นายหัวกลับจากสวนยางก่อนเวลาแปดโมงเช้าเล็กน้อยพอมาถึงก็รีบไปอาบน้ำก่อนจะออกมาอีกครั้งในเวลาไม่นาน
“หิวหรือยัง” เขาถามเพลงขวัญที่นั่งรออยู่บนโซฟารับแขกกลางห้อง
“ยังค่ะ”
“แต่ฉันหิวแล้ว” เขาเดินไปยังโต๊ะทานอาหารทำให้เพลงขวัญก็ต้องเดินตามไปด้วย
“นายหัวคะ หนูไปกินกับป้าแววและพี่บุหลันได้ไหม” เธอเกรงใจทั้งเจ้าของบ้านและลูกจ้างอีกสองคน
“กินด้วยกันนี่แหละ”
“แต่หนูเป็นลูกหนี้ของนายหัวคนอื่นรู้คงไม่ดีแน่” เพลงขวัญไม่อยากถูกคนอื่นมองไปในทางอื่น
“สถานะลูกหนี้จะเริ่มหลังจากเธอเรียนจบแต่ตอนนี้เธออยู่ที่นี่ในฐานะของคนที่ฉันต้องดูแลตามคำสั่งเสียของยายนวลปราง”
“แต่หนูว่า...”
“ถ้ายายเธอรู้คงเสียใจนะที่เธอกำลังจะขัดคำสั่งของท่าน” นายหัวอารัณย์อ้างถึงยายของเธอเพราะรู้ว่าเพลงขวัญจะต้องทำตาม
“ค่ะ”
หลังทานอาหารแล้วเพลงขวัญก็ช่วยบุหลันเก็บโต๊ะและกำลังจะล้างจานแต่นายหัวก็มาเรียกให้เธอให้ตามไปที่ห้องทำงาน
“เพลงไปก่อนนะคะ” หญิงสาวบอกบุหลันและป้าแววจากนั้นตัวเองก็รีบเข้าไปหานายหัวในห้องทำงาน
“นายหัวมีอะไรจะใช้หนูเหรอคะ”
“ไม่มี แค่อยากจะเรียกมาคุยนิดหน่อย”
“เรื่องบ้านของหนูใช่ไหมคะ”
“ก็ใช่ ฉันเพื่อนที่เป็นให้ตำรวจไปเก็บหลักฐานที่บ้านแล้วลายนิ้วมือตรงประตูเป็นของคนที่ฉันคิดไว้จริงๆ แต่เราเอาผิดอะไรไม่ได้เพราะหลักฐานมันอ่อนแล้วของในบ้านก็ไม่มีอะไรหาย”
“ค่ะ หนูเข้าใจ แต่นายหัวจะให้หนูอยู่ที่นี่ฟรีๆ เหรอคะ หนูเกรงใจนะ ถึงจะเป็นคำสั่งของยายก็เถอะ ให้หนูช่วยพี่บุหลันกับป้าแววทำงานก็ได้นะคะ”
“งานบ้านไม่ได้เยอะอะไร สองคนนั้นทำไหวอยู่แล้ว ปกติเธออยู่บ้านทำอะไรบ้าง”
“หนูรับงานพิสูจน์อักษรและก็งานแปลค่ะ”
“แล้วทำทุกวันไหม”
“ก็แล้วแต่ช่วงค่ะ แล้วแต่คนจ้าง”
“แล้วช่วงนี้มีงานไหม”
“หนูเพิ่งรับงานใหม่มาเมื่อวานค่ะ”
“ถ้ามีงานเธอก็ทำงานของเธอไป”
“แล้วนายหัวมีงานอะไรให้หนูช่วยไหมคะ”
“ช่วงนี้ยังไม่มี แต่ถ้าเป็นช่วงสิ้นเดือนงานก็จะเยอะหน่อย เอาไว้ถ้าฉันอยากให้ช่วยฉันจะบอกก็แล้วกัน”
“ค่ะ นายหัวคะ วันนี้หนูขอกลับไปเอาของที่บ้านได้ไหมคะ”
“ได้สิ เดี๋ยวฉันไปส่ง”
“หนูเกรงใจ”
“แล้วเธอจะกลับยังไง ขับรถเป็นไหมล่ะ”
“ไม่เป็นค่ะ”
“งั้นวันนี้ฉันจะไปส่งเก็บของก่อน แล้วถ้าว่างจะสอนขับรถให้ ในโรงรถมีอีกคันที่ไม่ค่อยได้ใช้”
“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ หนูมีจักรยาน”
“แล้วมันขี่เข้าเมืองหรือไปไกลๆ ได้ไหมล่ะ ที่ฉันจะสอนให้เพราะบางครั้งฉันอาจให้เธอไปทำธุระให้ฉันบ้าง”
“ค่ะ”
นายหัวอารัณย์ขับรถมาส่งเพลงขวัญระหว่างรอเพลงขวัญเก็บของเขาก็สำรวจไปรอบๆ และคิดว่าถ้าเธอเรียนจบและกลับมาอยู่ที่นี่ก็คงจะต้องปรับปรุงอีกมากและคงต้องทำรั้วให้มิดชิดมากกว่าเดิม แต่นั่นก็ยังอีกตั้งสองปี ถึงตอนนั้นหญิงสาวอาจจะไม่อยากกลับมาอยู่ในที่แบบนี้ก็ได้
“เสร็จแล้วค่ะนายหัว” เพลงขวัญมีของไม่เยอะเพราะของใช้ส่วนใหญ่เธอไม่ได้เอามาจากกรุงเทพด้วย
“ไม่ลืมอะไรแล้วใช่ไหม รีบกลับไปทำงานหรือเปล่า พอดีฉันต้องเข้าไปโรงงาน” เขาเพิ่งได้รับสายจากชลทีผู้จัดการโรงงานที่โทรมาแจ้งเรื่องบริษัทใหม่ที่อยากจะสั่งซื้อยางแปรรูปจากโรงงานของเขา
“ไม่รีบค่ะ หนูไปกับนายหัวก่อนก็ได้”
เขามาเธอมายังโรงที่ตั้งอยู่อีกด้านของสวนยางพาซึ่งเป็นโรงงานขนาดใหญ่ที่รับน้ำยางจากชาวบ้านและสวนใกล้เคียงมาแปรรูปเป็นยางแผ่นและยางแผ่นรมควันก่อนจะส่งออกไปยังโรงงานต่างๆ อีกที
