“บอสไม่ทานข้าวเช้าเหรอคะ”“ไม่เป็นไรครับวันนี้ผมรีบ คุณนีนไปเองได้ใช่มั้ยครับ”“ได้ค่ะ ไม่ต้องห่วง”บทสนทนาที่ดูเหมือนปกติแต่ดันไม่ปกติเท่าไรนักสำหรับนีรนาราจบลงเพียงเท่านั้น เธอมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินออกไปก่อนจะถอนหายใจออกมา คนที่ลีลาจนเธอต้องเตือนเพราะกลัวไปทำงานสาย ไหนจะบังคับให้ขึ้นรถไปด้วยกันทุกวันนั่นอีก แบบนี้มันไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว ยิ่งเป็นแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดเข้าไปใหญ่แต่เธอจะทำอะไรได้นอกจากปล่อยไปเหมือนเดิม—----------------------“ค่ะบอส”“วันนี้ผมมีงานอะไรอีกมั้ยครับ”“ไม่มีแล้วค่ะ”“งั้นผมจะขอกลับก่อน ถ้ามีอะไรด่วนก็โทรหาได้เลยนะครับ”“ได้ค่ะบอส”นีรนาราวางสายก่อนจะทำงานต่อ วันนี้ทั้งวันยุ่งจนเกือบลืมไปแล้วว่าบอสเธอเป็นอะไร จนอีกฝ่ายเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันมามองเธอก็ได้แต่มองตามงงๆแล้วก้มทำงานต่อ ไม่รู้ว่ารีบอะไรถึงไม่ลากันสักนิดเลยแปลกจริงๆนั่นแหละ“พี่นีนๆ”“หืม อะไรเหรอฝ้าย”นีรนาราเงยหน้ามองรุ่นน้องแผนกข้างๆที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางระแวดระวังราวกับกลัวใครเห็น ทั้งที่ก็แทบไม่มีใครอยู่แถวนี้ด้วยซ้ำ“วันนี้บอสเค้าเป็นอะไรอ่ะพี่ ตึงทั้งวันเลย”“จริงเหรอ พี่ก็ว่าปกติ
“โย่ โบร้ว”เสียงจากปลายสายที่อยู่ไกลคนละซีกโลกดังขึ้นทันทีที่วิกรกดรับ เป็นเหตุให้ต้องกรอกตามองบนด้วยความรำคาญและสวนกลับไปทันที“แกเป็นหมาเหรอกันต์”“โห่ ไม่อ่อนโยนกับน้องกับนุ่งเลยอ่ะ”“แล้วนึกไงโทรมา เดือนนี้ยังไม่ได้โทรมาเหรอ”“โห ดูเค้าประชดเถอะน้องกันเสียใจนะครับ คุณก็รู้ว่าผมยุ่งมากทั้งเรียนทั้งตามเอาใจคุณย่าท่าน เวลาไปเล่นกับเพื่อนแทบไม่มีจะเอาเวลาที่ไหนโทรหาคุณครับพี่ชาย”“แต่โทรมาขอเงินนี่ไม่เห็นบ่นเลยนะ”วิกรขัดออกมาด้วยความหมั่นไส้ คุยกันทีไรกว่าจะได้เข้าเรื่องก็ต้องฟังน้องชายเพ้อเจ้อก่อนทุกที“นั่นมันเพื่อความอยู่รอดครับพี่ เอาน่าอย่าบ่นมากมีเงินเยอะก็ให้น้องช่วยใช้เถอะนะ”“แล้วยังไง วันนี้อยากได้อะไรอีกตัวแสบ”“ไม่ได้หวังเงินเลยครับ ผมแค่เป็นห่วงพี่ชายผมแต่ถ้าคุยเสร็จแล้วจะโอนมาก็ไม่ติดนะ”“แถจนถลอกหมดแล้วเถอะ แล้วกชไปไหนไม่ได้อยู่ด้วยกันเหรอ”วิกรบ่นก่อนจะถามหาน้องสาวอีกคนที่ไม่ค่อยได้คุยกันนัก “คุณกชเค้าพาคุณย่าไปเที่ยวริมแม่น้ำครับ แบบเดินกินลมชมวิวยามเย็นจะได้อารมณ์ดีไม่มาบ่นผมหูชาอีก”“พูดแบบนี้โดนบ่นทุกวันเลยสิ”“เรียกว่าได้รับศีลรับพรเถอะครับจะดูดีกว่า ว่าแต่พี่ช
