“คุณวางใจได้ ชีวิตของผมยังอีกยาว แต่คุณนี่สิ อยู่รอดให้ถึงสิ้นปีได้ก็ถือว่าเป็นงานศพที่น่ายินดีแล้ว” ฉู่เฉินหัวเราะหยัน ไม่เอาคำพูดของหลิวจิ่งหงมาใส่ใจเลย “นาย...”หลิวจิ่งหงโกรธจนหน้าม่วงแล้ว ตระกูลหลิวถือว่าเป็นตระกูลใหญ่ชั้นนำอันดับหนึ่งในเมืองเอกของมณฑล แม้แต่ตระกูลหลินก็ต้องหลีกทางให้ตระกูลหลิวสามส่วนแค่แมงดาอย่างฉู่เฉิน ใครกันที่มอบความกล้าให้เขา ถึงได้กล้าพูดจาโอหังแบบนี้กับตน?“ไอ้หนู กล้าบอกชื่อแซ่ไหม?!”คราวนี้หลิวจิ่งหงโกรธแล้วจริง ๆ เขาไม่เพียงต้องการให้ฉู่เฉินตายคนเดียวเท่านั้น เขายังต้องการให้ทุกคนที่อยู่ข้างกายฉู่เฉินถูกฝังไปพร้อมกับฉู่เฉินด้วย! ตระกูลหลิวเงียบหายไปมาหลายปี เอาแต่มุ่งขยายอำนาจอิทธิพลในแวดวงการค้าตลอด ไม่ได้สำแดงพลังมานานมากแล้ว ถึงขนาดที่มีหลายคนลืมไปแล้วตระกูลหลิวในปีนั้นน่ากลัวระดับไหน! ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นวันนี้ก็จะใช้ฉู่เฉินมาสร้างแสนยานุภาพ ให้ทุกตระกูลในเมืองเอกของมณฑลได้เห็นว่าตระกูลหลิวในปัจจุบันไม่ได้ด้อยไปกว่าปีนั้นเลยแม้แต่น้อย! “พ่อคุณชื่อฉู่เฉินไง”ฉู่เฉินหัวเราะอย่างเฉยชา“นาย!”หลิวจิ่งหงเดือดดาลฉู่เฉินเอ
แต่ความเสี่ยงยิ่งสูง ผลตอบแทนก็มักจะยิ่งมากกระบี่อ่อนที่เอวของเขาก็เป็นของที่ได้มาจากหลี่เต้าผิงในเมื่อตาเฒ่าแซ่หลู่นั้นอยู่ระดับฝึกปราณชั้นแปด เชื่อว่าของดี ๆ บนตัวเขาย่อมไม่น้อยไปกว่าหลี่เต้าผิงอย่างแน่นอน“ข้า?”อวี้ลู่ส่ายศีรษะกล่าวว่า “นั่นเป็นผลกรรมของเจ้า ไม่เกี่ยวกับข้า”ผู้ที่ฝึกบำเพ็ญตนในระดับที่ยิ่งสูง ยิ่งให้ความสำคัญกับผลกรรมบ่อยครั้งที่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจจะชักนำไปสู่บ่วงกรรมอันไร้ที่สิ้นสุด นี่ก็คือสาเหตุสำคัญว่าทำไมอวี้ลู่ไม่ยอมโผล่หน้าในสังคม แม้ว่าจะเป็นกรรมในโลกมนุษย์ เธอก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวง่าย ๆยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้เหลือเวลาไม่ถึงครึ่งเดือนก็จะถึงช่วงเดือนดับสูงสุดแล้ว ช่วงเดือนดับสูงสุด พลังฝึกปรือของเธอจะค่อย ๆ อ่อนแอลงทุกวัน อีกสามเดือนให้หลัง เธอก็จะเป็นเหมือนผู้หญิงธรรมดา ไม่มีแรงแม้แต่จะมัดไก่เลย เวลานี้การหาเรื่องเป็นตัวเลือกที่ไม่ชาญฉลาดอย่างเห็นได้ชัด เพียงแต่คำพูดของเธอทำให้ฉู่เฉินขมวดคิ้ว ยัยนี่เลือดเย็นมากเลย“เจ้ามองข้าไปก็ไม่มีประโยชน์ ตอนนี้เจ้ายังไม่เข้าใจความน่ากลัวของผลกรรม ภายภาคหน้าเจ้าก็จะเข้าใจ”อวี้ลู่เอามือสอ
