Share

บทที่ 560

Author: มู่โร่ว
เฉินขุยกล่าว “บางทีเขาอาจทำไปเพื่อแก้แค้นให้กับเยี่ยนเย่น้องชายก็เป็นได้!”

ครั้งที่แล้วมั่วฝานข้ามเวลาไปที่ยุคปัจจุบันเร็วเกินไป จึงไม่รู้ว่าเยี่ยนเย่ได้ตายไปแล้ว

“น้องชายของเขาตายแล้วงั้นหรือ?”

“ใช่!”

“เพื่อแก้แค้นให้กับคนที่ตายไปแล้ว จึงใช้แคว้นมาส่งดวงวิญญาณ มันคุ้มกันแล้วงั้นหรือ?”

“คิดจริง ๆ หรือว่าน้องชายของเขาจะซาบซึ้งใจอยู่ในปรโลกน่ะ? ผิดแล้ว มีแต่ด่าว่าเขาเท่านั้น ว่าทำตัวไม่สมกับที่คาดหวังเอาเสียเลย!”

“ตอนนี้มีกำลังพลมาถึงแล้วสองกองทัพ จ้านเฉิงอิ้น…เจ้าจะลงมือเมื่อใด?”

“เจ้าคงไม่คิดจะรอให้ศัตรูมารวมตัวกันครบก่อน แล้วค่อยลงมือหรอกกระมัง? ถึงตอนนั้นก็คงสายเกินไปแล้ว!”

จ้านเฉิงอิ้นกล่าว “ไม่หรอก รอพวกมันบุกเข้าไปในบริเวณซุ่มโจมตี ก็ลงมือได้เลย! ”

เมื่อคืนนี้ นอกจากจะขุดหลุมตามเส้นทางที่แม่ทัพลู่ต้องผ่านแล้ว

ยังขุดลำห้วยภายในหุบเขาไว้หลายแห่งด้วย…

ทว่าเวลาฉุกละหุก จึงขุดได้ไม่ลึกเท่าใดนัก แต่ก็สามารถสกัดกั้นได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง!

ตอนนี้ หยางชิงเหอใช้แม่พิมพ์ทำปลอกกระสุนออกมาแล้ว

ยังเหลือหัวกระสุน ตัวจุดระเบิดและดินปืน…

นางยังคงพยายามเอาชนะและเตรียมการอย่างเร่งด่วนสำห
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter
Comments (1)
goodnovel comment avatar
เทพบุตร สายฟ้า
สนุกมากคะติดงอมเลยแปลไม่ทันอ่านแล้วคะ
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 561

    เหล่าทหารผ่านศึกเร่งเปลี่ยนชุด สวมเสื้อเกราะกันกระสุนและชุดเกราะอย่างรวดเร็วพวกเขาถือดาบม่อเตาไว้แน่น บนหลังสะพายหน้าไม้ราชวงศ์ฉิน ทุกคนอยู่ในสภาพเตรียมพร้อมเต็มที่จ้านเฉิงอิ้นจัดทัพวางแผนรบ...เขาจัดกองกำลังต้านทานกองทัพแคว้นเยี่ยนสองหมื่นนายทหารแคว้นต้าฉี่ภายใต้บัญชาของแม่ทัพลู่ หนึ่งหมื่นนายเข้าปะทะส่วนทหารผ่านศึกที่เหลือจะอ้อมโจมตีจากด้านข้าง ตัดกำลังของแคว้นเยี่ยนให้ได้ก่อนก่อนที่เผ่าหมานและกองทัพธงเหลืองจะเข้าสู่สนามรบ กองกำลังแคว้นเยี่ยนต้องอ่อนแรงลงให้มากที่สุด มิเช่นนั้นพวกเขาจะเป็นภัยที่ยากรับมือ!แม่ทัพที่นำทหารสองหมื่นนายเข้าลอบโจมตีทัพแคว้นเยี่ยนครั้งนี้คือ มั่วฝาน!นี่เป็นครั้งแรกที่เขานำทัพลอบโจมตี!เขาบอกว่า ในโลกของท่านเทพ การลอบโจมตีเป็นกลยุทธ์ที่พบเห็นได้บ่อยในเกมตีป้อมคริสตัล หากต่อสู้ตรง ๆ ไม่ได้ ก็โจมตีจากด้านข้างเผื่อว่ามันจะสำเร็จล่ะ?มั่วฝานนำเหล่าทหารผ่านศึกสองหมื่นนายเคลื่อนที่ไปอย่างเงียบเชียบ พวกเขาก้มตัวต่ำ พร้อมกันนั้นก็ใช้อากาศยานไร้คนขับตรวจสอบตำแหน่งของทหารแคว้นเยี่ยนให้แน่ชัดเยี่ยนซวี่นำทัพสองแสนนายกำลังเคลื่อนพลอย่างต่อเนื่อง ตาม

