“เจ้าไม่ชอบหรือ?” เขาถามอย่างตะลึงงัน และยังกางแขนออก ตั้งใจหมุนรอบตัวต่อหน้านางหนึ่งรอบ นี่เป็นชุดใหม่ของเขา ยังไม่เคยใส่เลยหมุนอีกรอบชมเขาหน่อยมันจะตายหรือ?หมุนอีกรอบเขารู้สึกว่าตนเองดูดีมาก มีราศีมาก หล่อเหลารวยเงิน มีสถานะ มีตำแหน่ง ขอแค่เป็นผู้หญิงไม่มีใครสามารถต้านทานเสน่ห์ของเขาหมุนอีกรอบ…อวิ๋นอิง “...”รู้สึกเพียงเขาเหมือนลูกข่าง หมุนไปหมุนมาอยู่ตรงนั้น ราวกับคนบ้าไม่ถูกเหตุใดนางต้องคุยกับคนบ้า?นางจะตั้งใจฝึกยุทธ์ เพิ่มศักยภาพของตนเอง พิสูจน์ความแข็งแกร่ง ตระหนักถึงคุณค่าตนเอง จึงจะ…สามารถแก้แค้นให้ท่านแม่นางเม้มมุมปากเล็กน้อย มองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาซับซ้อนเขาร่าเริงมาก จิตใจดีมาก น่ารักมาก แต่…พวกเขาไม่ใช่มนุษย์โลกเดียวกันนางกำกระบี่ในมือแน่น ข่มอะไรบางอย่างเงียบๆ แล้วปล่อยมืออย่างเงียบๆ หมุนกายเดินจากไป ตั้งแต่เริ่มจนจบไม่พูดอะไรสักคำ“เอ๋?”“อวิ๋นอิง! อวิ๋นอิง รอข้าด้วย!”“เจ้าอย่าไปสิ พวกเรามาเล่นด้วยกันเถอะ! ข้ารู้สถานที่สนุกๆ เยอะเลย เจ้าต้องชอบแน่นอน!”“อวิ๋นอิง!”คนหนึ่งไป คนหนึ่งไล่ตามเขาไล่ตามเหมือนตั๊กแตน กระโดดซ้ายกระโดดขวารอ
เขากับผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งหารือเรื่องสำคัญอะไรบางอย่างในห้อง และยังให้นางฟังไม่ได้?เมื่อก่อนเขาไม่เคยเป็นเช่นนี้ฉู่เชียนหลีเงยหน้า สายตามองข้ามหานเฟิง จ้องประตูบานที่ปิดสนิท ถามโดยตรง“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร?”หานเฟิงชะงักเล็กน้อย รู้สึกว่าพระชายาอาจเข้าใจผิด เขารีบกล่าว“พระชายา นางเป็นแค่คนไม่สำคัญคนหนึ่ง! หารือเรื่องสำคัญกับนายท่าน นอกจากนี้ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ! ท่านอย่าคิดมาก นายท่านไม่ใช่คนเช่นนั้น!”ส่วนเนื้อหาที่หารือ เขาก็ไม่รู้เช่นกัน“พระชายา ท่านน่าจะเชื่อใจนายท่านกระมัง?” เขาทำหน้ายิ้มแย้มอย่างคาดหวัง ยิ้มจนเผยให้เห็นฟันขาวทั้งสองแถวฉู่เชียนหลีเหลือบมองท่าทางที่ยิ้มแย้มของเขา ทันใดนั้น แสร้งยิ้มเผยให้เห็นใบหน้ายิ้มที่ ‘เป็นมิตร’ ‘อ่อนโยน’ ‘หวานแหวว’“หานเฟิง นี่เจ้าพูดอะไรของเจ้า? เขาบาดเจ็บสาหัสเช่นนั้น ยังไม่ลืมที่จะจัดการเรื่องงาน หรือข้าจะโกรธ? หรือในสายตาเจ้า ข้าเป็นคนประเภทไม่มีเหตุผล?”ยิ้มแย้ม อ่อนโยนจนแทบสามารถบีบเค้นน้ำออกมาหานเฟิงได้ยินคำนี้ แอบถอนหายใจอย่างโล่งอกไม่โกรธก็ดี…ตั้งแต่ครั้งก่อนหลังทำกระเป๋าเงินของเยว่เอ๋อร์สกปรก เยว่เอ๋อร์
