“ซูหมิงอวี๋ แกจะตะโกนโหวกเหวกหาอะไร?”หม่าเฉียนคุนแสดงความไม่พอใจทันทีและพูดดุซูหมิงอวี๋เหมือนกับว่าเขาเป็นเจ้าของงานที่นี่ ไม่สนใจเย่ชิงหยุนเลยแม้แต่น้อยซูหมิงอวี๋หน้าแดงทันที รีบอธิบายว่า “เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้วจริงๆ” “ฉันเพิ่งได้รับข่าวจากฝั่งตระกูลซูว่าลั่วอู๋ฉาง เจ้าหนูนั้น กำลังร่วมมือกับตระกูลหลิ่วจากเมืองหลวงเพื่อพัฒนายาตัวใหม่!”หม่าเฉียนคุนพูดด้วยเสียงเยาะเย้ย “ข่าวนี้ถูกต้องแน่นะ?”“ทำไมฉันได้ยินมาว่าแกโดนซูเทียนคั่วไล่ออกจากบ้าน กลายเป็นหมาจรจัดไม่มีที่อยู่ไปแล้วล่ะ!”“แล้วแกได้รับข่าวนี้มาได้ยังไง?”ซูหมิงอวี๋ถูกพูดจาจนทำให้รู้สึกอับอาย หน้าแดงแปร๊ดในทันทีแต่เขาก็จำต้องอดกลั้นความโกรธและพูดอย่างจริงจังว่า “ข่าวนี้จริงแท้แน่นอน ฉันขอใช้ชื่อเสียงของตัวเองรับรองเลย”“ฉัน ซูหมิงอวี๋ อยู่ในตระกูลมาหลายปี ไม่ใช่อยู่ไปวันๆ ไร้ประโยชน์หรอกนะ มีข่าวอะไร พวกเขาจะมักส่งมาบอกฉันเป็นคนแรกเสมอ”“ได้ยินว่า ลั่วอู๋ฉางก็พัฒนายาตัวใหม่เหมือนกัน!”“ฉันเชื่อว่านี่ไม่ใช่ข่าวลือ ไม่เช่นนั้น ตระกูลหลิ่วคงไม่ส่งคนมาร่วมลงทุนด้วยหรอก”หม่าเฉียนคุนยังคงไม่เชื่อ หัวเราะเยาะเบาๆเย่
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของหม่าเฉียนคุน สมองของเย่ชิงหยุนก็หมุนเร็วขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วแกล้งทำเป็นสงบ “ทุกท่าน คิดว่าเรื่องนี้น่าเชื่อถือเท่าไรกัน?”“อย่างแรกที่ควรสงสัยก็คือ พวกเขาได้ใบอนุญาตหรือยัง?”เย่ชิงหยุนให้ผู้ช่วยยกแท็บเล็ตขึ้นมา แสดงใบอนุญาตแบบอิเล็กทรอนิกส์ของยาหุยชุนตันให้ทุกคนดู“ใบอนุญาตของเรา ไม่มีปัญหาแน่นอน”เย่ชิงหยุนพูดต่อ “ทุกท่านลองคิดดู ยาที่มีส่วนประกอบและสูตรเดียวกัน ทั้งๆ ที่เราเพิ่งได้ใบอนุญาตมา แล้วจากนั้นก็มีคนไปขอใบอนุญาตตามหลังในทันที สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะทำอย่างไร?”“ถึงแม้ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะแข็งแกร่งเหมือนของผม แต่เพราะมีเรื่องเกี่ยวข้องมากมาย ผมเกรงว่าสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาคงไม่กล้าอนุมัติง่ายๆ หรอกใช่ไหม?”“ดังนั้น พวกเขาไม่มีทางได้ใบอนุญาตแน่!”“ถ้าไม่เชื่อ ทุกท่านสามารถติดต่อคนรู้จักที่ทำงานอยู่ในสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้เลย ให้พวกเขาช่วยตรวจสอบ”หม่าเฉียนคุนกลอกตา พูดอย่างไม่พอใจ “ต้องให้แกเตือนด้วยเหรอ?”ขณะพูด เขาก็ได้กดหมายเลขหนึ่งบนโทรศัพท์แล้ว“สวัสดีเหล่าเฉิน มีเรื่องหนึ่งที่ฉันอยากถาม...”หม่าเฉียนคุนสีหน้าน
