วิคเตอร์กดจูบลงมาอีกครั้งอย่างเร่าร้อนขณะที่กายแกร่งยังคงสอดประสานอยู่ในช่องสวาท“อื้อ....”“ฉันว่าจูบเธอก็หวานดีนะ ฉันอยากจูบเธอแบบนี้ทุกวันเลย”เขากระซิบหยอกล้อทำให้คนฟังใบหน้าแดงซ่าน แม้จะรู้ว่าเขาก็คงจะพูดไปตามอารมณ์พิศวาสที่ยังไม่มอดดับชายหนุ่มจับให้หญิงสาวตะแคงหันหลังให้ตัวเองจับขาข้างหนึ่งของเธอยกขึ้นเล็กน้อยสอดความแข็งร้อนเข้าไปยังร่องสวาทที่คับแน่น สอดเข้าลึกทีละนิดอย่างใจเย็นเพราะกลัวว่าเธอจะเจ็บและถ้าเธอเจ็บเขาก็คงสนุกกับเธอได้ไม่เต็มที่“อื้อ.....”“เสียวไหม”“อือ..วิคเตอร์ฉันเสียว”“ฉันชอบที่เธอบอกฉันตรงๆ แบบนี้นะ อยู่บนเตียงกับฉันเธอไม่ต้องอายหรอกนะ รู้สึกยังไงชอบให้ฉันทำแบบไหนบอกมาได้เลยไม่ต้องอายหรอกนะ”ชายหนุ่มกระซิบข้างหูเขาอยากให้เธอเป็นตัวของตัวเองมากที่สุดเวลาที่อยู่บนเตียงกับเขา วิคเตอร์ไม่เคยตามใจใครเท่าเธอมาก่อน เขาสนใจแค่ความสุขของตัวเองแต่กับกีรติกาชายหนุ่มอยากให้เธอมีความสุขไปกับเขาด้วยวิคเตอร์ขยับสะโพกเข้าออกเป็นจังหวะช้าๆ ขณะที่มืออีกข้างก็บีบเคล้นเต้าอวบ ปากร้อนจูบแผ่นหลังและลำคอจนขึ้นรอยรักสีกุหลาบ ทุกจังหวะที่เข้าออกปลายหยักของแท่งร้อนก็ครูดไปกับโพรงก
“อย่าลืมทำตามสัญญานะคะ”“ตื่นมากก็ทวงสัญญาเลยเหรอกรีน”“ก็ฉันกลัวคุณลืม”“เธอก็รู้ว่าช่วงนี้พายุเข้าเรือเล็กออกได้ที่ไหนล่ะ”“แล้วเมื่อคืนคุณมาได้ยังไง” หญิงสาวถามเพราะถ้าหากเรือเล็กออกไม่ได้แล้วเขาจะมาที่เกาะนี้ได้ยังไงนอกเสียจากว่าเขาจะโกหกเธอเรื่องพายุเข้า“ฉันจ้างเรือประมงให้มาส่ง”“ฉันไม่เชื่อหรอกนะ”“ถ้าเธอไม่เชื่อที่ฉันพูดก็ไปดูที่ท่าเรือสิว่าเรือของฉันจอดอยู่ไหม”“คุณอาจจะให้คุณชาตรีเอาเรือไปจอดที่อื่นก็ได้”“ฉันจะทำแบบนั้นไปทำไมล่ะ”“แล้วถ้ามันลำบากขนาดนั้นคุณจะกลับมาทำไมล่ะ ทำไมไม่รอให้พายุสงบแล้วค่อยมาก็ได้นี่”“เป็นห่วงฉันเหรอ” วิคเตอร์ถามพลางยิ้มเจ้าเล่ห์“เปล่าหรอก แต่ถ้าคุณเป็นอะไรขึ้นมาใครจะเป็นคนพาฉันกลับกรุงเทพล่ะ”“เธอไม่อยากรู้เหรอว่าทำไมฉันถึงกลับมาทั้งที่รู้ว่าพายุเข้า”“แล้วมันเพราะอะไรล่ะ เพราะกลัวว่าฉันจะแอบหนีใช่ไหม”“เพราะฉันคิดถึงเธอไงล่ะกรีน แต่อย่าเพิ่งดีใจไปนะเพราะที่ฉันคิดถึงน่ะไม่ใช่ตัวเธอแต่เป็นเซ็กซ์ของเธอต่างหาก” เขาพูดแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี“คุณวิคเตอร์คะฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม”“อยากจะถามอะไรฉันก็ถามมาสิ”“ฉันอยากรู้ว่าถ้าคุณเบื่อฉันแล้วคุณจะปล่
