@คาสิโน
รถคันหรูเคลื่อนตัวมาจอดลงยังคาสิโนที่ตั้งอยู่แถวชานเมืองไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่านเท่าไรนัก จะมีก็แต่ลูกค้าของคาสิโนที่แวะเวียนมาไม่ขาดสายซึ่งทุกคนที่มาล้วนมีระดับ มีอันจะกินกันทั้งนั้นเพราะมาตรฐานของที่นี่ได้คัดลูกค้าไว้เรียบร้อยหมดแล้ว
มาเฟียหนุ่มกวาดสายตามองสำรวจความเรียบร้อยไปรอบ ๆ บริเวณคาสิโนครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถเดินเข้าไปข้างใ น ถามไถ่ลูกน้องที่มีหน้าที่ดูแลคาสิโน “เป็นไงเรียบร้อยดีไหม”
"เรียบร้อยดีครับคุณเดย์"
"อืม" เขาเพียงพยักหน้ารับ ก่อนเดินขึ้นไปยังห้องทำงานที่อยู่ชั้นสอง
ครืด! ครืด!
โทรศัพท์เครื่องหรูแผดเสียงดังขึ้นขณะที่มาเฟียหนุ่มกำลังนั่งตรวจบัญชีรายรับ รายจ่าย ของคาสิโนอยู่เขาละสายตาจากหน้ากระดาษ ก่อนล้วงไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมาดูเมื่อเห็นว่าเป็นวายุเพื่อนชายคนสนิทจึงกดรับสาย
"ว่าไงไอ้วายุ"
(มึงไม่คิดจะโผล่หัวกลับไทยบ้างหรือไง)
"เสือก! ว่าแต่มึงมีอะไรถึงโทรมาได้" เสียงเข้มสวนกลับปลายสายทีเล่นทีจริง
(กูจะชวนมึงมาเที่ยวภูเก็ต อาทิตย์หน้ากูจัดงานเลี้ยงฉลองกูจะขอเมียแต่งงาน)
"เออ ๆ! ถ้าว่างจะไปแสดงความยินดีด้วย"
(เออ! มาให้ได้แล้วกันแค่นี้แหละจะไปนอนกอดเมียกับลูกต่อ)
"ติดเมียจังนะมึง"
(อิจฉากูเหรอ)
"เหอะ..ไม่ว่ะกูรักสนุกแต่ไม่ผูกพันเว้ย"
(กูจะรอดู)
"ไอ้สัส! พูดมากไปนอนกอดเมียเถอะมึง"
มาเฟียหนุ่มพ่นคำหยามใส่เพื่อนชายด้วยความหมั่นไส้ ก่อนวางสายจากนั้นก็หยิบบัญชีรายรับ รายจ่ายของคาสิโนมาดูต่อ
@คอนโดเสี่ยวหมี่
เสี่ยวหมี่เดินเข้ามาหย่อนก้นนั่งบนโซฟาภายในห้องด้วยความเหนื่อยล้า วันนี้ทั้งวันกว่าจะจบเรื่องรถและกลับมาถึงคอนโดก็เกือบค่ำแล้ว
"เฮ้อ!" เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พลางกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความรู้สึกหว่าเหว้ในใจ เมื่อก่อนเธอเคยอยู่กับเพื่อนสนิทอย่างหลินและน้ำตาลแต่ตอนนี้เพื่อน ๆ ของเธอต่างแยกย้ายไปมีครอบครัวกันหมดแล้ว มีเพียงเธอคนเดียวในกลุ่มที่ครองโสดมานาน และไม่มีทีท่าว่าจะสนใจใครเลยถึงแม้จะมีผู้ชายมากหน้าหลายตาเข้ามาขายขนมจีบเธอ
ครืด! ครืด!
โทรศัพท์แผดเสียงดังขึ้นขณะที่เธอกำลังนั่งพักผ่อนสายตาอยู่บนโซฟาเพื่อพักผ่อนสายตา เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายที่แผดเสียงดังอย่างต่อเนื่องมากดรับสาย
"ฮัลโหล ว่าไงคะคุณนายน้ำตาล" เสี่ยวหมี่เอ่ยทักเพื่อนสนิทอย่างน้ำตาลด้วยน้ำเสียงสดใส
(พี่วายุโทรมาชวนเราสองคนไปเที่ยวภูเก็ตอาทิตย์หน้า พี่วายุจะจัดงานเซอร์ไพรส์ขอหลินแต่งงาน)
"อ๋อ! ดูก่อนว่าลางานได้รึเปล่า"
(ขอให้ลาได้ทีเถอะ สาธุ!)
