มาแล้วพ่ะย่ะค่ะ ยาที่พระสนมต้องการนี่คือสุดยอดยาปลุกกำนัดที่ได้ผลดีที่สุด”ต้าเหนิงพยักหน้ายิ้มๆ“รู้ได้อย่างไรเคยลองหรือ”ย้อนถามหมอหลวงกับคำอวดอ้างสรรพคุณ“เอ่อ อย่าบอกใครนะพ่ะย่ะค่ะข้าน้อยเคยลองมาแล้ว ทั้งคือพ่ะย่ะค่ะยานี่ได้ผลดีที่สุดรับรอง ฝ่าบาทจะต้อง โปรดปรานพระสนมเกินใคร”ต้าเหนิงยิ้มบางๆ“ดีมากซื่อสัตย์ยุติธรรมแบบนี้สิถึงเรียกว่าหมอหลวงที่จริงใจ เอ้านี่คือส่วนของท่าน หากได้ผลดีข้าจะจัดสรรเพิ่มเติมให้”วางกระสอบเงินลงตรงหน้า หมอหลวงตาโตเงินทั้งกระสอบ“ไปได้แล้วจำไว้อย่าบอกใครเชียว หากบอกใครไปคราวหลังพวกเหล่าสนมทั้งหลายก็จะถือเอาแบบเดียวกับข้าเพื่อผูกใจฝ่าบาท”“ข้าน้อยน้อมรับคำสั่งพระสนม”ยิ้มอย่างพออกพอใจแล้วหอบกระสอบเงินเดินออกจากตำหนักที่16 ด้วยสีหน้าสมหวังที่สุดเจายี่ถอนหายใจ หนักใจและไม่เข้าใจในเวลาเดียวกันว่าทำไมต้าเหนิงต้องทำอะไรขนาดนี้ด้วยค่ำแล้ว กัวกั๋วฮ่องเต้สาวเท้าอย่างรวดเร็วใบหน้าแย้มแยิ้มขันทีชราข้างกายเร่งฝีเท้าตามไปติดๆใจไปถึงที่ตำหนักสิบหกเสียนานแล้วอยู่ๆก็หยุดชะงักกึก“ข้า ดูดีหรือยังกงกง”ขันทีรีบเดินวนรอบตัวของกัวกั่วฮ่องเต้ องครักษ์ที่ยืนประจำการรีบก้มหน้ามอง
“หวางเย่อย่าทำแบบนั้นพ่ะย่ะค่ะ”องครักษ์อีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบเตือนสติ“ไปยืนตรงนู้นคอยดูต้นทาง”ฉินเกอหลงสั่งเบาๆองครักษ์นายนั้นรีบเดินไปยืน พิงกำแพงคกหลวงห่างออกไป“ข้าจะพาเจ้าหนี”กระซิบเบาๆ“อย่าทำแบบนี้ ไม่ให้ทำแบบนี้ท่านอ๋องกลับไปเสียต้าเหนิงทำทุกอย่างเพื่อท่านเพื่อที่ว่า เหมยเขียวม้าไม้ไผ่ของท่านกับคุณหนูรองบ้านเฉินจะได้ไม่ต้องคลาดจากกัน”“เจ้ากำลังน้อยใจและเข้าใจผิดเอาชีวิตมาเสี่ยง”“ข้าทำแบบนี้ส่งสัญญาณให้ใต้เท้าเฉินนำกำลังคนเข้ามาชิงบัลลังก์เพื่อท่านอ๋อง”“เจ้าคิดโง่ๆเจ้าคิดว่าเจ้าพอสำหรับมีค่าใต้เท้าเฉินหรือไรมีค่าสพอให้เขาร้อนรนเพราะเจ้าจะถูกประหารหรือ”“ใต้เท้าเฉินสัญญากับต้าเหนิงแบบนั้น”“นี่เจ้ายังไม่เข้ามใจอีกหรือที่เขาวางแผนไว้เพราะใช่เจ้าเป็นเหยี่อและข้าเป็นปลา เขาตั้งใจให้ความเป็นความตายของเจ้าส่งผลให้ข้ามาชิงตัวเจ้าไป”“ต้าเหนิงรับยาพิษชนิดเบามาจากใต้เท้าเฉินสับเปลี่ยนกับยาปลุกกำหนัดของหมอหลวง ตั้งใจแก้แค้นหมอหลวงคนนั้นให้ถูกกัวกั๋วฮ่องเต้ประหารโดยโยนความผิดว่าต้าเหนิงไม่รู้เรื่องยานั้นยานั่นำด้มาจากหมอหลวงที่คิดฆ่าเต้าเหนิงเพราะต้าเหนิงเพิ่งจะฟาดปากหมอหลวงตัวร้ายนั่
