ติ้ด! ติ้ด!
เสียงนาฬิกาปลุกส่งเสียงดังขึ้นเมื่อถึงเวลาที่ตั้งไว้ปลุกให้ร่างบางที่นอนหลับอยู่บนเตียงรู้สึกตัวขึ้นมาในช่วงเช้าของอีกวัน เธอมือเล็กยกขึ้นขยี้ตาเบา ๆ ขณะที่เปลือกตาบางยังคงปิดอยู่ ก่อนจะค่อยปรือตาขึ้นช้า ๆ แล้วปรับสายตาให้คุ้นชินกับการเพิ่งตื่นนอน ท่ามกลางแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา
"ปวดหัวจัง" เธอลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงพลางใช้มือนวดขมับเบา ๆ เพื่อคลายอาการมึน ๆ ลง เมื่อคืนกว่าเธอจะข่มตาให้หลับลงได้ก็ปาเข้าไปตีสองแล้วเพราะมัวคิดมากเรื่องเงินสิบล้าน ตื่นมาเช้านี้เลยทำให้รู้สึกปวดหัวนิดหน่อย
เธอนั่งนวดขมับวนอยู่อย่างนั้นจนรู้สึกดีขึ้นก็พาตัวเองลงจากเตียงเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน
กริ่ง! กริ่ง!
ขณะที่เสี่ยวหมี่กำลังนั่งแต่งหน้าอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้งกริ่งหน้าห้องก็แผดเสียงดังขึ้น คิ้วสวยขมวดชนกันด้วยความแปลกใจว่าเป็นใครกันที่มาแต่เช้า เธอวางบลัชออนในมือลงแล้วเดินไปเปิดประตู
ทันทีที่ประตูเปิดออกเธอก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าคนที่มาเยือน “คุณ”
"ใช่ผมเอง...เจ้าหนี้ของคุณ!" มาเฟียหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากใส่คนที่ยืนหน้าเหวออยู่ ก่อนจะเลือนสายตาสำรวจเรือนร่างบางที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำอย่างถือวิสาสะ
“กรี๊ด! ไอ้โรคจิต” คนถูกจ้องก้มมองตามสายตาคนตรงหน้าด้วยความสงสัย ก่อนเธอจะกรีดออกมาด้วยความไม่พอใจพลางใช้มือรวบชุดคลุมที่ผ่ากลางขึ้นมาจนแทบเห็นของสงวนไว้แน่น ให้ตายเถอะน่าขายหน้าชะมัดไม่รู้ว่าเขาเห็นอะไรไปบ้างหรือยัง
แต่พอคิดอีกทีเขาต่างหากที่ไม่มีมารยาทมารบกวนเธอตั้งแต่เช้า หนำซ้ำยังใช้สายตาแทะโลมเธอเหมือนคนโรคจิตอีก
“คุณมาทำไม แล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่” เธอจ้องหน้าเขานิ่ง ๆ นานนับนาที ก่อนเริ่มถามสิ่งที่สงสัยแทนเพราะไม่อยากอยู่ใกล้คนทุเรศอย่างเขานาน อีกคนไม่ตอบแต่กลับแทรกตัวเขาไปในห้องของเธออย่างถือวิสาสะ
"คุณออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้นะ นิสัยไม่ดีเข้าห้องคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต" เสี่ยวหมี่รีบวิ่งไปขว้างหน้าไว้ไม่ให้เขาเดินเข้าไป
มาเฟียหนุ่มไม่คิดจะหยุดยังเดินต่อไม่สนใจว่าจะชนคนที่ยืนขว้างหน้าหรือ ไม่จนเธอต้องเป็นฝ่ายหลบเอง จากนั้นก็เดินไปนั่งบนโซฟาหน้าตาเฉย
"พูดไม่รู้เรื่องรึไง บอกให้ออกไปจากห้องฉัน!" เสี่ยวหมี่เองก็ยังไม่ลดละจะไล่เขาออกไปให้ได้ เดินไปดึงมือคนที่นั่งหน้าระรื่นสุดแรงหวังลากเขาออกไปให้พ้นห้อง แต่แรงอันน้อยนิดของเธอไม่ได้ทำให้อีกคนขยับเขยื้อนเลยสักนิด
" คุณมีธุระอะไรถึงมาหาฉันถึงที่นี่" เมื่อไม่สามารถทำให้มาเฟียหนุ่มออกจากห้องได้เธอจึงนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม ยอมคุยกับเขาดี ๆ เสร็จธุระแล้วเขาคงกลับไปเอง
"ไม่มีอะไร ก็แค่มาหาลูกหนี้" เสียงทุ่มต่ำเอ่ยบอกคนตรงหน้าด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
"ก็คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าให้เวลา 3วัน"
"ก็ใช่"
"ถ้าจะมากวนประสาทฉันก็เชิญกลับไป ฉันไม่มีเวลาว่างมาเล่นลิ้นกับคุณหรอกนะ"
"ผมยังไม่ได้ให้คุณเล่นลิ้นเลยนะ หรือคุณอยากเล่นผมให้เล่นก็ได้ แต่ต้องเล่นด้วยปากคุณ" มาเฟียหนุ่มเอ่ยอย่างไม่อายใบหน้าเคลือบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาทอประกายสื่อออกมาอย่างชัดเจนกับสิ่งที่พูดทำเอาเสี่ยวหมี่ถึงกับปรีดแตกก่นด่าออกไปด้วยความโมโหสุดขีด
"อะ...ไอ้ ๆ ไอ้ทุเรศ ไอ้บ้า ไอ้ลามก!"
"หึหึ" คนถูกด่าไม่ได้รู้สึกรู้สาสักนิดยังมีหน้าหัวเราะออกมาอีก เขาชอบเหลือเกินเวลาได้เห็นหญิงสาวหัวเสีย นั่นยิ่งเหมือนเป็นเชื้อเพลิงกระตุ้นอารมณ์อีกคนได้เป็นอย่างดี
"หัวเราะทำไมฉันด่าคุณอยู่นะ!" เสียงแหลมแหวใส่มาเฟียหนุ่มดังลั่น ดวงตากลมจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่คนถูกจ้องกลับไม่กลัวสักนิด และไม่คิดจะตอบคำถามเธอด้วย
"ฉันพูดกับคุณอยู่นะ หูหนวกหรือไง" เสียงแหลมแหวใส่มาเฟียหนุ่มดังกว่าเดิมบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าต้องนี้อารมณ์ของเธออยู่เลเวลไหน เขาต้องการจะยั่วประสาทเธอ ๆ และมันก็ได้ผลเพราะตอนนี้เธอโกรธคนที่นั่งตรงหน้าเป็นฟืนเป็นไฟ
"…”
"ได้ จะเอาแบบนี้ใช่ไหม" เมื่ออีกคนไม่ยอมตอบเธอจึงลุกเดินหายเข้าไปในครัว ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมกับกะละมังที่มีน้ำใส่อยู่ด้าน
"เฮ้ย ๆ! คุณจะทำอะไร" มาเฟียหนุ่มรีบลุกขึ้นยืนอัตโนมัติเมื่อพอจะเดาได้ว่าหญิงสาวคิดจะทำอะไร ก่อนจะถอยหลังหนี แต่เหมือนจะไม่ทันเสียแล้ว
"สาดน้ำไล่หมาไง" เสี่ยวหมี่ยกยิ้มร้ายออกมาอย่างสะใจ ว่าจบก็สาดน้ำเข้าใส่ร่างสูงเต็ม ๆ จนอีกคนตัวเปียกถึงแม้จะพยายามหลบแล้วก็ตาม
“แม่งเอ้ย!” มาเฟียหนุ่มสบถออกมาอย่างหัวเสียพลางใช้มือปัดน้ำที่เกาะตามตัว และเสื้อผ้าออก ก่อนจะเงยมองหน้าเจ้าของการกระทำด้วยแววตาวาวโรจน์พร้อมกับก้าวเข้าหาเธอหมายจะเอาเรื่อง
“อยากโดนอีกก็เข้ามาแต่ครั้งนี้ไม่ใช่น้ำนะ แต่เป็นกะละมัง” เสี่ยวหมีพูดขู่ไปพลางยกกะละมังใบโตทำท่าปาใส่ร่างสูงที่เดินตรงเข้ามาทำให้อีกคนชะงัก
"ระวังไว้เถอะเพราะหมาบางตัวมันกัดไม่ปล่อย แถมกัดเจ็บด้วยนะ" มาเฟียหนุ่มหนุ่มพูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะเดินออกจากห้องไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉี่ยว วันนี้เขาพลาดท่าเธอแต่มีโอกาสเมื่อไรเขาเอาคืนแน่ ๆ ผู้หญิงอะไรแสบชะมัด
"เฮ้อ" เสี่ยวหมี่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อมาเฟียหนุ่มห้องจากไปแล้ว เธอรีบลงกอนอย่างแน่นหนา ก่อนจะรีบแต่งตัวต่อเพราะเธอเสียเวลากับเขาไปมากแล้วกลัวว่าจะเข้างานสายทำให้ถูกหักเงินเดือนอีก
วันนี้ทั้งวันเสี่ยวหมี่ไม่มีสมาธิในการทำงานเลยจนทำให้เธอโดนหัวหน้าดุเพราะมัวแต่คิดเรื่องของมาเฟียหนุ่มที่เพิ่งกวนประสาทเธอไปเมื่อตอนเช้า"ไอ้บ้าเอ๋ย" เสียงหวานสบถออกมาอย่างหัวเสีย เธออยากจะประเคนหมัดให้เขาสักทีสองทีให้สมกับที่ทำให้เธอหงุดหงิดใจเธอลอบถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ แล้วลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานเดินตรงไปขึ้นรถทันทีเมื่อถึงเวลาเลิกงาน@คอนโดเสี่ยวหมี่ร่างบางทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม ๆ ทันทีที่กลับถึงห้อง การใช้ชีวิตของเธอก็วนเวียนอยู่แค่ที่ทำงานกับคอนโด พอวันหยุดก็กลับบ้านไปหาครอบครัว ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเร้าใจจนบางทีก็รู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตเอามาก ๆ "เฮ้อ! โทรหายัยน้ำตาลดีกว่า" เธอลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะล้วงไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายออกมาต่อสายหาเพื่อนสาวอย่างน้ำตาล"ฮัลโหลมายเฟรน" เสียงสดใสกรอกลงไปตามสาย(ว่าไงจ๊ะ)"จะโทรมาบอกว่าฉันลางานได้นะยะ จะเดินทางไปภูเก็ตกันวันไหน"(วันศุกร์นี้)"ก็อีกสามวันอ่ะดิ"(อืมใช่)"คืนนี้ไปเที่ยวผับกันป่ะ"(แกก็รู้เราไม่ชอบเข้าผับ อีกอย่างพี่ไรลีย์คงไม่ให้ไป)"จ้าา...คนมีสามี" เธอค้อนแขวะอย่างนึกหมั่นไส้กับความรักสามีของเพื่อนสาว(แกก็รีบม