หม่าเฉียนคุนคนนี้ ไม่เพียงแต่โหดเหี้ยมและไร้ความปรานีเท่านั้น แต่ยังพูดคำไหนคำนั้นเมื่อเผชิญกับการข่มขู่ฆ่าทั้งครอบครัว ทุกคนย่อมเลือกที่จะปิดปากให้สนิทอย่างว่าง่ายอีกทั้ง เดิมทีเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของพวกเขาเองโดยตรงทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี้ ล้วนเป็นผู้ถือหุ้นของร้านร้อยสมุนไพร และเป็นหุ้นส่วนของโครงการยาหุยชุนตันใครจะโง่พอที่จะไปบอกข้อมูลลับให้กับฝ่ายตรงข้ามกันล่ะ?ความสำคัญของการเก็บความลับ ทุกคนต่างก็เข้าใจกันดีแน่นอน การไม่พูดเองกับการถูกคนอื่นขู่ไม่ให้พูด เป็นความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อหม่าเฉียนคุนเห็นปฏิกิริยาของทุกคนแล้วถึงค่อยเผยสีหน้าพอใจออกมาเล็กน้อย พร้อมกับหัวเราะเบาๆ และพูดว่า “ถือว่าพวกแกฉลาด!”พูดจบ เขาก็หันหลังเดินจากไปอย่างเย่อหยิ่ง“น้อมส่งเถ้าแก่หม่า” เย่ชิงหยุนก้มตัวทำความเคารพอย่างสุภาพแต่หม่าเฉียนคุน ไม่แม้แต่จะมองเขาและเดินจากไปอย่างหยิ่งทะนงในสายตาของหม่าเฉียนคุน เย่ชิงหยุนก็เป็นเพียงเด็กน้อย ไม่คู่ควรที่จะมาเทียบเท่าตนการที่ตระกูลหม่าเข้าร่วมโครงการยาหุยชุนตันนั้น เป็นเพราะให้เกียรติตระกูลเย่และถือเป็นเกียรติยิ่งสำ
ไม่คิดเลยว่างานจะใหญ่ขนาดนี้“สมแล้วที่เป็นคนเก่งของตระกูลหลิ่ว พี่ซือหยินช่างฉลาดและมีความสามารถมากจริงๆ เห็นได้ชัดว่าฉันที่เป็นสายเทคนิคไม่อาจเทียบได้เลย!”ซูเฉี่ยนเฉี่ยนมั่นใจว่านี่ต้องเป็นผลงานของหลิ่วซือหยินแต่ความจริงแล้ว หลิ่วซือหยินเองก็รู้สึกงุนงงอยู่เหมือนกัน!เธอคิดเหมือนกับซูเฉี่ยนเฉี่ยนว่า เนื่องจากเวลาสั้นเกินไป ถ้าจัดงานแถลงข่าวที่ใหญ่โตไม่ได้ ก็เชิญคนในวงการมาบางคน ทำการประชาสัมพันธ์ในวงแคบแทนทำให้คนในวงการรู้ถึงการมีอยู่ของยาแก้บาดเจ็บก่อน และค่อยให้พวกเขาบอกต่อๆ กัน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีภายหลัง“เร็ว เข้าไปบอกฝ่ายซับพอร์ทให้เพิ่มของว่างรับรอง ทั้งน้ำชา ของขวัญที่ระลึก อย่าให้ขาดแม้แต่อย่างเดียว!”หลิ่วซือหยินซึ่งสวมชุดยาวสีดำรัดรูป โชว์สัดส่วนโค้งเว้าที่สมบูรณ์แบบ กำลังเร่งจัดการงานท่าทางของเธอที่ชี้สั่งไปทั่ว แสดงถึงความเป็นหญิงแกร่งได้ชัดเจนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ทุกคนไม่ทันตั้งตัวจำนวนแขกเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ทำให้ต้องรื้อการเตรียมงานก่อนหน้าและจัดทำใหม่ทั้งหมดพนักงานทั้งหมดรีบไปทำงานอย่างเร่งด่วน“พี่ซือหยิน ทำไมคนเยอะขนาดนี้ล่ะ