“ว่าไงนะคะ!”“ตกใจทำไมครับ ไปเปิดประตูด้วยกันเร็วคุณแม่จะได้ตกใจไง”วิกรถามคนน้องราวกับลืมไปว่าเมื่อครู่ตัวเองก็เพิ่งจะตกใจมาเหมือนกัน แต่คำชวนนั้นทำเอานีรนาราที่ไม่ทันตั้งตัวขืนแรงดึงของวิกรเอาไว้ทันที“เดี๋ยวค่ะ แล้วนีนอยู่นี่จะเป็นไรมั้ยคะ คุณวิต้องไม่พอใจแน่ๆเลยทำไงดีคะ”“นีนครับ นีน ใจเย็นๆ ลืมแล้วเหรอครับว่าพี่ให้นีนมาอยู่นี่ทำไม ตอนนี้ก็ได้เวลาใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้แล้วไงครับ”“เอ่อ…ขอโทษค่ะ พอดีนีนตื่นเต้นไปหน่อย”นีรนาราที่นึกขึ้นได้ก็ยิ้มออกมาอย่างเขินๆที่ลืมเรื่องนี้ไปสนิท วิกรขำเบาๆก่อนจะถามอีกครั้งด้วยสายตาที่เอ็นดู“พร้อมมั้ยครับ”“ค่ะ”“วันนี้ถ้าพี่ทำอะไรเกินเลยไปก็ขอโทษไว้ล่วงหน้าเลยนะครับ”“หมายถึงอะไรคะ”นีรนาราชะงักกับประโยคที่ดูไม่น่าไว้ใจจนต้องรีบถามออกมาทันที วิกรยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะเอื้อมมือไปโอบรอบเอวบางมาแนบชิดแล้วตอบออกมา“ก็แบบนี้ครับ ไปกัน”นีรนาราหน้าร้อนผ่าวกับการกระทำที่แนบชิดอย่างไม่เคยปฏิบัติต่อกันมาก่อน เพราะถึงจะมีเรื่องนั้นเข้ามาเกี่ยวข้องเราก็แนบชิดกันแค่บนเตียงเท่านั้น ส่วนเวลาปกติต่างก็เคารพความเป็นส่วนตัวกันและกันตลอดเวลา“สวัสดีครับคุณแม่”วิกร
“นี่เหรอคะที่ที่พี่กรอยากจะมา”นีรนาราถามพลางเบิกตามองไปรอบๆอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าคนแบบวิกรจะชอบอะไรแบบนี้ด้วย สามเดือนแล้วที่ลุยงานกันมาจนล้าแทบไม่ได้พักในที่สุดก็หาเวลาว่างได้สักที แต่เพราะไม่อยากออกต่างจังหวัดเลยตกลงกันว่าจะหาที่เที่ยวแค่ในกรุงเทพก็พอ“ครับ แปลกเหรอ”“ไม่แปลกค่ะ แต่เกินคาดมากกว่า”“ทำไมครับ พี่ไม่เหมาะกับอะไรแบบนี้เหรอ”“ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลยค่ะ ดูไม่เหมาะกว่าเดิมอีก”นีรนาราส่ายหน้าให้คนพี่ที่ดูจะแพรวพราวใส่ทุกวันจนน่าหมั่นไส้ ใบหน้าหล่อเหลาที่แสร้งทำเป็นเศร้านั่นน่ารักน้อยซะเมื่อไหร่ ดูเอาจากสาวๆที่เริ่มมองมาแล้วพากันวี้ดว้ายเบาๆกับออร่าเจ้าตัวก็พอรู้ ว่าคุณเค้าเก็บความฮ็อตไม่อยู่อีกแล้ว“ใจร้ายจัง ไม่เห็นต้องพูดตรงขนาดนั้นเลย”“อยากดูปลาอะไรคะ”นีรนาราตัดบทไม่ใช่รำคาญแต่เพราะทนความหมั่นเขี้ยวอีกคนไม่ไหวต่างหาก แถมการตกเป็นเป้าสายตานานๆแบบนี้เธอก็ไม่ชินเอาซะเลย“แมวครับ”“พี่กร ตลกมากมั้ยคะ”“ล้อเล่นครับ พี่อยากดูทุกปลาแหละ”วิกรหัวเราะออกมาอย่างชอบใจที่แหย่ให้นีรนารามองค้อนเอาได้ ไม่รู้ทำไมถึงได้อยากแกล้งตลอดเวลาขนาดนี้ อาจจะเพราะไม่ว่าคนน้องทำอะไรก็ดูน่ารักไป