“พี่ดูสิ พวกคนที่พี่ดูแคลนว่ามีอายุขัยแค่ไม่กี่สิบปี ถึงแม้ชีวิตของพวกเขาจะสั้นนัก แต่ว่าตลอดทั้งชีวิตที่แสนสั้นของพวกเขามีญาติสนิท มีคนรัก มีเพื่อน”“แต่พี่ล่ะ? มีอะไร?”ฉู่เฉินลุกขึ้นมา เอามือชี้ไปยังผู้คนที่เดินไปมาอย่างรีบเร่งบนท้องถนนข้างนอกหน้าต่าง นัยน์ตางดงามคู่นั้นของอวี้ลู่จ้องเขม็งไปที่ฉู่เฉิน เวลานี้ เธอรู้สึกไม่ดีแล้ว ทำไมดูเหมือนว่าฉู่เฉินถึงจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ระดับเทวะ ส่วนเธอกลับเป็นสหายน้อยที่ถูกสั่งสอนล่ะ?“วิถีแห่งฟ้ามีสิ่งที่ขาดจึงจะสมบูรณ์ เมื่อมหาธรรมวิถีใสสะอาดถึงที่สุด ฟ้าก็จะพังทลาย” ฉู่เฉินท่องคำพูดประโยคหนึ่งในมรดกของมังกรเฒ่าออกมาแต่ว่าเมื่อรวมสถานการณ์นี้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า ฟังจากในหูของอวี้ลู่กลับมีความหมายที่ทำให้คนตื่นรู้ขึ้นมา “นะ...นี่เป็นไปได้ยังไง?” อวี้ลู่ถึงขนาดเริ่มสงสัยในตัวเองแล้ว หรือว่าก่อนหน้านี้เธอทำผิดไปทั้งหมด?หรือว่ากฎเกณฑ์ของเหยาฉือผิดพลาดไปแล้ว?เป็นไปไม่ได้!เหยาฉือเป็นสำนักเซียนที่อยู่มานานนับหมื่นปี สร้างผู้ยิ่งใหญ่ระดับสูงสุดที่บรรลุมหาธรรมวิถีออกมามากแค่ไหน? ไม่มีทางผิดพลาดเป็นอันขาดแต่ว่า...คำพู
เขาเอามือข้างหนึ่งยันกำแพง บีบให้หลินชือหย่าไปอยู่ในมุมกำแพงแล้ว“หลินชือหย่า เธอแสร้งทำเป็นสาวบริสุทธิ์อะไร? ให้แมงดาคนนั้นทำได้ ก็มีความสุขเป็นเพื่อนคุณชายอย่างฉันหน่อยจะเป็นไรไป? อีกอย่าง ฉันควรบอกเธอตามตรงดีกว่า ไอ้แมงดานั่นอยู่ไม่พ้นคืนนี้หรอก”“ถ้าเกิดเธอรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ก็ทำตัวว่าง่ายหน่อย อย่าให้พอถึงตอนนั้นคุณชายอย่างฉันจะจัดการแม้แต่ตระกูลหลินของเธอด้วย”หลิวจิ่งหงกล่าวจบก็ยื่นมือจะไปสัมผัสหน้าอกใหญ่ ๆ ของหลินชือหย่าเวรเอ๊ย! สวนลูกท้อของฉันเป็นสิ่งที่ใครก็สัมผัสได้ทั้งนั้นเหรอ?ดวงตาของฉู่เฉินฉายแววเย็นชาทันที ร่างกายรวดเร็วราวกับสายฟ้า มือสกปรกของหลิวจิ่งหงยังไม่ทันตกลงไป ฉู่เฉินก็เท้าเตะไปที่ด้านหลังเอวของหลิวจิ่งหงโครม!ร่างของหลิวจิ่งหงเอนเอียง ลอยออกไปไกลสองเมตรกว่า ก่อนจะชนกับกำแพงอย่างหนักหน่วงนี่ยังไม่จบนะ เมื่อเขากำลังยันกำแพงกระเสือกกระสนลุกขึ้นมาก็พบว่ากางเกงของตัวเองเหมือนจะเปียกแฉะแล้ว!เมื่อก้มหน้ามอง...เขากำลังปลดปล่อยออกมาอย่างบ้าคลั่ง!นะ...นี่แม่งเกิดอะไรขึ้น? บอดี้การ์ดสองคนกำลังคิดจะลงมือกับฉู่เฉิน หลิวจิ่งหงก็รีบตวาดเสียงดังใส่ทั้งสอ
“ผู้อาวุโสหลี่ว์...ผะ...ผมเหมือนจะจบสิ้นแล้ว...”หลิวจิ่งหงก้มหน้ามองเป้ากางเกงที่เปียกโชกของตัวเอง เอ่ยด้วยสีหน้าหมดอาลัยตายอยากเขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าวันนี้ผู้อาวุโสหลี่ว์เป็นอะไร เมื่อกี้ตอนที่อยู่ข้างล่างก็ควรลงมือจัดการฉู่เฉิน ทำไมถึงอดทนกับไอ้บ้านนอกนั่นครั้งแล้วครั้งเล่าด้วย?อีกอย่างเขาก็เป็นแบบนี้แล้ว หลี่ว์เจิ้งหยางกลับยังคงอดทน เวรเอ๊ย ตอนนี้เขาเดินขาสั่นไปตลอดทาง เกรงว่าวันหน้าจะต้องบอกลาผู้หญิงแล้วใช่หรือเปล่า?