“ลงมาด้วยกันไหม ฉันจะแนะนำให้รู้จักกับผู้จัดการโรงงาน”
“ได้ค่ะ” เพลงขวัญรีบลงจากรถและเดินตามเขาเข้าไปในส่วนของสำนักงานที่ตั้งอยู่ทางด้านหน้าของโรงงาน
เขาแนะนำให้เธอรู้จักกับชลทีจากนั้นก็ให้เธอนั่งรอขณะที่เขาคุยงานกับชลที เพลงขวัญฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างแต่ก็นั่งฟังจนจบ
พอคุยงานเสร็จเขาก็พากลับมาที่บ้านจากนั้นเธอก็ขอตัวไปจัดของและนั่งทำงานจนถึงเวลาอาหารกลางวันก็ออกมาทานพร้อมกับเขา แล้วก็เข้าไปทำงานต่อและกลับออกมาช่วยป้าแววทำกับข้าวสำหรับมื้อเย็น
“ไม่น่าเชื่อว่าจะทำแกงไตปลาเป็นนะ”
“ยายสอนมาค่ะป้าแวว แต่ไม่รู้ว่ารสชาติจะเหมือนที่ยายไหม ป่าแววลองชิมให้หน่อยสิคะ”
“อืม ใช้ได้เลย ป้าว่ารสชาติเหมือนยายของหนูทำเลย”
“จริงเหรอผ้า บุหลันขอลองชิมบ้าง”
“เหมือนจริงๆ ด้วย แบบนี้น้องเพลงจดสูตรไว้แล้ว อร่อยๆ แบบนี้หากินได้ยากมาก”
“มันอร่อยจริงๆ ใช่ไหม ไม่ใช่ว่าแกล้งชมกันนะพี่บุหลัน”
“อร่อยสิ แต่ถ้าไม่เชื่อเดี๋ยวให้นายหัวตัดสินก็ได้นะ”
“เพลงนึกว่าเราจะทำกินกันเอง ถ้ารู้ว่าต้องให้นายหัวด้วยเพลงไม่อาสาทำหรอกนะคะ”
“นี่มันของโปรดของนายหัวเลยนะ แต่น่าเสียดายที่วันนี้ไม่มีขนมจีน แต่ไม่เป็นไร ถ้าหนูเพลงทำถูกใจเดี๋ยวมื้อต่อไปค่อยเตรียมขนมจีนมาด้วย” ป้าแววที่รู้ใจนายหัวมากกว่าใครพูดขึ้น หญิงสูงวัยคิดว่าแกงไตปลารสชาตินี่นายหัวจะต้องชอบเพราะมันเหมือนกันรสชาติที่ยายนวลปรางทำอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
“ป้าแววคะ หนูว่าแกงนี่เรากินกันเองเถอะค่ะ แล้วของนายหัวให้ป้าแววทำใหม่ดีกว่าไหมคะ”
ไม่มีใครสนใจฟังคำขอของเพลงขวัญเลยสักคนเพราะตอนนี้แกงไตปลารสชาติจัดจ้านตั้งอยู่บนโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว
“เพลงขวัญมากินด้วยกันสิ”
“ค่ะ” เพราะรู้ว่าปฏิเสธไปก็เท่านั้นเพลงขวัญเลยไม่อยากปฏิเสธให้เหนื่อย
“แกงไตปลาวันนี้รสชาติดีมากเลยนะป้าแววได้สูตรใหม่มาเหรอ” นายหัวอารัณย์เอ่ยชมและตักเข้าปากติดกันหลายช้อนด้วยความอร่อย
“อร่อยจริงๆ เหรอคะนายหัว” เพลงขวัญถาม
“อือ เธอลองกินสิ แต่มันจะเผ็ดไปสำหรับเธอหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ เคยกินหรือเปล่าล่ะ”
“หนูเป็นคนใต้นะคะนายหัวไม่เคยกินก็แปลกแล้วค่ะ” หญิงสาวพูดแล้วยิ้มก่อนจะตักแกงไตปลาฝีมือตัวเองเข้าปาก
“เสียดายวันนี้ไม่มีขนมจีนนะ”
“เอาไว้ครั้งหน้าป้าจะเตรียมขนมจีนไว้นะคะ ถ้าหนูเพลงยังอยู่ที่นี่นายหัวก็จะได้กินบ่อยๆ”
“มันเกี่ยวกับเพลงขวัญยังไงล่ะป้า” นายหัวอารัณย์หันมาถามแม่ครัวด้วยความสงสัย
“ก็แกงรสชาติแบนนี้ป้าทำได้ที่ไหนล่ะ ที่นายหัวกินอยู่นั้นฝีมือหนูเพลง”
“ผมไม่อยากจะเชื่อ เด็กสมัยใหม่จะทำแกงใต้ได้อร่อยแบบนี้ บางทีอาจจะแค่บังเอิญก็ได้นะ”
“ถ้านายหัวไม่เชื่อเดี๋ยวพรุ่งนี้หนูจะทำให้กินอีกรอบ ถ้ามันยังอร่อยเหมือนเดิมนายหัวต้องเลิกหาว่าหนูยังเด็ก”
“ได้สิ แต่ขอเป็นอาทิตย์หน้านะ ฉันจะชวนเพื่อนฉันมากินด้วย อย่าทำให้ฉันขายหน้าล่ะ”
“รับคำท้าค่ะ” เพลงขวัญมองหน้าเขาด้วยความมั่นใจเพราะแกงรสชาตินี้เธอทำมาตั้งแต่เริ่มฝึกทำอาหารกับยาย