“นั่นอะไรคะคุณวิคเตอร์ทำไมถึงได้ถือมาเยอะขนาดนั้น” กีรติกาถามวิคเตอร์ที่เขาเดินขึ้นมาพร้อมกับผักหลายอย่างในมือ“ก็ฉันไม่รู้ว่าอันไหนคือกะเพราและก็ขี้เกียจจะต้องเดินลงไปหลายรอบ ฉันก็เอามาให้เธอทั้งหมดนี่แหละ เลือกเอาก็แล้วกันนะว่าใบไหนมันคือกะเพรา”“ไม่รู้แล้วทำไมไม่บอกแต่แรกคะ ฉันลงไปเอาเองก็ได้”“ก็ฉันคิดว่ามันจะง่ายน่ะสิ แต่พอไปถึงก็เห็นต้นคล้ายๆ กันอยู่หลายต้น แล้วเธอแยกได้เหรอว่าอันไหนมันคือใบอะไร”“แยกได้สิกลิ่นมันไม่เหมือนกันสักหน่อยไม่เชื่อคุณลองดมดูสิ อันนี้เขาเรียกกะเพรา” หญิงสาวส่งไปกะเพราให้กับวิคเตอร์ดม“อือ กลิ่นนี้แหละที่อยู่ในผัดกะเพราฉันจำได้”“ส่วนนี่เขาเรียกสาระแนและนี่ใบยี่หร่าส่วนนี่ก็ใบนางรัก”“ใบมันก็คล้ายๆ กันนะเธอแยกได้ยังไงล่ะ”กีรติกายิ้มยักไหล่ก่อนจะหันไปทำกับข้าวต่อเธอไม่ตอบคำถามของเขาเพราะเมื่อก่อนเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใบอะไรคือใบอะไรจนกระทั่งป้าภรณ์สอนให้เธอสังเกตลักษณะของแต่ละอย่างเมื่ออาทิตย์ก่อนหญิงสาวใช้เวลาไม่นานนักผัดกะเพราหอมกรุ่นกับไข่ดาวก็วางอยู่ตรงหน้า“น่ากินมากเลยเธอนี่ฝีมือใช้ได้เหมือนกันนะ” มาเฟียหนุ่มมองอาหารตรงหน้าและกลืนน้ำลายเพราะความห
“คุณส่งฉันแค่นี้ก็ได้นะเดี๋ยวฉันเข้าไปข้างในเอง” กีรติกาบอกเมื่อวิคเตอรร์พาเธอมายังผับที่อยู่ในโรงแรมของเขา“เที่ยวคนเดียวมันจะสนุกเหรอกรีน”“สนุกสิ ฉันว่ามันน่าจะสนุกกว่าคุณไปนั่งเฝ้าข้างในอีกนะ”“เธอคงไม่ไปขอให้ใครข้างในช่วยให้เธอหนีออกไปจากที่นี่หรอกนะ เพราะถ้าฉันรู้ฉันจะทำโทษเธออย่างหนักและเธอจะไม่ได้ออกมาจากเกาะอีกเลย”“ฉันรู้หรอกน่า ถึงฉันหนีไปก็ไปได้ไกลแค่ท่าเรือนั่นแหละที่นี่คนของคุณอยู่เต็มไปหมด อีกอย่างฉันมีเงินที่ไหนล่ะว่าแต่คุณจะให้ฉันยืมหน่อยไหมเผื่อฉันอยากจะดื่มอะไร”“ไม่ต้องใช้เงินก็ได้เขารู้ว่าเธอเป็นคนของฉัน ถ้าจะกลับก็บอกการ์ดที่หน้าประตูเขาจะพาทำเธอไปส่ง”“ขอบคุณนะคะคุณวิคเตอร์ฉันจะเที่ยวให้สนุกเลยแหละคุณก็ตั้งใจทำงานล่ะฉันไปก่อนนะ” หญิงสาวรู้สึกเป็นอิสระมากเมื่อเดินเข้ามาผับแล้วไม่มีผู้ชายตัวโตคอยเดินตามถึงแม้ที่นี่จะเป็นถิ่นของวิคเตอร์แต่ก็มีนักท่องเที่ยวอยู่มากและก็คงมีใครบางคนที่ช่วยเหลือหญิงสาวได้ เธอนั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์สั่งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อ่อนๆ มาดื่มจากนั้นก็พยายามมองหาคนที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ส่วนใหญ่ก็มากันเป็นคู่ทั้งนั้นเธอเลยไม่อยากเข้า
“คุณวิคเตอร์คุณเข้ามาได้ยังไง”“ก็เดินเข้ามาน่ะสิ เป็นยังไงบ้างเที่ยวสนุกไหม”“เดี๋ยวเราค่อยออกไปคุยกันข้างนอกดีมั้ยคะ ฉันอาบน้ำเสร็จแล้ว” หญิงสาวรีบปิดฝักบัวจากนั้นก็เดินไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำเพื่อจะสวมแต่ก็ช้ากว่าวิคเตอร์เพราะตอนนี้เขาเข้ามาประชิดและรวบเอวของหญิงสาวไว้“ปล่อยฉันก่อนค่ะคุณวิคเตอร์ คุณจะทำอะไร”“อาบน้ำให้ฉันหน่อยสิ วันนี้ฉันทำงานเหนื่อยมากๆ เลย”“คุณโตแล้วก็อาบเองสิ”“ไหนเธอบอกว่าจะยอมฉันทุกอย่างยังไงล่ะ อาบให้หน่อยนะ”ชายหนุ่มทำเสียงอ้อนกีรติกากำลังคิดหนักเพราะเธอไม่จำเป็นต้องทำตามคำสั่งของเขาแต่สมองอีกด้านหนึ่งก็บอกให้เธอทำตามคำสั่งของผู้ชายตรงหน้าเพราะนี่จะเป็นคืนสุดท้ายที่เธอกับเขาจะได้อยู่ด้วยกันเนื่องจากพรุ่งนี้บ่ายเธอจะเป็นอิสระจากผู้ชายที่ชื่อวิคเตอร์อย่างแท้จริง“ถ้าอยากให้ฉันอาบให้ก็ถอยไปสิ ยืนเบียดกันแบบนี้จะอาบได้ยังไงล่ะ”วิคเตอร์หัวเราะก่อนจะยอมปล่อยเอวของหญิงสาวออกเขากระตุกปมผ้าเช็ดตัวไปแขวนไว้ เมื่อกีรติกากดครีมอาบน้ำใส่มือและหันมาใบหน้าของเธอก็ร้อนผ่าวเมื่อเห็นเรือนร่างของเขาทุกสัดส่วนอย่างชัดเจน“ทำไมยังจะต้องอายอีกล่ะกรีนเธอเห็นฉันมาทั้งตัวเหมือนกับท
เมื่อวิคเตอร์เดินออกจากห้องไปแล้วกีรติกาก็ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว เธอไม่มีแรงจะลงไปทานอาหารที่ห้องอาหารจึงโทรสั่งอาหารขึ้นมาทานบนห้องเพราะตอนนี้หญิงสาวไม่สนใจอีกต่อไปแล้วว่าจดหมายที่ส่งไปนั้นจะถึงมือคุณสุธีหรือเปล่าเนื่องจากตอนนี้ผู้ชายคนที่เธอเจอเมื่อคืนกำลังจะพาเธอหนีไปจากที่นี่หญิงสาวโทรไปยังล็อบบี้เพื่อให้ต่อสายไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ได้มาเมื่อคืนเพราะอยากมั่นใจว่าเขายังจำเรื่องที่คุยกันได้และจะพาเธอไปจากที่นี่จริงๆ“สวัสดีครับ”“สวัสดีค่ะ คุณนี่ฉันเองนะคะ”“อ๋อ คนที่เราเจอกันเมื่อคืนใช่ไหม”“ใช่ค่ะฉันเอง”“ผมยังไม่รู้ชื่อคุณเลย”“ฉันว่าเราไม่รู้ชื่อกันน่าจะดีกว่าค่ะเพราะท้าไปถึงภูเก็ตแล้วเราก็คงก็คงต่างคนต่างไป”“ถ้าอย่างงั้นก็ได้ครับเอาเป็นว่าคุณจะมาตามนัดใช่ไหม เรือน่าจะมาถึงเวลาบ่ายสองโมงครึ่งนะครับ”“ค่ะ ฉันจะลงไปรอที่ท่าเรือตามเวลานะคะ ที่ฉันโทรมาก็เพื่ออยากจะย้ำกับคุณอีกทีว่าคุณจะช่วยฉันจริงๆใช่ไหม”“ผมรับปากไปแล้วผมก็ต้องช่วย อีกอย่างผมก็รู้สึกเห็นใจคุณมากๆ เลยหวังว่าผู้ชายคนนั้นคงจะไม่ตามไปเจอเราที่เรือนะครับ”“ไม่หรอกค่ะ วันนี้เขาบอกว่าเขางานยุ่งมากๆ เขานัดฉันทานข้าวอีกทีก็ต
“คุณวิคเตอร์คุณมาได้ยังไง” กีรติกาตกใจจนหน้าซีดเมื่อเปิดประตูห้องออกมาแล้วคนที่ยืนอยู่ไม่ใช่ผู้ชายที่พาเธอมาขึ้นเรือแต่กลายเป็นวิคเตอร์คนที่เธอพยายามจะหนี“ก็ฉันมารับเธอไปดินเนอร์ตามที่คุยกันไว้ไงล่ะ” เขาพูดจากนั้นเบี่ยงตัวออกจากประตูเล็กน้อยและพนักงานบนเรือก็นำกระเป๋าเดินทางของเธอรวมถึงชุดราตรีที่เธอทิ้งไว้ที่โรงแรมเข้ามาไว้ในห้องหญิงสาวมองแล้วถอนหายใจเพราะไม่คิดว่าเหตุการณ์มันจะเป็นแบบนี้เธอไม่คิดว่าเขาจะรู้ทันและตามเธอมาถึงที่นี่เมื่อพนักงานออกไปแล้ววิคเตอร์ก็เดินเข้ามาในห้องจากนั้นปิดประตูและนั่งลงบนโซฟาข้างเตียงนอน“รีบแต่งตัวสิตอนนี้เรือเทียบท่าอยู่ที่ภูเก็ตฉันจองโรงแรมไว้แล้ว