แชร์

บทที่ 40 (1/2) : ความโชคดีเดียวที่เขามี (1) 

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-02-23 16:15:06

     เมิ่งเจียวซินเดินออกมาถึงห้องโถง คนขับเกวียนกับบุรุษที่มาด้วยกันก็ได้ลำเลียงตะกร้าของฝากเสร็จพอดี นางจึงเดินไปหาคนทั้งคู่ เพื่อจ่ายค่าแรง แต่ทว่าจูมี่ก็รีบขยับเข้ามาขวาง เพราะเจ้าตัวได้จ่ายค่าจ้างพร้อมกับค่าแรงที่ช่วยยกของไปแล้ว เมื่อรู้เช่นนั้นนางจึงเดินนำจูมี่ออกไปส่งบุรุษทั้งสองที่ประตูรั้วด้านหน้าเรือน 

     ในขณะที่ยืนมองเกวียนขับออกไป พวกนางก็เห็นซุนเย่ผิงวิ่งสวนเข้ามาหา จูมี่จึงเอ่ยถามอีกฝ่ายว่า

     “อาซุนเจ้าไปไหนมา?”

     “ข้า... คือ ข้าไป...”

            

     แม้เมิ่งเจียวซินจะรู้สึกแปลกใจ...ซุนเย่ผิงรู้ได้เช่นไรว่าจูมี่กลับมาแล้ว? แต่พอได้เห็นท่าทีละล่ำละลักคิดหาคำตอบไม่ทันของอีกฝ่าย นางจึงกล่าวสิ่งที่ตนช่วยคิดแก้ต่างแทนเจ้าตัวเอาไว้เมื่อครู่ออกมา

     “พอดี

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
บทที่ถูกล็อก

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ทะลุไปเป็นอาจารย์ตัวประกอบเพื่อสอนรัก...พระเอก   บทที่ 40 (2/2) : ความโชคดีเดียวที่เขามี (2) 

    หลังจากบอกเจ้าลูกกระรอกให้ออกเดินทางกลับไปหาครอบครัวในวันพรุ่งนี้เช้า เมิ่งเจียวซินก็แอบรู้สึกเป็นกังวลอยู่ไม่น้อยเกี่ยวกับเรื่องเสื้อผ้ารวมไปถึงรองเท้าที่เจ้าตัวจะใช้สวมใส่ยามออกเดินทาง เพราะนางไม่อาจพาอีกฝ่ายออกไปหาซื้อในตลาดอย่างที่นัดกันเอาไว้ได้แล้ว ดังนั้นก็เหลือเพียงต้องหยิบยืมของเมิ่งเจียวฉือไปใช้ก่อนเท่านั้น แล้วในขณะที่นางกำลังคิดไม่ตกว่า จะหาทางหลบจูมี่กับซุนเย่ผิงเข้ามาหาของให้อีกฝ่ายได้อย่างไร ซุนเย่ผิงก็หยิบยื่นโอกาสมาให้ด้วยการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ซึ่งในยามนั้นเมิ่งเจียวซินมั่นใจไปถึงแปดในสิบส่วนเลยว่า เจ้าตัวน่าจะต้องการขอออกไปข้างนอก นางจึงรีบเล่นตามน้ำไปกับซุนเย่ผิงทันที แล้วก็ด้วยเพราะการขอออกไปข้างนอกของซุนเย่ผิง ทำให้นางฉวยโอกาสจัดการเรื่องอาหารมื้อเย็นให้กับเจ้าลูกกระรอกไปได้ด้วย ซึ่งพอเหลือเพียงแค่ตัวนางกับจูมี่ เมิ่งเจียวซินก็รีบใช้ข้ออ้าง อย่างเรื่องการอยากให้อีกฝ่ายไปพักผ่อน ซึ่งกว่าที่นางจะส่งจูมี่เข้าห้องพักไปได้...

