับจ้องมา
"ไม่ต้องไปสนใจใครทั้งนั้น วันนี้รามสูรมา หนูต้องเป็นคู่เต้นรำของเขาให้ได้"
"อะไรนะคะ?!" จากที่ใบหน้ายิ้มแย้มอยู่รอยยิ้มนั้นได้หายไปอย่างรวดเร็ว
"อย่าทำให้แม่ผิดหวัง รู้นะว่าอะไรจะเกิดขึ้น"
"ค่ะ"
"มางานนี้ด้วยเหรอ"
พอเสียงนี้ดังขึ้นหญิงสาวที่กำลังยืนคุยอยู่กับแม่รีบหันกลับไปมองด้านหลัง
"รันเวย์?"
"สวยแทบจำไม่ได้เลยนะเนี่ย ทีแรกคิดว่าทักคนผิดซะอีก"
"นายก็มางานนี้เหรอ"
"มาส่งคุณแม่ เดี๋ยวก็กลับแล้ว" ขณะที่กำลังคุยกับสโรชาสายตาของรันเวย์มองดูหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างๆ
"คนนี้แม่เราเอง"
"แม่? ท่านออกจากโรงพยาบาลแล้วเหรอ" วันนั้นรันเวย์ยังจำได้ว่าเจอเธออยู่ที่โรงพยาบาลของพี่ชาย และสโรชาก็บอกว่ามาเฝ้าแม่ที่ป่วยอยู่
สโรชารีบหันกลับไปมองหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งตอนนี้นางก็มองมาแบบไม่พอใจมาก
"เราขอตัวก่อนนะ"
"เอ้า..ก็เลยยังไม่ได้พูดอะไรกัน" รันเวย์มองตามสองแม่ลูกที่เดินเข้าไปในงาน (บางคนอาจจะแปลกใจว่ารันเวย์เป็นใคร เขามาจากเรื่องเมียขัดดอกค่ะ)
จังหวะที่มองตามสโรชาเข้าไป รันเวย์แอบแปลกใจ ทำไมทุกคนถึงได้มองมาที่ตัวเอง แต่ก็รู้สึกว่าสายตานั้นมองผ่านเลยไป จนเขาต้องได้มองดูด้านหลัง
"คุณรามสูรมาจริงด้วย" เสียงนี้ไม่ใช่เสียงของผกาแก้วหรอก แต่เป็นเสียงกรองแก้วคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อกัน
"คุณรามสูรมาแล้วครับท่าน" คนสนิทรีบมารายงานท่านพลเอกผู้เป็นบิดาของรามสูร
"ไปตามมาที่นี่"
"เข้าไปสิ" กรองแก้วกระซิบบอกลูกสาว แต่เสียงนี้ไม่ได้มีแค่กรองแก้วหรอก ผกาแก้วก็บอกให้สโรชาเข้ามาเช่นกัน
แทนที่สโรชาจะทำตามคำสั่งแต่เธอแอบหลบหน้า ไม่อยากให้เขาเห็นเลยด้วยซ้ำ
"โอ้ย" หญิงสาวร้องเจ็บเบาๆ เมื่อถูกหยิกเข้าที่แขนเพราะขัดคำสั่ง
"ยังไงวันนี้ต้องเป็นคู่เต้นรำของรามสูรให้ได้ อย่าให้ลูกสาวของคุณนายกรองแก้วเข้าใกล้ ถ้าทำตามคำสั่งไม่ได้คงรู้นะว่าคนที่อยู่โรงพยาบาลจะมีชะตายังไง"
ทำยังไงดี แล้วเขาจะคิดว่าเราเป็นผู้หญิงแบบไหน ..ถ้าไม่เพราะถูกขู่เรื่องแม่ แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีตอนนี้เลย"ยังจะอยู่อีก เห็นไหมลูกแม่นั่นไปนู่นแล้ว" ผกาแก้วหมายถึงลูกสาวของกรองแก้ว ทั้งสองเคยชิงรักหักสวาทกันมาตั้งแต่สมัยเป็นสาวแล้ว แต่คนที่ชนะก็คือผกาแก้วอีกนั่นแหละ เพราะนางได้พลโทพงศธรมาครอง ถึงแม้จะได้มาแค่ตัวนางก็ไม่แคร์เท้าเรียวที่อยู่บนรองเท้าส้นสูงราคาแพง ได้ก้าวเดินตรงไปข้างหน้า เพื่อให้ถึงผู้ชายคนนั้นก่อนผู้หญิงอีกคน"สวัสดีค่ะ"ชายหนุ่มที่กำลังยืนจิบไวน์อยู่มุมหนึ่งของงาน หันมามองเมื่อได้ยินเสียงทักทายสายตาเขามองดูผู้หญิงสองคนพร้อมกัน ไม่แน่ใจว่าเมื่อสักครู่ใครเป็นคนทัก"เห็นว่าคุณยืนอยู่คนเดียว ก็เลยอยากมาเป็นเพื่อนคุยค่ะ""ผมเหรอครับ" เขาเข้าไปคุยกับพ่อแล้วก็ขอตัวออกมายืนอยู่ตรงนี้ เพราะรามสูรไม่ค่อยชอบเจรจากับคนมีอายุเท่าไร"ดิฉันชื่ออลิสค่ะ" ผู้หญิงหนึ่งในสองรีบชิงแนะนำตัวก่อน"ครับ" ตอบแค่นี้แล้วชายหนุ่มก็ยกไวน์ขึ้นจิบอีกครั้ง สายตาคมมองไปดูผู้หญิงอีกคน แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรนี่อะไรกันเขาจำเราไม่ได้เหรอ? ที่สโรชาคิดว่ารามสูรจำไม่ได้ เพราะถ้าจำได้สายตาเขาต้องหยุดอยู่ที่
