Share

บทที่ 6

last update Terakhir Diperbarui: 2025-02-10 12:00:52

“เฮ้ย เปิดออกอีกแล้วเหรอ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย”

มินแข้งขาเริ่มอ่อนลง โชคดีที่เธอจับราวบันไดไว้ ไม่งั้นมีหวังได้ตกบันไดลงไปแน่

เมื่อตั้งสติได้ หญิงสาวรีบวิ่งเข้าไปดันประตูห้องเก็บของกลับไปทันที พร้อมกับเอากล่องเก็บของมาดันไว้เหมือนเดิม

มินเอาตัวพิงหลังประตูไว้แล้วตบไปที่อกของตัวเอง

จากความฝันเมื่อคืน เรื่องประตู เธอเริ่มรู้สึกว่าบ้านหลังนี้มีอะไรสักอย่างอยู่กับเธอด้วย แต่ด้วยความที่หญิงสาวเป็นคนไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ เมื่อหายตื่นตระหนกก็พยายามหาเหตุผลเพื่อมารองรับกับเหตุการณ์เหล่านี้

“มันคงเป็นแค่เรื่องบังเอิญ แค่เรื่องบังเอิญ เมื่อคืนก็แค่ฝันไปเท่านั้น”

จากนั้นมินก็รีบออกจากบ้านไปทำงานทันที

วันนี้มินทำงานอย่างเหม่อลอยทั้งวัน พร้อมกับคิดไปว่าต้องสืบหาต้นตอของเสียงเหล่านั้น

เย็นนั้นมินแวะไปเยี่ยมพี่อู๊ดก่อนกลับบ้าน

แอ๊ด

“สวัสดีค่ะ พี่อู๊ด วันนี้ดีขึ้นกว่าเมื่อวานหรือเปล่าค่ะ”

อู๊ดมองหน้ามินเหมือนอยากจะถามอะไรสักอย่าง แต่แล้วก็ไม่ได้ถามออกมา กลับตอบกลับคำถามของมินแทน

“อืม ดีขึ้นแล้ว หมอให้ดูอาการ หากไม่มีอะไรแทรกซ้อนก็สามารถกลับบ้านได้”

“ก็ดีนะพี่ มินลางานให้แล้วนะ พี่ ๆ ที่ทำงานฝากเยี่ยมกันใหญ่เลย เห็นบอกว่ามันพรุ่งนี้ มะรืนนี้จะพากันมาเยี่ยมค่ะ” มินถือโอกาสนั่งลงตรงโซฟา สีหน้าของมินวันนี้ดูอิดโรยมาก แต่ก็พยายามฝืนยิ้มให้กับพี่ชายที่สนิทคนนี้ หากแต่อู๊ดก็ดูออก

“สีหน้าไม่ค่อยดีเลย เป็นอะไรหรือเปล่า” อู๊ดเอ่ยถามออกไปอย่างเป็นห่วง น้องคนนี้ช่างน่าสงสาร โดนสามีหักหลังจนสามารถหย่าขาดได้ แต่กลับต้องมาเจอ เฮ้อ เราผิดจริง ๆ ตอนที่น้องหาบ้าน น่าจะไปกับเธอด้วย ไม่งั้นก็คงไม่เจอบ้านหลังนี้ ว่าแล้วก็แอบโกรธพี่โต้ง ที่เสนอบ้านหลังนี้ให้น้องสาวคนสนิทไป

“นอนไม่ค่อยหลับค่ะ เมื่อคืนฝันร้ายนิดหน่อย” เมื่อนึกถึงฝันเมื่อคืนมือหญิงสาวก็มีอาการสั่นขึ้นมาเล็กน้อย

“เอ่อ บ้านหลังเช่ากี่เดือนเหรอ จะครบกำหนดเมื่อไหร่ แล้วมินได้ไปดูหลังใหม่ ๆ บ้างมั้ย”

“มินเช่าไว้แค่หกเดือนค่ะ แต่มินก็ชอบนะ สภาพบ้านข้างในดูดีเลย แถมถูกด้วย ไม่แน่มินอาจจะขอซื้อต่อจากพี่โต้งเลย จะได้ไม่ต้องหาที่ใหม่ ย้ายบ้านหลายรอบ เหนื่อยค่ะ” เมื่อเห็นพี่ชายกังวล หญิงสาวจึงฝืนยิ้มกว้างออกมามากกว่าเดิม และบอกเรื่องที่เธอคิดขึ้นมา

“ไม่ได้ มินรีบหาที่บ้านใหม่เถอะ ถ้าจะให้ดี รีบย้ายออกภายในเดือน สองเดือนนี้จะดีมาก เดี๋ยวพี่ออกไปจะพาเราไปดูบ้าน และพี่จะช่วยเราย้ายเอง”  อู๊ดพูดออกมาเสียงดัง เมื่อประโยคนี้เกิดขึ้น ไม่มีใครทันสังเกตว่ามีเงาดำเกิดขึ้นที่ระเบียงห้องทันที

“อะไรอะพี่ ทำไมต้องเสียงดังด้วย” มินโวยวายออกมาเล็กน้อยเพราะตกใจเสียงที่ดังของอู๊ด

“เออ ๆ ขอโทษ แต่เอาเป็นตามที่ว่าแล้วกัน

มินอยากจะถามอะไรเพิ่ม แต่เป็นจังหวะเดียวกับที่พยาบาลเดินเข้ามาพร้อมกับเครื่องมือวัดความดันกับชีพจร และอ่างน้ำตั้งท่าว่าถึงเวลาเช็ดตัวแล้ว หญิงสาวจึงขอตัวพี่ชายกลับบ้านไป

ก่อนไป อู๊ดก็พูดทิ้งท้ายว่า

“จำไว้นะมิน อย่าอยู่บ้านหลังนี้นาน รีบหาบ้านหลังใหม่และย้ายออกให้เร็วที่สุด” พูดจบพยาบาลก็ปิดม่านทันที