เช้าวันต่อมา"ปวดหัวชะมัดไม่น่าดื่มเยอะเลย" เสี่ยวหมี่งึมงำออกมาเสียงอ่อน ก่อนจะพาตัวเองลงจากเตียงหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ขับรถตรงไปที่ทำงานทันที"อร๊าย! นี่มันวันซวยอะไรของฉันอีกเนี่ย" เธอหวีดร้องออกมาอย่างหัวเสียเมื่ออยู่ ๆ รถที่เธอขับเกิดดับโดยไม่ทราบสาเหตุ พยายามสตาร์ทครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่ติดสงสัยลูกรักเธอคงทำฤทธิ์อีกแล้ว เธอก้มมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือครั้นเห็นว่าเหลืออีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงจึงตัดสินใจเดินไปโบกแท็กซี่ แล้วโทรเรียกให้ช่างมาเอารถไปซ่อมบรื้นน! "ว๊าย!" ระหว่างยืนรอรถเธอก็ต้องกรีดออกมาด้วยความตกใจถอยพลางดีดตัวหลบรถที่วิ่งมาเฉียดเธออัตโนมัติ ก่อนจะแวดเสียงก่นด่าด้วยความโมโห "ไอ้บ้าไม่มีตาหรือไง!" รถคันหรูที่จงใจจะแล่นเฉียดหญิงสาวถอยหลังกลับมาจอดตรงหน้าเธอ ก่อนที่ร่างสูงโปร่งของเจ้าของรถหรูจะก้าวลงมาจากรถ แล้วเดินไปประจันหน้ากับเธอ"อ้าว! ยัยเมดูซ่านี่เองนึกว่าใคร" มาเฟียหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจกับท่าทางของคนตรงหน้า ไม่ได้สำนึกกับการกระทำของตัวเองสักนิด"คุณจงใจขับรถแกล้งฉันใช่ไหมห๊ะ!" ยิ่งรู้ว่าเป็นมาเฟียหนุ่มเสี่ยวหมี่ก็ยิ่ง
@ห้างหลังจากเลิกงานเสี่ยวหมี่กับหมวยลี่ก็ขับรถตรงมายังห้างทันที"เร็ว ๆ แกเดี๋ยวไม่ทัน" หมวยลี่หันไปเร่งเพื่อนสาวที่เดินเอ่อระเหยตามหลังเธออยู่ทำให้เสี่ยวหมี่ต้องรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นกว่าเดิม"คนเยอะจังแก" หมวยลี่บ่นกับเพื่อนสาวเบา ๆ เมื่อเดินมาถึงโซนเครื่องสำอางแบรนด์ดังที่มีสาวน้อยสาวใหญ่เดินช้อปเครื่องสำอางกันอย่างล้นหลามก่อนทั้งสองจะแยกย้ายกันเดินช้อปเครื่องสำอางที่ตัวเองอยากได้ "โชคดีจังยังเหลืออีกแท่งนึง" เสี่ยวหมี่คลี่ยิ้มออกมาบาง ๆ เมื่อเจอลิปสติกยี่ห้อที่เธออยากได้เหลืออยู่อีกหนึ่งแท่ง รีบเอื้อมไปหยิบลิปติกจากชั้นวางพร้อมกับมือของใครอีกคนที่ทำท่าจะหยิบลิปติกแท่งนั้นเหมือนกัน แต่เธอก็หยิบมาได้เสียก่อน"แกแย่งลิปติกฉัน" เสียงแหลมจากเจ้าของมือบางเอ่ยขึ้นอย่างไร้มารยาททั้งที่เห็น ๆ กันอยู่ว่าเธอมาเจอก่อน"ฉันมาก่อน และฉันหยิบก่อน" เสี่ยวหมี่สวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้พร้อมกับหันไปประจันหน้ากับผู้หญิงที่ยืนว่าเธอป่าว ๆ"มันเป็นของฉัน แต่แกแย่งไป" หญิงสาวยังคงยืนกร้านเสียงแข็ง"ป้าป่วยป่ะ ก็เห็นๆ อยู่ว่าฉันมาก่อน" เสียงห้วนเปล่งออกไปอย่างไม่สบอารมณ์"มีอะไรกัน" เสียงเข้มเอ่ยแทรกทำใ
เช้าวันต่อมา ครืด! ครืด!โทรศัพท์เครื่องหรูแผดเสียงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องปลุกให้คนที่กำลังนอนหลับสบายอยู่บนเตียงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา"อื้อ! ใครโทรมากวนแต่เช้าเนี่ย" เสี่ยวหมี่ส่งเสียงครางในลำคออย่างไม่พอใจเมื่อโดนรบกวนเวลานอน มือเล็กเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์มากดรับสายทั้งที่ตายังปิดอยู่ ก่อนกรอกเสียงงัวเงียลงตามสาย "ฮัลโหล"(นี่อย่าบอกนะว่าแกยังนอนอยู่) ปลายสายถามอย่างรู้ทันทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงงัวเงียของเธอ"อือ"(ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวนี้เลย แกลืมรึไงวันนี้เราต้องบินไปไทยกัน) (เชี้ย! ลืมสนิทเลย) เสี่ยวหมี่รีบดีดตัวลุกขึ้นนั่งอัตโนมัติเมื่อได้ยินที่น้ำตาลบอก เธอลืมไปสนิทเลยว่าวันนี้ต้องเดินทางไปไทย(รีบ ๆ เลยนะแก เดี๋ยวไปไม่ทันเครื่องออก)"อือ ๆ แค่นี้แหละ"หลังจาวางสายเพื่อนสาวเธอก็วิ่งพรวดพราดลงจากเตียงรีบอาบน้ำแต่งตัวด้วยความเร็ว ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็จัดการกับตัวเองเสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็เดินลงมารอเพื่อนสาวที่หน้าคอนโด ยืนรอเพียงไม่นานรถคันหรูของเพื่อนสาวก็แล่นเข้ามาจอดหน้าคอนโด"สวัสดีค่ะพี่ไรลีย์ " เธอกล่าวทักทายสามีของเพื่อนสาวที่ทำหน้าที่ขับรถไปส่งทั้งสองคนที่สนามบินอย่าง