"อุ๊ย คุณ?" ขณะที่เธอกำลังรีบเดินออกมาหวังจะไปเรียกแท็กซี่ที่หน้าโรงแรม แต่ก็ถูกมือของชายหนุ่มที่เดินตามมากระชากตัวไว้ก่อน "ปล่อยนะฉันมีธุระต้องไป""ธุระของเธอคือฉันไม่ใช่เหรอ""คุณอย่าสำคัญตัวเองผิดนักเลย""แล้วสิ่งที่เธอทำมันคืออะไรล่ะ""ฉันมีเหตุผล""เหตุผล?""ฉันบอกแล้วไงว่าจะรีบไปทำธุระ""เธอรู้ไหมว่าผลกระทบที่เธอทำ มันจะเกิดอะไรขึ้น" เขาหมายถึงที่เธอจูบในงานเมื่อสักครู่ เพราะอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่แทบจะทุกคน"ใครให้คุณปฏิเสธฉันเองทำไม""ผู้ชายปฏิเสธหมายถึงเขาไม่ต้องการ เธอไม่เข้าใจเลยเหรอ"ถึงแม้ว่าจะรีบมากแค่ไหนแต่พอได้ยินประโยคแบบนี้ออกมา มันดูเหมือนถูกตบหน้าชัดๆ มือเรียวยกขึ้นมาหวังจะเอาคืน แต่ก็ถูกอีกฝ่ายคว้ามือของเธอไว้ได้ทัน"ฉันเจ็บนะ" เขาไม่ได้จับไว้เฉยๆ แต่ยังใช้แรงบีบ"เธอดูละครมากไปหรือเปล่า ที่คิดว่าตบแล้วฉันจะจูบ""คุณ!" สโรชาไม่รู้จะเปรียบผู้ชายคนนี้กับอะไรดีแล้ว ในเมื่อเขาไม่ชอบหน้าเธอแล้วทำไมต้องมารั้งตัวไว้ด้วย "ช่วยด้วยค่ะ" หญิงสาวหันมองไปรอบข้างแล้วตะโกน ยังไงเธอก็ต้องไปจากที่นี่ก่อนที่แม่จะออกมาจากงาน"เธอจะเรียกคนมาช่วยหาพระแสงอะไร อ๋อ..หรือจะบอกว่าฉันลวนลาม""ฉั
"คุณนี่เหมือนมานั่งอยู่ในใจฉันเลยนะ""ดีเหมือนกันเราจะได้คุยกันรู้เรื่อง" เขาไม่รู้หรอกว่าที่เธอพูดมาเป็นการประชดหรือเรื่องจริง และไม่จำเป็นต้องไปรู้ด้วย เพราะเขาไม่ได้สนใจผู้หญิงตรงหน้าอยู่แล้ว"จะคุยอะไรก็คุยมาแต่ปล่อยฉันก่อนได้ไหม"พอแขนของเธอเป็นอิสระหญิงสาวก็เอาอีกข้างมาลูบคลำ เพื่อบรรเทาความเจ็บที่ถูกเขารั้งไว้เมื่อสักครู่"เธอคิดยังไงกับเรื่องนี้""เรื่องอะไร""เรื่องที่ผู้ใหญ่กำลังคุยกัน""นั่นมันก็เรื่องของผู้ใหญ่""เธอไม่ต้องมาตีหน้าซื่อหรอก ฉันรู้ว่าผู้หญิงแบบเธอคิดอะไรอยู่"หญิงสาวไม่เถียงแต่เธอแอบสมเพช ชีวิตเขาคงจะเจอแต่ผู้หญิงประเภทนั้นสินะ ก็เลยเหมารวมไปหมดว่าผู้หญิงจะเป็นเหมือนกัน"เธอเตรียมตัวไว้ด้วยแล้วกัน อาจจะได้ทำตามผู้ใหญ่""ค่ะ""ค่ะ?" เขาคิดว่าเธอควรที่จะพูดอะไรมากกว่านอกจากคำนี้"ฉันไปได้หรือยังคะ""เรายังไม่ได้คุยอะไรกันเลย""คุณอยากจะคุยอะไรอีก"บนรถแท็กซี่..หึ..ดีเหมือนกัน ถ้าเราได้ย้ายออกไปอยู่ที่บ้านของเขา คงจะเป็นอิสระ เพราะยังไงเขาก็คงไม่มาสนใจใยดีอะไรในตัวเรา ..สโรชาคิดถึงคำที่เขาพูดก่อนออกมาส่งเธอขึ้นแท็กซี่เขาบอกทุกอย่างว่าตัวเขามีผู้หญิงที่รักอยู่
