ขณะที่ฮาร์วีย์ ยอร์กกำลังจัดการกับเลอบรอน...จัสติน วอล์คเกอร์กำลังยืนอยู่นอกห้องผ่าตัดที่โรงพยาบาลสมาคม สีหน้าของเขาดูแย่มากเหล่าบรรดาแพทย์ที่ได้รับความเคารพอย่างสูงในมอร์ดูห้อมล้อมเขา รวมทั้งมือศักดิ์สิทธิ์ อาจารย์ศัลยแพทย์สมอง แพทย์โรคหัวใจ และอื่น ๆคนเหล่านี้มารวมตัวกันได้ยากมาก อย่างไรก็ตาม พวกเขาต่างกำลังขมวดคิ้วในขณะนี้จัสตินมองดูภาพเอกซเรย์ที่อยู่ตรงหน้าเขา สีหน้าของเขามืดลงเรื่อย ๆ“คุณหมอฟรอสต์ วางแผนได้หรือยัง?“นี่มันผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วนะ“ผมกลัวว่าภรรยาผมจะไม่รอดหากยังยืดเยื้อแบบนี้”ในขณะนี้สีหน้าของจัสตินดูแย่ที่สุดในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา อาการของแองเจลิน่า จอห์นดีขึ้นหลายเท่าตัว เธอยังสามารถขยับตัวได้เล็กน้อยด้วยอย่างไรก็ตาม นี่เป็นผลของการจ่ายราคามหาศาลสิ่งที่เรียกว่าดีขึ้นนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเหมือนดั่งหิ่งห้อยในฤดูร้อน มันทำให้ผู้คนต่างสิ้นหวัง“ซีฮีโอวอล์คเกอร์ ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากคิดแผนออกนะครับ แต่เรายังไม่พบต้นเหตุของโรคของภรรยาคุณ”แพทย์ที่ดูเหมือนจะอายุห้าสิบตอบอย่างเคร่งขรึม“ถ้าเรายังหาต้นเหตุไม่เจอ เราก็ไม่กล้าที่จะผ่าตัด เพราะต่อ
เมื่อได้ยินคำว่า “ผู้อาวุโสออสการ์ อาร์มสตรอง” จัสติน วอล์คเกอร์ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ผมได้ยินมาว่าผู้อาวุโสอาร์มสตรองจะไม่ยอมจากโวลซิงง่าย ๆ คุณแน่ใจเรื่องนี้เหรอคุณหมอฟรอสต์?”“ครับ ผมเป็นเพื่อนกับเขามานานหลายปีแล้ว ผมน่าจะเชิญเขามาได้ถ้าผมยอมก้มหัวและขอร้องเขาขนาดนี้แล้ว”สีหน้าของนายแพทย์ฟรอสต์แย่ลงเล็กน้อย“เพียงแต่ว่า…”“แต่อะไร?” สีหน้าของจัสตินมืดลงอีกครั้ง“ผมเพิ่งติดต่อผู้ช่วยของเขาเมื่อไม่นานมานี้ ผู้ช่วยเขาบอกว่าผู้อาวุโสอาร์มสตรองกำลังทำการผ่าตัดครั้งใหญ่และไม่รู้ว่าเขาจะเสร็จเมื่อไหร่“และเขายังห้ามไม่ให้ใครขัดขวางในขณะที่เขากำลังผ่าตัด“ดังนั้น ถึงแม้ว่าผมจะมั่นใจว่าสามารถทำให้ผู้อาวุโสอาร์มสตรองมาที่นี่ได้ เราก็ต้องรอจนกว่าเขาจะผ่าตัดเสร็จก่อน นอกจากนี้เขาจะยังต้องบินมาที่นี่อีก หากทุกอย่างเป็นไปได้ดี เร็วที่สุดที่เขาจะมาถึงที่นี่ได้ก็คือ ยี่สิบสี่ชั่วโมง“แต่นายหญิงวอล์คเกอร์อาจอยู่ได้ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วยซ้ำ”สีหน้าของนายแพทย์ฟรอสต์แย่มากหากเป็นคนอื่นเขายังสามารถสั่งให้อีกฝ่ายมาที่นี่โดยเร็วที่สุดอย่างไรก็ตาม คนที่เขากำลังพูดถึงอยู่ในตอนนี้คือแพท