ผ่านไปนานหลายนาทีที่เสี่ยวหมี่กับมาเฟียหนุ่มต่างเยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร"โอ้ย! ออกไปสักทีสิว่ะ" จนเสี่ยวหมี่ทนไม่ไหวตะโกนใส่ใบหน้าหล่อเหลาอย่างหัวเสีย เสียงหอบหายใจดังระรัวบ่งบอกว่าเธอรู้สึกเหนื่อยเป็นอย่างมากกับการออกแรงดึงคนตัวโตให้ลุกขึ้นจากเตียงของเธอ แต่เหมือนจะเสียแรงเปล่าเพราะคนตัวโตไม่ขยับเขยื้อนเลยสัดนิด"เตียงเธอโคตรนุ่มเลยว่าไหม" มาเฟียหนุ่มเอ่ยด้วยใบหน้าระรื่นพลางผงกหน้ามองคนที่ยืนโกรธเขาเป็นฟืนเป็นไฟอยู่ปลายเตียง"ออกไป!" เมื่อความเหนื่อยเริ่มทุเลาลงเสี่ยวหมี่ก็เริ่มจับแขนแกร่ง แล้วออกแรงดึงให้เขาลุกออกจากเตียงอีกครั้งตุ๊บ! แต่ครั้งนี้เธอกลับพลาดท่าให้เขาเสียแล้ว เมื่อมือหนาจับแขนเธอเอาไว้แทน แล้วกระตุกจนเธอคะมำลงไปนอนทับตัวเขา แขนแกร่งโอบรัดเอวคอดไว้แน่นเพื่อไม่ให้เธอลุกหนีได้"ไอ้บ้า! ปล่อยฉันนะ" เสียงแหลมแหวสูงอย่างไม่พอใจ มือเล็กยันแผงอกแกร่งของคนใต้ร่างไว้เพื่อไม่ให้หน้าอกเกินมาตฐานของเธอแนบกับตัวเขา"นมทะลักออกมาแล้วนั้น" "กรี๊ดด! ไอ้โรคจิต" ดวงตากลมก้มมองหน้าอกตัวเองตามคำพูดมาเฟียหนุ่ม ก่อนจะร้องโวยวายออกมาเสียงดังเพราะมันเป็นจริงอย่างที่เ
ก็อก! ก็อก!เสี่ยวหมี่ยกมือขึ้นเคาะประตูห้องเพื่อนสาวสองสามครั้ง หลังจากจัดแจงตัวเองให้เรียบร้อยแล้วแกร็ก!"ทำไมทำหน้าแบบนั้นอ่ะ" น้ำตาลเอ่ยถามเพื่อนสาวทันทีที่เปิดประตูออกมาเห็นสีหน้าบึ้งตึงของเธอ"เปล่าแค่เซ็ง ๆ " เสี่ยวหมี่ตอบปัด ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปล้มตัวลงนอนบนเตียงเพื่อนสาวอย่างถือวิสาสะน้ำตาลเดินตามมานั่งลงบนที่นอนข้างเพื่อนสาวแล้วเอ่ยขึ้น "ไปเดินเล่นกันไหม""อืม..ก่อนดีเหมือนกัน" เสี่ยวหมี่พยักหน้าเห็นด้วยพร้อมกับเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง"แกลาพักร้อนกี่วัน" น้ำตาลเอ่ย"อาทิตย์หนึ่งจ้ะ" "จ้ะ" "ป่ะเดินเล่นกัน" ทั้งสองสาวนั่งคุยกันสักพักก่อนจะพากันเดินออกจากห้องซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่มาเฟียหนุ่มเดินกลับห้องตัวเอง"อ้าว! พี่เดย์ไปเดินเล่นริมชายหาดด้วยกันไหมคะ" น้ำตาลเอ่ยชวนมาเฟียหนุ่มที่กำลังจะเปิดประตูเข้าห้องด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม"ไม่ดีกว่าครับ เชิญสาว ๆ ตามสบาย" มาเฟียหนุ่มเอ่ยบอกน้ำตาลด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่สายตากลับมองไปที่อีกคนอย่างคาดโทษ เสี่ยวหมี่กลับไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรเลยแถมยังแบะปากล้อเลียนเขาอีกต่างหาก ก่อนจะลากเพื่อนสาวให้เดินต่อ "ไปกันเถอะ" "แกมีปัญหาอะไรกับ