งานแถลงข่าวแสดงถึงภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ถ้างานแถลงข่าวจัดไม่ดี เรื่องที่จะตามมาก็ไม่ต้องพูดถึงแล้วคุณลั่วมอบหมายงานที่สำคัญขนาดนี้ให้ตระกูลหลิ่ว แถมยังเจาะจงให้หลิ่วซือหยินเป็นผู้รับผิดชอบ นี่เป็นความไว้วางใจที่ยิ่งใหญ่แค่ไหน!ในช่วงสามวันที่ผ่านมา หลิ่วซือหยินได้ตั้งใจอย่างแน่วแน่หลายครั้งว่าจะต้องทำงานที่คุณลั่วมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงใช้การกระทำจริงๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของตระกูลหลิ่วให้คุณลั่วมั่นใจว่าการเลือกที่จะร่วมมือกับตระกูลหลิ่วนั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องอย่างแน่นอนหลิ่วซือหยินคิดว่าตัวเองมีประสบการณ์มากมาย และทีมของเธอยิ่งไม่ต้องพูดถึง สามารถจัดการทุกอย่างได้เรียบร้อยเป็นอย่างดีแต่ใครจะไปคิดว่า งานแถลงข่าวยังไม่ทันเริ่มก็เกิดความวุ่นวายขนาดนี้ขึ้นแล้วงานแถลงข่าวเรื่องยาตัวใหม่ของร้านร้อยสมุนไพรก็จัดขึ้นในวันนี้เช่นกัน!แถมยังจัดในโรงแรมเดียวกัน ซึ่งอยู่ชั้นบนของพวกเธอพอดีอีกด้วยนี่เป็นเรื่องบังเอิญงั้นเหรอ?ในโลกนี้จะมีบังเอิญมากขนาดนั้นได้ยังไง!แต่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ หลิ่วซือหยินกลับไม่รู้อะไรเลย!ถ้าไม่ใช่เพราะผู้ช่วยมาบอกสถานการณ์ เธอคงยังถูกปิดบ
เขาเดินเข้าสถานที่จัดงานอย่างไม่สนใคร พร้อมกลุ่มผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่รายล้อมรอบตัว“ดูเร็ว คนนี้คือทายาทรุ่นที่สามที่โดดเด่นของตระกูลเย่จากร้านร้อยสมุนไพร คุณชายเย่ชิงหยุน!”“ว่ากันว่า ยาหุยชุนตันนี้ก็เป็นโครงการที่คุณชายเย่รับผิดชอบด้วยตัวเอง ยังหนุ่มยังแน่นแต่กลับมีผลงานถึงขนาดนี้ ช่างน่าชื่นชมจริงๆ!”“ยังหนุ่มแถมร่ำรวย ผลงานก็โดดเด่นไม่ธรรมดา คุณชายเย่ช่างถือเป็นผู้นำของคนรุ่นใหม่ในเมืองอันจริงๆ!”“ความรุ่งโรจน์ในอนาคตของวงการการรักษาและยาของเมืองอัน คงต้องฝากความหวังไว้ที่คุณชายเย่และพวกแล้ว”ตลอดทางที่เย่ชิงหยุนเดินมา ได้ยินคำชมเหล่านี้แล้วอดที่จะรู้สึกตัวลอยๆ ไม่ได้ ทำให้ความหยิ่งยโสบนใบหน้ายิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก“ชั้นล่างเป็นยังไงบ้าง?” เย่ชิงหยุนถามลูกน้องคนหนึ่งยิ้มอย่างชั่วร้าย รายงานว่า “ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของคุณชายเย่ครับ ที่นี่คนมาเต็มพื้นที่ ส่วนทางนั้นก็คงเงียบเหงาไปหมด”“คนของพวกเราคอยจับตาดูอยู่ ใครที่พวกเขาเชิญมา เราก็พยายามดึงมาที่นี่แทน”“จนถึงตอนนี้ คนพวกนั้นยังถูกปิดบัง ไม่รู้อะไรเลยครับ!”เย่ชิงหยุนยิ้มพอใจ “ดีมาก ฉันก็ต้องให้ทางนั้นเงียบเหงา ไ
“มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?”“ยาปลอมเลียนแบบ กล้าจัดงานเปิดตัวในวันเดียวกัน สถานที่เดียวกัน ในชั้นล่างของงานแถลงข่าวยาจริง คนอะไรถึงได้ไร้ยางอายขนาดนี้?”“โลกนี้ช่างกว้างใหญ่ อะไรแปลกๆ ก็มีหมด ต้องลงไปดูหน่อยแล้วว่าใครกันหน้าด้านแบบนี้ นี่มันทำให้วงการแพทย์ของเมืองอันเสื่อมเสียชื่อเสียงจริงๆ!”คนกลุ่มหนึ่งโมโหเป็นเดือดเป็นร้อนแทนต่างพากันแสดงออกถึงความเกลียดชังต่อความชั่ว และเร่งรีบตามเย่ชิงหยุนลงไปส่วนคนอีกกลุ่มหนึ่งเลือกที่จะอยู่ต่อ พวกเขามีเป้าหมายต้องการใช้โอกาสนี้ประจบหม่าเฉียนคุนเมื่อเทียบกับร้านร้อยสมุนไพรของตระกูลเย่แล้ว หม่าเฉียนคุนต่างหากที่เป็นคนที่ควรประจบที่สุด!ถ้าไม่รีบประจบตอนนี้ จะรอเมื่อไร?“เถ้าแก่หม่า รีบเชิญนั่งเลยครับ!”“ถ้าแก่หม่าดูหน้าตาเปล่งปลั่ง สีหน้าดูดีมากเลยนะครับ”“ครั้งก่อนที่ได้มีโอกาสพบเถ้าแก่หม่า คือเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว ผมยังคงจดจำท่าทีของเถ้าแก่หม่าตอนพูดได้เลย มันดูมีความมุ่งมั่นและมีสภาวะความเป็นผู้นำอย่างแท้จริง!”หม่าเฉียนคุนได้ยินคำชมเหล่านี้ ก็อดยิ้มอย่างพอใจไม่ได้“การที่เถ้าแก่หม่าเข้าร่วมโปรเจคยาหุยชุนตันด้วยตัวเองในครั้งนี้ ก็เพี
“เย่ชิงหยุนเจ้านี่ ชัดเจนว่าต้องการยุแยงให้แตกคอกัน”“ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้จักหลิ่วซือหยิน แต่ก็มั่นใจว่านี่ต้องเป็นตัวแทนที่ตระกูลหลิ่วส่งมาแน่”“ในใจเย่ชิงหยุนตอนนี้คิดจะยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว!”อย่างแรกเขาต้องการแย่งหุ้นส่วนของลั่วอู๋ฉางและซูเฉี่ยนเฉี่ยน อย่างที่สองเขาก็อยากได้ความชื่นชอบจากหญิงสาวแซ่หลิ่วคนนี้ด้วย ช่างสมบูรณ์แบบ!“ดูแลตัวเองให้ดีเถอะ”“หลิ่วซือหยินไม่เพียงไม่รับน้ำใจ แต่กลับเยาะเย้ยว่า “เฉี่ยนเฉี่ยนพูดถูก ขโมยบางคนขโมยแล้วยังตะโกนให้จับขโมยอีก ได้มาเห็นคนหน้าหนาแบบนี้ก็ถือว่าได้เปิดหูเปิดตาเหมือนกัน”เย่ชิงหยุนโกรธไม่น้อย แต่ฝืนทนความโกรธไว้แล้วทำตัวใจกว้าง “คนสวย เราเพิ่งจะได้พบกันเป็นครั้งแรก คุณไม่รู้จักผม จะเข้าใจผิดกันก็เป็นเรื่องธรรมดา”“ความจริงจะพิสูจน์เองว่าผมไม่ได้พูดโกหก และจะพิสูจน์ด้วยว่าผมพูดไปเพราะหวังดีต่อคุณ!”“แม้แต่ใบอนุญาตก็ยังไม่ได้รับ กลับกล้ามาจัดงานแถลงข่าวใหญ่โตที่นี่ แบบนี้ไม่เรียกมิจฉาชีพแล้วจะเป็นอะไร ไม่ใช่ยาปลอมแล้วจะเป็นอะไร?”“ซูเฉี่ยนเฉี่ยนโกรธทันที “คุณพูดเหลวไหล พวกเราย่อมมีใบอนุญาตอยู่แล้ว!”“นังหนูนี่ ไม่เห็นโลงศพไม่