จัสติน วอล์คเกอร์เดินเข้าไปหาแองเจลีน่าหลังจากที่ทุกคนออกไปแล้ว เขาจับมือเธอแล้วพูดช้า ๆ ว่า “คุณหมอฟรอสต์ขอให้ผู้อาวุโสออสการ์ อาร์มสตรองมาที่นี่แล้ว“เขาจะมาทันทีที่เขาผ่าตัดเสร็จ“เพราะฉะนั้นเธอจะต้องอดทนไว้นะ!”สีหน้าของแองเจลิน่าซีดลง จากนั้นเธอก็ตอบอย่างอ่อนแรงว่า “ฉันได้ยินที่คุณพูดเมื่อกี้แล้ว“แล้วถ้าการผ่าตัดของออสการ์ อาร์มสตรองนานถึงสามวันสามคืนล่ะ? ถ้าคนไข้ของเขาอาการไม่ดีหลังจากที่ผ่าตัดเสร็จแล้ว เขาจะมาได้เหรอ?“หรือต่อให้เขามา แต่พอมาถึง ฉันกลายเป็นผักไปแล้วล่ะ?“เฒ่าแก่วอล์คเกอร์ เรารอไม่ได้หรอก! คุณต้องช่วยฉัน!”ตาของจัสตินกระตุกเล็กน้อย เขาจะไม่เข้าใจสิ่งที่แองเจลิน่าพูดได้อย่างไร? ไม่เพียงแต่มันอาจเกิดขึ้นได้เท่านั้น แต่มันยังมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นมากอีกด้วยแต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ปลอบเธอและพูดว่า “อย่ากังวลไปเลย ผู้อาวุโสอาร์มสตรองจะต้องมาทันเวลาแน่นอน”แองเจลีน่ายิ้มอย่างขมขื่น“แล้วถ้าเขาไม่มาล่ะ?“เราใช้เส้นสายมากมายเพื่อติดต่อให้เขามารักษาอาการป่วยของฉันแล้ว แต่คำตอบของเขายังคงเหมือนเดิมเสมอ ยังไงเราก็ต้องรอคิว เพราะคนไข้ทุกคนต่างก็ต้องการความช่วยเหลือ
ณ เวลาเที่ยงคืนช่วงเวลาที่ควรจะเป็นเวลามื้อเย็นเวลานี้มอร์ดูบรอดเวย์ควรจะปิดไปนานแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อฮาร์วีย์ ยอร์กไปถึง เขาก็พบว่าสถานที่นั้นยังคงสว่างไสวอยู่และถูกจองไว้โดยจัสติน วอลคเกอร์อีกครั้งคราวนี้จัสตินนั่งอยู่กลางห้องโถง เขากำลังหั่นสเต็กระดับแรร์ตรงหน้าเขาอย่างพิถีพิถันเขาทานอย่างระมัดระวังและเชื่องช้าราวกับว่าเขาต้องการลิ้มรสกลิ่นเลือดในปากของเขานอกเหนือจากเขายังมีชายคนหนึ่งในชุดสูทสีเขียว ซึ่งดูไร้ความสำคัญ ยืนอยู่ข้าง ๆ จัสติน เขาถือแส้ในมือและกำลังอ่านเต๋าเต๋อจิงหากไม่ใช่เพราะแสงของหน้าจอโทรศัพท์มือถือตรงหน้าเขา ผู้คนอาจคิดว่าเขาไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้ฮาร์วีย์ดึงเก้าอี้ตรงข้ามจัสตินออกมาอย่าเป็นกันเองแล้วนั่งลง จากนั้นเขาก็สั่งบะหมี่หั่นหนึ่งชามฮาร์วีย์หยิบตะเกียบขึ้นมาหลังจากที่บริกรนำบะหมี่มาให้ เขาถามขณะทานบะหมี่ว่า “คุณวอล์คเกอร์ มีอะไรให้ผมช่วยกลางดึกแบบนี้เหรอ?”ในขณะนี้จัสตินดูเหมือนจะกระตือรือร้นมากขึ้นเมื่อเทียบกับครั้งสุดท้ายที่พวกเขาพบกันเมื่อเห็นว่าฮาร์วีย์สั่งบะหมี่เพียงชามเดียว เขาก็โบกมือ บริกรนำอาหารจานเด็ดที่ถูกเตรียมไว้ก่อนหน้านี้มาเส