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • ทะลุไปเป็นอาจารย์ตัวประกอบเพื่อสอนรัก...พระเอก   บทที่ 41 (1/2) : ไม่มีวันเป็นกลาง (1)

    ในขณะที่เมิ่งเจียวซินตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง นางก็รับรู้ได้ถึงแรงลม และพวงหางที่ตีลงมายังข้อมือของนางเบา ๆ จึงก้มลงไปมองเจ้าลูกกระรอกที่นอนให้นางลูบหัวลูบตัวอยู่บนตัก จากนั้นนางก็ได้ยินเสียงเรียกของหมิงจิว “เจียวซิน เจ้าได้ยินที่ข้าถามหรือไม่?” “ข้าขอโทษ พอดีข้าเผลอไปคิดเรื่องอื่นนิดหน่อยน่ะ แล้วที่เจ้าถาม...ข้าจำพี่สาวกันได้ ว่าแต่...มีเรื่องอะไรที่ข้าต้องรับรู้หรือไม่?” “คือ...ช่วงสายวันนี้ พี่สาวกันหมดสติในขณะที่ตักน้ำรดแปลงผัก พี่ชายย่งสามีของนางจึงตั้งใจจะอุ้มนางมาให้เจ้าช่วยรักษา แต่ข้ากับพี่ใหญ่เจอคนทั้งคู่ระหว่างทาง แล้วด้วยสภาพร่างกายของพี่สาวกันที่พวกข้าเห็นในยามนั้น... ข้าจึงตัดสินใจบอกให้พี่ชายย่งรีบพาพี่สาวกันไปหาท่านหมอในตลาด เพราะด้วยระยะทางโรงหมออยู่ใกล้กว่าที่นี่มาก ซึ่งพอพี่ชายย่งได้ยินที่ข้าพูดก็แสดงท่าทีลังเ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-24
  • ทะลุไปเป็นอาจารย์ตัวประกอบเพื่อสอนรัก...พระเอก   บทที่ 41 (2/2) : ไม่มีวันเป็นกลาง (2)

    เมิ่งเจียวซินหลังจากรับฟังเรื่องราวทั้งหมดของกันฮวา นางก็เหมือนจะเข้าใจสถานการณ์ รวมไปถึงความลำบากใจของบุตรชายคนโตตระกูลย่ง แต่ทว่า... “บุรุษหากทำให้มารดาเป็นทุกข์ถือว่าอกตัญญู แต่บุรุษที่ปกป้องภรรยาของตัวเองไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นผู้ไร้ซึ่งคุณธรรม แล้วยามนี้บุรุษผู้นั้นมานั่งร้องไห้ กล่าวคำขอโทษ ด่าทอหรือเอาแต่กล่าวโทษตัวเองอยู่ซ้ำ ๆ มันจะมีประโยชน์อันใดกัน!” พูดจบ เมิ่งเจียวซินก็พยายามปรับลมหายใจของตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะหันไปกล่าวกับสหายว่า “หมิงจิว เจ้าจำที่ข้าเคยพูดเรื่องขอเวลาศึกษาดูใจ ก่อนจะแต่งให้กับบุรุษที่ต้องใจได้หรือไม่?” “ข้าจำได้” “อย่างที่ข้าเคยกล่าวให้เจ้าฟัง ยามแรกรัก...บุรุษก็มักจะยอมทำทุกอย่าง และยอมรับปากทุกเรื่อง ทำให้สตรีอย่างเราวาดฝันไปถึงชีวิตคู่ที่สวยงาม แต่ทว่าพอหลังจากแต่งงาน มันก็อาจจะไม่ได้เป็นดั่งที่เคยวาดฝันเอาไว้ เพราะกา

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-24
  • ทะลุไปเป็นอาจารย์ตัวประกอบเพื่อสอนรัก...พระเอก   บทที่ 42 (1/2) : ชีวิตในภายภาคหน้า (1)