ชวีซานตัวไม่กล้าขัดขืน ได้แต่ทำตามคำสั่งเมื่อทุกคนมาถึงภูเขาด้านหลัง ฟ้าก็เริ่มสางแล้วเบื้องหน้าคือเหวลึกที่ขวางทางอยู่ลั่วอู๋ฉางผูกปลายเชือกด้านหนึ่งไว้กับเสา แล้วสะพายเชือกที่มัดรวมกันไว้บนหลัง ก่อนพยักหน้าให้ทุกคน"มีปัญหาอะไรไหม?"ลั่วอู๋ฉางถามอาวุโสที่มีใบหน้าฟกช้ำดำเขียวคนนั้นอาวุโสรีบตอบ "ไม่มีปัญหาครับ!"ลั่วอู๋ฉางกระโดดขึ้นด้วยเท้าข้างเดียว ตัวเขาลอยขึ้นสูงก่อนเหาะตรงไปยังอีกฟากของหน้าผาเมื่อเหาะไปได้ครึ่งทาง ร่างของลั่วอู๋ฉางก็เริ่มร่วงลงเมื่อคำนวณจากมุมนี้ เขาแทบไม่มีโอกาสไปถึงอีกฝั่งเลยทันใดนั้น นกอินทรียักษ์ตัวหนึ่งก็โฉบมาจากด้านข้างอาวุโสคนเมื่อกี้ยืนอยู่ริมหน้าผาและเป่านกหวีดเรียกอินทรีอินทรียักษ์กางปีก ลั่วอู๋ฉางเหยียบลงบนหลังมันหนึ่งที ทิศทางที่กำลังร่วงพลันเปลี่ยนเป็นลอยขึ้นเสี้ยววินาทีต่อมา เขาก็ลงถึงริมหน้าผาอีกฝั่งอย่างมั่นคงจากนั้นก็ทำแบบเดิม ผูกปลายเชือกฝั่งนี้ไว้กับเสาอีกข้าง"เจ้าสำนักชวี สั่งคนของท่านให้เริ่มได้แล้ว!" ซูเทียนคั่วออกคำสั่งอย่างไม่ไว้หน้าชวีซานตัวไม่ใช่ไม่เคยคิดจะเล่นงานตอนที่ลั่วอู๋ฉางกำลังข้ามหน้าผาเขาเคยคิดจะสั่ง
คำกล่าวอย่างมั่นใจของลั่วอู๋ฉางดังก้องไปทั่วสำนักใหญ่ของพันธมิตรบู๊ลิ้มหากเป็นเมื่อก่อน ใครกล้าพูดกับหัวหน้าสำนักพวกเขาเช่นนี้ คงไม่ต้องรอให้ชวีซานตัวเอ่ยปาก สมาชิกระดับล่างก็พร้อมจะซัดมันจนหมอบไปแล้วต่อหน้าประตูสำนักงานใหญ่ จะปล่อยให้คนมาพูดจาโอ้อวดได้อย่างไร?แต่สถานการณ์ตอนนี้คือ ลั่วอู๋ฉางไม่เพียงแต่พูด เขายังทำลายประตูใหญ่ของพวกเขาและทำร้ายคนไปอีกหลายสิบคนด้วยแน่นอนว่าจำนวนนี้ไม่ได้ตายตัวถ้าคนอื่นกล้าบุกเข้าไปอีก ลั่วอู๋ฉางจะไม่ปรานี และยินดีที่จะช่วยเพิ่มจำนวนผู้บาดเจ็บให้พันธมิตรบู๊ลิ้มอีกด้วย"แก...ปากกล้านักนะ!"ชวีซานตัวในฐานะหัวหน้าแห่งบู๊ลิ้ม ไม่อาจเสียศักดิ์ศรีด้วยการยอมแพ้ง่าย ๆทั้งๆ ที่ความจริง ในใจเขานั้นกลับตื่นตระหนกจนแทบควบคุมไม่อยู่อาวุโสทั้งแปดร่วมมือกันยังเอาชนะไม่ได้!ถึงแม้ตอนฝึกซ้อมปกติ ชวีซานตัวจะเคยชนะพวกเขามาแล้วก็เถอะแต่ใช้นิ้วโป้งเท้าคิดก็ยังรู้เลยว่า เป็นอาวุโสทั้งแปดแกล้งอ่อนข้อให้ถ้าสู้จริง ชวีซานตัวไม่มีทางได้เปรียบหรอกแต่ลั่วอู๋ฉางกลับทำได้!นี่แสดงให้เห็นว่า ความสามารถของเขาเหนือกว่าชวีซานตัวมากถ้ายอมแพ้ต่อหน้าสมาชิกบู๊ลิ้มมา
เขาไม่อยากให้ใครพูดถึงเรื่องนี้ โดยเฉพาะต่อหน้าสาธารณชน"อาวุโสทั้งแปดของสภาผู้อาวุโสอยู่ที่ใด?"ดวงตาของชวีซานตัวเต็มไปด้วยความโกรธ พร้อมตะโกนออกคำสั่งอย่างดุดัน"ข้าน้อยอยู่ที่นี่!"อาวุโสทั้งแปดคนตอบรับออกมาพร้อมกัน"คนผู้นี้ทำลายประตูสำนักของเรา ทำร้ายศิษย์ของเรา จงสังหารมันตรงนี้เดี๋ยวนี้ เพื่อเป็นตัวอย่าง!" ชวีซานตัวกัดฟันกล่าวอาวุโสทั้งแปดคนตอบพร้อมกันอีกครั้ง "รับทราบ ท่านเจ้าสำนัก!""ฆ่า!"ทั้งแปดคนล้วนเป็นผู้มีวิชาระดับปรมาจารย์ใหญ่มีฝีมือไม่ธรรมดา!