“พี่นีน เย็นนี้พ่อสั่งให้พี่โทรหาอ่ะ”“อืม เดี๋ยวพี่โทรไปเอง”นีรนารารับคำน้องสาวที่โทรมาหาในตอนพักเที่ยงด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยใจ ไม่ใช่กับน้องแต่เป็นเพราะคนเป็นพ่อที่สั่งให้โทรไปต่างหาก ปาริฉัตรที่เข้าใจพี่สาวตัวเองดีรีบปลอบใจทันที“ไม่ต้องไปคิดมากนะพี่นีน พ่อจะพูดอะไรก็ช่างเค้าเถอะ”“อื้อ ไม่ต้องงห่วงหรอกพี่โอเค ฉัตรก็ไม่ต่องคิดมากมีอะไรก็บอกพี่นะรู้มั้ย”นีรนารารีบปรับน้ำเสียงให้ดีขึ้นเพราะไม่อยากให้น้องต้องพลอยคิดมากไปด้วย เรื่องของเธอกับพ่อต่อให้ผ่านมากี่ปีก็ไม่เคยมีคำว่าเข้าใจกันได้เลย“โอเคค่ะคุณพี่คนสวย ฉัตรไปเรียนก่อนนะ”“จ้า ตั้งใจเรียน”—---------------“สวัสดีค่ะพ่อ”“ถ้าไม่สั่งให้โทรมาก็ไม่คิดจะโทรมาเลยสินะ”ถ้อยคำแรกไม่ใช่คำทักทายแต่เป็นคำประชดประชันที่ได้ยินจนชินชาไปแล้ว นีรนาราถอนหายใจเบาๆก่อนจะอธิบายเหมือนอย่างเคยแม้รู้ว่าพ่อไม่มีทางรับฟัง“นีนขอโทษค่ะพ่อ งานนีนมันยุ่งมากจริงๆไม่ว่างโทรหาเลย”“แกจะหาเวลาสักห้านาทียังไม่ได้เลยเหรอนีน วันนึงมันก็ต้องโทรมาได้บ้างแหละแกแค่ไม่ใส่ใจจะโทรเองต่างหาก”“นีนจะโทรไปให้บ่อยกว่านี้นะคะ”ไม่มีคำจะแก้ตัวเมื่อลึกๆแล้วนีรนาราเองก็ไม่ได
“ไงคะ คุณนีนสุดสวย”เสียงทักทายจากอันนาที่เพิ่งเดินเข้ามาที่โต๊ะเรียกสายตาของนีรนาราและเปรมาที่คุยกันอยู่ให้หันไปมอง “ก็ดี แล้วแกอ่ะช่วงนี้รับงานเยอะเลยเหรอ”นีรนาราตอบพลางขยับที่ให้เพื่อนนั่งลงใกล้ๆ“แน่นอนค่ะ ช่วงนี้ขาขึ้นต้องรีบตักตวงไว้ก่อน วงการบันเทิงมันไม่มั่นคงพวกแกก็รู้”“อย่างแกต้องกลัวขาลงอีกเหรออันนา ได้ข่าวว่าที่บ้านรอให้ไปช่วยธุรกิจนี่คะ แกต่างหากที่ไม่ยอมไปทำเพราะมัวแต่อยากเดินแบบอ่ะ”เปรมาขัดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ เพื่อนเธอทำเหมือนไม่มีทางเลือกทั้งที่ไม่ยอมเลือกเองแบบนี้รับไม่ได้จริงๆ“เอ้า อันนามีความฝันอันนาก็ต้องทำตามความฝันสิคะผิดตรงไหน”“แถวบ้านเรียกหน้าดื้อค่ะคุณอันนา”นีรนาราช่วยซ้ำอีกแรงเมื่อทนมองท่าทางกวนๆของเพื่อนไม่ไหว เพราะคบกันมานานเลยรู้นิสัยกันดี“อย่ามารุมอันนาคนสวยนะคะขอร้อง คุณนีนเถอะไหนมีอะไรอยากเล่ามั้ยได้ข่าวว่าช่วงนี้ว้าวุ่นใจบ่อยเหรอคะ”“ว้าวุ่นอะไรล่ะ เพ้อเจ้อมากอันนา”นีรนารารีบปฏิเสธเมื่อเพื่อนดันหันมาเล่นงานเธอแทนทั้งที่คิดว่าจะรอดแล้วแท้ๆ“อย่ามาทำนิ่ง ยัยแป้งนินทาให้ฟังหมดแล้วค่ะคุณเพื่อน ทำไมคะบอสเค้าแซ่บจนทำให้หวั่นไหวเลยเหรอ”“อันนา! ไอ้บ้
“ไง ไม่เจอกันกี่เดือนแล้ววะเนี่ย”พีรวิชญ์เอ่ยทักทันทีเมื่อเข้ามาในห้องที่เพื่อนนัดเอาไว้ ร้านเหล้าร้านเดิมที่เป็นลูกค้าประจำกันไปแล้วแม้จะไม่ได้มาบ่อยก็ตาม“มึงก็เกินไปมาก เพิ่งผ่านมาอาทิตย์เดียวเถอะ”“เหรอวะ ไม่เห็นจำได้เลย”“อันนี้มึงน่าจะความจำเสื่อมเพราะเหล้าแล้วล่ะพีนัท”อัคคีขัดขึ้นอย่างหมั่นไส้ทำเอาพีรวิชญ์มองค้อนแล้วสวนกลับทันที“มาถึงก็เปิดกูก่อนเลยนะไอ้ห่านี่”“มึงกำลังมีชื่อเสียงไม่รักษาภาพลักษณ์บ้างเหรอวะพีนัท