เช้าวันต่อมาเสี่ยวหมี่เดินเล่นริมชายหาดอย่างสบายใจโดยหารู้ไม่ว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องเธออยู่"เธอก็สวยดีนิยัยเมดูซ่าแต่แข็งกระด้างไปหน่อย" มาเฟียหนุ่มจับจ้องร่างบางในชุดเดรสยาวสายเดี่ยวเว้าหลังสีขาวละมุนอยู่ใต้ต้นไม้ริมชายหาดเงียบ ๆ นานหลายนาทีจนเห็นเห็นว่าเธอยืนทอดสายตามองท้องทะเลนิ่ง ๆ เขาจึงแอบเดินย่องไปยืนด้านหลังโดยไม่ให้เธอรู้ตัวเส้นผมที่เพิ่งผ่านการสระมาหมาด ๆ ปลิวปะทะกับจมูกโด่งของคนที่ยืนอยู่ด้านหลังทำให้เขาเผลอสูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ติดอยู่บนเส้นผมเธอเข้าไปเต็มปอด นั่นจึงทำให้อีกคนรู้ตัวเสี่ยวหมี่รีบหันไปมองด้านหลังเมื่อรู้สึกได้ว่ากำลังมีคนยืน ใบหน้าสวยบึ้งตึงฉับพลันเพียงเห็นหน้ามาเฟียหนุ่ม รีบถอยห่างอัตโนมัติพลางเปล่งเสียงถามด้วยความไม่พอใจ "ไอ้โรคจิตมาตั้งแต่เมื่อไร""มาตั้งนานแล้ว คุณเพิ่งรู้เหรอ อีกอย่างผมไม่ใช่โรคจิตถ้าโรคจิตของจริงมันต้อง..." มาเฟียหนุ่มใช้สายตาเจ้าเล่ห์มองหญิงสาวตั้งแต่เท้าจรดศรีษะแทนประโยคสุดท้ายที่เข้าจะพูดทำคนโดนมองถึงกับโกรธจนตัวสั่น"อะ....ไอ้บ้า" เสียงแหลมแหวสูงใส่มาเฟียหนุ่มหนุ่มด้วยความโมโห ก่อนจะรีบเดินหนีออกมาให้ไกล ๆ คนโรคจิตแบบเขา
ตลอดระยะเวลาที่เที่ยวกันเสี่ยวหมี่ไม่แม้แต่จะมองหน้ามาเฟียหนุ่มสักนิด เธอพยายามหลบหน้าหลบสายตาเขาตลอด จนมาเฟียหนุ่มรู้สึกแปลกใจไม่น้อยกับท่าทางของเธอ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา"วันนี้สนุกมากเลยค่ะพี่เดย์ ขอบคุณที่พาเราสองคนเที่ยวนะคะ" น้ำตาลเอ่ยขอบคุณเมื่อกลับมาถึงโรงแรมแล้ว"ไม่เป็นไรครับพี่เต็มใจ" มาเฟียหนุ่มเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มพลางชายตามองเสี่ยวหมี่ที่ยืนอยู่เล็กน้อย ก่อนเอ่ยต่อ "เจอกันตอน 6โมงเย็นนะครับ" "ค่ะ" น้ำตาลขานรับเบา ๆ จากนั้นต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันเข้าห้องตัวเองเสี่ยวหมี่เปิดนาฬิกาในโทรศัพท์ดูก่อนจะเดินไปล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม ๆ เมื่อเห็นว่ายังมีเวลาอีก 2-3ชั่วโมงกว่าจะหกโมงเย็น"โอ้ย! จะคิดทำไมเนี่ยไอ้หมี่" เธอโวยวายออกมาอย่างหัวเสียเมื่อหลับตาลงภาพที่เธอจูบกับมาเฟียหนุ่มก็ลอยเข้ามาในหัวติ้ง! ติ้ง!ขณะที่เสี่ยวหมี่กำลังนอนเล่นอยู่เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ก็ดังขึ้น มือเล็กหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาดูทันที แต่เธอก็ต้องขมวดคิ้วชนกันเมื่อเห็นว่าใครส่งไลน์มาDay : ตกลงคุณจะยอมมาทำงานกับผมไหม ผมต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ตอบผมจะยื่นฟ้องคุณทันทีที่กลับถึงจ
@ประเทศไทย"พร้อมรึยังครับ" เสียงทุ้มดังขึ้นทำให้เสี่ยวหมี่ที่กำลังนั่งมองตัวเองหน้ากระจกบานใหญ่ระบายยิ้มออกมา ก่อนจะลุกเดินไปหาเจ้าของเสียงที่กำลังเดินเข้ามา "พร้อมแล้วค่ะ""ภูมิใจจังมีเมียสวย โดยเฉพาะวันนี้สวยเป็นพิเศษเลย" มาเฟียหนุ่มไล่สายตามองเมียสาวในชุดเดรสยาวสีขาวประดับประดาด้วยเพชรระยิบระยับอย่างชื่นชม มือหนาเอื้อมไปรั้งเอวคอดเข้ามาแนบชิด แล้วกดจูบบนหน้าผากมนเบา ๆ "พี่ก็หล่อเหมือนกันค่ะ" เสี่ยวหมี่สอดมือเข้าไปกอดเอวหนาหลวม ๆ แหงนหน้าขึ้นมองสามีผู้เป็นที่รักด้วยแววตาสื่อความหมายทั้งสองมองสบตากันนานนับนาที ก่อนมาเฟียหนุ่มจะคลายวงแขนออกจากเอวคอดเปลี่ยนเป็นจับมือเล็กแทน "ลงไปข้างล่างกันเถอะครับ แขกเริ่มทยอยมาแล้ว" ว่าจบเขาก็จูงเมียสาวเดินออกจากห้องพักลงไปยังริมชายหาดซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยง"ว้าว! สวยจังเลยค่ะ" เสี่ยวหมี่ถึงกับตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้นรอบบริเวณงานเลี้ยงถูกจัดด้วยดอกไม้นานาพันสวยงามมากเหมือนอยู่ในสวนดอกไม้ท่ามกลางบรรยากาศตะวันใกล้ลับขอบฟ้าโต๊ะสำหรับแขกวางเรียงรายตามแนวชายหาด และมีซุ้มที่ถูกจัดอย่างหรูหรามีตัวอักษรประดับเป็นคำว่า "เดย์ & เสี่ยวหมี่"งานเลี้ยง
