ใบหน้าของจัสตินดูน่าเกลียดในทันทีฮาร์วีย์ไม่เปิดโอกาสให้เขาพูดต่อ เขาพูดอย่างเย็นชา “คุณไม่สนใจว่าลูคจะย่ำยีลูกสาวของคุณยังไงเลยด้วยซ้ำ“คุณอยากเห็นลูกสาวของคุณถูกชาวประเทศหมู่เกาะย่ำยีงั้นหรอ? เธอต้องใช้ร่างกายของตัวเองแลกกับการได้ช่วยวอล์คเกอร์ คอร์ปอเรชั่นในเรื่องสัญญาไร้สาระแบบนั้นน่ะหรอ? ต้องแบบนั้นใช่ไหมคุณถึงจะคิดว่าเธอมีความสามารถพอ?“แล้วอีกอย่าง…“เธอไม่ได้ทำร้ายใครซะหน่อย ผมเป็นคนทำเอง“ถ้าอยากจะมีปัญหา ทำไมไม่มาหาผมล่ะ“คุณกลับข้ามหน้าข้ามตาผมไป แล้วเลือกที่จะทำให้ซีอีโอวอล์คเกอร์ขุ่นเคืองแทน“รองหัวหน้าสาขาวอล์คเกอร์ คนดูถูกผมมากไปหรือเปล่า?”รอยยิ้มแกนของฮาร์วีย์ทำให้สีหน้าของจัสตินเปลี่ยนไปแล้วเปลี่ยนไปอีกหลายครั้งที่เขาเผชิญหน้ากับฮาร์วีย์ เขามักจะเสียเปรียบและต้องพ่ายแพ้หมดรูปเสมอใบหน้าของจัสตินดูน่าเกลียดมาก หลังจากที่ฮาร์วีย์สะกิดใจเขาแบบนั้นโรนัลด์ซึ่งอยู่ข้าง ๆ ตะคอกออกไปอย่างเย็นชา“ซีอีโอยอร์ก สิ่งที่แกพูดมามันไม่จริงเลยสักนิด!“ตัวแทนลูคยังหนุ่มและหล่อเหลา เขาถูกใจซีอีโอวอล์คเกอร์ทันทีที่เห็นเธอ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขากระเซ้าเย้าแหย่เธอเธอ“เข
โรนัลด์ยังกล่าวอีกว่าตราบใดที่ไคท์และฮาร์วีย์ถูกไล่ออก พวกเขาก็ยังมีโอกาสที่จะได้สัญญาฉบับนั้นมาแม้ว่าทุกคนจะรู้ดีว่าเมื่อสิ่งต่าง ๆ มาถึงจุดนี้แล้ว การได้รับสัญญาแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยแต่พวกเขา ก็ยังหวังอยู่หน่อย ๆผู้บริหารหลายคนที่ตอนแรกแทบไม่มีท่าทีเป็นศัตรูกับไคท์และฮาร์วีย์ ตอนนี้มองทั้งสองคนด้วยสายตาเกลียดชังท้ายที่สุดแล้ว ใคร ๆ ก็อยากได้เงินด้วยกันทั้งนั้นจัสตินรู้สึกยินดีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เขาหรี่ตาและบอกให้โรนัลด์นั่งลง ก่อนกระแอมในลำคอ “ในเมื่อเรื่องเป็นอย่างนั้น ตอนนี้ทุกอย่างก็ชัดเจนแล้ว“ไคท์บอกตามตรง วันนี้เป็นวันแรกของเธอหลังจากได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นซีอีโอ และในฐานะพ่อของ ฉันควรจะเข้าข้างเธอ“แต่เธอยังเด็กและน่าผิดหวังเกินไป“ความรู้สึกส่วนตัวที่เธอใช้มันไปกระทบกับกิจการที่สำคัญจริง ๆ ถ้าทำเรื่องง่าย ๆ ไม่ได้และไม่ยอมสละเรื่องเล็กน้อยเพื่อบริษัท“ตอนนี้ฉันแน่ใจแล้วว่าไม่เพียงแต่ความสามารถของเธอไม่เพียงพอสำหรับตำแหน่งซีอีโอ“แต่เธอยังทำให้ฉันผิดหวังในที่สุดอีกด้วย!“ฉันได้แต่หวังว่าเธอจะไม่ทำให้คณะกรรมการและตัวแทนผู้ถือหุ้นลำบากใจ”ไคท์ขมวดคิ้ว
