นายหัวอารัณย์ตวัดปลายลิ้นปาดเลียน้ำรักของเธอเข้าปากราวกับว่ามันคืออาหารรสเลิศ ยิ่งได้กลิ่นได้ลิ้มรสก็ยิ่งกระตุ้นความต้องการมากขึ้น เขาถอดชุดของตนเองออกอย่างรวดเร็วแล้วจับให้เพลงขวัญขึ้นมานั่งคร่อมอยู่บนตก “นายหัว” “มอบความสุขให้ฉันนะเพลง” เสียงเขาแหบพร่ามือใหญ่จับไปที่เอวคอดและโยกลำตัวให้กลีบกุหลาบสัมผัสกับความแข็งร้อน เพลงขวัญขนลุกชันไปทั้งตัว สองมือเธอเกาะบ่าเขาไว้แน่นเมื่อชายหนุ่มใช้มือใหญ่ช้อนสะโพกขึ้นจ่อความเป็นชายที่ขยายตัวอย่างเต็มที่กลางกุหลาบงาม “ทิ้งตัวลงมาช้าๆ นะเพลง อ้า แบบนั้น อีกนิดคนเก่ง หายใจเข้าลึกๆ อื้ม เก่งมากเพลงของฉัน” “นายหัวขาเพลงว่ามันลึกมาก” “ฉันรู้และฉันก็ชอบเข้าไปในตัวเธอลึกๆ เอาล่ะ ที่นี่เธอก็เริ่มขยับตามใจเธอเลย” เขาจับสะโพกเธอไว้แล้วโยกให้หญิงสาวขยับอยู่บนท่อนเอ็นของเขา เพลงขวัญเคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนมันตื่นเต้นและเร้าใจอีกทั้งยังเสียวไปถึงกระดูกสันหลัง เมื่อเริ่มปรับจังหวะของตนเองหญิงสาวก็พลิ้วไหวไปตามอารมณ์ปรารถนา นายหัวหนุ่มได้แต่ครางเพราะความเสียวซ่าน เขาปล่อยมือจา
เพลงขวัญตื่นนอนมาอีกครั้งในช่วงสายของวันใหม่ เธอรู้สึกดีที่การตื่นนอนในวันนี้มีนายหัวอารัณย์นอนอยู่ข้างๆ มันทำให้เธออบอุ่นและไม่อยากจะลุกออกจากที่นอนเลยสักนิด หญิงสาวนอนมองใบหน้าที่คล้ำแดดของเขาแล้วยิ้ม นายหัวอารัณย์เป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มากคนหนึ่งยิ่งมองใกล้ๆ แบบนี้เธอก็ยิ่งรู้สึกดีกับเขามากขึ้น หัวใจมันเต้นเป็นจังหวะแปลกๆความคิดอยากจะเป็นเจ้าของชายคนนี้เริ่มมากขึ้น แต่คงเป็นแค่ตนเองที่คิดแบบนี้เพราะยังไงเสียนายหัวก็ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานใหม่หรือมีครอบครัวอีกแล้ว แต่เธอก็เลือกที่จะยอมเป็นเมียบำเรอของเขาเพราะอย่างน้อยก็ยังได้และได้นอนอยู่ในอ้อมกอดของเขา ขณะมองเขาเพลินๆ เสียงโทรศัพท์ของเพลงขวัญก็ดังขึ้น หญิงสาวรีบหยิบผ้าเช็ดตัวที่วางอยู่ปลายเตียงมานุ่งก่อนจะหยิบโทรศัพท์แล้วเดินไปที่ห้องแขก คนที่โทรเข้ามาเป็นพี่จากบุหลันซึ่งโทรมาถามว่าเพลงขวัญจะกลับบ้านเมื่อไหร่เพราะตอนนี้พี่ชายของเธอกลับมาอยู่ที่บ้านและมาตามหาเพลงขวัญที่บ้านของนายหัว เพลงขวัญดีใจที่จะได้เจอพี่ชายและอยากจะถามเข้าเรื่องบ้านกับที่ดิน เผื่อบางทีพี่ชายอาจจะมีเงินกลับมาใช้หนี้นายหัวซึ่