ตระกูลเฉิน หานจงวิ่งรนรานมาที่ห้องพักของเยี่ยนฉือ “เยี่ยนฉือ แย่แล้วท่านหมอแย่แล้วตื่นเร็วเข้า”“ทำไม เกิดอะไรขึ้น"สีหน้าตื่นตกใจ"หวางเย่ไม่ได้อยู่ในห้อง”หานจงละล่ำละลักเยี่ยนฉือผุดลุกจกแท่นนอนสะดุดขาตัเองหานจงอ้าปากค้างเมื่อร่างสูงของเยี่ยนฉือล้มทับหานจงเข้าเต็มเปาแต่นั่นไม่เลวร้ายเท่ากับริมฝีปากอุ่นประกบเข้ากับริมฝีปากของหานจงต่างคนต่างนิ่งงัน เนิ่นนาน เยียนฉือบดริมฝีปากกับปากสีแดงสดของหานจงเบาๆหานจงยกมือขึ้นดันอกกว้างของอีกคนทันที"ปลฃ่อยนะ"เยี่ยนฉือกับพลิกร่างเล็กไว้ใต้ร่างของเขาไม่ยอมปล่อยนึกโมโหที่อีกคนออกคำสั่งเสียงเข้มทั้งที่เขาอาวุโสกว่าเจ้าเด็กนี่อีก“อะ ปะปล่อยข้านะ เจ้าวายร้าย” เยียนฉือชี้มือข้าหาตัวเอง สีหน้างงงันจะมากไปแล้วกล้าว่าเขาเลยหรือเห็นจะต้องสั่งสอนกันบ้างก้มลงอีกครั้งแต่ไม่ทันระวังตัวหานจงอาศัยทีเผลอพลิกตัว หลุดออกจากการทาบทับ"เจ้าวายร้ายเยี่ยนฉือคนจ้าเล่ห์นี่กำลังหน้าสิ่วน้าขวาน เจ้าจอมวายร้าย"ยังย้ำคำเดิม"ข้าหรือเจ้าวายร้ายผิดแล้วมันก็แค่อุบัติเหตุ ข้าไม่ได้ตั้งใจด้วยซ้ำ”หานจงขมวดคิ้ว เบ้ปาก“อุบัติเหตุน่ะมันตอนที่ล้มหลังจากนั้นสมองของหมอเทวดาเยียนฉือก็ค
เฉินซือกวานเดินเข้ามาข้างใน“ผิดแล้ว ท่านพ่อ หวางเย่จะไม่มีทางนั่งบัลลังก์หากสิ่งที่หวางเย่ได้มาเพียงเพราะท่านใส่พานให้กับหวางเย่”“พูดเช่นนี้ราวกับจะเป็นศัตรูกัน”“ท่าพ่อได้โปรดไตร่ตรองมบอยาถอนพิษ ลูกจะนำไปให้เอ่อต้าเหนิงหากนางถือประหารในตอนนี้ เกรงว่าหวางเย่จะยิ่งเจ็บปวด คนของลูส่งข่างว่าไทเฮาจะประหารนางด้วยตัวเองหากว่ากัวกั๋วฮ่องเต้ไม่ฟื้น”“เฉินซือกวานเจ้าแซ่เฉินแล้วเหตุใดถึงไม่ยอมเดินตามทางบิดาของเจ้าที่วาดเสียทางไว้เพื่อเจ้า”“เช่นไรจึงเรียปูทาง ทางที่ที่เดินเหยียบย้ำผู้อื่นให้เจ็บปวดและปนไปด้วยคราบน้ำตา ข้าละอายใจในการก้าวเดิน”“ดีพูดได้ดี เช่นนั้น เสี้นทางนี้เก็บไว้ให้อี้เหมยเพียงคนเดียว”สะบัดชายเสื้อจากไปด้วยโทสะ เฉินซือกวานถอนหายใจยาว หากเราพยายามเชื่อว่าสิ่งถูกต้องเราจะพยายามทำให้สิ่งนั้นถูกต้องสำหรับคนอื่นด้วยวังหลวง“ลากตัวนางมาป้ายนี้ฮ่องเต้ยังไม่ฟื้น ข้าจะประหารนางเสียก่อนดวงตะวันจะโผล่พ้นขอบฟ้า”เสียงตวาดดังๆของไทเฮาทำเอาเจายี่หน้าถอดสี“ทำอย่างไรดี”พึมพำเบาๆความกลัวเริ่มเข้าครอบงำกลัวว่าต้าเหนิงจะถูกประหารแล้วจะหานายหญิงดีดีแบบนี้ได้จากที่ไหน”คิดหาทางหนีทีไล่ เมื่ออง
“พอพูดเรื่องจริงแล้วไม่เชื่อพอโกหกก็ดันอยากจะเชื่อ”“เด็กๆ พวกเจ้าเอาอะไรอุดปากนางไว้ อย่าให้นางพูดเพ้อเจ้ออะไรอีกแล้วนำตัวหมอหลวงมาสอบสวนหมอหลวงถูกลากตัวมาคุกเข่าตรงหน้าไทเฮา หันมองต้าเหนิงอย่างกล้าๆกลัวๆ“พูดไปสิ..