เซียวจือฮว่าเม้มปาก ตอนที่สะบัดแขนเสื้อกำลังจะเดินจากไป มีเสียงหัวเราะที่อ่อนโยนของผู้หญิงดังขึ้นจากข้างหลัง“คิดว่าท่านนี้ก็คือเพื่อนตั้งแต่วัยเด็กของอ๋องเฉิน คุณหนูเซียวกระมัง?”ฝีเท้านางชะงัก หันกลับไปมองภายในห้อง มีหญิงงามวัฒนธรรมต่างถิ่นคนหนึ่งเดินออกมา รูปร่างเค้าโครงของนางชัดเจน อวัยวะสัมผัสทั้งห้าลึกล้ำ รูปร่างสูง แต่งตัวสะดุดตา ใบหน้าที่สวยงามนั่น ทำให้เห็นแค่ปราดเดียวก็ไม่สามารถลืมนางสวยกว่าฉู่เชียนหลีพันเท่า หมื่นเท่าจริงๆ นะผู้หญิงคนนี้ปรากฏตัวข้างกายอ๋องเฉิน หาใช่คนที่ฉู่เชียนหลีสามารถชนะหรือ?ครั้งหนึ่ง ฉู่เชียนหลีชนะนาง ตอนนี้ มีศัตรูตัวฉกาจคนหนึ่งมา เกรงว่าอีกไม่นาน ฉู่เชียนหลีก็จะได้ลิ้มรสความพ่ายแพ้แล้ว!เซียวจือฮว่าพลางวางแผนในใจ แค่คิดถึงภาพนั้น ก็รู้สึกหายแค้นแล้ว นางแอบหัวเราะอย่างเย็นชา บนใบหน้าเผยให้เห็นรอยยิ้มที่สง่างาม“เจ้าคือ…”“ข้าชื่ออูหนู มาจากเหมียวเจียงอันห่างไกล” ผู้หญิงคนนั้นเดินออกมา เครื่องเงินบนร่างกายกระทบกัน เสียงใสไพเราะดังชัดเจน เครื่องเงินอันประณีตสะท้อนแสงภายใต้ดวงอาทิตย์ ขับผิวที่เรียบเนียนของนางให้ขาวเหมือนหิมะ ไม่ต้องพูดถึงว่
ความผิดร้ายแรง ถูกตีตราไว้บนศีรษะฉู่หงหลวนทันทีสาวใช้ไฉ่เตี๋ยรีบวิ่งเข้ามากล่าวอธิบาย “พระชายารัชทายาท ไม่ใช่เช่นนี้นะเจ้าคะ! เมื่อครู่คุณหนูของบ่าวไม่ได้แตะต้ององค์หญิงซือเอ๋อร์เลย นางล้มเอง…”“ข้ากำลังพูด เจ้ามีสิทธิ์พูดแทรกตั้งแต่เมื่อไร!”“อ๊า!”พระชายารัชทายาทเหวี่ยงหลังมือออกไปอย่างแรง ตบจนไฉ่เตี๋ยเซไปชนโต๊ะพลิกคว่ำ จาน อาหาร ชุดน้ำชาและอื่นๆ ตกกระจายเกลื่อนพื้นเฟิงเจิ้งซือหลบอยู่ในอ้อมกอดของมารดา ดวงตาที่เบิกกว้างกะพริบปริบๆ มองไปทางฉู่หงหลวนอย่างมีเจตนาร้ายยื่นมือออกไปชี้“ท่านแม่ นางตีข้า ข้าจะบอกเสด็จปู่ จะเอาชีวิตสุนัขนาง!”ฉู่หงหลวนเม้มมุมปาก “ข้าไม่ได้ทำ”นางไม่ยอมรับ “เมื่อครู่เข้าไม่ได้แตะ…”เพียะ!พระชายารัชทายาทเหวี่ยงฝ่ามือออกไปโดยตรง “บังอาจ!”“ความหมายของเจ้าคือ เด็กห้าขวบโกหกหรือ?” นางกล่าวด้วยความโกรธ “ซือเอ๋อร์เป็นองค์หญิง สถานะสูงศักดิ์ แม้เจ้าเป็นลูกสาวของอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายฉู่ แต่ก็เป็นแค่ข้าราชบริพาร เป็นสุนัขรับใช้ตัวหนึ่งของราชวงศ์เท่านั้น เจ้าใจกล้ายิ่งนัก!”เสียงที่โกรธเคืองและดุร้ายดังขึ้นเรื่อยๆชี้ชัดความผิดร้ายแรงโดยตรงฉู่หงหลวนถ