หญิงสาวเก็บของใช้จำเป็นลงกระเป๋า แต่ยังไม่ได้เอาไปทุกอย่างเพราะไม่รู้ว่าพี่ชายจะกลับมาอยู่ที่บ้านนานแค่ไหน ถ้าให้เลือกเพลงขวัญก็อยากให้เขากลับมาอยู่กับเธอที่นี่ตลอดเพราะเพลิงเป็นญาติเดียวที่เหลืออยู่ นายหัวอารัณย์จอดรถที่หน้าบ้านของเพลงขวัญชายหนุ่มตาละห้อยเพราะไม่อยากให้เธอห่างจากเขา “นายหัวจะลงไปไหมคะ” “ไม่หรอก ฉันอยากให้เธอกับพี่ชายได้อยู่กันตามลำพัง แล้วพรุ่งนี้ฉันจะมารับนะ” “เพลงยังไม่รู้เลยว่าพี่เพลิงจะอยู่นานไหม” “ถ้าเขากลับมาอยู่ตลอด เธอก็จะอยู่ที่นี่กับเขาตลอดอย่างนั้นเหรอ แล้วฉันล่ะ เธอไม่สงสารฉันเลยเหรอ เธอไม่อยู่ฉันคงนอนไม่หลับแน่ๆ” “นายหัวพูดอย่างกับเราอยู่ด้วยกันมานานอย่างนั้นแหละ เราเพิ่งนอนด้วยกันสามคืนเองเดี๋ยวนายหัวก็ลืมเพลงไปเอง” “ใครจะลืมลง เมียทั้งคนนะ ขอกอดหน่อยได้ไหม” “อย่านะคะเดี๋ยวพี่เพลิงเห็น” หญิงสาวรีบร้องห้าม “ใจร้ายกับผัวจังนะ อย่างนี้ไม่น่าให้กลับมาเลย” “นายหัวขาเพลงไม่ได้ไปไหนไกลเลย บ้านเพลงก็อยู่แค่นี้ ของใช้เพลงก็ยังอยู่ที่บ้านายหัวนะค
นายหัวอารัณย์นั่งมองถนนหน้าบ้านอย่างร้อนใจเพราะตอนนี้ก็เกือบจะสิบโมงเช้าแล้วแต่เพลงขวัญกับพี่ชายก็ยังไม่มาตามที่บอกไว้ เขาอยากคุยกับพี่ชายของเธอเรื่องหนี้สินทั้งหมด ถ้าหากเพลิงจะมีเงินใช้หนี้ไม่หมดเขาก็ยินดีที่จะยกให้เพื่อแลกกับการที่เพลงขวัญต้องอยู่ในการดูแลของเขาจนเธอเรียนจบซึ่งระยะเวลาสองปีนี้ก็คงนานพอที่เขาและเธอจะได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันมากขึ้น “นายหัวรออะไรคะ” บุหลันที่ทำความสะอาดบ้านอยู่เห็นนายหัวเดินไปเดินมาแล้วก็ชะโงกหน้าไปยังถนนหน้าบ้านก็อดจะถามไม่ได้เพราะปกติเวลานี้ถ้าเจ้านายไม่เข้าไปที่โรงงานก็จะนั่งทำงานอยู่ในห้องมากกว่าออกมานั่งในห้องรับแขกอย่างที่เธอเห็นอยู่ในขณะนี้ “ฉันรอชลที เขาว่าจะมาแต่นี่ก็เลยเวลานัดแล้วทำไมยังไม่มาสักที” เขาพูดโกหกออกไปทั้งที่ตอนนี้ตัวเองกำลังรอเพลงขวัญและพี่ชาย“ทำไมนายหัวไม่ลองโทรตามดูล่ะคะ เผื่อคุณชลทีจะลืม”“ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องด่วนอะไรมาก ฉันเข้าไปทำงานก่อนนะถ้าเขามาบุหลันก็ไปตามฉันในห้องก็แล้วกัน”“ได้ค่ะ” นายหัวอารัณย์เดินเข้ามาในห้องทำงานแต่ก็พยายามเงี่ยหูฟังว่ามีเสียงรถดังเข้ามาหรือเปล่าแล้วรอยยิ้มก็ปรากฏที
หลังจากทานอาหารเย็นกับพี่ชายแล้วเพลงขวัญก็มานั่งดูทีวีต่อที่ห้องรับแขก เธอลังเลว่าจะถามถึงเงินหนึ่งล้านที่พี่ชายเอามาใช้หนี้นายหัวดีไหม เพราะกลัวว่าพี่ชายจะไปทำอะไรที่ผิดกฎหมายมาหรือเปล่าแต่อีกใจหนึ่งก็กลัวพี่ชายจะโกรธที่เธอไปกล่าวหาถ้าหากเงินนั้นหามาด้วยความสุจริต “มีอะไรจะถามพี่ใช่ไหม” เพลิงเห็นว่าน้องสาวของตนเอาแต่จ้องหน้าก็ถามขึ้นเพราะคิดว่าตอนนี้เพลงขวัญคงอยากจะถามอะไรเขาหลายๆ ถึงเรื่องราวที่เขาหายไปนาน ซึ่งตัวเขาก็มีเรื่องที่จะถามน้องสาวอยู่เหมือนกัน “ค่ะ พี่เพลิงรู้ได้ยังไงว่าเพลงมีเรื่องจะถาม” “พี่เห็นเรามาตั้งแต่เกิดทำไมจะไม่รู้ล่ะ ว่าแต่เพลงจะถามอะไรพี่ล่ะ” “พี่เพลิงต้องสัญญาว่าจะตอบความจริงนะคะ” “ถึงแม้ที่ผ่านมาพี่จะทำตัวเกเรแต่ตอนนี้พี่เปลี่ยนไปแล้วนะ เพลงทำเหมือนไม่เชื่อใจพี่เลย” เพลิงมองหน้าน้องสาวซึ่งเป็นญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ของเขา “เพลงขอโทษ เพลงก็แค่สงสัย” หญิงสาวเอ่ยเสียงเบาเพราะรู้สึกผิดที่ไประแวงพี่ชายแบบนั้น “สงสัยอะไรก็ถามมาเลย เราพี่น้องกันนะเพลง มีอะไรก็พูดกันตรงๆ” “พี่เ
“นายบอกฉันว่าน้องสาวนายไม่มีแฟนแล้วนั่นมันยังไงกันทำไมเธอถึงมากับนายหัวอารัณย์ได้ล่ะเพลิง” นายหัววาทิตมองเพลงขวัญที่เดินออกจากร้านกาแฟมาพร้อมกับนายหัวอารัณย์ด้วยความไม่พอใจ “เรื่องนี้ผมอธิบายได้ครับนายหัววาทิต เพลงก็แค่ไปช่วยงานนายหัวที่บ้านนายหัวอารัณย์เท่านั้นเอง”“แค่ช่วยงานอย่างเดียวเหรอ”“ครับ ผมถามแล้วน้องผมไม่ได้คิดอะไรกับนายหัวเลย”“น้องนายไม่ได้คิดแต่ฉันเห็นนะสายตานายหัวอารัณย์ที่มันมองเพลงขวัญฉันว่าเรื่องนี้เราช้าไม่ได้แล้วล่ะ”“แล้วนายหัวจะเอายังไงละครับ”“ฉันให้เวลาอีกสองวันนะ”“ได้ครับไม่มีปัญหา แล้วเย็นนี้นายหัวจะไปกินข้าวที่บ้านผมอยู่ไหม”“ไปสิฉันก็อยากทำความรู้จักเธอไว้ก่อนถึงวันนั้นเธอจะได้ไม่ตกใจมาก”“แล้วเรื่องนี้เมียนายหัวจะไม่เข้ามายุ่งใช่ไหม”“ปุยฝ้ายเหรอไม่มีทางรู้เรื่องนี้หรอก”“แต่น้องผมต้องกลับไปเรียนนะครับ”“จะเรียนทำไมเป็นเมียฉันไม่ต้องเรียนหรอกแค่ทำหน้าที่บนเตียงให้ดีก็พอ”“แล้วนายจะอยู่กับน้องสาวอีกกี่วัน”“ก็คงจะถึงวันที่นายหัวจะลงมือนั่นแหละครับ ว่าแต่เงินงวดที่สองนายหัวจะให้ผมเมื่อไหร่”“แม้แต่มือของน้องสาวนายฉันยังไม่ได้จับจะมาทวง
วันนี้นายหัวอารัณย์มีนัดคุยกับเพื่อนที่สวนปาล์ม เขาเลยพาเพลงขวัญนั่งรถมาด้วย หลังจากคุยงานเสร็จก็เลยพาเธอไปยังน้ำตกแห่งหนึ่งที่อยู่ระหว่างทาง ซึ่งน้ำตกแห่งนี้ไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่เพราะอยู่ห่างไกลจากบ้านเรือนประชาชนอีกทั้งการเดินทางเข้ามาที่นี่ยังต้องใช้รถที่ขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้นแต่มันไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาเลย “เพลงเพิ่งรู้ว่าแถวนี้มีน้ำตกด้วย” หญิงสาวบอกกับนายหัวหลังจากลงมานั่งบนโขดหินและหย่อนเท้าลงในน้ำเย็นเฉียบ เธอเคยไปน้ำตกที่อื่นมาบ้างแล้วแต่เพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก “ไม่ค่อยมีคนรู้จักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่คนอื่นๆ เขาจะไปน้ำตกอีกที่ซึ่งมันเดินทางสะดวกกว่านี้”“แล้วทำไมนายหัวถึงพาเพลงมาที่นี่ล่ะคะ เพลงว่ามันเปลี่ยวมาก”“ก็เพราะมันเปลี่ยวและมีความเป็นส่วนตัวไงล่ะฉันถึงอยากพาเธอมาที่นี่”“เรื่องที่เราจะคุยกันมันไม่ได้เป็นความลับมากขนาดนั้นสักหน่อยนายหัวไม่ต้องพามาที่แบบนี้ก็ได้”“ทำไมเธอกลัวอะไรเพลง”“เปล่าค่ะ เพลงก็แค่ไม่ค่อยชอบบรรยากาศเท่าไหร่มันดูวังเวงยังไงก็ไม่รู้”“ไม่ต้องกลัวหรอกน่าอยู่กับฉันเธอจะกลัวอะไร เอาล่ะเธอลองเล่าเรื่องที่พี่ชายเธอคุยกั
หลังจากไปส่งเพลงขวัญที่บ้านแล้วนายหัวอารัณย์ก็เข้ามาซื้อของที่ร้านประจำในตัวอำเภอขณะกำลังจะกลับก็เห็นพี่ชายของเพลงขวัญนั่งอยู่กับชายอีกสามคนที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง เขาแปลกใจมากเพราะเพลงขวัญบอกว่าเย็นนี้พี่ชายของตนเองก็จะอยู่ที่บ้านด้วย เขาเข้าไปนั่งมุมหนึ่งในร้านแล้วเรียกเด็กเสิร์ฟมาคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกของคนงานในสวนยางพารา “นายเพลิงกับเพื่อนมากันนานหรือยังต้อม” “มาตั้งแต่บ่ายแล้วครับนายหัว” “เราพอจะรู้ไหมว่าเขาคุยอะไรกัน” “ผมไม่ใจนะครับว่าฟังถูกหรือเปล่า บางทีอาจจะหูฝาด” “ไหนลองเล่ามาสิว่าเขาพูดว่าอะไร” “เขาบอกว่าวันนี้จะได้เงินหนึ่งล้าน พอเพื่อนเขาถามเขาก็หัวเราะแล้วก็บอกว่าเขาขายน้องสาว ผมเลยคิดว่าตัวเองน่าฟังผิด” “ขอบใจนะต้อม” นายหัวควักธนบัตรในละหนึ่งพันบาทให้กับเด็กหนุ่มแล้วรีบออกจากร้านเพราะคิดว่าน่าจะเกิดอันตรายกับเพลงขวัญแน่ๆ แต่ด้วยความรีบร้อนจึงชนกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ลานจอดรถ “ขอโทษครับ” นายหัวหนุ่มรีบกล่าวขอโทษ แล้วพอเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าคนที่ตัวเองชนคือปุยฝ้ายเพื่อนสมัยเรียนของตน
ทางด้านนายหัวอารัณย์หลังจากคุยกับเพลิงแล้วเขาก็กลับไปที่บ้านของตนเอง เพราะอยากให้เพลงขวัญได้พักผ่อน เขารอจนกระทั่งถึงเวลาเย็นจึงขับรถเข้ามาหาเธอ แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อทั้งบ้านมืดสนิทเขาตะโกนเรียกเท่าไหร่หญิงสาวก็ไม่เปิดประตูชายหนุ่มเดินเข้าเปิดไฟที่ห้องรับแขกก่อนจะเดินเข้าไปตามเพลงขวัญในห้องนอน แต่แล้วพอเขาเปิดเข้าไปข้างในก็ต้องใจหายเมื่อพบว่าห้องนั้นว่างเปล่าและข้าวของบางอย่างมันหายไป นายหัวพยายามโทรหาเพลงขวัญแต่โทรเท่าไหร่ก็ไม่ติด เขาคิดว่าเธอน่าจะยังไปไหนไม่ไกลอย่างมากก็น่าจะแค่ในเมืองและทางเดียวที่จะเข้าเมืองได้ก็คือการนั่งรถลุงจวบเข้าไปเขารีบไปยังร้านป้านงค์ซึ่งอยู่ติดกับท่ารถเพื่อถามว่ามีใครเห็นเพียงขวัญบ้างไหม