สำหรับเรื่องเช่นนี้ หวังหยวนนั้นย่อมเปิดรับทุกคนอยู่แล้ว หากพวกเขาปรารถนาจะดูก็ปล่อยให้ดูตามสบายเถิด เพราะหากพวกเขาสามารถเรียนรู้ได้สักหนึ่งหรือสองเรื่องได้ก็ถือว่าเขาได้มีส่วนช่วยโลกนี้แล้วเพียงแต่ว่าเกรงว่าพวกเขาจะไม่สามารถเรียนรู้กลวิธีของหวังหยวนได้เลย!บัดนี้ ณ เชิงเขาชิงหลงแห่งเมืองหลิง ภายในระยะเวลาเพียงครึ่งเดือนก็ได้มีการสร้างเวทีขนาดใหญ่ขึ้นบนเวทีนั้นมีโต๊ะวางอยู่มากมาย และบนโต๊ะเหล่านั้นก็มีหมึกและพู่กันวางอยู่!งานประชุมกวีชิงหลงที่จัดขึ้นในครั้งนี้มีการแข่งขันหลายด่านทั้งการแต่งบทกวี การตอบโต้บทกวีกันและการทายปริศนาบทกวี!โดยสรุปแล้วคือมีการแข่งขันหลากหลายรูปแบบ เพื่อคัดเลือกผู้ชนะเพียงคนเดียวเท่านั้น!สำหรับการประชุมกวีในครั้งนี้กล่าวได้ว่าเป็นที่จับตามองของทั้งแผ่นดิน!งานประชุมกวีชิงหลงเริ่มต้นขึ้นแล้ว หวังหยวนได้ขึ้นเวทีพร้อมกับเหล่าอาจารย์อาวุโสทั้งสี่ ซึ่งได้แก่ไห่เทียน จิ่วเปียน หลวนชิง และถงกู่เบื้องล่างเวทีนั้นเดิมทีเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยกันจอแจ แต่เมื่อได้เห็นภาพเช่นนี้ทุกคนก็เงียบลงในทันทีผู้ที่มาร่วมงานในวันนี้ล้วนเป็นบัณฑิตจากแว่นแคว้นต่าง ๆ ที่เ
“ถึงแม้ว่าอาจจะมีหลายคนที่อาจจะไม่ได้รับผลลัพธ์ที่ตนเองพอใจในที่สุด แต่ข้าก็หวังว่าทุกท่านจะสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายจากการประชุมกวีนี้ เพื่อให้ตนเองก้าวหน้าและพัฒนาก้าวตามผู้ที่มีความสามารถ!”“ยอดเยี่ยม!”ทุกคนเบื้องล่างต่างก็เริ่มปรบมือ พวกเขาปรบมือให้กับคำพูดของอาจารย์จิ่วเปียนอย่างจริงใจเช่นกัน!การแข่งขันเพื่อชิงอันดับนั้นสำคัญแน่นอน!แต่ในการประชุมกวีครั้งนี้จะทำให้ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมาย ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งที่ไม่มีโอกาสได้พบเจอในชีวิตประจำวัน!หากสามารถเรียนรู้จนก้าวหน้าได้ ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพวกเขามาร่วมงานประชุมกวีครั้งนี้โดยไม่เสียเปล่า!หลังจากพูดจบ อาจารย์หลวนชิงก็ค่อย ๆ ก้าวออกมาด้านหน้าเวที ท่ามกลางเสียงปรบมืออันกระตือรือร้นของทุกคน ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มจางขณะกล่าวว่า “ท่านทั้งหลาย งานประชุมกวีจะมอบความรู้ ความกว้างไกล และสิ่งที่ท่านทั้งหลายคาดหวังและปรารถนาอย่างแรงกล้าให้แก่ท่าน!”“ในครั้งนี้ ข้าหวังว่าท่านทั้งหลายจะสามารถบรรลุความฝันของตนเองได้ในงานประชุมกวีนี้ เพื่อได้รับทุกสิ่งที่ท่านปรารถนา!”เมื่อฝูงชนได้ฟังเช่นนี้ต่างก็เริ่มปรบมือ ใบหน้าของพวก