เข้าออกร้านเหล้ายังกับบ้านตัวเอง”วิกรถามขึ้นมาอย่างอดจะสงสัยในตัวเพื่อนไม่ได้ เป็นนักร้องดังที่ไม่สนใจข่าวอะไรของตัวเองทั้งนั้น ถึงจะไม่เคยทำอะไรไม่ดีก็เถอะแต่สร้างภาพสักนิดเจ้าตัวก็ไม่สนใจจะทำ “ภาพลักษณ์ไม่ได้ทำให้กูอารมณ์ดีเหมือนเหล้านี่หว่า ช่างเถอะใครรักกูเค้าก็รักที่กูเป็นทั้งนั้นแหละแคร์คนที่ไม่รักทำไมวะ กูไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีซักหน่อย”“อือ ถ้าไม่ใช่เสียงกับหน้าตานี่กูก็ยังมองไม่ออกเลยว่าเค้าชอบมึงลงกันได้ไง”“เพลงผมเพราะครับคุณ ส่วนเสียงกับหน้าตานี่ก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่มันมีมาแต่เกิด ผมก็ลำบากใจที่ทำให้คนเค้ามาหลงรักเหมือนกัน”จบประโยคชมตัวเองยืดยาวนั้นท
“โย่ว โบร้ว”“เลิกทำเสียงเหมือนหมาเถอะกันต์”วิกรว่าอย่างอ่อนใจ รับสายทีไรไม่เคยมีครั้งไหนที่วิศวะจะเลิกทำตัวแปลกสักทีเลย“อย่าร้ายสิครับพี่ชาย”“พี่กรยังได้ยินแค่นานๆครั้ง แต่กชได้ยินทุกวันรำคาญกว่าอีกค่ะ”เสียงใสที่แทรกเข้ามาทำเอาวิกรขำออกมาทันทีกับความชอบตีกันของทั้งคู่ “อยู่ด้วยกันได้โดยที่ไม่ตีกันตายไปซะก่อนพี่ก็ดีใจแล้ว แล้วยังไงสองแสบมีอะไรจะคุย”“ก็แบบ ปิดเทอมแล้วไง”“จริงด้วย แล้วไม่ชวนคุณย่ากลับมาเที่ยวไทยเหรอ”วิกรที่นึกขึ้นได้ก็เบิกตาโตขึ้นมาทันที ทุกๆปิดเทอมสองพี่น้องและคุณย่าที่อยู่ด้วยกันที่นั่นก็จะพากันกลับมาบ้านแล้วอยู่ยาวๆจนใกล้เปิดเทอมถึงจะกลับไป เรียกว่าใช้เวลาด้วยกันทดแทนช่วงที่ห่างแบบเต็มที่“แน่นอนสิครับ ไม่ได้กลับบ้านตั้งนานแล้วคิดถึงมาก”“คิดถึงครอบครัว?”“คิดถึงที่เที่ยวกับอาหารไทยครับ”“แย่มาก”วิกรแกล้งบ่นทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าน้องจะพูดอะไรออกมา วิศวะที่อยู่อีกฝั่งก็ขำด้วยความชอบใจ“ฮ่าๆ ก็ใครใช้ให้พี่ชงมาก่อนล่ะ จริงมั้ยกช”“ไม่ต้องหาแนวร่วมกชไม่ใช่คนแบบนั้น บอกเลยว่ากชคิดถึงพี่กรที่สุดค่ะ”“ถามคำเดียวนะพี่กร เชื่อมั้ย”“ไม่เชื่อทั้งคู่อ่ะ”วิกรตอบทันทีอย่
“ไม่ไปยุโรปกันแน่นะคะลูก”วิภาดาถามย้ำอีกครั้งแม้ลูกจะยืนยันว่าจะเปลี่ยนที่เที่ยวก็ตาม วันครบรอบแต่งงานที่เคยวางแผนกันไว้ว่าจะไปแถวๆยุโรปกลายเป็นต้องเปลี่ยนแผนใหม่เพราะว่านีรนาราท้องขึ้นมาซะก่อน “ไม่ไปครับ ผมกลัวนีนจะลำบากถ้าเดินทางไกลมากเราเลยตกลงจะไปแค่ที่ภูเก็ตครับ”“นั่นสิเนอะกำลังท้องอยู่ด้วย แต่ก็ดีแล้วค่ะไม่ไกลมากแม่ก็ไม่ห่วงเสียดายที่ไปด้วยไม่ได้เพราะแม่ติดไปงานเลี้ยง ยังไงก็ดูแลน้องดีๆนะลูก มีอะไรให้รีบติดต่อแม่เลยนะคะ”วิภาดาสั่งอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง ตั้งแต่นีรนาราท้องเธอก็คอยดูแลตลอดเวลาไม่ต่างจากวิกรเพราะกลัวจะเกิดอันตรายแม้จะมีคนคอยช่วยดูแลตั้งมากมายก็ตาม“ครับผม