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 562

    รถขุด รถบรรทุกหิน และรถเครนสูง ๆ พวกนั้นล้วนเป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏในแคว้นต้าฉี่มาก่อนหากรถเหล่านั้นเป็นของแคว้นเยี่ยนทั้งหมดรวมถึงสุดยอดโรงงานนั่นก็เป็นของแคว้นเยี่ยนด้วยล่ะก็~แคว้นเยี่ยนจะยังคงเป็นแคว้นที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาหกแคว้นอีกหรือ?เขาอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ต้องการเอาคืนจ้านเฉิงอิ้นให้สาสมคำพูดของเหล่าแม่ทัพ เขาจะฟังเข้าหูได้อย่างไรยกตัวอย่างเช่น การที่เขานำทหารสองแสนนายมายังแคว้นต้าฉี่ ก็มีขุนนางฝ่ายบุ๋นหลายคนคัดค้าน...พวกเขาพูดว่า “ท่านอ๋อง หากท่านนำกำลังพลทั้งหมดออกไปเช่นนี้ หากมีผู้ใดฉวยโอกาสบุกโจมตีแคว้นเยี่ยนในตอนนี้ แคว้นเยี่ยนจะไม่มีกำลังต้านทานเลย...”เยี่ยนซวี่ไม่เชื่อเลยว่าจะมีผู้ใดกล้าฉวยโอกาสที่เขาส่งกำลังพลมายังแคว้นต้าฉี่ แล้วบุกยึดแคว้นเยี่ยนการกระทำเช่นนั้นไร้คุณธรรมโดยสิ้นเชิงยิ่งไปกว่านั้น แคว้นเยี่ยนยังมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับแคว้นฉู่และแคว้นฉีพวกเขาจะช่วยเฝ้าระวังแนวชายแดนให้ ไม่ปล่อยให้ใครรุกล้ำเข้าไปในแคว้นเยี่ยนใช่แล้ว!สิ่งที่ต้องป้องกันก็คือสองแคว้นเล็ก ๆ อย่างแคว้นหย่งและแคว้นอวี่นับตั้งแต่เขานำทัพออกจากแคว้นเยี่ยนจนถ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 563

    จวงเหลียงหันไปมองทหารที่อยู่ข้าง ๆทหารคนนั้นกำลังจับตาดูค่ายของแม่ทัพลู่ อากาศยานไร้คนขับของเขากำลังบินวนอยู่รอบ ๆ ค่าย...จนกระทั่งแบตเตอรี่หมด ก็เปลี่ยนเป็นอากาศยานไร้คนขับลำใหม่เขารายงานว่า “ท่านแม่ทัพ แม่ทัพลู่และเหล่าแม่ทัพกำลังประชุมกันอยู่ในกระโจมใหญ่ เป็นเวลานานกว่าสองชั่วยามแล้ว แม้แต่ข้าวปลาอาหารก็ยังให้คนนำไปส่งให้ในนั้น ไม่ทราบว่ากำลังปรึกษาหารือเรื่องอะไรกันอยู่!”“พวกเขาออกมาจากกระโจมบ้างหรือไม่?”“ไม่เลยขอรับ แถมยังถอยค่ายให้ห่างจากค่ายของกองทัพตระกูลจ้านมากขึ้นด้วย”จวงเหลียงตอบ “เขารู้ว่าเยี่ยนซวี่นำทัพมาถึงแล้ว และยังรู้ว่าเยี่ยนซวี่จะไม่รอให้เผ่าหมานและกองทัพธงเหลืองมาสมทบ แต่จะเปิดศึกกับกองทัพตระกูลจ้านก่อน...”“แต่เขากลับไม่คิดจะหยุดยั้งอะไรเลย ราวกับทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น!”จ้านเฉิงอิ้นแสยะยิ้มเย็นชา “แม่ทัพลู่ก็ยังคงยึดถือหลักเอาตัวรอดเป็นยอดดีเช่นเคย!”“ใช่แล้วขอรับ”ตึง! ตึง! ตึง! เสียงกลองศึกจากทางทิศตะวันออกดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้งค่ายกองทัพเยี่ยนเดินทางมาถึงเชิงกำแพงเมืองของกองทัพตระกูลจ้านแล้ว...พวกเขารวมตัวกันแน่นขนัดใต้กำแพง รอคอยคำสั่งโจมตี..