"แล้วผมเลือกอะไรได้บ้างล่ะครับ" นี่คือคำตอบที่เขาให้ไป"เลือกได้สิลูก ถ้าลูกไม่แต่งแม่ก็..""พอเถอะคุณ" สายตาของผู้เป็นสามีจ้องหน้าภรรยา นางก็เลยไม่พูดต่อ สามีคงจะบอกว่าได้คนนี้เป็นสะใภ้ยังดีกว่าคนที่ผ่านมา"เอาเป็นว่าเราจะจัดตามฤกษ์สะดวก ผมว่าเป็นสัปดาห์หน้าเลยดีกว่า""สัปดาห์หน้าเลยเหรอคะคุณพี่ น้องกลัวว่าจะไม่ทัน""ไม่ต้องกลัวหรอก เดี๋ยวผมจะให้คนที่เขาถนัดจัดงานนี้รับหน้าที่ไป""ก็ได้ค่ะ"ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงได้แต่นั่งฟัง และตอบตกลงตามที่ผู้ใหญ่ฝ่ายชายเสนอมาทุกอย่างจนการคุยสู่ขอผ่านไปด้วยดี"ผมกลับได้แล้วใช่ไหมครับ" ชายหนุ่มไม่พูดเปล่าเขายันตัวลุกขึ้น พอผู้ใหญ่ไม่ห้ามปรามเขาก็รีบเดินออกมา"ฉันไปด้วยค่ะ""ดูจะติดกันตั้งแต่ยังไม่แต่งเลยนะคะเนี่ย" คนที่พูดตามไปก็คือผกาแก้วแม่ฝ่ายหญิง ..แต่ดูเหมือนว่าคู่สนทนาจะไม่อยากเจรจาด้วยอีกนั่นแหละ นางก็เลยทำได้แค่ยิ้มแห้งๆ"คุณจะไปกับผมเหรอ" ออกมาถึงด้านนอกรามสูรหันกลับไปถามเธอที่เดินตามมา"คุณช่วยไปส่งที่โรงพยาบาลหน่อย ฉันอยากไปเฝ้าแม่""โรงพยาบาลไหนล่ะ" ชายหนุ่มก็เลยเดินไปเปิดประตูรถฝั่งคนขับ ส่วนหญิงสาวรีบเดินอ้อมไปเปิดอีกข้าง[หน้าโรงพยาบาล]"คุ
{"ตอนนี้ผมยังไม่ว่าง"} พูดแค่นี้ปลายสายก็ตัดสายไป"เขากำลังติดธุระอยู่ค่ะแม่" ถึงแม้จะรู้สึกเสียหน้ามากแค่ไหน เธอก็ต้องยิ้มไว้"วันหลังชวนเขามาค้างที่บ้านเราสิ" นางชักจะเริ่มสงสัย ตกลงรักกันจริงหรือแค่เล่นละครตบตา"ชวนมาค้างที่บ้านหรือคะ""เห็นไปค้างอ้างแรมด้วยกันที่อื่นมาแล้วไม่ใช่เหรอ""ก็ใช่ค่ะแต่ว่า..""ทำไม? หรือว่าไม่ได้ไปค้างกับเขา" สายตานางเริ่มจับพิรุธ"แต่โรสเป็นผู้หญิงนะคะแม่" ถ้าชวนเขามาค้างที่บ้านแล้วเขาจะคิดยังไง"นิ่มนวล""เออ..คุณแม่คะ ก็ได้ค่ะโรสจะลองชวนดู" ถ้านางใช้เสียงแบบนี้เรียกคนสนิท นั่นหมายถึงว่าให้มาลากตัวเธอไปกักบริเวณ หญิงสาวก็เลยต้องได้แก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าไปก่อน[ห้องประชุมที่บริษัท]"ถ้าไม่เสร็จก็ไม่เป็นไร เดี๋ยววันแต่งงานผมจะเข้ามาดูอีกที""ผมว่าวันแต่งงานท่านไม่ต้องเข้ามาหรอกครับ ที่เหลือเดี๋ยวพวกผมจะจัดการกันเอง""ผมมาได้" ว่าแล้วชายหนุ่มก็เดินออกจากห้องนั้นไปก่อนหลายคนที่มองตามคิดว่าเขาคงจะรีบไปจัดการเรื่องว่าที่ภรรยาโทรมาแน่เลยแต่ไม่ใช่หรอกเรื่องนั้นเขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำ[สถานบันเทิง]โต๊ะประจำที่รามสูรเคยมานั่งกับหญิงคนรัก ได้ถูกเก็บไว้ให้ถ้าเขาโท
"โอ๊ย!" ด้วยความที่เขาไม่ระวังทำให้เล็บเสียดสีกับช่องคลอดจนเธอรู้สึกเจ็บ แต่เขากลับคิดว่าเธอใกล้แล้ว ก็เลยชักนิ้วออกมา เพื่อที่จะเอาความเป็นชายใส่เข้าไปแทน "อื้ออ"คนตัวเล็กได้แต่กัดฟันปล่อยให้เขาทำไป ถึงแม้จะรู้ว่าตอนนี้แม่ไม่อยู่หน้าห้องแล้วก็ตาม เพราะยังไงคงหยุดอารมณ์ของอีกฝ่ายไม่ได้แล้ว"อื้อ อื้อ อ " เธอก็เหมือนผู้หญิงทั่วไปพอถูกเสียดสีหนักเข้าก็เริ่มมีอารมณ์ แต่ความเจ็บปวดก็ไม่ได้จางหายไป"ซี๊ดด" ชายหนุ่มกระแทกซ้ำอีกหลายทีแล้วก็หยุดลงพร้อมน้ำที่หลั่งออกจากร่างกายพอทุกอย่างผ่านไปร่างหนาก็ทิ้งตัวลงนอนแบบไม่ใยดีคนที่เพิ่งจะถูกเขาสำเร็จความใคร่ไปเลยเช้าวันต่อมา.."