เพลงขวัญมาอยู่ที่บ้านของนายหัวครบหนึ่งสัปดาห์แล้ว หญิงสาวช่วยงานป้าแววและบุหลันบ้างเวลาที่นายหัวไม่อยู่ เพราะไม่อยากจะทำตัวเป็นคุณหนูที่มาอยู่บ้านเขาแล้วไม่ช่วยหยิบจับอะไรเลย แต่ถ้านายหัวอยู่บ้านเธอก็จะเข้าห้องและนั่งทำงานของตนเองไปเงียบๆ และวันนี้ก็ครบกำหนดที่เธอจะต้องทำแกงไตปลาให้กับนายหัวอารัณย์ทานอีกครั้ง หญิงสาวตั้งใจปรุงรสชาติให้ออกมาใกล้เคียงกับวันนั้นให้มากที่สุด “ป้าแววว่ารสชาติเหมือนเดิมไหมคะ” “เหมือนจ้ะ” “พี่ก็ว่าเหมือนนะ”“โล่งอกไปทีค่ะ” เพลงขวัญถอดหายใจด้วยความโล่งอก ทั้งสามคนช่วยกันจัดโต๊ะอาหารซึ่งเสร็จทันเวลาที่นายหัวกับเพื่อนมาถึงบ้านพอดี “น่ากินมากเลยนะบุหลัน” วริศผู้จัดการสวนและพ่วงตำแหน่งหัวหน้าคนงานเอ่ยชมเพราะตอนนี้มีแค่บุหลันยืนรออยู่ที่โต๊ะอาหารเพียงคนเดียว “ไม่ใช่ฝีมือบุหลันหรอกค่ะ คุณวริศ บนโต๊ะนั่นฝีมือป้าแววกับน้องเพลง” “แล้วเพลงขวัญไปไหนแล้วล่ะ” นายหัวอารัณย์ถาม เขาอยากจะแนะนำเพลงขวัญให้รู้จักกับผู้จัดการสวนยางเอาไว้เพราะอาจจะได้เจอกันบ้างถ้าเธอยังอยู่ที่นี่ “
นายหัวอารัณย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วพยายามดึงให้เพลงขวัญที่นอนอยู่บนเตียงลุกขึ้น เพราะถ้าขืนเธอยังนอนอยู่แบบนั้นเขาก็คงห้ามใจตัวเองไม่อยู่ “เพลงก็ไม่ได้อยากเป็นเมียนายหัวเหมือนกัน บอกเลยใช่สเปก เพลงไม่อยากมีผัวแก่” หญิงสาวเถียงเขากลับ “ไม่อยากแต่ก็มายั่วถึงห้อง” “ยั่วที่ไหน เพลงก็แค่อยากมาคุยด้วยแล้วก็จะกลับ” หญิงสาวลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแต่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ก็ทำให้เธอยืนไม่ค่อยตรงจนที่ยืนอยู่ต้องรีบเข้ามาประคอง อารัณย์โอบร่างของเธอไว้หลวมๆ กลิ่นกายสาวที่เข้าปะทะจมูกทำให้เขารู้สึกร้อนรุ่มขึ้นได้อย่างง่ายดาย ในหัวนึกไปถึงเรื่องที่ตนเองฝันเมื่อครั้งก่อนแล้วก็ไม่อยากจะให้เธอกลับไปที่ห้องอย่างที่ปากพยายามบอก “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว” “เปลี่ยนใจอะไรคะ” เธอเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาหวานเยิ้ม “ก็เปลี่ยนอยากจะลองมีเมียเด็ก อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะอร่อยอย่างที่พูดไหม” “ไม่นะเพลงไม่อยากเป็นเมียนายหัว อื้อ...” เพลงขวัญครางในลำคอและพยายามสะบัดหน้าหนีริมฝี หนาที่กดจูบลงมาบนเรียวปากอิ่ม ชายหนุ่มใช้มือใหญ่บีบปลาย
นายหัวหนุ่มส่งเธอให้สุขสมอีกครั้ง แล้วเขาก็รีบจัดการกับเสื้อผ้าของตนออก ก่อนจะเปิดลิ้นชักควานหาถุงยางอนามัยที่ซื้อเก็บไว้ จากนั้นก็รีบสวมมันลงบนท่อนเอ็นร้อน กดคลึงตัวตนลงบนกลีบกุหลาบที่เคลือบไว้ด้วยน้ำหวานใสกดเข้าไปช้าๆ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็นไปอย่างที่ต้องการ“นายหัว ไม่ไหว เพลงเจ็บ”“อย่าเกร็งสิเพลง” เขาก้มลงจุมพิตเธออย่างแผ่วเบา ส่วนมือร้อนทั้งสองข้างเคล้นคลึงอยู่บนอกอวบเบี่ยงเบนความสนใจ พอเห็นว่าเพลงขวัญเคลิบเคลิ้มก็กดตัวตนเข้าไปพรวดเดียวอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ จนในที่สุดท่อนเอ็นก็เข้าไปในกลางกายสาวลึกสุดโคน “อ๊าย!...” เพลงขวัญร้องสุดเสียงด้วยความเจ็บปวดรู้สึกราวกับร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยง“ไม่เอาแล้วนายหัว เพลงไม่เอาแล้วเอาออกไปนะคะ”เธอร้องโวยวายขณะที่น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลอาบสองแก้ม แต่เมื่อเดินทางมาถึงขั้นนี้แล้วอารัณย์ไม่มีทางจะถอยออกอย่างแน่นอน“ทำไมไม่บอกว่ายังไม่เคย”ชายหนุ่มไม่คิดมาก่อนว่าหญิงสาวจะยังไม่ผ่านมือชายเพราะดูท่าทางและการแต่งตัวแล้วเขาคิดว่าเธอนั้นไม่ใช่สาวบริสุทธิ์อย่างแน่นอนเมื่อเธอนิ่งไม่ยอมตอบเขาก็เริ่มขยับตัวทีละนิดเพราะถ้าย