“ดอกเบญจมาศเบ่งบานแล้วร่วงโรย วิหคอพยพบินสูงแต่นงคราญยังไม่หวนกลับคืน แสงจันทราส่องผ่านม่านลมพัดพลิ้วไหว”“ช่างเป็นบทกวีที่ไพเราะ ไพเราะยิ่งนัก!”ผู้คนรอบข้างต่างชื่นชมชายหนุ่ม เขาเต็มไปด้วยความมั่นใจและอดไม่ได้ที่จะหัวเราะร่าก่อนกล่าวว่า “ชมเกินไปแล้ว ท่านทั้งหลายชมกันเกินไปแล้ว!”เมื่อหวังหยวนได้ยินเสียงก็อดไม่ได้ที่จะเดินเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อเห็นบทกวีบทนี้ก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจอาจารย์อาวุโสทั้งหลายก็รีบเดินมาดูเช่นกันทันใดนั้นก็มีเสียงฮือฮาดังขึ้นจากระยะไกล!หวังหยวนถูกเสียงนี้ดึงดูดไปทันที เขาจึงเดินเข้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ในฝูงชนนั้นมีหญิงสาวหน้าตาไม่สะสวย แต่เขียนอักษรได้อย่างสวยงาม นางถือพู่กันเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษอย่างรวดเร็วหวังหยวนเดินเข้าไปพิจารณาอย่างละเอียด จึงพบว่านางไม่เพียงแต่เขียนอักษรได้สวยงามเท่านั้น แต่บทกวีที่เขียนก็ยอดเยี่ยมมากเช่นกัน!“ไม้ใหญ่ในสุสานตระกูลข่ง ไม้เลื้อยในวังอู๋ นกหานยาในวัดฉู่”“กระท่อมไม่กี่หลัง หนังสือหมื่นเล่ม อาศัยร่วมชาวบ้านอาวุโส”เมื่อหวังหยวนเห็นบทกวีที่หญิงสาวหน้าตาไม่สะสวยเขียนออกม
ด่านแรกสิ้นสุดลงแล้ว!เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น หลายคนก็หยุดเขียนความจริงแล้วตั้งแต่ตอนเริ่มต้น อาจารย์อาวุโสทั้งสี่ก็ได้ดูบทกวีของทุกคนแล้ว และพวกเขาก็เข้าใจบทกวีเหล่านั้นด้วย ดังนั้นอันดับยี่สิบคนนี้จึงถูกประกาศออกมาอย่างชัดเจน!สิ่งที่ทำให้หวังหยวนประหลาดใจ ก็คือในบรรดายี่สิบคนนี้ มีเพียงสามคนที่เป็นคนจากเมืองหลิง...แต่ในเรื่องนี้หวังหยวนก็เข้าใจได้ เพราะเมืองหลิงเป็นดินแดนที่ยากจนและอยู่ห่างไกลมาโดยตลอด ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำงานหนักเพื่อความอยู่รอด จึงไม่มีเวลาฝึกอ่านเขียนหนังสือมีสามคนก็ถือว่าไม่เลวแล้วแม้ว่าหวังหยวนจะปกครองเมืองหลิง แต่ก็เพิ่งจะเริ่มเพียงแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น แล้วจะสามารถผลักดันให้กวีเหล่านี้ก้าวไปสู่จุดสูงสุดได้อย่างไร?เห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้!ดังนั้นหวังหยวนจึงคิดเอาไว้แล้ว!อาจารย์อาวุโสทั้งสี่ได้หารือกัน พวกเขาทั้งสี่คนมีความยุติธรรมมาโดยตลอด หลังจากที่ได้คัดเลือกยี่สิบคนนี้แล้วก็ได้นำบทกวีของพวกเขามาอ่าน ซึ่งทำให้ทุกคนยอมรับอย่างเต็มใจ!“ตัดสินทั้งยี่สิบคนไปแล้ว ไม่ทราบว่าท่านผู้มีเกียรติข้างล่างมีข้อโต้แย้งใดหรือไม่?”หวังหยวนพูดด้วยรอยยิ้ม เมื่อ