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 564

    เพราะพวกเขามีเสื้อเกราะกันกระสุนและชุดเกราะป้องกัน แถมยังมีโล่อีกชั้นหนึ่งธนูธรรมดาไม่อาจเจาะทะลุชุดป้องกันของกองทัพตระกูลจ้านได้เลย!เมื่อเห็นดังนั้น เยี่ยนซวี่ก็ถึงกับตะลึงงัน“ทำไม? ทำไมถึงเป็นเช่นนี้?”“ทำไมธนูถึงยิงไม่เข้าชุดเกราะของกองทัพตระกูลจ้าน!”ดูเหมือนว่าจะมีคนเคยบอกเขาว่า ชุดเกราะของกองทัพตระกูลจ้านนั้นไม่มีใครในหกแคว้นของหัวเซี่ยเทียบได้เขาเคยได้ยินเรื่องนี้แต่ไม่ได้ใส่ใจเขารู้เพียงแค่ว่า ดาบม่อเตาของกองทัพตระกูลจ้านทำจากเหล็กกล้าชั้นดีตอนนี้ กองทัพแคว้นเยี่ยนสามารถสร้างดาบม่อเตาที่เหมือนกันได้แล้ว แต่ระดับการป้องกันยังเทียบไม่ได้...การโจมตีของพวกเขาไม่อาจเจาะเกราะได้เขาเริ่มรู้สึกเสียใจที่ใจร้อน ไม่น่าบุกโจมตีโดยไม่ปรึกษาหารือกับเหล่าแม่ทัพอาวุโสก่อน!ตอนนี้จะทำอย่างไรดี?เขาไม่มีทางถอยแล้ว!เขาชักดาบยาวออกมา แล้วฟาดไปข้างหน้า “ทหารทั้งหลาย! บุก!”สิ้นเสียงคำสั่งลูกศรจากหน้าไม้ราชวงศ์ฉินก็พุ่งแหวกอากาศเข้ามาลูกศรที่ติดไฟลุกโชน พุ่งทะลุร่างของหัวหน้าพลธนูของเขาหัวหน้าพลธนูล้มลงสิ้นใจในทันทีทว่า เปลวไฟลุกโหมขึ้นอย่างรวดเร็ว หยดน้ำที่ตกลงมาจาก

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 565

    การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด...ไม่มีฝ่ายใดยอมถอยทัพแม้ว่าทหารแคว้นเยี่ยนจะฮึกเหิม ชุดเกราะป้องกันแน่นหนา และทหารใต้บังคับบัญชาล้วนเป็นทหารผ่านศึกผู้ช่ำชองแต่ทหารแคว้นเยี่ยนก็ไม่อาจรับมือได้ในไม่ช้า ทหารแคว้นเยี่ยนหลายพันนายก็ล้มลงสิบนาทีต่อมา ทหารแคว้นเยี่ยนหนึ่งหมื่นนายเสียชีวิตยี่สิบนาทีต่อมา หนึ่งหมื่นสี่พันนายเสียชีวิตครึ่งชั่วโมงต่อมา ทหารแคว้นเยี่ยนสองหมื่นนายเสียชีวิตสี่สิบนาทีต่อมา สองหมื่นสามพันนายบาดเจ็บล้มตาย...ในทางกลับกัน กองทัพตระกูลจ้านเสียชีวิตน้อยมาก แม้แต่ผู้ที่บาดเจ็บสาหัสก็ยังถอนตัวจากการรบ...แทบไม่มีศพทหารตระกูลจ้านนอนอยู่บนพื้นสี่สิบนาที สองหมื่นสามพันนาย!นั่นคือหนึ่งในห้าของทหารแสนนาย เยี่ยนซวี่โกรธจนตาแดงก่ำ~ทหารของเขาตายไปหนึ่งในห้าแล้ว! จะสู้ต่อไปหรือไม่?เขาอาจจะสูญเสียทหารสองแสนนายทั้งหมดที่นี่ไม่สู้ แล้วคำพูดที่พูดออกไปจะทำอย่างไร? จะหนีทัพหรือ?เขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแม่ทัพอาวุโสที่อยู่ข้างกายเขากำลังต่อสู้ด้วยดาบใหญ่อย่างเต็มที่ เมื่อเห็นท่านอ๋องยืนเหม่อลอยอยู่ก็ตะโกนเสียงดังด้วยความโกรธ“ถอยทัพ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 566

    เหล่าทหารผ่านศึกต่างงุนงงกับการตวาดก้องที่ดังขึ้นฉับพลันชัยชนะอยู่แค่เอื้อม เหตุใดจึงต้องถอยทัพเล่า?มั่วฝานเอ่ยเสียงดัง “นี่เป็นบัญชาของท่านแม่ทัพ ยังพอมีเวลาให้พวกเรารีบถอยทัพ”เมื่อเป็นบัญชาของท่านแม่ทัพใหญ่ พวกเขาจำต้องปฏิบัติตามทหารทั้งหมดรีบรุดรวมพลไปยังทิศทางที่กำหนด ข้ามผ่านภูเขาลูกหนึ่ง และมาถึงค่ายทัพตระกูลจ้านเมื่อทหารสองหมื่นนายทั้งหมดเดินทางกลับอย่างมีชัย ประชาชนจำนวนมากต่างพากันมาต้อนรับและปรบมืออย่างอบอุ่นนี่คือกองทัพวีรบุรุษ พวกเขาคว้าชัยชนะครั้งใหญ่ตั้งแต่ศึกแรกและที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือรัฐทายาทน้อยได้นำทัพซุ่มโจมตีด้วยตนเองเขาไม่กล้าก้มศีรษะคารวะ ทำได้เพียงโบกมือทักทายและขอบคุณทุกผคนด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในการออกศึกครั้งแรก ใบหน้าของเขาจึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้างเขาคิดว่ามันก็ไม่เลว แม้จะสังหารศัตรูได้ไม่มาก แต่ก็ถือว่ากล้าหาญชาญชัยเขาไม่ใช่คุณชายเสเพลอีกต่อไป สามารถบัญชาทัพออกศึกได้อย่างสง่างาม เช่นเดียวกับจ้านเฉิงอิ้นเขาปรารถนาที่จะจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ ได้รับการยกย่องสรรเสริญจากคนรุ่นหลังเขาจะพยายามอย่างสุดความสามารถ เพื่อเป็นบุคคลที่แม้เวล

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 567

    ท่อเหล็กไหลหยางมาถึงแล้วหรือ?มาได้ทันเวลาจริง ๆ!แต่ว่า จ้านเฉิงอิ้นจะสามารถสร้างปืนใหญ่ขึ้นมาได้จริงหรือ?แล้วลูกปืนใหญ่จะทำอย่างไร?เย่มู่มู่พาสองพี่น้องตระกูลลู่ขับรถตรงไปยังตีนเขาคนงานขนถ่ายสินค้าที่ตีนขนย้ายท่อเหล็กจำนวนมากเสร็จแล้ว ท่อเหล็กกว่าหมื่นท่อนได้ถมเต็มโกดังที่สร้างขึ้นใหม่เย่มู่มู่ปรับพื้นที่ตีนเขาให้เรียบ แล้วขยายโกดังเดิมให้ใหญ่ขึ้นหลายเท่าและทำสัญญาเช่าที่ดินกับหมู่บ้านอีกสิบหมู่ เพื่อใช้สร้างโกดังทั้งหมดท่อเหล็กกว่าหมื่นท่อนกินพื้นที่โกดังขนาดใหญ่สองโกดังพี่ซุนเห็นเย่มู่มู่ขับรถมา จึงเข้ามาทักทายและรายงาน“ท่อเหล็กหนึ่งหมื่นท่อนไม่ได้นับจำนวน แต่ชั่งน้ำหนักแล้วได้จำนวนใกล้เคียงครับ!”เย่มู่มู่เซ็นรับ ตรวจสอบแล้วจึงโอนเงินส่วนที่เหลือให้โรงงานคนของโรงงานต่างดีใจ ขับรถออกไปเย่มู่มู่ให้พี่ซุนพาพวกเขาไปกินข้าวที่บ้านพักตากอากาศ คนขับรถเดินทางมาไกล ให้พักผ่อนหนึ่งคืน พรุ่งนี้ค่อยเดินทางกลับเธอออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดพี่ซุนยิ้มรับ พาคนขับรถและพนักงานโรงงานไปยังบ้านพักตากอากาศเมื่อทุกคนไปแล้ว ลู่หมิงก็ตัดไฟลู่ซีปิดประตูม้วนเย่มู่มู่ส่งข้อความไ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 568

    หากศัตรูทั้งเจ็ดแสนร่วมกันโจมตี กองทัพตระกูลจ้านห้าหมื่นนาย ทหารใหม่ห้าหมื่นนาย รวมกับชาวบ้านอีกราวแปดหมื่นคน รวมเป็นหนึ่งแสนแปดหมื่นคน...อาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขา ครั้งนี้แตกต่างจากที่ด่านเจิ้นกวน ที่นั่นยังสามารถซุ่มโจมตีได้...แต่ตอนนี้พวกเขาติดอยู่ในหุบเขาหลายลูก แม้จะใช้ไฟโจมตี ก็เกรงว่าไฟจะลามไปถึงค่ายไม่สามารถซุ่มโจมตี ไม่สามารถหลบซ่อน ได้แต่เผชิญหน้ากับศัตรูโดยตรง...พูดตามตรง แม้มั่วฝานจะมีความมั่นใจในกองทัพตระกูลจ้านมากเพียงใด แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเอาชนะได้อย่างไร!ถ้ามีปืนก็คงจะดีเขาดูภาพยนตร์สงครามมาเยอะ ดูหนังยิงปืนก็มาก หากมีปืนกล อย่างเช่นเจ้า AK อะไรนั่น...ต้องชนะแน่นอนแม้ท่านเทพจะส่งท่อเหล็กมาให้ แต่ไม่มีดินปืน พวกเขาก็ไม่สามารถสร้างลูกปืนใหญ่ได้เมื่อคิดเช่นนี้ มั่วฝานก็หยิบบัตรประจำตัวประชาชนออกมา“เฮ้อ ถ้าแพ้ ข้าก็ยังสามารถหนีไปโลกของท่านเทพผ่านแจกันได้...”“พวกเจ้าต่างออกไป พวกเจ้าไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน แม้จะหนีไปยังโลกของท่านเทพ ก็คงถูกจับในฐานะคนไร้บ้าน!”“อ้อ ใช่ โลกของท่านเทพมีกฎหมายคนไร้บ้าน ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ไม่สามารถขึ้นรถ ไม่สามารถซ