“ซือเอ๋อร์ พวกเราไป!”พระชายารัชทายาทหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งออกจากแขนเสื้อ พลางเช็ดสองมือ หลังจากเช็ดจนสะอาดแล้ว โยนใส่หน้าฉู่หงหลวน จับมือเล็กๆ ของเฟิงเจิ้งซือคนทั้งกลุ่มจากไป“คุณหนู!”ในที่สุดไฉ่เตี๋ยที่ถูกจับกดไว้ก็ได้รับอิสรภาพ นางกระโจนเข้ามาพร้อมกับเสียงร้องไห้“คุณหนู ท่านเลือดออกแล้ว…ว้าย…เลือดเยอะมาก…พระชายารัชทายาททำเกินไปแล้ว! นางรังแกท่านเช่นนี้ได้อย่างไร!”“รัชทายาทรักท่านเช่นนั้น นางกล้า…”ใบหน้า มือ เสื้อผ้าของฉู่หงหลวน แทบไม่มีที่ใดอยู่ในสภาพสมบูรณ์ สะบักสะบอมมากนางอดทนต่อความเจ็บปวดทั่วร่าง ใช้มือที่เปื้อนเลือด เก็บหนังสือปลดขึ้นอย่างสั่นเทา เปิดออกข้างในมีตราประทับส่วนตัวของรัชทายาท หนังสือปลดฉบับนี้มีผลหากรัชทายาทสู้อ๋องเฉินไม่ได้ ถึงเวลา นางอาศัยหนังสือปลดฉบับนี้ สามารถเลี่ยงความสัมพันธ์กับจวนรัชทายาทหากรัชทายาทชนะอ๋องเฉิน อาศัยความรักที่รัชทายาทมีต่อนาง และเรื่องที่นางได้รับบาดเจ็บ สามารถแว้งไปกัดพระชายารัชทายาท ไม่แน่อาจสามารถทำให้รัชทายาทปลดพระชายารัชทายาท แต่งตั้งนางแทนไม่ว่าจะรุกหรือรับก็ทำได้นางพับหนังสือปลด ใส่เข้าไปในอกอย่างระมัดระวั
ในเวลาเดียวกัน นอกเมือง ในจุดที่ลับตาห่างออกไปหลายเมตรกลางดึก มืดมิดในความมืด กระโจมเป็นหลังๆ ผุดขึ้นจากพื้นดิน เหล่าทหารถืออาวุธ ยืดอกเชิดหน้า สามก้าวยืนหนึ่งคน ท่าทางที่เงียบสงัดและน่าเกรงขามนั่น สะท้อนให้ป่าในคืนที่มืดมิด แลดูขึงขังเป็นพิเศษ“รายงาน…”ทันใดนั้น องครักษ์ลับคนหนึ่งคนหนึ่งวิ่งเข้ากระโจมหลังหนึ่ง ฝีเท้ายุ่งเหยิง สีหน้าร้อนใจ“นาย นายท่าน แย่แล้ว…ราย รายงานจากจวน ช่วงบ่ายวันนี้ อูหนูเคยไปที่จวนรัชทายาท เข้าห้องหนังสือของท่าน หลังจากนั้น หลังจากนั้น…ก็ไปจวนอ๋องเฉิน…”“อะไรนะ?!”บนเก้าอี้หลัก เฟิงเจิ้งอวี้ลุกขึ้นฉับพลัน สีหน้าเปลี่ยนไปโดยตรงอูหนู ห้องหนังสือ จวนอ๋องเฉิน…ทุกอย่างในห้องหนังสือล้วนเป็นความลับ! และยังมีสิ่งของหลายอย่างที่คนเห็นไม่ได้!อูหนูไปเข้ากับเฟิงเย่เสวียนแล้ว?บ้าจริง!หญ้าบนกำแพง[footnoteRef:1]! [1: หญ้าบนกำแพง เปรียบเปรยหญ้าที่คล้อยไปตามสายลม] สีหน้าเฟิงเจิ้งอวี้มืดมน จ้ององครักษ์ลับด้วยความโกรธ “เรื่องที่เกิดขึ้นตอนบ่าย ทำไมถึงเพิ่งรายงานตอนนี้!”“ไร้ประโยชน์!”พุ่งพรวดออกไปก็ถีบ ทำเอาองครักษ์ลับหน้าหงายกลิ้งสองตลบองครักษ์ลับไ
นางชูมือยอมจำนน ยืนห่างออกไปหลายก้าวโดยดี แต่สายตาที่ยิ้มลึกนั่นจับจ้องมาที่เฟิงเย่เสวียนตลอด ไม่เพียงไม่ถ่อมตน กลับยิ่งดูสนใจมากขึ้นอูหนูออกไปเฟิงเย่เสวียนเก็บมีด โยนไปที่โต๊ะเล็กๆ ข้างเตียง แล้วคว้าจอกเหล้าขึ้นในแววตา มีประกายที่เหี้ยมโหด “พี่ใหญ่ ท่านต้องชอบของขวัญที่ข้าเตรียมไว้ให้ท่านอย่างพิถีพิถันนะ!”เงยหน้า เหล้าลงท้อง เผ็ดร้อนมาก และทำให้แผลที่ท้องชา ไม่เจ็บเลยสักนิด แต่ก็ยังไม่สามารถลุกขึ้นยกจอกเหล้า “ใครก็ได้!”หานเฟิงวิ่งเข้ามา “นายท่าน”“พระชายาล่ะ?”