วังไห่เทียนถอนหายใจ ความเห็นอกเห็นใจหญิงสาวคนนี้ผุดขึ้นในหัวใจของเขาเมื่อได้ฟังคำพูดเหล่านั้น หญิงสาวจึงคลี่ยิ้ม“ขอบคุณท่านอาจารย์อาวุโส ข้าคิดได้นานแล้ว เพียงแต่บทกวีบทนี้เป็นเพียงสิ่งที่ข้าแต่งขึ้นมาเท่านั้นเจ้าค่ะ”“หากมันเศร้าโศกเกินไป ข้าจะเปลี่ยนเป็นบทอื่น”หญิงสาวกล่าวพลางหยิบพู่กันขึ้นมาจรดลงบนกระดาษอีกครั้ง แล้วบทกวีสองวรรคก็ปรากฏขึ้นบนกระดาษอีกครั้ง!แต่คราวนี้ต่างออกไป!บทกวีสองวรรคนี้แสดงถึงความใจกว้างไร้ขอบเขต! ทำให้คนอ่านเห็นถึงความกระจ่างแจ้งในทันที!'เรือไผ่ล่มท่ามกลางคลื่นลม แต่มหาสมุทรกว้างใหญ่ไพศาลเป็นมิตร'ทันทีที่บทกวีสองวรรคนี้ปรากฏขึ้น เหล่าอาจารย์อาวุโสก็หัวเราะออกมา“ฮ่าฮ่าฮ่า นี่สิถึงจะเป็นความใจกว้างที่คนหนุ่มสาวควรมี!”“เรือไผ่คว่ำดูเหมือนจะเป็นความสิ้นหวัง แต่กลับมีความหมายถึงการได้สัมผัสท้องทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาล ช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ!”“ดังคำกล่าวที่ว่าเห็นภูเขาเป็นภูเขา เห็นเมฆเป็นเมฆ เห็นความโชคดีเป็นความโชคดี เห็นความเศร้าโศกเป็นความเศร้าโศก สาวน้อย เจ้ามีความใจกว้างเช่นนี้ได้ช่างน่าชื่นชมยิ่งนัก!”บทกวีสองวรรคนี้เรียบง่าย แม้จะเรียบง่ายแต
ในงานประชุมกวี บทกวีของคนอื่น ๆ ก็ดีมากเช่นกัน หวังหยวนอ่านแล้วก็พยักหน้าแต่เมื่อเทียบกับแม่นางเชียนหลงแล้ว ก็ยังด้อยกว่าอยู่ดี!ไม่นานนักก็ตัดสินเลือกมาสามคนได้!หนึ่งในนั้นย่อมมีแม่นางเชียนหลงอยู่ด้วย!“ตัดสินทั้งสามคนแล้ว ทุกคนไม่มีข้อโต้แย้งใช่หรือไม่?”เมื่อวังไห่เทียนประกาศผลการตัดสินต่อสาธารณชน ทุกคนก็ไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ เลย เพราะบทกวีของทั้งสามคนนี้เป็นบทกวีที่ดีที่สุดในเวลานี้ พวกเขาไม่มีใครเทียบได้เลย!เพียงแต่การที่แม่นางเชียนหลงสามารถเอาชนะได้ ก็ทำให้หลายคนรู้สึกประหลาดใจ ไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่นแต่เป็นเพราะสตรีผู้นี้...ช่างอัปลักษณ์เสียเหลือเกินแต่ก็ยังมีสุภาพบุรุษที่ไม่สนใจความจริงข้อนี้ และประทับใจความสามารถของนาง“เมื่อผ่านด่านที่สองไปแล้ว ก็เริ่มด่านที่สามกันเลย!”“ท่านอาจารย์ทั้งสี่ ท่านจะใช้หัวข้อไหนดี?”ขณะนี้หวังหยวนพูดขึ้น เมื่อวังไห่เทียนและอีกสี่คนได้ยินเช่นนั้นก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วอดไม่ได้ที่จะพูดว่า“ใช้... หัวข้ออาณาประชาราษฎร์ เป็นอย่างไร?”เมื่อทุกคนได้ฟังแล้วก็รู้สึกประหลาดใจ!อาณาประชาราษฎร์!โจทย์นี้ใหญ่มาก ไม่มีใครเข้าใจว่าอาณาประช
งดงามเหลือเกิน!แม้กระทั่งนางก็ยังตกใจเมื่อได้พบเห็น!“แม่นางเชียนหลงกล่าวว่า... นางเป็นคนเร่ร่อน ไร้ที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ข้าจึงพานางกลับมาด้วย และทองคำเหล่านี้ก็เตรียมไว้สำหรับเจ้าแล้วด้วย”“ส่วนที่พักของเจ้า ข้าก็ให้ต้าหู่จัดการไว้ให้แล้ว”เมื่อหวังหยวนกล่าวจบ เชียนหลงก็รีบโค้งคำนับแสดงความขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจส่วนหญิงสาวทั้งสามเมื่อได้ฟังดังนั้น แม้จะเชื่อแต่ก็ยังแปลกใจอยู่บ้างกวีเร่ร่อนไร้ที่อยู่...ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่น่าจะเป็นเช่นนี้ได้!ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพราะนางเป็นคนที่สามีพากลับมา จึงไม่ได้สนใจตั้งแง่!เชียนหลงได้มาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านต้าหวัง แต่ก็ไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบอะไร เพียงแต่คอยติดตามหญิงสาวทั้งสามอยู่เสมอ เวลาผ่านไปครึ่งเดือน หญิงสาวทั้งสามก็ชอบเชียนหลงมากถึงขนาดไม่หวงวิชาความรู้ของตนเอง ถ่ายทอดวิชาที่ตนเองมีให้แก่นางเพื่อให้นางช่วยจัดการธุรกิจ!สำหรับเรื่องเช่นนี้ หวังหยวนไม่ได้ใส่ใจมากนัก!“เชียนหลง ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”หวังหยวนเห็นเชียนหลงแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ที่จะถามเชียนหลงรีบกล่าวว่า “ขอบพระคุณคุณชายที่พาข้ากลับมาด้วย ดังที่
หวังหยวนออกเดินทางออกจากหมู่บ้านต้าหวังอย่างรวดเร็ว ก็ไม่นานก็ถึงเมืองชนบททั้งสามคนเดินมาตลอดทาง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาล้วนแต่เป็นความรกร้างว่างเปล่า เป็นผืนดินที่โล่งเตียน ไม่เพียงแต่ไร้ซึ่งพืชผล แม้แต่หญ้าก็ยังไม่งอกแม้แต่ต้นเดียว“พี่หยวน ดูเหมือนว่าพื้นที่แห่งนี้จะไม่ได้แห้งแล้งมากเกินไป แต่ชาวบ้านเหล่านี้กลับขี้เกียจเกินไป”“มีผืนดินอันอุดมสมบูรณ์มากมายเช่นนี้แต่กลับทิ้งร้างไว้ ไม่ยอมปลูกอะไรเลย แต่กลับยอมออกไปขอทานมากกว่าเพาะปลูก”ต้าหู่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มีแววตาที่เต็มไปด้วยความดูถูก สงสัย และอารมณ์ต่าง ๆ มากมาย ทุกวันชาวบ้านเหล่านี้จะเอาแต่บ่นว่าเจ้าหน้าที่เบื้องสูงไม่ทำหน้าที่โดยไม่คิดที่จะพึ่งพาตนเองเลย หวังเพียงแค่ให้ทางการให้เงินอุดหนุนที่น้อยนิดแก่พวกตนทว่า!ในระยะหลังมานี้มีสงครามเกิดขึ้น อาหารที่เหลือก็มีไม่มากนัก มีเพียงพอแค่เลี้ยงทหารที่ไปออกรบอยู่ข้างนอกเท่านั้นยิ่งกว่านั้นคือเมื่อผ่านการรีดไถมาหลายต่อหลายชั้น ประโยชน์ที่ตกถึงมือชาวบ้านจึงมีน้อยนิด พื้นที่ยากจนทุรกันดารเช่นนี้ก็มีเพียงแต่หวังหยวนเท่านั้นที่คิดถึงชาวบ้านเหล่านี้“มีที่ดินแต่ไม่เพาะปลูก ไม่ว่าจ
ตอนนี้หวังหยวนกลับพูดจาเยาะเย้ยเช่นนี้ นางจะไม่โกรธได้อย่างไร?“ดีนัก!”“พวกเราเพิ่งจะอยู่ร่วมกันไม่ถึงครึ่งปี ท่านก็เริ่มรังเกียจข้าแล้วหรือ?”“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ให้ข้าไปตอนนี้เลยแล้วกัน!”“ถือเสียว่าพวกเราไม่เคยรู้จักกัน!”หลิ่วหรูเยียนยังคงแข็งกร้าวเช่นเดิม พูดจบนางก็ลุกขึ้น เตรียมจะกระโดดลงจากรถม้าหวังหยวนรีบคว้าแขนของหลิ่วหรูเยียนไว้ พลางเอ่ยขอโทษอย่างอ่อนโยนว่า “ข้าพูดผิดไป เจ้าเป็นคนใจกว้าง อย่าได้ถือสาข้าเลย!”