    เมื่อรับสำรับเย็นร่วมกันเสร็จ หมิงลู่กับหมิงจิวก็ได้นัดแนะกับเมิ่งเจียวซินไปร่วมพิธีศพของกันฮวาที่เรือนตระกูลย่งในช่วงสายของวันพรุ่งนี้ จากนั้นคนทั้งคู่ก็ได้เอ่ยปากขอตัวกลับเรือนของตนทันที เมิ่งเจียวซินหลังจากออกมาส่งสองพี่น้องตระกูลหมิงที่ประตูรั้ว ในระหว่างเดินกลับเข้าเรือนนางก็ได้สั่งจูมี่กับซุนเย่ผิงให้รีบพากันไปพักผ่อน ไม่ต้องตามเข้าไปคอยอยู่ดูแลนางในห้องพักต่อ จากนั้นนางจึงเดินไปหยิบถ้วยชามพร้อมกับชุดอาหารที่ได้ฝากซุนเย่ผิงแยกซื้อเอาไว้ต่างหากในครัว ก่อนจะกลับห้องพักของตัวเองพร้อมกับเจ้าลูกกระรอกบนไหล่ พอกลับเข้ามาในห้อง เมิ่งเจียวซินก็ย่อตัวให้เจ้าลูกกระรอกไต่ลงไปจากไหล่ของนาง จากนั้นนางจึงเดินหยิบชุดบุรุษเข้าไปวางไว้ให้หลังฉากกั้น ก่อนจะกลับออกมาจัดเตรียมสำรับไว้ให้อีกฝ่ายที่โต๊ะกลมกลางห้อง “ขอบคุณนะ” &n

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-25
  • ทะลุไปเป็นอาจารย์ตัวประกอบเพื่อสอนรัก...พระเอก   บทที่ 42 (2/2) : ชีวิตในภายภาคหน้า (2)

    “ท่านป้า ท่านไปไถ่ตัวกับคุณหนูพร้อมข้าเถิดนะเจ้าคะ” เมิ่งเจียวซินเมื่อเดินมาถึงหน้าประตูห้องข้าง นางก็ได้ยินสิ่งที่ซุนเย่ผิงพูดอย่างชัดเจน นางจึงตัดสินใจเคาะประตู แล้วส่งเสียงเข้าไปถามคนที่อยู่ภายในห้องว่า “ท่านป้าจู ซุนเย่ผิง ข้าขอเข้าไปได้หรือไม่?” “คุณหนู! เออ...เข้ามาได้เจ้าค่ะ ประเดี๋ยวบ่าวจะเปิดประตูให้นะเจ้าคะ” จูมี่รีบขานรับ ก่อนจะส่งสายตาไปทางหลานสาวพร้อมกับกดเสียงพูดว่า “อย่าเพิ่งพูดอะไร แล้วเก็บถุงเงินของเจ้าไปเสีย” “ท่านป้า...” ซุนเย่ผิงเมื่อเห็นสายตาของผู้เป็นป้า นางก็ก้มหน้า แล้วดึงเอาถุงเงินที่ยื่นไปให้อีกฝ่ายดูเมื่อครู่กลับมาวางไว้บนตัก แต่นางก็หาได้เก็บหรือซ่อนเงินถุงนั้นตามที่จูมี่บอกไม่ จูมี่เมื่อได้เห

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-25
  • ทะลุไปเป็นอาจารย์ตัวประกอบเพื่อสอนรัก...พระเอก   บทที่ 43 (1/2) : ไม่แม้แต่จะหยุดคิด (1)

    วันรุ่งขึ้น หลี่อวิ้นกุยลุกขึ้นไปจัดการดูแลตัวเองหลังฉากกั้น โดยเขาพยายามทำทุกอย่างให้เบาที่สุด จากนั้นก็กลับมานั่งมองดวงหน้าของสตรีที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง จนผ่านล่วงเลยเข้าสู่ต้นยามอิ๋น (ยามอิ๋น เวลา 03:00 – 04:59 น.) หลี่อวิ้นกุยจึงเอื้อมมือเข้าไปเขย่าต้นแขนของเมิ่งเจียวซินเบา ๆ แล้วก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูว่า “ซินซิน ข้าต้องไปแล้ว” เมิ่งเจียวซินงัวเงียลุกขึ้นมานั่ง แล้วเมื่อเห็นเด็กหนุ่มรีบหันหน้ามองไปทางอื่น นางก็นึกขึ้นได้ว่า ยามนี้ตนเองอยู่ในสภาพใด นางจึงรีบหยิบชุดคลุมกับเสื้อตัวในมาสวมใส่ หลังจากสวมใส่อาภรณ์ให้กับตัวเองเสร็จ นางก็เอ่ยขึ้นว่า “รอประเดี๋ยว ข้าจะไปส่ง” “ไม่ต้อง ข้าจะออกไปทางหน้าต่าง” “เช่นนั้นข้าก็ขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัย ได้เจอกับค

