เพลงขวัญคล้อยตามรสจูบที่เขาบรรจงมอบให้ ลิ้นเล็กเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นใหญ่หยอกล้อกันเป็นพัลวันอย่างไม่มีใครยอมแพ้ จูบที่เนิ่นนานเร่าร้อนและหนักหน่วงขึ้น มือใหญ่ที่ประคองศีรษะอยู่เลื่อนมาสอดใต้เสื้อยืด สองมือกอบกุมเต้าเต่งตึงผ่านบราลูกไม้ก่อนจะเอื้อมไปปลดตะขอออกแล้วดึงทั้งเสื้อยืดและบราเซียออกไปอย่างรวดเร็วโดยที่หญิงสาวไม่ได้คัดค้าน “ตรงนี้เป็นของฉันคนเดียวนะเพลง” เขาจ้องมองหน้าอกอวบด้วยสายตาที่หื่นกระหายอย่างปิดไม่มิด เพลงขวัญอายจนหน้าแดงเมื่อเขาค่อยๆ ก้มลงไล้ปลายลิ้นไปยังเนินอก ขณะที่สายตาก็เสยขึ้นมาสบกับตาคู่สวย เธอเห็นความปรารถนาในสายตาเขาแล้วก็ขนลุกไปทั่วทั้งตัว “เพลงจะเป็นของนายหัวคนเดียว” เสียงหวานตอบก่อนจะหงายศีรษะไปทางด้านหลังเมื่อปากร้อนเข้าดูดกลืนสลับกับรัวลิ้นลงบนปลายยอดเขาทำทั้งสองข้างอย่างไม่น้อยหน้า ขณะที่อีกมือก็ไต่ลงไปเอวคอดก่อนจะปลดกระดุมกางเกงยีนออกรูดซิปลง และดึงกางเกงออกไปทางเรียวขาทั้งที่ปากยังคงดูดกลืนไม่ยอมปล่อย มือหยาบกร้านลูบไล้ไปตามเรียวขาก่อนจะค่อยๆ จับให้แยกออก นายหัวหนุ่มแทรกกลางหว่างขาและนั่งคุกเข่าบนพื้นพรม
คำว่าอีกครั้งของนายหัวอารัณย์คือคำโกหกที่เพลงขวัญจะไม่เชื่ออีกอย่างเด็ดขาดเพราะกว่าเขาจะยอมให้เธอได้นอนพักก็ทำเอาหมดแรงและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองกลับมานอนอยู่บนเตียงกว้างตั้งแต่ตอนไหน หญิงสาวรู้สึกตัวตื่นอีกครั้งก็เลยเวลาอาหารกลางวันไปแล้ว เพลงขวัญนอนลืมตาอยู่บนเตียงกว้างอย่างเดียวดาย เธอรู้สึกใจหายที่ตื่นมาไม่เจอเขา การตื่นนอนมาในวันนี้ความรู้สึกของหญิงสาวต่างจากเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง คืนแรกเธอโทษว่าเพราะเหล้าที่ดื่มเข้าไปเลยทำให้ตัวเองกล้ามากขึ้น แต่เมื่อคืนเธอมีสติเต็มร้อยแทนที่จะขัดขืนแต่กลับยอมให้เขาเอาเปรียบครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเหนื่อยจะพูดว่าเขาเอาเปรียบก็คงไม่ถูกเพราะเพลงขวัญก็ยอมรับว่าตนเองมีความสุขมากและความรู้สึกที่มีให้กับนายหัวอารัณย์ก็มากเกินกว่าเจ้าหนี้กับลูกหนี้อาจจะยังไม่ถึงกับรักแต่ก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน แล้วถ้าหากต้องกลับไปเรียนและอยู่ห่างเขาเธอจะทนได้ไหมถึงแม้นายหัวบอกว่าจะบินไปหาแต่เธอก็กลัวว่าเขาจะไม่ทำตามที่พูดเพราะเขายังมีงานให้ต้องรับผิดชอบอีกมาก เพลงขวัญกลัวว่าระหว่างนี้เขาจะมีคนอื่น ถึงเขาจะสัญญากับเธอแล้วก็ตามยิ่งคิ