Latest chapter

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 656

    “ฉันจะไปส่งของขวัญเอง นายวางเอาไว้เถอะ เดี๋ยวฉันจะไปเดี๋ยวนี้!”*ประมาณสิบกว่านาทีต่อมา เย่มู่มู่เปลี่ยนเป็นชุดกีฬาสีดำ สวมฮู้ดคลุมศีรษะ อุ้มแจกันขึ้นรถเมย์บัค แล้วออกเดินทางเธอโทรหาทนายก่อน จากนั้นดำเนินการเรื่องเอกสารให้เสร็จ ถูกตำหนิและอบรมเป็นพิเศษ ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมาแน่นอนว่า มีบอดี้การ์ดหงเหว่ยที่คอยดูแลจัดการเรื่องทั้งหมดเขาเฝ้าอยู่ที่สถานีตำรวจตลอดเมื่อเห็นรถของเย่มู่มู่ขับเข้ามา เขาก็รีบลุกขึ้นทันที“คุณหนูเย่ เขาไม่เป็นไร อารมณ์ค่อนข้างคงที่ ทางตำรวจที่นี่ไม่ได้ทำให้เขาลำบากใจอะไรมาก แค่ตำหนิและอบรมไปหน่อย ยังให้ดูระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัย แล้วสั่งให้ท่องจำด้วย!”“ตำรวจบอกว่า เขาใช้กำลังมากเกินไป คนประเภทนี้ หากไม่ถูกอบรมให้ดี แล้วปล่อยตัวไป อาจเป็นภัยต่อสังคมได้!”เย่มู่มู่ถามเสียงเรียบ “ตอนนี้ออกมาแล้วหรือยัง?”“กำลังเซ็นเอกสารขั้นสุดท้ายอยู่ครับ”เย่มู่มู่ยื่นซองอั่งเปาให้เขา “คุณไปหาอะไรดี ๆ กินเถอะ ฉันจะรอเขาออกมาเอง”หงเหว่ยเกาหัว เห็นรถของหัวหน้าจอดอยู่หน้าโรงพักเขารู้สึกแปลกใจ หัวหน้าตามมาด้วยเหรอ? แต่ทำไมถึงไม่มาพร้อมกับคุณหนูเย่ล่ะ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 655

    เย่มู่มู่รู้สึกว่า การจัดซื้อเสบียงจากต่างประเทศนั้น ต้องใช้ระยะเวลายาวนานจ้านเฉิงอิ้นนำทัพเข้าเมืองหลวงของต้าฉี่ ซึ่งเป็นศูนย์รวมประชากรเกินครึ่งของแคว้นเสบียงอาหารยี่สิบตู้คอนเทนเนอร์นั้น ไม่เพียงพออย่างแน่นอนเมื่อมาถึงเมืองหลวง เธอจึงมองการณ์ไกลยิ่งขึ้นรอบนอกเมืองหลวงนั้น รายล้อมไปด้วยนิคมอุตสาหกรรม สำนักงานใหญ่ของบริษัทอาหารหลายแห่ง ก็ตั้งอยู่ในเมืองหลวงส่วนผู้จัดการบริษัทไลฟ์สด ก็ได้หาอาคารสำนักงานในเมืองหลวง และเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วอาคารสูงสิบกว่าชั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทไลฟ์สดทั้งหมดบริษัทไลฟ์สดได้จดทะเบียนชื่อใหม่เพราะเริ่มต้นจากบ้านพักตากอากาศเซียนหยวน จึงจดทะเบียนในนาม บริษัทเซียนหยวน มีเดีย จำกัดผู้ถือหุ้นใหญ่คือ เย่มู่มู่ถือหุ้นกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ผู้จัดการถือหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลืออีกสิบเปอร์เซ็นต์ แบ่งให้ผู้ไลฟ์สด ผู้ควบคุมรายการ ผู้กำกับ ฝ่ายประชาสัมพันธ์... และทีมงานอื่นๆ คนละเล็กละน้อยยังมีส่วนแบ่งอีกหกเปอร์เซ็นต์ผู้อาวุโสสวี่ ผู้อาวุโสมู่ ผู้อาวุโสจาง หรือแม้แต่เวินลี่ ต่างก็ร่วมลงทุน และถือหุ้นคนละประมาณหนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์เย่มู