เพลงขวัญนอนหมดแรงอยู่ในอ้อมกอดของนายหัวอารัณย์จนกระทั่งแสงทองของเช้าวันใหม่จับที่เส้นขอบฟ้า ปกติแล้วนายหัวหนุ่มจะต้องออกไปดูคนงานกรีดยางตั้งแต่เช้าแต่วันนี้เขากลับยอมทิ้งงานเพราะไม่อยากจะลุกจากที่นอนเลยสักนิดเขามองหน้าหญิงสาวที่พยายามจะเว้นระยะห่างกับเธอให้มากที่สุดแต่แล้วก็พ่ายแพ้ต่อความต้องการของตนเองจนได้ อารัณย์ไม่รู้ว่าหญิงสาวตื่นขึ้นมาแล้วจะโกรธ จะร้องไห้หรือจะโวยวายมากน้อยแค่ไหน แต่ก็ทำใจไว้ระดับหนึ่งแล้ว ไม่ว่าเธอจะตื่นมาด้วยอารมณ์แบบไหนเขาก็พร้อมจะรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองทำลงไปเพลงขวัญที่ขยับตัวไล่ความปวดเมื่อยก่อนจะลืมตื่นขึ้นแล้วพบว่าตนเองนอนกอดร่างเปลือยเปล่าของใครบางคนอยู่ เธอรีบขยับตัวลุกนั่งแล้วก็ตาเบิกโพลงเมื่อเห็นว่าตนเองกอดอยู่กับนายหัว“นายหัว” หญิงสาวรีบขยับหนีแล้วดึงผ้าห่มออกมาคลุมตัวนั่นยิ่งทำให้ผ้าห่มฝั่งของนายหัวขยับออกทีละนิด“เพลงขวัญถ้าไม่อยากให้ฉันจับเธอกินตั้งแต่เช้าก็อย่าดึงผ้าห่มไปแบบนั้น”“นายหัวเข้ามาห้องเพลงได้ยังไง แล้วนายหัวทำไม่นอนโป๊แบบนี้”“ดูดีๆ ว่านี่ห้องใคร”เพลงขวัญมองไปรอบๆ ห้องแล้วหันมองหน้านายหัว เมื่อคืนเธอจำได้ว่าหลั
ในอำเภอที่เพลงขวัญอยู่ไม่มีร้านซ่อมคอมพิวเตอร์เลยสักร้านหญิงสาวเลยคิดจะเข้าไปในเมืองเพราะเคยเอาไปซ่อมอยู่ครั้งหนึ่ง เธอรีบเก็บของสำหรับนอนค้างที่นั่นหนึ่งคืนเผื่อว่าโน้ตบุ๊กจะซ่อมเสร็จไม่ทันรถเที่ยวสุดท้าย “น้องเพลงจะไปไหนคะ” บุหลันที่กำลังทำความสะอาดบ้านอยู่ก็ถามด้วยความแปลกใจเพราะปกติแล้วเพลงขวัญไม่ค่อยออกไปไหนโดยเฉพาะเวลากลางวันแบบนี้ “เพลงจะเข้าเมืองค่ะพี่บุหลันว่าจะเอาโน้ตบุ๊กไปซ่อม ไม่รู้จะเสร็จทันไหมก็เลยเอากระเป๋าเสื้อผ้าไปเผื่อด้วยถ้าไม่เสร็จก็คงจะหาเช่าห้องพักรายวันรอค่ะ” “มันซ่อมหลายวันเลยเหรอ” บุหลันไม่ค่อยเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ก็ถามขึ้น อีกอย่างเธอก็เห็นว่าเพลงขวัญมีท่าทีแปลกตั้งแต่เช้าก็รู้สึกเป็นห่วง “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ก็เผื่อไว้ก่อน ระหว่างรอซ่อมเพลงก็จะหาร้านอินเทอร์เน็ตแถวนั้นทำงานไปก่อน ดีกว่ากลับมารอที่บ้านแล้วงานไม่เดินเลยค่ะ เพลงฝากพี่บุหลันบอกนายหัวด้วยนะคะ” “พี่ว่าเพลงไปบอกเองดีไหม นายหัวอยู่ในห้องทำงาน” “เพลงกลัวไม่ทันรถลุงจวบค่ะพี่บุหลัน รบกวนพี่บุหลันด้วยนะคะ” “ได้ งั้นเพลงรีบไ
นายหัวอารัณย์พาเพลงขวัญมายังร้านจำหน่ายสินค้าไอทีเขาให้เธอเลือกโน้ตบุ๊กรุ่นที่ชอบโดยไม่ต้องสนใจราคาเพราะมันเป็นเครื่องมือที่เธอทั้งเรียนและทำงาน ซึ่งเพลงขวัญก็เห็นด้วยกับแต่ก็ยังรู้สึกเกรงใจ “เพลงว่าเอารุ่นที่ต่ำกว่านี้ก็ได้นะคะนายหัว” “ทำไมกลัวฉันไม่มีจ่ายเหรอ” “เพลงรู้ว่านายหัวรวยมาก งั้น้พลงเอารุ่นนี้ค่ะ เอาเมาส์ด้วยนะคะ แต่ไม่เอาตัวที่แถมให้นะคะ เพลงอยากได้ตัวที่แพงๆ หน่อยค่ะ อ้อ เอาแผนรองเมาส์ที่คนเล่นเกมชอบใช้ด้วยนะคะ” ในเมื่อเขาอยากจะจ่ายเพลงขวัญก็ไม่ขัดศรัทธา “เอาอะไรเพิ่มอีกไหม” “ไม่ค่ะ” “งั้นก็ไปหาอะไรกินเถอะฉันหิวแล้ว” “ทางร้านเขาจะย้ายข้อมูลให้ด้วยไหมคะ เพลงมีรูปที่ถ่ายกับครอบครัวอยู่ในนั้น” “อือ ฉันบอกให้แล้ว” กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก็เป็นเวลาสี่โมงเย็นระหว่างนั้นทั้งสองคนก็ไปนั่งรอที่ร้านกาแฟ พอทางร้านย้ายข้อมูลและลงโปรแกรมเสร็จก็โทรตามให้ไปรับ “เรารีบกลับกันเถอะค่ะ เพลงมีงานต้องรีบส่ง” เพลงขวัญรีบบอกเมื่อเห็นท่าทางของนายหัวไม่ได้รีบร้อนเลยสักนิด “ฉันขี