คำพูดที่แทงใจดำของฮาร์วีย์ ยอร์กทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของจัสติน วอล์คเกอร์ตึงเล็กน้อยเห็นได้ชัดว่าฮาร์วีย์ตั้งใจทำให้เขารู้สึกแย่กว่าเดิม!ในขณะนี้คอนนี่ บรีกำลังมองฮาร์วีย์อย่างเคร่งขรึม แม้ว่าทั้งคู่จะเคยต่อสู้กันมาหลายครั้ง เธอก็ยังไม่สามารถอ่านใจของฮาร์วีย์ได้ส่วนผู้ชายในชุดสูทสีเขียว เขาเหล่มองฮาร์วีย์อยู่ครู่หนึ่ง แววตาของเขายังคงเย้ยหยันโดยไม่สะทกสะท้าน ฮาร์วีย์ไม่เปิดโอกาสให้จัสตินพูด เขาหรี่ตาลงและพูดว่า “เอาล่ะ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า รองหัวหน้าสาขาวอล์คเกอร์“ชวนผมออกมากลางดึกแบบนี้คงจะไม่ใช่เพราะอยากทานมื้อเย็นกับผมหรอก ถูกไหม?“ถ้ามีอะไรจะบอกผมก็บอกมาเลย!“ถ้าไม่มีผมจะกลับแล้วนะ ลูกสาวของคุณกำลังรอผมอยู่ที่บ้าน”ฮาร์วีย์หรี่ตาเล็กน้อย เขารู้จุดประสงค์ของจัสตินก่อนที่จะมาที่นี่แล้ว เขาเพียงแต่ยั่วยวนจัสตินอยู่ตลอดเวลา เพราะอยากเห็นว่ารองหัวหน้าสาขาวอล์คเกอร์ผู้จอมเจ้าเล่ห์คนนี้จะอดทนได้มากเพียงใดจัสตินหายใจเข้าลึก ๆ และตั้งใจเมินครึ่งหลังของประโยคอย่างชัดเจน จากนั้นเขาก็หรี่ตาลงและพูดว่า “ในเมื่อนายน้อยยอร์กตรงไปตรงมาแบบนี้ ฉันก็จะตรงไปตรงมากับคุณ“ฉันได้ยินมาว่า
“ถ้าถามว่าผมต้องการเงินเท่าไหร่เพื่อช่วยคุณแก้ปัญหานี้ ผมสามารถตอบคุณได้เลยว่า“ผมจะไม่ช่วยคุณไม่ว่าคุณจะให้มากเท่าไหร่ก็ตาม“นอกจากจะทำให้ผมขุ่นเคืองแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเธอติดค้างคำอธิบายที่ยุติธรรมและเหมาะสมให้ไคท์ วอล์คเกอร์!“อยากให้ผมช่วยอย่างนั้นเหรอ? เธอสมควรที่จะได้รับความช่วยเหลือจากผมเหรอ?”ฮาร์วีย์ ยอร์กกล่าวอย่างไม่ไยดี อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาเอ่ยชื่อของไคท์ เขาก็ตระหนักว่าชายในชุดสูทสีเขียวเย็นชายิ่งกว่าเดิม“นายน้อยยอร์ก เราก็ต่างโต ๆ กันหมดแล้ว!“ผู้ใหญ่จะพูดแต่เรื่องผลประโยชน์“ยิ่งไปกว่านั้น พวกเราไม่มีเหตุผลใดที่จะเป็นมิตรกันไม่ได้!“แม้ว่าคุณจะเก่งมาก แต่ทำไมคุณจะต้องทรมานแองเจลิน่า จอห์นด้วย?“แม้ว่าคุณจะดูถูกฉัน แต่ตระกูลจอห์นแห่งโกลเดน แซน ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลสิบอันดับแรก ไม่มีค่าพอที่คุณจะสนใจเลยเหรอ?“ฉันสัญญาว่า ตราบใดที่คุณช่วยฉัน ไม่เพียงแต่ฉันจะให้เงินคุณเท่านั้น แต่ความคับข้องใจระหว่างเราจะหมดไปด้วย!“ถ้าคุณต้องการ ฉันจะหาตำแหน่งให้คุณในสาขาหลงเหมินด้วย คุณน่าจะพอใจกับการได้เป็นรุ่นพี่ยอร์ก ถูกไหม?“ฉันสามารถแต่งตั้งคุณเป็นรองหัวหน้าสาขาและ
เพี้ยะ!ฮาร์วีย์ ยอร์กสาดชาใส่หน้าจัสติน วอล์คเกอร์ด้วยสีหน้าที่เฉยเมยทันที “ขอโทษนะ แต่ผมจะไม่ได้รับข้อเสนอใด ๆ ของคุณทั้งสิ้น”ปัง!“น้องชาย!”“อวดดีเกินไปแล้ว!”เมื่อเห็นฮาร์วีย์สาดน้ำชาใส่หน้าจัสติน ชายในชุดสูทสีเขียวก็กระแทกโต๊ะอย่างแรงฟุบ ทันใดนั้นโต๊ะก็หักออกจากกัน หม้อและชามทุกใบตกลงไปสู่พื้นฮาร์วีย์ถอยหลังไปครึ่งก้าว ร่างกายของเขาไม่เลอะแม้แต่นิดเดียวจัสตินเคลื่อนตัวช้าไปเล็กน้อย ดังนั้นเขาจึงถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นชายในชุดสูทสีเขียวรู้สึกอายเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เขาระงับอารมณ์อย่างรวดเร็วและพูดอย่างก้าวร้าวต่อฮาร์วีย์ว่า “พ่อหนุ่ม!