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-26
  • ทะลุไปเป็นอาจารย์ตัวประกอบเพื่อสอนรัก...พระเอก   บทที่ 43 (2/2) : ไม่แม้แต่จะหยุดคิด (2)

    หลังจากเจ้าลูกกระรอกกระโดดออกจากหน้าต่างห้องพักไป เมิ่งเจียวซินก็ลุกขึ้นจากเตียง จากนั้นนางก็พยายามดำเนินชีวิตของตัวเองให้ไม่ต่างไปจากทุกวันที่ผ่านมา โดยวันนี้นางเลือกออกไปร่วมรับสำรับเช้าพร้อมกับจูมี่และซุนเย่ผิง แล้วหลังจากที่ทุกคนรับสำรับร่วมกันเสร็จ เมิ่งเจียวซินจึงทำเป็นเดินไปนั่งรอสองพี่น้องตระกูลหมิงที่ห้องโถง ผ่านไปเพียงไม่นาน...ซุนเย่ผิงเดินเข้ามานั่งคุกเข่าลงกับพื้นตรงหน้าเมิ่งเจียวซิน จากนั้นเจ้าตัวก็ยื่นถุงเงินสองใบมาให้นางพร้อมกับกล่าวลา เมิ่งเจียวซินที่ได้เตรียมใจสำหรับเหตุการณ์นี้เอาไว้แล้ว นางจึงหันไปมองทางจูมี่ ซึ่งอีกฝ่ายเพิ่งจะเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ฝั่งซ้ายมือของนาง “บ่าวจะอยู่รับใช้คุณหนูต่อเจ้าค่ะ” พูดจบ จูมี่ก็ยื่นสัญญาทาสพร้อมกับส่งถุงเงินคืนให้ผู้เป็นนาย “หากจะอยู่ต่อ ท่านป้าจูต้องรับเงินถุงนี

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-26
  • ทะลุไปเป็นอาจารย์ตัวประกอบเพื่อสอนรัก...พระเอก   บทที่ 44 (1/2) : ตอบแทนความมีน้ำใจ (1)

    “เฮ้อ!” เมิ่งเจียวซินถอนหายใจออกมาอย่างแรงหนึ่งครั้ง ก่อนจะล้มตัวลงไปนอนบนเตียง ช่วงนี้นางรู้สึกเหงาในใจแปลก ๆ บางครารู้สึกราวกับว่าชีวิตในแต่ละวันของนางมันเหมือนจะขาดอะไรไปสักอย่าง ทั้ง ๆ ที่ยามนี้ภายในเรือนของนางก็หาได้เงียบเหงาเหมือนช่วงแรก ๆ ที่นางเพิ่งจะทะลุมิติเข้ามา... ซึ่งเมิ่งเจียวซินก็รู้ว่า อาการที่นางเป็นอยู่หาใช่อาการเจ็บป่วยทางร่างกายไม่ แล้วอาการแปลก ๆ ที่ว่าเหล่านี้ มันก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกคราที่นางกลับเข้ามายังห้องพักของตัวเอง เมิ่งเจียวซินนอนพลิกตัวไปมาบนเตียง จากนั้นนางก็หันไปมองพื้นที่ว่างข้างกาย จะว่าไป...คืนนี้ก็เข้าสู่คืนที่สี่แล้วสินะ ที่เจ้าลูกกระรอกเดินทางกลับเผ่าของตัวเอง ไม่รู้ว่ายามนี้เจ้าตัวจะได้พบกับคนในครอบครัวหรือยัง? แล้วไม่รู้ว่า... เมิ่งเจียวซินรีบสะบัดศีรษะ ดึงสายตา และดึงสติของตัวเองกลับมา นางไม่รู้ว่าเหตุใดจึงห่วงหาเจ้าลูกกระรอกได้ถ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-27

บทล่าสุด

  • ทะลุไปเป็นอาจารย์ตัวประกอบเพื่อสอนรัก...พระเอก   บทที่ 67 (2/2) : ยังมีข้า (2)