“อีกอย่าง ต่อให้ร่างกายของเจ้าจะมีรอยแผลเป็น แล้วจะเป็นอย่างไร? ใจของข้าก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง!”“ข้ารู้ดีว่ารอยแผลเป็นบนร่างกายของเจ้าเกิดขึ้นเพราะข้า หากไม่มีรอยแผลเป็นนี้ บางทีข้าอาจจะลืมเลือนความดีของเจ้าที่มีต่อข้า แต่หากรอยแผลเป็นนี้ยังคงอยู่ ย่อมทำให้ข้ารู้สึกดีขึ้น!”“อย่างน้อยก็ทำให้ข้าจดจำความดีของเจ้าได้ตลอดไป!”หลิ่วหรูเยียนพ่นลมหายใจ แต่ในใจกลับรู้สึกยินดีนางรู้ดีว่าหวังหยวนไม่ใช่คนอกตัญญู ไม่เช่นนั้นในคืนนั้นนางคงไม่ยืนหยัดต่อสู้เต็มที่อยู่เคียงข้างหวังหยวน!ความทุ่มเทถือว่าได้รับผลตอบแทน!หลายวันผ่านไป หวังหยวนและพรรคพวกได้เดินทางมาถึงเชิงเขา
ครึ่งเดือนผ่านไป เนื่องจากเกาเล่อได้รวบรวมช่างฝีมือมามากมาย การก่อสร้างหอไร้เทียมทานจึงคืบหน้าไปอย่างรวดเร็วยามนี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วคาดว่าอีกครึ่งเดือน หอไร้เทียมทานก็จะสร้างเสร็จสมบูรณ์!และในช่วงเวลานี้ อาการของหลิ่วหรูเยียนค่อย ๆ ดีขึ้น หวังหยวนได้ติดต่อกับคนของหมู่บ้านต้าหวัง เพื่อทำให้ทุกคนสบายใจตั้งแต่หลิ่วหรูเยียนล้มป่วย หวังหยวนนั้นไม่มีแก่ใจจะทำสิ่งใด ไม่ได้ติดต่อกับคนของหมู่บ้านต้าหวัง ซึ่งทำให้ต้าหู่และเอ้อหู่สองพี่น้องร้อนใจยิ่งนัก!ยามนี้เมืองหลิงอยู่ภายใต้การปกครองของพวกเขาทั้งสอง แม้ว่าจะมีถงจื่อเจี้ยนและคนอื่นช่วยเหลือ แต่ทั้งสองนั้นเป็นห่วงความปลอดภัยของหวังหยวนมากกว่าแม้ว่าพวกเขาทั้งหลายจะไม่ใช่พี่น้องร่วมสายเลือด แต่ก็รักใคร่กันยิ่งกว่าพี่น้อง!แม้ว่ายามนี้จะมีอำนาจอยู่ในมือ แต่สำหรับพวกเขาแล้ว สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่สำคัญ!ขอเพียงพี่น้องได้อยู่ร่วมกัน ต่อให้ต้องสูญเสียแผ่นดินไป แล้วจะมีความหมายอะไร?เวลาผ่านไปครึ่งเดือน ทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง และในช่วงครึ่งเดือนนี้ หอไร้เทียมทานสร้างเสร็จสมบูรณ์ หวังหยวนออกจากเผ่าแล้ว ยามนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังเม
หากจะกล่าวให้ยิ่งใหญ่ขึ้นก็เพื่อปวงประชา!ดินแดนทั้งเก้าได้กลับคืนสู่ความสงบสุขได้ก็เพราะเขา เขาจึงต้องการให้ความสงบสุขนี้คงอยู่สืบไป ปวงประชาจะได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขตลอดกาล!“ไม่ทราบว่าท่านหมอเทวดาอันมีความคิดเห็นเช่นไร?”หวังหยวนเอ่ยถามอีกครั้งเมื่อเห็นสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาของเขา อันจูหมิงจึงรีบโบกมือเอ่ยว่า “ในเมื่อมีเรื่องดีเช่นนี้ มีหรือที่ข้าจะไม่เข้าร่วม? ข้าจะต้องมีที่นั่งในหอไร้เทียมทานนี้อย่างแน่นอน! ถือว่าเป็นการพิสูจน์ความสามารถของข้าด้วยก็แล้วกัน!”“อีกอย่าง ข้ารู้ว่าท่านมีชื่อเสียงไปทั่วทั้งดินแดนทั้งเก้า ปวงประชาต่างเคารพท่านราวกับเป็นฮ่องเต้ แม้แต่คนของอาณาจักรต้าเป่ยก็คิดเช่นนั้น!”