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 654

    การจัดซื้อเสบียง แม้ต้องขนส่งข้ามโลกก็ต้องทำ!การจะนำเข้าอาหารจำนวนมากจากต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหมายถึงการต้องแย่งทรัพยากรจากประเทศอื่นประชาชนต้าฉี่มีถึงยี่สิบล้านคน การให้ทั้งหมดต้องพึ่งพาเธอเลี้ยงดูย่อมเป็นไปไม่ได้ทางที่ดีที่สุดก็คือ ทำให้จ้านเฉิงอิ้นสามารถพึ่งพาตัวเองได้ข้าวสามารถเติบโตและเก็บเกี่ยวได้เร็วที่สุดในเวลาเพียงสามเดือน หากสภาพอากาศร้อนพอ สามารถปลูกได้ถึงปีละสามรอบขอเพียงมีปุ๋ยและแหล่งน้ำเพียงพอยังมีพืชผลที่ให้ผลผลิตสูง... เช่น มันเทศ มันฝรั่ง ข้าวโพดอีกเพียงสองปี จะเกิดหายนะหิมะครั้งใหญ่ พวกเขาต้องเร่งสะสมเสบียงให้เพียงพอ พวกเขาจะสามารถผ่านช่วงเวลานั้นไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอนดังนั้น เมื่อจ้านเฉิงอิ้นเสนอให้บุกเบิกพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ในตงโจวเย่มู่มู่ก็ตอบรับโดยไม่ลังเล“ดี! จ้านเฉิงอิ้น ข้าจะสนับสนุนเจ้า หากเจ้าอยากทำสิ่งใด จงทำให้เต็มที่!”“ข้าจะเป็นกำลังหนุนของเจ้าเสมอ!”ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา หางตาแดงก่ำ มือที่เปรอะเปื้อนโลหิตลูบไล้แจกันอย่างแผ่วเบาเสียงของเขาต่ำและแหบแห้ง “ขอบคุณท่านมาก ท่านเทพ!” “บุญคุณของท่าน ข

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 653

    เย่มู่มู่ลองใช้พลังดูแล้ว แต่เธอไม่สามารถข้ามไปได้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ทั้งมั่วฝาน หลูซีและหลูหมิง ต่างสามารถข้ามไปได้ตามปกติเธอใช้พลังจนหมดสิ้น ใบหน้าซีดขาว ร่างกายอ่อนแรงไร้เรี่ยวแรงกลับไม่มีแม้แต่ความเคลื่อนไหวใด ๆเธอคิดว่า การที่เจ้าของแจกันสามารถเดินทางข้ามสองพันปีได้นั้น...บางทีอาจต้องอาศัยสื่อกลางบางอย่าง หรือไม่ก็ตัวแจกันเองอาจต้องผ่านการอัพเกรดขึ้นอีกระดับเมื่อจ้านเฉิงอิ้นได้ยินคำตอบของเย่มู่มู่ เขากลับหัวเราะออกมาเสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความสุข เห็นได้ชัดว่า เขาดีใจมากจริง ๆการได้พบเย่มู่มู่ทำให้เขาดีใจยิ่งกว่าการได้รับชัยชนะในศึกครั้งนี้เสียอีกเย่มู่มู่ที่ห่วงใยเขา ถึงกับพยายามเผาผลาญพลังทั้งหมดเพื่อจะข้ามมาให้ได้เธอรีบกล่าวเตือน “จ้านเฉิงอิ้น ข้าสัญญากับเจ้าแล้วว่าจะพบเจ้า ข้าจะไม่ผิดคำพูดแน่นอน!”“ตอนนี้เผ่าหมานยังไม่ถูกกวาดล้าง เจ้ายังไม่ต้องรีบร้อนข้ามมายังยุคปัจจุบัน กำจัดเผ่าหมานให้เสร็จเสียก่อน!”“เพราะว่า เพราะว่า...การข้ามกาลเวลานั้นต้องใช้พลังชีวิตอย่างมาก เจ้ายังต้องรักษาสติและพลังงานไว้ให้พร้อม ต้องระวังให้มาก เพราะเผ่าหมานอาจบุกเข้ามา

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 652

    บัดนี้ พวกเขาทุกคนกลายเป็นเชลยศึกพวกเขาทำได้เพียงอ้อนวอน ขอให้กองทัพตระกูลจ้านเมตตาปล่อยผ่าน ขอเพียงได้มื้ออาหารให้มีชีวิตรอดก็เพียงพอ!ซ่งตั๋วสั่งให้เชลยรวบรวมศพทั้งหมดมากองรวมกัน นำไปวางบนไม้แห้ง ราดน้ำมัน แล้วจุดไฟเผาขณะที่เหล่าทหารผ่านศึกต่างเหนื่อยล้า นั่งพักกระจัดกระจายเต็มพื้นสนามรบจ้านเฉิงอิ้นหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา สอบถามขบวนรถ “พวกเผ่าหมานส่งกำลังมาสนับสนุนกองทัพธงเหลืองหรือไม่?”“ท่านแม่ทัพ ไม่มีขอรับ...พวกเราไม่กล้าดับเครื่องรถเลย กลัวพวกมันจะควบม้าบุกมาเล่นงานเรา แต่แปลกมาก ทั้งที่พวกมันรู้ดีว่ากองทัพธงเหลืองกำลังรบกับพวกเรา”“เสียงระเบิดดังไปไกลขนาดนั้น แต่พวกมันยังนิ่งเฉย ปล่อยให้พวกนั้นตายไปต่อหน้าต่อตา!”จ้านเฉิงอิ้นกล่าว “ข้าเข้าใจแล้ว พวกเจ้าจับตาดูต่อไป หากพวกมันบุกเข้ามา ให้ใช้ระเบิดไล่ต้อน”“รับทราบ ท่านแม่ทัพ!”จ้านเฉิงอิ้นปิดวิทยุสื่อสารก่อนหน้านี้ เขาคิดว่ากองทัพธงเหลืองกับเผ่าหมานม่อเป่ยมีพันธมิตรอันแน่นแฟ้นเมื่อชนเผ่าป่าเถื่อนจับผู้คนมากินเป็นอาหาร และสังหารประชาชนแคว้นต้าฉี่ แต่กองทัพธงเหลืองกลับทำเป็นไม่เห็นเสียอย่างนั้นแต่ดูจากสถานการณ์ตอน