ว่าท่านเป็นคนจัดยาเทียบนั้นให้ข้าเองกับมือ”ต้าเหนิงพูดขึ้นดังๆ หมอหลวงสะดุ้งอย่างแรงก้มลงศีรษะจรดพื้น โขกห้าปผาวกับว่าไทเฮาจะอภัยกระนั้น“ไทเฮาโปรดไว้ชีวิตด้วยข้าน้อยไม่รู้เรื่องยาเหล่านั้นที่จัดไปให้พระสนมนั่นเป็นยาปลุกกำหนัดชั้นเยี่ยมของตำหรับยา ไม่รู้เรื่องยาพิษที่ฝ่าบาทเสวยเข้าไปแม้แต่น้อยข้าน้อยถุกพระสนมใส่ความ ไทเฮาโปรดอภัยให้ข้าน้อยด้วย”น้ำตาร่วงกราว ฮะกล้าบีบน้ำตาเลยหรือหมอหลวงคนนี้นี่ไม่ธรรมดาจริงๆเพื่อเอาชีวิตรอดยอมทำทุกอย่าง"นี่ๆๆพูดแบบนี้ก็หาว่าข้าวางยาฝ่าบาทนะสิ”นี่พวกเจ้าสยังไม่มีใครเอาอะไรอุดปากนางอีกหรือ”“ไทเฮาสั่งดังลั่น ต้าเหนิงถอนหายใจยาว“ให้หมอหลวงพูดคนเดียวก็ยาวเลยที่นี้ใส่ความข้าไม่ยุิตธรรมเลยทำไมไม่ให้ข้าโต้แย้งในศาลยังมีทนายช่วยแก้ต่าง นี่ให้ข้าเงียบให้เขาใส่ความได้ตามใจหรือไร”ไทเฮายิ้มมุมปาก“ข้าไม่ใช่ศาลและข้าตัดสินว่าเจ้าผิดไปแล้วและกำลังจะห
“เหนื่อยแล้วอะพักก่อนได้ไหม”ฉินเกอหลงที่กำมือต้าเหนิงไว้ กลับตวัดแขนแบกเอาร่างของต้าเหนิงไว้บนบ่าพาเดินไปราวกับไม่หนักสักนิด“ไม่พักหรือ เหนื่อยแล้วนะวิ่งมาเกือบสิบกิโลได้ม้างงงง”ต้าเหนิงบ่นทั้งที่รู้สึกสบายแปลกๆ“หุบปาก”“อือ แต่ๆท่านอ๋องแบกต้าเหนิงแบบนี้ยิ่งจะเหนื่อยนะ”“ข้าจะเหนื่อยก็ที่ต้องคอยโต้เถียงกับเจ้าจนน่ารำคาญนี่แหละเงียบแล้วอยู่นิ่งๆเพิ่ง วิ่งมาแค่20ลี้ หากพวกเขามีม้า ก็จะตามเราทัน”“ทำไมเราไม่หาที่ซ่อนตัวนี่ก็สว่างแล้ว” มองเห็นดวงอาทิยต์ดวงกลมโตแดงฉานโผล่ขึ้นทางทิศตะวันออกสวยงามจนอ่างจะหยุดมองแต่อีกคนกับแบกเดินลิ่ว“ไม่เหนื่อยหรือ ท่านแบกข้าที่หนักขนาดนั้น”“บอกให้หุบปากเสีย” ต้าเหนิงเงียบเสียงเพราะเสียงดุดุของฉินเกอหลงก้มลงมองแผ่นหลังกว้างยามก้าวเดิน แขนสองข้างไม่อยู่สุขกอดรวบลำคอของคนตัวสูงที่สุดท้ายแล้วจากแบกก็ต้องกลายเป็นอุ้ม ตาจ้องตาเท้าหยุดก้าวเดิน ต้าเหนิงหลบตาคมเสียซุกหน้ากับอกกว้าง“มันพอจะหยุดพักได้แล้วไหมเล่า ข้ากลัวว่าท่านอ๋องจะเหนื่อย”“ไม่นี่ ข้าอุ้มเจ้าได้”น้ำเสียงเรียบเฉยไม่ได้บ่งบอกว่าลำบากอะไรอย่างที่ต้าเหนิงคิด“เราจะไปไหนกัน”“เราจะไปสุ่ยจิงจุดนัดพบก
“ท่านมาได้ทันเวลาพอดีเลยนะใต้เท้าเฉิน”รอมยิ้มหยักที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกอะไรแม้แต่น้อยใครเดาออกกันเล่า“ข้าน้อยเพิ่งจะทราบข่าวรีบรุดมาที่นี่เพราะ…ห่วงใย”“ช่างเถอะยานี่ พอจะทำให้กัวกั๋วรอด ถึงจะต้องนอนป่วยเป็นผักก็ไม่เป็นไร ข้าเองก็ไม่อาจตัดใจให้เขาตาย ถึงจะไม่เคยเชื่อฟังข้าดื้อดึงมาตลอดแต่ในส่วนลึกแล้วเขาคือลูกคนเดียวของข้ามีแแม่สักกี่คนที่อยากเห็นลูกตายไปต่อหน้า”“ต่อไปอำนาจสั่งการทั้งหมดก็คือของพระนาง จะตัดชุดหงส์สีทองไว้รอก็ไม่น่าเกลียด