“หอไร้เทียมทานย่อมต้องเจริญรุ่งเรืองภายใต้การดูแลของท่าน แล้วชื่อเสียงของข้าก็จะยิ่งโด่งดัง!”“เรื่องดีเช่นนี้ มีหรือที่ข้าจะพลาด?”คิดไม่ถึงว่าอันจูหมิงจะตอบรับอย่างง่ายดาย!หวังหยวนยินดียิ่งนัก “เช่นนั้นต้องขอบคุณท่านหมอเทวดาอันที่ให้เกียรติ!”เมื่อได้หมอเทวดาอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้าเข้าร่วม คาดว่าอีกไม่นานหอไร้เทียมทานนี้ก็จะสามารถรวบรวมผู้มีความสามารถไว้ได้มากมายแน
“รับความไว้วางใจจากผู้อื่น ต้องรักภักดีต่องานของผู้อื่น”อันจูหมิงหยิบขวดยาออกมาจากอกเสื้อ พลางเอ่ยขึ้นว่า “นี่คือยาเม็ดที่ข้าปรุงให้ฮูหยิน ทานวันละหนึ่งเม็ด หลังอาหารเย็น ในนี้มียาสามสิบเม็ด หนึ่งเดือนต่อมา ฮูหยินก็จะหายดี!”หลังจากที่หวังหยวนและคนอื่น ๆ กลับมาเมื่อวาน ก็ให้เกาเล่อนำดอกหน้าผาชันมามอบให้อันจูหมิงเขาทำได้เพียงนำดอกหน้าผาชันกลับมา ส่วนการนำมาใช้เป็นยานั้นต้องอาศัยความสามารถของอันจูหมิงอีกทั้งอันจูหมิงก็ไม่ดื่มสุราเลย เพียงคืนเดียว ยาเม็ดนี้ก็ปรุงเสร็จ!“ยังต้องกินยาอีกหรือ?”หลิ่วหรูเยียนเดินมาด้วยสีหน้าจนใจ เมื่อเห็นขวดยาอันสวยงามประณีตก็ไม่รู้สึกสนใจแม้แต่น้อยเนื่องจากนางยังมีบาดแผล ทุกวันนี้จึงต้องดื่มยามากมาย ทำให้รู้สึกเบื่อหน่ายคิดไม่ถึงเลยว่าอาการป่วยของนางยังไม่หายดี แต่ปริมาณยากลับเพิ่มขึ้น ช่างน่าเจ็บใจนัก!หวังหยวนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “นี่คือสิ่งที่พวกเราแลกมาด้วยชีวิต เจ้าต้องกินให้ดี ไม่เช่นนั้นทั้งข้า เกาเล่อ และเฉินอวิ่นจะเสียแรงเปล่า”“เกิดอะไรขึ้น?”หลิ่วหรูเยียนเอ่ยถามด้วยความสงสัยส่วนอันจูหมิงที่อยู่ด้านข้างโบกมือ เมื่อคิดอะไรบางอย่างขึ
หวังหยวนใช้นิ้วเคาะเบา ๆ ที่หน้าผากของตน จากนั้นก็เอ่ยถามขึ้นส่วนเกาเล่อยกยิ้ม แล้วเอ่ยอย่างเฉยเมยว่า “นี่ก็เป็นเรื่องง่าย หากต้องการจะได้รับฉายาไร้เทียมทานย่อมต้องไปให้ถึงจุดสูงสุดของด้านนั้นๆ ต่อให้มีผู้เชี่ยวชาญมาสองคน พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องรับไว้ทั้งหมด สู้ให้พวกเขาทั้งสองประลองฝีมือกัน ผู้ใดแข็งแกร่งกว่า ผู้อ่อนแอกว่า ย่อมรู้ได้ในพริบตา!”“ท่านผู้นำคิดเห็นเช่นไรขอรับ?”หวังหยวนตบมือ เขาจะปฏิเสธได้อย่างไร?เขาก็คิดเช่นนี้เหมือนกันไม่ใช่หรือ?หากสามารถรวบรวมผู้ที่ไร้เทียมทานเหล่านี้มาอยู่เคียงข้างได้ เขาสามารถจินตนาการถึงภาพนั้นได้แล้ว!ต่อให้ภายภาคหน้าเขาจะไม่ได้เป็นเจ้าผู้ครองเมืองหลิงอีกต่อไป เพียงแค่หอไร้เทียมทานก็สามารถทำให้ผู้คนทั่วหล้ายังคงเคารพเขา และปกป้องแผ่นดินให้สงบสุขได้ด้วย!“ดื่มสุรา! ดื่มสุรา!”หวังหยวนอารมณ์ดียิ่งนัก เขายกจอกสุราขึ้น พลางโบกมือให้กับทุกคน ทุกคนจึงดื่มสุราตามเฉินอวิ่นไม่ได้ทำตัวเป็นคนนอก ในไม่ช้าก็สามารถเข้ากับทุกคนได้ดี ผู้ที่มีความสัมพันธ์อันดีที่สุดกับเขาคือไฉจวิ้นแม้ว่าไฉจวิ้นจะอายุน้อยกว่าเขามาก แต่ไฉจวิ้นมีนิสัยห้าวหาญ อีกทั้งยังไม่