มินอยากจะถามต่อ แต่ช่วงนี้ก็ไม่อยากกลับบ้านดึกเท่าไหร่ จึงคิดว่าค่อยมาถามวันพรุ่งนี้ดีกว่า คิดได้ดังนั้นก็กลับบ้านไป

เมื่อเปิดประตูรั้วไป สายตาเหลือบไปมองที่ชั้นสองของบ้าน แล้วก็เห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงชั้นสองตรงโถงชั้นนอก หน้าห้องนอนของเธอ ดวงตาของเด็กชายคนนั้นมีความเศร้าออกมาอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อเห็นดังนั้น มินที่ไม่ใช่คนกลัวเรื่องลี้ลับแบบนี้อยู่แล้ว และอยากรู้ด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กคนนั้นหรือเปล่า ก็รีบทำการเปิดประตู แล้ววิ่งขึ้นไปหาเด็กคนนั้นทันที

แต่....เมื่อไปถึงห้องโถงกลับว่างเปล่า ไม่มีใคร มินมึนงงอย่างมาก เธอรีบเดินลงมาข้างล่างเพื่อหาเด็กน้อย แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่พบ หญิงสาวรู้สึกอึดอัดมาก ตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้น เธอไม่สามารถหาคำอธิบายไหนมาปลอบใจตัวเองได้อีกแล้ว จึงตะโกนขึ้นมา

“หนูน้อย เธอเป็นใคร เธอต้องการอะไรจากฉัน เธอตายที่นี้งั้นเหรอ อยากให้ฉันช่วยอะไรก็บอกสิ หนูน้อย หนูน้อย”

เมื่อตะโกนเสร็จ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเก้าอี้ล้มที่ห้องนอนกลาง มินรีบวิ่งขึ้นไป เมื่อเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นเป็นเก้าอี้ล้มจริงๆ

มินค่อยๆ เดินเข้าไปอย่างช้า ๆ บรรยากาศในห้องหนาวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก หญิงสาวค่อยเดินไปโต๊ะเครื่องแป้งแล้วเก็บเก้าอี้ที่ล้มขึ้นมา เมื่อเงยขึ้นอีกครั้งก็ตกใจจนกระเถิบถอยหลังล้มลง บนกระจกตรงโต๊ะเครื่องแป้ง มีข้อความที่เขียนจากลิปสติก “หนีไป” เมื่อมองไปบนโต๊ะ ลิปสติกที่ใช้เขียนก็ยังอยู่ที่บนนั้น มินพยายามตั้งสติอย่างที่สุด นี่ถ้าเธอเป็นคนขวัญอ่อน คงต้องเป็นลมล้มพับไปแน่นอน

มินลุกขึ้นเดินไปหยิบลิปสติกบนโต๊ะขึ้นมาดู ก็เห็นว่านี่ไม่ใช่ลิปสติกของเธอ ก็แปลกใจมาก คนเก่าย้ายบ้านไม่เอาของออกไปเหรอ ถึงเฟอร์นิเจอร์ใหญ่ไม่เอาออกไป แต่ของเล็กน้อยก็ไม่เอาไปด้วยเหรอ

ห้องนี้ หญิงสาวก็ยังไม่ค่อยได้สำรวจเท่าไหร่ อย่างที่บอกเธอมาถึงก็เอาแต่ดูห้องนอนใหญ่เท่านั้น ห้องอื่นๆ ก็แค่เข้าไปกวาด ๆ ถู ๆ ตามพื้น บนโต๊ะ แต่ยังไม่ได้เปิดดูใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อเห็นว่าแม้ของเล็กน้อยก็ยังอยู่ ดังนั้น มินก็ไม่รอช้ารีบเปิดลิ้นชักออกมาดูทันที

“โห มีของเต็มเลย ทั้งเครื่องสำอาง ทั้งหวี ยางรัดผม” ทุกสิ่งที่มินกล่าวมา ทำให้รู้ว่าห้องนี้เป็นห้องของผู้หญิงอย่างแน่นอน

เมื่อเปิดไปที่ลิ้นชักที่สอง มินก็พบกับสมุดเล่มหนึ่งคล้ายกับไดอารี่ มินถือวิสาสะเปิดอ่านทันที

“วันที่ 1 เดือน มีนาคม 2558 วันนี้เป็นวันแรกที่ได้ย้ายเข้ามาบ้านใหม่ บ้านหลังนี้สวยมากจริงๆ ฉันดีใจมากที่ได้ย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้ หลังจากที่รอคอยให้บ้านหลังนี้ซ่อมเสร็จ ......”

มินกำลังจะอ่านต่อ แต่ก็มีเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นมา

อ๊อด อ๊อด อ๊อด

มินนำไดอารี่ออกจากห้องไปวางไว้บนเตียงในห้องนอนตัวเองพร้อมกับกระเป๋าถือ แล้วรีบเดินลงไปข้างล่างเมื่อดูว่าใครมาหา

เมื่อเปิดประตูหน้าบ้านออกไปก็ต้องแปลกใจเพราะพบกับเจ้าของบ้านที่ยืนอยู่หน้าบ้านด้วยสีหน้ายิ้มๆ แต่รู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นมันไม่ไปถึงดวงตา เหมือนกับฝืนยิ้มอย่างไงอย่างงั้น

“สวัสดีค่ะ” มินยกมือไหว้ และทำท่าจะเปิดประตูรั้วให้อีกฝ่ายเข้ามา

แต่ก็เหมือนครั้งแล้ว หรือจริง ๆ ก็เหมือนกับทุก ๆ ครั้ง ที่เจ้าของบ้านไม่เคยเข้ามาเหยียบในบ้านหลังนี้เลย โดยทุกครั้ง เขาจะมีข้ออ้างกับเธอเสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกัน

“สวัสดีครับ ไม่ต้องหรอกครับ พอดีผมแวะมาทำธุระแถวนี้ เลยแวะมาเยี่ยมครับ ว่าแต่คุณมินอยู่ได้ใช่มั้ยครับ”