“พระชายาไปเดินตลาดแล้วขอรับ ตอนนี้ยังไม่กลับมา”เฟิงเย่เสวียนขมวดคิ้ว กวาดมองท้องฟ้านอกหน้าต่างแวบหนึ่ง นี่ก็ดึกมากแล้ว เวลานี้ยังเดินตลาด? ไม่ควรเป็นห่วงสามีที่รักที่บาดเจ็บสาหัส นอนอยู่บนเตียง ขยับตัวไม่ได้เสียหน่อยหรือ?“พระชายากลับมาแล้วบอกข้าด้วย”“ขอรับ!”นอนลง หลับตา ทว่ากระปรี้กระเปร่ามาก ไม่ว่าจะนอนอย่างไรก็นอนไม่หลับ ระหว่างยามว่าง รู้สึกเบื่อหน่ายก็เริ่มทำท่าออกกำลังกายที่ฉู่เชียนหลีสอนขยับแขน ขยับขา แกว่งคอ จะไม่เป็นบ้าหลังจากทำหลายรอบ เหมือนสบายขึ้นเล็กน้อยยามจื่อ[footnoteRef:1] [1: ยามจื่
“นายท่าน ท่านใจเย็นๆ ก่อน! พระชายารักท่านมากนะขอรับ ไม่ว่าจะทำอะไร ในใจก็มีท่านเสมอ” หานเฟิงรีบกล่าวปลอบใจ“อย่างเช่นเรื่องของหอบำเรอชิงเฟิง นางไม่เพียงไถ่ตัวชายรับใช้ข้างกายให้ตัวเองหนึ่งคน ยังได้ไถ่ตัวชายรับใช้ข้างกายให้ท่านอีกคนด้วย เอาใจใส่มากเลยใช่ไหมล่ะ?”เฟิงเย่เสวียน “?”พลันหายใจไม่ทัน สองมืออ่อนแรง หมดสติไปโดยตรง“นายท่าน! ท่านไม่เป็นอะไรกระมัง?”“นายท่าน!”เฟิงเย่เสวียนไม่รู้ว่าตนเองไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ แต่ว่าพลางหักนิ้ว พลางครุ่นคิด เหมือนเขาจะไม่ได้ทำอะไรผิดนะ ฉู่เชียนหลีโกรธอะไรเขา?เด็กผู้หญิงคนนี้ ชาติที่แล้วเป็นปลาปักเป้ากระมัง?พูดอะไรไม่ถูกใจนิดหน่อยก็ระเบิดหนามรอนางกลับมา จะต้องทำให้นางรู้ว่า ในบ้านนี้ใครใหญ่สุด!รุ่งเช้าระหว่างกึ่งหลับกึ่งตื่น ได้ยินเสียงที่คลุมเครือ…“แหม อวิ๋นอิงของเราเก่งจริงๆ ดูวิชากระบี่นี่ รูปร่างนี่ วีรสตรีผู้กล้าหาญชัดๆ ต่อไปคนที่ไม่ทนกระทืบ ไม่มีใครกล้าแต่งงานกับเจ้าแล้ว”“เยว่เอ๋อร์ฉลาดจริงๆ ขนมนี่ยิ่งทำยิ่งอร่อยแล้ว…”“อ๊ะ…”เฟิงเย่เสวียนค่อยๆ ตื่นขึ้น สมองวิงเวียนและหนักอึ้ง ยังรู้สึกมึนงงเล็กน้อย นอนนานเกินไป เสียเลือด
พลันจวินลั่วยวนแน่นหน้าอก เมื่อเห็นเสด็จแม่ทำหน้าจริงจัง รีบอธิบายทันที“เสด็จแม่ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น…ข้า ข้า…”“ข้าทุ่มเทให้เจ้าทั้งกายและใจ ทุกอย่างที่ทำไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนเลย”นางรัก ‘ลูกสาว’ คนหนึ่งที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือดมากเช่นนี้ ลองถามใจตัวเองดู นางรู้สึกว่าตัวเองทำดีที่สุดแล้วเพราะหาลูกสาวแท้ๆ ไม่เจอเพราะรู้สึกผิดดังนั้นจึงยิ่งดีกับจวินลั่วยวนมากๆ หวังเพียงสิ่งที่ตัวเองทำด้วยใจ จะสามารถทำให้สวรรค์ซาบซึ้ง ประทานพรทั้งหมดให้ลูกสาวแท้ๆ หวังว่าลูกสาวแท้ๆ อยู่ในสถานที่ที่นางไม่รู้จัก ก็มีแม่คนหนึ่งที่ดีกับนางเช่นนี้“เสด็จพ่อของเจ้ารักเจ้า พี่ชายทั้งสามของเจ้าตามใจเจ้าทุกอย่าง ทุกคนล้วนเอาเจ้าเป็นที่ตั้ง ทั้งแคว้นหนานยวนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้า หรือข้ายังดีกับเจ้าไม่พออีก?”