"ฮ่าฮ่า..ถึงกับต้องบ่นเลยเหรอ"
(ก็อยากให้ไปด้วยกันนิ)
"ในที่สุดหลินก็มีความสุข มีครอบครัวที่สมบรูณ์แบบอย่างที่หวังไว้สักทีเนาะ"
(อืมใช่...แล้วแกเมื่อไหร่จะมีแฟนกับเขาสักที)
"เงอะ! อยู่แบบโสดๆ แหละดีแล้วผู้ชายเดี๋ยวนี้หาคนดีๆ ยาก ถ้าไม่เจ้าชู้ก็ยุ่งกับสิ่งไม่ดี"
(แกอะอคติกับผู้ชายเกินไปรึเปล่า)
"ไม่ได้อคติสักหน่อย"
(จ้า ไม่อคตินิดเดียวล่ะสิไม่ว่า)
"พอเลยไม่ต้องมาย้อน เดี๋ยวยังไงจะโทรบอกอีกทีนะว่าได้ไปไหม"
(โอเค ๆ)
เมื่อวางสายจากเพื่อนสาว เสี่ยวหมี่ก็หอบร่างของตัวเองเข้าห้องน้ำอาบน้ำชำระร่างกายแล้วเข้านอนทันที เพราะวันนี้รู้สึกเหนื่อยแปลก ๆ ยังไงไม่รู้
เช้าวันต่อมา@บริษัทออกแบบเสี่ยวหมี่เดินนวยนาดเข้ามายังบริษัทออกแบบชื่อดังที่เธอทำงานอยู่ด้วยท่าทางอ่อนเพลีย เพราะเมื่อคืนเธอมัวแต่คิดเรื่องค่าเสียหายของรถหรูที่เพิ่งชนไป กว่าจะข่มตาให้หลับได้ก็เกือบเช้า"น้องเสี่ยวหมี่เป็นไงบ้างคะได้ข่าวว่าเมื่อวานเกิดอุบัติเหตุ" ทิพย์รุ่นพี่ในบริษัทเดินเข้ามาถามไถ่หญิงสาวทันทีที่เจอหน้า"คนน่ะไม่เป็นอะไรหรอกค่ะพี่ทิพย์ แต่รถคู่กรณีนี่สิ" เธอบอกกล่าวสาวรุ่นพี่ด้วยสีหน้าหนักใจ"เสียหายมากเหรอน้องเสี่ยวหมี่" "ไม่มากหรอกค่ะพี่ทิพย์ แค่ท้ายรถยุบนิดหน่อย" "แค่ท้ายยุบค่าซ่อมคงไม่กี่บาทหรอกมั้ง อย่าเครียด" ทิพย์ตบลงบนบ่าปลอบใจสาวรุ่นน้องด้วยความเห็นใจ"ไม่เครียดได้ไงล่ะคะพี่ทิพย์ รถที่หนูชนคือรถหรู Koenigsegg Ccxr Trevita ""OMG อะไหล่แต่ละชิ้นของรถแพงมากเลยนะนั้น" "ใช่ค่ะไม่ให้หนูเครียดได้ไงละคะพี่ทิพย์""เอาน่า...อย่าเครียด" "ค่ะพี่ทิพย์ งั้นหนูขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ เมื่อวานไม่ได้เข้าบริษัทงานคงเยอะน่าดู" เธอระบายยิ้มบาง ๆ ให้สาวรุ่นพี่ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง ครืด! ครืด! ระหว่างที่เสี่ยวหมี่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
@คาเฟ่"สวัสดีครับคุณเดย์ " พนักงานต้อนรับน้อมศีรษะเล็กน้อยเชิงทักทายมาเฟียหนุ่มซึ่งเป็นลูกค้าวีไอพีของร้าน มาเฟียหนุ่มเพียงปรายตามองพนักงานเล็กน้อย ก่อนจะก้าวขายาว ๆ เดินไปยังโต๊ะที่มีหญิงสาวนั่งรออยู่"กว่าจะเสด็จมาได้ " คนนั่งรออย่างเสี่ยวหมี่อดเอ่ยกระแทกแดกดันไม่ได้เมื่อเห็นร่างสูงของมาเฟียหนุ่มกำลังเดินเข้ามา และทันทีที่เขาหย่อนก้นนั่งเธอก็ยิงคำถามเพราะไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้ "ค่าเสียหายเท่าไรก็ว่ามา" " Freshly Brewed coffee แก้วนึง" มาเฟียหนุ่มได้ยินแต่ไม่สนใจหันไปสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานที่รอรับออเดอร์อยู่แทนทำให้อีกคนไม่พอใจมากขึ้นไปอีก นอกจากเขาจะมาสายแล้วยังมีหน้ามาเมินคำพูดเธอ"นี่คุณ! ฉันถามไม่ได้ยินรึไง" เธอแวดใส่คตรงหน้าอย่างเหลือออก จับใบหน้าหล่อเหลาด้วยสายตาที่สื่อออกมาชัดเจนว่าเธอไม่พอใจเป็นอย่างมากกับกิริยามารยาทของเขา"หึ" มาเฟียหนุ่มกลับไหวไหล่เค้นเสียงหัวเราะในลำคออย่างชอบใจที่ได้เห็นคนตรงหน้าหัวเสีย เขานั่งจ้องเธอนิ่ง ๆ นานนับนาทีก่อนเอ่ยขึ้นอย่างคนเหนือกว่า “พูดให้มันเพราะหน่อยสิคุณเสี่ยวหมี่”“แล้วทำไมฉันต้องพูดเพราะกับคนไม่มีมารยาทอย่างคุณด้วยมิทราบ” ใบห