ทั้งห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบทุกคนมองไปที่ฮาร์วีย์ด้วยสีหน้าประหลาดใจ“พรืด!” หลังจากนั้นไม่นาน หนึ่งในนั้นก็กลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่ได้ เขาเปล่งเสียงออกมาด้วยความขบขัน“ซีอีโอยอร์ก คุณเสียสติไปแล้วเหรอ? คุณกำลังจะบอกเราว่าหลังจากที่คุณหักมือของลูค ไม่เพียงแต่เขาจะไม่ถือโทษคุณ แต่เขาจะส่งสัญญาตัวแทนมาให้คุณเซ็นด้วยงั้นหรือ?“ซีอีโอยอร์ก คุณบ้าหรือเปล่า? คนคิดว่าพวกเราโง่งั้นหรอ?“คุณต้องขอบคุณพระเจ้าด้วยซ้ำ ถ้าตัวแทนลูคไม่ฟ้องคุณและส่งเอกสารทางกฎหมายมาให้ นี่คุณยังมัวมีกะจิตกะใจมาคิดถึงผลลัพธ์ที่เป็นไปไม่ได้พวกนี้อยู่ได้ยังไง? เสียสติไปแล้วจริง ๆ ใช่ไหม?”โรนัลด์ราดน้ำมันลงบนกองไฟ “ทุกคน ผมจำอะไรขึ้นมาได้แล้ว ในตอนที่เราอยู่บนเรือสำราญเมื่อตอนสาย ซีอีโอยอร์กได้เตือนให้ตัวแทนลูคนำสัญญาดังกล่าวมาให้ที่วอล์คเกอร์ คอร์ปอเรชั่นตอนบ่ายสองโมงวันนี้อีกด้วย!“ซีอีโอยอร์กยังบอกกับตัวแทนลูคว่าถ้าเขาทำไม่ได้ เขาก็ต้องซื้อโลงศพให้ตัวเอง!“แน่นอนว่าซีอีโอยอร์กของเราทั้งจองหองและเผด็จการจริง ๆ!“ผมโรนัลด์ จอห์นใช้เวลาหลายปีอยู่ในมอร์ดู ทั้งได้พบกับเหล่าเจ้าชายและนายน้อยมากมาย“แต่นี่เป
"เป็นไปไม่ได้ เป็นไปได้ยังไง!?“ตัวแทนลูคมีสถานะสูงส่งขนาดไหน? ทำไมเขาถึงต้องมาคุกเข่าที่ทางเข้าของวอล์คเกอร์ คอร์ปอเรชั่นด้วยล่ะ?“แถมฮาร์วีย์ยังหักมือเขาไปข้างหนึ่ง! การที่เขาไม่ส่งเอกสารทางกฎหมายมาให้เราก็ถือเป็นพระคุณแล้ว! แต่นี่เธอกำลังบอกว่าเขากำลังคุกเข่าอยู่ที่ทางเข้าบริษัทของเรางั้นหรอ? ทะเลาะกันเล่นหรือไง“พนักงานต้อนรับ เธอฟังผิดหรือเปล่า ตัวแทนลูคมาบอกให้ฮาร์วีย์ไปคุกเข่าที่ประตูบริษัทและขอโทษเขาหรือเปล่า?”เหล่าผู้บริหารและผู้ถือหุ้นเงียบงัน ในตอนที่พนักงานต้อนรับวิ่งเข้ามาแจ้งข่าว วินาทีต่อมา พวกเขาก็ตกอยู่ในความโกลาหลและส่งเสียงเซ็งแซ่แม้แต่จัสตินก็ยังลนลาน พนักงานต้อนรับอาจจะตระหนกเกินไป เธอเธอถึงได้พูดผิด ๆ ถูก ๆทุกสายตาจับจ้องไปที่เธอ ขณะที่พวกเขารอให้เธออธิบายพนักงานต้อนรับตื่นตระหนกมากเสียจนเธออยากจะร้องไห้ เธอพูดตะกุกตะกัก “ไม่ใช่แค่ตัวแทนลูคที่มาที่นี่เท่านั้น แต่ยังมีคนอื่น ๆ มาที่นี่กันอีกมากมายด้วย…”ทุกคนตะลึงพวกเขาถูกบีบคั้น ตัวแทนลูคกำลังมาคิดบัญชีกับพวกเขา!โรนัลด์กระโดดอยู่และเปล่งเสียงออกไปด้วยความรีบร้อน “รปภ. รปภ. อยู่ที่ไหน?!“จำไว้ อย่า
ฮาร์วีย์ไม่สนใจโรนัลด์ เขากลับมองผู้หญิงที่ดูบอบบางผู้ซึ่งยืนอยู่ตรงกลางอย่างไม่แยแสเมย์ ลีตัวแทนของสตาร์ แชโบลในภูมิภาคตะวันออกไกล"โถ่! คุณนั้นเอง ตัวแทนลี ผมต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้ทักทายคุณอย่างที่สมควรจะทำ!”