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 651

    ครั้งนี้ ทันทีที่ได้ยินเสียงซ่งตั๋วประกาศคำสั่ง กองทัพธงเหลืองทั้งหมดต่างพากันทิ้งอาวุธและยอมจำนนทหารกว่าสิบหมื่นนาย นอกจากผู้ที่เสียชีวิตในสนามรบแล้ว!ที่เหลือล้วนแต่ยอมจำนน!พวกเขาคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียงกัน ชูอาวุธขึ้นเหนือศีรษะ ก้มหน้าลงต่ำด้วยความพ่ายแพ้ ตามธรรมเนียมของสงครามที่ผ่านมา ผู้ที่ถูกจับเป็นเชลยจะมีเพียงสองทางเลือกถูกสังหารในที่นั้น หรือกลายเป็นทาส ใช้ชีวิตอย่างต่ำต้อยเหมือนตายทั้งเป็นแต่พวกเขาอยากเสี่ยงเดิมพัน!พวกเขาทั้งหมดเป็นชาวบ้านผู้หิวโหยที่ไม่มีทางรอด จึงมาสมัครเป็นทหารของกองทัพธงเหลืองเพราะรู้ว่าที่นี่มีเสบียงให้กิน พวกเขาจึงเข้าร่วมหากยังพอมีอาหารให้ประทังชีวิต แม้ไม่ใช่ทาส แม้ต้องลงเหมืองทำงานหนัก พวกเขาก็ยอม!ขอเพียงได้รับค่าตอบแทนตามกำหนด ได้ส่งเงินกลับไปเลี้ยงดูครอบครัวพวกเขายอมทำทุกอย่าง!ซ่งตั๋วสั่งให้ทหารผ่านศึกเข้ายึดอาวุธจากผู้ที่ยอมจำนนให้คนที่ยอมจำนนยืนเข้าแถวทีละคน เตรียมพร้อมสำหรับการตรวจนับจำนวนจ้านเฉิงอิ้นยืนอยู่กลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยบาดแผลแห่งสงคราม ซากศพเกลื่อนกลาดทั่วทุกหนแห่ง~ชนะแล้ว!พวกเขาชนะแล้ว!เดิมที คิดว่า

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 650

    ความมุ่งมั่นในการต่อสู้ของเขาดูเหมือนจะสลายไปหมดแล้ว เขาคุกเข่าลงกับพื้นอย่างสิ้นหวังไม่ง่ายเลยกว่าเขาจะเดินมาถึงจุดนี้!ไม่ยินยอมยิ่งนัก!ต่อให้เป็นเช่นนี้ เขาก็ยังคงไม่ยอมจำนน คำรามอย่างไม่ยอมแพ้ “ข้าไม่...”ด้านหลังของเขา ซ่งตั๋วรังเกียจที่เขาส่งเสียงดัง จึงใช้ดาบในมือฟาดเขาจนสลบ“ยุ่งยากเสียจริง!”หลีชิงกับสวีจู้กล่าวว่า “ชื่อเสียงของคนผู้นี้ไม่ได้แย่นัก เพียงแต่ไม่รู้ว่า ไยมู่ฉีซิวถึงได้มอบหมายตำแหน่งสำคัญเช่นนี้ให้กับเขา!”ซ่งตั๋วกล่าวว่า “ด้วยความภักดีของเขา สามารถรับตำแหน่งที่สำคัญของมู่ฉีซิวได้ ก็ไม่น่าประหลาดใจอันใด!”ในตอนนี้ ซ่งตั๋วขึ้นไปบนรถคันเล็กของมั่วฝาน นำลำโพงที่อยู่ตรงเบาะหลังของเขา ย้ายไปไว้ที่กระโปรงท้ายรถทั้งหมดหลังจากนั้นก็ขับรถไล่ตามไปยังทิศทางที่ทหารของกองทัพธงเหลืองหลบหนีไปไล่ตามไปด้วย ตะโกนใส่ลำโพงประกาศเสียงขนาดใหญ่ไปด้วย“ผู้ที่ยอมจำนน และมอบอาวุธจะไม่ถูกสังหาร!”“ผู้ที่หันมาพึ่งพิงกองทัพตระกูลจ้านและสร้างผลงาน ไม่มีตำแหน่งขุนนางชั้นสูง ไม่มีที่ศักดินาหนึ่งพันครัวเรือน ที่ดินอันอุดมสมบูรณ์หนึ่งพันหมู่ให้!”“ทหารกองทัพตระกูลจ้านมีอาหารวันละส