หลายวันต่อมา..ครืด! ครืด!โทรศัพท์เครื่องหรูแผดเสียงดังอย่างต่อเนื่องปลุกให้ร่างบางที่นอนหลับอยู่บนเตียงค่อย ๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เธอยกมือขยี้เปลือกตาเบา ๆ ไล่อาการงัวเงีย ก่อนเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์บนหัวเตียงมากดรับสายแล้วกรอกน้ำเสียงงัวเงียถามปลายสายทันที "ว่าไงคะพี่เดย์โทรมาปลุกหมี่แต่เช้าเชียว"(พี่มีธุระสำคัญวันนี้ไม่ได้เข้าบริษัทที่รักช่วยดูเอกสารแทนพี่หน่อยนะครับ)"ธุระอะไรคะ"(วันนี้คุณสาธิตลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทจะบินมาคุยงานกับพี่ที่จีน พี่เลยต้องไปรับและคอยดูแลเขาครับ)"ได้ค่ะอย่าให้รู้นะว่าออกนอกลู่นอกทาง"(เมียดุขนาดนี้ใครจะกล้าละครับ)"ให้มันจริงเถอะ"(ค่าบบ พี่รักหมี่นะ)"หมี่ก็รักพี่ค่ะ บ๊ายบาย" นิ้วเรียวกดวางสายทันทีเมื่อบอกลาปลายสายจบ ก่อนหยัดกายลุกขึ้นนั่งบิดขี้เกียจไปมาแล้วจึงก้าวลงจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัวเดินทางไปทำงานเหมือนทุกวันที่ผ่านมา@บริษัทนำเข้ารถหรูคาร์ลอฟท์"ทำไมวันนี้ทุกคนมองฉันแปลก ๆ" เสี่ยวหมี่พึมพำด้วยความสงสัยพลางมองสำรวจตัวเองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าเมื่อพนักงานในบริษัทต่างพากันอมยิ้มเมื่อเธอเดินผ่าน แต่ก็ไม่พบอะไรที่แปลกไปเพราะเธอก็แต่งตัวด้วยชุดเดรสเร
"ปล่อยนะฉันจะไปทำงานต่อ" เสี่ยวหมี่ร้องท้วงด้วยความเคอะเขินเมื่อเห็นสายตาทอประกายหยาดเยิ้มที่แฟนหนุ่มใช้มองเธอพลางยกขึ้นดันอกแกร่งให้ออกห่าง"คุณเป็นถึงเมียเจ้าของบริษัทไม่ต้องทำก็ได้ แค่นั่งชี้นิ้วสั่งยังได้เลย""งั้นหมี่ขอสั่งให้คุณปล่อยหมี่เดี่ยวนี้" สิ้นเสียงแฟนหนุ่มเสี่ยวหมี่ก็ชี้นิ้วสั่งเขาทันที "ผมหมายถึงพนักงานในบริษทไม่ใช่ผม" มาเฟียหนุ่มถึงกับระบายยิ้มออกมากับความฉลาดของแฟนสาว แต่เขาหาได้ปล่อยตามคำสั่งไหมกลับอุ้มเธอเดินไปวางลงบนโต๊ะทำงานพร้อมใช้มือยันขอบโต๊ะกักเธอไว้ในวงแขน"คุณจะทำอะไรปล่อยเลยนะ" ร่างบางร้องท้วงด้วยน้ำเสียงงอน ๆ พร้อมยกมือขึ้นดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่แรงเพียงน้อยนิดของเธอไม่ทำให้ร่างสูงขยับเขยื้อนเลยสักนิด"บอกว่าอย่าไงเดี๋ยวคนอื่นเข้ามาเห็น" เธอร้องห้ามเสียงหลงในตอนที่ร่างสูงแทรกตัวยืนกลางหว่างขาทำให้กระโปรงที่สั้นเหนือเข่าร่อนขึ้นมาจนเห็นแพนตี้สีแดงสด ก่อนใบหน้าคมคายจะโน้มลงซุกไซ้ขบเม้มสูดดมกลิ่นหอมจากลำคอขาว มือหนาค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามเรียวขาขาวเนียนทำเอาร่างบางถึงกับขนลุกชูชันรู้สึกม่วนท้องน้อยไปหมดเธอกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงลำคออึกใหญ่พร้อมถอนหายใจหนัก ๆ ก่
@บริษัทนำเข้ารถหรูคาร์ลอฟท์"มอนิ่งครับที่รัก" เสียงของมาเฟียหนุ่มเอ่ยทักแฟนสาวหลังจากเปิดประตูเข้าห้องทำงานมาแล้วเห็นแฟนสาวนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเอง "ก็บอกว่าอย่าเรียกแบบนี้ไงมันเลี่ยน หมี่ไม่ชอบ" คนถูกเรียกตวัดสายตามองค้อนแฟนหนุ่มอย่างไม่ชอบใจเพราะเธอพยายามบอกเขาครั้งเล่าครั้งเล่าว่าให้เรียกเหมือนเมื่อก่อน ถึงแม้ทั้งสองจะคบกันอย่างจริงจังมาเป็นเวลาเดือนกว่า ๆ แล้วก็ตาม แต่เธอก็ยังไม่ชินกับสรรพนามสุดเลี่ยนที่แฟนหนุ่มสรรหามาเรียกเธอไม่ซ้ำแต่ละวัน มาเฟียหนุ่มหาได้เก็บคำพูดของแฟนสาวมาใส่ใจไม่ การได้เย้าแหย่ให้เธองอนเป็นอะไรที่ทำให้เขามีความสุขจริง ๆ เขาระบายยิ้มบาง ๆ พร้อมเดินอ้อมไปสวมกอดแฟนสาวจากด้านหลัง แล้วโน้มลงกระซิบชิดกกหูเล็ก "งั้นเรียกเมียแทน"สิ้นสุดคำพูดเขาก็ฝังจมูกบนแก้มนิ่มของแฟนสาวฟอดใหญ่"ไปทำงานของตัวเองได้แล้ว เดี๋ยวคนอื่นเข้ามาเห็น" เจ้าของแก้มนิ่มเอ็ดแฟนหนุ่มเบา ๆ พร้อมยกมือขึ้นดันหน้าเขาออกห่าง "ขอกอดเมียแบบนี้สักแป๊บได้ไหม เติมพลังก่อนทำงาน" มาเฟียหนุ่มยังตีหน้ามึนเหมือนเดิมหาได้สนใจเสียงพูดแฟนสาวไม่ เกยคางลงบนไหล่มนพร้อมทำตาปริบ ๆ เว้าวอนคนในอ้อมกอดสุดฤทธิ์