ฮองเฮาหนานยวนกล่าวอย่างปวดใจช่างเถอะพูดมากไปก็ไม่มีประโยชน์เป็นเพราะพวกเขาปกป้องยวนเอ๋อร์ดีเกินไป ส่งผลให้นางอายุสิบเจ็ดปีแล้ว ยังไม่มีความสามารถในการดูแลตัวเอง และไม่เข้าใจสัจธรรมทางโลกอย่างไรก็เป็นลูกที่นางเลี้ยงมากับมือสิบเจ็ดปี โทษลูกสาวไม่ลง ถอนหายใจแล้วกล่าว“กลั
“ความงามของค่าพังหมดแล้ว!”“ข้ากลายเป็นคนอัปลักษณ์แล้ว!”“ข้าจะฆ่าเจ้า! อ๊ะ!”จวินลั่วยวนนั่งอยู่บนพื้น กรีดร้องถีบเท้างอแงเหมือนเด็กคนหนึ่ง มือทั้งสองข้างก็ทั้งโบกทั้งเหวี่ยงท่าทางที่ป่าเถื่อนนั่น ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้เรื่องราวบานปลายไม่นาน ฮองเฮาหนานยวนมาแล้ว“เสด็จแม่!”เมื่อจวินลั่วยวนเห็นมารดา ก็ปล่อยโฮร้องไห้ทันที “เสด็จแม่ ท่านต้องแก้แค้นให้ยวนเอ๋อร์นะเพคะ พระชายาอ๋องเฉินตีหน้าข้า นางอิจฉาความงามของข้า นางจะทำลายโฉมของข้า!”“ข้ากลายเป็นคนอัปลักษณ์แล้ว ทำอย่างไรดี อ๊ะ! ข้าไม่อยากเป็นคนอัปลักษณ์! ฮือๆ…”นางกล่าวทั้งน้ำตาฮองเฮาหนานยวนยกคางของจวินลั่วยวนขึ้น เมื่อดูอย่างละเอียดบนผิวหนังบริเวณแก้มมีรอยขีดข่วนเล็กๆ และมีเลือดออกเล็กน้อย นอกจากนี้ก็ไม่มีบาดแผลอื่นนางดูจนคิ้วขมวด“ยวนเอ๋อร์!”แผลแค่นี้ ร้องไห้เหมือนจะเป็นจะตาย ทำเอาคนทั้งทำเนียบเจียงหนานวุ่นวายไปหมด ไม่สมกับเป็นองค์หญิงแห่งแคว้นเลยทำให้ผู้คนหัวเราะเยาะจวินลั่วยวนกำลังเสียใจ ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว“ข้าไม่สวยแล้ว! ใบหน้าของข้าได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง เสด็จแม่ ท่านต้องออก
หลังจากกล่าวจบ ในความมืด เสียงลมหายใจของเฟิงเย่เสวียนแรงขึ้นแรงน้อย“ครึ่งปีมานี้ เขาดีกับเขา และดีกับจื่อเยี่ยมาก ไม่เคยทำร้ายพวกเราเลย ตอนข้าเลือกที่จะหักหลังเขา ไม่รู้เพราะเหตุใด ในใจรู้สึกผิดอย่างน่าประหลาด”ฉู่เชียนหลีจับหน้าอก อธิบายความรู้สึกนี้ไม่ถูก“ถ้าหากเจ้าได้รับชัยชนะของจุดจบ ไม่ฆ่าเขาได้หรือไม่? ทำให้เขาพิการก็ได้ กักบริเวณทั้งชีวิตก็ได้ ข้าไม่อยากให้เขาตายเพราะทำดีกับข้า”สายตาเฟิงเย่เสวียนเคร่งขรึม มือที่วางอยู่บนเอวของนางกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อยเหมือนกำลังข่มอารมณ์แต่แค่สองวินาที ก็คลายมือออกอย่างเงียบๆ เปล่งเสียงออกมาจากลำคอแค่คำเดียว“อืม”ทั้งคืนไร้คำพูดวันรุ่งขึ้นฉู่เชียนหลีเพิ่งกินข้าวเช้าเสร็จ มีเสียงที่เกรี้ยวกราดดังขึ้นจากนอกประตู“ฉู่เชียนหลี!”จวินลั่วหยวนสีหน้านางดูโกรธมาก เดินปรี่เข้ามา ไฟโทสะทั้งหมดมุ่งเป้ามาที่ฉู่เชียนหลีสาวใช้เสียวอู่เข้าไปขวางทันที“เจ้าออกไปก่อน” ฉู่เชียนหลีเงยหน้ามองผู้มา “มีอะไร?”จวินลั่วหยวนกล่าวด้วยความโกรธ“ข้าเจ็บที่หน้า ยังไม่ทันมาหาเรื่องเจ้า แต่เจ้ากลับกล้าส่งคนออกไปปล่อยข่าวลือที่ข้างนอก ทำลายชื่อเสียงข