“ฉันมองคุณมาตั้งแต่แรกแล้ว!“และก็อดทนกับคุณมานานแล้วด้วย!“คุณไม่รู้สถานการณ์ตัวเองเลยจริง ๆ!“แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าคุณเอาความมั่นใจของคุณมาจากไหน และยังอ้างว่าคุณสามารถช่วยนายหญิงวอล์คเกอร์ได้…“แต่ซีอีโอวอล์คเกอร์เสนอเงื่อนไขดังกล่าวให้คุณแล้ว ไม่ว่าคุณจะช่วยได้หรือไม่ก็ตาม และเขายังปฏิบัติต่อคุณอย่างสุภาพ คุณยังปฏิเสธเขาได้อย่างไร?“คุณควรรู้ไว้ว่าหลายคนในมอร์ดูต้องการใกล้ชิดกับซีอีโอวอล์คเกอร์และนายหญิงวอล์คเกอร์ แต่พวกเขาทำไม่ได
หัวหน้าลีโอนาร์ด เบรย์รู้สึกว่าไอ้ตัวแสบคนนี้ต้องกลัวเขาแน่ ๆ หลังจากที่เห็นสีหน้าของฮาร์วีย์ ยอร์กในขณะนี้ เขาคิดว่าตัวเองสูงส่งและพูดอย่างเย็นชาว่า “ตอนนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าฉันเป็นใคร?“ฉันจะบอกอะไรให้นะ ถ้าฉันไม่พอใจคุณขึ้นมาและสั่งให้เบรนแนน สแตนตันกลับมา คุณอาจตายข้างถนนได้ทุกเมื่อ!“เพราะลูคัส ฌองได้ส่งคนสนิทของเขา เลอบรอน มาฆ่าคุณแล้ว“ถ้าคุณอยากรอด รีบตกลงกับเงื่อนไขของซีอีโอวอล์คเกอร์ซะ!”“อ๋อ ผมต้องขอบคุณคุณสินะ” ฮาร์วีย์ยิ้มหลังจากนั้นเขาก็พูดด้วยความสนใจอย่างมากว่า “ในเมื่อคุณเป็นลุงของไคท์ และแม่ของเธอซึ่งตอนนี้กลายเป็นผักแล้วก็เป็นรุ่นน้องของคุณ“ถ้าเป็นอย่างนั้นความสัมพันธ์ของคุณก็น่าจะดี ถูกไหม?“ตอนนี้ผมก็กำลังสู้เพื่อสิทธิอันชอบธรรมของไคท์ ซึ่งก็คือการอธิบายเรื่องแม่ของเธอ“แล้วคุณจะหยุดผมทำไม?“ผมไม่เข้าใจจริง ๆ โปรดอธิบายด้วยหัวหน้าลีโอนาร์ด”หัวหน้าลีโอนาร์ดส่งเสียงเยาะเย้ยอย่างเย็นชาพลางทำตัวเหมือนเป็นหัวหน้าที่แกร่งกล้าแล้วพูดว่า “ไคท์เป็นหลานสาวของฉัน แน่นอนว่าฉันจะต้องรักเธอ!“แต่เพราะว่าฉันรักเธอ ฉันจึงไม่อยากให้เธอถูกผู้ชายที่มาจากไหนก็ไม่รู้และยั
“อย่างนั้นเหรอ?”ร็อดนีย์ทำเสียงเยาะเย้ยหลังจากได้ยินคำพูดของฮาร์วีย์“ฉันไม่ได้ต้องการดูหมิ่นอะไรแกหรอกนะไอ้หนู!“แกไปเอาความมั่นใจมาจากไหนเหรอ ถึงได้พูดอะไรออกมาแบบนั้น?“มา ๆ! บอกฉันหน่อยว่าแกเรียนที่ไหน ฉันจะได้ประเมินความสามารถของแกได้!“บอกตามตรงนะ ถึงแม้ว่าแกจะพาอาจารย์ซีเกลอร์มาที่นี่ โอกาสก็ยังคงมีเท่าเดิม!”ฮาร์วีย์เหลือบมองที่หัวของเวส ดูเหมือนว่าพลังชั่วร้ายที่อยู่ในตัวเขากำลังจะปรากฏออกมาแล้ว ความทุกข์ทรมานที่เขารู้สึกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน คงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาการนอนไม่หลับอาจเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยสำหรับเขาไปเลยก็ได้ถ้าเขาสามารถข่มใจให้นอนหลับได้ เขาก็จะต้องสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้ายอยู่ดีณ จุดนี้ เขาคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่สัปดาห์เท่านั้นฮาร์วีย์รู้สึกสงสารอย่างไม่ต้องคิดทบทวนอะไรเลยฮาร์วีย์หันไปมองร็อดนีย์“ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูฮวงจุ้ยหรอก ผมไม่ได้เรียนรู้เรื่องนี้จากอาจารย์คนไหนทั้งนั้น”ร็อดนีย์ตกตะลึง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา"แล้วยังมีหน้ามั่นใจได้ถึงขนาดนี้อีกเหรอ?”“แต่ผมรู้เรื่องศิลปะการฆ่านะ” ฮาร์วีย์ตอบ“ยกตัวอย่างเช่น เมื่ออยู่ต่อหน
“อะไรนะ!”อาร์เล็ตตกใจมากกับอาการของคุณปู่ แต่เธอรู้สึกประหลาดใจมากกว่าที่ฮาร์วีย์สรุปอาการได้แม่นยำร็อดนีย์ก็สรุปอาการเหมือนเขาเป๊ะเวสทำสีหน้าแปลก ๆ เมื่อเขามองไปที่ฮาร์วีย์ เขาไม่คาดคิดว่าฮาร์วีย์จะเก่งกาจได้ถึงขนาดนั้นไคริทำสีหน้าแสดงความชื่นชมเธอเชื่อมั่นในความสามารถของฮาร์วีย์มาโดยตลอด นั่นคือเหตุผลที่เธอพาเขามาที่นี่ตั้งแต่แรกเป็นไปตามคาด เขาทำได้อย่างที่เธอคาดหวังเอาไว้เวสมองฮาร์วีย์ก่อนจะหันไปมองร็อดนีย์“เรารู้จักกันมาหลายปีแล้วนะ ร็อดนีย์“ลองทำตามวิธีการของคุณก็แล้วกัน แล้วดูซิว่าคุณจะรักษาผมได้หรือเปล่า”“ผมจะขอพูดตรง ๆ กับคุณนะเวส มีแหล่งพลังงานชั่วร้ายอยู่ในตัวคุณ วิธีเดียวที่จะช่วยคุณได้คือต้องกำจัดแหล่งพลังงานนั้นออกไป” ร็อดนีย์ตอบอย่างเคร่งขรึม“แต่ถึงกระนั้นผมก็มีอะไรอยากจะบอกคุณ“ขั้นตอนนี้มีความเสี่ยงมาก“ถ้าเราไม่ระวัง พลังงานชั่วร้ายในคุณก็จะปรากฏตัวออกมา แล้วฆ่าคุณทันที”อาร์เล็ตตัวแข็งทื่อ“มั่นใจแค่ไหนคะ คุณปู่ฟอสเตอร์?”ร็อดนีย์ขมวดคิ้วอยู่ครู่หนึ่ง“ผมบอกไม่ได้ว่าแหล่งพลังงานนั้นอยู่ตรงไหนกันแน่ ดังนั้นตอนนี้โอกาสสำเร็จมีเพียงยี่สิบถึงส
“นานสุดแค่สองสามสัปดาห์เหรอ?อาร์เล็ตตัวแข็งทื่อก่อนที่จะระเบิดความโกรธเกรี้ยวออกมา“ไอ้สารเลว! แกไม่เพียงแต่ไม่เก่งอะไรสักอย่างแล้ว แต่ยังกล้าสาปแช่งคุณปู่ของฉันอีกเหรอ?!“แกนี่มันช่างชั่วช้าจริง ๆ!“ไอ้คนไร้มนุษยธรรม!“ออกไป! ออกไปเดี๋ยวนี้เลย!“เลิกพยายามสร้างภาพที่นี่ได้แล้ว!“ถ้าฉันไม่เห็นแก่ไคริล่ะก็ฉันจะหักขาแกด้วยมือของฉันเองแล้ว!”เห็นได้ชัดว่าคำเตือนของฮาร์วีย์ทำให้อาร์เล็ตโกรธเคืองอย่างมากบรืน!มีเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นก่อนที่รถโตโยต้า อัลพาร์ดสีเหลืองจะแล่นมาจอดอยู่ข้างนอกมีคนหนุ่มสาวสองสามคนกระโดดลงมาจากรถ พร้อมทั้งถือกล่องโบราณอยู่ในมือหลังจากนั้นก็มีชายสูงอายุคนหนึ่งเดินออกมาเขาสวมเสื้อคลุมที่เปล่งรังสีออร่าของผู้ปราดเปรื่องออกมา เห็นได้ชัดว่าเขาคือผู้เชี่ยวชาญด้านการดูฮวงจุ้ยฮาร์วีย์ทำหน้าสงสัยก่อนจะจดจำใบหน้านั้นได้ชายคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้เชี่ยวชาญด้านการดูฮวงจุ้ยระดับสุดยอดของโกลด์เด้น แซนด์“ในที่สุดคุณปู่ฟอสเตอร์ก็มาถึงแล้ว!อาร์เล็ตเดินออกไปรับด้วยสีหน้าเบิกบานใจ“คุณปู่มาถูเวลาพอดีเลย! ไม่อย่างนั้นครอบครัวของเราคงโดนนักต้มตุ่นหลอกเอา