ด้านหน้าเป้นฝ่าบาทที่นอนเป็นฉากหน้าให้เหล่าขุนนางได้เห็นด้านหลังม่านเป็นไทเฮา หรือจะให้เฉินตงลี่เรียกว่าหวงตี้ดี”ไทเฮายิ้มอีกครั้งส่งมือเรียวให้กับเฉินตงลี่“ดี ดีที่สุด”รอยยิ้มนี้ใครบ้างจะคาดเดาไม่ได้ เป็นรอยสมหวังอย่างที่สุดกลางป่า“หิวแล้ว”เสียงออดอ้อนจนน่าสงสาร“ท่านอ๋องงงงงงงข้าหิวแล้ว”เดินชนกับร่างสูงที่หยุดเดินกระทันหันฉินเกอหลงคว้าเอวบางไว้ก่อนที่จะล้มลงไปกับพื้น“เช่นนั้นต้องพักใช่ไหมระยาทางจากที่นี่ถึงสุ่ยจิงยังอีกไกลเราควรจะเร่งเดินทางพักเพียงชั่วประเดี๋ยว”จริงด้วย เหมือนในซีรีย์อะเนอะพระเอกก็เร่งนางเอกก็หิวก็เหนื่อยและขาแพลงต้าเหนิงก็ไม่
ยกมือขึ้นกอดรอบเอวหนาไว้ยิ้มสดใสขอกอดนอนสักคืนเถอะน่าคนอาไร้ น่ารักที่สุดกอดนอนแล้วอุ่นที่สุดเกลือกกลิ้งใบหน้ากับอกกว้างเป็นสุขหลับไหลไปในอ้อมกอดของฉินเกอหลงทั้งอุ่นทั้งรู้สึกปลอดภัยวังหลวงในตำหนักพระพันปีที่บัดนี้ในห้องมีเพียงเฉินตงลี่กับไทเฮาเพียงลำพังหลังจากที่ เฉินตงลี่แวะไปที่ตำหนักของกัวกั๋วฮ่องเต้ที่นอนไม่ได้สติ“เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาททรงได้รับยาถอนพิษแล้วแต่อาจจะยังไม่ฟื้นในตอนนี้ข้าน้อยเฉินตงลี่จะเรียกเรียกประชุมเหล่าขุนนางเพื่อแสดงความยินดีกับไทเฮาตำแหน่งผู้สั่งการ ในวังหลวงแทนฝ่าบาทในวันพรุ่งนี้หวังว่าไทเฮาจะเตรียมตัวให้พร้อม ”ไทเฮายิ้มลุกขึ้นยืน ส่งมือให้กับใต้เท้าเฉินที่จุมพิตหลังมือเบาๆ“ท่านจะเคียงข้างข้าใช่ไหมเฉินตงลี่แล้วท่านจะสามารถช่วยให้ทั้งสี่ตระกูลใหญ่สนับสนุนข้าใช่ไหม เรื่องนี้ท่านจะทำให้ข้าใช่ไหม”“มิใช่แค่สี่ตระกูลแต่ขุนนางน้อยใหญ่รวมทั้งแม่ทัพและค่ายฝึกที่เผยจ๋ายจะเชื่อฟังคำบัญชาของไทเฮาเพื่อตบแทนตำแหน่งราชครูของเฉินตงลี่”ไทเฮาเดินไปที่ราวแขนเสื้อคลุมเฉินตงี่รีบมา หยิบเสื้อคลุมปักลายหงส์สวมทับให้อย่างเอาใจ ไทเฮายิ้มยกมือขึ้นลูบไล้ลวดลายบนผ้าดวงตา ฉายแ
หนึ่งปีผ่านไปที่คลินิกใหญ่แห่งหนึ่งของย่านที่มีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาต้าเหนิงหอบหิ้วข้าวของมากมายเดินเข้าไปข้างใน ที่นั่นหมอดนัยนั่งไขว่ห้างพนิงพนักเก้าอี้หานจงกำลังเดินออกมาพร้อมกับของว่างได้เวลาของว่างพอดีสินะ“กำลังคิดว่าจะไปเยี่ยมคุณกับหลานๆ” หมอดนัยกล่าวทักแล้วรีบมาช่วยต้าเหนิงรับเอาของพรุงพะรังไปวางที่โต๊ะตัวกลางหน้าโซฟา หันมองสบตากับหานจงยิ้มๆ ต้าเหนิงเบ้ปาก“ฮันนีมูนมาแล้วเป็นอย่างไรบ้าง” ต้าเหนิงพูดไปด้วยวางขนมลงบนโต๊ะทำงานของหมอดนัย “ดีที่สุดดีมากและดีจริงๆ” หันไปยิ้มกับหานจงอีกครั้งโกลมันเปลี่ยนไปแล้วความรักคือสิ่งสวยงาม หานจงรีบกุลีกุจอนำจานมาแกะห่อขนมวางตรงหน้าหมอดนัย “หือน่ากินจังต้าเหนิงเก่งจริงๆ ทำขนมเป็นด้วยหรือ” ต้าเหนิงส่ายหน้ายิ้มๆ“ทายสิว่าใครทำ” หมอดนัยอ้าปากค้าง“เมืองจีนนี้เขาสอนลูกหลานเขาอย่างไรน้าาา ผู้ชายสุภาพทุกคนและยังเอาใจเก่งอีกด้วยอิจฉาต้าเหนิงจังมีคนทำกับข้าวให้เลี้ยงลูกให้แล้วยังนอนกล่อมกลางคืนด้วย” ต้าเหนิงส่ายหน้าไปมายิ้มๆ“แล้วคนของหมอเล่า” พยักหน้าไปทางหานจง“ผมไม่เกี่ยวนะ ผมไม่สุภาพตรงไหนผมเอาใจคุณหมอทั้งคืน” หานจงพูดตามแบบที่เข้าใจภาษาไทยได้เล
“เราจะรักกันตลอดไป” ฉินเกอหลงกระซิบเบาๆ ข้างหูขย่มเขย่าร่างเล็กใต้ร่างเขา เร่งจังหวะพาอีกคนไปสู่สรวงสวรรค์พร้อมกัน“ข้ารักเจ้าต้าเหนิง” คำรักที่ส่งผ่านริมฝีปากออกมาแล่นเข้าสู่หัวใจของต้าเหนิงบทรักหวานฉ่ำในคืนเข้าหอและจากนี้ตลอดไปยังวนเวียนคำรักไม่สำคัญแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสุขแล้วความเข้าใจเช้าสดใส“คุณชอบกินกุ้งผมสั่งกุ้งย่างมาให้คุณ” ฉินเกอหลงแกะกล่องหยิบกุ้งมาวางในจานเช็ดมือใกับผ้ากันเปื้อนตั้งแต่แต่งงานกันมาเขาเป็นคนทำอาหารที่ตรงเวลาและใส่ใจอย่างที่สุด เลื่อนจานกุ้งย่างไปตรงหน้าต้าเหนิง“ต้าวแมวอ้วนของผมจะต้องกินกุ้งอร่อยๆ จนหมดแน่เลย” ต้าเหนิงยิ้มรับเอาจานกุ้ง…แต่“อะอะ โอ๊กกกกกกโอ๊กกกกกอ้วกๆๆๆๆ” วิ่งเข้าห้องน้ำโก่งคออาเจียนออกมาทั้งที่ยังไม่ด้กินอะไรตั้งแต่เช้า ฉินเกอหลง วิ่งมาลูบหลังไหล่ให้อย่างอ่อนโยน“เป็นอะไรต้องไปหาหมอแล้วไหม” ต้าเหนิงส่ายหน้าอีกคนโอบไหล่กดหัวให้ซบลงบนอกกว้าง แล้วอุ้มต้าเหนิงไปที่เตียงนอน“อือ แย่จริงผมอยากจะทำอีกแล้วสิบ้าจริงคุณไม่ค่อยสบายแต่ผมกลับอยากจะนอนกับคุณอีกแล้ว” ต้าเหนิงยิ้มบางๆ“เวียนหัวค่ะอยากจะนอน แล้วกุ้งนั่นเหม็นจังเลยค่ะ”“ผมก็เห็
ทุกอย่างหมุนวนไปตามครรลองของมันต้าเหนิงเคียงข้างฉินเกอหลงในโบสถ์ชุดแต่งงานสีขาวสะอาด สายตาจับจ้องที่เจ้าบ่าวที่พูดตามบาทหลวงด้วยคำสัญญาจะรักมั่นเพียงต้าเหนิงคนเดียวน้ำตาไหลริน ไม่สายไป ยังไม่สายไปที่จะรักกันใหม่แหวนทองถูกสวมลงบนนิ้วนางของต้าเหนิงต้าเหนิงเองก็บรรจงสวมแหวนทองให้กับฉินเกอหลงใบหน้ายิ้มแย้มของคุณปทุมกับคุณพ่อของต้าเหนิงราวกับว่ายกภูเขาออกจากอกท่านประธานอี้ตวนคนหล่อยิ้มสมใจต่อนี้ไปจะกุมมือต้าเหนิงไว้ไม่ยอมปล่อยช่อดอกไม้ถูกโยนออกไป ร่างสูงของใครบางคนคว้าช่อดอกไม้ช่อสีขาวสะอาดไว้ในอ้อมแขนต้าเหนิงยิ้มทำตาโตเมื่อเห็นใบหน้าคนที่รับช่อดอกไม้ไว้ได้นั่นมัน หานจงนี่ คิดถึงหมอดนัย แสงสว่างวาบขึ้นในหัวจะต้องแนะนำหานจงให้กับคุณหมอดนัยสินะเฮ้อโลกกลมจริงกัวกั๋วยืนพิงต้นดอกท้อที่นำมาประดับในงานมองมาที่คนทั้งสอง“ในที่สุดพี่ก็มีความสุขอีกแล้วครับทุกอย่างก็เป็นพี่ที่ต้องได้มันไป” ถอนหายใจยาวฉินเกอหลงกุมมือต้าเหนิงพาวิ่งไปที่รถกสปร์อตที่จอดผูกโบไว้ด้านหลังผูกกระป๋องก๋องแก๋งให้ดูตลก ฉินเกอหลงเปิดประตูอุ้มต้าเหนิงขึ้นนั่งบนรถเข้าเองก็เปิดประตูเข้านั่งข้างๆ พารถเคลื่อนไปข้างหน้าช้าๆ“ในที