ติ้ด! ติ้ด! เสียงนาฬิกาปลุกส่งเสียงดังขึ้นเมื่อถึงเวลาที่ตั้งไว้ปลุกให้ร่างบางที่นอนหลับอยู่บนเตียงรู้สึกตัวขึ้นมาในช่วงเช้าของอีกวัน เธอมือเล็กยกขึ้นขยี้ตาเบา ๆ ขณะที่เปลือกตาบางยังคงปิดอยู่ ก่อนจะค่อยปรือตาขึ้นช้า ๆ แล้วปรับสายตาให้คุ้นชินกับการเพิ่งตื่นนอน ท่ามกลางแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา "ปวดหัวจัง" เธอลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงพลางใช้มือนวดขมับเบา ๆ เพื่อคลายอาการมึน ๆ ลง เมื่อคืนกว่าเธอจะข่มตาให้หลับลงได้ก็ปาเข้าไปตีสองแล้วเพราะมัวคิดมากเรื่องเงินสิบล้าน ตื่นมาเช้านี้เลยทำให้รู้สึกปวดหัวนิดหน่อยเธอนั่งนวดขมับวนอยู่อย่างนั้นจนรู้สึกดีขึ้นก็พาตัวเองลงจากเตียงเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัวไปทำงานกริ่ง! กริ่ง!ขณะที่เสี่ยวหมี่กำลังนั่งแต่งหน้าอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้งกริ่งหน้าห้องก็แผดเสียงดังขึ้น คิ้วสวยขมวดชนกันด้วยความแปลกใจว่าเป็นใครกันที่มาแต่เช้า เธอวางบลัชออนในมือลงแล้วเดินไปเปิดประตูทันทีที่ประตูเปิดออกเธอก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าคนที่มาเยือน “คุณ”"ใช่ผมเอง...เจ้าหนี้ของคุณ!" มาเฟียหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากใส่คนที่ยืนหน้าเหวออยู่ ก่อนจะเลือนสา
วันนี้ทั้งวันเสี่ยวหมี่ไม่มีสมาธิในการทำงานเลยจนทำให้เธอโดนหัวหน้าดุเพราะมัวแต่คิดเรื่องของมาเฟียหนุ่มที่เพิ่งกวนประสาทเธอไปเมื่อตอนเช้า"ไอ้บ้าเอ๋ย" เสียงหวานสบถออกมาอย่างหัวเสีย เธออยากจะประเคนหมัดให้เขาสักทีสองทีให้สมกับที่ทำให้เธอหงุดหงิดใจเธอลอบถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ แล้วลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานเดินตรงไปขึ้นรถทันทีเมื่อถึงเวลาเลิกงาน@คอนโดเสี่ยวหมี่ร่างบางทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม ๆ ทันทีที่กลับถึงห้อง การใช้ชีวิตของเธอก็วนเวียนอยู่แค่ที่ทำงานกับคอนโด พอวันหยุดก็กลับบ้านไปหาครอบครัว ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเร้าใจจนบางทีก็รู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตเอามาก ๆ "เฮ้อ! โทรหายัยน้ำตาลดีกว่า" เธอลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะล้วงไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายออกมาต่อสายหาเพื่อนสาวอย่างน้ำตาล"ฮัลโหลมายเฟรน" เสียงสดใสกรอกลงไปตามสาย(ว่าไงจ๊ะ)"จะโทรมาบอกว่าฉันลางานได้นะยะ จะเดินทางไปภูเก็ตกันวันไหน"(วันศุกร์นี้)"ก็อีกสามวันอ่ะดิ"(อืมใช่)"คืนนี้ไปเที่ยวผับกันป่ะ"(แกก็รู้เราไม่ชอบเข้าผับ อีกอย่างพี่ไรลีย์คงไม่ให้ไป)"จ้าา...คนมีสามี" เธอค้อนแขวะอย่างนึกหมั่นไส้กับความรักสามีของเพื่อนสาว(แกก็รีบม
เช้าวันต่อมา"ปวดหัวชะมัดไม่น่าดื่มเยอะเลย" เสี่ยวหมี่งึมงำออกมาเสียงอ่อน ก่อนจะพาตัวเองลงจากเตียงหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ขับรถตรงไปที่ทำงานทันที"อร๊าย! นี่มันวันซวยอะไรของฉันอีกเนี่ย" เธอหวีดร้องออกมาอย่างหัวเสียเมื่ออยู่ ๆ รถที่เธอขับเกิดดับโดยไม่ทราบสาเหตุ พยายามสตาร์ทครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่ติดสงสัยลูกรักเธอคงทำฤทธิ์อีกแล้ว เธอก้มมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือครั้นเห็นว่าเหลืออีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงจึงตัดสินใจเดินไปโบกแท็กซี่ แล้วโทรเรียกให้ช่างมาเอารถไปซ่อมบรื้นน! "ว๊าย!" ระหว่างยืนรอรถเธอก็ต้องกรีดออกมาด้วยความตกใจถอยพลางดีดตัวหลบรถที่วิ่งมาเฉียดเธออัตโนมัติ ก่อนจะแวดเสียงก่นด่าด้วยความโมโห "ไอ้บ้าไม่มีตาหรือไง!" รถคันหรูที่จงใจจะแล่นเฉียดหญิงสาวถอยหลังกลับมาจอดตรงหน้าเธอ ก่อนที่ร่างสูงโปร่งของเจ้าของรถหรูจะก้าวลงมาจากรถ แล้วเดินไปประจันหน้ากับเธอ"อ้าว! ยัยเมดูซ่านี่เองนึกว่าใคร" มาเฟียหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจกับท่าทางของคนตรงหน้า ไม่ได้สำนึกกับการกระทำของตัวเองสักนิด"คุณจงใจขับรถแกล้งฉันใช่ไหมห๊ะ!" ยิ่งรู้ว่าเป็นมาเฟียหนุ่มเสี่ยวหมี่ก็ยิ่ง
@ห้างหลังจากเลิกงานเสี่ยวหมี่กับหมวยลี่ก็ขับรถตรงมายังห้างทันที"เร็ว ๆ แกเดี๋ยวไม่ทัน" หมวยลี่หันไปเร่งเพื่อนสาวที่เดินเอ่อระเหยตามหลังเธออยู่ทำให้เสี่ยวหมี่ต้องรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นกว่าเดิม"คนเยอะจังแก" หมวยลี่บ่นกับเพื่อนสาวเบา ๆ เมื่อเดินมาถึงโซนเครื่องสำอางแบรนด์ดังที่มีสาวน้อยสาวใหญ่เดินช้อปเครื่องสำอางกันอย่างล้นหลามก่อนทั้งสองจะแยกย้ายกันเดินช้อปเครื่องสำอางที่ตัวเองอยากได้ "โชคดีจังยังเหลืออีกแท่งนึง" เสี่ยวหมี่คลี่ยิ้มออกมาบาง ๆ เมื่อเจอลิปสติกยี่ห้อที่เธออยากได้เหลืออยู่อีกหนึ่งแท่ง รีบเอื้อมไปหยิบลิปติกจากชั้นวางพร้อมกับมือของใครอีกคนที่ทำท่าจะหยิบลิปติกแท่งนั้นเหมือนกัน แต่เธอก็หยิบมาได้เสียก่อน"แกแย่งลิปติกฉัน" เสียงแหลมจากเจ้าของมือบางเอ่ยขึ้นอย่างไร้มารยาททั้งที่เห็น ๆ กันอยู่ว่าเธอมาเจอก่อน"ฉันมาก่อน และฉันหยิบก่อน" เสี่ยวหมี่สวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้พร้อมกับหันไปประจันหน้ากับผู้หญิงที่ยืนว่าเธอป่าว ๆ"มันเป็นของฉัน แต่แกแย่งไป" หญิงสาวยังคงยืนกร้านเสียงแข็ง"ป้าป่วยป่ะ ก็เห็นๆ อยู่ว่าฉันมาก่อน" เสียงห้วนเปล่งออกไปอย่างไม่สบอารมณ์"มีอะไรกัน" เสียงเข้มเอ่ยแทรกทำใ
เช้าวันต่อมา ครืด! ครืด!โทรศัพท์เครื่องหรูแผดเสียงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องปลุกให้คนที่กำลังนอนหลับสบายอยู่บนเตียงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา"อื้อ! ใครโทรมากวนแต่เช้าเนี่ย" เสี่ยวหมี่ส่งเสียงครางในลำคออย่างไม่พอใจเมื่อโดนรบกวนเวลานอน มือเล็กเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์มากดรับสายทั้งที่ตายังปิดอยู่ ก่อนกรอกเสียงงัวเงียลงตามสาย "ฮัลโหล"(นี่อย่าบอกนะว่าแกยังนอนอยู่) ปลายสายถามอย่างรู้ทันทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงงัวเงียของเธอ"อือ"(ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวนี้เลย แกลืมรึไงวันนี้เราต้องบินไปไทยกัน) (เชี้ย! ลืมสนิทเลย) เสี่ยวหมี่รีบดีดตัวลุกขึ้นนั่งอัตโนมัติเมื่อได้ยินที่น้ำตาลบอก เธอลืมไปสนิทเลยว่าวันนี้ต้องเดินทางไปไทย(รีบ ๆ เลยนะแก เดี๋ยวไปไม่ทันเครื่องออก)"อือ ๆ แค่นี้แหละ"หลังจาวางสายเพื่อนสาวเธอก็วิ่งพรวดพราดลงจากเตียงรีบอาบน้ำแต่งตัวด้วยความเร็ว ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็จัดการกับตัวเองเสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็เดินลงมารอเพื่อนสาวที่หน้าคอนโด ยืนรอเพียงไม่นานรถคันหรูของเพื่อนสาวก็แล่นเข้ามาจอดหน้าคอนโด"สวัสดีค่ะพี่ไรลีย์ " เธอกล่าวทักทายสามีของเพื่อนสาวที่ทำหน้าที่ขับรถไปส่งทั้งสองคนที่สนามบินอย่าง