“จะเมียจริงหรือเมียบำเรอมันก็เมียเหมือนกันไหมล่ะ” “หรือเธออยากเป็นมากกว่านั้น” “เปล่าสักหน่อย เป็นเมียบำเรอก็ดี ไม่ต้องทำหน้าที่อย่างอื่นนอกจากบนเตียง” หญิงสาวพูดด้วยความรู้สึกน้อยใจในโชคชะตาของตนเองที่เป็นได้แค่เมียบำเรอของเขา“เธอก็รู้หน้าที่ดี ถ้าเธอทำหน้าที่ได้ดีฉันก็จะจ้างเธอแบบนี้ไปเรื่อยๆ”“แล้วถ้านายหัวต้องแต่งงานล่ะคะ”“ฉันแต่งงานมาแล้วและก็หย่ามาแล้ว ฉันไม่คิดจะกลับไปในขุมนรกแบบนั้นอีกหรอกนะ”“หมายความว่าจากนี้ไปนายหัวไม่คิดจะแต่งงานอีกแล้วใช่ไหมคะ”“อือ หรือเธออยากแต่งล่ะ”“เปล่า เพลงก็แค่อยากถามให้แน่ใจก่อน”“แต่เธอยังเด็กนะ ถ้าเรียนจบแล้วเจอคนที่พร้อมจะแต่งงานด้วยเธอจะไปจากฉันไหมล่ะ”“เพลงตอบไม่ได้หรอกค่ะ ไม่รู้ว่าระหว่างเพลงเจอคนที่อยากแต่งงานด้วยกันนายหัวเบื่อเพลงอันไหนจะมาถึงก่อนกัน”“ถ้าไม่อยากให้เบื่อก็ทำตัวเป็นเด็กดี เชื่อฟังฉันแค่นั้นทำได้ไหมล่ะ”“นายหัวขาเพลงสัญญาว่าจะเป็นเด็กดีเชื่อฟังนายหัวทุกอย่าง” เพลงขวัญอ้อนเสียงหวาน แล้วขยับเข้ามานั่งใกล้จงใจใช้หน้าอกเบียดไปกับท่อนแขนของเขา“ยั่วเก่งเหมือนกันนะ” เขามองแล้วยิ้ม“ยั่วที่ไหนเขาเรี
นายหัวอารัณย์ตวัดปลายลิ้นปาดเลียน้ำรักของเธอเข้าปากราวกับว่ามันคืออาหารรสเลิศ ยิ่งได้กลิ่นได้ลิ้มรสก็ยิ่งกระตุ้นความต้องการมากขึ้น เขาถอดชุดของตนเองออกอย่างรวดเร็วแล้วจับให้เพลงขวัญขึ้นมานั่งคร่อมอยู่บนตก “นายหัว” “มอบความสุขให้ฉันนะเพลง” เสียงเขาแหบพร่ามือใหญ่จับไปที่เอวคอดและโยกลำตัวให้กลีบกุหลาบสัมผัสกับความแข็งร้อน เพลงขวัญขนลุกชันไปทั้งตัว สองมือเธอเกาะบ่าเขาไว้แน่นเมื่อชายหนุ่มใช้มือใหญ่ช้อนสะโพกขึ้นจ่อความเป็นชายที่ขยายตัวอย่างเต็มที่กลางกุหลาบงาม “ทิ้งตัวลงมาช้าๆ นะเพลง อ้า แบบนั้น อีกนิดคนเก่ง หายใจเข้าลึกๆ อื้ม เก่งมากเพลงของฉัน” “นายหัวขาเพลงว่ามันลึกมาก” “ฉันรู้และฉันก็ชอบเข้าไปในตัวเธอลึกๆ เอาล่ะ ที่นี่เธอก็เริ่มขยับตามใจเธอเลย” เขาจับสะโพกเธอไว้แล้วโยกให้หญิงสาวขยับอยู่บนท่อนเอ็นของเขา เพลงขวัญเคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนมันตื่นเต้นและเร้าใจอีกทั้งยังเสียวไปถึงกระดูกสันหลัง เมื่อเริ่มปรับจังหวะของตนเองหญิงสาวก็พลิ้วไหวไปตามอารมณ์ปรารถนา นายหัวหนุ่มได้แต่ครางเพราะความเสียวซ่าน เขาปล่อยมือจา
เพลงขวัญตื่นนอนมาอีกครั้งในช่วงสายของวันใหม่ เธอรู้สึกดีที่การตื่นนอนในวันนี้มีนายหัวอารัณย์นอนอยู่ข้างๆ มันทำให้เธออบอุ่นและไม่อยากจะลุกออกจากที่นอนเลยสักนิด หญิงสาวนอนมองใบหน้าที่คล้ำแดดของเขาแล้วยิ้ม นายหัวอารัณย์เป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มากคนหนึ่งยิ่งมองใกล้ๆ แบบนี้เธอก็ยิ่งรู้สึกดีกับเขามากขึ้น