“ฝ่าบาทแย่แล้วลูกดอกของฝ่าบาทคงไปโดนชาวบ้านที่ผ่านทางมาทางนี้” หานจงพูดขึ้นดังๆตกใจไม่น้อยแต่ทว่าฉินเกอหลงกลับมีท่าทีเฉยชาไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนอะไรลูกดอกยิงลงเขาเช่นไรจึงไปโดนคนด้านล่างได้ จะบังเอิญอะไรเพียงนั้น“เอ่อ ฝ่าบาทเราจะไม่ลงไปดูคนที่โดนลูกดอกหน่อยหรือขอรับ”หานจงส่งเสียงเตือนเพราะเห็นว่าฉินเกอหลงไม่สนใจแล้วยังจะควบม้าหันหน้าขึ้นไปบนเขาเพื่อตามกวางที่บาดเจ็บต่อไป“ข้าจะลงเขาไปดูพวกเขา ด้วยตัวเอง” สวรรค์นำพาแน่แล้ว ต้าเหนิงดวงตาพร่ามัวมองเห็นใบหน้าของไฉหรานเลือนลางเวลานี้เจ็บปวดที่บาดแผลที่ถูกลูกดอกแทบขาดใจ แต่พยายามที่จะตั้งสติไว้ ความเจ็บปวดนั้นแล่นเข้าสู่หัวใจและสมองบอกว่า ไม่ไหวแล้วดวงตาพร่ามัวกอ่นที่จะค่อยๆหลับลง“เจ้าจะตายแล้วหรือต้าเหนิงไม่ง่ายไปหน่อยหรือเจ้ากล้าตายทั้งๆ ที่ฝ่าบาทยังจำเจ้าไม่ได้หรือไรอิอิ ข้าสงสารเจ้าเสียจริงรักเขาแต่กลับต้องจบชีวิตลงง่ายดายเพียงนี้กลับไปที่ของเจ้าเสียดีไหม ข้าจัดการได้ดีกว่าเจ้าเชื่อข้าเถอะ” เสียงหวานของเอ่อต้าเหนิงที่ต้าเหนิงจำได้ขึ้นใจในอุโมงค์ที่เต็มๆ ไปด้วยสีสันหลากหลายหมุนวนจนปวดหัว“ไม่ข้าไม่มีทางยอมแพ้ข้าจะต้องจัดการเรื่องนี้ด้ว
เฉินอี้เหมยเดินนวยนาดเข้าไปยังจวนราชครูที่ประดับตกแต่งราวกับตำหนักของฮ่องเต้ แม้แต่เก้าอี้ที่นั่งยังทำให้ออกมาคล้ายบัลลังก์มังกรเฉินตงลี่นั่งหยิบองุ่นเข้าปากเคี้ยวสบายใจไมไ่ด้มีเรื่องใกทุกร้อนยทุกอย่างล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของเฉินตงลี่“ท่านพ่อ ส่งคนสังหารเอ่อต้าเหนิงลุล่วงไปแล้วหรือ” เฉินตงลี่เลิกคิ้วสูงไม่สู้ชอบใจกิริยาของอี้เหมยนัก ตั้งแต่นางนั่งบัลลังก์ฮองเฮานางก็ไม่เคยจะเห็นหัวเขา แต่ในใจของเฉินอี้เหมยรู้ดีว่าเป็นเพราะบิดาและไทเฮาในตอนนั้นที่ทำให้อี้เหมยต้องจดจำช่วงเวลาเลวร้ายที่ถุกกัวกั๋วย่ำยีไปจนตายความศรัทธาในตัวใต้เท้าเฉินบิดาจึงหมดลง“ข้าส่งคนสังหารนางกับเอ่อถูหวังซวน ผู้โฉดชั่วคนนั้นทว่าคนพวกนั้นไร้ฝีมือไม่อาจจัดการตัวการใหญ่อย่างเอ่อถูหวังซวนได้สำเร็จ คนผู้นี้สมควรตายที่สุดแล้วแต่ยังรอดมาได้ข้าส่งคนลอบสังหารเขาอีกคราแต่ทว่าเอ่อถูหวังซวนผู้นี้ฉลาดเป็นกรดไม่มีทางให้พบตัวได้ง่ายๆ แต่ก็นั่นแหละที่กบดานของเขาถูกคนของข้าเผาทำลายคงเจ็บปวดใจไม่น้อยสินะเหมือนครั้งที่ข้าส่งคนเผาทำลายตระกูลเอ่อแต่เอ่อต้าเหนิงคนนั้นดวงดีรอดตายมาได้”“ท่านพ่อท่านวางมือเสียเรื่องสังหารนางให้เป็นหน้าที