ว่ากันว่าตอนหนุ่มไม่รู้ว่าคุณค่าของอสุจิ แก่ตัวมาถึงได้ช้ำใจน้ำตาไหลพรากแต่ปัญหาคือเขายังหนุ่มอยู่เลยนะ เมื่อกี้อย่างน้อยก็ปลดปล่อยออกไปหนึ่งกิโลกรัมกับอีกสองร้อยห้าสิกรัมเขาใกล้จะบ้าแล้วจริง ๆ!“คุณชายหลิว ผู้หญิงชุดขาวที่อยู่ข้าง ๆ หมอนี่ไม่ธรรมดาเลย ผมขอความช่วยเหลือกับทางสำนักแล้ว ขอเพียงกองหนุนมาถึง จะต้องจัดการไอ้เด็กอวดดีนั่นให้มันจบ ๆ ไปแน่นอน!”“เพียงแต่ว่ายังต้องอดทนไว้ชั่วคราว นอกจากนี้ดอกอัสนียังเป็นสิ่งที่สำนักของผมหมายมั่นจะเอามาให้ได้ จะประมาทไม่ได้ครับ”เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลิวจิ่งหงก็เดือดดาลขึ้นมาในใจอีกครั้ง เขาหันหน้าไปถลึงตาใส่ฉู่เฉ
หลินชือหย่าพยักหน้าแรง ๆ แล้วเอ่ยด้วยความกังวลใจเล็กน้อย “ฉู่เฉิน เมื่อกี้คุณล่วงเกินหลิวจิ่งหงไปแล้ว ฉันเป็นห่วงว่าเขาจะทำอะไรไม่ดีกับคุณจริง ๆ”ถ้าเกิดบอกว่าตอนที่อยู่ชั้นหนึ่งเป็นเพียงการตบหน้าหลิวจิ่งหงด้วยคำพูด เช่นนั้นเมื่อกี้ ฉู่เฉินก็แตะขีดจำกัดล่างของตระกูลหลิวแล้ว ถึงแม้เธอไม่รู้ว่าฉู่เฉินเตะแรงแค่ไหน แต่ดูจากสภาพของหลิวจิ่งหง เกรงว่าอสุจิของรุ่นถัดไปคงจะไหลจนแห้งเหือดหมดแล้ว ฐานะของตระกูลหลิวในเมืองเอกของมณฑลไม่ใช่แค่อาศัยความสำเร็จในแวดวงธุรกิจเท่านั้น ได้ยินว่าตระกูลหลิวยังเป็นลูกศิษย์นอกสำนักอะไรสักแห่งด้วยเมื่อหลายปีก่อน หลิวฮ่าวฮุยบิดาของหลิวจิ่งหงก็อาศัยพลังยุทธ์บดขยี้โลกใต้ดินแทบจะทั่วทั้งเมืองเอกของมณฑล ถึงได้สร้างอาณาเขตธุรกิจของตระกูลหลิวในปัจจุบันถ้าตระกูลหลิวพุ่งเป้ามาที่ฉู่เฉิน ผลที่ตามมานั้นไม่กล้าจินตนาการจริง ๆ“ไม่เป็นไร ตระกูลหลิวแล้วยังไง ตราบใดที่พวกเขากล้ามา ผมก็กล้าฝังมัน!” ฉู่เฉินหัวเราะหยัน เอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า “จำไว้นะ คุณเป็นผู้หญิงของฉู่เฉิน ในโลกนี้ ใครก็ทำร้ายคุณไม่ได้ทั้งนั้น”เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของฉู่เฉิน หลินชือหย่าอดไม่ได้ที่จ
“เจ้ารู้จักกระถางเก้าดาราด้วยหรือ?”อวี้ลู่มองไปที่ฉู่เฉินด้วยสายตาที่ประหลาดใจกระถางเก้าดาราเป็นสิ่งที่หายากแม้แต่โลกเซียนเอง และยังเป็นของวิเศษสำคัญที่ใช้จัดเตรียมค่ายกลเก้าดาราสังหารอีกด้วยพลังของค่ายกลเก้าดาราสังหารแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับปราณของแต่ละบุคคลอีกด้วย เช่นเดียวกับฉู่เฉินตอนนี้ หากเขาสร้างค่ายกลเก้าดาราสังหารขึ้นมา เขาก็สามารถฆ่าคนที่อยู่ระดับเดียวกับเขาได้ทันทีแม้ว่าเขาจะเผชิญหน้ากับผู้เชี่ยวชาญที่เก่งกว่าเขาสองระดับ เขาก็สามารถทำได้ทั้งโจมตีและป้องกัน หากจำนวนของฝ่ายตรงข้ามไม่มากเกินไป เขาก็สามารถฆ่าได้ตามใจ“แปลกใจเหรอครับ?”