เราจะไปดินเนอร์กันที่นั่น”“คุณรู้มาตลอดว่าฉันจะหนีมาที่นี่ใช่ไหมคะ” หญิงสาวมองหน้าเขาแล้วถามด้วยความรู้สึกเจ็บใจ“รู้สิ”“คุณรู้ได้ยังไงหรือคุณจ้างนักสืบให้แอบตามฉันมา”“ฉันไม่ได้จ้างนักสืบอะไรเลยเธอนั่นแหละที่เป็นคนเดินเข้ามา มาหาคนของฉันเอง”“หมายความว่ายังไงคะ อย่าบอกนะว่าผู้ชายที่ฉันเจอในผับเป็นคนของคุณ”“ใช่โรมันคือคนสนิทของฉันเขาช่วยฉันทำงานอยู่ที่โรงแรมและกาสิโน”“ถึงว่าล่ะเขาถึงยอมช่วยฉันง่ายๆ น
หลังจากดินเนอร์สุดหรูโรงแรมต่อด้วยกันฟังเพลงที่บาร์แห่งหนึ่งวิคเตอร์ก็พากีรติกากลับมาขึ้นอีกครั้งในเวลาห้าทุ่ม“เรือจะไปไหนต่อคะ”“เดี๋ยวจะไปจอดที่เมืองปีนัง ส่วนจุดหมายปลายทางของเราก็คือสิงคโปร์ เมื่อไปถึงสิงคโปร์แล้วเราจะต้องนั่งเครื่องกลับมาที่ภูเก็ต”“แต่ฉันจะนั่งเครื่องได้ยังไงฉันไม่มีบัตรประชาชนและพาสปอร์ต” หญิงสาวมองหน้าวิคเตอร์ซึ่งเห็นเขายิ้มเธอก็ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก“ฉันเอาบัตรประชาชนกับพาสปอร์ตเธอมาแล้วระหว่างที่อยู่กับฉันเธอจะไม่ใช่คนเถื่อนหรอกนะ แต่อย่าคิดจะขโมยไปจากฉันเด็ดขาด” วิคเตอร์ขู่เสียงเข้มเพราะรู้ว่าหญิงสาวนั้นดื้อมากและหาทางจะไปจากเขาอยู่ตลอดเวลา“ฉันไม่คิดทำแบบนั้นหรอกค่ะ ฉันรู้ว่ายังไงฉันก็หนีคุณไม่พ้น สู้ฉันทำดีกับคุณและให้คุณปล่อยฉันไปน่าจะดีกว่า”“แบบนี้สิถึงน่ารัก”“คุณวิคเตอร์คะ” กีรติกาขยับเข้ามานั่งบนโซฟามือเล็กๆ นวดไปบนขาของเขาอย่างประจบ“มีอะไรขอจากฉันใช่ไหม”“คุณรู้ทันฉันตลอด ฉันขอติดต่อเพื่อนได้ไหม ฉันอยากเมลหาณัฐชาคุณจะนั่งดูตอนที่ฉันเมลหาเพื่อนก็ได้ ฉันหายมานานแล้วฉันกลัวณัฐชาจะเป็นห่วง”“ได้สิ” วิคเตอร์หยิบแท็บเล็ตของตัวเองส่งให้กีรติกาเมื่อเธอเข้า
คุณวัชรีเดินออกจากห้องรับแขกไปแล้วตอนนี้ก็เหลือแค่กีรติกากับวิคเตอร์เพียงสองคนเท่านั้น“สนุกมากไหมคะที่ทำแบบนี้กับฉัน”“ไม่เลยกรีน ฉันเครียดมากตอนที่หาเธอไม่เจอ ฉันคิดจะขอเธอแต่งงานหลังจากเครื่องเพชรทั้งหมดทำเสร็จแล้ว แต่พอมาเจอเธอวันนี้ก็เลยคิดว่าขอเธอแต่งงานวันนี้น่าจะดีกว่าเพราะฉันไม่อยากให้เธอหนีไปไหนอีกแล้ว”“คุณไม่รู้จริงๆ เหรอว่าฉันอยู่ที่นี่”“ไม่รู้เลย แม่ไม่เคยบอกอะไรฉัน ที่มาวันนี้ก็เพราะแม่ชวนมากินข้าวและฉันก็อยากจะเอาแหวนมาอวดแม่ด้วย”“จะให้ฉันแน่ใจได้ยังไงว่าคุณไม่หลอก ที่ผ่านมาคุณไม่เคยพูดหรือแสดงความรู้สึกอะไรกับฉันเลย”“ถ้าฉันจะหลอกเธอฉันจะกล้าขอเธอแต่งงานต่อหน้าแม่เหรอกรีน ถึงฉันไม่ใช่คนดีเต็มร้อย แต่ฉันก็คิดว่าฉันทำทุกอย่างก็เพราะฉันรักเธอนะ” เพราะมารดาไม่อยู่แล้วชายหนุ่มก็พูดคำว่ารักออกมา“รักฉันเหรอคะ”“ใช่สิถ้าไม่รักคงไม่ตามตื๊ออยู่แบบนี้หรอก”“ฉันว่าคุณอยากจะเอาชนะฉันมากกว่า”“ฉันไม่เคยคิดแบบนั้น ฉันแค่อยากอยู่กับเธออยากใช้ชีวิตกับเธอ”“ฉันไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่คุณพูดหรอกนะคุณวิคเตอร์ เราสองคนต่างกันมาก”“พ่อกับแม่ของฉันก็ต่างกันมากแต่ท่านก็อยู่ด้วยกันอย่างมีคว