เห็นได้ชัดว่าจัสตินรู้จักเมย์ ลี เขาทักทายเธออย่างอ่อนโยนด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าผู้บริหารหลักของบริษัทถัดจากเขาก็เดินไปข้างหน้าเพื่อทักทายเธอทุกคนจำเมย์ ลีได้ตัวแทนของประเทศ H ที่ยิ่งใหญ่ถูกไล่ออกไปเมื่อเดือนที่แล้วคนที่มาแทนชายผู้นั้นคือเมย์ ลี ตัวแทนของภูมิภาคตะวันออกไกลว่ากันง่าย ๆ ก็คืออำนาจของเมย์ ลีใน สตาร์ แชโบลนั้นยิ่งใหญ่กว่าของปีเตอร์ ลีมากสถานะของเธอก็ยังสูงกว่าปีเตอร์ ลีหลายเท่าคนใหญ่คนโตอย่างเธอมาปรากฏตัวอยู่ในสถานที่เล็ก ๆ อย่างวอล์คเกอร์ คอร์ปอเรชั่นเช่นนี้ แม้แต่จัสตินก็รู้สึกปลื้มใจอยู่ไม่น้อยหน่อยนอกเหนือจากความประหลาดใจและความปลื้มปิติของเขาแล้ว เขาก็ค่อนข้างไม่สบายใจกับการที่จู่ ๆ เธอก็ปรากฏตัวมาอย่างนี้“คุณใจดีมาก ประธานวอล์คเกอร์”เมย์ ลีก้าวไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน“ฉันต้องขอโทษด้วยที่มาปรากฏตัวกะทันหันเเบบนี้ ฉันหวังว่าคุณจะไม่ว
ภายใต้สายตาที่ดูสยดสยองของโรนัลด์และคนอื่น ๆ พวกเขาเห็นลูคนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้น เขาคลานเข้าไปหาไคท์“ซีอีโอวอล์คเกอร์ ได้โปรดยกโทษให้กับความโง่เขลาของผมด้วย!“ความผิดพลาดทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ !“ได้โปรดยกโทษให้ผมด้วย!”ปัง ปัง ปัง! หน้าผากของลูคมีรอยฟกช้ำ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเต็มไปด้วยเลือด แต่เขาไม่กล้าเช็ดมันเมย์มองดูการกระทำของเขาอย่างไม่สะทกสะท้าน เธอหันไปหาไคท์และอธิบายว่า “ลูคเป็นสมาชิกของตระกูลลี เขายังเป็นคนสนิทของฉันด้วย“นั่นคือเหตุผลที่ฉันยอมให้เขาเป็นตัวแทนแห่งมอร์ดู“แต่เดิม ฉันตั้งใจจะให้เขาเลือกหุ้นส่วนที่ดีและรักษาชื่อเสียงและผลประโยชน์ของสตาร์ แชโบล“แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะกล้าใช้ธุรกิจเพื่อความสุขของตัวเองและยังใช้อำนาจของเขามาตอบสนองความปรารถนาอันชั่วช้าตามมาของเขาอีกต่างหาก“เมื่อเช้านี้ เขาไม่เพียงแต่ทำร้ายซีอีโอวอล์คเกอร์ด้วยวาจาเท่านั้น แต่เขายังกล้าโจมตีซีอีโอยอร์กด้วย!“สิ่งดังกล่าวเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างเด็ดขาดภายในสตาร์ แชโบล“เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะฉันปล่อยปละละเลยเขาเกินไป เพื่อแสดงความจริงใจ เราจึงมาที่นี่เพื่อขอโทษในนามของสตาร์ แชโบล“ส
ไคท์ไม่สนใจจัสติน เธอมองไปที่ฮาร์วีย์โดยไม่รู้ตัวแม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เธอก็รู้ดีว่าการที่เมย์พาจัสตินมาที่นี่เพื่อขอโทษอาจมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับฮาร์วีย์ดังนั้น จึงมีเพียงฮาร์วีย์เท่านั้นที่จะสามารถตัดสินใจในเรื่องนี้ได้“เอาล่ะ หยุดคร่ำครวญได้แล้ว ถ้าพื้นพังนายจะจ่ายค่าเสียหายไหม?”