มินพยายามคิดตามถึงประโยคคำถามที่เมื่อก่อนฟังแล้วก็ไม่รู้ว่ามีอะไรผิดปกติ แต่วันนี้ทุกอย่างดูผิดปกติไปหมด พร้อมย้อนไปถึงเมื่อวันแรกที่เข้ามาดูบ้านหลังนี้ เจ้าของบ้านก็ไม่เคยย่างกรายเข้ามาเช่นกัน โดยให้เหตุผลว่าติดสายให้เธอเดินดูบ้านได้ตามใจชอบ

“คุณมิน คุณมินครับ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

เสียงเรียกของเจ้าของบ้านทำให้หญิงสาวกลับมาจากห้วงความคิดถึงเรื่องในตอนที่มาดูบ้านแรก ๆ

“ไม่มีอะไรค่ะ มินอยู่ได้ค่ะ เพียงแต่ว่า...” ประโยคหลังของมินเริ่มเบาเสียงลง สองจิตสองใจว่าจะถามเขาไปดีมั้ย เขาจะหาว่าเธองมงายหรือเปล่า ถ้าหากที่นี่ไม่มีอะไรจริงๆ ล่ะ เราจะโดนฟ้องมั้ย

“เพียงแต่ว่าอะไรหรือครับ” เสียงคนถามเหมือนมีความตื่นเต้นอยู่ในน้ำเสียงเล็กน้อย

“พี่เจ้าของบ้านค่ะ บ้านหลังนี้มีผีหรือเปล่าค่ะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terkait

  • บ้านเลขที่ 13   บทที่ 7

    “พี่เจ้าของบ้านค่ะ บ้านหลังนี้มีผีหรือเปล่าค่ะ”มินตราตัดสินใจถามออกไปโดยตรง เธอรู้สึกอึดอัด เธอรู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องมีอะไรสักอย่าง แต่เธอยังหาเบาะแสอะไรไม่ได้เลย อ้อ ยกเว้นไดอารี่ที่เพิ่งเจอ เธอต้องกลับไปอ่านต่ออย่างแน่นอนแต่ยังไงตอนนี้คนที่น่าจะรู้เรื่องดีที่สุด คือ คนที่อยู่ตรงหน้าตรงนี้“เอ่อ มะ มะ ไม่มีอะไรนี่ เรื่องประวัติก็เล่าให้น้องมินไปแล้วนี่นา ไม่มีผี ไม่มีคนเสียชีวิตที่นี่หรอก ว่าแต่มินพบเจออะไรที่ผิดปกติเหรอ”เมื่อเจอคำถามไป เจ้าของบ้านก็ทำหน้าเหวอทันที พยายามตอบออกมาอย่างตะกุกตะกักในตอนแรก เมื่อตั้งสติได้ ก็พยายามถามว่าหญิงสาวตรงหน้าได้พบเจออะไรหรือเปล่าเป็นคำตอบที่คิดไว้แล้วจริงๆ เขาไม่บอกความจริงดีๆ ด้วย มินตราคิดในใจ“เปล่าหรอกค่ะ ก็แค่ฝันไม่ดี และก็น่าจะแค่แสงตกกระทบเลยทำให้เห็นภาพประหลาดๆ ก็เท่านั้นค่ะ”มินเม้มปากสักพักแล้วก็เล่าบางอย่างออกมาแต่แน่นอนว่าไม่ใช่ความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์“อ้อ ใช่ ใช่ ใช่ น่าจะเป็นแสงไฟหล่ะ ดี ดี ดี มินอยู่ได้ พี่ก็สบายใจ งั้นพี่ไปทำธุร

    Terakhir Diperbarui : 2025-02-11
  • บ้านเลขที่ 13   บทที่ 8

    “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ อันไหนคือความฝัน อันไหนคือความจริง”มินพยายามนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวาน เธอจำได้แล้วว่าหลังจากที่ตัวเธอล้างจานเสร็จก็ขึ้นมาบนห้องนอน อาบน้ำอาบท่าแล้วก็ตั้งท่าจะอ่านไดอารี่ต่อ แต่ไม่รู้เพราะอะไร จึงเผลอนอนไปโดยที่ในมือยังถือไดอารี่อยู่ด้วยเมื่อนึกขึ้นมาได้ก็หันไปเห็นไดอารี่ที่หลุดจากมือตอนนอน แต่ยังอยู่บนเตียงนอน จากนั้นจึงหันไปมองที่นาฬิกาที่โต๊ะข้างเตียงก็เห็นเป็นเวลาเดิม ตีสามสิบสามนาที“เวลานี้อีกแล้ว” เสียงพึมพำแผ่วเบาของหญิงสาวดังขึ้นเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่ดีในการตื่นและจะไม่นอนเลยก็ไม่ได้ หญิงสาวจึงพยายามที่จะข่มตาลงอีกครั้ง แต่ทำยังไงก็ไม่สามารถหลับได้ เสียงไม้ลั่นดัง เอี๊ยด เอี๊ยด เอี๊ยด มีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ถี่มากหลังจากพลิกไปมาเกือบหนึ่งชั่วโมงร่างกายก็พร้อมที่ผล็อยหลับไป ซึ่งห้วงจังหวะกึ่งกลับกึ่งตื่นนั้น หญิงสาวมองเห็นเด็กผู้ชายคนนี้อีกครั้ง เด็กน้อยค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้เตียงนอนของเธอและพูดเบา ๆ คล้ายเสียงลมว่า“ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัว ผมแค่ชอบพี่เท่านั้นเอง”แ