แต่ก็ไม่มีใครเห็นเพราะช่วงที่เพลงขวัญโบกรถชาวบ้านไปนั้นป้านงค์ก็กำลังวุ่นวายอยู่กับการขายของ“แล้วคนอื่นล่ะครับมีใครเห็นไหม”“ลุงไม่แน่ใจเท่าไหร่นะเพราะลุงสายตาไม่ดี แต่ช่วงสายๆ ลุงเห็นผู้หญิงคนหนึ่งโบกรถชาวบ้านที่จะเข้าในเมือง“ขอบคุณครับลุง” นายหัวอารัณย์กล่าวขอบคุณและคิดว่าผู้หญิงที่ลุงคนนี้บอกน่าจะใช่เพลงขวัญเขารีบขับรถเข้าไปในตัวจังหวัด ตามหาเพลงขวัญทั
นายหัวอารัณย์มองคนที่หลับสนิทแล้วได้แต่ส่ายหน้าถ้าวันนี้เขามาไม่ทันคนที่เธอร่วมรักอย่างบ้าคลั่งก็น่าจะเป็นนายหัววาทิต คิดแล้วก็รู้สึกเจ็บใจว่าทำไมพี่ชายของเธอจึงทำกับเธอแบบนี้เขาน่าจะมองออกและเตือนเธอให้ระวังตัวแต่เพราะคิดว่าเพลิงเป็นพี่ชายของเธอเป็นครอบครัวของเธอจึงไม่ได้ระแวงอะไรเลยสักนิดนายหัวหนุ่มเดินเข้าห้องน้ำจัดการชำระล้างร่างกายของตนเองจากนั้นใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กชุบน้ำมาเช็ดเนื้อตัวเพลงขวัญให้สะอาด เขานอนกอดเธอด้วยความหวงแหนก่อนจะออกจากบ้านของเธอในตอนเช้านายหัวอารัณย์ให้คนช่วยตามาพี่ชายของเพลิงขวัญเพื่อจะถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่ามันเป็นแผนของเขาหรือนายหัววาทิตกันแน่“นายทำแบบนี้ได้ยังไงเพลิงนั้นน้องสาวนายนะ”“ผมไม่ทางเลือกที่ไหนล่ะนายหัว คนอย่างผมเรียนก็ไม่ได้สูง หางานทำก็ลำบากแล้วพอมีคนมาเสนอเงินให้ถึงสองล้านถ้าไม่รีบคว้าไว้ผมก็โง่เต็มที”“เพลงขวัญมาได้ยินเธอคงเสียใจมาก นายรู้ไหมว่าเธอดีใจมากแค่ไหนที่นายกลับมานายเป็นครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่”“ผมก็แค่อยากให้น้องสบาย นายหัววาทิตเขาชอบเพลงขวัญมาก ผมก็แค่อยากช่วยให้เขาได้สมหวัง”“นายนี่มันเห็นแก่ตัวและเห็
หลังจากไปส่งเพลงขวัญที่บ้านแล้วนายหัวอารัณย์ก็เข้ามาซื้อของที่ร้านประจำในตัวอำเภอขณะกำลังจะกลับก็เห็นพี่ชายของเพลงขวัญนั่งอยู่กับชายอีกสามคนที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง เขาแปลกใจมากเพราะเพลงขวัญบอกว่าเย็นนี้พี่ชายของตนเองก็จะอยู่ที่บ้านด้วย เขาเข้าไปนั่งมุมหนึ่งในร้านแล้วเรียกเด็กเสิร์ฟมาคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกของคนงานในสวนยางพารา “นายเพลิงกับเพื่อนมากันนานหรือยังต้อม” “มาตั้งแต่บ่ายแล้วครับนายหัว” “เราพอจะรู้ไหมว่าเขาคุยอะไรกัน” “ผมไม่ใจนะครับว่าฟังถูกหรือเปล่า บางทีอาจจะหูฝาด” “ไหนลองเล่ามาสิว่าเขาพูดว่าอะไร” “เขาบอกว่าวันนี้จะได้เงินหนึ่งล้าน