โอ้ยย" คนตัวเล็กเริ่มเจ็บเสียดช่องทางที่ถูกของแข็งเมื่อคืนนี้ พอรู้สึกตัวเต็มที่หญิงสาวก็ลุกขึ้นมามองรอบข้างหึ.. เริ่มรู้สึกสมเพชตัวเอง ตื่นมาทีไรก็เจอแต่ความว่างเปล่า ครั้งนี้ก็คงเหมือนครั้งแรก สิ่งที่เขาได้ไปคงไม่น่าจดจำอะไรก๊อกๆ "คุณผู้หญิงบอกให้ลงไปทานข้าวค่ะ""ฉันไม่หิว""แต่คุณผู้หญิงบอกว่าให้คุณลงไปให้ได้"มันคงเป็นคำสั่งสินะ "เดี๋ยวฉันตามลงไป""ให้ไวเลยนะคะ""โอ๊ย" พอลุกขึ้นยิ่งเจ็บเสียด แต่ต้องได้ทำตามคำสั่ง ผ
สบายตัวจัง ..ได้นอนแช่น้ำนมแบบนี้แทนที่จะมีความสุข แต่กลับกระวนกระวาย ไม่รู้ว่า Comment ที่พิมพ์ไว้บน IG ของเขาจะถูกลบหรือยัง เพราะเธอไม่รู้ว่าจะติดต่อเขาได้จากทางไหนนอกจากโทรศัพท์ แต่เธอไม่มีเวลาโทรหาเขาเลยเพราะช่างอยู่ติดตัวตลอดเวลา ก็เลยต้องได้ใช้การพิมพ์ข้อความทิ้งไว้อีกสถานที่หนึ่ง.. คนที่เธอกำลังให้ความหวังว่าเขาจะมาหาพอขับรถมาถึงบ้านของตัวเขาเอง ชายหนุ่มก็ล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาเปิดดูว่าเสียงข้อความอะไร"??" หัวใจเต้นแรงขึ้นมาเมื่อเห็น comment นั้น ที่จริง comment ไม่ได้ทำให้เต้นแรงหรอก account ที่กด Like comment นั้นต่างหาก ในที่สุดเธอก็เข้ามาส่อง IG ของเขาจนได้ แถมยังไปกดถูกใจประโยคที่ผู้หญิงอีกคนพิมพ์ไว้ว่ามาหาที่บ้านหน่อยทีแรกว่าจะลบข้อความนั้นออก แต่รามสูรเปลี่ยนใจเก็บไว้แบบนี้แหละ"?" ไม่ใช่แค่เขาหรอกที่เห็น เธอก็เห็นเหมือนกันว่ามีคนมากดถูกใจ commentสโรชาอดไม่ได้ที่จะเข้าไปส่องว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครหญิงสาวต้องรีบแอบเก็บโทรศัพท์ไว้ เมื่อกดเข้าไปเห็นรูปชายหญิงคู่หนึ่งถูกตั้งไว้เป็นภาพโปรไฟล์ เพราะมันคือผู้ชายคนที่กำลังจะเป็นเจ้าบ่าวเธอในวันพรุ่งนี้ และที่ต้องได้รีบซ่อนโ
ริมฝีปากหนายกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเห็นคนตรงหน้าเดินไปที่เตียงก่อนที่จริงไม่ใช่นิสัยของเขาหรอกที่จะพูดเรื่องอย่างว่าโจ่งแจ้งขนาดนี้ แต่ไม่รู้ทำไมกับเธอแล้วเขาถึงนึกสนุก เพราะเธอก็ตอบโต้ได้ทุกประโยคที่เขาพูดออกมาร่างระหงเอนตัวลงที่เตียงไปก่อน ถ้าเธอให้ความร่วมมือเขาอาจจะเสร็จเร็ว ที่สโรชาคิดแบบนั้นเพราะไม่อยากจะเจ็บนานขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะตามขึ้นไปบนเตียง ก็มีเสียงข้อความดังมาจากโทรศัพท์ จริงๆ IG ของเขาคนติดตามไม่มากหรอก และคน Comment ก็ไม่ค่อยมี เพราะเขาไม่ได้ใช้รูปและฐานข้อมูลของตัวเองเพื่อสมัคร ถ้ามีข้อความขึ้นมาก็มีแค่ไม่กี่คนหญิงสาวที่หลับตาลงค่อยๆ ลืมตาขึ้นเมื่อสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้สนใจเธอแล้ว เขาคงกำลังสนใจข้อความที่ดังขึ้นมาเมื่อสักครู่ดีใจด้วยนะคะ ..ข้อความนี้ถูกส่งผ่านมาจาก account ที่เขารออยู่ชายหนุ่มทำแค่กดถูกใจข้อความ แล้วก็เดินไปใส่เสื้อผ้าที่เขาถอดออกก่อนเข้าห้องน้ำ"?" หญิงสาวมองตามคนที่เดินไปกำลังจะเปิดประตู "คุณจะมางานแต่งไหม" เธอแค่อยากจะรู้ไว้ก่อน ว่างานแต่งของเธอจะมีเจ้าบ่าวไหม"ทำไมถึงถามแบบนั้น""คุณอย่าลืมว่าในเกมของคุณยังมีฉันอีกคน" เธออยากจะบอกเขา