หลังจากที่ลูคคร่ำครวญครบร้อยครั้ง ฮาร์วีย์ก็ก้าวไปข้างหน้า เขาย่อตัวลงและมองลูคด้วยรอยยิ้ม “นายยังจำสิ่งที่ฉันพูดไปเมื่อเช้าได้หรือเปล่า“ฉันบอกนายไปว่ายังไง”เปลือกตาของลูคกระตุกอย่างรุนแรง เขารีบพูดว่า “นำสัญญาตัวแทนมาที่นี่ตอนบ่ายสองโมง…”“แล้วไหนล่ะสัญญา” ฮาร์วีย์ยิ้มและพูด“สัญญายังไม่เรียบร้อยเลยครับ” ลูคร้องไห้ “ซีอีโอยอร์ก ผมผิดไปแล้ว! ผมรู้แล้วว่าผมผิดตรงไหน!“ได้โปรดให้โอกาสผมด้วย!”ฮาร์วีย์ยืนขึ้นและพูดอย่างเฉยเมยว่า “เห็นแก่คุณเมย์ ฉันจะให้โอกาสนายอีกครั้ง“แต่นายต้องหักมืออีกข้างของตัวเองทิ้งซะ“แล้วใส่หัวไปให้ไกลที่สุด ถ้านายมาให้ฉันเห็นหน้าอีก ก็เตรียมตัวไปนอนในโลงได้เลย”ใบหน้าของลูคถอดสีในทันที เขารีบอ้อนวอน “ขอบคุณสำหรับความเมตตาครับ ซีอีโอยอร์ก ขอบคุณมากจริงๆ
ก่อนที่คนอื่น ๆ จะเริ่มเปิดปากลูคก็พูดออกไปแล้ว“โรนัลด์ จอห์น!“เมื่อตอนสายเขาเป็นคนโทรหาผม ยุยงให้ผมหาเศษหาเลยกับซีอีโอวอล์คเกอร์!“เขายังบอกผมด้วยว่า ถ้าเธอไม่มีเอกสารมอบอำนาจของสตาร์ แชโบลแห่งมอร์ดู ซีอีโอวอล์คเกอร์จะไม่สามารถดำรงตำแหน่งของเธอต่อไปได้ เธอจะถูกไล่ออกจากบริษัท!“ถ้าผมใช้เรื่องนี้เป็นเครื่องมือ เธอจะยอมทำตามทุกอย่างที่ผมต้องการ!“ปกติผมไม่ใช่คนหุนหันพลันแล่นเลย แต่โรนัลด์คอยยุแยงผม เขาบอกผมว่าซีอีโอวอล์คเกอร์ยังบริสุทธิ์อยู่ และการได้เธอไปครอบครองก็ถือเป็นของขวัญชิ้นใหญ่!“ผมอดใจไว้ไม่ไหว ผมก็เลย…”ลูคยังคงเอาหัวโขกพื้นขณะที่เขาพูด“ซีอีโอยอร์ก ซีอีโอวอล์คเกอร์ผมมันน่ารังเกียจ! ผมสมควรถูกลงโทษแล้ว!“แต่คุณจะปล่อยคนร้ายตัวจริงของเรื่องนี้ไปไม่ได้เช่นกัน!”หลังจากได้ยินคำพูดของลูค ใบหน้าของฮาร์วีย์ก็ขึ้นสีอย่างนึกสนุกสีหน้าของไคท์ก็เปลี่ยนไปเช่นกันแต่ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไร จัสตินก็พูดแทรกขึ้นเสียก่อน เขาขมวดคิ้วมุ่น“ตัวแทนลูค คุณไม่ควรพูดเรื่องไร้สาระแบบนั้นออกมานะ“จะพูดอะไรก็ต้องมีหลักฐานด้วย!“หากคุณกล้าดูหมิ่นผู้บริหารระดับสูงของวอล์คเกอร์ คอร์ปอเร
“อย่างนั้นเหรอ?”ร็อดนีย์ทำเสียงเยาะเย้ยหลังจากได้ยินคำพูดของฮาร์วีย์“ฉันไม่ได้ต้องการดูหมิ่นอะไรแกหรอกนะไอ้หนู!“แกไปเอาความมั่นใจมาจากไหนเหรอ ถึงได้พูดอะไรออกมาแบบนั้น?“มา ๆ! บอกฉันหน่อยว่าแกเรียนที่ไหน ฉันจะได้ประเมินความสามารถของแกได้!“บอกตามตรงนะ ถึงแม้ว่าแกจะพาอาจารย์ซีเกลอร์มาที่นี่ โอกาสก็ยังคงมีเท่าเดิม!”ฮาร์วีย์เหลือบมองที่หัวของเวส ดูเหมือนว่าพลังชั่วร้ายที่อยู่ในตัวเขากำลังจะปรากฏออกมาแล้ว ความทุกข์ทรมานที่เขารู้สึกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน คงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาการนอนไม่หลับอาจเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยสำหรับเขาไปเลยก็ได้ถ้าเขาสามารถข่มใจให้นอนหลับได้ เขาก็จะต้องสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้ายอยู่ดีณ จุดนี้ เขาคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่สัปดาห์เท่านั้นฮาร์วีย์รู้สึกสงสารอย่างไม่ต้องคิดทบทวนอะไรเลยฮาร์วีย์หันไปมองร็อดนีย์“ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูฮวงจุ้ยหรอก ผมไม่ได้เรียนรู้เรื่องนี้จากอาจารย์คนไหนทั้งนั้น”ร็อดนีย์ตกตะลึง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา"แล้วยังมีหน้ามั่นใจได้ถึงขนาดนี้อีกเหรอ?”“แต่ผมรู้เรื่องศิลปะการฆ่านะ” ฮาร์วีย์ตอบ“ยกตัวอย่างเช่น เมื่ออยู่ต่อหน
“อะไรนะ!”อาร์เล็ตตกใจมากกับอาการของคุณปู่ แต่เธอรู้สึกประหลาดใจมากกว่าที่ฮาร์วีย์สรุปอาการได้แม่นยำร็อดนีย์ก็สรุปอาการเหมือนเขาเป๊ะเวสทำสีหน้าแปลก ๆ เมื่อเขามองไปที่ฮาร์วีย์ เขาไม่คาดคิดว่าฮาร์วีย์จะเก่งกาจได้ถึงขนาดนั้นไคริทำสีหน้าแสดงความชื่นชมเธอเชื่อมั่นในความสามารถของฮาร์วีย์มาโดยตลอด นั่นคือเหตุผลที่เธอพาเขามาที่นี่ตั้งแต่แรกเป็นไปตามคาด เขาทำได้อย่างที่เธอคาดหวังเอาไว้เวสมองฮาร์วีย์ก่อนจะหันไปมองร็อดนีย์“เรารู้จักกันมาหลายปีแล้วนะ ร็อดนีย์“ลองทำตามวิธีการของคุณก็แล้วกัน แล้วดูซิว่าคุณจะรักษาผมได้หรือเปล่า”“ผมจะขอพูดตรง ๆ กับคุณนะเวส มีแหล่งพลังงานชั่วร้ายอยู่ในตัวคุณ วิธีเดียวที่จะช่วยคุณได้คือต้องกำจัดแหล่งพลังงานนั้นออกไป” ร็อดนีย์ตอบอย่างเคร่งขรึม“แต่ถึงกระนั้นผมก็มีอะไรอยากจะบอกคุณ“ขั้นตอนนี้มีความเสี่ยงมาก“ถ้าเราไม่ระวัง พลังงานชั่วร้ายในคุณก็จะปรากฏตัวออกมา แล้วฆ่าคุณทันที”อาร์เล็ตตัวแข็งทื่อ“มั่นใจแค่ไหนคะ คุณปู่ฟอสเตอร์?”ร็อดนีย์ขมวดคิ้วอยู่ครู่หนึ่ง“ผมบอกไม่ได้ว่าแหล่งพลังงานนั้นอยู่ตรงไหนกันแน่ ดังนั้นตอนนี้โอกาสสำเร็จมีเพียงยี่สิบถึงส
“นานสุดแค่สองสามสัปดาห์เหรอ?อาร์เล็ตตัวแข็งทื่อก่อนที่จะระเบิดความโกรธเกรี้ยวออกมา“ไอ้สารเลว! แกไม่เพียงแต่ไม่เก่งอะไรสักอย่างแล้ว แต่ยังกล้าสาปแช่งคุณปู่ของฉันอีกเหรอ?!“แกนี่มันช่างชั่วช้าจริง ๆ!“ไอ้คนไร้มนุษยธรรม!“ออกไป! ออกไปเดี๋ยวนี้เลย!“เลิกพยายามสร้างภาพที่นี่ได้แล้ว!“ถ้าฉันไม่เห็นแก่ไคริล่ะก็ฉันจะหักขาแกด้วยมือของฉันเองแล้ว!”เห็นได้ชัดว่าคำเตือนของฮาร์วีย์ทำให้อาร์เล็ตโกรธเคืองอย่างมากบรืน!มีเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นก่อนที่รถโตโยต้า อัลพาร์ดสีเหลืองจะแล่นมาจอดอยู่ข้างนอกมีคนหนุ่มสาวสองสามคนกระโดดลงมาจากรถ พร้อมทั้งถือกล่องโบราณอยู่ในมือหลังจากนั้นก็มีชายสูงอายุคนหนึ่งเดินออกมาเขาสวมเสื้อคลุมที่เปล่งรังสีออร่าของผู้ปราดเปรื่องออกมา เห็นได้ชัดว่าเขาคือผู้เชี่ยวชาญด้านการดูฮวงจุ้ยฮาร์วีย์ทำหน้าสงสัยก่อนจะจดจำใบหน้านั้นได้ชายคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้เชี่ยวชาญด้านการดูฮวงจุ้ยระดับสุดยอดของโกลด์เด้น แซนด์“ในที่สุดคุณปู่ฟอสเตอร์ก็มาถึงแล้ว!อาร์เล็ตเดินออกไปรับด้วยสีหน้าเบิกบานใจ“คุณปู่มาถูเวลาพอดีเลย! ไม่อย่างนั้นครอบครัวของเราคงโดนนักต้มตุ่นหลอกเอา