ผ่านไปนานหลายนาทีที่เสี่ยวหมี่กับมาเฟียหนุ่มต่างเยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร"โอ้ย! ออกไปสักทีสิว่ะ" จนเสี่ยวหมี่ทนไม่ไหวตะโกนใส่ใบหน้าหล่อเหลาอย่างหัวเสีย เสียงหอบหายใจดังระรัวบ่งบอกว่าเธอรู้สึกเหนื่อยเป็นอย่างมากกับการออกแรงดึงคนตัวโตให้ลุกขึ้นจากเตียงของเธอ แต่เหมือนจะเสียแรงเปล่าเพราะคนตัวโตไม่ขยับเขยื้อนเลยสัดนิด"เตียงเธอโคตรนุ่มเลยว่าไหม" มาเฟียหนุ่มเอ่ยด้วยใบหน้าระรื่นพลางผงกหน้ามองคนที่ยืนโกรธเขาเป็นฟืนเป็นไฟอยู่ปลายเตียง"ออกไป!" เมื่อความเหนื่อยเริ่มทุเลาลงเสี่ยวหมี่ก็เริ่มจับแขนแกร่ง แล้วออกแรงดึงให้เขาลุกออกจากเตียงอีกครั้งตุ๊บ! แต่ครั้งนี้เธอกลับพลาดท่าให้เขาเสียแล้ว เมื่อมือหนาจับแขนเธอเอาไว้แทน แล้วกระตุกจนเธอคะมำลงไปนอนทับตัวเขา แขนแกร่งโอบรัดเอวคอดไว้แน่นเพื่อไม่ให้เธอลุกหนีได้"ไอ้บ้า! ปล่อยฉันนะ" เสียงแหลมแหวสูงอย่างไม่พอใจ มือเล็กยันแผงอกแกร่งของคนใต้ร่างไว้เพื่อไม่ให้หน้าอกเกินมาตฐานของเธอแนบกับตัวเขา"นมทะลักออกมาแล้วนั้น" "กรี๊ดด! ไอ้โรคจิต" ดวงตากลมก้มมองหน้าอกตัวเองตามคำพูดมาเฟียหนุ่ม ก่อนจะร้องโวยวายออกมาเสียงดังเพราะมันเป็นจริงอย่างที่เ
@ประเทศไทย"พร้อมรึยังครับ" เสียงทุ้มดังขึ้นทำให้เสี่ยวหมี่ที่กำลังนั่งมองตัวเองหน้ากระจกบานใหญ่ระบายยิ้มออกมา ก่อนจะลุกเดินไปหาเจ้าของเสียงที่กำลังเดินเข้ามา "พร้อมแล้วค่ะ""ภูมิใจจังมีเมียสวย โดยเฉพาะวันนี้สวยเป็นพิเศษเลย" มาเฟียหนุ่มไล่สายตามองเมียสาวในชุดเดรสยาวสีขาวประดับประดาด้วยเพชรระยิบระยับอย่างชื่นชม มือหนาเอื้อมไปรั้งเอวคอดเข้ามาแนบชิด แล้วกดจูบบนหน้าผากมนเบา ๆ "พี่ก็หล่อเหมือนกันค่ะ" เสี่ยวหมี่สอดมือเข้าไปกอดเอวหนาหลวม ๆ แหงนหน้าขึ้นมองสามีผู้เป็นที่รักด้วยแววตาสื่อความหมายทั้งสองมองสบตากันนานนับนาที ก่อนมาเฟียหนุ่มจะคลายวงแขนออกจากเอวคอดเปลี่ยนเป็นจับมือเล็กแทน "ลงไปข้างล่างกันเถอะครับ แขกเริ่มทยอยมาแล้ว" ว่าจบเขาก็จูงเมียสาวเดินออกจากห้องพักลงไปยังริมชายหาดซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยง"ว้าว! สวยจังเลยค่ะ" เสี่ยวหมี่ถึงกับตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้นรอบบริเวณงานเลี้ยงถูกจัดด้วยดอกไม้นานาพันสวยงามมากเหมือนอยู่ในสวนดอกไม้ท่ามกลางบรรยากาศตะวันใกล้ลับขอบฟ้าโต๊ะสำหรับแขกวางเรียงรายตามแนวชายหาด และมีซุ้มที่ถูกจัดอย่างหรูหรามีตัวอักษรประดับเป็นคำว่า "เดย์ & เสี่ยวหมี่"งานเลี้ยง
หลายวันต่อมา..ครืด! ครืด!โทรศัพท์เครื่องหรูแผดเสียงดังอย่างต่อเนื่องปลุกให้ร่างบางที่นอนหลับอยู่บนเตียงค่อย ๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เธอยกมือขยี้เปลือกตาเบา ๆ ไล่อาการงัวเงีย ก่อนเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์บนหัวเตียงมากดรับสายแล้วกรอกน้ำเสียงงัวเงียถามปลายสายทันที "ว่าไงคะพี่เดย์โทรมาปลุกหมี่แต่เช้าเชียว"(พี่มีธุระสำคัญวันนี้ไม่ได้เข้าบริษัทที่รักช่วยดูเอกสารแทนพี่หน่อยนะครับ)"ธุระอะไรคะ"(วันนี้คุณสาธิตลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทจะบินมาคุยงานกับพี่ที่จีน พี่เลยต้องไปรับและคอยดูแลเขาครับ)"ได้ค่ะอย่าให้รู้นะว่าออกนอกลู่นอกทาง"(เมียดุขนาดนี้ใครจะกล้าละครับ)"ให้มันจริงเถอะ"(ค่าบบ พี่รักหมี่นะ)"หมี่ก็รักพี่ค่ะ บ๊ายบาย" นิ้วเรียวกดวางสายทันทีเมื่อบอกลาปลายสายจบ ก่อนหยัดกายลุกขึ้นนั่งบิดขี้เกียจไปมาแล้วจึงก้าวลงจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัวเดินทางไปทำงานเหมือนทุกวันที่ผ่านมา@บริษัทนำเข้ารถหรูคาร์ลอฟท์"ทำไมวันนี้ทุกคนมองฉันแปลก ๆ" เสี่ยวหมี่พึมพำด้วยความสงสัยพลางมองสำรวจตัวเองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าเมื่อพนักงานในบริษัทต่างพากันอมยิ้มเมื่อเธอเดินผ่าน แต่ก็ไม่พบอะไรที่แปลกไปเพราะเธอก็แต่งตัวด้วยชุดเดรสเร