"เข้าข้างในกัน" เกษมราษฎร์เอื้อมมือมาให้อีกฝ่ายจับมือท่านไว้ เพื่อจะได้ก้าวเดินเข้าไปด้านในพร้อมกัน"ท่านทำอะไรคะ" นางยอมเดินตามแรงที่อีกฝ่ายจูง แต่ก็อดที่จะถามไม่ได้"บอกแล้วไงว่าไม่อยากปล่อยเวลาให้เสียไปเปล่าๆ แต่งงานกันนะ""อู๊วววว" เสียงโห่แสดงความยินดีดังขึ้นเมื่อเกษมราษฎร์คุกเข่าลงต่อหน้าผู้หญิงที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวในคืนนี้ ท่านเคยพูดไว้แล้วถึงแม้ว่าจะพูดแค่กับตัวเอง ถ้ามีโอกาสได้ทำเพื่อเธอ..จะทำให้ผู้หญิงทุกคนบนโลกนี้ต้องอิจฉาเธอ"ลุกขึ้นเถอะค่ะท่าน""คุณตอบตกลงมาก่อนสิ""ท่านเพิ่งขอหมั้นไปวันก่อนเองนะคะ""ถ้าคุณไม่ตกลงผมก็จะอยู่แบบนี้""ตกลงก็ได้ค่ะ" จากเสียงโห่ร้องกลายเป็นเสียงกรี๊ดลั่นจนโรงแรมแทบจะแตก เมื่อฝ่ายหญิงตอบตกลงแต่งงานด้วยเกษมราษฎร์ลุกขึ้นโดยที่ไม่ต้องให้ใครมาช่วยพยุง ถึงแม้จะอายุและเยอะแล้วแต่ร่างกายของท่านก็ยังแข็งแรง เพราะการเป็นทหารต้องได้ฝึกฝนอยู่ตลอดเวลา"ดีใจด้วยนะครับ" รามสูรเข้ามาแสดงความยินดี เขาดีใจมากที่จะเห็นแม่มีความสุขสักที ตั้งแต่จำความได้เลยมั้งที่เห็นแม่ต้องเฝ้ารอพ่อกลับบ้านทุกวันและลูกๆ คนที่เหลือก็เข้ามาแสดงความยินดี รวมทั้งแขกในงาน วันนี้ท่าน
เย็นวันเดียวกันนั้น.. พุดตาลเรียกลูกชายและลูกสะใภ้มาทานข้าวเย็นร่วมกัน"สวัสดีครับท่าน" รามสูรมาพร้อมกับภรรยา และลูกชาย พอมาถึงก็เห็นว่าท่านพลเอกเกษมราษฎร์ ก็นั่งอยู่ในห้องรับแขกด้วย"มาครบกันแล้วใช่ไหม นั่งก่อนสิลูก"พอลูกชายนั่งลงเกษมราษฎร์ก็ขอเป็นคนพูดเอง ท่านบอกทุกคนว่าขอเข้ามาอยู่ร่วมครอบครัวด้วย ทีแรกเกษมราษฎร์ก็ช่างใจอยู่ กลัวลูกๆ ของพุดตาลจะไม่ชอบใจ เพราะถึงยังไงพ่อของพวกเขาก็มีทีท่าว่าจะกลับมา"ยินดีต้อนรับครับ ผมเองต่างหากที่ต้องฝากคุณแม่ไว้กับท่าน" พี่ชายคนโตเป็นคนเอ่ยพูดก่อน"ขอบใจมากนะลูก" ใจจริงพุดตาลก็อยากจะอยู่กับลูกและหลานแบบนี้ไปจนแก่เฒ่า แต่มันคงเป็นไปไม่ได้แล้ว เมื่อสามีหย่าขาดจากผู้หญิงคนนั้น ยังไงท่านก็ต้องกลับมาวนเวียนจนทำให้ชีวิตอยู่ไม่เป็นสุขแน่ นางก็เลยตัดสินใจตัดกรรมกันไปแต่เพียงแค่นี้"ผมจะประกาศให้สังคมรับรู้เรื่องของเราในเร็ววันนี้""เรื่องนี้แล้วแต่ท่านค่ะ" นางคิดว่าให้คนรับรู้ไว้ก็ดี เรื่องถูกนินทาหนีไม่พ้นอยู่แล้ว ใครจะนินทาก็ช่าง ขอให้ตัวเองอยู่แบบสบายใจก็พอร่วมทานข้าวเย็นกันเสร็จ ลูกชายทั้งสองก็ขอตัวกลับเพราะมันดึกแล้ว ส่วนเพลิงไม่อยากจะกลับก็ต้องได