ฮาร์วีย์ยิ้มจาง ๆ หลังจากได้ยินข้อสงสัยของอาร์เล็ต“สถานการณ์ของคุณเพแกนไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร แค่ร่างกายของเขาโดนพลังงานชั่วร้ายเล่นงานเท่านั้นเอง“ปัญหานั้นจะได้รับการแก้ไขทันทีที่มีการจัดการที่ต้นเหตุ"“พลังงานชั่วร้ายเหรอ?”เวสชะงักไปครู่หนึ่ง“แต่ฉันก็ระวังตัวอยู่เสมอนะ ฉันไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปในสถานที่ที่จะมีพลังชั่วร้ายแบบนั้นเลย“ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูฮวงจุ้ยก็ยังออกแบบคฤหาสน์ทั้งหลังนี้ให้ฉันด้วย ที่ดินก็มีความบริสุทธิ์ผุดผ่องด้วย แล้วทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ล่ะ?“นอกจากนี้เราก็อยู่ที่นี่มาหลายปีแล้วด้วย แต่ไม่เคยเกิดเรื่องร้าย ๆ อะไรกับเราเลยจวบจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้“นั่นเป็นเพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้แหล่งพลังงานชั่วร้ายนั้นได้เพิ่งหาทางเข้ามาที่นี่ได้" ฮาร์วีย์ตอบอย่างตรงไปตรงมา“เมื่อเร็ว ๆ นี้มันเจอหนทางที่เข้ามาที่นี่ได้เหรอ?'อาร์เล็ตหัวเราะอย่างเย็นชา“คุณคิดว่าเราโง่หรือไง?“พลังชั่วร้ายมีแต่ในบ้านผีสิงเท่านั้นแหละ!“บ้านของเราอยู่ในสภาพเดิมมาตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว! ทำไมถึงเกิดขึ้นได้ล่ะ?!“คุณอ้างว่ามันมาที่นี่เมื่อไม่นานมานี้เหรอ?“ก็บอกมาเลยสิว่าปู่
อาร์เล็ตเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เวสฟังอีกครั้ง ก่อนจะกัดฟันกรอดต่อหน้าฮาร์วีย์“ทำไมคุณถึงทำอะไรตามใจชอบโดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยล่ะ?!“ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณปู่ของฉัน คุณก็คงตายแน่!“คุณคิดที่จะช่วยใครเพียงให้ได้ค่าขนมนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเองน่ะเหรอ?!“คุณช่างเป็นคนน่ารังเกียจจริง ๆ!"ในดวงตาของอาร์เล็ตมีแต่ความดูถูกเหยียดหยาม“ถ้าไม่ใช่เพราะผมที่ยกโครงเหล็กของรถเอาไว้ ป่านนี้คุณเพแกนก็คงกลายเป็นเศษเนื้อเละ ๆ ไปแล้วล่ะ”ใบหน้าของอาร์เล็ตดูมืดมนลงทันที“คุณกล้าดียังไงมาสาบแช่งคุณปู่ของฉันแบบนั้น ไอ้สารเลว!?!“ยอมรับออกมาต่อหน้าทุกคนซะว่าคุณพูดล้อเล่น!“ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ คุณปู่ของฉันก็คงไม่ต้องเข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาหรอก!”