"ออกไปคุยกันสะนานเลยมีอะไรกันหรือเปล่าลูก" ทันทีที่ทั้งสองคนเดินเข้ามานั่งลงบนโต๊ะอาหารเสี่ยวหลานก็เปล่งเสียงถามบุตรสาวด้วยความสงสัยมาเฟียหนุ่มกับหญิงสาวมองสบตากันนานนับนาที ก่อนมาเฟียหนุ่มจะเป็นคนเอ่ยขึ้น "ผมมีเรื่องจะบอกคุณป้า กับคุณลุงครับ"สิ้นเสียงมาเฟียหนุ่มประมุขของบ้านกับเสี่ยวหลานก็หันมองหน้ากันระคนสงสัย ก่อนประมุขของบ้านจะหันมองหน้าถามเขา "เรื่องอะไรล่ะ"คนถูกถามสูดลมหายใจเข้าปอดเรียกความกล้าให้ตัวเองพรืดใหญ่ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังแววตาทอประกาย "ผมรักลูกสาวคุณลุง คุณป้าครับ หากผมจะขอคบกับเสี่ยวหมี่คุณลุง คุณป้าคงไม่ว่าอะไรนะครับ""ในสุดก็พูดออกมาสักทีนะคุณเดย์" ประมุขของบ้านเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไม่ต่างจากเสี่ยวหลานผู้เป็นภรรยาเลย ทั้งสองพอจะเดาออกนานแล้วว่าเด็กหนุ่มมีใจให้บุตรสาวตัวเอง ทว่ากลับไม่ยอมพูดออกมาสักที"คุณลุง คุณป้ารู้เหรอครับ" ดวงตาคมกริบมองหน้าพ่อแม่ของหญิงสาวอย่างงง ๆ"ป้ากับลุงอาบน้ำร้อนมาก่อนเรานะทำไมจะมองไม่ออก" เสี่ยวหลานเอ่ยด้วยใบเปื้อนยิ้ม ก่อนประมุขของบ้านจะเอ่ยต่อ "ลุงพอจะเดาออกตั้งแต่คุณมาเยี่ยมที่โรงพยาบาลแล้ว เสี่ยวหมี่ไม่เคยมีผู้ชายเข้ามาวนเว
เสี่ยวหมี่ลากมาเฟียหนุ่มมาหยุดใต้ต้นไม้ใหญ่ ก่อนปล่อยมือจากเขาแล้วหันไปมองหน้าเปล่งเสียงถามอย่างไม่เข้าใจ "คุณคิดจะทำอะไรถึงมาตีสนิทกับป๊าม๊าฉัน""ผมไม่ได้จะทำอะไรทั้งนั้นก็แค่ทำความคุ้นชินกับพ่อตาแม่ยาย เพราะในอนาคตผมก็จะมาเป็นลูกเขยท่านแล้ว" มาเฟียหนุ่มไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจมากนักพร้อมกับจ้องหน้าตอบหญิงสาวไปตามความจริงเขาไม่ได้มีแผนอะไรทั้งนั้นที่ทำไปเพราะอยากทำความรู้จัก ทำความสนิทสนมกับครอบครัวผู้หญิงที่เขารักและเลือกจะมาเป็นคู่ชีวิตก็แค่นั้น และเป็นการแสดงความจริงใจหากผู้ใหญ่เห็นชอบด้วยยังไงก็ดีกว่าอยู่แล้ว"ฮืม" คนฟังถึงกับหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อได้ยินคำพูดทึกทักเอาเองของเขา ทว่าในใจกลับเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ดวงตากลมเสสายมองไปทางอื่นพยายามตีสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเพราะไม่อยากให้เขารู้ว่าตอนนี้เธอกำลังเสียอาการ ก่อนจะตวัดสายตามองเขาอีกครั้งพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงห้วน "ฉันบอกแล้วหรือไงว่าจะแต่งงานกับคุณ" มาเฟียหนุ่มหาได้สนใจไม่ว่าหญิงสาวจะพูดอะไรยังคงยิ้มระรื่นพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอ แล้วตีเนียนถามไปเพื่อจะได้ผล "แล้วตกลงแต่งไหม" "ไม่ต้องมาตีเนียนเลยนะฉันไม่หลงกลคุณหรอก"
วันต่อมา..ครืด! ครืด!เสียงโทรศัพท์ปลุกร่างบางที่กำลังนอนหลับอย่างสบายให้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา มือเล็กเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์บนหัวเตียงมาดูเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์มาเฟียหนุ่ม เธอจึงกดปิดเสียงแล้ววางไว้ที่เดิม ก่อนหลับตาลงอีกครั้ง แต่เธอก็ต้องเบิกตาโพลงในนาทีต่อมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองต้องไปทำงาน และต้องเจอหน้าเขา“โอ๊ย!”