    Terakhir Diperbarui : 2025-02-12
  • บ้านเลขที่ 13   บทที่ 9

    “มิน มินรู้มั้ย อู๊ดมันเป็นห่วงมินมากนะ เป็นห่วงมากกว่าน้อง”มินรีบเงยหน้ามองไปที่พี่โต้งอย่างตื่นตะลึง“อะไรนะพี่ ตะ ตะ แต่มินเคยหย่ามาแล้วนะ”“เราหนะคิดมาก อู๊ดมันไม่ได้คิดเรื่องพวกนั้นเลย มัน ฮึก มันชอบเธออย่างใจจริง ไม่งั้นมันจะช่วยเธอเรื่องสามีเก่าเหรอ จนยอมโดนไล่ออกพร้อมกับเธอ ฮึก ฮึก แต่ตอนนี้มันไม่อยู่แล้ว มันไม่ทันได้บอกความในใจกับเธอด้วยซ้ำ ฮือ ฮือ ฮือ” พี่โต้งพูดไปก็ร้องไห้ไปมินตราเมื่อได้ยินความรู้สึกของพี่ชายที่แสนดีคนนั้น หญิงสาวก็มีดวงตาแดงก่ำ น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว เพราะจริงๆ แล้วลึก ๆ เธอก็รู้สึกดีกับพี่อู๊ด พี่ชายคนสนิทคนนี้ของเธอเหมือนกัน“แล้วหมอบอกมั้ยค่ะ ว่าทำไมพี่อู๊ดถึงหัวใจวายตายค่ะ” มินสงสัยอย่างมาก เมื่อวานที่เธอมาเยี่ยมเขายังดูปกติอยู่เลย แถมบอกว่าจะมาช่วยย้ายบ้านถ้าเธอหาที่อื่นได้“หมอบอกว่ามีอาการตกใจกลัวสุดขีดเลยทำให้หัวใจวายเฉียบพลัน” โต้งแจ้งออกมาตามความจริงที่หมอแจ้งมา“ตกใจกลัวสุดขีดงั้นเหรอ ปกติพี่อู๊ดไม่ใช่คนที่ตกใจกลัวอะไรง่าย

    Terakhir Diperbarui : 2025-02-13
  • บ้านเลขที่ 13   บทที่ 10

    มินนั่งตัวแข็งทื่อดูเงาตรงหน้า แต่เพียงแค่แวบเดียวภาพตรงนั้นก็หายไปมินรีบยืนขึ้นเดินไปเปิดประตูระเบียงแล้วเดินออกไปมองดูรอบ ๆ พยายามมองหา“ผีไม่มีจริง ผีไม่มีจริง ผีไม่มีจริง ทุกอย่างเป็นเพราะแสงและเงา มันต้องอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์สิ”เสียงพึมพำของหญิงสาวที่พยายามบอกตัวเองแบบนั้น ระหว่างเดินไปเดินมาตรงระเบียงเพื่อพยายามหาที่มาของภาพหลอนนั่นเดินอยู่สักพัก จึงหยุดเดินที่ริมระเบียงแล้วมองลงไปเบื้องล่าง“มันเป็นแค่เงาเท่านั้น...”ยังคิดไม่ทันจบ ก็เห็นเด็กผู้ชายคนนั้นกำลังแหงนหน้ามองมาที่เธอแล้วยิ้มให้มินไม่คิดอะไรทั้งนั้น รีบวิ่งกลับเข้าไปในห้อง พร้อมกับกระชากประตูห้องนอนเพื่อเปิดลงไปข้างล่าง ในใจหญิงสาวต้องการพบเด็กคนนี้ ต้องการรู้ว่าเด็กคนนี้ต้องการอะไร ที่สำคัญ เขาเป็นคนหรือผีหญิงสาวเปิดประตูหน้าบ้านแล้วมองออกไปข้างหน้า ใต้แสงจันทร์และแสงไฟถนน ทำให้ร่างของเด็กคนนั้นดูลึกลับอย่างบอกไม่ถูก“หนู หนูเป็นใครมาทำอะไรที่บ้านน้าเหรอจ๊ะ” มินพยายามข่มความกลัว เธออยากรู้จริงๆ ว่าเด็กคนนี้เป็

    Terakhir Diperbarui : 2025-02-14
  • บ้านเลขที่ 13   บทที่ 11

    มินตรายืนมองตั้งแต่ต้นจนเห็นเจ้าแมวดำตัวนั้นวิ่งหนีออกไปราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นตี หญิงสาวหันมองไปรอบๆ โชคดีที่นอกจากถาดข้าวเคารพศพที่ตกลงมานอกนั้นก็ไม่มีอะไรเสียหาย แต่เธอก็ยังรู้สึกไม่ดีอยู่ดี‘ได้ยินว่า หากแมวดำกระโดดข้ามศพ จะทำให้วิญญาณเฮี้ยน’เมื่อนึกขึ้นได้ หญิงสาวพยายามเพ่งไปที่โลงศพเพื่อดูว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า เมื่อเห็นว่าทุกอย่างปกติ มินจึงกลับมาเก็บถ้วยชามและแก้วน้ำที่ตกแตกคืนนี้เป็นอีกคืนที่มีการสวดศพ และจะเป็นการสวดสองจบ เนื่องจากใกล้วันพระใหญ่ ทำให้ศพพี่อู๊ดจะตั้งสวดแค่สองคืน (สามจบ) เท่านั้น ไม่อย่างนั้นต้องตั้งศพทิ้งไว้อีกหลายวัน ซึ่งก็คงไม่ดีเนื่องจากเป็นวันหยุดยาว ญาติสนิทมิตรสหายล้วนวางแผนไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดกันหมด จึงทำให้คนที่มาร่วมงานบางตากว่าเมื่อวานแต่คืนนี้มีหลายอย่างที่ทำให้มินไม่สบายใจ ตั้งแต่ที่แมวดำตัวนั้นกระโดดข้ามโลงศพแล้วหนีไป มินรู้สึกว่ามีคนอยู่ข้างเธอตลอดเวลา บางครั้งเวลาที่เธอนั่งเงียบๆ หรือเล่นโทรศัพท์ระหว่างรอพี่โต้ง ก็เหมือนมีเสียงใครมากระซิบกระซาบข้างหู เพราะมันเบามาก เธอจึงไ