พอเพื่อนเขาถามเขาก็หัวเราะแล้วก็บอกว่าเขาขายน้องสาว ผมเลยคิดว่าตัวเองน่าฟังผิด” “ขอบใจนะต้อม” นายหัวควักธนบัตรในละหนึ่งพันบาทให้กับเด็กหนุ่มแล้วรีบออกจากร้านเพราะคิดว่าน่าจะเกิดอันตรายกับเพลงขวัญแน่ๆ แต่ด้วยความรีบร้อนจึงชนกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ลานจอดรถ “ขอโทษครับ” นายหัวหนุ่มรีบกล่าวขอโทษ แล้วพอเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าคนที่ตัวเองชนคือปุยฝ้ายเพื่อนสมัยเรียนของตน
วันนี้นายหัวอารัณย์มีนัดคุยกับเพื่อนที่สวนปาล์ม เขาเลยพาเพลงขวัญนั่งรถมาด้วย หลังจากคุยงานเสร็จก็เลยพาเธอไปยังน้ำตกแห่งหนึ่งที่อยู่ระหว่างทาง ซึ่งน้ำตกแห่งนี้ไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่เพราะอยู่ห่างไกลจากบ้านเรือนประชาชนอีกทั้งการเดินทางเข้ามาที่นี่ยังต้องใช้รถที่ขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้นแต่มันไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาเลย “เพลงเพิ่งรู้ว่าแถวนี้มีน้ำตกด้วย” หญิงสาวบอกกับนายหัวหลังจากลงมานั่งบนโขดหินและหย่อนเท้าลงในน้ำเย็นเฉียบ เธอเคยไปน้ำตกที่อื่นมาบ้างแล้วแต่เพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก “ไม่ค่อยมีคนรู้จักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่คนอื่นๆ เขาจะไปน้ำตกอีกที่ซึ่งมันเดินทางสะดวกกว่านี้”“แล้วทำไมนายหัวถึงพาเพลงมาที่นี่ล่ะคะ เพลงว่ามันเปลี่ยวมาก”“ก็เพราะมันเปลี่ยวและมีความเป็นส่วนตัวไงล่ะฉันถึงอยากพาเธอมาที่นี่”“เรื่องที่เราจะคุยกันมันไม่ได้เป็นความลับมากขนาดนั้นสักหน่อยนายหัวไม่ต้องพามาที่แบบนี้ก็ได้”“ทำไมเธอกลัวอะไรเพลง”“เปล่าค่ะ เพลงก็แค่ไม่ค่อยชอบบรรยากาศเท่าไหร่มันดูวังเวงยังไงก็ไม่รู้”“ไม่ต้องกลัวหรอกน่าอยู่กับฉันเธอจะกลัวอะไร เอาล่ะเธอลองเล่าเรื่องที่พี่ชายเธอคุยกั
“นายบอกฉันว่าน้องสาวนายไม่มีแฟนแล้วนั่นมันยังไงกันทำไมเธอถึงมากับนายหัวอารัณย์ได้ล่ะเพลิง” นายหัววาทิตมองเพลงขวัญที่เดินออกจากร้านกาแฟมาพร้อมกับนายหัวอารัณย์ด้วยความไม่พอใจ “เรื่องนี้ผมอธิบายได้ครับนายหัววาทิต เพลงก็แค่ไปช่วยงานนายหัวที่บ้านนายหัวอารัณย์เท่านั้นเอง”“แค่ช่วยงานอย่างเดียวเหรอ”“ครับ ผมถามแล้วน้องผมไม่ได้คิดอะไรกับนายหัวเลย”“น้องนายไม่ได้คิดแต่ฉันเห็นนะสายตานายหัวอารัณย์ที่มันมองเพลงขวัญฉันว่าเรื่องนี้เราช้าไม่ได้แล้วล่ะ”“แล้วนายหัวจะเอายังไงละครับ”“ฉันให้เวลาอีกสองวันนะ”“ได้ครับไม่มีปัญหา