ฮาร์วีย์ยิ้มจาง ๆ หลังจากได้ยินข้อสงสัยของอาร์เล็ต“สถานการณ์ของคุณเพแกนไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร แค่ร่างกายของเขาโดนพลังงานชั่วร้ายเล่นงานเท่านั้นเอง“ปัญหานั้นจะได้รับการแก้ไขทันทีที่มีการจัดการที่ต้นเหตุ"“พลังงานชั่วร้ายเหรอ?”เวสชะงักไปครู่หนึ่ง“แต่ฉันก็ระวังตัวอยู่เสมอนะ ฉันไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปในสถานที่ที่จะมีพลังชั่วร้ายแบบนั้นเลย“ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูฮวงจุ้ยก็ยังออกแบบคฤหาสน์ทั้งหลังนี้ให้ฉันด้วย ที่ดินก็มีความบริสุทธิ์ผุดผ่องด้วย แล้วทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ล่ะ?“นอกจากนี้เราก็อยู่ที่นี่มาหลายปีแล้วด้วย แต่ไม่เคยเกิดเรื่องร้าย ๆ อะไรกับเราเลยจวบจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้“นั่นเป็นเพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้แหล่งพลังงานชั่วร้ายนั้นได้เพิ่งหาทางเข้ามาที่นี่ได้" ฮาร์วีย์ตอบอย่างตรงไปตรงมา“เมื่อเร็ว ๆ นี้มันเจอหนทางที่เข้ามาที่นี่ได้เหรอ?'อาร์เล็ตหัวเราะอย่างเย็นชา“คุณคิดว่าเราโง่หรือไง?“พลังชั่วร้ายมีแต่ในบ้านผีสิงเท่านั้นแหละ!“บ้านของเราอยู่ในสภาพเดิมมาตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว! ทำไมถึงเกิดขึ้นได้ล่ะ?!“คุณอ้างว่ามันมาที่นี่เมื่อไม่นานมานี้เหรอ?“ก็บอกมาเลยสิว่าปู่
อาร์เล็ตเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เวสฟังอีกครั้ง ก่อนจะกัดฟันกรอดต่อหน้าฮาร์วีย์“ทำไมคุณถึงทำอะไรตามใจชอบโดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยล่ะ?!“ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณปู่ของฉัน คุณก็คงตายแน่!“คุณคิดที่จะช่วยใครเพียงให้ได้ค่าขนมนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเองน่ะเหรอ?!“คุณช่างเป็นคนน่ารังเกียจจริง ๆ!"ในดวงตาของอาร์เล็ตมีแต่ความดูถูกเหยียดหยาม“ถ้าไม่ใช่เพราะผมที่ยกโครงเหล็กของรถเอาไว้ ป่านนี้คุณเพแกนก็คงกลายเป็นเศษเนื้อเละ ๆ ไปแล้วล่ะ”ใบหน้าของอาร์เล็ตดูมืดมนลงทันที“คุณกล้าดียังไงมาสาบแช่งคุณปู่ของฉันแบบนั้น ไอ้สารเลว!?!“ยอมรับออกมาต่อหน้าทุกคนซะว่าคุณพูดล้อเล่น!“ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ คุณปู่ของฉันก็คงไม่ต้องเข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาหรอก!”