ในสำนักใหญ่ ทั้งด้านสถานะและพลังฝีมือ พวกเขาเป็นรองเพียงชวีซานตัวเท่านั้นเมื่อทั้งแปดร่วมมือกัน แม้แต่วีรบุรุษในตำนานก็ยากที่จะเอาชนะพวกเขาได้พวกเขาร่วมมือกันอย่างเข้าขา ล้อมลั่วอู๋ฉางไว้ตรงกลาง และออกกระบวนท่าสังหารทุกอย่างใส่เขาถ้าเป็นคนอื่น คงถูกพวกเขาสับเป็นชิ้นๆ ไปแล้วแต่ลั่วอู๋ฉางกลับไม่สะทกสะท้านใดๆ เพียงแค่ส่งกระแสจิต"วึ้ง!"คาถาป้องกันตัวปล่อยแสงสีทองออกมา ขัดขวางการโจมตีทั้งหมดไว้"อะไรกัน?"ชวีซานตัวเบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อในสายตาของเขา ต่อให้ลั่วอู๋ฉางเก่งแค่ไหน แต่ก็ยังเป็น
ท่ามกลางความมืด มีร่างคนจำนวนมากพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วเมื่อพวกเขาเห็นชัดเจนแล้วว่าประตูทางเข้าซึ่งเป็นหน้าตาของพันธมิตรบู๊ลิ้มถูกทำลาย กลายเป็นซากปรักหักพัง พวกเขาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟทันที"ใครกันที่กล้าบ้าบิ่นถึงขนาดนี้!""บังอาจมาพังประตูใหญ่ของพันธมิตรบู๊ลิ้ม รนหาที่ตายแล้ว!""จะเป็นใครก็ช่าง แต่แน่ๆ คงไม่ใช่คนดีหรอก สับมันเป็นชิ้นๆ ก่อนค่อยว่ากัน!"กลุ่มคนที่โกรธแค้นเห็นร่างหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าซากปรักหักพัง"ไอ้หนุ่ม แกเห็นไหมว่าใครเป็นคนทำ?"คนตาไวมองเห็นว่าเป็นเงาของชายหนุ่มจึงรีบถามออกไปทันที"ขอเตือนไว้ก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ รีบพูดสิ่งที่นายเห็นออกมาทั้งหมก ไม่งั้นนายเองก็ต้องเดือดร้อนด้วย!"ลั่วอู๋ฉางยืนอย่างสงบพลางตอบว่า "เห็น""รีบบอกมาว่าใคร!" คนกลุ่มนั้นร้องถามขึ้นพร้อมกันลั่วอู๋ฉางตอบอย่างไม่รีบร้อนว่า "ก็ฉันไง!""อะไรนะ?!"คนกลุ่มนั้นเบิกตาโต ความโกรธที่ปรากฏบนใบหน้าชัดเจนยิ่งกว่าความตกใจ"ไอ้หนุ่ม นี่ไม่ใช่เวลามาอวดเก่ง คิดว่าเราจะเชื่อแกหรือไง?""รีบบอกมาว่าใครเป็นคนทำ ไม่งั้นจะถือว่าแกเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดด้วย!""ให้โอกาสสุดท้าย รีบพูด ไม่งั้นพวกเร
ซูเทียนคั่วกังวลขึ้นมาทันที ขณะที่ปกป้องซูเฉี่ยนเฉี่ยนหลานสาว เขาก็ตะโกนเสียงดังขึ้นว่า "เจ้าสำนักชวี นี่คือวิธีการต้อนรับแขกของพันธมิตรบู๊ลิ้มหรือ?""หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ไม่กลัวคนในยุทธภพจะหัวเราะเยาะหรือ?"ชวีซานตัวไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย "อย่างพวกนายเนี่ยนะ? เรียกว่าแขกได้ด้วยหรือ?"เมื่อต้องเผชิญหน้ากับจำนวนคนที่มากกว่าหลายเท่า อีกทั้งสายตาที่จับจ้องมาอย่างอาฆาต ทั้งสามคนไม่สามารถต่อกรได้เลยไม่นานพวกเขาก็ถูกจับตัวได้!"ชวีซานตัว การที่คุณทำเช่นนี้ ไม่กลัวว่าศิษย์ของเทพอวี้อย่างราชันมังกรลั่วเทียนจะมาหาเรื่องหรือ?" ซูเทียนคั่วพูดขณะดิ้นรนชวีซานตัวไม่สนใจแม้แต่น้อย "ถ้าเขากล้าหาญมาที่นี่ ฉันจะให้เขาลิ้มรสชาติของการต้องเป็นนักโทษเช่นกัน!""ศิษย์ที่ถูกสอนโดยตาแก่แบบนั้น คงไม่ใช่คนดีสักเท่าไรหรอก พอดีเลย จะได้ให้เขาชดใช้หนี้แทนตาแก่นั่นและพวกแกไปพร้อมกัน!""ราชันมังกรลั่วเทียนอะไรกัน แค่เด็กหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆ จะมีอะไรพิเศษนัก?""ตัวเขาไม่อายก็ช่างเถอะ แต่ยังกล้าไปหาคนมาคุยโวแทนตัวเอง คิดจะดังจากการสร้างกระแสเช่นนี้ คิดว่าบู๊ลิ้มเป็นที่สำหรับเล่นขายของหรือไง ฝันไปเถ
พูดของชวีซานตัวเต็มไปด้วยความหยาบคายใบหน้าสวยของเย่ปิงเหยาเริ่มบึ้งตึง แต่เพราะนี่เป็นถิ่นของอีกฝ่าย เธอจึงไม่อาจโต้ตอบได้ชวีหลิงหานคือน้องสาวของชวีซานตัว ทั้งสองคนมีอายุห่างกันมากกว่ายี่สิบปีหลังจากชวีหลิงหานเกิดได้ไม่นาน พ่อแม่ของเธอก็เสียชีวิตจากอาการป่วย ก่อนสิ้นใจได้ฝากให้ชวีซานตัวช่วยเลี้ยงดูน้องสาวที่ยังเป็นแค่ทารกแรกเกิดชวีซานตัวเลี้ยงดูน้องสาวด้วยความยากลำบาก จนเธอเติบโตขึ้นมาเป็นหญิงสาวที่งดงามยิ่ง ทั้งยังมีพรสวรรค์จนได้รับความสนใจจากคนในบู๊ลิ้มมีผู้คนมาสู่ขอเธอมากมายจนทำให้ประตูบ้านตระกูลชวีแทบพังในขณะที่ชวีซานตัวกำลังเลือกคู่ครองให้น้องสาวจนตาลาย และวาดฝันว่าเธอจะได้แต่งงานกับตระกูลใหญ่โตความฝันกลับพังทลาย!ชวีหลิงหาน หญิงสาวผู้แสนงดงาม กลับถูกชายแก่อัปลักษณ์คนหนึ่งมาชิงตัวไป!ในตอนแรก ชวีซานตัวคิดว่าน้องสาวของเขายังไร้เดียงสา และถูกชายชั่วหลอกลวงเขาคิดว่าเพียงแค่พูดจาโน้มน้าวด้วยความรักและเหตุผล น้องสาวจะกลับตัวกลับใจแต่ผลกลับเป็นตรงกันข้าม!ชวีหลิงหานไม่เพียงแต่ไม่สำนึกในสิ่งที่ทำ แต่กลับรักชายแก่คนนั้นอย่างหัวปักหัวปำ และพูดคำพูดไร้สาระอย่างเช่นรักจน
พูดตามตรง ลั่วอู๋ฉางก็มีใจอ่อนนิดหน่อยทุกครั้งที่ต้องต่อสู้กับพวกกระจอก เขามักจะคิดถึงหูเยว่ซีอย่างมากเป็นถึงจักรพรรดินีแห่งชิงชิว แต่เขากลับใช้งานเหมือนลูกน้องปลายแถวประเด็นสำคัญคือ หูเยว่ซีไม่เพียงแต่ไม่โกรธ แต่ยังเต็มใจช่วยอย่างยินดีอีกด้วย"ไม่ได้"ความมีเหตุผลเอาชนะความหุนหัน ลั่วอู๋ฉางพูดพร้อมขมวดคิ้ว "เธอต้องอยู่เฝ้าบ้าน มีแต่แบบนี้ ฉันถึงจะวางใจได้"หูเยว่ซีทำหน้าหงอย: "ก็ได้!"ลั่วอู๋ฉางหัวเราะ "เธอว่านอนสอนง่ายขนาดนี้ ต้องให้รางวัลสักหน่อยแล้ว""รางวัลอะไร?" จิ้งจอกน้อยถามอย่างตื่นเต้น ดวงตาทั้งสองส่องประกายวิบวับทันทีลั่วอู๋ฉางหยิบลูกแก้วพญานาคออกมาจากกระเป๋าแล้วพูดว่า "ก่อนหน้านี้สัญญาว่าจะให้ของขวัญเธอ ตอนนี้ถึงเวลาทำตามสัญญาแล้ว"หูเยว่ซีตาเป็นประกายอีกครั้ง "ลูกแก้วพญานาค!"ถ้าเป็นเมื่อก่อน ลูกแก้วพญานาคระดับนี้เธอคงไม่แม้แต่จะชายตามองด้วยซ้ำแค่มองนานหน่อย ก็ถือเป็นการดูหมิ่นคำว่า "จักรพรรดินีแห่งชิงชิว" แล้ว!แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน หลังจากถูกขังอยู่ในแหวนมานานถึงพันปี เพิ่งจะได้อิสรภาพคืนมา พลังลดลงไปมากและร่างกายก็อ่อนแอสุดขีดนี่คือช่วงเวลาที่เธอต้อง