นายหัวหนุ่มทนนอนอยู่ในห้องคนเดียวต่อไปไม่ไหว ถ้าหากคืนนี้เขาไม่ได้ปลดปล่อยมีหวังได้อกแตกตายแน่ๆ พอเขาเดินออกมาจากห้องนอนอีกครั้งก็พบว่าตอนนี้เพลงขวัญทำงานเสร็จแล้วและเธอกำลังเก็บของเหมือนกำลังจะออกไปจากที่นี่เพราะดูจากชุดที่สวมแล้วมันไม่ใช่ชุดนอนที่เธอสวมอยู่ก่อนหน้านี้ “เก็บของเตรียมจะหนีฉันใช่ไหมเพลงขวัญ” นายหัวอารัณย์พูดด้วยอารมณ์โมโหอย่างสุดขีดที่เห็นว่าเธอกำลังจะหนี “เปล่านะคะ” เพลงขวัญรีบปฏิเสธแล้ววางกระเป๋าลงบนโต๊ะเล็กๆ หน้าโซฟา “ก็เห็นอยู่ยังจะเถียงนะ มานั่งคุยกันตรงนี้” เขานั่งลงบนโซฟาตัวยาวแล้วตบเบาะข้างๆ ให้เธอตามมานั่ง แต่พอเธอเดินมาใกล้ชายหนุ่มรวบคนที่ตัวเล็กกว่าให้มานั่งอยู่บนตักของตนเอง “ปล่อยเพลงนะคะนายหัว” “ปล่อยเพื่อให้เธอหนีฉันไปเหรอเพลง” เพลงขวัญนั่งตัวสั่นอยู่ในอ้อมแขนของเขาเพราะเขาไม่เคยเรียกเธอด้วยชื่อเล่นแบบนี้มาก่อนนั่นก็อาจแสดงว่าตอนนี้เขาคงกำลังโกรธเธอมาก “ฉันว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องคุยกันนะ แล้วก็ไม่ต้องบอกว่าห้ามพูดถึงเรื่องเมื่อคืนอีก” “เพลงคุยกับน
เพลงขวัญคล้อยตามรสจูบที่เขาบรรจงมอบให้ ลิ้นเล็กเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นใหญ่หยอกล้อกันเป็นพัลวันอย่างไม่มีใครยอมแพ้ จูบที่เนิ่นนานเร่าร้อนและหนักหน่วงขึ้น มือใหญ่ที่ประคองศีรษะอยู่เลื่อนมาสอดใต้เสื้อยืด สองมือกอบกุมเต้าเต่งตึงผ่านบราลูกไม้ก่อนจะเอื้อมไปปลดตะขอออกแล้วดึงทั้งเสื้อยืดและบราเซียออกไปอย่างรวดเร็วโดยที่หญิงสาวไม่ได้คัดค้าน “ตรงนี้เป็นของฉันคนเดียวนะเพลง” เขาจ้องมองหน้าอกอวบด้วยสายตาที่หื่นกระหายอย่างปิดไม่มิด เพลงขวัญอายจนหน้าแดงเมื่อเขาค่อยๆ ก้มลงไล้ปลายลิ้นไปยังเนินอก ขณะที่สายตาก็เสยขึ้นมาสบกับตาคู่สวย เธอเห็นความปรารถนาในสายตาเขาแล้วก็ขนลุกไปทั่วทั้งตัว “เพลงจะเป็นของนายหัวคนเดียว” เสียงหวานตอบก่อนจะหงายศีรษะไปทางด้านหลังเมื่อปากร้อนเข้าดูดกลืนสลับกับรัวลิ้นลงบนปลายยอดเขาทำทั้งสองข้างอย่างไม่น้อยหน้า ขณะที่อีกมือก็ไต่ลงไปเอวคอดก่อนจะปลดกระดุมกางเกงยีนออกรูดซิปลง และดึงกางเกงออกไปทางเรียวขาทั้งที่ปากยังคงดูดกลืนไม่ยอมปล่อย มือหยาบกร้านลูบไล้ไปตามเรียวขาก่อนจะค่อยๆ จับให้แยกออก นายหัวหนุ่มแทรกกลางหว่างขาและนั่งคุกเข่าบนพื้นพรม
ทางด้านนายหัวอารัณย์หลังจากคุยกับเพลิงแล้วเขาก็กลับไปที่บ้านของตนเอง เพราะอยากให้เพลงขวัญได้พักผ่อน เขารอจนกระทั่งถึงเวลาเย็นจึงขับรถเข้ามาหาเธอ แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อทั้งบ้านมืดสนิทเขาตะโกนเรียกเท่าไหร่หญิงสาวก็ไม่เปิดประตูชายหนุ่มเดินเข้าเปิดไฟที่ห้องรับแขกก่อนจะเดินเข้าไปตามเพลงขวัญในห้องนอน แต่แล้วพอเขาเปิดเข้าไปข้างในก็ต้องใจหายเมื่อพบว่าห้องนั้นว่างเปล่าและข้าวของบางอย่างมันหายไป นายหัวพยายามโทรหาเพลงขวัญแต่โทรเท่าไหร่ก็ไม่ติด เขาคิดว่าเธอน่าจะยังไปไหนไม่ไกลอย่างมากก็น่าจะแค่ในเมืองและทางเดียวที่จะเข้าเมืองได้ก็คือการนั่งรถลุงจวบเข้าไปเขารีบไปยังร้านป้านงค์ซึ่งอยู่ติดกับท่ารถเพื่อถามว่ามีใครเห็นเพียงขวัญบ้างไหม แต่ก็ไม่มีใครเห็นเพราะช่วงที่เพลงขวัญโบกรถชาวบ้านไปนั้นป้านงค์ก็กำลังวุ่นวายอยู่กับการขายของ“แล้วคนอื่นล่ะครับมีใครเห็นไหม”“ลุงไม่แน่ใจเท่าไหร่นะเพราะลุงสายตาไม่ดี แต่ช่วงสายๆ ลุงเห็นผู้หญิงคนหนึ่งโบกรถชาวบ้านที่จะเข้าในเมือง“ขอบคุณครับลุง” นายหัวอารัณย์กล่าวขอบคุณและคิดว่าผู้หญิงที่ลุงคนนี้บอกน่าจะใช่เพลงขวัญเขารีบขับรถเข้าไปในตัวจังหวัด ตามหาเพลงขวัญทั