สีหน้าของอาร์เล็ตดูเย็นชาราวกับน้ำแข็งในตอนนี้เธอรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนเมื่อคิดว่าฮาร์วีย์อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ปู่ของเธอต้องเสียชีวิต“ฮาร์วีย์เป็นนักศิลปะป้องกันตัวนะอาร์เล็ต เขามีความแข็งแกร่งกว่าผู้ชายธรรมดาทั่วไปหลายเท่า เขาต้องมั่นใจที่จะช่วยคุณปู่ของคุณได้ ถึงได้ลงมือทำไปอย่างนั้น"ไคริก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับขมวดคิ้ว“ฉันไม่รู้ร
เมื่อได้ยินคำพูดของไคริ ผู้คนที่ยืนอยู่ข้างหลังผู้ชายคนนั้นก็ทำสีหน้าที่ดูแย่มากเห็นได้ชัดว่าพวกเขาทั้งหมดต่างรู้ว่าผู้ชายคนนี้มีโอกาสที่จะตายสูงมาก เมื่อดูจากสภาพร่างกายของเขาแล้ว“ขอบคุณที่เป็นห่วงลุงนะ"ชายคนนั้นแค่ยิ้มให้เฉย ๆ ราวกับว่าเขารู้ว่าความตายของเขาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้“โอ้ ไคริ… หลานไม่ต้องเศร้าเสียใจกับเรื่องปู่หรอก ปู่รู้ว่ามีชีวิตก็ย่อมมีตายเป็นธรรมดา“เออจริงสิ ปู่ได้ยินมาว่าหลานถูกลอบทำร้ายในระหว่างบินมาที่นี่เมื่อไม่กี่วันก่อนนี่นา“หลานสบายดีไหม?“ปู่มีหัวไชเท้าร้อยปีอยู่สองสามหัว เอาไปกินเพื่อเพิ่มพลังได้นะ"แน่นอนว่าชายคนนี้เป็นห่วงเรื่องสุขภาพของไคริไคริยิ้ม“ขอบคุณค่ะลุง!“หนูไม่เป็นอะไรค่ะ มีคนบนเที่ยวบินเดียวกันได้ช่วยหนูเอาไว้ นั่นคือเหตุผลที่หนูยังมายืนอยู่ตรงนี้ได้"จากนั้นไคริก็ชี้ไปที่ฮาร์วีย์“หนูขอแนะนำให้ลุงรู้จักกับฮาร์วีย์ค่ะ เขาเป็นคนที่ช่วยชีวิตหนูไว้ในตอนนั้น“ฮาร์วีย์ นี่คือลุงของฉันค่ะ เวส เพแกน“ตระกูลเพแกนเป็นหนึ่งในตระกูลที่ตัดขาดจากโลกภายนอกที่อยู่ในโกลด์เด้น แซนด์แห่งนี้ พวกเขาถือเป็นหนึ่งในตระกูลลึกลับของเมืองนี้
บรืน!สิบห้านาทีต่อมาก็มีเฟอร์รารี่สีแดงคันหนึ่งเข้ามาจอดตรงหน้าวิลล่าเมื่อกระจกรถเลื่อนลงมาก็เห็นใบหน้าอันงดงามของไคริแถมเธอยังใส่แว่นกันแดดด้วย เลยทำให้เธอดูทันสมัยและงามพริ้งเป็นพิเศษไคริเหลือบมองฮาร์วีย์ก่อนจะส่งยิ้มให้จาง ๆ“เชิญค่ะคุณยอร์ก"ฮาร์วีย์ไม่มีโอกาสได้มองหน้าไคริอย่างใกล้ชิดมาก่อน...แต่เมื่อได้มองภายใต้แสงแดดอันสดใส เขาบอกได้เลยว่าไครินั้นดูสวยราวกับภาพวาด แค่ความสวยดุจเทพธิดาเพียงอย่างเดียว ก็ทำให้ตึกรามบ้านช่องพังถล่มด้วยการมองเพียงแวบเดียวได้แล้วแมนดี้ก็มีหน้าตางดงามเช่นกัน แต่ไคริก็สวยไม่ได้ด้อยไปกว่าเธอเลยทั้งสองคนนี้เป็นดั่งดอกไม้ที่สวยงดงาม เธอทั้งคู่ต่างก็มีรูปลักษณ์ที่น่าดึงดูดในแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งยากจะบอกได้ว่าใครสวยกว่าใครโดยทั่วไปแล้วไม่ว่าผู้ชายคนไหนก็เลือกไม่ได้หรอกว่าอยากจะได้คนไหนมากกว่ากันพวกเขาทั้งหมดคงอยากได้ทั้งสองคนนั่นแหละฮาร์วีย์สงบสติอารมณ์ตัวเองด้วยการหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนก้าวเข้าไปในรถทันทีที่เปิดประตูเข้าไปก็มีกลิ่นหอมภายในรถโชยเข้าจมูกทันที แล้วเมื่อมองเห็นขาอันเรียวเล็กของไคริเข้าไปอีก ฮาร์วีย์ก็อดที่จะรู้สึกวิงเวียนคล