สีหน้าของอาร์เล็ตดูเย็นชาราวกับน้ำแข็งในตอนนี้เธอรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนเมื่อคิดว่าฮาร์วีย์อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ปู่ของเธอต้องเสียชีวิต“ฮาร์วีย์เป็นนักศิลปะป้องกันตัวนะอาร์เล็ต เขามีความแข็งแกร่งกว่าผู้ชายธรรมดาทั่วไปหลายเท่า เขาต้องมั่นใจที่จะช่วยคุณปู่ของคุณได้ ถึงได้ลงมือทำไปอย่างนั้น"ไคริก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับขมวดคิ้ว“ฉันไม่รู้ร
เมื่อได้ยินคำพูดของไคริ ผู้คนที่ยืนอยู่ข้างหลังผู้ชายคนนั้นก็ทำสีหน้าที่ดูแย่มากเห็นได้ชัดว่าพวกเขาทั้งหมดต่างรู้ว่าผู้ชายคนนี้มีโอกาสที่จะตายสูงมาก เมื่อดูจากสภาพร่างกายของเขาแล้ว“ขอบคุณที่เป็นห่วงลุงนะ"ชายคนนั้นแค่ยิ้มให้เฉย ๆ ราวกับว่าเขารู้ว่าความตายของเขาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้“โอ้ ไคริ… หลานไม่ต้องเศร้าเสียใจกับเรื่องปู่หรอก ปู่รู้ว่ามีชีวิตก็ย่อมมีตายเป็นธรรมดา“เออจริงสิ ปู่ได้ยินมาว่าหลานถูกลอบทำร้ายในระหว่างบินมาที่นี่เมื่อไม่กี่วันก่อนนี่นา“หลานสบายดีไหม?“ปู่มีหัวไชเท้าร้อยปีอยู่สองสามหัว เอาไปกินเพื่อเพิ่มพลังได้นะ"แน่นอนว่าชายคนนี้เป็นห่วงเรื่องสุขภาพของไคริไคริยิ้ม“ขอบคุณค่ะลุง!“หนูไม่เป็นอะไรค่ะ มีคนบนเที่ยวบินเดียวกันได้ช่วยหนูเอาไว้ นั่นคือเหตุผลที่หนูยังมายืนอยู่ตรงนี้ได้"จากนั้นไคริก็ชี้ไปที่ฮาร์วีย์“หนูขอแนะนำให้ลุงรู้จักกับฮาร์วีย์ค่ะ เขาเป็นคนที่ช่วยชีวิตหนูไว้ในตอนนั้น“ฮาร์วีย์ นี่คือลุงของฉันค่ะ เวส เพแกน“ตระกูลเพแกนเป็นหนึ่งในตระกูลที่ตัดขาดจากโลกภายนอกที่อยู่ในโกลด์เด้น แซนด์แห่งนี้ พวกเขาถือเป็นหนึ่งในตระกูลลึกลับของเมืองนี้
บรืน!สิบห้านาทีต่อมาก็มีเฟอร์รารี่สีแดงคันหนึ่งเข้ามาจอดตรงหน้าวิลล่าเมื่อกระจกรถเลื่อนลงมาก็เห็นใบหน้าอันงดงามของไคริแถมเธอยังใส่แว่นกันแดดด้วย เลยทำให้เธอดูทันสมัยและงามพริ้งเป็นพิเศษไคริเหลือบมองฮาร์วีย์ก่อนจะส่งยิ้มให้จาง ๆ“เชิญค่ะคุณยอร์ก"ฮาร์วีย์ไม่มีโอกาสได้มองหน้าไคริอย่างใกล้ชิดมาก่อน...แต่เมื่อได้มองภายใต้แสงแดดอันสดใส เขาบอกได้เลยว่าไครินั้นดูสวยราวกับภาพวาด แค่ความสวยดุจเทพธิดาเพียงอย่างเดียว ก็ทำให้ตึกรามบ้านช่องพังถล่มด้วยการมองเพียงแวบเดียวได้แล้วแมนดี้ก็มีหน้าตางดงามเช่นกัน แต่ไคริก็สวยไม่ได้ด้อยไปกว่าเธอเลยทั้งสองคนนี้เป็นดั่งดอกไม้ที่สวยงดงาม เธอทั้งคู่ต่างก็มีรูปลักษณ์ที่น่าดึงดูดในแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งยากจะบอกได้ว่าใครสวยกว่าใครโดยทั่วไปแล้วไม่ว่าผู้ชายคนไหนก็เลือกไม่ได้หรอกว่าอยากจะได้คนไหนมากกว่ากันพวกเขาทั้งหมดคงอยากได้ทั้งสองคนนั่นแหละฮาร์วีย์สงบสติอารมณ์ตัวเองด้วยการหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนก้าวเข้าไปในรถทันทีที่เปิดประตูเข้าไปก็มีกลิ่นหอมภายในรถโชยเข้าจมูกทันที แล้วเมื่อมองเห็นขาอันเรียวเล็กของไคริเข้าไปอีก ฮาร์วีย์ก็อดที่จะรู้สึกวิงเวียนคล