แล้วเย็นนี้นายหัวจะไปกินข้าวที่บ้านผมอยู่ไหม”“ไปสิฉันก็อยากทำความรู้จักเธอไว้ก่อนถึงวันนั้นเธอจะได้ไม่ตกใจมาก”“แล้วเรื่องนี้เมียนายหัวจะไม่เข้ามายุ่งใช่ไหม”“ปุยฝ้ายเหรอไม่มีทางรู้เรื่องนี้หรอก”“แต่น้องผมต้องกลับไปเรียนนะครับ”“จะเรียนทำไมเป็นเมียฉันไม่ต้องเรียนหรอกแค่ทำหน้าที่บนเตียงให้ดีก็พอ”“แล้วนายจะอยู่กับน้องสาวอีกกี่วัน”“ก็คงจะถึงวันที่นายหัวจะลงมือนั่นแหละครับ ว่าแต่เงินงวดที่สองนายหัวจะให้ผมเมื่อไหร่”“แม้แต่มือของน้องสาวนายฉันยังไม่ได้จับจะมาทวง
หลังจากทานอาหารเย็นกับพี่ชายแล้วเพลงขวัญก็มานั่งดูทีวีต่อที่ห้องรับแขก เธอลังเลว่าจะถามถึงเงินหนึ่งล้านที่พี่ชายเอามาใช้หนี้นายหัวดีไหม เพราะกลัวว่าพี่ชายจะไปทำอะไรที่ผิดกฎหมายมาหรือเปล่าแต่อีกใจหนึ่งก็กลัวพี่ชายจะโกรธที่เธอไปกล่าวหาถ้าหากเงินนั้นหามาด้วยความสุจริต “มีอะไรจะถามพี่ใช่ไหม” เพลิงเห็นว่าน้องสาวของตนเอาแต่จ้องหน้าก็ถามขึ้นเพราะคิดว่าตอนนี้เพลงขวัญคงอยากจะถามอะไรเขาหลายๆ ถึงเรื่องราวที่เขาหายไปนาน ซึ่งตัวเขาก็มีเรื่องที่จะถามน้องสาวอยู่เหมือนกัน “ค่ะ พี่เพลิงรู้ได้ยังไงว่าเพลงมีเรื่องจะถาม” “พี่เห็นเรามาตั้งแต่เกิดทำไมจะไม่รู้ล่ะ ว่าแต่เพลงจะถามอะไรพี่ล่ะ” “พี่เพลิงต้องสัญญาว่าจะตอบความจริงนะคะ” “ถึงแม้ที่ผ่านมาพี่จะทำตัวเกเรแต่ตอนนี้พี่เปลี่ยนไปแล้วนะ เพลงทำเหมือนไม่เชื่อใจพี่เลย” เพลิงมองหน้าน้องสาวซึ่งเป็นญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ของเขา “เพลงขอโทษ เพลงก็แค่สงสัย” หญิงสาวเอ่ยเสียงเบาเพราะรู้สึกผิดที่ไประแวงพี่ชายแบบนั้น “สงสัยอะไรก็ถามมาเลย เราพี่น้องกันนะเพลง มีอะไรก็พูดกันตรงๆ” “พี่เ
นายหัวอารัณย์นั่งมองถนนหน้าบ้านอย่างร้อนใจเพราะตอนนี้ก็เกือบจะสิบโมงเช้าแล้วแต่เพลงขวัญกับพี่ชายก็ยังไม่มาตามที่บอกไว้ เขาอยากคุยกับพี่ชายของเธอเรื่องหนี้สินทั้งหมด ถ้าหากเพลิงจะมีเงินใช้หนี้ไม่หมดเขาก็ยินดีที่จะยกให้เพื่อแลกกับการที่เพลงขวัญต้องอยู่ในการดูแลของเขาจนเธอเรียนจบซึ่งระยะเวลาสองปีนี้ก็คงนานพอที่เขาและเธอจะได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันมากขึ้น “นายหัวรออะไรคะ” บุหลันที่ทำความสะอาดบ้านอยู่เห็นนายหัวเดินไปเดินมาแล้วก็ชะโงกหน้าไปยังถนนหน้าบ้านก็อดจะถามไม่ได้เพราะปกติเวลานี้ถ้าเจ้านายไม่เข้าไปที่โรงงานก็จะนั่งทำงานอยู่ในห้องมากกว่าออกมานั่งในห้องรับแขกอย่างที่เธอเห็นอยู่ในขณะนี้ “ฉันรอชลที เขาว่าจะมาแต่นี่ก็เลยเวลานัดแล้วทำไมยังไม่มาสักที” เขาพูดโกหกออกไปทั้งที่ตอนนี้ตัวเองกำลังรอเพลงขวัญและพี่ชาย“ทำไมนายหัวไม่ลองโทรตามดูล่ะคะ เผื่อคุณชลทีจะลืม”“ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องด่วนอะไรมาก ฉันเข้าไปทำงานก่อนนะถ้าเขามาบุหลันก็ไปตามฉันในห้องก็แล้วกัน”“ได้ค่ะ” นายหัวอารัณย์เดินเข้ามาในห้องทำงานแต่ก็พยายามเงี่ยหูฟังว่ามีเสียงรถดังเข้ามาหรือเปล่าแล้วรอยยิ้มก็ปรากฏที