    Terakhir Diperbarui : 2025-02-15
  • บ้านเลขที่ 13   บทที่ 12

    “พี่มีเรื่องอยากจะถาม หนูใช่เด็กคนเดียวกับที่พี่เคยฝันว่ามาขอให้พี่เปิดประตูห้องใช่มั้ย”เด็กชายซันหันไปมองหน้าพี่สาวคนสวยพร้อมกับพยักหน้ารับออกมาด้วยรอยยิ้ม แต่....เป็นยิ้มที่ไม่ถึงดวงตามินชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยยิ้มนั้น มันดูออกว่าเด็กน้อยกำลังฝืนยิ้มออกมาเพื่อให้เธอสบายใจ“มีอะไรอยากเล่าให้พี่ฟังมั้ย” ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้เธอกำลังถามหาเรื่องราวกับผี เอ้ย วิญญาณของเด็กน้อยตรงหน้า แต่ทำอย่างไรได้ ในเมื่อคนเป็นๆ ทั้งหลายไม่ยอมบอกเธอนี่นาว่าเกิดอะไรขึ้นกับบ้านหลังนี้“พี่เชื่อเรื่องผีมั้ยฮะ เชื่อเรื่องวิญญาณชั่วร้าย หรือคำสาปมั้ยฮะ” เด็กตัวน้อยเงียบไปสักพักก็เอ่ยคำถามนี้ออกมาพร้อมกับมองไปที่หน้าของพี่สาวคนสวยตรงหน้า“เอ่อ ตอนนี้พี่ก็กำลังคุยกับผีอยู่ไม่ใช่เหรอ” พูดแล้วก็ก้มหน้าลงเพราะไม่รู้จะทำหน้ายังไง แต่ก็แปลกที่ตัวเธอเองกลับไม่ได้กลัวเด็กคนนี้เลย เพียงแต่ที่หลบตาตอนนี้เพราะไม่แน่ใจว่าทำให้เด็กชายตัวน้อยรู้สึกไม่ดีหรือเปล่าซันได้ยินคำตอบตอนแรกก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะไม่ค่อยเข้าใจ เมื่อนึกขึ

    Terakhir Diperbarui : 2025-02-16
  • บ้านเลขที่ 13   บทที่ 13

    จากนั้นก็ค่อยเดินอ้อมตัวผู้หญิงโดยตอนนี้มินเดินออกมายืนอยู่เคียงข้างเธอ จังหวะที่กำลังจะเดินไปข้างหน้าเพื่อไปให้ถึงประตูเข้าห้องนั้น สายตาไม่รักดีดันเหลือบมองไปดูใบหน้าหญิงสาวทะมึนตรงนั้น ด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่แล้วมินก็แทบก้าวออกไปไม่ออกเมื่อเห็นว่าสายตาของผู้หญิงคนนั้นกำลังเหล่ตามองมาที่เธอเช่นกันมินยืนตัวแข็งทื่อเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เหลือบมามองนั้น ลมหายใจเหมือนจะขาดห้วงไป หญิงสาวพยายามหอบเอาลมหายใจเข้า เพื่อไม่ให้ตัวเองเป็นลมไปก่อนที่เดินเข้าไปในห้องนอน เธอจะไม่ยอมเป็นลมอยู่ท่ามกลางอมนุษย์เหล่านี้แน่นอนมินพยายามปรับลมหายใจ กลบความตื่นเต้นลงไปเพื่อให้กำลังในร่างกายกลับคืนมาให้ได้ โดยที่ก็พยายามไม่หลบสายตาไปจากผู้หญิงคนนั้น เพราะหากผู้หญิงคนนี้ขยับ มินจะได้รู้ว่าต้องทำอย่างไรหลังจากยืนรวบรวมกำลังและสามารถข่มความกลัวลงได้ แม้ไม่เยอะก็ตาม มินเดินขึ้นไปข้างหน้าของผู้หญิงคนนั้น อีกเพียงสามก้าวเท่านั้นก็จะเดินไปถึงประตูระเบียงและสามารถเข้าห้องได้อย่างปลอดภัย ทันใดนั้น ก็มีเสียงหนึ่งเสียงที่ดังขึ้น ทำให้เท้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปข้างหน้าพลันต้องหยุดชะงัก

    Terakhir Diperbarui : 2025-02-17
  • บ้านเลขที่ 13   บทที่ 14

    สักพักก็มีร่างๆ หนึ่งเดินเข้ามายืนอยู่ตรงข้างๆ ที่หญิงสาวกำลังนอนอยู่พร้อมกับโน้มตัวลงมาจ้องมาที่หน้าของมินตราหัวใจมินตราเต้นรัว ดวงตาเบิกโพลง ตกตะลึงไปกับการกระทำของผู้หญิงคนนี้ ซึ่งคือคนๆ เดียวกับที่ยืนอยู่หน้าระเบียงเมื่อคืน‘นี่มันอะไรกัน’มินพยายามที่ร้องตะโกนออกมา แต่ไม่มีเสียงออกมาแม้แต่น้อย หญิงสาวคนนั้นยังคงอยู่ในท่าโน้มตัวลงมามองหน้าเธอที่นอนอยู่บนโซฟา สายตาคู่นั้นดูว่างเปล่า ไม่มีความเคียดแค้น แต่ก็ไม่มีความอ่อนโยนใดๆหน้าอกของมินกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็วด้วยความหวาดกลัว แต่เมื่อตั้งสติได้ เธอพยายามที่จะสงบสติอารมรณ์ มินเริ่มคิดถึงบทสวดมนต์ที่เธอรู้จัก ในจังหวะที่เธอกำลังจะเริ่มสวด ทันใดนั้นเสียงเล็กของเด็กก็ดังขึ้นมา“ปล่อยพี่สาวไปนะ ไปให้พ้น”หญิงสาวคนนั้นยืดตัวหันไปตามที่มาของเสียง ซึ่งตอนนี้ยืนอยูที่ทางเดินไปห้องครัว‘ซัน’มินพยายามที่จะเปล่งเสียงอีกครั้ง ไม่รู้ว่าทำไมแค่ได้ยินเสียงของซัน ก็รู้สึกดีขึ้นมา“ชะ ช่วย ด้วย” ความตั้งใจคือเปล่งเสียงตะโกนออกมา แต