“บ้าจริง” เธอโอดครวญออกมาเบา ๆ พร้อมยกมือขึ้นยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิงด้วยความหัวเสีย ก่อนลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานอย่างเลี่ยงไม่ได้ถึงแม้ในใจจะไม่อยากไปก็ตาม@บริษัทนำเข้ารถหรูคาร์ลอฟท์เสี่ยวหมี่ยืนถอนหายใจอยู่หน้าห้องทำงานมาเฟียหนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่าจนเวลาผ่านไปเกือบห้านาทีเธอจึงค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไปคิ้วสวยขมวดเป็นปมเชิงสงสัยเมื่อไม่เห็นเจ้าของห้องปกติเวลานี้เขาจะเข้าบริษัทแล้ว การที่เขาไม่อยู่ความจริงน่าจะเป็นเรื่องดี ทว่าเธอกลับไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด ดวงตากลมจับจ้องโต๊ะทำงานของเขานิ่ง ๆ ขณะครุ่นคิดหาสาเหตุที่เขายังไม่มาทำงานไปด้วย"เฮ้อ พอ ๆ เลิกคิด ๆ" เธอยืนนิ่งค้างอยู่แบบนั้นนานนับนาทที ก่อนรีบสะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่านออก แล้วเดินไปหย่อนสะโพกนั่งที่โต๊ะลงมือทำ
"เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ" เสี่ยวหมี่มองตามหลังคนที่เดินฮัมเพลงเข้าห้องน้ำไปด้วยความงุนงงพร้อมกับยกมือขึ้นเกาศีรษะเขาแปลกไปมากจริง ๆ ไม่คิดว่าเขาก็มีมุมแบบนี้เหมือนกัน ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย ทว่าเธอกลับไม่ชอบเขาในมุมแบบนี้เอาเสียเลยมันดูหวานเลี่ยนจนน่าขนลุกขนพอง "หึ่ยย" เพียงแค่คิดก็ขนลุกซู่แล้ว เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมกับสะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากสมอง ก่อนลุกลงจากเตียงเดินไปหย่อนสะโพกนั่งรอเขาบนโซฟาในห้องนั่งเล่นแกร็ก!ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกก่อนร่างสูงจะเดินออกมา เสี่ยวหมี่ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์เงยขึ้นมองร่างสูง และพลันนึกขึ้นได้ว่าทำไมเธอต้องรอเขาทั้งที่สามารถกลับเองได้ "บ้าหรือไงเสี่ยวหมี่ แกจะนั่งรอตามคำสั่งเขาทำไมเนี่ย" เธอบ่นอุบอิบนึกหงุดหงิดตัวเอง ก่อนหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงห้วนตามสไตล์ตัวเอง "คุณไม่ต้องไปส่ง ฉันกลับเองได้""อะไรของคุณนั่งรอมาได้ตั้งนานพอผมจะไปส่งคุณกลับปฏิเสธ" มาเฟียหนุ่มเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เขาเดาว่าเธอคงรู้สึกเสียฟอร์มที่นั่งรอตามคำพูดของเขาอย่างว่าง่ายทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอแข็งข้อกับเขามา
@คอนโดเดย์รถหรูที่มีสองหนุ่มสาวนั่งอยู่ด้านในเคลื่อนมาจอดลงยังลานจอดรถของคอนโดหรู ก่อนมาเฟียหนุ่มจะเปิดประตูลงจากรถเดินอ้อมไปเปิดประตูฝั่งที่หญิงสาวนั่งอยู่ แล้วออกคำสั่งเสียงแข็ง “ลงมา” “...” เสี่ยวหมี่หาได้ทำตามคำสั่งของมาเฟียหนุ่มไม่เธอยังคงนั่งนิ่งยกมือกอดอก ใบหน้าเชิดขึ้นอย่างท้าทายแค่เขาลากเธอมาถึงที่นี่เธอก็รู้สึกโกรธมากแล้วเธอจะไม่ยอมขึ้นไปบนห้องเขาเด็ดขาดเพราะมีแต่เสียกับเสีย คนตัวสูงถึงกับถอนหายใจหนัก ๆ ออกมาระคนเหนื่อยหน่าย ตั้งแต่ที่คลับจนถึงคอนโดคนตัวเล็กก็แผลงฤทธิ์ใส่เขามาตลอดไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไหนจะเรื่องผู้ชายคนนั้นอีก ถ้าไม่ติดว่าตัวเองมีความผิดอยู่เขาอยากจะจับเธอฟาดให้รู้แล้ววรู้รอดไป“ลงมา” มือหนาเอื้อมไปปลดสายเบลส์ออกจากร่างบางแล้วดึงให้เธอลงมาจากรถ ทว่าหญิงสาวกลับขืนตัวไว้ ก่อนจะดึงมือออกจากการเกาะกุมมากอดอกเหมือนเดิม ดวงตากลมจับจ้องคนตัวโตอย่างเอาเรื่อง“ฤทธิ์เยอะจริงแม่คูณณ” มาเฟียหนุ่มถึงกับยกมือกุมขมับกับความดื้อรั้นของหญิงสาว ลมหายใจหนัก ๆถูกพ่นออกจากจมูกโด่งครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อสงบสติอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นของตัวเอง ก่อนจะโน้มลงไปช้อนร่างบางขึ้นอุ้มใ