ฉู่เฉินคลี่ยิ้มนิ่งๆ ให้กับอวี่ลู่ วิชาของมังกรเฒ่าครอบคลุมทุกสิ่งจะไม่มีได้อย่างไร?แม้ว่ากระถางเก้าดาราจะไม่ได้มีประโยชน์กับฉู่เฉินในตอนนี้มากนัก แต่ในภายภาคหน้าเขาจะต้องได้ใช้แน่นอน เพราะอย่างไรฉู่เฉินก็ไม่อาจมั่นใจได้ว่าเขาจะไปทำให้ผู้มีอิทธิพลคนไหนไม่พอใจหรือไม่และคนที่อยู่ข้างกายเขาจำเป็นต้องได้รับการปกป้องเสมอค่ายกลเก้าดาราสังหารเป็นตัวเลือกที่ไม่แย่“ต่อไปคือสินค้าประมูลชิ้นแรกของวันนี้ นั่นคือภาพวาดราชาสวรรค์ประทานโอร
เขาใช้เงินกว่าร้อยกว่าล้านไปกับประมูลดอกไม้และของเก่าต่างๆในเมื่อเป็นสมบัติล้ำค่า แน่นอนว่าการเสนอราคาก็จะดุเดือดเป็นธรรมดา โดยเฉพาะฉู่เฉินที่เสนอราคาให้สูงลิบลิ่ว แม้ว่าจะใช้เงินประมูลไปร้อยกว่าล้านก็ไม่รับประกันว่าจะสามารถครอบครองสิ่งนั้นได้แต่เขาก็ครุ่นคิดอีกครั้ง ฉู่เฉินมันก็แค่ไอ้แมงดา เขาไม่อยากจะเชื่อว่าฉู่เฉินจะท้าทายเขาขนาดนี้!เมื่อคิดได้ดังนั้น หลิวจิ่งหงก็ชูป้ายขึ้นมาทันที “สองพันห้าร้อยล้านบาทถ้วน!”คำพูดนี้ออกไป เหล่าสาธารณชนที่อยู่ข้างล่างเวทีต่างพากันสูดลมหายใจเหน็บหนาว ราคาเริ่มต้นที่ห้าร้อยล้าน หลิวจิ่งหงเสนอราคาไปสองพันห้าร้อยล้าน เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากให้คนอื่นเสนอราคาแข่งกับเขาสักพักสายตาของทุกคนก็หันไปมองฉู่เฉินนัยน์ตางดงามของพิธีกรก็มองไปทางฉู่เฉินเช่นกันหากได้รับราคาประมูลยิ่งสูง ส่วนแบ่งที่เธอจะได้ก็จะยิ่งเยอะเข้าไปอีก แม้ว่าฉู่เฉินจะทำเพื่อความสนุก แต่เธอก็ได้รับประโยชน์มาไม่น้อยเช่นกันฉู่เฉินปอกส้มเป็นชิ้นแล้วใส่เข้าปาก จากนั้นหยิบป้ายประมูลขึ้นมาอย่างช้าๆ แล้วพูดว่า “ห้าพันล้านบาทถ้วน”ซี้ดๆ !ทุกคนที่อยู่ในงานต่างพากันจับจ้องฉู่เฉินอย่างตะล
พรวด!คราวนี้ เจ็บมากเกินไปแล้วถังเทียนอวี่อ้าปากกว้างกระอักเลือดคำโตโดยที่มีเศษอวัยวะภายในปะปนอยู่ด้วยออกมาแม้แต่แสงสีทองบนร่างของเขาสายนั้นก็หมองหม่นลงไปในพริบตาเวลานี้ถังเทียนอวี่รู้สึกแค่ว่าเหมือนอวัยวะภายในเคลื่อนที่หมดแล้ว เจ็บจนเส้นเลือดบนหน้าผากของเขาปูดโปนขึ้นมา อ้าปากกว้าง ทว่าร้องโหยหวนไม่ออกแม้แต่นิดเดียว“นี่ก็คืออัจฉริยะของตระกูลถังเหรอ?”ฉู่เฉินใช้เท้าเหยียบใบหน้าของถังเทียนอวี่ แล้วขยี้กับพื้นไม่หยุด ก่อนจะหัวเราะหยันแล้วพูดว่า “ต่อให้เป็นหมูก็ยังเก่งกว่าอัจฉริยะแบบนี้อีกมั้ง?” เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หางตาของถังเทียนอวี่ก็แทบจะเบิกโพลง เขากัดฟันแน่น ปรายตามองฉู่เฉินพลางเอ่ยว่า “นะ...นายกล้าดูถูก...”“ผัวะ!”ฉู่เฉินเตะเข้าที่ปากของถังเทียนอวี่ จากนั้นก็หัวเราะหยันแล้วเอ่ยว่า “ผมดูถูกตระกูลถังของคุณแล้ว คุณจะทำอะไรผมได้? ผมดูถูกคุณแล้ว คุณจะทำอะไรได้?”ถังเทียนอวี่โกรธจนตัวสั่นเทิ้มไม่หยุด แต่ก็เป็นเหมือนกับที่ฉู่เฉินพูดไว้ ตันเถียนของเขาถูกฉู่เฉินเตะจนแตกไปหมดแล้ว เขายังจะทำอะไรได้อีก?เวลานี้ บรรดาผู้ทรงอิทธิพลที่อยู่รอบด้านต่างมองไปทางฉู่เฉินด้วยสายตาที่เ