หัวใจมันเต้นเป็นจังหวะแปลกๆความคิดอยากจะเป็นเจ้าของชายคนนี้เริ่มมากขึ้น แต่คงเป็นแค่ตนเองที่คิดแบบนี้เพราะยังไงเสียนายหัวก็ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานใหม่หรือมีครอบครัวอีกแล้ว แต่เธอก็เลือกที่จะยอมเป็นเมียบำเรอของเขาเพราะอย่างน้อยก็ยังได้และได้นอนอยู่ในอ้อมกอดของเขา ขณะมองเขาเพลินๆ เสียงโทรศัพท์ของเพลงขวัญก็ดังขึ้น หญิงสาวรีบหยิบผ้าเช็ดตัวที่วางอยู่ปลายเตียงมานุ่งก่อนจะหยิบโทรศัพท์แล้วเดินไปที่ห้องแขก คนที่โทรเข้ามาเป็นพี่จากบุหลันซึ่งโทรมาถามว่าเพลงขวัญจะกลับบ้านเมื่อไหร่เพราะตอนนี้พี่ชายของเธอกลับมาอยู่ที่บ้านและมาตามหาเพลงขวัญที่บ้านของนายหัว เพลงขวัญดีใจที่จะได้เจอพี่ชายและอยากจะถามเข้าเรื่องบ้านกับที่ดิน เผื่อบางทีพี่ชายอาจจะมีเงินกลับมาใช้หนี้นายหัวซึ่
หญิงสาวเก็บของใช้จำเป็นลงกระเป๋า แต่ยังไม่ได้เอาไปทุกอย่างเพราะไม่รู้ว่าพี่ชายจะกลับมาอยู่ที่บ้านนานแค่ไหน ถ้าให้เลือกเพลงขวัญก็อยากให้เขากลับมาอยู่กับเธอที่นี่ตลอดเพราะเพลิงเป็นญาติเดียวที่เหลืออยู่ นายหัวอารัณย์จอดรถที่หน้าบ้านของเพลงขวัญชายหนุ่มตาละห้อยเพราะไม่อยากให้เธอห่างจากเขา “นายหัวจะลงไปไหมคะ” “ไม่หรอก ฉันอยากให้เธอกับพี่ชายได้อยู่กันตามลำพัง แล้วพรุ่งนี้ฉันจะมารับนะ” “เพลงยังไม่รู้เลยว่าพี่เพลิงจะอยู่นานไหม” “ถ้าเขากลับมาอยู่ตลอด เธอก็จะอยู่ที่นี่กับเขาตลอดอย่างนั้นเหรอ แล้วฉันล่ะ เธอไม่สงสารฉันเลยเหรอ เธอไม่อยู่ฉันคงนอนไม่หลับแน่ๆ” “นายหัวพูดอย่างกับเราอยู่ด้วยกันมานานอย่างนั้นแหละ เราเพิ่งนอนด้วยกันสามคืนเองเดี๋ยวนายหัวก็ลืมเพลงไปเอง” “ใครจะลืมลง เมียทั้งคนนะ ขอกอดหน่อยได้ไหม” “อย่านะคะเดี๋ยวพี่เพลิงเห็น” หญิงสาวรีบร้องห้าม “ใจร้ายกับผัวจังนะ อย่างนี้ไม่น่าให้กลับมาเลย” “นายหัวขาเพลงไม่ได้ไปไหนไกลเลย บ้านเพลงก็อยู่แค่นี้ ของใช้เพลงก็ยังอยู่ที่บ้านายหัวนะค
นายหัวอารัณย์นั่งมองถนนหน้าบ้านอย่างร้อนใจเพราะตอนนี้ก็เกือบจะสิบโมงเช้าแล้วแต่เพลงขวัญกับพี่ชายก็ยังไม่มาตามที่บอกไว้ เขาอยากคุยกับพี่ชายของเธอเรื่องหนี้สินทั้งหมด ถ้าหากเพลิงจะมีเงินใช้หนี้ไม่หมดเขาก็ยินดีที่จะยกให้เพื่อแลกกับการที่เพลงขวัญต้องอยู่ในการดูแลของเขาจนเธอเรียนจบซึ่งระยะเวลาสองปีนี้ก็คงนานพอที่เขาและเธอจะได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันมากขึ้น “นายหัวรออะไรคะ” บุหลันที่ทำความสะอาดบ้านอยู่เห็นนายหัวเดินไปเดินมาแล้วก็ชะโงกหน้าไปยังถนนหน้าบ้านก็อดจะถามไม่ได้เพราะปกติเวลานี้ถ้าเจ้านายไม่เข้าไปที่โรงงานก็จะนั่งทำงานอยู่ในห้องมากกว่าออกมานั่งในห้องรับแขกอย่างที่เธอเห็นอยู่ในขณะนี้ “ฉันรอชลที เขาว่าจะมาแต่นี่ก็เลยเวลานัดแล้วทำไมยังไม่มาสักที” เขาพูดโกหกออกไปทั้งที่ตอนนี้ตัวเองกำลังรอเพลงขวัญและพี่ชาย“ทำไมนายหัวไม่ลองโทรตามดูล่ะคะ เผื่อคุณชลทีจะลืม”“ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องด่วนอะไรมาก ฉันเข้าไปทำงานก่อนนะถ้าเขามาบุหลันก็ไปตามฉันในห้องก็แล้วกัน”“ได้ค่ะ” นายหัวอารัณย์เดินเข้ามาในห้องทำงานแต่ก็พยายามเงี่ยหูฟังว่ามีเสียงรถดังเข้ามาหรือเปล่าแล้วรอยยิ้มก็ปรากฏที
หลังจากทานอาหารเย็นกับพี่ชายแล้วเพลงขวัญก็มานั่งดูทีวีต่อที่ห้องรับแขก เธอลังเลว่าจะถามถึงเงินหนึ่งล้านที่พี่ชายเอามาใช้หนี้นายหัวดีไหม เพราะกลัวว่าพี่ชายจะไปทำอะไรที่ผิดกฎหมายมาหรือเปล่าแต่อีกใจหนึ่งก็กลัวพี่ชายจะโกรธที่เธอไปกล่าวหาถ้าหากเงินนั้นหามาด้วยความสุจริต “มีอะไรจะถามพี่ใช่ไหม” เพลิงเห็นว่าน้องสาวของตนเอาแต่จ้องหน้าก็ถามขึ้นเพราะคิดว่าตอนนี้เพลงขวัญคงอยากจะถามอะไรเขาหลายๆ ถึงเรื่องราวที่เขาหายไปนาน ซึ่งตัวเขาก็มีเรื่องที่จะถามน้องสาวอยู่เหมือนกัน “ค่ะ พี่เพลิงรู้ได้ยังไงว่าเพลงมีเรื่องจะถาม” “พี่เห็นเรามาตั้งแต่เกิดทำไมจะไม่รู้ล่ะ ว่าแต่เพลงจะถามอะไรพี่ล่ะ” “พี่เพลิงต้องสัญญาว่าจะตอบความจริงนะคะ” “ถึงแม้ที่ผ่านมาพี่จะทำตัวเกเรแต่ตอนนี้พี่เปลี่ยนไปแล้วนะ เพลงทำเหมือนไม่เชื่อใจพี่เลย” เพลิงมองหน้าน้องสาวซึ่งเป็นญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ของเขา “เพลงขอโทษ เพลงก็แค่สงสัย” หญิงสาวเอ่ยเสียงเบาเพราะรู้สึกผิดที่ไประแวงพี่ชายแบบนั้น “สงสัยอะไรก็ถามมาเลย เราพี่น้องกันนะเพลง มีอะไรก็พูดกันตรงๆ” “พี่เ
เพลงขวัญมองห้องที่ไม่เหมือนเดิมแล้วหันกลับมามองเจ้าของห้องแล้วก็ต้องตกใจมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่าตอนนี้นายหัวอารัณย์นั้นคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอ“เพลงแต่งงานกับฉันนะ”เขาส่งแหวนแต่งงานที่ด้านบนประดับด้วยเพชรเม็ดโตยื่นมาตรงหน้า เพลงขวัญทำตัวไม่ถูกเพราะเมื่อก่อนหน้านี้เธอก็ตื่นเต้นดีใจ และประหลาดใจที่นายหัวพาไปจดทะเบียนสมรสมาครั้งหนึ่งแล้วหญิงสาวยืนนิ่งราวกับต้องมนตร์สะกด เธอสบตาเขาแล้วใจเต้นแรงไม่คิดมาก่อนว่าตนเองจะถูกขอแต่งงานทั้งที่ระหว่างเธอกับเขามันข้ามขั้นตอนมานานแล้ว“นายหัวคะ”“ตกลงไหมเพลงแต่งงานกับฉันไหม” เขาถามย้ำอีกครั้งใบหน้าหล่อเรียบเฉยทั้งที่ใจเต้นแรงเขาพาเธอไปจดทะเบียนสมรสแล้วค่อยขอแต่งงานซึ่งมันเป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างประหลาดอยู่ไม่น้อย“ตกลงค่ะ” หญิงสาวตอบรับนายหัวนายอารัณย์ยิ้มอย่างดีใจก่อนจะสวมแหวานลงบนนิ้วนางทับไปกับแหวนแต่งงานจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นกอดเธอแน่น“ฉันควรขอเธอแต่งงานก่อนแล้วค่อยพาไปจดทะเบียน