ไม่ต้องห่วงนะครับ”“งั้นก็ไปพักผ่อนเถอะพรุ่งนี้จะได้ออกเช้าๆ”วิภาดาพยักหน้าให้ก่อนจะบอกให้ลูกไปพักเพราะเห็นว่าดึกแล้ว “ครับคุณแม่”—----------------------“ไหวมั้ยครับ”วิกรถามนีรนาราพลางประคองร่างบางด้วยความเป็นห่วง จนนีรนาราที่รู้สึกว่าได้รับการดูแลมากไปต้องยืนยันออกมาให้วิกรสบายใจอีกที“สบายมากค่ะพี่กร นีนไม่เป็นไรเลย”“ค่อยๆเดินนะครับ รถที่โรงแรมมารอเราแล้วเดินไปอีกนิดเดียว”“ค่ะ”“พักก่อนมั้ยครับ”“ไม่
“ไม่ไปโรงพยาบาลแน่นะครับ”วิกรถามด้วยความเป็นห่วงเพราะหลายวันมานี้นีรนารามีอาการป่วยบ่อยๆจนวันนี้ถึงกับลุกไปทำงานไม่ไหว แต่เจ้าตัวก็ยังยืนยันว่าจะไม่ไปโรงพยาบาลอยู่ดี“ไม่ต้องหรอกค่ะ แค่เวียนหัวนิดหน่อยนอนพักไม่นานก็หาย”“ตามใจครับ แต่ว่าถ้าไม่โอเครีบโทรหาพี่เลยนะครับรู้มั้ย”“รู้แล้วค่า พี่กรไม่ต้องห่วงหรอกนีนอยู่ได้คนในบ้านเยอะแยะลืมแล้วเหรอคะ พี่กรนั่นแหละนีนไม่ไปด้วยไหวแน่นะคะ”นีรนาราถามกลับด้วยสีหน้าไม่วางใจ เพราะช่วงนี้งานที่บริษัทเยอะมากๆจนแทบไม่มีเวลาพัก หากไม่มีเธอช่วยอีกคนเกรงว่าวิกรจะทำงานหนักเกินไป“ไหวสิครับ ทำงานแค่นี้พี่สบายมากคุณคิมเค้าเก่งขึ้นเยอะแล้ว”วิกรยืนยันก่อนจะเอ่ยถึงผู้ช่วยเลขาคนใหม่ที่รับเข้ามาได้สักพักเพื่อช่วยนีรนาราทำงานอีกแรง “‘งั้นก็ไปทำงานได้แล้วค่ะเดี๋ยวสาย”“โอเคครับที่รัก”—------------------------“แกแน่ใจนะนีนว่าจะทำแบบนี้อ่ะ ไม่กลัวคุณกรเค้าน้อยใจเหรอวะ”เปรมาถามด้วยสีหน้าไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เพื่อนวางแผนจะทำอยู่ตอนนี้ แถมเธอยังกลายมาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดโดยไม่ตั้งใจอีกต่างหาก “อือ พี่กรไม่ใช่คนคิดมากแบบนั้นสักหน่อย”“คิดแทนเค้าละหนึ่ง เอาดีๆนะเ
“หนาวมั้ยครับ”วิกรหันมาถามภรรยาที่เดินข้างๆด้วยความเป็นห่วง ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ญี่ปุ่นนั้นอากาศหนาวมากๆ มือหนาเอื้อมไปกระชับผ้าพันคอให้นีรนาราอีกครั้งแล้วจับมือเล็กมากุมไว้เหมือนเดิม“นิดหน่อยค่ะ พี่กรล่ะคะ”“เหมือนกันครับ แต่ว่าอากาศดีมากเลยไม่ได้เดินสูดอากาศแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ”วิกรบอกพลางยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี มองไปรอบๆที่มีผู้คนมากมายออกมาเที่ยวชมงานเทศกาลอย่างคึกคักก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่ไม่เคยได้สัมผัสกับงานอะไรแบบนี้ ถึงจะเคยไปเที่ยวกับครอบคัวก็ไม่เคยไปเดินเล่นเพราะขี้เกียจจนเอาแต่นอนซะมากกว่า“ก็พี่กรเอาแต่ทำงานไม่ยอมหยุดเลยนี่คะ นีนคิดว่าหยุดยาวนี้จะไม่ได้มาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วซะอีก”“ต้องได้มาสิครับ พี่วางแผนไว้แล้วนี่นา”“แต่ความจริงก็ไม่ถึงกับต้องมาหลายวันก็ได้นะคะ เกรงใจคุณอัคคีเค้ามากเลย”นีรนาราอดจะพูดถึงคนที่มาดูแลบริษัทแทนวิกรไม่ได้ เมื่อวิกรขอหยุดยาวแล้วเรียกให้หุ้นส่วนน้อยนิดอย่างอัคคีเข้ามารับภาระไปเต็มๆจนอัคคีโวยวายอยู่นาน“ไม่ต้องไปเกรงใจมันหรอกครับ ยังไงนั่นก็งานมันเหมือนกัน อีกอย่างคนอย่างมันก็ไม่ได้จะไปไหนอยู่แล้วนอกจากอยู่บ้าน”“จริงเ
“ดูอะไรคะ”นีรนาราถามพลางเดินเข้าไปใกล้วิกรที่ดูอะไรบางอย่างในมือถืออยู่ ร่างสูงหันมายิ้มให้เจ้าสาวคนสวยก่อนจะยื่นมือถือให้ดู“ไออุ่นน่ะครับ เค้าส่งข้อความมายินดีแล้วก็ขอโทษที่เคยทำให้ลำบาก”“เค้าสบายดีใช่มั้ยคะ”นีรนาราถามหลังกวาดตาอ่านเพียงคร่าวๆแล้วส่งคืนให้เจ้าของ วิกรพยักหน้าแล้วเล่าถึงอดีตคนรักที่ไปเริ่มต้นใหม่ที่ต่างประเทศเพื่อรักษาจิตใจตัวเอง“ครับ เค้าย้ายไปอยู่ต่างประเทศแล้วบอกว่าจะเปิดร้านขนมที่นั่นด้วย”“ถ้าเค้ามีความสุขได้จริงๆก็ดีนะคะ เค้าน่าสงสารมากๆเลย”นีรนาราบอกด้วยความเห็นใจเพราะรู้ว่าอริสาต้องต่อสู้กับการรักษาโรคซึมเศร้าที่เป็นอยู่ด้วย ไหนจะครอบครัวที่กดดันอยู่ตลอด ไหนจะต้องตัดใจจากความรักที่ฝังแน่นในใจมานานอีก เป็นใครก็คงทรมานไม่ต่างกัน“ไม่โกรธเค้าเหรอครับ”“ถามเหมือนไม่รู้จักนีนเลยนะคะ”“ล้อเล่นครับ พี่รู้ว่านีนไม่คิดอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว”วิกรยิ้มออกมาก่อนจะจับมือนีรนารามากดจูบลงที่หลังมือขาวอย่างเอาใจ ถึงจะไม่ได้รู้ใจทุกอย่างแต่ก็มั่นใจว่าตอนนี้ตัวเองรู้จักว่าที่ภรรยาดีที่สุดกว่าใครทั้งนั้น นีรนาราที่ดูเหมือนเฉยชากับทุกอย่างแต่ในใจกลับอ่อนโยนและเห็นใจคนอื่นอยู่เ
ช่วงเวลายามดึกบนยอดดอยในช่วงเดือนธันวาคมนั้นอากาศค่อนข้างเย็นพอสมควร ยิ่งมีสายลมที่พัดผ่านไปเป็นระยะๆก็ยิ่งสร้างความหนาวให้กับนักท่องเที่ยวที่มาสัมผัสอากาศแบบนี้ไม่น้อย ไม่ต่างจากนีรนารากับวิกรที่พากันมาชมดาวบนดอยแห่งนี้ด้วยเช่นกัน เพราะตกลงกันว่าจะมาก่อนกำหนดแต่งงานเพื่อพากันมาดูดาวที่นี่ แต่ช่วงนี้เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเยอะมากๆทั้งคู่เลยเลือกบ้านพักแทนตั้งเต้นท์เพราะอยากได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า“ไม่อยากเชื่อเลยว่าเราจะมาถึงตรงนี้ได้”จู่ๆวิกรที่เงียบมานานก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่มีที่มาที่ไปจนนีรนาราที่กำลังมองดาวเพลินๆงง ร่างบางที่เอนตัวพิงอกแกร่งผละตัวออกมาก่อนจะมองหน้าวิกรแล้วถามด้วยความสงสัย“หมายถึงอะไรคะ”“ก็พอมองย้อนกลับไปแล้ว เรารู้จักกันทำงานด้วยกันมาตั้งนานไม่เคยนึกถึงภาพอะไรแบบนี้เลยสักครั้ง ทำไมเราถึงไม่ได้ชอบกันตั้งแต่แรกเจอนะว่ามั้ย”“มันไม่ใช่ทุกคนที่จะมีรักแรกพบนี่คะ อีกอย่างต่อให้เราเป็นแบบนั้นจริงก็ไม่แน่ว่าจะคบกันจนมาถึงวันนี้ได้นี่นา”นีรนาราตอบตามที่คิด ความรักเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อสำหรับเธอเสมอไม่ว่าจะในสถานะไหน จะแอบรัก รักแรกพบ หรือรักที่มั่นคงตั้งแต่เด็กจนถึงว