นายหัวอารัณย์มองคนที่หลับสนิทแล้วได้แต่ส่ายหน้าถ้าวันนี้เขามาไม่ทันคนที่เธอร่วมรักอย่างบ้าคลั่งก็น่าจะเป็นนายหัววาทิต คิดแล้วก็รู้สึกเจ็บใจว่าทำไมพี่ชายของเธอจึงทำกับเธอแบบนี้เขาน่าจะมองออกและเตือนเธอให้ระวังตัวแต่เพราะคิดว่าเพลิงเป็นพี่ชายของเธอเป็นครอบครัวของเธอจึงไม่ได้ระแวงอะไรเลยสักนิดนายหัวหนุ่มเดินเข้าห้องน้ำจัดการชำระล้างร่างกายของตนเองจากนั้นใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กชุบน้ำมาเช็ดเนื้อตัวเพลงขวัญให้สะอาด เขานอนกอดเธอด้วยความหวงแหนก่อนจะออกจากบ้านของเธอในตอนเช้านายหัวอารัณย์ให้คนช่วยตามาพี่ชายของเพลิงขวัญเพื่อจะถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่ามันเป็นแผนของเขาหรือนายหัววาทิตกันแน่“นายทำแบบนี้ได้ยังไงเพลิงนั้นน้องสาวนายนะ”“ผมไม่ทางเลือกที่ไหนล่ะนายหัว คนอย่างผมเรียนก็ไม่ได้สูง หางานทำก็ลำบากแล้วพอมีคนมาเสนอเงินให้ถึงสองล้านถ้าไม่รีบคว้าไว้ผมก็โง่เต็มที”“เพลงขวัญมาได้ยินเธอคงเสียใจมาก นายรู้ไหมว่าเธอดีใจมากแค่ไหนที่นายกลับมานายเป็นครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่”“ผมก็แค่อยากให้น้องสบาย นายหัววาทิตเขาชอบเพลงขวัญมาก ผมก็แค่อยากช่วยให้เขาได้สมหวัง”“นายนี่มันเห็นแก่ตัวและเห็
หลังจากไปส่งเพลงขวัญที่บ้านแล้วนายหัวอารัณย์ก็เข้ามาซื้อของที่ร้านประจำในตัวอำเภอขณะกำลังจะกลับก็เห็นพี่ชายของเพลงขวัญนั่งอยู่กับชายอีกสามคนที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง เขาแปลกใจมากเพราะเพลงขวัญบอกว่าเย็นนี้พี่ชายของตนเองก็จะอยู่ที่บ้านด้วย เขาเข้าไปนั่งมุมหนึ่งในร้านแล้วเรียกเด็กเสิร์ฟมาคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกของคนงานในสวนยางพารา “นายเพลิงกับเพื่อนมากันนานหรือยังต้อม” “มาตั้งแต่บ่ายแล้วครับนายหัว” “เราพอจะรู้ไหมว่าเขาคุยอะไรกัน” “ผมไม่ใจนะครับว่าฟังถูกหรือเปล่า บางทีอาจจะหูฝาด” “ไหนลองเล่ามาสิว่าเขาพูดว่าอะไร” “เขาบอกว่าวันนี้จะได้เงินหนึ่งล้าน พอเพื่อนเขาถามเขาก็หัวเราะแล้วก็บอกว่าเขาขายน้องสาว ผมเลยคิดว่าตัวเองน่าฟังผิด” “ขอบใจนะต้อม” นายหัวควักธนบัตรในละหนึ่งพันบาทให้กับเด็กหนุ่มแล้วรีบออกจากร้านเพราะคิดว่าน่าจะเกิดอันตรายกับเพลงขวัญแน่ๆ แต่ด้วยความรีบร้อนจึงชนกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ลานจอดรถ “ขอโทษครับ” นายหัวหนุ่มรีบกล่าวขอโทษ แล้วพอเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าคนที่ตัวเองชนคือปุยฝ้ายเพื่อนสมัยเรียนของตน