"ปล่อยนะฉันจะไปทำงานต่อ" เสี่ยวหมี่ร้องท้วงด้วยความเคอะเขินเมื่อเห็นสายตาทอประกายหยาดเยิ้มที่แฟนหนุ่มใช้มองเธอพลางยกขึ้นดันอกแกร่งให้ออกห่าง"คุณเป็นถึงเมียเจ้าของบริษัทไม่ต้องทำก็ได้ แค่นั่งชี้นิ้วสั่งยังได้เลย""งั้นหมี่ขอสั่งให้คุณปล่อยหมี่เดี่ยวนี้" สิ้นเสียงแฟนหนุ่มเสี่ยวหมี่ก็ชี้นิ้วสั่งเขาทันที "ผมหมายถึงพนักงานในบริษทไม่ใช่ผม" มาเฟียหนุ่มถึงกับระบายยิ้มออกมากับความฉลาดของแฟนสาว แต่เขาหาได้ปล่อยตามคำสั่งไหมกลับอุ้มเธอเดินไปวางลงบนโต๊ะทำงานพร้อมใช้มือยันขอบโต๊ะกักเธอไว้ในวงแขน"คุณจะทำอะไรปล่อยเลยนะ" ร่างบางร้องท้วงด้วยน้ำเสียงงอน ๆ พร้อมยกมือขึ้นดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่แรงเพียงน้อยนิดของเธอไม่ทำให้ร่างสูงขยับเขยื้อนเลยสักนิด"บอกว่าอย่าไงเดี๋ยวคนอื่นเข้ามาเห็น" เธอร้องห้ามเสียงหลงในตอนที่ร่างสูงแทรกตัวยืนกลางหว่างขาทำให้กระโปรงที่สั้นเหนือเข่าร่อนขึ้นมาจนเห็นแพนตี้สีแดงสด ก่อนใบหน้าคมคายจะโน้มลงซุกไซ้ขบเม้มสูดดมกลิ่นหอมจากลำคอขาว มือหนาค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามเรียวขาขาวเนียนทำเอาร่างบางถึงกับขนลุกชูชันรู้สึกม่วนท้องน้อยไปหมดเธอกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงลำคออึกใหญ่พร้อมถอนหายใจหนัก ๆ ก่
@บริษัทนำเข้ารถหรูคาร์ลอฟท์"มอนิ่งครับที่รัก" เสียงของมาเฟียหนุ่มเอ่ยทักแฟนสาวหลังจากเปิดประตูเข้าห้องทำงานมาแล้วเห็นแฟนสาวนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเอง "ก็บอกว่าอย่าเรียกแบบนี้ไงมันเลี่ยน หมี่ไม่ชอบ" คนถูกเรียกตวัดสายตามองค้อนแฟนหนุ่มอย่างไม่ชอบใจเพราะเธอพยายามบอกเขาครั้งเล่าครั้งเล่าว่าให้เรียกเหมือนเมื่อก่อน ถึงแม้ทั้งสองจะคบกันอย่างจริงจังมาเป็นเวลาเดือนกว่า ๆ แล้วก็ตาม แต่เธอก็ยังไม่ชินกับสรรพนามสุดเลี่ยนที่แฟนหนุ่มสรรหามาเรียกเธอไม่ซ้ำแต่ละวัน มาเฟียหนุ่มหาได้เก็บคำพูดของแฟนสาวมาใส่ใจไม่ การได้เย้าแหย่ให้เธองอนเป็นอะไรที่ทำให้เขามีความสุขจริง ๆ เขาระบายยิ้มบาง ๆ พร้อมเดินอ้อมไปสวมกอดแฟนสาวจากด้านหลัง แล้วโน้มลงกระซิบชิดกกหูเล็ก "งั้นเรียกเมียแทน"สิ้นสุดคำพูดเขาก็ฝังจมูกบนแก้มนิ่มของแฟนสาวฟอดใหญ่"ไปทำงานของตัวเองได้แล้ว เดี๋ยวคนอื่นเข้ามาเห็น" เจ้าของแก้มนิ่มเอ็ดแฟนหนุ่มเบา ๆ พร้อมยกมือขึ้นดันหน้าเขาออกห่าง "ขอกอดเมียแบบนี้สักแป๊บได้ไหม เติมพลังก่อนทำงาน" มาเฟียหนุ่มยังตีหน้ามึนเหมือนเดิมหาได้สนใจเสียงพูดแฟนสาวไม่ เกยคางลงบนไหล่มนพร้อมทำตาปริบ ๆ เว้าวอนคนในอ้อมกอดสุดฤทธิ์