“นักธุรกิจที่มีบริษัทใหญ่โตอย่างคุณคงมองว่าที่นี่เล็กไปเลยสินะ”ประดิพัทธ์ถามพลางขำออกมาเบาๆ ในน้ำเสียงไร้ความประชดเพียงแต่พูดตามความเป็นจริงเพราะรู้ดีว่าวิกรนั้นบริหารธุรกิจที่ใหญ่มากขนาดไหน หากเป็นก่อนหน้าจะได้รู้จักกันคงมีแต่อคติเท่านั้น แต่พอได้ฟังเรื่องราวหลายๆอย่างจากวิภาดาคนเป็นแม่มาแล้ว จากที่ไม่ชอบใจก็กลายเป็นชื่นชมแต่ก็ไม่คิดแสดงออกมาให้เห็นง่ายๆวิกรมองใบหน้าคนที่เรียกมาคุยส่วนตัวในยามเย็นแบบนี้ ก่อนจะพยักหน้าและตอบออกมาตามความเป็นจริง“ถ้าถามขนาดก็ใช่ครับ แต่ถ้ามองในมุมนักธุรกิจผมว่ามันสามารถขยายไปได้ไม่ต่างจากของผมเลย”“หึ แค่พูดก็ฟังดูเหมือนจะทำได้นั่นแหละนะ แต่เอาเข้าจริงคุณก็รู้ว่ามันจะโตขนาดนั้นได้ก็ต้องใช้ทั้งเงินทั้งเวลาอีกไม่รู้เท่าไหร่”“ก็จริงครับ แต่ถ้าอยากให้ผมช่วยอะไรบอกได้เลยนะครับผมยินดี”วิกรบอกด้วยความจริงใจ ตั้งแต่มาถึงนี่ก็สังเกตและเก็บรายละเอียดทุกอย่างที่เห็นผ่านตาตามนิสัยนักธุรกิจ รู้ดีว่าการพัฒนาที่นี่ไม่ใช่เรื่องยากแต่ก็ต้องใช้เวลานานพอสมควรอย่างที่พ่อของนีรนาราว่า “ไม่รบกวนคุณหรอก ยังไงพวกเราก็แค่ทำเท่าที่ตัวเองยังสบายๆกันอยู่ไม่ได้หวังให้มันเติบโ
“คุณแม่จะไปไหนนะครับ”วิกรถามด้วยความตกใจเมื่อคนเป็นแม่โทรมาบอกว่าจะไปต่างจังหวัดสักพัก แต่ต่างจังหวัดที่ว่าคือบ้านของนีรนาราทำเอาตกใจจนต้องถามย้ำอีกครั้ง“ตกใจอะไรขนาดนั้นล่ะคะลูก แม่จะไปบ้านหนูนีนค่ะ”“ไม่ได้นะครับ ผมบอกแล้วไงว่าเค้ายังไม่ยอมรับที่ผมกับนีนคบกัน”วิกรรีบห้ามไว้ทันทีเมื่อแม่ตอบชัดเจน ที่บอกว่าอยากให้แม่ช่วยก็ไม่ได้หมายความว่าจะให้ไปถึงบ้านขนาดนี้ซักหน่อย“แม่รู้แล้วค่ะไม่ต้องย้ำ แต่แม่มีวิธีของแม่ก็แล้วกันน่าไม่ต้องห่วงหรอก”“แต่คุณแม่ครับ มันจะไม่แย่ลงใช่มั้ย”วิกรถามด้วยความกังวล กลัวว่าแม่จะไปรุกเกินจนอีกฝ่ายยิ่งไม่พอใจมากขึ้นอีก แต่วิภาดากลับถามย้อนลูกด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งทันที“เชื่อใจแม่มั้ยคะ”“เชื่อสิครับ แต่ว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องจะไปคุยกันง่ายๆซะหน่อยคุณแม่ก็รู้ ไว้ผมหาวิธีเองดีกว่าครับ”วิกรตอบแบ่งรับแบ่งสู้ยังไม่อยากเสี่ยงอะไรมากในตอนนี้ ไม่รู้ว่าต้องรับมือกับพ่อของนีรนาราแบบไหนเพราะไม่เคยได้เจอหรือรู้จักมาก่อน แต่หากได้รู้จักตัวตนอีกนิดคงหาทางรับมือได้ไม่ยาก แต่คำตอบนั้นกลับสร้างความไม่พอใจให้คนเป็นแม่จนโวยวายออกมาอีกรอบ“โอ้ย แม่รอไม่ไหวแล้วค่ะเอาเป็