เย็นวันนี้ลูกชายของคุณวัชรีจะมาทานอาหารเย็นที่บ้านกีรติกากับป้าบัวโรยและมะลิจึงช่วยกันทำอาหารตั้งแต่บ่ายเมื่ออาหารทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยกีรติกาก็ขอตัวไปอาบน้ำ ก่อนจะลงมาที่ห้องรับแขกอีกครั้งในเวลาเกือบจะหกโมงเย็นซึ่งเป็นเวลาทานอาหารของคุณวัชรีหญิงสาวเดินลงบันไดมาและเห็นว่าตอนนี้มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งหันหน้าออกไปทางหน้าบ้านกีรติการณ์คิดว่าน่าจะเป็นลูกชายของคุณวัชรี แต่พอเดินอ้อมมาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนที่นั่งอยู่คือใคร“กรีนเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” วิคเตอร์ตกใจมากที่มาเจอหญิงสาวที่นี่“ฉันควรถามคุณมากกว่านะว่าคุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงแล้วมาคุยอะไรกับคุณน้า”“เดี๋ยวใจเย็นๆ ก่อนทั้งสองคนเลยหนูกรีนมานั่งกับน้าตรงนี้”“ค่ะน้าหนิง” หญิงสาวเดินไปนั่งคู่กับเจ้าของบ้านแต่สายตาก็จ้องวิคเตอร์อย่างจ้องจับผิดเธอกลัวว่าชายหนุ่มจะมาพูดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาและก็กลัวว่าคุณวัชรีจะบอกวิคเตอร์เรื่องที่เธอกำลังตั้งครรภ์อยู่“หนูกับลูกชายน้ารู้จักกันมาก่อนเหรอ”“คนนี้ลูกชายน้าหนิงเหรอคะ”“ใช่จ้ะ น้าไม่รู้เลยว่าทั้งสองคนรู้จักกันมาก่อน”“น้าหนิงไม่รู้จริงๆ ใช่ไหมคะว่าหนูกับเขารู้จักกัน” หญิงสาวสา
วิคเตอร์เธอยังคงพยายามโทรศัพท์หากีรติกาอยู่ทุกวันแต่หญิงสาวก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ของเขา เธอจะรับโทรศัพท์ของเขาก็ต่อเมื่อส่งงานมอบงานให้เขาแล้วเท่านั้นแล้ววันนี้ก็เป็นวันที่หญิงสาวทำงานทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเธอส่งไฟล์ให้เขาไม่ถึงห้านาทีชายหนูก็โทรศัพท์กลับมา“กรีนเธอใจร้ายกับฉันมากเลยนะ เราตกลงเป็นแฟนกันแล้วทำไมฉันโทรหาเธอตลอดทั้งสัปดาห์เธอไม่ยอมรับโทรศัพท์ฉันเลย แล้วฉันไปหาที่คอนโดเขาก็บอกว่าเธอไม่อยู่ที่นั่นเธอย้ายไปอยู่ที่ไหนทำไมไม่บอกฉัน เกิดอะไรขึ้นกับเธอหรือเปล่าฉันเป็นห่วงเธอมากๆ นะ”“ใจเย็นค่ะคุณวิคเตอร์ถามอะไรมายาวแบบนั้นใครมันจะตอบคำถามคุณทันล่ะคะ” กีรติกาอดขำไม่ได้กับคำถามที่วิคเตอร์ถามรัวมา“ถ้างั้นเอาคำถามนี้ก่อนก็แล้วกัน ตอนนี้เธอทำอะไรอยู่ที่ไหน”“ฉันก็ออกแบบงานให้คุณไงคะ งานก็เสร็จแล้วเพิ่งส่งไปเมื่อกี้ ฉันคิดว่าที่คุณโทรหาฉันก็เพราะคุณได้รับงานของฉันแล้วนะคะ”“กรีนเราคงต้องคุยกันอย่างจริงจังนะ”“ก็นี่ไงคะจริงจัง”“ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องงานฉันหมายถึงเรื่องระหว่างเรา”“ระหว่างเรามันก็จบไปแล้วตั้งแต่วันที่ฉันออกมาจากเกาะค่ะและที่ฉันยังติดต่อคุณตอนนี้ก็เพราะเรื่องงานเท่านั้น