ฮาร์วีย์ก้มศีรษะลงอย่างไม่ลังเล ก่อนจะตัดสินใจยอมแพ้ในเรื่องนี้จากนั้นเขาก็ยิ้มจาง ๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปแมนดี้ทำเสียงเยาะเย้ยอย่างเย็นชา เธอคิดว่าฮาร์วีย์ดูแปลก ๆ ไปในตอนนั้น***ในเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ฮาร์วีย์กำลังจะออกไปข้างนอกเพื่อทำการสอบสวนคนในตระกูลจอห์นก่อนที่เขาจะเดินออกไปนั้นก็มีสายโทรศัพท์เข้ามาฮาร์วีย์เหลือบมองก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา“คุณไม่โทรหาฉันเลยนะคะ? ฉันเป็นเพื่อนของคุณนะฮาร์วีย์"มีเสียงนุ่ม ๆ ดังขึ้นจากปลายสายอีกด้านหนึ่ง เธอคือไครินั่นเอง“คุณพาเทลเหรอ?”ฮาร์วีย์ตัวแข็งทื่อ เขาไม่คาดคิดว่าไคริจะโทรหาเขาในช่วงเช้าตรู่ขนาดนี้“คุณเรียกแต่ชื่อฉันไม่ได้เหรอคะ?” ไคริถามด้วยน้ำเสียงร่าเริง“ก็ได้ครับไคริ"ฮาร์วีย์ไม่อ้อมค้อม“คุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับผมในช่วงเช้าตรู่ขนาดนี้เหรอ?”ฮาร์วีย์รู้ดีว่าคนอย่างไคริจะไม่มีวันทำอะไรโดยไม่มีเหตุผลไม่มีทางที่เธอจะแค่โทรมาเชิญฮาร์วีย์ไปดื่มชาด้วยกันเท่านั้น“บอกตามตรงนะคะว่าฉันได้สืบหาข้อมูลของคุณนับตั้งแต่วันที่เราเจอกันที่สนามบิน“ฉันได้ส่งคนไปติดตามคุณด้วย“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังอะไร“เพราะยังไงก็ตามฉันต
แมนดี้ขมวดคิ้วหลังจากได้ยินน้ำเสียงอันชอบธรรมชองอัลม่า“ฉันไม่เคยเห็นหน้าพี่ชายเธอเลยนะอัลม่า“เลิกพยายามจับคู่ให้เราสักทีได้ไหม?”อัลม่าเงยหน้าขึ้นก่อนจะทำเสียงเยาะเย้ย“พี่ชายฉันเป็นผู้ชายที่มีความโดดเด่น! เขาเป็นลูกน้องที่นายน้อยคนโตให้ความไว้วางใจมากที่สุด!“ผู้หญิงในเมืองนี้ต่างก็อยากได้เขาเป็นแฟน!“ฉันให้โอกาสเธอก็เพราะเธอเป็นเพื่อนที่ดีของฉัน! ฉันเก็บผู้ชายที่มีความโดดเด่นเอาไว้ให้เธอโดยเฉพาะ!“ไม่มีใครได้รับโอกาสนี้หรอก!อัลม่าทำสีหน้าที่ดูหยิ่งผยอง“เธอควรจะรู้ว่าอะไรดีสำหรับเธอนะแมนดี้!”แมนดี้ทำสีหน้าเหมือนทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะเอาหัวพิงหมอนพร้อมกับเอามือก่ายหน้าผาก“เอาล่ะพอแค่นี้ก่อนนะ ฉันมีเรื่องต้องทำในวันพรุ่งนี้ ฉันต้องขอตัวก่อนละนะ" แน่นอนว่าเธอไม่อยากจะโต้เถียงกับอัลม่าในเรื่องนี้“ราตรีสวัสดิ์นะ!”อัลม่ายิ้มจาง ๆ“แต่ยังไงก็ตามฉันได้สัญญากับพี่ชายไว้แล้วนะแมนดี้...“ฉันบอกเขาไปว่าเธอยังเป็นสาวบริสุทธิ์อยู่ ถึงแม้ว่าเธอจะคบหากับไอ้ตัวโสโครกที่เป็นสามีเก่าของเธอมาสามปีเต็มแล้วก็ตาม!“อย่าทำอะไรโง่ ๆ นะ!“ไม่อย่างนั้นฉันก็ไม่รู้ว่าพี่ชายฉันจะจัดการกับเข