บรรดาผู้ทรงอิทธิพลที่นั่งใกล้หน้าประตูมากมาย เห็นกับตาว่าแม้แต่รถกอล์ฟก็ถูกอัดจนผิดรูปไปแล้ว พวกเขาก็รีบถอยไปทางมุมกำแพง กลัวว่าจะต้องตายอย่างอนาถโดยไร้ความผิดส่วนหมัดของถังเทียนอวี่นี้ก็มีอานุภาพสะเทือนฟ้าดินจริง ๆพูดได้ว่าเป็นการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ฉู่เฉินเคยพบเจอนับตั้งแต่ที่เข้าวงการมาถึงอย่างไรตระกูลถังก็เป็นตัวตนที่กดขี่ทั้งเมืองได้ด้วยตระกูลเดียว ไม่ว่าจะเป็นวรยุทธ์หรือความสามารถของตัวถังเทียนอวี่เอง สำนักเล็ก ๆ ระดับล่างอย่างสำนักเสวียนเทียนกับสำนักอวี้ซือไม่อาจเทียบได้เลยพูดได้ว่าสำนักเล็ก ๆ ทั้งสองนั้นเป็นเพียงเศษธุลีที่ลอยวนเวียนอยู่ขอบโลกแห่งการหยั่งรู้เท่านั้นแต่ตระกูลถังกลับไม่เป็นเช่นนั้น ตัวตนที่สามารถสยบทั้งเมืองได้ด้วยพลังอำนาจของตระกูล มีใครบ้างที่ไม่ได้มาจากสำนักใหญ่ ครอบครองวิชาชั้นสูงเป็นมรดกตกทอด?เวลานี้เอง ภายในดวงตาของถังเทียนอวี่เต็มไปด้วยจิตสังหารเย็นเยียบ แทบอยากจะต่อยฉู่เฉินให้เนื้อแหลกละเอียดในหมัดเดียวเมื่อเห็นเขาจะลงมือสังหารฉู่เฉินจริง ๆ เกาเซิ่งอี้ที่นั่งอยู่บนที่สูงรีบเอ่ยปากกล่าวว่า “หลานถัง ห้ามต่อยเขาให้ตายในหมัดเดียวเด็ดขาด
เธอไม่อยากเอาชีวิตเล็ก ๆ ของตัวเองไปทิ้งตอนนี้ที่หลิ่วหรูเยียนยังอยู่กับฉู่เฉินไม่ไปไหน ก็เพราะต้องการใช้ประโยชน์จากเขา ให้ช่วยพวกเธอสองแม่ลูกก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ก็เท่านั้น ไม่ตายเป็นเพื่อนฉู่เฉินแน่!“ฉู่เฉิน คนพวกนี้ไม่ใช่คนธรรมดาเลยนะ หรือว่านายจะลองยอมรับปากพวกเขาไปก่อนดีไหม ถึงยังไง...”ไม่รอให้หลิ่วหรูเยียนพูดจบ ฉู่เฉินก็หัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะพูดขัดขึ้นมา “พวกมันเคยเป็นใครมาก่อนฉันไม่รู้ แต่อีกไม่นาน เดี๋ยวพวกมันก็จะเป็นศพแล้ว”ซี้ด!ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ บรรดานักธุรกิจทรงอิทธิพลหลายคนที่นั่งอยู่รอบ ๆ ถึงกับสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจติด ๆ กันชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่นั่งอยู่ด้านล่างแถวหน้าสุดก็ลุกขึ้นยืน และพูดกับฉู่เฉิน “นี่น้องชาย แกรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังพูดอยู่กับใคร?”“คนที่อยู่ตรงนั้นน่ะ คือปรมาจารย์เสิ่น บุคคลที่มีอิทธิพลสูงสุดของตระกูลผู้บำเพ็ญพรตแห่งปินเฉิง!”“ส่วนท่านผู้อาวุโสท่านนี้ คือผู้นำตระกูลจางแห่งเซียงเฉิงเชียวนะ!”“แล้วก็ยังท่านผู้นั้นอีก เขาคือถังเทียนอวี่อัจฉริยะของตระกูลถังแห่งอวิ๋นเฉิง!“มีท่านไหนบ้างที่สามารถเทียบเคียงกับคนแบบฉันและแกได้? เอ