หญิงสาวเก็บของใช้จำเป็นลงกระเป๋า แต่ยังไม่ได้เอาไปทุกอย่างเพราะไม่รู้ว่าพี่ชายจะกลับมาอยู่ที่บ้านนานแค่ไหน ถ้าให้เลือกเพลงขวัญก็อยากให้เขากลับมาอยู่กับเธอที่นี่ตลอดเพราะเพลิงเป็นญาติเดียวที่เหลืออยู่ นายหัวอารัณย์จอดรถที่หน้าบ้านของเพลงขวัญชายหนุ่มตาละห้อยเพราะไม่อยากให้เธอห่างจากเขา “นายหัวจะลงไปไหมคะ” “ไม่หรอก ฉันอยากให้เธอกับพี่ชายได้อยู่กันตามลำพัง แล้วพรุ่งนี้ฉันจะมารับนะ” “เพลงยังไม่รู้เลยว่าพี่เพลิงจะอยู่นานไหม” “ถ้าเขากลับมาอยู่ตลอด เธอก็จะอยู่ที่นี่กับเขาตลอดอย่างนั้นเหรอ แล้วฉันล่ะ เธอไม่สงสารฉันเลยเหรอ เธอไม่อยู่ฉันคงนอนไม่หลับแน่ๆ” “นายหัวพูดอย่างกับเราอยู่ด้วยกันมานานอย่างนั้นแหละ เราเพิ่งนอนด้วยกันสามคืนเองเดี๋ยวนายหัวก็ลืมเพลงไปเอง” “ใครจะลืมลง เมียทั้งคนนะ ขอกอดหน่อยได้ไหม” “อย่านะคะเดี๋ยวพี่เพลิงเห็น” หญิงสาวรีบร้องห้าม “ใจร้ายกับผัวจังนะ อย่างนี้ไม่น่าให้กลับมาเลย” “นายหัวขาเพลงไม่ได้ไปไหนไกลเลย บ้านเพลงก็อยู่แค่นี้ ของใช้เพลงก็ยังอยู่ที่บ้านายหัวนะค
เพลงขวัญตื่นนอนมาอีกครั้งในช่วงสายของวันใหม่ เธอรู้สึกดีที่การตื่นนอนในวันนี้มีนายหัวอารัณย์นอนอยู่ข้างๆ มันทำให้เธออบอุ่นและไม่อยากจะลุกออกจากที่นอนเลยสักนิด หญิงสาวนอนมองใบหน้าที่คล้ำแดดของเขาแล้วยิ้ม นายหัวอารัณย์เป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มากคนหนึ่งยิ่งมองใกล้ๆ แบบนี้เธอก็ยิ่งรู้สึกดีกับเขามากขึ้น หัวใจมันเต้นเป็นจังหวะแปลกๆความคิดอยากจะเป็นเจ้าของชายคนนี้เริ่มมากขึ้น แต่คงเป็นแค่ตนเองที่คิดแบบนี้เพราะยังไงเสียนายหัวก็ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานใหม่หรือมีครอบครัวอีกแล้ว แต่เธอก็เลือกที่จะยอมเป็นเมียบำเรอของเขาเพราะอย่างน้อยก็ยังได้และได้นอนอยู่ในอ้อมกอดของเขา ขณะมองเขาเพลินๆ เสียงโทรศัพท์ของเพลงขวัญก็ดังขึ้น หญิงสาวรีบหยิบผ้าเช็ดตัวที่วางอยู่ปลายเตียงมานุ่งก่อนจะหยิบโทรศัพท์แล้วเดินไปที่ห้องแขก คนที่โทรเข้ามาเป็นพี่จากบุหลันซึ่งโทรมาถามว่าเพลงขวัญจะกลับบ้านเมื่อไหร่เพราะตอนนี้พี่ชายของเธอกลับมาอยู่ที่บ้านและมาตามหาเพลงขวัญที่บ้านของนายหัว เพลงขวัญดีใจที่จะได้เจอพี่ชายและอยากจะถามเข้าเรื่องบ้านกับที่ดิน เผื่อบางทีพี่ชายอาจจะมีเงินกลับมาใช้หนี้นายหัวซึ่