บ้านของคุณวัชรีหลังค่อนข้างใหญ่มีบริเวณบ้านกว้างขวางกีรติกาถูกพามาในห้องนอนห้องหนึ่งซึ่งอยู่คนละฝั่งกับห้องนอนของเจ้าของบ้านเพราะเธออยากให้กีรติกามีความเป็นส่วนบ้านหลังนี้มีคนขับรถหนึ่งคนและคนรับใช้อีกสองคนคนหนึ่งชื่อมะลิเป็นหญิงสาวอายุน่าจะประมาณสามสิบปีซึ่งเธอให้กีรติกาเรียกว่าพี่มะลิส่วนอีกคนหนึ่งเป็นมารดาของพี่มะลิชื่อป้าบัวโรยซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องการทำอาหารเช้านี้กีรติกาตื่นมาก็อาเจียนแต่เช้าแต่ก็พยายามฝืนตัวเองลงมาทานอาหารเพราะไม่อยากให้เจ้าของบ้านเป็นห่วงไปมากกว่านี้“หน้าซีดมากเลยเมื่อเช้าอาเจียนใช่ไหม ถ้าหนูลงมาไม่ไหวก็บอกได้นะ น้าจะให้มะลิเอาอาหารขึ้นไปให้บนห้อง”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะอยู่ในห้องมันอุดอู้หนูลงมาแบบนี้อากาศดีๆ เดี๋ยวก็ดีขึ้น”“เช้านี้ป้าทำแกงไตปลากับขนมจีนนะคะคุณกรีนทานได้ไหม”“ได้ค่ะของโปรดหนูเลย”“หนูกรีนชอบทานอาหารใต้เหมือนกันใช่ไหม”“ใช่ค่ะหนูว่ารสชาติมันจัดจ้านดี”“แต่หนูอย่าทานเยอะนะอาหารใต้มันเผ็ดมากๆ เดี๋ยวมันจะไม่ดีกับเด็กในท้อง ป้าทำต้มจืดกับผัดผักด้วยนะ แต่ป้าไม่ได้ใส่กระเทียมนะคะเพราะรู้ว่าคนท้องไม่ชอบกินกระเทียมเจียว”“ขอบคุณป้าบัวโรยมากนะคะ
วันนี้เป็นวันประชุมผู้ถือหุ้นกีรติกาแต่งตัวตั้งแต่เช้าเธอสวมสูทสีครีมกับกางเกงสีเดียวกันดูสุภาพกว่าวันปกติมาก เมื่อแต่งตัวเสร็จก็ลงมานั่งรอทนายความอยู่บริเวณชั้นล่างของคอนโดเพราะวันนี้ทนายความจะเป็นคนพาเธอไปแนะนำให้กับหุ้นส่วนใหญ่และพนักงานทุกคนได้รู้จักเมื่อไปถึงบริษัทเธอก็ทักทายพนักงานที่พอจะรู้จักกันบ้างจากนั้นก็เข้าไปนั่งรอในห้องประชุมไม่นานนะผู้หญิงดูท่าทางภูมิฐานคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้องเธอแนะนำตัวเองว่าชื่อวัชรีเป็นนักธุรกิจชาวไทยที่ไปแต่งงานกับสามีชาวต่างชาติการประชุมในวันนี้ไม่ได้มีเรื่องอะไรมากมายคุณวัชรีอยากให้ทุกคนทำหน้าที่ไปอย่างเดิม ในส่วนของแผนการแผนงานทั้งหมดเธอจะส่งให้ผู้จัดการแต่ละแผนกนำไปปฏิบัติอีกทีหลังเสร็จจากการประชุมแล้วคุณวัชรีก็ขอคุยกับกีรติกาเป็นการส่วนตัวโดยทั้งสองมาคุยกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากบริษัทมากนัก“คุณวัชรีชอบทานอาหารใต้เหรอคะ”“เราอยู่กันสองคนหนูเรียกฉันว่าน้าหนิงก็ได้”“แต่คุณเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เลยนะคะหนูไม่กล้าเรียกหรอกค่ะ”“ก็ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ในบริษัทนะ น้าเคยมีลูกสาวพอเห็นหนูก็ทำให้รู้สึกคิดถึงลูกสาวมากๆ”“ลูกสาวคุณน้าเธอทำงา