    Terakhir Diperbarui : 2025-02-18

Bab terbaru

  • บ้านเลขที่ 13   ตอนพิเศษ 3

    “ฉันเลือก....”คำพูดของภูมิขาดหายไปเมื่อเขาตระหนักว่าการเลือกไม่ใช่ทางออกเดียวที่มีอยู่ ถ้าหากเขาเลือกเป็นตัวตายตัวแทนของซัน คนอื่นก็อาจจะรอดไปได้ แต่เขาเองจะติดอยู่ในวงจรอาถรรพ์นี้ต่อไป และหากเขาเลือกจะเป็นเพื่อนซัน มันก็ไม่ได้หมายความว่าคำสาปนี้จะจบลงมีทางเลือกอื่นไหม? ทางที่จะทำลายคำสาปนี้ให้หมดสิ้นไปซันหายไปแล้วราวกับว่าต้องการให้ภูมิได้มีเวลาคิดถึงทางเลือกของตัวเองภูมินิ่งคิดสักพักใหญ่ก่อนจะมุ่งตรงไปยังห้องนอนเพื่อค้นเอกสารเก่าที่เขาค้นพบก่อนหน้านี้ หากคำสาปนี้เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมบางอย่าง มันต้องมีร่องรอยหรือวิธีแก้ไขอยู่ในบันทึกเหล่านั้นพลิกกระดาษเก่า ๆ ไปทีละหน้า เขาสะดุดตากับข้อความหนึ่งในรายงานของตำรวจที่ระบุถึง “วัตถุปริศนา” ซึ่งถูกเก็บไว้ในห้องเก็บของของบ้าน เป็นรูปปั้นเด็กผู้ชายที่ดูคล้ายกับซันอย่างไม่น่าเชื่อ และมีข่าวลือว่ามันเคยถูกทำลาย แต่กลับฟื้นคืนมาในสภาพเดิมอย่างไม่มีร่องรอยความเสียหาย‘หลวงพี่โต้งเคยพูดถึงรูปปั้นนี้... มีคนเคยทำลายมัน แต่เพราะทำลายผิดวิธี มันจึงกลับมาได้’ห

  • บ้านเลขที่ 13   ตอนพิเศษ 2

    ภูมิถอนหายใจยาวหลังจากวางสายกับแฟนของประภาพิมพ์ ดูเหมือนทุกคนที่เกี่ยวข้องกับบ้านเลขที่ 13 จะพยายามหลีกเลี่ยงเรื่องนี้ให้มากที่สุด ยิ่งทำให้เขามั่นใจว่ายังมีบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้แต่คำถามสำคัญคือ... ทำไม?คืนนั้น เขากลับมาที่บ้านเลขที่ 13 อีกครั้งด้วยความรู้สึกกดดันแปลก ๆ คราวนี้เขาไม่ได้มาเพียงเพื่อเก็บข้อมูล แต่เพื่อค้นหาคำตอบบางอย่างที่ยังคงคลุมเครืออยู่ขณะที่เดินผ่านหน้าร้านขายของชำ เขาสังเกตเห็นป้าอุษาแอบมองจากหน้าต่างร้านของตัวเอง แม้เธอจะไม่พูดอะไร แต่แววตานั้นเต็มไปด้วยความกังวลเขาใช้กุญแจไขประตูเข้าไปข้างใน บรรยากาศในบ้านเงียบงัน มีเพียงเสียงฝีเท้าเบา ๆ ของตัวเขาเองที่สะท้อนในความว่างเปล่าเขาเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้นสอง คราวนี้ เขาตัดสินใจเข้าไปในห้องสุดท้ายของบ้านภายในห้องนั้นมีกลิ่นเหม็นอับ วอลเปเปอร์บนกำแพงเริ่มลอกออก โต๊ะเขียนหนังสือเก่าถูกตั้งไว้ริมหน้าต่าง มีรูปถ่ายที่ซีดจางวางอยู่บนโต๊ะมือของภูมิเอื้อมไปหยิบรูปถ่ายหนึ่งขึ้นมา เป็นรูปของครอบครัวหนึ่ง—พ่อ แม่ และเด็กชายคนหนึ่งเด็กชายในรูป... หน้าตาเหมือนเ

  • บ้านเลขที่ 13   ตอนพิเศษ 1

    เสียงประตูเหล็กที่ขึ้นสนิมครูดกับพื้นซีเมนต์ดังลั่นเมื่อภูมิเปิดประตูรั้วเข้ามาในบ้านเลขที่ 13 บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัดจนผิดปกติ มีเพียงเสียงลมพัดไหวผ่านต้นไม้แห้ง ๆ ที่ขึ้นอยู่ริมรั้วเท่านั้นเขาหยิบกุญแจที่ป้าอุษาให้มา แล้วไขประตูเข้าไปด้านใน บ้านทั้งหลังเงียบกริบ มีเพียงแสงจากดวงไฟถนนด้านนอกที่ลอดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างที่มีม่านขาดรุ่งริ่ง ภูมิยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสองทุ่ม“เริ่มงานเลยดีกว่า” เขาพึมพำ ก่อนจะหยิบสมุดโน้ตกับกล้องถ่ายรูปออกมาจากกระเป๋า เขาวางข้าวของไว้บนโต๊ะกลางห้องรับแขกแล้วเริ่มสำรวจไปรอบ ๆ บ้านภูมิได้รับหน้าที่ทำสกู๊ปข่าวพิเศษเกี่ยวกับบ้านร้างที่มีอาถรรพ์มากที่สุดในกรุงเทพฯ ซึ่งบ้านหลังนี้ติดอันดับหนึ่งในสิบด้วย ภูมิจึงตัดสินใจเลือกบ้านหลังนี้สิ่งแรกที่เขาสังเกตเห็นคือฝุ่นที่เกาะหนาเตอะตามเฟอร์นิเจอร์และพื้นบ้าน เป็นไปได้ว่าบ้านหลังนี้อาจไม่มีใครอยู่มานานแล้ว แต่ที่แปลกคือไม่มีร่องรอยของสัตว์รบกวน เช่นหนูหรือแมลงสาบเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่ามีบางอย่างทำให้พวกมันไม่กล้าเข้ามาภูมิก้าวขึ้นไปบนชั้นสอง ปร