"ใจเย็นก่อนสิคะมาเหนื่อยๆ น้ำก็ยังไม่อาบ""ขอชื่นใจก่อน" ริมฝีปากหนากระซิบพูดในขณะที่จมูกยังสูดดมคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอด"คิดถึงคุณเหมือนกันค่ะ" รักครั้งแรกของเธอมันช่างสวยงามนัก แต่เมขลาหวังว่าจะหยุดผู้ชายคนนี้ไว้ได้แค่เธอ เพราะถ้าเขามีตำแหน่งที่สูงขึ้น เขาจะเป็นเหมือนคนที่ให้กำเนิดเธอไหม"เป็นอะไร" เพลิงสัมผัสได้ว่าอารมณ์ของเธอไม่เหมือนตอนที่เรียกเขาขึ้นมาข้างบนเลย"อนาคตข้างหน้าอะไรมันก็ไม่แน่นอนค่ะ เผื่อคุณก้าวไปในตำแหน่งที่สูงกว่านี้..""อย่าคิดอะไรที่มันจะไม่เกิดขึ้น" แค่นี้เขาก็รู้แล้วว่าเธอคงกลัวว่าเขาจะทำตัวเหมือนพ่อ"คุณรู้เหรอคะว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่""ผมรักคุณ คำนี้ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้ฟังมันจากปากผม และผมก็จะพูดให้คุณฟังเพียงคนเดียว""ขอบคุณนะคะ" ขอบคุณเขาทั้งน้ำตา แต่ก่อนตอนที่ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ ยังมีความสุขมากกว่านี้เลย แต่พอรู้ว่าพ่อมีนิสัยยังไง เมขลาก็เริ่มกลัวผู้ชายรอบข้าง[โรงแรมหรู]ที่พลเอกเกษมราษฎร์พาพุดตาลมาทานข้าวที่โรงแรม เพราะรู้แล้วว่านางคงไม่กลับไปหาอะไรเดิมๆอีก ท่านต้องทำให้นางเห็นว่าท่านสามารถที่จะพานางก้าวไปในทุกๆที่ได้"ทำไมคุณรู้ว่าฉันชอบกิน เออ..
"ทำอะไรกัน"คนที่กำลังโอบกอดกันถึงกับตกใจปล่อยมือออก"ท่าน?""นายคงไม่อยากจะอยู่ในกรมแล้วใช่ไหม""อย่าทำอะไรผู้กองนะคะ" ถึงแม้เธอจะตัวเล็กกว่ามาก แต่หญิงสาวก็ใจกล้าก้าวออกมายืนบังชายคนรักไว้"เรารู้ไหมว่ามันไม่สมควร""จะสมควรหรือไม่ มันอยู่ที่เราสองคนค่ะ""อย่าลืมสิว่าเราเป็นลูกของใคร""หึ.. แล้วฉันเป็นลูกของใครล่ะคะ""มันสมควรแล้วเหรอที่จะมาพูดต่อล้อต่อเถียงกับพ่อ""พ่อ?" เมขลาอยากจะพูดอะไรอีกตั้งมากมาย แต่มันจุกในอกเสียก่อน"มีอะไรกัน" แม่บ้านรีบเข้าไปตามคุณผู้หญิงออกมาดู กลัวว่าจะมีเรื่อง"คุณมาก็ดีแล้ว ผมจะเร่งเรื่องให้ลูกไปเรียนต่อต่างประเทศ""เรียนต่อต่างประเทศ?" เพลิงพูดพร้อมกับมองหน้าเมขลา แล้วมองไปที่ท่านพลเอกเรวทัต"ฉันไม่ไปค่ะ""ลูกไม่อยากเรียน" พุดตาลคิดว่านางคงต้องได้ออกหน้าเองแล้วล่ะ"อายุแค่นี้ยังเรียนได้อีกตั้งเยอะ ทำไมถึงคิดสั้น""อะไรคือการคิดสั้นคะ""ก็ที่เห็นอยู่นี่ไง""คนนี้ผู้กองเพลิงท่านก็คงจะรู้จักแล้ว เขาเป็นคนรักของฉัน ไม่สิ.." ถ้าพูดแค่คนรักมันคงไม่จบตรงนี้แน่ เมขลาก็เลยให้สถานะใหม่กับเพลิง "เขาเป็นพ่อของลูกในท้องฉันเองค่ะ""???" ไม่ใช่แค่พลเอกเรวทัตและพุดตา