เช้านี้กีรติกาตื่นนอนสายกว่าทุกวันหญิงสาวรู้สึกเวียนศีรษะเป็นอย่างมากพอลุกขึ้นได้ยังไม่ทันจะเดินไปไหนไกลก็วิ่งเข้าห้องน้ำ เพื่อโก่งคออาเจียนอยู่หลายครั้งเธอคิดว่าน่าจะเกิดจากอาหารเป็นพิษแต่พอนึกถึงเมนูที่รับประทานไปเมื่อวานก็นึกไม่ออกเลยว่าเมนูไหนที่จะทำให้เธอเกิดอาการแบบนี้หญิงสาวอาบน้ำแล้วคิดว่าถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นก็อาจจะไปให้หมอตรวจดูสักหน่อย แต่ขณะที่เปิดลิ้นชักจะหยิบชุดชั้นใน สายตาก็เหลือบไปเห็นถุงผ้าอนามัยที่อยู่ด้านในสุดซึ่งตนเองซื้อมาตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้วแต่ยังไม่ได้ถูกเปิดใช้งานเลยสักครั้งกีรติกาหน้าซีดเผือดเมื่อนึกย้อนไปตั้งแต่กลับมาจากอังกฤษเธอก็เป็นรอบเดือนแค่ครั้งเดียวและหลังจากที่กลับมาจากเกาะแล้วก็ไม่เป็นอีกเลยเธอคิดว่าตนเองไม่น่าจะท้องเพราะครั้งแรกที่มีอะไรกับวิคเตอร์ก็ทานยาคุมฉุกเฉินจากนั้นก็ทานยาคุมกำเนิดมาตลอดจะมีก็แค่ช่วงที่เธอไปอยู่บนเรือสำราญที่ไม่ได้ทานยาถึงสามวันติดแต่พอกลับมาเธอก็รีบทานยาให้ครบจำนวนแต่เมื่อนึกถึงคำพูดของเภสัชกรแล้วเธอก็รู้สึกตัวชาเพราะหากลืมกินยาติดต่อกันนานเกินสามวันโอกาสที่จะตั้งท้องก็มีอยู่มาก“คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง” เธอพูดกับ
วิคเตอร์พากีรติกามาทานอาหารที่ร้านอาหารอิตาเลียนในโรงแรมแห่งซึ่งเขาจองโต๊ะไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว“ฉันสั่งสปาเก็ตตี้ไวท์ครีมซอสซีซ่าร์สลัดและสเต็กแซลมอนไว้ให้เธอคิดว่าเธอคงชอบนะ”“ทำไมสั่งมาให้ฉันเยอะจัง ฉันกินไม่หมดหรอกนะคะ”“ฉันก็ไม่ได้บังคับนี่ว่าเธอจะต้องกินหมด อาหารมาแล้วเรารีบกินกันก่อนดีกว่าไหมวันนี้ทั้งวันฉันยังไม่ได้กินข้าวเลย”กีรติกามองอาหารตรงหน้าซึ่งมันเป็นของโปรดเธอทั้งสามอย่างหญิงสาวจำได้ว่าตอนที่อยู่บนเรือสำราญและตอนไปทานอาหารด้วยกันที่สิงคโปร์เป็นเมนูที่เธอสั่งมาทานนับว่าวิคเตอร์เป็นคนความจำดีใช้ได้เลยทีเดียวเธอตักสปาเก็ตตี้ไวท์ครีมซอสมาทานได้สองคำก็รู้สึกว่ามันไม่อร่อยเลยสักนิดทั้งที่เป็นอาหารโปรดของเธอหญิงสาวจึงเปลี่ยนมาทางเป็นซีซาร์สลัดและสเต็กปลาแซลมอนแทน“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะกรีนมันไม่อร่อยเหรอ”“อร่อยค่ะแต่วันนี้ฉันไม่กินอะไรที่มันเลี่ยนๆ”“อยากกินอย่างอื่นเพิ่มไหม เดี๋ยวสั่งฉันสั่งให้”“ไม่เป็นไรค่ะแค่นี้ก็พอแล้ว”ทั้งสองนั่งรับประทานอาหารไปด้วยคุยกันไปด้วยและดูเหมือนวิคเตอร์จะเจริญอาหารมากกว่าปกติส่วนกีรติกานั้นทานได้อย่างละนิดก็รู้สึกอิ่ม“ดื่มไวน์หน่อยไหม” เขาส
กีรติกาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะกดโทรออกไปหาเบอร์ที่ไม่เคยติดต่อกันมานานถึงสองเดือน“สวัสดีกรีนคิดถึงฉันเหรอถึงโทรมาหาฉัน”“สวัสดีค่ะคุณวิคเตอร์ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ”“ฉันก็อยากจะคุยกับเธอเหมือนกัน เราไม่ได้คุยกันนานแล้วเธอใจร้ายมากนะที่คิดต่อฉันมาเลย”“วันนี้ฉันก็โทรหาคุณแล้วนี่คะ”“ที่โทรหาเพราะมีเรื่องจะคุยกับฉันใช่ไหมล่ะ ถ้าไม่มีเรื่องจะคุยเธอก็ไม่คิดจะโทรหาฉันเลย”“แล้วทำไมฉันจะต้องเป็นฝ่ายโทรหาคุณด้วยล่ะคะ คุณก็ไม่คิดจะโทรหาฉันเหมือนกัน”“น้อยใจเหรอ”“เปล่าหรอกฉันไม่เคยมีความคิดแบบนั้นเลย”“แต่ฉันน้อยใจนะ”“นั่นมันก็เรื่องของคุณค่ะ ที่ฉันโทรมาวันนี้ก็แค่อยากจะถามอะไรสักอย่างไม่ได้อยากจะมาฟังคุณบ่นน้อยใจหรอกนะคะ”“ฉันจะตอบทุกคำถามของเธอถ้าเธอออกมาเจอฉัน เรานัดเจอกันที่ไหนดีล่ะ”“เราไม่จำเป็นต้องนัดเจอกันหรอกค่ะ แค่คุยทางโทรศัพท์ก็น่าจะพอแล้ว”“แต่ตอนนี้ฉันอยู่กรุงเทพนะ”“อะไรนะคะคุณขึ้นมากรุงเทพเหรอ”“อือ ฉันมีเรื่องงานที่ฉันจะต้องจัดการ แต่เย็นนี้ฉันว่างไปกินข้าวกันไหมแล้วเราจะได้คุยกันด้วย”วิคเตอร์รู้ว่าที่กีรติกาโทรศัพท์มาหาเขาก็เพราะวันนี้เธอไปพบกับทนายซึ่งเขาคิดอยู่แล้วว
ผ่านมาเกือบสองเดือนแล้วที่กีรติกากลับมาอยู่กรุงเทพ หญิงสาวรับงานออกแบบจากหลายๆ บริษัทมันทำให้เธอทำงานเพลินจนลืมเรื่องที่คุยกับวิคเตอร์ครั้งสุดท้ายจนกระทั่งวันนี้ทนายของบริษัทที่คุณสุธีบริหารงานอยู่ก็นัดให้เธอออกมาคุยที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับคอนโดมิเนียมของหญิงสาว“สวัสดีครับคุณกีรติกาใช่ไหม”“ใช่ค่ะคุณทนายใช่ไหมคะ”“ใช่ครับ เชิญคุณกีรติกานั่งก่อนครับ”“ขอบคุณค่ะ คุณเรียกฉันว่ากรีนก็ได้ มีอะไรจะคุยกับฉันเหรอคะ”“เรื่องหุ้นของบริษัทครับ”“หุ้นของบริษัทเหรอคะ พ่อฉันขายให้คุณสุธีไปแล้วถ้าคุณจะคุยเรื่องหุ้นก็น่าจะคุยกับคุณสุธีมากกว่านะคะ”“แต่พ่อคุณไม่ได้ขายหุ้นทั้งหมดนะครับ”“อะไรนะคุณหมายความว่ายังไง”“พ่อคุณขายหุ้นไปแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์เองนะครับ ส่วนอีก ยี่สิบเปอร์เซ็นต์เขาเหลือไว้ให้คุณนะครับ คุณสุธีไม่ได้แจ้งเรื่องนี้ให้คุณทราบเหรอ”“ไม่ค่ะฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย”“แล้วตลอดสองปีที่ผ่านมาคุณไม่ได้รับเงินปันผลเลยเหรอ”“ไม่ค่ะมันเกิดอะไรขึ้นคะ มันเป็นเรื่องจริงใช่ไหม”“ใช่สินี่ไงครับหลักฐานการถือหุ้นพ่อคุณซึ่งถ้าพ่อคุณเสียชีวิตหุ้นก็จะตกเป็นของคุณ”“ฉันนึกว่าพ่อขายไปหมดแล้ว