“แม่คุณแซ่อะไรเหรอ?”ฉู่เฉินหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะมองเกาเซิ่งอี้ด้วยแววตาแข็งกร้าว“แก! แกหมายความว่าอะไร?”ใบหน้าของเกาเซิ่งอี้แฝงไปด้วยความเยือกเย็น เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะจ้องฉู่เฉินตาเขม็ง“คุณสั่งให้ผมมอบหยกโลหิตกิเลนให้คุณ ผมก็ต้องยอมมอบให้คุณง่าย ๆ? แล้วถ้าผมบอกให้คุณมอบชีวิตให้ผม คุณจะยอมปาดคอฆ่าตัวตายไหม?”ฉู่เฉินพูดออกมาด้วยสีหน้าหยันเกาเซิ่งอี้หายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับความโกรธในใจเอาไว้ ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “นี่ไอ้หนุ่ม แกไม่รู้คุณสมบัติที่แท้จริงของหยกโลหิตกิเลนด้วยซ้ำ ถ้าแกมีมันอยู่ในมือ ก็ถือเป็นการทำลายสมบัติที่มีค่าและยังจะนำพาปัญหายิ่งใหญ่ตามมาอีก”“การให้แกมอบหยกโลหิตกิเลนให้ฉัน ก็เพราะหวังดีต่อแกนะ”ฉู่เฉินพยักหน้าอย่างหนักแล้วพูดว่า “พูดได้มีเหตุผลดีจริง ๆ”เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของถังเทียนอวี่และคนอื่น ๆ ก็ปรากฏความเย้ยหยันออกมา เพราะยังไงสุดท้ายแล้วฉู่เฉินก็ต้องยอมศิโรราบอยู่ดีไม่ใช่หรือไง?แต่ในวินาทีถัดมา ไม่ใช่แค่ถังเทียนอวี่และคนอื่น ๆ เท่านั้น แม้แต่เกาเซิ่งอี้เองก็ถึงกับหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธ เพราะคำพูดต่อมาของฉู่เฉิน“ความจ
บางทีสักวันหนึ่ง เธออาจจะสามารถเหยียบผู้ชายเฮงซวยพวกนี้ให้จมดินได้ในตอนนี้ คนที่ตกใจมากที่สุดก็ยังเป็นฉีอวี่ไท่ ความจริงแล้ว ฉีอวี่ไท่เป็นคนเดียวในรุ่นที่สองของตระกูลฉีที่มีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ตั้งแต่เด็ก อีกทั้งยังเคยกราบอาจารย์เก่ง ๆ หลายคนตอนที่ตระกูลฉีมาพึ่งพิงเกาเซิ่งอี้ เขาก็มีพลังระดับปรมาจารย์แล้ว และหลังจากผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหลายปี ประกอบกับทรัพยากรจำนวนมากที่เกาเซิ่งอี้มอบให้ เขาจึงประสบความสำเร็จเหมือนในวันนี้แต่ฉู่เฉินกลับสามารถใช้ลูกเตะเดียวทำลายพลังของเขา สะเทือนอวัยวะภายในร่างของเขาจนเละอย่างน้อยสิ่งนี้ก็แสดงให้เห็นว่า ฉู่เฉินต้องเป็นยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานอย่างแน่นอนในความทรงจำของเขา ตระกูลฉู่แห่งเจียงจง ไม่มีพื้นฐานด้านการต่อสู้เลยแม้แต่น้อย และในช่วงเวลาสามปีที่พ่อแม่ของฉู่เฉินหายสาบสูญไป ฉู่เฉินก็อยู่ในสภาพ เกือบตายตลอดเวลาอย่าว่าแต่การฝึกวรยุทธ์หรือบำเพ็ญพรตเลย แม้แต่การลุกขึ้นยืนและเดิน สำหรับฉู่เฉินแล้ว นี่เป็นเพียงความฝันที่ไม่สามารถเป็นความจริงได้ในเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่เดือน ทำไมฉู่เฉินถึงเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้?เมื่อครู่เขาได้ทำการยืนยันหล