เห็นว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า เรวทัตก็เลยยังไม่พูดอะไรอีก เพราะคดีเก่ายังไม่เคลียร์"อยู่พร้อมหน้ากันก็ดีแล้ว พ่อจะย้ายกลับมาอยู่บ้านหลังนี้แล้วนะ"เรวทัตพูดจบ ลูกๆ ต่างก็มองดูหน้าคนเป็นแม่มันคงเป็นเวรกรรมของนางที่เคยสร้างไว้กับผู้ชายคนนี้ตั้งแต่ชาติปางก่อน ชาตินี้ก็เลยต้องได้ตามมาชดใช้กรรม หนีไปไหนก็คงจะหนีไม่พ้นแล้ว"บ้านหลังนี้เป็นบ้านของคุณ คุณจะมาอยู่ใครจะว่าอะไรได้ล่ะคะ"เรวทัตอยากได้ยินคนตรงหน้าเรียกว่าคุณพี่เหมือนเดิม แต่คงต้องใช้เวลา เพราะตัวเองทำไว้กับนางเยอะ"หือ รามิล" มองเข้าไปด้านในก็เห็นลูกสะใภ้คนโตกำลังอุ้มหลานชายเดินออกมา เรวทัตก็เลยเดินเข้าไปหาหลานพอคนเป็นพ่อไปแล้ว ลูกๆ ที่ยังยืนอยู่ตรงนั้นต่างก็มองดูหน้าแม่อีกครั้ง นาทีนี้ไม่มีใครน่าสงสารเท่าท่านอีกแล้ว"แม่ไม่เป็นอะไรหรอก เข้าไปข้างในกันเถอะ" แค่นี้นางก็รู้แล้วว่าสามีคงจะหย่าจริง เพราะถ้าไม่งั้นคงไม่บอกว่าจะกลับมานอนบ้านหลังนี้ นางรนหาที่เอง คิดว่าท่านจะไม่กล้าหย่าดาราสาวสวยคนนั้นทุกคนเข้าไปแล้ว เมขลาก็หันกลับมากุมมือเพลิงไว้ "เรายังจะเป็นเหมือนเดิม อย่าคิดมากนะคะ" เมขลารู้ดีว่าเพลิงคิดว่าตัวเองต่ำต้อย"ผมจะไม่ถอ
"ผมมาคิดทบทวนเรื่องของเราดูแล้ว""ท่านไม่สบายหรือเปล่าคะ" แพรวพราวเริ่มใจไม่ดี แต่ก็ยังคงส่งรอยยิ้มหวานๆ ให้ แบบใจดีสู้เสือ"เราหย่ากันเถอะ""คุณพี่!!""ผมจะให้ทุกอย่างที่คุณอยากได้ ผมขอแค่ให้คุณเซ็นใบหย่า""ไม่มีทางค่ะ กว่าเราจะฝ่าฟันความรักของเรามาด้วยกันได้ ทำไมคุณพี่ถึงทำแบบนี้กับแพรวคะ""ผมให้เกียรติคุณถึงได้มาคุยก่อน หรืออยากจะคุยผ่านทนายของผมล่ะ""แพรวรักท่าน ยอมอุ้มท้องลูกของท่าน ถึงแม้จะถูกใครตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงไม่ดี""เรื่องลูกผมก็ยังจะส่งเสียเลี้ยงดู""แพรวไม่ได้ต้องการแบบนั้นสักหน่อย ใครคะ..ท่านมีใครใหม่อีกเหรอคะ""เรื่องนั้นไม่เกี่ยว เรามาคุยเรื่องของเราก่อน""เรื่องของเรา แพรวไม่หย่า!""ผมมาคุยกับคุณดีๆ แล้วนะ หลังจากนี้คุณก็คุยกับทนายของผมแล้วกัน และสิ่งที่คุณอยากได้ก็อย่าฝันว่าจะได้""ท่านอย่าบอกนะว่าจะกลับไปหามันอีก""ผมเพิ่งรู้ว่ารักภรรยา""รักภรรยาอย่างนั้นเหรอคะ แล้วที่ผ่านมาล่ะผู้หญิงนับสิบนับร้อยยังจะเรียกว่ารักภรรยาได้อยู่อีกเหรอคะ!" แต่ดูเหมือนเรวทัตจะไม่ฟังอะไรอีก เพราะตอนนี้เดินไปที่รถแล้ว "กรี๊ดดดด!!""คุณแม่เป็นอะไรคะ" มโนราห์ได้ยินเสียงร้องก็รีบลงมาดู"
"??" เมขลาได้ยินทุกคำพูดของแม่ใหญ่ที่พูดกับ.. แม้แต่คิดยังไม่กล้าเอ่ยชื่อในใจเลย คนที่ไม่ต้องการเธอ..เธอก็ไม่ต้องการคนแบบนั้นเช่นกัน"หนูเมย์" ยืนมองตามสามีเก่าไปครู่หนึ่ง พอหันกลับมาก็เจอเมขลาอยู่ตรงมุมบันได"คุณแม่ทำแบบนั้นทำไมคะ""บางทีมันอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเราก็ได้""น้องเมย์ไม่เห็นด้วยค่ะ""แต่เขาคือ..." นางกำลังจะพูดว่าแต่นั่นคือพ่อแท้ๆ ของเมขลาเลยนะ"น้องเมย์ไม่อยากให้คุณแม่กลับไปเจอวังวนเก่าๆ อะไรที่เราสลัดทิ้งไปได้แล้ว ก็ปล่อยมันไปเถอะค่ะ"ทำไมเด็กอายุยังไม่ถึง 20 ถึงคิดได้กว่านาง ถ้านางใช้แค่หัวใจคิดก็คงจะกลับมาในวังวนเดิม แต่ถ้าใช้สมอง ปล่อยให้ทุกอย่างมันผ่านไป มันอาจจะดีกว่านี้ก็ได้"แล้วแม่ต้องทำยังไง"เมขลามองใบหน้าผู้หญิงที่กาลเวลาไม่สามารถทำร้ายนางได้ เพราะถ้าเดินไปกับเธอทุกคนคงคิดว่าพี่กับน้อง ดวงตาของนางคลอไปด้วยม่านน้ำตาที่บดบัง ถึงแม้เธอจะอายุยังน้อย แต่ก็พอดูออกว่าท่านยังคงรักผู้ชายคนนั้นอยู่"ถ้าเขาคนนั้นกลับมา ทำให้คุณแม่ต้องทุกข์ใจอีก คุณแม่จะรับได้ไหมล่ะคะ" เพราะยังไงคนเดิมก็คงทำอะไรเหมือนเดิม ถ้าไม่งั้นคงไม่ออกไปไข่ไว้นอกบ้านจนทั่วแบบนี้"แม่ขออยู่คน