แต่ตอนนั้นฉันไม่มีแหวนแล้วชลทีก็ไม่ว่างจะเข้าเมืองมาเป็นพยานด้วย มันอาจจะสลับขั้นตอนไปบ้าง แต่ที่ฉันทำทุกอย่างก็เพราะรักเธอนะเพลงขวัญฉันรักเธอมาก” เขากล่าวด้วยเสี
วันนี้ก็ครบกำหนดที่เพลงขวัญจะต้องกลับไปเรียนแล้วเธอมีเที่ยวบินในตอนเย็นแต่ก็ถูกนายหัวปลุกตื่นตั้งแต่เช้า“นายหัวคะว่าเพลงจะบินก็อีกหลายชั่วโมงทำไมนายหัวต้องปลุกแต่เช้าด้วยคะ เพลงยังง่วงอยู่เลย” เพราะเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบจะตีสองเช้าวันนี้เพลงขวัญก็เลยอิดออดไม่อยากจะลุกจากที่นอน“ฉันให้เธอเลือกจะลุกจากที่นอนตอนนี้หรือจะให้ฉันรุกเข้าหาเธออีกครั้ง”“โอ๊ย นายหัวทางเลือกของนายหัวแต่ละทางเพลงละเหนื่อยจริงๆ เลยค่ะ”“เอาล่ะอย่ามัวเสียเวลา วันนี้ฉันจะต้องไปทำธุระอีกหลายที่” เขาบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังจนเพียงขวัญรู้สึกผิดที่เอาแต่งอแงไม่ยอมลุกจากเตียง“เพลงขอโทษ เพลงไม่รู้ว่านายหัวมีธุระต้องรีบไป ไม่โกรธกันนะคะ” หญิงสาวลุกจากที่นอนแล้วเข้ามากอดเขาอีกทั้งยังหอมไปที่แก้มเขาอย่างประจบ“ฉันเคยโกรธเธอที่ไหนล่ะ” เขาจูบไปที่ขมับของเธออย่างรักใคร ช่วงเวลาที่เพียงขวัญมาอยู่กับมันช่างผ่านไปเร็วจนเขารู้สึกใจหายที่เธอจะต้องกลับไปเรียน“เพลงจะรีบอาบน้ำนะคะ” หญิงสาวอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะรีบลงมาทานอาหารเช้ากับเขา ซึ่งป้าแววกับบุหลันเตรียมไว้รอแล้ว“หนูเพลงไหนบอกป้าว่ามีไปเที่ยวบินตอนเย็นไงล่ะ แล้วท
เข้าสัปดาห์ที่สองที่เพลงขวัญมาอยู่ในสวนยางพาราวันนี้นายหัวมีนัดจะพาเธอไปเรียนขับรถเพิ่มเติมหลังจากที่หญิงสาวเรียนที่กรุงเทพมาบ้างแล้ว“พร้อมใหม่เพลงขวัญ” เขาถามหลังจากที่เมื่อวานพาเธอออกไปขับบนถนนแล้วเธอบอกว่าไม่อยากจะหัดขับอีกแล้ว“ตอบไม่พร้อมได้ไหมคะ”“เธอจะไม่พร้อมทุกวันไม่ได้หรอกนะเพลง”“พร้อมก็ได้ค่ะ แล้ววันนี้เราจะขับไปทางไหนคะ”“ว่าจะไปแถวท้ายสวน เพราะไม่ค่อยมีคนเธอจะได้ไม่เกร็งมาก”“ก็ได้ค่ะนายหัว แล้วจะให้เพลงขับตั้งแต่ตรงนี้หรือไปถึงท้ายสวนค่อยเริ่มคะ”“ฉันขับไปให้ก่อนก็ได้ตรงนี้ยังมีคนผ่านไปผ่านมาเดี๋ยวจะไปเฉี่ยวชนใครเขาเข้า”“ได้ค่ะ” เพลงขวัญกระโดดขึ้นไปนั่งข้างคนขับขณะที่นายหัวก็ขึ้นไปนั่งบนรถจากนั้นก็ขับออกไปจากบริเวณหน้าบ้าน “เอาละ เหยียบเบรกไว้นะแล้วเลื่อนคันเกียร์มาที่ตำแหน่ง D เบรกมือ ค่อยๆ ปล่อยเบรกที่เท้าทีละนิดนะ ตามองไปข้างหน้าสิ อย่ามองเท้า” “ก็เพลงกลัวพลาดนี่คะ” “ไม่ต้องกลัวหรอกน่า ตรงนี้ไม่มีใครถ้ามันจะชนก็แค่ชนต้นยางเท่านั้นแหละ” “ค่ะ ตอนนี้เพลงปล่อยเบรกแล้วต้องทำยังไงต่อ” “ตามองไปข้างหน้า กดคันเร่งท
เพลงขวัญรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่วันนี้เธอได้กลับมายังสุราษฎร์ธานีอีกครั้งเพราะหลังจากที่ออกจากหนีออกจากบ้านไปเมื่อหลายเดือนก่อนก็ยังไม่มีโอกาสได้ติดต่อใครที่นี่อีกเลยสักคน“เพลงทำไมดูเหมือนไม่ดีใจเลยล่ะที่ได้กลับบ้าน” นายหัวอารัณย์ถามเมื่อเห็นว่าคนรักนั้นเอาแต่นั่งหน้าเครียดมาตั้งแต่เขาไปรับที่สนามบิน“ดีใจสิคะนายหัว แต่เพลงก็ตื่นเต้นด้วยเพลงไม่รู้ว่าป้าแววกับพี่บุหลันจะมองเพลงยังไง”“สองคนนั้นเขารู้เรื่องแล้วฉันเล่าให้เขาฟังหมดแล้ว”“เหรอคะแล้วป้าแววว่ายังไงบ้าง”“ก็ไม่เห็นว่ายังไงป้าเขาก็ดีใจที่เพลงได้ฉันช่วยดูแล”“แล้วพี่บุหลันล่ะคะบุหลันก็ดีใจเพราะถึงแม้ว่าจะแปลกใจไปบ้างเพราะฉันชอบพูดอยู่ตลอดเวลาว่าไม่อยากมีเมียเด็ก แต่พอพวกเขารู้ก็ไม่มีใครว่าอะไรนะ”“เพลงไม่รู้จะทำตัวยังไง”“ก็ทำตัวเหมือนเดิมเธอเคยเป็นยังไงก็เป็นยังนั้น ไม่ต้องเกร็ง”“จริงๆ นายหัวน่าจะรอบอกเรื่องนี้ตอนเพลงเรียนจบ”“ถ้าฉันรอบอกตอนเธอเรียนจบแล้วพาเธอกลับมาบ้านครั้งนี้ฉันกับเธอจะได้สวีทกันไหมล่ะ”“แหมเวลาอยู่ในห้องแล้วค่อยสวีทก็ได้”“ไม่ล่ะ ต่อไปนี้ฉันกับเธอจะไปไหนมาไหนด้วยกันในฐานะคนรัก” เขาจับมือเล
นายตลอดระยะเวลาหยุดยาวสามวันเพลงขวัญแทบไม่มี โอกาสลุกจากที่นอนเลยเพราะนายหัวอารัณย์ตักตวงความสุขจากร่างกายของเธอจนหญิงสาวไม่มีแม้แต่แรงจะเดินไปเข้าห้องน้ำ“นายหัวขาเพลงไม่ไหวแล้วนะคะ” หญิงสาวร้องขอหลังจากที่เขาร่วมรักกับเธออีกครั้งในเวลาเจ็ดโมงเช้าหลังจากที่เพิ่งเข้านอนไปในเวลาเกือบจะตีสอง เธอไม่รู้ว่าเขาไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนถึงได้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และที่แปลกก็คือเธอยอมเขาทุกครั้ง เพราะเธอเองก็มีความสุขมากเหมือนกัน“เพลงเธอก็รู้เราจะไม่ได้เจอกันอีกนานเลยนะ”“แต่นายหัวขาเพลงไม่ไหวแล้วจริงๆ” หญิงสาวอ้อนเสียงหวาน“ขออีกครั้งเดียวครั้งเดียวนะเพลง” นายหัวหนุ่มทำเสียงอ้อนกลับ เพราะร่างกายของเขาต้องการปลดปล่อยออกมาให้ได้มากที่สุด“จะไม่ปรานีเพลงหน่อยเหรอคะ เพลงไม่ไหวแล้ว”“ปากเธอบอกให้ปรานีแต่ตอดถี่แบบนี้ฉันชักไม่แน่ใจแล้วว่าเธอต้องการแบบไหนกันแน่”“ก็มันเสียวนี่คะ นายหัวทำให้เพลงเสียว”“ฉันรู้ว่าฉันทำให้เธอเสียว ฉันเองก็เสียวไม่ต่างจากเธอหรอก”นายหัวหนุ่มกระแทกกระทั้นเข้าหาโพรงถ้ำติดๆ กันอย่างไม่ยั้งจนในที่สุดทั้งสองก็ระเบิดอารมณ์ออกมาพร้อมๆ กันอีกครั้งร่างกายของเพลงขวัญอ่อน