ฮาร์วีย์ก้มศีรษะลงอย่างไม่ลังเล ก่อนจะตัดสินใจยอมแพ้ในเรื่องนี้จากนั้นเขาก็ยิ้มจาง ๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปแมนดี้ทำเสียงเยาะเย้ยอย่างเย็นชา เธอคิดว่าฮาร์วีย์ดูแปลก ๆ ไปในตอนนั้น***ในเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ฮาร์วีย์กำลังจะออกไปข้างนอกเพื่อทำการสอบสวนคนในตระกูลจอห์นก่อนที่เขาจะเดินออกไปนั้นก็มีสายโทรศัพท์เข้ามาฮาร์วีย์เหลือบมองก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา“คุณไม่โทรหาฉันเลยนะคะ? ฉันเป็นเพื่อนของคุณนะฮาร์วีย์"มีเสียงนุ่ม ๆ ดังขึ้นจากปลายสายอีกด้านหนึ่ง เธอคือไครินั่นเอง“คุณพาเทลเหรอ?”ฮาร์วีย์ตัวแข็งทื่อ เขาไม่คาดคิดว่าไคริจะโทรหาเขาในช่วงเช้าตรู่ขนาดนี้“คุณเรียกแต่ชื่อฉันไม่ได้เหรอคะ?” ไคริถามด้วยน้ำเสียงร่าเริง“ก็ได้ครับไคริ"ฮาร์วีย์ไม่อ้อมค้อม“คุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับผมในช่วงเช้าตรู่ขนาดนี้เหรอ?”ฮาร์วีย์รู้ดีว่าคนอย่างไคริจะไม่มีวันทำอะไรโดยไม่มีเหตุผลไม่มีทางที่เธอจะแค่โทรมาเชิญฮาร์วีย์ไปดื่มชาด้วยกันเท่านั้น“บอกตามตรงนะคะว่าฉันได้สืบหาข้อมูลของคุณนับตั้งแต่วันที่เราเจอกันที่สนามบิน“ฉันได้ส่งคนไปติดตามคุณด้วย“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังอะไร“เพราะยังไงก็ตามฉันต
แมนดี้ขมวดคิ้วหลังจากได้ยินน้ำเสียงอันชอบธรรมชองอัลม่า“ฉันไม่เคยเห็นหน้าพี่ชายเธอเลยนะอัลม่า“เลิกพยายามจับคู่ให้เราสักทีได้ไหม?”อัลม่าเงยหน้าขึ้นก่อนจะทำเสียงเยาะเย้ย“พี่ชายฉันเป็นผู้ชายที่มีความโดดเด่น! เขาเป็นลูกน้องที่นายน้อยคนโตให้ความไว้วางใจมากที่สุด!“ผู้หญิงในเมืองนี้ต่างก็อยากได้เขาเป็นแฟน!“ฉันให้โอกาสเธอก็เพราะเธอเป็นเพื่อนที่ดีของฉัน! ฉันเก็บผู้ชายที่มีความโดดเด่นเอาไว้ให้เธอโดยเฉพาะ!“ไม่มีใครได้รับโอกาสนี้หรอก!อัลม่าทำสีหน้าที่ดูหยิ่งผยอง“เธอควรจะรู้ว่าอะไรดีสำหรับเธอนะแมนดี้!”แมนดี้ทำสีหน้าเหมือนทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะเอาหัวพิงหมอนพร้อมกับเอามือก่ายหน้าผาก“เอาล่ะพอแค่นี้ก่อนนะ ฉันมีเรื่องต้องทำในวันพรุ่งนี้ ฉันต้องขอตัวก่อนละนะ" แน่นอนว่าเธอไม่อยากจะโต้เถียงกับอัลม่าในเรื่องนี้“ราตรีสวัสดิ์นะ!”อัลม่ายิ้มจาง ๆ“แต่ยังไงก็ตามฉันได้สัญญากับพี่ชายไว้แล้วนะแมนดี้...“ฉันบอกเขาไปว่าเธอยังเป็นสาวบริสุทธิ์อยู่ ถึงแม้ว่าเธอจะคบหากับไอ้ตัวโสโครกที่เป็นสามีเก่าของเธอมาสามปีเต็มแล้วก็ตาม!“อย่าทำอะไรโง่ ๆ นะ!“ไม่อย่างนั้นฉันก็ไม่รู้ว่าพี่ชายฉันจะจัดการกับเข