ทันทีที่ฉีอวี่ไท่ซัดฝ่ามือลงไป ก็เห็นเพียงกลิ่นอายสีดำปรากฏขึ้นมาในฝ่ามือของเขาถังเทียนอวี่และคนอื่น ๆ มองออกได้ในทันทีว่าฝ่ามือของเขาก็คือฝ่ามือเมฆาพิษของสำนักว่านเซี๋ยนั่นเอง!หลายคนต่างรู้สึกตกใจในตอนแรก แต่หลังจากนั้น สีหน้าของพวกเขาก็ค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติแม้ว่าสำนักว่านเซี๋ยจะถูกแก๊งมังกรทำลาย ลูกศิษย์ของสำนักต้องแยกย้ายหนีไปคนละทิศละทางแล้ว แต่การถ่ายทอดวิชาของสำนัก กลับไม่ได้แบ่งแยกระหว่าง ความดีและความชั่วยิ่งไปกว่านั้น ฉีอวี่ไท่ยังคงเป็นคนของเกาเซิ่งอี้ พวกเขาจึงยิ่งไม่กล้าที่จะพูดอะไรมากแต่ถ้าฝ่ามือนี้ถูกซัดลงบนร่างกายของฉู่เฉิน อย่าว่าแต่เขาที่เป็นแค่คนธรรมดาเลย ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญพรตก็จะรู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกหนอนนับหมื่นตัวกัดกินหัวใจ จนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่!อีกอย่างความเจ็บปวดนี้จะตามหลอกหลอนฉู่เฉินไปตลอด จนกระทั่งหนึ่งถึงสองเดือนหลังจากนั้น ความเจ็บปวดนี้จะหยุดลงเมื่อฉู่เฉินตายจากพิษที่แผ่กระจายไปทั่วร่างถึงแม้ว่าฉีอวี่ไท่จะมีเจตนาร้าย แต่ในสายตาของถังเทียนอวี่และคนอื่น ๆ กลับมองว่าคนอย่างฉู่เฉินที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงควรได้รับการลงโทษไม่อย่างนั้น ทุกคนก็จ
ต้องรู้ไว้ว่า หอการค้ากิเลนที่อยู่เบื้องหลังเขาคือองค์กรที่มีอิทธิพลมหาศาล ครอบครองอำนาจกว่าครึ่งหนึ่งของวงการบำเพ็ญพรต!ต่อให้ฉู่เฉินมีกองทัพคอยหนุนหลัง แต่กองทัพคงไม่สามารถคุ้มกันเขาได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงหรอกใช่ไหม?ในตอนนี้ หลิ่วหรูเยียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ฉู่เฉินถึงกับชะงักไป เธอไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าฉู่เฉินจะกล้าท้าทายถึงขนาดนี้!เขาคิดจริง ๆ เหรอว่าเกาเซิ่งอี้เป็นแค่ขยะไร้ค่าระดับเดียวกับฉีเฮ่อเซวียน?“นี่พ่อหนุ่ม อย่าพูดจาโอหังเกินไปนัก อย่าว่าแต่แกเลย แม้แต่บรรดาปรมาจารย์และตระกูลผู้บำเพ็ญพรตแห่งเจียงจง ก็ไม่มีใครกล้าอวดดีแบบนี้!”ใบหน้าของเสิ่นเจี้ยนเฟิงเย็นชา เขากล่าวตักเตือนเสียงแข็งกร้าวฉู่เฉินได้ยินดังนั้น ก็เผยสีหน้าดูแคลนเล็กน้อยก่อนกล่าวขึ้น“ทำไม คนเยอะแล้วคิดว่าจะเหนือกว่าหรือไง?”ถังเทียนอวี่แสยะยิ้มเหี้ยม ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้น เส้นผมยาวพลิ้วไหวราวกับมีลมพัด ใบหน้าของเขาแฝงไปด้วยความทระนง “เจ้าหนู รู้ไหมว่าแกกำลังท้าทายใครอยู่?”“ถึงแม้ว่าแกจะมีเส้นสายในกองทัพ ก็ปกป้องแกไม่ได้หรอก!”ฉู่เฉินมองถังเทียนอวี่อย่างเหยียดหยาม ก่อนจะยิ้มเยาะ“คนอย่างผมฉู่เฉินไม่ต้องการใ