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้”“อย่างไรเสีย ข้าก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ดื่มสุรากับท่านสักสองจอกที่นี่ก็ถือว่าได้สหายเพิ่มอีกคน”“แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าท่านเป็นใคร แต่ดูจากความร่ำรวยของท่านแล้ว ภายภาคหน้าหากต้องการเงินทอง ท่านคงเป็นผู้ช่วยที่ดี”ชายคนนั้นไม่เกรงใจ เขากล่าวอย่างไม่ใส่ใจหวังหยวนรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเนื่องจากไท่สื่อลี่ได้เตรียมงานเลี้ยงไว้แล้ว ทุกคนจึงมุ่งหน้าไปยังบ้านของไท่สื่อลี่อย่างไรเสีย หวังหยวนก็ไม่อยากดื่มสุรากับคนทั้งเผ่า ประสบการณ์ครั้งก่อนยังคงแจ่มชัด เขาไม่อยากจะประสบพบเจออีก...อีกอย่าง ครั้งนี้ที่ต้องการจะดื่มสุราก็เพราะชายตรงหน้าคนนี้คนผู้นี้ช่างลึกลับยิ่งนัก แต่มีความสามารถที่แท้จริง หวังหยวนเป็นคนชอบคนเก่ง หากสามารถทำให้คนผู้นี้มาทำงานให้ตนได้ ภายภาคหน้าย่อมเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการพัฒนาของเขา!“ไม่ทราบว่าท่านมีนามว่าอะไรหรือ?”ขณะที่ทุกคนกำลังเดินไปยังบ้านของไท่สื่อลี่ สายตาของหวังหยวนก็จับจ้องไปที่ชายคนนั้น“ท่านไม่ต้องสุภาพมากนักหรอก เรียกข้าว่าเฉินอวิ่นก็พอ”เฉินอวิ่นเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ เห็นได้ชัดตั้งแต่แรกว่าเขาเป็นคนคนพเนจร ไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์เฉินอ
หวังหยวนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเอ่ยว่า “ย่อมไม่เป็นเช่นนั้นแน่ เขามีวรยุทธ์ล้ำเลิศ แต่กลับแต่งกายเรียบง่าย นั่นก็พิสูจน์ได้ว่าเขาใช้เงินเท่าที่จำเป็น คาดว่าเงินทองส่วนเกินคงจะมอบให้ผู้อื่นไปหมดแล้ว”“นี่อาจจะเป็นความหมายของคำว่าคุณธรรมก็เป็นได้”“แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่สำคัญ หากต้องการจะพิชิตใจคนผู้นี้ ดูท่าแล้วคงต้องใช้ความคิดมากกว่านี้”เกาเล่อพยักหน้าเห็นด้วย เป็นเช่นนั้นจริงๆครึ่งชั่วยามผ่านไป ชายคนนั้นกระโดดลงมาจากที่สูงเพียงไม่กี่ครั้งก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกหวังหยวน ในมือของเขาถือเกสรดอกไม้ที่ส่องประกาย“นี่คือเกสรของดอกหน้าผาชันหรือ?”ดวงตาของหวังหยวนก็เป็นประกาย เขากำลังจะยื่นมือไปรับ แต่ชายคนนั้นหดมือกลับ“สหาย ท่านสัญญากับข้าว่าจะให้หนึ่งร้อยห้าสิบตำลึงทอง จ่ายเงินแล้วค่อยรับของ เช่นนี้ถึงจะถูกต้อง”“หากข้าไม่เห็นเงิน ข้าก็ไม่อาจมอบสิ่งนี้ให้ท่านได้”ชายคนนั้นมีท่าทีที่หนักแน่นหวังหยวนจึงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “หนึ่งร้อยห้าสิบตำลึงทองนั้นมากมายยิ่งนัก แต่สำหรับข้าแล้วนั้นไม่นับว่ามากมาย เพียงแต่ว่าข้าไม่ได้พกทองติดตัวมามากมายเพียงนั้น หรือว่าท่านจะติดตามข้าไปยังเผ่