“มากันไวจังวะ”วิกรยิ้มทักทายเพื่อนสองคนที่นั่งรออยู่ในห้องเดิมที่เคยนัดกันมาดื่มประจำ ก่อนจะได้สายตาเหยียดๆมาจากทั้งพีรวิชญ์และอัคคีราวกับไปทำอะไรไม่ดีมาจนต้องหุบยิ้มทันที“ไม่มีใครไวทั้งนั้นมึงแค่มาเลยเวลานัดเองอย่าเนียน”“แหม่ แกล้งๆทำเหมือนดีใจที่เจอกูบ้างก็ได้เนอะ”วาิกรเบ้ปากใส่ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามเพื่อนๆ “ทำไมกูต้องทำ ไม่ได้สำคัญขนาดนั้น”อัคคีว่าพลางมองวิกรแรงกว่าเดิมอย่างไม่คิดถนอมน้ำใจสักนิด หากเป็นคนอื่นมาเห็นคงคิดว่าเป็นศัตรูกันไม่น่าใช่เพื่อนสนิทแน่ๆ“อือ กูก็ไม่น่าเล่นแต่แรกเลย ไงพีนัทช่วงนี้ร้องเพลงจนเสียงแหบเลยเหรอมึงอ่ะ”“ก็นะ คนมันฮ็อตมากกูก็เหนื่อยเหมือนกัน”พีรวิชญ์ยืดอกรับคำชมอย่างไม่คิดจะถ่อมตัวสักนิดจนวิกรส่ายหัวให้กับความมั่นอกมั่นใจเกินเหตุของเพื่อน“พอกูจะชมก็เป็นแบบนี้แหละมึงอ่ะ มั่นหน้า”“ก็มีให้มั่นอ่ะค้าบ มึงเถอะได้ข่าวว่าโดนสกัดขาตั้งแต่นอกสนามเลยเหรอวะ”พีรวิชญ์ยักคิ้วกวนๆใส่เพื่อนก่อนจะถามกลับเชิงหยอก รู้ว่าวันนี้วิกรเรียกมารวมตัวเพราะอยากปรึกษาเรื่องที่บ้านของนีรนาราไม่ยอมรับการคบกันของทั้งคู่ เลยต้องทำหน้าที่เพื่อนที่ดีตัดกำลังใจกันหน่อย“กูไม่ได้ไปเ
“ค่ะพี่เหนือ”นีรนารารับสายจากขุนเขาด้วยความแปลกใจ เพราะปกติอีกฝ่ายแทบไม่เคยโทรมาหาหากไม่มีธุระจำเป็นจริงๆ ขนาดจะแชทคุยกันก็ยังนานๆครั้งเลยด้วยซ้ำ พอเป็นแบบนี้ใจคอก็ไม่ค่อยดีขึ้นมาเพราะกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับที่บ้านเธอ‘นีน คือพี่มีเรื่องอยากคุยด้วยตอนนี้สะดวกมั้ยครับ’“ได้ค่ะ พอมีเวลานิดนึงพี่เหนือมีอะไรเหรอคะ”นีรนารามองนาฬิกาที่ยังเหลือเวลาจากช่วงพักอยู่นิดหน่อยก่อนจะตั้งใจฟัง แต่ขุนเขากลับทิ้งช่วงไปสักพักก่อนจะพูดอึกอักจนนีรนาราพลอยลุ้นไปด้วย‘คือ พี่เผลอหลุดปากเรื่องที่นีนมีแฟนกับลุงพัทไปอ่ะครับ แต่พี่ไม่ได้ตั้งใจนะก็ลุงเค้ามาถามเรื่องแต่งงานพี่เลยอธิบายไปแต่พูดละเอียดเกินไปหน่อย พี่ขอโทษนะครับ…’ขุนเขาที่ตั้งใจจะโทรมาขอโทษอธิบายเสียงอ่อยอย่างรู้สึกผิด กลัวเหลือเกินว่านีรนาราจะเข้าใจผิดหลังจากคุยกับพ่อของนีรนาราเสร็จก็รีบโทรมาบอกทันที“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่เหนือ ยังไงวันนึงพ่อก็ต้องรู้อยู่แล้ว นีนเองก็ตั้งใจจะบอกเร็วๆนี้เหมือนกันค่ะ”นีรนารายิ้มออกมาได้เมื่อไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอย่างที่กลัว แต่จะว่าไม่กังวลก็ไม่ใช่เพราะรู้ดีว่าพ่อต้องโทรมาคุยภายในวันนี้แน่ๆ ไอ้ที่ว่าตั้งใจจะบอกก็ไม่