  • บ้านเลขที่ 13   บทที่ 22 (ตอนจบ)

    มินยืนตัวแข็งทื่อ ร่างของเธอราวกับถูกตรึงเอาไว้ด้วยแรงบางอย่างที่มองไม่เห็น ความกลัวพุ่งเข้าจู่โจมจนเธอแทบจะหายใจไม่ออก ดวงตาของเด็กชายที่ชื่อซันนั้นว่างเปล่า ราวกับไม่มีวิญญาณอยู่ในร่างกาย"พี่มิน... จะทำยังไงหรือฮะ?" เสียงเย็นเยียบของเด็กชายดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มแปลกประหลาดที่เริ่มฉีกกว้างเกินกว่าที่มนุษย์ควรจะทำได้มินพยายามถอยหลังไปเรื่อย ๆ แต่ขาของเธอกลับไม่ขยับตามที่ต้องการ หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองศึก เหงื่อเย็นไหลซึมไปทั่วแผ่นหลัง ความรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองจากทุกทิศทางทำให้เธอแทบจะเป็นบ้า"ทำไม... ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ซัน... เธอเป็นใครกันแน่!" มินตะโกนออกไปสุดเสียง ความหวังที่ว่าเด็กชายตรงหน้าจะตอบคำถามเธอด้วยความเมตตานั้นไม่มีอยู่จริงซันหัวเราะเบา ๆ เสียงของเขาดังก้องอยู่ในห้องเก็บของแคบ ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้"พี่ไม่จำเป็นต้องรู้หรอกฮะ... แค่รู้ไว้ว่าพี่ต้องอยู่ที่นี่... อยู่กับผม... ตลอดไป!"ทันทีที่คำพูดนั้นจบลง แรงมหาศาลที่มองไม่เห็นก็พุ่งเข้าโถมใส่มิน ร่างของเธอลอยหวือกระแทกกับผนังด้านหลังจนรู้สึกได้ถึงแรงกระแท

  • บ้านเลขที่ 13   บทที่ 21

    มินจ้องมองที่กำแพงด้วยความหวาดกลัว ชื่อของเธอกำลังค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละตัวอักษร เหมือนมีมือล่องหนกำลังเขียนมันลงไป เธอรู้สึกว่าหัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นทุกวินาที ความกลัวที่เคยค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในใจของเธอ ตอนนี้ได้กลายเป็นคลื่นยักษ์ที่ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง“ไม่... นี่มันไม่ใช่เรื่องจริง...” มินพึมพำกับตัวเอง แต่เธอรู้ดีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้านั้นเป็นเรื่องจริงเกินกว่าที่เธอจะปฏิเสธได้เธอรีบคว้าจดหมายฉบับอื่นๆ ในกล่องขึ้นมาอ่าน ทุกฉบับล้วนแต่เป็นจดหมายที่เขียนโดยผู้เช่าบ้านคนก่อนๆ ที่ต่างก็พยายามยกเลิกสัญญาเช่า แต่ดูเหมือนว่าไม่มีใครสามารถทำได้สำเร็จ จดหมายแต่ละฉบับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสิ้นหวัง บางฉบับถึงกับเขียนถึงการพบเจอสิ่งลึกลับในบ้านหลังนี้ เช่นเดียวกับที่เธอกำลังประสบอยู่มินรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกดึงเข้าไปในความลึกลับที่เธอไม่อาจเข้าใจได้ เธอต้องหาทางออกจากที่นี่ให้ได้ แต่ก่อนอื่น เธอต้องเข้าใจว่าอะไรคือสาเหตุของทุกสิ่งที่เกิดขึ้น“ซัน... ซันช่วยพี่หน่อย...” มินร้องเรียกด้วยเสียงที่สั่นเครือ แต่ไม่มีเสียงใดๆ ตอบ

  • บ้านเลขที่ 13   บทที่ 20

    “หา เด็กผู้ชาย ใช่ ซันหรือเปล่า” มินพึมพำกับตัวเอง รีบเปิดวันต่อไปเพื่ออ่านต่อเมื่อคิดว่าเด็กผู้ชายคนนั้นก็คือ ‘ซัน’ หญิงสาวก็เริ่มมีความหวาดหวั่น เหมือนทุกสิ่งที่ตัวเองกำลังเจอเดินตามรอยของหญิงสาวคนนี้ ที่เคยอยู่ในบ้านหลังนี้และต้องเผชิญกับความลึกลับที่เธอกำลังประสบอยู่ เธอพลิกหน้าต่อไปอย่างใจจดจ่อ“วันที่ 11 วันนี้ฉันเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติในบ้านหลังนี้ ฉันได้ยินเสียงฝีเท้าในตอนกลางคืน ทั้งที่ฉันอยู่คนเดียว เสียงนั่นเหมือนกับเด็กวิ่งไปมาบนพื้นไม้ แต่เมื่อฉันเปิดไฟดู ก็ไม่มีอะไร ฉันพยายามบอกตัวเองว่ามันอาจเป็นแค่เสียงบ้านเก่าแต่ใจฉันรู้ดีว่ามันไม่ใช่วันที่ 12 ฉันเห็นเขาแล้ว... เด็กชายคนนั้น เขายืนอยู่ที่มุมห้อง มองมาที่ฉันด้วยสายตาเศร้าสร้อย ฉันพยายามตะโกนถามว่าเขาเป็นใคร แต่เขาก็หายไปในความมืด ฉันรู้สึกเหมือนเขาพยายามจะบอกอะไรฉัน แต่ฉันไม่เข้าใจวันที่ 13 ฉันพบรอยขีดเขียนบนกำแพงห้องเก็บของ มันเป็นรายชื่อของผู้ที่เคยอยู่ในบ้านนี้ พร้อมกับวันที่เสียชีวิต ฉันเห็นชื่อของตัวเองถูกเขียน