“หากพบกันเจ้าจะพูดกับเขาว่าอย่างไร” ไฉหรานถามขึ้นยิ้มๆ“เจ้าหมายถึงใคร” ถามกลับเพราะไม่ได้สนใจในสิ่งที่ไฉหรานพูด“จะหมายถึงใครข้าก็หมายถึงฝ่าบาทในเมื่อเขาทิ้งเจ้าไปเจ้าพบเขาก็ควรจะตัดพ้อเขาให้เขารู้ว่าตัวเองทำผิดกับเจ้า”“ท่านหมอบอกว่า ฝ่าบาทจำอะไรไม่ได้บางทีอาจจำข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วจะมีประโยชน์อะไรที่จะไปทวงคำสัญญาเขาคำสัญญาบนแท่นนอนเจ้าคิดว่าเชื่อถือได้หรือ” ไฉหรานยิ้มเจื่อนๆ“แต่ข้าก็มองว่าเขารักเจ้ามากกว่าใครเขาไม่เคยเหลียวแลหญิงใดเลยมิใช่หรือ หรือแม้แต่ข้าที่อิจฉาเจ้าตลอดมา”“นั่นมันก่อนที่เขาจะเป็นแบบนี้ ท่านหมอบอกว่าคนที่มีอิทธิพลกับเขาที่สุดก็เฉินตงลี่และเฉินอี้เหมย”“ดีนะที่ไม่มีพี่ใหญ่เฉินข้าด้วย”“พี่ใหญ่เฉินของเจ้า ดีจังอย่างน้อยก็ยังได้พูดถึงเขาสินะ เจ้าแอบชอบเขาใช่ไหมบอกข้ามา” ไฉหรานหน้าแดงควบม้านำหน้าต้าเหนิงไปเสียวังหลวงฉินเกอหลงที่นั่งกุมขมับที่ศาลาริมน้ำ ข้างหน้าคือฉินที่กำลังรอใครสักคนบรรเลงเพลงไม่ว่าจะเป็นเพลงหวานหรือเพลงเช่นไรก็ควรจะถูกบรรเลงขึ้นได้แล้วแต่เปล่าเลยฉินเกอหลงนั่งมองเครื่องเล่นฉินนิ่งงันลืมเลือนท่วงทำนองเพลงไปเสียสิ้นหานจงจึงเลือกที่จะบอกเล่าเรื่
“ฝ่าบาท น่าจะรู้ดีกว่าใครในใจของฝ่าบาทที่มีแต่เอ่อต้าเหนิงทั้งที่นางทำร้ายทำลายแม้กระทั่งมารดาของฝ่าบาทก็ตามฝ่าบาทก็ยังหลงงมงายกับนางไม่เปลี่ยน นางคงมีเล่ห์เหลี่ยมกลใดจึงทำให้ฝ่าบาทเป็นแบบนี้” “หุบปากเจ้าเสียข้าไม่คิดเลยว่าเฉินอี้เหมยที่สดใสน่ารักจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้น้องสาวตัวเล็กที่เอาแต่ใจแต่ก็น่าเอ็นดูคนนั้นหายไปไหนเสีย เจ้าพูดถึงนางแล้วทำไมไม่ให้ข้าถามเจ้าบอกว่าข้ารักนางแล้วทำไมนางต้องทำร้ายข้าและมารดาข้า”เฉินอี้เหมยกัดฟันจนเป็นสันนูน“ฝ่าบาทตลอดเวลาที่ผ่านมาข้ากับท่านพ่อหวังดีกับฝ่าบาทมาตลอดข้าทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ เพื่อเปิดโปงเอ่อต้าเหนิงว่าทำผิดต่อฝ่าบาทเพียงใดแต่กระนั้นฝ่าบาทก็ยังไม่ตัดใจจากนางข้าควรจะฆ่านางเสียใช่ไหม”ฉินเกอหลงนิ่งงัน“นั่นมันก็แล้วแต่เจ้าจะฆ่านางหรือเก็บไว้ก็แล้วแต่เจ้า ที่ข้าสงสัยก็แค่นางจะทำร้ายข้าเพื่ออะไรมิสู้ทำดีกับข้ารอให้ข้านั่งบัลลังก์แล้วยกย่องนางไม่ดีกว่าหรือ”“ฝ่าบาทมีอี้เหมยแล้ว จะรักหรือไม่เราสองคนก็คือสามีภรรยา อี้เหมยจะทำเหมือนว่าไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นมาก่อนหากเรื่องนี้ถึงหูท่านพ่อเรื่องที่ฝ่าบาทยังคลางแคลงสงสัยในความภักดีของท่านพ่อและอี้เห