เนื่องจากก่อนที่ฉู่เฉินจะลงจากรถ เขาได้ใช้ยันต์ปิดลมปราณ ซ่อนพลังปราณทั่วร่างของตัวเองเอาไว้ดังนั้น เมื่อมองจากระยะไกล ฉู่เฉินจึงดูไม่ต่างอะไรจากคนธรรมดาทั่วไป“คนนี้น่ะเหรอ ที่นายบอกว่าฝีมือไม่ธรรมดา?”เกาเซิ่งอี้เหลือบมองฉีอวี่ไท่ด้วยสีหน้าเย้ยหยันนี่มัน...ใบหน้าอาวุโสของฉีอวี่ไท่แดงก่ำ ก่อนจะหัวเราะเจื่อน ๆ “อาจเป็นเพราะลูกน้องของผมไม่เคยเจอของจริง เห็นพวกนักเลงข้างถนนตีกันก็คงคิดว่าเป็นยอดฝีมือไปแล้ว”ถังเทียนอวี่และคนอื่น ๆ ยิ่งแสดงเบะปากอย่างไม่แยแสพวกเขาถึงขั้นรู้สึกว่า ให้เตรียมการใหญ่โตขนาดนี้เพื่อจัดการกับคนไร้ค่าเพียงคนเดียว นี่ถือเป็นการใช้มีดฆ่าวัวมาฆ่าไก่เสียจริงเมื่อเห็นว่าฉู่เฉินและหลิ่วหรูเยียนเดินเข้ามาถึงห้องโถงใหญ่แล้ว เกาเซิ่งอี้ก็ลุกขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนกล่าวขึ้น“สมแล้วที่เป็นคนของตระกูลฉู่ ช่างกล้าหาญเกินคาด”“ตัวคนเดียวยังกล้ามาตามนัดอีก”ทันทีที่เกาเซิ่งอี้พูดจบ ถังเทียนอวี่และคนอื่น ๆ ก็เลิกซ่อนพลังปราณที่น่าสะพรึงกลัวของตัวเองอีกต่อไป ทันใดนั้นเอง คลื่นพลังมหาศาลก็พุ่งเข้าไปข่มฉู่เฉินพร้อมกันหลิ่วหรูเยียนรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่หนักอึ้งราวภูเขาท
ชายหนุ่มที่เพิ่งปรากฏตัวคือถังเทียนอวี่ ยอดอัจฉริยะรุ่นเยาว์แห่งตระกูลถังในอวิ๋นเฉิง“นั่นคือยอดอัจฉริยะถังเทียนอวี่แห่งตระกูลถังใช่ไหม? เขาเองก็มาที่นี่เหรอ?”“ใช่ ฉันได้ยินมาว่าเมื่อห้าปีก่อน ผู้ชายคนนั้นได้เข้าร่วมสำนักบำเพ็ญพรตชื่อดังทางตะวันตกเฉียงใต้ และยังได้รับการยอมรับให้เป็นศิษย์ของสำนักอีกด้วย”ขณะที่ผู้คนรอบข้างกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันไม่หยุด เกาเซิ่งอี้ก็เดินออกมาต้อนรับด้วยตนเองพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า ก่อนจะยื่นมือออกไปหาอีกฝ่ายอย่างเป็นมิตร“ฮ่า ๆ ๆต้องขอบคุณคุณชายถังที่ให้เกียรติมาร่วมงาน”“สมกับเป็นยอดอัจฉริยะของตระกูลถังแห่งอวิ๋นเฉิงจริง ๆ ยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานขั้นที่สี่ แค่รัศมีที่แผ่กระจายออกมาก็กดดันพวกเราได้แล้ว”ถังเทียนอวี่ยิ้มบาง ๆ ก่อนจับมือกับเกาเซิ่งอี้ แล้วตอบกลับ“ลุงเกาชมเกินไปแล้ว”ในขณะนั้นเอง รถหรูอีกคันก็แล่นมาจอดอย่างช้า ๆ จากนั้น ผู้อาวุโสในชุดขาวเรียบง่ายก็ก้าวลงจากรถพวกเขาเห็นว่าบนมือทั้งสองของผู้อาวุโสเต็มไปด้วยร่องรอยจากการฝึกฝน และทั่วทั้งร่างแผ่พลังอันน่าสะพรึงกลัวของผู้แข็งแกร่งระดับแนวหน้า“ซี้ด ๆ! นั่น…นั่นมันจางจิ่งหลง ผู้นำตระกูลจาง