จะไม่ขอพบอีก…อวิ๋นอิงกล่าวอย่างเด็ดขาดเด็ดเดี่ยว เฉียบขาดไร้ความรู้สึกใดๆ ในแววตาชีวิตที่เหลือ นางและเจี๋ยวเจี๋ยวพึ่งพากันและกัน ไม่คิดไม่ต้องการสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น ถูกหรือผิดล้วนไม่ยุ่งเกี่ยวชีวิตที่เหลือ อยู่เพื่อเจี๋ยวเจี๋ยวเท่านั้นฉู่เชียนหลีอ้าปาก ยังอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่อวิ๋นอิงตัดสินใจไปแล้ว พูดมากมีแต่จะยิ่งทำให้นางรู้สึกต่อต้านถอนหายใจเบาๆช่างเถอะ!ส่วนวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ เส้นทางของวันข้างหน้ายังอีกยาวไกล ใครจะรู้ว่าพรุ่งนี้กับเรื่องไม่คาดคิด อันไหนจะมาก่อนกัน“เจ้าพักผ่อนเถอะ ข้าช่วยเจ้าอุ้มลูกออกไปก่อน แม่นมก็เตรียมไว้แล้ว เจ้าผอมเกินไป อย่าป้อนนมแม่เอง”น้ำนมหนึ่งหยด ก็คือเลือดหนึ่งหยดฉู่เชียนหลียุ่งเรื่องทางนี้เสร็จ เมื่อกลับถึงห้องก็ดึกแล้วหนึ่งวันที่แสนวุ่นวายสิ้นสุดลง ไม่ง่ายเลยที่จะมีเวลาได้นอนกับเว่ยซีและจื่อเยี่ย ยังไม่ทันนอนลงไป ก็ถูกเฟิงเย่เสวียนที่กลับมาไล่ออกไป เปลี่ยนเป็นเขามานอนกับนางแทนตั้งแต่กลับมา ยังไม่เคยได้นอนกับลูกชายและลูกสาวเพียงลำพังเลยถูกเขาไล่ออกไปทุกครั้งเขากล่าว“นี่เป็นเตียงของข้า”ค
จ้านหู่จากไปพร้อมกับคำด่าทอ เหมือนกับเม่นที่อารมณ์ไม่ดีตัวหนึ่งฉู่เชียนหลีไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าเขา คิดเสียว่าเป็นการผูกมิตรแม้จ้านหู่เป็นคนของฮองเฮาซีอวี้ แต่ในใจยังมีความอ่อนโยนอยู่ หวังว่ากันผูกมิตรนี้ของนาง วันข้างหน้าจะสามารถช่วยจิ่งอี้กลับห้องอารมณ์ของอวิ๋นอิงสงบลงมากแล้วฉู่เชียนหลีนั่งอยู่ที่ขอบเตียง “ร่างกายของเจ้ารับปัญหาอะไรไม่ไหวแล้ว ต่อจากนี้สามเดือน เจ้าพักฟื้นเถอะ”พักฟื้นหลังคลอดหนึ่งร้อยวันอวิ๋นอิงไม่สนใจเรื่องนี้ นางกอดลูกที่ได้คืนมาหลังจากสูญเสียไว้แน่น เบ้าตาแดงก่ำ“พระชายา ขอบคุณมาก!”“ขอบคุณที่ท่านช่วยเอาลูกสาวของข้ากลับคืนมา!”ตื้นตันจนน้ำตาไหลฉู่เชียนหลีเช็ดน้ำตาให้นาง “ยายโง่ ระหว่างเจ้ากับข้าต้องใช้คำพูดเช่นนี้ด้วยหรือ? ครึ่งปีที่ข้าไม่อยู่ เจ้าช่วยค่าดูแลเว่ยซีกับลู่ฉิน คนที่ควรพูดขอบคุณคือข้า”“ระหว่างพักฟื้น ห้ามร้องไห้เด็ดขาด และห้ามนั่งนาน ระหว่างทิ้งต้นตอของโรคไว้”“อืม!”อวิ๋นอิงกอดลูกไว้แน่น พยักหน้าแรงๆฉู่เชียนหลีมองเด็กที่นอนหลับสนิทในผ้าห่อทารกตัวน้อยๆ หนังเหี่ยวย่น แก้มแดง ท่าทางคล้ายจิ่งอี้ คิ้วบางเหมือนอวิ๋นอิง และยังมีกลีบริม