"ออกไปคุยกันสะนานเลยมีอะไรกันหรือเปล่าลูก" ทันทีที่ทั้งสองคนเดินเข้ามานั่งลงบนโต๊ะอาหารเสี่ยวหลานก็เปล่งเสียงถามบุตรสาวด้วยความสงสัยมาเฟียหนุ่มกับหญิงสาวมองสบตากันนานนับนาที ก่อนมาเฟียหนุ่มจะเป็นคนเอ่ยขึ้น "ผมมีเรื่องจะบอกคุณป้า กับคุณลุงครับ"สิ้นเสียงมาเฟียหนุ่มประมุขของบ้านกับเสี่ยวหลานก็หันมองหน้ากันระคนสงสัย ก่อนประมุขของบ้านจะหันมองหน้าถามเขา "เรื่องอะไรล่ะ"คนถูกถามสูดลมหายใจเข้าปอดเรียกความกล้าให้ตัวเองพรืดใหญ่ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังแววตาทอประกาย "ผมรักลูกสาวคุณลุง คุณป้าครับ หากผมจะขอคบกับเสี่ยวหมี่คุณลุง คุณป้าคงไม่ว่าอะไรนะครับ""ในสุดก็พูดออกมาสักทีนะคุณเดย์" ประมุขของบ้านเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไม่ต่างจากเสี่ยวหลานผู้เป็นภรรยาเลย ทั้งสองพอจะเดาออกนานแล้วว่าเด็กหนุ่มมีใจให้บุตรสาวตัวเอง ทว่ากลับไม่ยอมพูดออกมาสักที"คุณลุง คุณป้ารู้เหรอครับ" ดวงตาคมกริบมองหน้าพ่อแม่ของหญิงสาวอย่างงง ๆ"ป้ากับลุงอาบน้ำร้อนมาก่อนเรานะทำไมจะมองไม่ออก" เสี่ยวหลานเอ่ยด้วยใบเปื้อนยิ้ม ก่อนประมุขของบ้านจะเอ่ยต่อ "ลุงพอจะเดาออกตั้งแต่คุณมาเยี่ยมที่โรงพยาบาลแล้ว เสี่ยวหมี่ไม่เคยมีผู้ชายเข้ามาวนเว
เสี่ยวหมี่ลากมาเฟียหนุ่มมาหยุดใต้ต้นไม้ใหญ่ ก่อนปล่อยมือจากเขาแล้วหันไปมองหน้าเปล่งเสียงถามอย่างไม่เข้าใจ "คุณคิดจะทำอะไรถึงมาตีสนิทกับป๊าม๊าฉัน""ผมไม่ได้จะทำอะไรทั้งนั้นก็แค่ทำความคุ้นชินกับพ่อตาแม่ยาย เพราะในอนาคตผมก็จะมาเป็นลูกเขยท่านแล้ว" มาเฟียหนุ่มไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจมากนักพร้อมกับจ้องหน้าตอบหญิงสาวไปตามความจริงเขาไม่ได้มีแผนอะไรทั้งนั้นที่ทำไปเพราะอยากทำความรู้จัก ทำความสนิทสนมกับครอบครัวผู้หญิงที่เขารักและเลือกจะมาเป็นคู่ชีวิตก็แค่นั้น และเป็นการแสดงความจริงใจหากผู้ใหญ่เห็นชอบด้วยยังไงก็ดีกว่าอยู่แล้ว"ฮืม" คนฟังถึงกับหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อได้ยินคำพูดทึกทักเอาเองของเขา ทว่าในใจกลับเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ดวงตากลมเสสายมองไปทางอื่นพยายามตีสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเพราะไม่อยากให้เขารู้ว่าตอนนี้เธอกำลังเสียอาการ ก่อนจะตวัดสายตามองเขาอีกครั้งพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงห้วน "ฉันบอกแล้วหรือไงว่าจะแต่งงานกับคุณ" มาเฟียหนุ่มหาได้สนใจไม่ว่าหญิงสาวจะพูดอะไรยังคงยิ้มระรื่นพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอ แล้วตีเนียนถามไปเพื่อจะได้ผล "แล้วตกลงแต่งไหม" "ไม่ต้องมาตีเนียนเลยนะฉันไม่หลงกลคุณหรอก"
วันต่อมา..ครืด! ครืด!เสียงโทรศัพท์ปลุกร่างบางที่กำลังนอนหลับอย่างสบายให้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา มือเล็กเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์บนหัวเตียงมาดูเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์มาเฟียหนุ่ม เธอจึงกดปิดเสียงแล้ววางไว้ที่เดิม ก่อนหลับตาลงอีกครั้ง แต่เธอก็ต้องเบิกตาโพลงในนาทีต่อมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองต้องไปทำงาน และต้องเจอหน้าเขา“โอ๊ย!”