วันนี้นายหัวอารัณย์มีนัดคุยกับเพื่อนที่สวนปาล์ม เขาเลยพาเพลงขวัญนั่งรถมาด้วย หลังจากคุยงานเสร็จก็เลยพาเธอไปยังน้ำตกแห่งหนึ่งที่อยู่ระหว่างทาง ซึ่งน้ำตกแห่งนี้ไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่เพราะอยู่ห่างไกลจากบ้านเรือนประชาชนอีกทั้งการเดินทางเข้ามาที่นี่ยังต้องใช้รถที่ขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้นแต่มันไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาเลย “เพลงเพิ่งรู้ว่าแถวนี้มีน้ำตกด้วย” หญิงสาวบอกกับนายหัวหลังจากลงมานั่งบนโขดหินและหย่อนเท้าลงในน้ำเย็นเฉียบ เธอเคยไปน้ำตกที่อื่นมาบ้างแล้วแต่เพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก “ไม่ค่อยมีคนรู้จักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่คนอื่นๆ เขาจะไปน้ำตกอีกที่ซึ่งมันเดินทางสะดวกกว่านี้”“แล้วทำไมนายหัวถึงพาเพลงมาที่นี่ล่ะคะ เพลงว่ามันเปลี่ยวมาก”“ก็เพราะมันเปลี่ยวและมีความเป็นส่วนตัวไงล่ะฉันถึงอยากพาเธอมาที่นี่”“เรื่องที่เราจะคุยกันมันไม่ได้เป็นความลับมากขนาดนั้นสักหน่อยนายหัวไม่ต้องพามาที่แบบนี้ก็ได้”“ทำไมเธอกลัวอะไรเพลง”“เปล่าค่ะ เพลงก็แค่ไม่ค่อยชอบบรรยากาศเท่าไหร่มันดูวังเวงยังไงก็ไม่รู้”“ไม่ต้องกลัวหรอกน่าอยู่กับฉันเธอจะกลัวอะไร เอาล่ะเธอลองเล่าเรื่องที่พี่ชายเธอคุยกั
“นายบอกฉันว่าน้องสาวนายไม่มีแฟนแล้วนั่นมันยังไงกันทำไมเธอถึงมากับนายหัวอารัณย์ได้ล่ะเพลิง” นายหัววาทิตมองเพลงขวัญที่เดินออกจากร้านกาแฟมาพร้อมกับนายหัวอารัณย์ด้วยความไม่พอใจ “เรื่องนี้ผมอธิบายได้ครับนายหัววาทิต เพลงก็แค่ไปช่วยงานนายหัวที่บ้านนายหัวอารัณย์เท่านั้นเอง”“แค่ช่วยงานอย่างเดียวเหรอ”“ครับ ผมถามแล้วน้องผมไม่ได้คิดอะไรกับนายหัวเลย”“น้องนายไม่ได้คิดแต่ฉันเห็นนะสายตานายหัวอารัณย์ที่มันมองเพลงขวัญฉันว่าเรื่องนี้เราช้าไม่ได้แล้วล่ะ”“แล้วนายหัวจะเอายังไงละครับ”“ฉันให้เวลาอีกสองวันนะ”“ได้ครับไม่มีปัญหา แล้วเย็นนี้นายหัวจะไปกินข้าวที่บ้านผมอยู่ไหม”“ไปสิฉันก็อยากทำความรู้จักเธอไว้ก่อนถึงวันนั้นเธอจะได้ไม่ตกใจมาก”“แล้วเรื่องนี้เมียนายหัวจะไม่เข้ามายุ่งใช่ไหม”“ปุยฝ้ายเหรอไม่มีทางรู้เรื่องนี้หรอก”“แต่น้องผมต้องกลับไปเรียนนะครับ”“จะเรียนทำไมเป็นเมียฉันไม่ต้องเรียนหรอกแค่ทำหน้าที่บนเตียงให้ดีก็พอ”“แล้วนายจะอยู่กับน้องสาวอีกกี่วัน”“ก็คงจะถึงวันที่นายหัวจะลงมือนั่นแหละครับ ว่าแต่เงินงวดที่สองนายหัวจะให้ผมเมื่อไหร่”“แม้แต่มือของน้องสาวนายฉันยังไม่ได้จับจะมาทวง
หลังจากทานอาหารเย็นกับพี่ชายแล้วเพลงขวัญก็มานั่งดูทีวีต่อที่ห้องรับแขก เธอลังเลว่าจะถามถึงเงินหนึ่งล้านที่พี่ชายเอามาใช้หนี้นายหัวดีไหม เพราะกลัวว่าพี่ชายจะไปทำอะไรที่ผิดกฎหมายมาหรือเปล่าแต่อีกใจหนึ่งก็กลัวพี่ชายจะโกรธที่เธอไปกล่าวหาถ้าหากเงินนั้นหามาด้วยความสุจริต “มีอะไรจะถามพี่ใช่ไหม” เพลิงเห็นว่าน้องสาวของตนเอาแต่จ้องหน้าก็ถามขึ้นเพราะคิดว่าตอนนี้เพลงขวัญคงอยากจะถามอะไรเขาหลายๆ ถึงเรื่องราวที่เขาหายไปนาน ซึ่งตัวเขาก็มีเรื่องที่จะถามน้องสาวอยู่เหมือนกัน “ค่ะ พี่เพลิงรู้ได้ยังไงว่าเพลงมีเรื่องจะถาม” “พี่เห็นเรามาตั้งแต่เกิดทำไมจะไม่รู้ล่ะ ว่าแต่เพลงจะถามอะไรพี่ล่ะ” “พี่เพลิงต้องสัญญาว่าจะตอบความจริงนะคะ” “ถึงแม้ที่ผ่านมาพี่จะทำตัวเกเรแต่ตอนนี้พี่เปลี่ยนไปแล้วนะ เพลงทำเหมือนไม่เชื่อใจพี่เลย” เพลิงมองหน้าน้องสาวซึ่งเป็นญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ของเขา “เพลงขอโทษ เพลงก็แค่สงสัย” หญิงสาวเอ่ยเสียงเบาเพราะรู้สึกผิดที่ไประแวงพี่ชายแบบนั้น “สงสัยอะไรก็ถามมาเลย เราพี่น้องกันนะเพลง มีอะไรก็พูดกันตรงๆ” “พี่เ