ความเจ็บปวดจากการสูญเสีย ความสุขจากการได้คืนมา ความรู้สึกสองแบบที่ต่างกันสุดขั้วนี้ นางไม่อยากรู้สึกอีกถ้าหากต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้อีกครั้ง นางตายแน่!“พระชายา เด็กคนนี้คือชีวิตของข้า ข้าไม่ยอมให้ใครมาแย่งนางไป! ข้าจะปกป้องนางด้วยชีวิต!”ฉู่เชียนหลีนั่งอยู่ตรงขอบเตียง กล่าวปลอบใจ“ข้ารู้”เด็กทุกคนล้วนเป็นจุดอ่อนของมารดา“ไม่มีใครสามารถแย่งลูกของเจ้าไปได้”“แต่ว่า อวิ๋นอิง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับจิ่งอี้ เจ้าเข้าใจเขาผิดแล้ว” นางเงยหน้า ส่งสัญญาณให้ข้างนอกทหารสองคนคุมตัวจ้านหู่เข้ามาจ้านหู่กล่าว“ช่วงเช้าของวันนี้ ข้าเป็นคนแย่งเด็กในโรงหมอเอง”“ข้าคิดว่าเจ้าคลอดลูกชาย กลัวมีปัญหามากมายตามมา ก็เลยเข้าไปแย่งเด็ก ใครจะรู้ว่าเป็นเด็กผู้หญิง ในเมื่อเป็นเด็กผู้หญิง เช่นนั้นก็จะไม่เป็นภัยคุกคามต่อฮองเฮา”ดังนั้นเขาก็เลยคืนเด็กแล้วอวิ๋นอิงรู้จักจ้านหู่ เขาคือคนที่บีบบังคับให้จิ่งอี้ดื่มยาพิษ แต่หลายวันนี้นางต้องผ่านเหตุการณ์มากมาย เดิมทีสภาพจิตใจก็อ่อนแออยู่แล้ว จึงได้สร้างแนวป้องกันขึ้นในใจนางต้องการแค่ลูกสาว!ใครพูดนางก็ไม่อยากฟัง!และไม่เชื่อใครด้วย!กอดลูกสาวแน่น ปก
ปัง!ประตูถูกกระแทกจนเปิดออก ร่างกายจวินลั่วยวนหมุนกลางอากาศหนึ่งรอบ รอยกระเด็นออกไป ล้มหน้าคว่ำลงพื้น รู้สึกมึนงงไปหมดผ่านไปห้าวินาทีเต็มๆ จึงจะตั้งสติได้นาง…โดนตบ?“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”“เหตุใดองค์หญิงหนานยวนลอยออกมาจากห้องท่านอ๋อง…”“ดูเหมือนใครบางคนไม่รู้จักเจียมตัว…”นอกเรือน เมื่อทหารที่เฝ้ายามและคนรับใช้เห็นภาพนี้ เริ่มพากันวิพากษ์วิจารณ์เบาๆ คำพูดบางประโยคลอยเข้าหูของจวินลั่วยวน ทำให้สีหน้าของนางเดี๋ยวซีด เดี๋ยวดำ เดี๋ยวม่วง ดูน่าเกลียดมากเงยหน้าแก้มแสบร้อนใช้มือลูบเบาๆมีเลือด…“หน้าของข้า!”ใบหน้าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับนาง!จวินลั่วยวนโกรธแล้ว “อ๋องเฉิน! ท่านกล้าทำร้ายข้า หรือท่านไม่อยากให้แคว้นหนานยวนสนับสนุนท่าน? ฮ่องเต้หลีเริ่มใกล้ชิดกับแคว้นซีอวี้แล้ว ถ้าหากท่านไม่ได้รับการสนับสนุนจากแคว้นหนานยวนของเรา ท่านไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฮ่องเต้หลี!”มาถึงขั้นนี้แล้ว เขายังไม่รู้ตัวอีกหรือ?เขาไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงกล้าทำร้ายนาง?เฟิงเย่เสวียนยืนอยู่บนบันไดขั้นที่สาม ก้มมองนางที่แยกเขี้ยวยิงฟัน หัวเราะอย่างเย็นชา“วันนี้ได้เห็น แคว้นหนานยวนไม่ได้มีค่า