  • บ้านเลขที่ 13   บทที่ 19

    “ไม่พี่ไม่ยอมหรอก ซันบอกพี่มาว่าเราจะสู้กับเขายังไง”“เราสู้เขาไม่ได้หรอกฮะ โดยเฉพาะวันนั้นจะเป็นวันที่เขามีพลังมากที่สุด”“มันต้องมีทางสิ แล้วพี่ถามหน่อยสิ ในบรรดาวิญญาณที่โดนขังมีคนชื่อ พิมพ์ประภาหรือเปล่า” มินถามเพิ่มในเรื่องที่เธออยากรู้ซันมองหน้าเธอแล้วเงียบไปสักพัก มินก็รออย่างใจจดจ่อ“พิมพ์ประภาเหรอฮะ ดูเหมือนจะมีนะฮะ” เสียงซันแผ่วเบาลงมินเบิกตากว้าง แน่แล้วรายชื่อที่อยู่กำแพงต้องเกียวข้องกับผู้เช่าแต่ละรายแน่ อย่างเข่นพิมพ์ประภาเจ้าของไดอารี่เป็นต้นเมื่อเห็นมินนิ่งเงียบไป เหมือนกำลังนิ่งคิดอะไรสักอย่าง ซันจับมือมินเพื่อให้หันกลับมาหาเขา มินหันไปมองหน้าเด็กชายตรงหน้า“ทะ ทุกคนที่เช่าที่นี่โดนขังหมดเลยเหรอ”ซันพยักหน้าน้อย ๆ มินตาโตด้วยความตกใจ“ระ รวมถึงพี่ด้วยหรือเปล่า”ซันเหลือบตามองเล็กน้อย พร้อมกับพยักหน้าอีกครั้ง“ผมถึงบอกไงฮะ ว่าพี่ต้องรีบยกเลิกสัญญาเช่า แล้วย้ายออกให้เร็วที่สุด”“อะ อืม ขอบใจนะ&

  • บ้านเลขที่ 13   บทที่ 18

    “หึ หึ หึ ถ้าหากไม่อยากก็เก็บปากพวกมึงให้สนิทและเลิกแส่มายุ่งเรื่องที่บ้านหลังนี้ รวมถึงห้ามให้ใครทำตัวมีพิรุธด้วย ไม่งั้นกูไม่เกี่ยงที่จะทำให้ทั้งซอยนี้เป็นซอยร้างแน่นอน จำคำพูดกูเอาไว้ คนที่กูเล็งไว้แล้วไม่มีใครจะหยุดกูได้ ออกไป”เสียงตะโกนดังลั่นก้องเข้าไปในหูของทุกคนที่อยู่ในวงล้อมนั้น จากนั้นทุกคนก็รู้สึกเหมือนตัวเองโดนผลักออกจากบ้านหลังนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนหวาดกลัวมากร้องเสียงดังลั่น“อ๊ากกกกกกกกกกกกก”พรึบป้าอุษาสะดุ้งตื่นมาจากความฝันอันน่ากลัวนั้นทันที หันซ้ายหันขวาพยายามมองดูว่าตัวเองอยู่ที่ไหนด้วยใจเต้นระทึก เมื่อเห็นว่าตอนนี้อยู่ที่บ้านของตัวเองใจที่เต้นเร็วก็ค่อย ๆ กลับสู่สภาวะปกติ สักพักก็ได้ยินเสียงคนกดออดที่หน้าบ้าน หญิงชราเดินลงบันไดมาที่ประตูหน้าบ้านก็พบกับคนที่อยุ่ในซอยมายืนออกันหน้าบ้านของเธออย่างเงียบ ๆ แต่ละคนหน้าตาซีดเซียวอยู่ในชุดนอนเหมือนกับว่าเพิ่งตื่นก็รีบเดินออกมารวมตัวกันที่นี่“ป้า ป้า ป้าฝันเหมือนกันหรือเปล่า ผมถามทุกคนแล้ว พวกเราฝันเหมือนกันเลย”“ฝันว่า”

  • บ้านเลขที่ 13   บทที่ 17

    “ผมกินไม่ได้ฮะ” ซันตอบออกมาอย่างแผ่วเบามินเมื่อรู้ว่าเผลอพูดออกไปโดยไม่ได้คิดว่าจะทำให้เด็กตรงหน้ารู้สึกไม่ดี“เอ่อ พี่ขอโทษนะ พี่ไม่ได้ตั้งใจทำให้เรารู้สึกไม่ดี” พูดพลางเอื้อมมือไปจับไหล่เล็ก ๆ ตรงนั้น พร้อมกับคิดอะไรบางอย่าง“แล้วถ้าเราอยากกินพี่ต้องทำยังไงเราถึงจะได้กินเหรอ”เด็กน้อยหันไปมองหน้ามินตราอย่างลึกซึ้งพร้อมกับยิ้มอย่างดีใจ“ถ้าพี่อยากให้ผมได้กิน พี่ก็ตั้งบนโต๊ะ จุดธูปหนึ่งดอกแล้วคิดถึงผม ผมก็จะสามารถกินได้ฮะ”“อ๋อ อืม ๆ พี่เคยได้ยินมาเหมือนกัน งั้นปะ เราไปที่โต๊ะทานข้าวกัน เราชอบอะไรก็บอกพี่แล้วกัน พี่จะแบ่งจุดธูปให้เรากิน”ทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วก็ยิ้มพร้อมทั้งเดินไปที่โต๊ะอาหาร ซันคอยชี้ว่าอยากกินอะไร ส่วนมินก็คอยตักสิ่งที่ซันชี้ใส่ชามแบ่งและจุดธูปอธิษฐานเรียกน้องซันมากินด้วยกันระหว่างที่กินข้าว ทั้งสองพูดคุยกันอย่างมีความสุขราวกับการพูดคุยของคนคุ้นเคยที่ไม่ได้เจอกันมานาน มีการพูดคุยหยอกล้อกัน มื้อนี้เป็นมื้อแรกที่มินรู้สึกว่ากินข้าวได้อย่างมีความสุข

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status