นายหัวอารัณย์นั่งมองถนนหน้าบ้านอย่างร้อนใจเพราะตอนนี้ก็เกือบจะสิบโมงเช้าแล้วแต่เพลงขวัญกับพี่ชายก็ยังไม่มาตามที่บอกไว้ เขาอยากคุยกับพี่ชายของเธอเรื่องหนี้สินทั้งหมด ถ้าหากเพลิงจะมีเงินใช้หนี้ไม่หมดเขาก็ยินดีที่จะยกให้เพื่อแลกกับการที่เพลงขวัญต้องอยู่ในการดูแลของเขาจนเธอเรียนจบซึ่งระยะเวลาสองปีนี้ก็คงนานพอที่เขาและเธอจะได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันมากขึ้น “นายหัวรออะไรคะ” บุหลันที่ทำความสะอาดบ้านอยู่เห็นนายหัวเดินไปเดินมาแล้วก็ชะโงกหน้าไปยังถนนหน้าบ้านก็อดจะถามไม่ได้เพราะปกติเวลานี้ถ้าเจ้านายไม่เข้าไปที่โรงงานก็จะนั่งทำงานอยู่ในห้องมากกว่าออกมานั่งในห้องรับแขกอย่างที่เธอเห็นอยู่ในขณะนี้ “ฉันรอชลที เขาว่าจะมาแต่นี่ก็เลยเวลานัดแล้วทำไมยังไม่มาสักที” เขาพูดโกหกออกไปทั้งที่ตอนนี้ตัวเองกำลังรอเพลงขวัญและพี่ชาย“ทำไมนายหัวไม่ลองโทรตามดูล่ะคะ เผื่อคุณชลทีจะลืม”“ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องด่วนอะไรมาก ฉันเข้าไปทำงานก่อนนะถ้าเขามาบุหลันก็ไปตามฉันในห้องก็แล้วกัน”“ได้ค่ะ” นายหัวอารัณย์เดินเข้ามาในห้องทำงานแต่ก็พยายามเงี่ยหูฟังว่ามีเสียงรถดังเข้ามาหรือเปล่าแล้วรอยยิ้มก็ปรากฏที
หญิงสาวเก็บของใช้จำเป็นลงกระเป๋า แต่ยังไม่ได้เอาไปทุกอย่างเพราะไม่รู้ว่าพี่ชายจะกลับมาอยู่ที่บ้านนานแค่ไหน ถ้าให้เลือกเพลงขวัญก็อยากให้เขากลับมาอยู่กับเธอที่นี่ตลอดเพราะเพลิงเป็นญาติเดียวที่เหลืออยู่ นายหัวอารัณย์จอดรถที่หน้าบ้านของเพลงขวัญชายหนุ่มตาละห้อยเพราะไม่อยากให้เธอห่างจากเขา “นายหัวจะลงไปไหมคะ” “ไม่หรอก ฉันอยากให้เธอกับพี่ชายได้อยู่กันตามลำพัง แล้วพรุ่งนี้ฉันจะมารับนะ” “เพลงยังไม่รู้เลยว่าพี่เพลิงจะอยู่นานไหม” “ถ้าเขากลับมาอยู่ตลอด เธอก็จะอยู่ที่นี่กับเขาตลอดอย่างนั้นเหรอ แล้วฉันล่ะ เธอไม่สงสารฉันเลยเหรอ เธอไม่อยู่ฉันคงนอนไม่หลับแน่ๆ” “นายหัวพูดอย่างกับเราอยู่ด้วยกันมานานอย่างนั้นแหละ เราเพิ่งนอนด้วยกันสามคืนเองเดี๋ยวนายหัวก็ลืมเพลงไปเอง” “ใครจะลืมลง เมียทั้งคนนะ ขอกอดหน่อยได้ไหม” “อย่านะคะเดี๋ยวพี่เพลิงเห็น” หญิงสาวรีบร้องห้าม “ใจร้ายกับผัวจังนะ อย่างนี้ไม่น่าให้กลับมาเลย” “นายหัวขาเพลงไม่ได้ไปไหนไกลเลย บ้านเพลงก็อยู่แค่นี้ ของใช้เพลงก็ยังอยู่ที่บ้านายหัวนะค
เพลงขวัญตื่นนอนมาอีกครั้งในช่วงสายของวันใหม่ เธอรู้สึกดีที่การตื่นนอนในวันนี้มีนายหัวอารัณย์นอนอยู่ข้างๆ มันทำให้เธออบอุ่นและไม่อยากจะลุกออกจากที่นอนเลยสักนิด หญิงสาวนอนมองใบหน้าที่คล้ำแดดของเขาแล้วยิ้ม นายหัวอารัณย์เป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มากคนหนึ่งยิ่งมองใกล้ๆ แบบนี้เธอก็ยิ่งรู้สึกดีกับเขามากขึ้น หัวใจมันเต้นเป็นจังหวะแปลกๆความคิดอยากจะเป็นเจ้าของชายคนนี้เริ่มมากขึ้น แต่คงเป็นแค่ตนเองที่คิดแบบนี้เพราะยังไงเสียนายหัวก็ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานใหม่หรือมีครอบครัวอีกแล้ว แต่เธอก็เลือกที่จะยอมเป็นเมียบำเรอของเขาเพราะอย่างน้อยก็ยังได้และได้นอนอยู่ในอ้อมกอดของเขา ขณะมองเขาเพลินๆ เสียงโทรศัพท์ของเพลงขวัญก็ดังขึ้น หญิงสาวรีบหยิบผ้าเช็ดตัวที่วางอยู่ปลายเตียงมานุ่งก่อนจะหยิบโทรศัพท์แล้วเดินไปที่ห้องแขก คนที่โทรเข้ามาเป็นพี่จากบุหลันซึ่งโทรมาถามว่าเพลงขวัญจะกลับบ้านเมื่อไหร่เพราะตอนนี้พี่ชายของเธอกลับมาอยู่ที่บ้านและมาตามหาเพลงขวัญที่บ้านของนายหัว เพลงขวัญดีใจที่จะได้เจอพี่ชายและอยากจะถามเข้าเรื่องบ้านกับที่ดิน เผื่อบางทีพี่ชายอาจจะมีเงินกลับมาใช้หนี้นายหัวซึ่