ไม่นาน น้ำอุ่นก็มา ตอนเฟิงเย่เสวียนอาบน้ำ ไม่ชอบให้คนมาปรนนิบัติ หลังจากคนรับใช้เตรียมเสื้อผ้าและยาเสร็จ ก็ถอยออกไปหมดแล้วภายในห้องหลังฉากบังลมไอน้ำร้อนพวยพุ่ง อบอวลกลางอากาศ หลังจากเสียงน้ำดังขึ้น เงาจางๆ ของเฟิงเย่เสวียนสะท้อนลงบนฉากบังลมคลุมเครือ มองเห็นไม่ชัดแต่เงาด้านข้างนั่น เค้าโครงนั่น แม้แต่ตรงตำแหน่งลูกกระเดือกที่นูนขึ้น ก็สะท้อนออกมา ทำให้เห็นแล้วต้องกลืนน้ำลาย จินตนาการไม่รู้จบ เลือดในกายพลุ่งพล่านจวินลั่วยวนมองเห็นอย่างชัดเจนจากช่องว่างของประตูคอแห้ง กลืนน้ำลาย…จริงนะนางชอบผู้ชายคนนี้มาก ชอบอย่างที่ไม่เคยชอบมาก่อนหลายปีมานี้ คนที่ไปสู่ขอถึงวังหลวง ธรณีประตูแทบถูกเหยียบจนพัง นางเคยเห็นผู้ชายมามากมาย ชนชั้นสูง เชื้อพระวงศ์ เศรษฐีรู้จักคนมากมาย กลับมีเพียงตอนที่เจออ๋องเฉิน หัวใจปั่นป่วนนางจำได้ตลอด ตอนที่เจอกันครั้งแรก อ๋องเฉินจับมือของนาง มองฐานะของนางออกในปราดเดียว เขาพูดว่า‘การปรากฏตัวขององค์หญิงช่างพิเศษจริงๆ’หวั่นไหวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาซ่า…เสียงน้ำหลังฉากบังลม เหมือนเฟิงเย่เสวียนอาบน้ำเสร็จแล้ว แขนข้างหนึ่งที่มีหยดน้ำติดยื่นออกมาหยิบเสื้
“ไม่รู้ว่าเจ้ากำลังหาใคร? ข้าเดินทางมาเจียงหนาน พาคนมาด้วยไม่น้อย ไม่แน่อาจสามารถช่วยอะไรเจ้าได้บ้าง”ฉู่เชียนหลีลังเลเล็กน้อยผู้มาเยือนคือแขก ยังไปรบกวนคนอื่นอีก รู้สึกเกรงใจจริงๆฮองเฮาหนานยวนเหมือนมองความคิดนางออก พลันยิ้มอย่างอ่อนโยน“พระชายาอ๋องเฉิน แคว้นหนานยวนกับอ๋องเฉินมีความสัมพันธ์ทางการร่วมมือ เจ้าไม่ต้องเกรงใจ”“เห็นเจ้าใช้คนมากมายเช่นนี้ แถมยังปิดเมือง คนผู้นี้น่าจะสำคัญมากกระมัง ไม่ต้องลังเลแล้ว ทุกเวลามีค่า อย่าปล่อยให้อีกฝ่ายมีโอกาสหนี”มันก็จริงตามหาคนสำคัญกว่าฉู่เชียนหลีก็ไม่ลังเลอีก กล่าวตรงๆ “เป็นเด็กทารกที่เพิ่งคลอด เป็นลูกสาวของสาวใช้ข้า…”หลังจากฮองเฮาหนานยวนเข้าใจสถานการณ์คร่าวๆ ก็สั่งให้คนของตัวเองไปช่วยอีกแรงทันทีขณะเดียวกัน ก็เหลือบมองพระชายาอ๋องเฉินท่านนี้อีกหลายครั้งนางดีกับคนรับใช้เช่นนี้มาโดยตลอด?เป็นเพียงสาวใช้คนหนึ่ง นางสามารถทำถึงขั้นปิดเมืองเลยมองออกได้ไม่ยากว่านางเป็นคนให้ความสำคัญกับมิตรภาพ ใครก็ตามที่อยู่ในสายตาของนาง ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้น คนเช่นนี้ทำให้คนไว้ใจได้ง่าย ทำให้คนอยากเข้าหา อยากทำความรู้จักสมัยนี้ คนที่มีตำแหน่งมีอ