“บ้าจริง” เธอโอดครวญออกมาเบา ๆ พร้อมยกมือขึ้นยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิงด้วยความหัวเสีย ก่อนลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานอย่างเลี่ยงไม่ได้ถึงแม้ในใจจะไม่อยากไปก็ตาม@บริษัทนำเข้ารถหรูคาร์ลอฟท์เสี่ยวหมี่ยืนถอนหายใจอยู่หน้าห้องทำงานมาเฟียหนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่าจนเวลาผ่านไปเกือบห้านาทีเธอจึงค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไปคิ้วสวยขมวดเป็นปมเชิงสงสัยเมื่อไม่เห็นเจ้าของห้องปกติเวลานี้เขาจะเข้าบริษัทแล้ว การที่เขาไม่อยู่ความจริงน่าจะเป็นเรื่องดี ทว่าเธอกลับไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด ดวงตากลมจับจ้องโต๊ะทำงานของเขานิ่ง ๆ ขณะครุ่นคิดหาสาเหตุที่เขายังไม่มาทำงานไปด้วย"เฮ้อ พอ ๆ เลิกคิด ๆ" เธอยืนนิ่งค้างอยู่แบบนั้นนานนับนาทที ก่อนรีบสะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่านออก แล้วเดินไปหย่อนสะโพกนั่งที่โต๊ะลงมือทำ
"เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ" เสี่ยวหมี่มองตามหลังคนที่เดินฮัมเพลงเข้าห้องน้ำไปด้วยความงุนงงพร้อมกับยกมือขึ้นเกาศีรษะเขาแปลกไปมากจริง ๆ ไม่คิดว่าเขาก็มีมุมแบบนี้เหมือนกัน ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย ทว่าเธอกลับไม่ชอบเขาในมุมแบบนี้เอาเสียเลยมันดูหวานเลี่ยนจนน่าขนลุกขนพอง "หึ่ยย" เพียงแค่คิดก็ขนลุกซู่แล้ว เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมกับสะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากสมอง ก่อนลุกลงจากเตียงเดินไปหย่อนสะโพกนั่งรอเขาบนโซฟาในห้องนั่งเล่นแกร็ก!ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกก่อนร่างสูงจะเดินออกมา เสี่ยวหมี่ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์เงยขึ้นมองร่างสูง และพลันนึกขึ้นได้ว่าทำไมเธอต้องรอเขาทั้งที่สามารถกลับเองได้ "บ้าหรือไงเสี่ยวหมี่ แกจะนั่งรอตามคำสั่งเขาทำไมเนี่ย" เธอบ่นอุบอิบนึกหงุดหงิดตัวเอง ก่อนหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงห้วนตามสไตล์ตัวเอง "คุณไม่ต้องไปส่ง ฉันกลับเองได้""อะไรของคุณนั่งรอมาได้ตั้งนานพอผมจะไปส่งคุณกลับปฏิเสธ" มาเฟียหนุ่มเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เขาเดาว่าเธอคงรู้สึกเสียฟอร์มที่นั่งรอตามคำพูดของเขาอย่างว่าง่ายทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอแข็งข้อกับเขามา
@คอนโดเดย์รถหรูที่มีสองหนุ่มสาวนั่งอยู่ด้านในเคลื่อนมาจอดลงยังลานจอดรถของคอนโดหรู ก่อนมาเฟียหนุ่มจะเปิดประตูลงจากรถเดินอ้อมไปเปิดประตูฝั่งที่หญิงสาวนั่งอยู่ แล้วออกคำสั่งเสียงแข็ง “ลงมา” “...” เสี่ยวหมี่หาได้ทำตามคำสั่งของมาเฟียหนุ่มไม่เธอยังคงนั่งนิ่งยกมือกอดอก ใบหน้าเชิดขึ้นอย่างท้าทายแค่เขาลากเธอมาถึงที่นี่เธอก็รู้สึกโกรธมากแล้วเธอจะไม่ยอมขึ้นไปบนห้องเขาเด็ดขาดเพราะมีแต่เสียกับเสีย คนตัวสูงถึงกับถอนหายใจหนัก ๆ ออกมาระคนเหนื่อยหน่าย ตั้งแต่ที่คลับจนถึงคอนโดคนตัวเล็กก็แผลงฤทธิ์ใส่เขามาตลอดไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไหนจะเรื่องผู้ชายคนนั้นอีก ถ้าไม่ติดว่าตัวเองมีความผิดอยู่เขาอยากจะจับเธอฟาดให้รู้แล้ววรู้รอดไป“ลงมา” มือหนาเอื้อมไปปลดสายเบลส์ออกจากร่างบางแล้วดึงให้เธอลงมาจากรถ ทว่าหญิงสาวกลับขืนตัวไว้ ก่อนจะดึงมือออกจากการเกาะกุมมากอดอกเหมือนเดิม ดวงตากลมจับจ้องคนตัวโตอย่างเอาเรื่อง“ฤทธิ์เยอะจริงแม่คูณณ” มาเฟียหนุ่มถึงกับยกมือกุมขมับกับความดื้อรั้นของหญิงสาว ลมหายใจหนัก ๆถูกพ่นออกจากจมูกโด่งครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อสงบสติอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นของตัวเอง ก่อนจะโน้มลงไปช้อนร่างบางขึ้นอุ้มใ