ดังเช่นที่ชายคนนั้นได้กล่าวไว้ บนหน้าผาสูงตระหง่านแห่งนั้นช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!แม้ว่าเกาเล่อจะมีวรยุทธ์ล้ำเลิศและฝึกฝนอยู่เป็นประจำ แต่ก็ไม่อาจปีนป่ายหน้าผาได้!เมื่อครู่นี้เขาตั้งใจจะเสี่ยงอันตราย หากสามารถนำดอกหน้าผาชันกลับมาได้ย่อมเป็นเรื่องดีแต่หากไม่สำเร็จ คงต้องสูญเสียชีวิตไป...ในขณะที่เขากำลังจะเคลื่อนไหวผ่านจุดที่ยากลำบากที่สุด ก็เห็นชายคนนั้นมาถึงข้างกาย ใช้เถาวัลย์พันรอบเอวของเขา แล้วพาเขากลับลงสู่พื้นดินทุกอย่างราวกับความฝัน ทำให้เกาเล่อไม่อยากเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น!หลังจากที่ชายคนนั้นช่วยเหลือเกาเล่อแล้ว ก็ไม่ได้เสียเวลาพูดคุยกับพวกหวังหยวนอีก แต่กลับมุ่งหน้าไปยังหน้าผาอีกครั้ง!การเคลื่อนไหวนั้นช่างชำนาญยิ่ง ราวกับเป็นยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือ!ทั้งสองคนที่ยืนอยู่บนหน้าผารู้สึกราวกับกำลังชมการร่ายรำ เพียงแต่ว่าท่วงท่าอันงดงามนี้ หากเกิดความผิดพลาดเพียงครึ่งก้าวย่อมต้องแลกมาด้วยชีวิต!ผลลัพธ์ที่ตามมานั้นร้ายแรงยิ่งนัก!หวังหยวนและเกาเล่อสบตากัน เกาเล่อเอ่ยขึ้นว่า “ชาติที่แล้วเจ้านี่คงเกิดเป็นลิง ทักษะของเขาจะดีเยี่ยมปานนี้ได้อย่างไร? หรือว่าจะเป็นผู้มีวิชาที่เ
น่าเสียดาย หากต้องการเก็บเกสรดอกหน้าผาชันก็จำเป็นต้องมีทักษะอย่างแท้จริง!“ท่านรู้จักดอกหน้าผาชันด้วยหรือ?”หวังหยวนเอ่ยถามโดยไม่รู้ตัว“ย่อมต้องรู้จักสิ”“ท่านไม่อยากรู้หรือว่าข้ามาที่นี่เพื่ออะไร?”“ง่ายมาก! ข้าเองก็มาเพื่อดอกหน้าผาชันนี้เช่นกัน!”ชายคนนั้นกอดอกพูดคำพูดที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ“ท่านต้องการดอกหน้าผาชันไปทำอะไร?”หวังหยวนรีบถาม“แน่นอนว่าต้องนำไปแลกเงิน”“ดอกหน้าผาชันนับว่าเป็นสมุนไพรล้ำค่า ข้าต้องพึ่งพามันเพื่อหาทางอยู่รอด!”“ดอกหน้าผาชันหนึ่งดอกสามารถขายได้สิบตำลึงเงิน เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายทั้งเดือนของข้า!”หวังหยวนชะงักไปครู่หนึ่ง เพียงแค่สิบตำลึงเงินเองหรือ?“เหตุใดจึงมีราคาแต่ไม่มีคนขาย?”หากสามารถใช้เงินซื้อดอกหน้าผาชันในตอนนั้นได้ เขาจะลำบากเดินทางมาที่นี่เพื่ออะไร?บ่ายวันนี้ หวังหยวนได้แอบสอบถามมาแล้ว ปรากฏว่าในเผ่าไม่มีดอกหน้าผาชันแม้แต่ดอกเดียว!เขามีบารมีสูงส่งในเผ่า ผู้คนในเผ่าย่อมไม่หลอกลวงเขาหรือว่า...ชายตรงหน้าเขากำลังโกหก?“เหตุใดท่านมองข้าเช่นนี้?”“แน่นอนว่าดอกหน้าผาชันไม่ได้มีไว้ขายให้กับคนในเผ่า เพราะว่าพวกเขาไม่ต้องการสิ่งนี