“ทำไมข้ารู้สึกว่า รู้สึกว่า มีบางอย่างแปลกไปทำไมไม่รู้สึกดีใจที่ ท่านแม่ทัพบอกกับข้าเรื่องที่ทำลายซูตงจนราบคาบ ทำไมรู้สึกว่าที่นั่นสวยงามจนไม่น่าถูกทำลายลงไป” ฉินเกอหลงพูดขึ้นเบาๆ หานจงถอนหายใจยาว“ฝ่าบาทจะลองกินยาท่านหมอเยี่ยนฉือหน่อยดีไหม” ฉินเกอหลงถอนหายใจ“ท่านราชครูเฉินกับอี้เหมยบอกข้าว่าท่านหมอ เยี่ยนฉือไม่ได้อยู่ข้างข้าเช่นเดิมแล้วเขาแอบส่งข่าวถึงเอ่อถูหวังซวนและเอ่อต้าเหนิงจึงออกไปอยู่ที่ด่านอู่เอินเพื่อง่ายต่อการส่งข่าวให้กับศัตรู”“แล้วฝ่าบาทเชื่อที่ท่านราชครูกับฮองเฮาพูดถึงท่านหมอหรือไร” ฉินเกอหลงส่ายหน้าไปมา“ข้าเชื่อใครได้บ้าง ข้าไม่รู้เวลานี้ว่าใครพูดจริงพูดเท็จ หานจงช่วยข้าด้วย”“เชื่อหานจง ฝ่าบาท ฝ่าบาทเชื่อหานจง หากฝ่าบาทอยากได้ความจริงต้องเชื่อหานจง” ฉินกอหลงยกมือกุมขมับจ้องมองไปที่หานจงเพื่อค้นหาความจริงในสายตา“ฮองเฮาเสด็จๆๆๆๆๆๆ” หานจงถอนหายใจยาวเฉินอี้เหมยเดินเข้ามาข้างในห้อง“หานจงถวายพระพร…ฮองเฮา” เหลือบตามองหานจง“ไม่ต้องมากพิธีน่าท่านองครักษ์เมื่อก่อนเคยแบบไหนก็แบบนั้นเราเหมือนดังพี่น้องเมื่อก่อนนั้นท่านให้ข้าขี่หลังวิ่งเล่นแทนม้า มาบัดนี้ข้าจึงคิดว่า ท่านองค
“ท่านจ้าวบ้านขอรับมีการประกาศจับและให้เงินรางวัลสำหรับผู้ที่พบเบาะแสของท่านจ้าวบ้านไม่ว่าจะเป็นหรือตาย และตอนนี้คนของเราที่ถูกจับตัวไปถูกส่งตัวไปใช้แรงงานที่ด่านชายแดนเด็กเล็กถูกพรากจากพ่อแม่ หญิงงามถูกข่มเหงสามีถูกฆ่าตาย” เชียวกงเล่อกัดฟันแน่นเอ่อถูกหวังซวน ขมวดคิ้วเข้าหากัน“ข้าจะเข้าวังยอมจำนนเพื่อให้พวกเขาเลิกข่มเหงชาวซูตงเสียที”“ท่านปู่ ท่านพ่อ” เชียวกงเล่อต้าเหนิงและไฉหรานอุทานพร้อมกัน“ท่านพ่อได้โปรดอย่าทำแบบนี้ท่านเข้าวังก็ใช่ว่าพวกเขาจะส่งคืนชาวซูตง ท่านยอมจำนนใช่ว่าเขาจะอภัยให้” เชียวกงเล่อประสานมือคัดค้านเต็มที่“ท่านปู่ทุกอย่างไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเรา เราไม่อาจคาดเดาได้ทุกอย่างเขาทำแบบนี้เพราะต้องการให้ท่านปู่ยอมจำนนเสียเขาไมไ่ด้มีศีลธรรมถึงกลับต้องเห็นท่านปู่สำนึกผิดแล้วจะอภัยพวกเขาแค่ต้องการเอาชนะและทำให้ท่านเจ็บปวดที่สุดออกไปเท่ากับไปตาย”“ข้าไม่อาจทนเห็นคนที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในความแค้นครั้งนี้จะต้องมาพบจุดจบกับสิ่งที่พวกเขาไม่เคยได้ทำและเป็นข้าที่ทำให้เกิดเรื่องเล่านี้ตามมา” ต้าเหนิงกลืนน้ำลายลงคอยากเย็น“ท่านปู่อยู่ที่นี่ ข้า…จะออกไปทวงความเป็นธรรมคืนให้ท่านและช