คฤหาสน์พลเอกเรวทัต"ดีใจจังเลยค่ะที่คุณผู้หญิงกลับมา""สบายดีกันไหม" กลับมาที่นี่ถึงสองครั้ง แต่ไม่ได้ถามสารทุกข์สุขดิบกันเลย เพราะแค่เห็นหน้าสามีเก่าก็ไม่มีอารมณ์ถามใครแล้ว"ไม่สบายก็ตรงที่คิดถึงคุณผู้หญิงนั่นแหละค่ะ""ปากหวานเหมือนเดิมนะพวกเราเนี่ย ช่วยกันเอาของเข้ามาข้างในก่อน""เดี๋ยวผมทำเองครับ" เพลิงซึ่งทำหน้าที่ขับรถรีบเดินไปเปิดกระโปรงหลัง"ฉันช่วยค่ะ" เมขลากำลังจะไปช่วยยกของแต่ถูกเพลิงห้ามไว้"เอาของขึ้นไปไว้ข้างบนเลย แม่ให้คนจัดห้องให้แล้ว""ครับ" ชายหนุ่มหิ้วกระเป๋าขึ้นไปที่ชั้นบน โดยมีหญิงคนรักเดินตามไป ส่วนของที่เหลือพวกแม่บ้านช่วยกันคนละไม้คนละมือกึก.."อืม" หญิงสาวตกใจเดินพ้นประตูเข้ามาเขาก็ปิดแล้วล็อกมันไว้ ไม่ได้ทำแค่นั้นเพลิงยังหันมาจูบพอหายตกใจเมขลาก็จูบกลับ คิดว่าคงไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้ เพราะของที่เหลือเป็นของแม่ใหญ่คิดว่าจะจูบไม่นานพอให้หายคิดถึง ถ้าได้แยกกันอยู่จริง แต่นี่ขนาดจูบอยู่ยังคิดถึง"ผมรักคุณนะ" นิ้วแกร่งเขี่ยแก้มของหญิงคนรักเบาๆ "อยู่ที่นี่ห้ามดื้อเข้าใจไหม""คุณก็ห้ามแอบไปเที่ยวที่ไหนนะคะ""ไม่ไปไหนหรอก"ทั้งสองพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่งก็ลงมา.."พี่
"คุณไม่มีพันธะ แต่คุณไม่คิดเหรอกว่าเกษมอาจจะมีพันธะอยู่ก็ได้"พุดตาลเงียบไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากสามีเก่า มันก็มีส่วนอยู่บ้าง พลเอกเกษมราษฎร์ตำแหน่งใหญ่โตขนาดนั้น แถมภรรยาก็ตายจากไปนานแล้ว"เรื่องนั้นฉันคงไม่ให้ท่านต้องมาลำบากใจด้วยหรอกค่ะ..กลับกันเถอะลูก"พลเอกเรวทัตได้แต่มองตามหลังนางไป ทันใดนั้นก็คิดอะไรขึ้นมาได้"คนนี้ใช่ไหม ที่เป็นลูกของนวล" เรวทัตรีบเดินตามทั้งสองมาที่รถจากที่กำลังจะเปิดประตูพุดตาลถึงกับชะงัก"ผมจะรับลูกคนนี้กลับมาเลี้ยงเอง""??" พอประโยคนี้ออกจากปากพลเอกเรวทัต ทั้งสองที่ยืนหันหลังให้ ก็ได้หันกลับมามองพร้อมกัน "คุณหมายความว่ายังไง""ในเมื่อเด็กคนนี้เป็นลูกอีกคนของผม มันก็ไม่แปลกที่ผมจะรับลูกกลับมาเลี้ยงเอง"พุดตาลรีบจับเมขลาหลบไว้ด้านหลังของตัวเองก่อน "เสียใจด้วยค่ะ แต่ตอนนี้เมขลาเป็นลูกของดิฉันแล้ว""คุณแน่ใจเหรอว่าจะพูดเรื่องสิทธิ์เลี้ยงดูเด็กคนนี้กับผม"เมขลาส่ายหน้าเล็กน้อยเพื่อบอกกับแม่พุดตาลว่าเธอไม่ไป"แม่ไม่ยอมให้หนูไปอยู่แล้ว เรากลับบ้านกัน" นางรีบหันกลับไปเปิดประตูรถ เพื่อให้เมขลาได้ขึ้นไปนั่งก่อน"ถ้าคุณชอบขึ้นโรงขึ้นศาล ไม่เป็นไรนะผมจัดให