นายหัวอารัณย์ขึ้นมาหาเพลงขวัญหลังจากเธอสอบเสร็จแต่เพราะไม่ได้บอกเธอว่าจะมาเที่ยวบินไหน พอมาถึงห้องจึงไม่เจอกับคนรัก “นายหัวขาเพลงขอโทษ เพลงนึกว่านายหัวจะมาพรุ่งนี้ เพลงเลยออกมาฉลองสอบเสร็จกับเพื่อนค่ะ” เสียงหวานอ้อนมาตามสายเมื่อเขาโทรหา “ฉันผิดเองที่ไม่บอกว่าจะมาวันไหน แล้วเธอจะกลับดึกหรือเปล่า ฉันคิดถึงอยากเจอ” “ไม่เกินเที่ยงคืนค่ะ ได้ไหมคะ” “ได้สิ แล้วจะกินเหล้าไหม” “นิดหน่อยค่ะ แต่รับรองว่าไม่เมา” “แล้วจะกลับยังไงล่ะ” “ตาจะไปส่งค่ะ” “ถ้าขับรถกลับกันไม่ไหวก็โทรบอกนะ ฉันจะไปรับ” เขาบอกอย่างห่วงใย ชายหนุ่มรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่มาแล้วไม่เจอเพลงขวัญ แต่เรื่องนี้จะโทษว่าเป็นความผิดของเธอก็ไม่ได้เพราะตามกำหนดเดิมเขาจะมาถึงพรุ่งนี้เย็น เพลงขวัญกลับมาถึงคอนโดในเวลาห้าทุ่มครึ่ง เธอรีบเข้าไปอาบน้ำเพราะตอนนี้เนื้อตัวของตนมีแต่กลิ่นบุหรี่พอออกมาจากห้องน้ำนายหัวหนุ่มที่เมื่อครู่ยังหลับอยู่ก็ตื่นมานั่งรอเธออยู่แล้ว หญิงสาวรีบขึ้นมานั่งบนเตียงแล้วสวมกอดเขาด้วยความคิดถึง“คิดถึงนายห
ตั้งแต่กลับมาจากกรุงเทพนายหัวอารัณย์ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างเต็มที่ แม้จะทำงานหนักแค่ไหนแต่บนใบหน้าอันหล่อเหลาของนายหัวหนุ่มก็มีรอยยิ้มประดับ จนกล้าลูกน้องคนสนิทอดถามเจ้านายไม่ได้ “นายหัวครับที่นายหัวหายไปกรุงเทพนานเป็นอาทิตย์นี่ไปทำอะไรมาครับ”“ฉันไปทำอะไรมาต้องรายงานลูกน้องอย่างนายด้วยเหรอกล้า”“เปล่าครับ ที่ผมถามก็เพราะสงสัย”“สงสัยอะไร”“ก็สงสัยว่าที่กรุงเทพต้องมีอะไรดีแน่ๆ”“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ”“ก็เวลาทำงานนายหัวจะทำหน้าเครียดตลอดโดยเฉพาะสองเดือนที่ผ่านมา นายหัวหงุดหงิดบ่อยมากจนพวกผมไม่มีใครกล้าเข้าหน้านายหัวเลย แต่พอกลับจากกรุงเทพนายหัวดูอารมณ์ดีแปลกๆ ทั้งที่งานก็หนักปัญหาก็เยอะแต่ผมไม่เคยได้ยินนายหัวบ่นโมโหหรือมีท่าทางหงุดหงิดเลยนะครับผมว่าต้องมีอะไรดีๆ อยู่ที่กรุงเทพแน่ๆ”กล้าตั้งข้อสังเกตกับเจ้านาย“นายอยากรู้ไหมล่ะว่าที่กรุงเทพมีอะไรดี”“อยากรู้สิครับนายหัวบอกมาสิครับ”“ฉันไม่บอกนายหรอกถ้านายอยากรู้ในก็ลาออกจากที่นี่แล้วลองไปหางานทำที่กรุงเทพดูสิเผื่อจะรู้ว่าที่นั่นมีอะไรดี”“โธ่ นายหัวลาออกก็โง่สิครับทำงานกับนายหัวถึงแม้งานจะหนักแต่เงินก็ดีแล้วอย่างผมเร
เวลาหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ววันนี้นายหัวอารัณย์จำเป็นต้องกลับสุราษฎร์เพราะมีนัดกับลูกค้าคนสำคัญ ทั้งที่เขาไม่อยากจากเพลงขวัญไปเลยเพราะรู้สึกว่ายิ่งได้อยู่ใกล้ก็ยิ่งรักและหลงเธอมากขึ้น“ฉันรีบทำธุระเสร็จแล้วจะรีบกลับมาหาเธอนะเพลง”“นายหัวคะ เพลงว่านายหัวไม่ต้องรีบกลับมาก็ได้ค่ะ”“ทำไมเธอไม่อยากอยู่กับฉันเหรอ”“เปล่านะคะ เพลงก็แค่ไม่อยากให้นายหัวเสียงาน”“แน่นะ”“แน่สิคะ”“หรือเธอเบื่อฉันแล้ว”“เพลงจะเบื่อนายหัวได้ยังไงคะ เพลงอยากให้นายหัวเคลียร์งานให้เรียบร้อยก่อน เพลงก็รออยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน อีกอย่างถึงได้หัวรีบจะกลับมาเพลงก็มีอะไรกับนายหัวไม่ได้อยู่ดี”“ทำไมพูดแบบนั้นหรือเธอไม่ไหว”“แล้วไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย นายหัวก็รู้ว่าเพลงอึดมากแค่ไหน”“ใช่ฉันรู้”นายหัวหนุ่มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เพราะตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีคืนไหนเลยที่เขาให้ดีหญิงสาวได้หยุดพักทั้งเขาและเธอมอบความสุขให้กันทุกค่ำคืน“อีกไม่กี่วันเพลงก็เป็นรอบเดือนแล้วค่ะ นายหัวไปทำงานเถอะค่ะถ้าเพลงหายแล้วเพลงจะบอก”“ที่ฉันอยู่กับเธอไม่ใช่เพราะเรื่องนั้นอย่างเดียวนะเพลงฉันอยู่อยากใกล้เธอแบบนี้” เขากอดเธอไว้แน่นอย่
นายหัวอารัณย์ตื่นมาอีกครั้งในเวลาเกือบจะเก้าโมงเช้า แต่คนที่นอนซบอกอยู่ก่อนหน้านี้ไม่อยู่ที่เดิมแล้ว พอเขาลุกจากที่นอนก็ได้ยินเสียงอาบน้ำ นายหัวหนุ่มมองนาฬิกาที่ผนังห้องแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ เพราะเห็นว่าพอมีเวลาเหลืออยู่ เขาไม่รอช้าที่จะค่อยๆ เปิดประตูห้องน้ำเข้าไปเพลงขวัญกำลังยืนอาบน้ำอยู่ใต้ฝักบัวโดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้กำลังมีสายตาของหมาป่ากำลังจ้องมองเธอราวกับเป็นลูกแกะน้อย พออาบน้ำล้างฟองสบู่เสร็จหญิงสาวก็ปิดฝักบัวและหันหลังกลับแล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อชนเข้ากับแผงอกเปลือยเปล่าของนายหัวหนุ่มที่“อุ๊ย! นายหัวเข้ามาได้ยังไงคะ”“ก็เพลงไม่ได้ล็อกประตูนี่”“เพลงว่าล็อกแล้วนะคะหรือว่าจะจำผิด”“ฉันว่าเธอตั้งใจไม่ล็อกมากกว่ามั้ง”“ไหนๆ ฉันก็เข้ามาแล้วอาบให้ฉันหน่อยสิ”“ไม่ค่ะเพลงต้องรีบไปเรียน”“จะรีบไปไหนล่ะ เพลงมันยังไม่เก้าโมงเลยนะ” เขามองเพลงขวัญที่ก้มหน้ามองพื้นแล้วยิ้ม นายหัวหนุ่มรู้ว่าเธอยังอายที่ยืนประจันหน้ากันทั้งที่ไม่สวมเสื้อผ้าสักชิ้นแบบนี้หญิงสาวพยายามเดินเลี่ยงแต่นายหัวอารัณย์ก็ยิ่งขวางไว้ทั้งสีหน้าและท่าทางของเขาทำให้เพลงขวัญเข้าใจดีอยู่ว่าตนเองคงออกไปจากห้องน้ำแห่งนี้ไ