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 649

    เมื่อจ้านเฉิงอิ้นโบกมือ อากาศยานไร้คนขับขนาดเล็กจำนวนสิบลำก็ปรากฏขึ้น ด้านบนผูกดินระเบิดเอาไว้เรียบร้อยแล้วมั่วฝานควบคุมอากาศยานไร้คนขับลำหนึ่ง ลอยขึ้นไปอย่างช้า ๆ ไล่ตามไปทางที่พวกมู่ฉีซิวหลบหนีไปยิ่งไปกว่านั้นเฉินอู่ได้พาทหารผ่านศึกกลุ่มใหญ่ บุกเข้าไปในกลุ่มของกองทัพธงเหลืองเขาตะโกน “เหล่าสหาย สังหาร รถคันใหญ่ของพวกเราหนีไปแล้ว!”“อย่าปล่อยให้พวกมันหนีไปได้เป็นอันขาด!”“หากเอารถคันใหญ่มาไม่ได้ ก็ต้องเอารถยนต์คันเล็กมาให้ได้สักคัน บุก...”กองทัพธงเหลืองที่เดิมทีต่อสู้อย่างดุเดือดอยู่แนวหน้า อยู่ ๆ ก็ละทิ้งชุดเกราะกันเป็นจำนวนมากอย่างไม่มีเหตุผล ทั้งหมดวิ่งหนีไปที่ด้านหลังพวกเขายังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นจนกระทั่งมีคนตะโกนขึ้นมา “ท่านผู้นำให้ถอยทัพ เร็วเข้า รีบถอยทัพ!”คนพวกนั้นถึงได้มีปฏิกิริยาตอบสนอง วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตเวลานี้กองทัพตระกูลจ้านประสมธนู หน้าไม้ราชวงศ์ฉิน และดินระเบิด...เข้าด้วยกันขวัญกำลังใจของพวกเขาเต็มเปี่ยม ทั้งหมดบุกสังหารด้วยท่าทางดุดันทหารกองทัพธงเหลืองวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตท่านผู้นำยังหนีไปแล้ว ขวัญกำลังใจจึงลดลงไปอย่างมาก เหลือแค่เ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 648

    จ้านเฉิงอิ้นขึ้นขี่ม้า สวมหมวกกันน็อก มือถือดาบม่อเตา แล้วขี่ออกมาเพื่อเผชิญหน้าเฉินอู่กับซ่งตั๋วตามติดอยู่ด้านหลังครั้งนี้ เหลือหน่วยกล้าตายส่วนหนึ่งไว้เพื่อปกป้องมั่วฝานมั่วฝานกล่าวว่า “พวกเจ้าไปสังหารศัตรูกันให้หมด ไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงข้า!”เขาขึ้นนั่งบนรถ และขับพุ่งเข้าไปท่ามกลางฝูงชนของกองทัพธงเหลืองการศึกในครั้งนี้ต่อสู้กันอย่างดุเดือดฝ่ายตรงข้ามมีจำนวนคนมากเกินไป พวกเขามาถึงใกล้กับเมืองหลวงแล้ว ไม่ยอมละทิ้งความมั่งคั่งที่ได้มาอย่างง่ายดายต้องการสังหารกองทัพตระกูลจ้านกองทัพตระกูลจ้านมีประสบการณ์ในการรบมากกว่ากองทัพธงเหลือง อาวุธและอุปกรณ์สวมใส่ดียิ่งกว่ากองทัพธงเหลืองอย่างไรก็ดีฝ่ายตรงข้ามมีคนจำนวนมากพวกเขาต่อสู้อย่างยากลำบาก!หน่วยปืนล่าสัตว์ถูกคุกคามอย่างต่อเนื่อง แม้แต่หน่วยหน้าไม้ราชวงศ์ฉินยังทิ้งคันธนูและศร หยิบดาบม่อเตามาต่อสู้กับศัตรู...ในเวลานี้ หวังเซิ่งคิดว่าหากต่อสู้ต่อไป กองทัพตระกูลจ้านจะร่อยหรอสองแสนคนเมื่อเทียบกับสามหมื่นคน มากมายเกินไปจริง ๆ อีกทั้ง พวกเขายังถูกโอบล้อม หากอยากฝ่าวงล้อม มีแต่ต้องสังหารกองทัพธงเหลืองให้สิ้นเท่านั้นเขามอ

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status