หวงผู่เจิ้งซิ่นย่อมไม่พอใจแน่!คนเป็นครูยังล้มเหลว แต่ศิษย์กลับทำสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรกถ้าไม่ใช่บังเอิญ แล้วมันคืออะไร?ลั่วอู๋ฉางไม่ตอบอะไร จากนั้นก็หยิบคริสตัลสวรรค์ก้อนที่สองมาไม่นานก็ทำสำเร็จอีกครั้ง!หวงผู่เจิ้งซิ่นเบิกตากว้าง ประหลาดใจราวกับเห็นเทพเจ้าส่วนใบหน้าของหูเยว่ซีก็เต็มไปด้วยความชื่นชมมากขึ้นเรื่อยๆ"ลองอีกครั้งสิ!" หวงผู่เจิ้งซิ่นยังคงไม่ยอมแพ้คราวนี้ ลั่วอู๋ฉางไม่ทำตามเขาอีกต่อไป เขาเก็บแท่งคริสตัลสวรรค์ที่เหลือทันที"หมายความว่าไง?" หวงผู่เจิ้งซิ่นถามตาโตลั่วอู๋ฉางลุกขึ้นเดินออกไป ทิ้งคำพูดไว้โดยไม่หันกลับมา "ขอบคุณนะ!""เดี๋ยวสิ นายแน่ใจแล้วเหรอว่านายเข้าใจทั้งหมด?"หวงผู่เจิ้งซิ่นรีบไล่ตามไป "ถ้าไม่สำเร็จล่ะ ฉันจะได้ช่วยหาสาเหตุไง!""ไม่จำเป็นแล้ว ถ้านายท่านของฉันคิดว่าไม่มีปัญหา มันก็ไม่มีปัญหาแน่" หูเยว่ซีขวางเขาไว้ พร้อมพูดอย่างหนักแน่นในตอนนี้ สีหน้าหวงผู่เจิ้งซิ่นเต็มไปด้วยความซับซ้อนศิษย์ที่เก่งเกินไปทำให้ครูรู้สึกอับอาย"ไหนว่าราชันมังกรลั่วเทียนก็เป็นแค่คนธรรมดา เขาเป็นปีศาจชัดๆ!"หวงผู่เจิ้งซิ่นยอมแพ้อย่างหมดท่า พูดอย่างเศร้าๆ "คิดว่า
หวงผู่เจิ้งซิ่นเชิดคอขึ้น พยายามทำสีหน้าให้ดูปกติที่สุดเพื่อปกปิดความเขินอายของตัวเองเนื่องจากการสาธิตเมื่อครู่นั้นจบลงด้วยความล้มเหลวแม้ว่าเขาจะรู้วิธี แต่เพราะไม่ได้ปฏิบัติมาเป็นเวลานาน ความผิดพลาดจึงถือเป็นเรื่องปกติ"หาว..."หูเยว่ซีอ้าปากหาวครั้งใหญ่ ราวกับเปลือกตาถูกกดด้วยน้ำหนักมหาศาลใช่แล้ว เธอง่วงจริงๆ!การสอนของหวงผู่เจิ้งซิ่นทำให้เธอง่วงได้สำเร็จส่วนเนื้อหาที่พูดในภายหลัง แทบไม่ได้เข้าหัวของหูเยว่ซีเลย ผ่านหูซ้ายออกหูขวา ไม่มีอะไรในหัวเลย"พวกคุณ...ทำต่อไปเลย!"หูเยว่ซียืดแขนบิดขี้เกียจ และส่งสัญญาณให้ทั้งคู่ไม่ต้องสนใจเธอสิ่งนี้ทำให้หวงผู่เจิ้งซิ่นรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลวมาก!รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่!การทำให้นักเรียนง่วงถือเป็นเรื่องที่น่าอับอายอยู่แล้ว ที่สำคัญคือการสาธิตของตัวเองยังล้มเหลวอีกด้วย"ไม่เป็นไร ฉันขอลองเอง" ลั่วอู๋ฉางเสนอตัวขึ้นอย่างกล้าหาญ"คุณจำทั้งหมดได้แล้วเหรอ?"หวงผู่เจิ้งซิ่นพูดด้วยสีหน้าจริงจังทันที "อย่าเพิ่งรีบร้อนปฏิบัติเลย ลองทบทวนสิ่งที่ฉันพูดสักรอบก่อน มีจุดไหนที่ไม่เข้าใจก็ถามให้แน่ชัด แล้วค่อยลงมือ"เพราะจำนวนของแท่งค