    เมิ่งเจียวซินมองบุรุษตรงหน้า ซึ่งยามนี้ได้ผินใบหน้าของเจ้าตัวไปทางฝั่งผนังห้อง เมื่อครู่นางคงทำถูกแล้วสินะ ที่ไม่ได้เอ่ยคำว่า ‘สุขสันต์วันเกิด’ออกไป เนื่องจากวันเกิดของอีกฝ่าย มันคือวันที่มารดาของเจ้าตัวสิ้นใจจากไป แล้วถ้าหากเป็นไปตามเนื้อหาในนิยาย...วันนี้หลี่อวิ้นกุยจะขังตัวเองอยู่แต่ในห้องพัก หากไม่นั่งดื่มสุรา อีกฝ่ายก็จะนั่งกอดเข่าซุกตัวอยู่ที่มุมใดมุมหนึ่งในห้องนี้ เมื่อเช้าตอนที่เมิ่งเจียวซินเห็นหลี่อวิ้นกุยไปหานางที่เรือนพักชั่วคราว ยามนั้นนางรู้สึกตกใจมาก แต่เมื่อสังเกตเห็นถึงความสั่นไหวในแววตาของอีกฝ่าย นางจึงตัดสินใจยอมทำตามที่หลี่อวิ้นกุยต้องการ แม้การตอบสนองต่อเหตุการณ์ในบางเรื่องของเจ้าตัว จะทำให้นางรู้สึกโมโหบ้าง แต่ก็ด้วยเพราะเมิ่งเจียวซินคอยเฝ้ามองบุรุษตรงหน้าแทบจะตลอดเวลา นางจึงรับรู้ และสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเจ็บปวดใจที่ซุกซ่อนอยู่ในทุกการกระทำของหลี่อวิ้นกุย

  • ทะลุไปเป็นอาจารย์ตัวประกอบเพื่อสอนรัก...พระเอก   บทที่ 67 (1/2) : ยังมีข้า (1)

    เมิ่งเจียวซินเผลอมองท่าทียั่วยวนของหลี่อวิ้นกุยไปชั่วขณะ จากนั้นนางก็รีบดึงสติของตัวเองกลับมา แล้วกล่าวว่า “ไม่!” “เจ้าไม่ลองคิดก่อนตอบสักหน่อยหรือ...ซินซิน?” “กุยกุย เจ้านี่ช่าง!” เมิ่งเจียวซินพยายามปรับลมหายใจ และปรับอารมณ์ของตัวเองให้คงที่ แต่ทว่าในขณะนั้น... “หึ ๆ” “เจ้าหัวเราะ! กุยกุย นี่เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่ข้าได้ยินเสียงหัวเราะของเจ้า” กล่าวจบ เมิ่งเจียวซินก็เห็นบุรุษตรงหน้านิ่งไปชั่วขณะ แล้วเจ้าตัวก็เบือนหน้าหลบสายตา จากนั้นนางก็ได้เห็นริ้วสีแดงพาดผ่านใบหน้า และใบหูของหลี่อวิ้นกุย ก่อนที่อีกฝ่ายก็กล่าวขึ้นว่า “ตั้งแต่เกิดมา ข้าก็เพิ่งเคยหัวเราะแบบนี้เป็นครั้งแรก”

  • ทะลุไปเป็นอาจารย์ตัวประกอบเพื่อสอนรัก...พระเอก   บทที่ 66 (2/2) : เจ้าไม่อยากลองชิม... (2)

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นเมิ่งเจียวซินก็หยุดชะงักไปชั่วขณะ เพราะนางนึกไปถึงบทบรรยายในนิยายของอาหวง... ซึ่งเป็นช่วงที่หลี่อวิ้นกุยพระเอกของนิยายเรื่องนี้รู้ตัวแล้วว่า ไม่อาจถอนยาพิษค่ำคืนเหมันต์ออกจากร่างกายได้ แต่เขาก็โชคดีที่ในระหว่างการเดินทางกลับมายังวังราชาปีศาจ เขาได้พบกับหมอท่านหนึ่ง ซึ่งอีกฝ่ายสามารถปรุงยาที่มีฤทธิ์ช่วยลดอาการเจ็บปวดจากยาพิษให้กับเขาได้ หลี่อวิ้นกุยพระเอกของนิยายเรื่องนี้จึงเชิญหมอท่านนั้นเข้ามาพักที่ตำหนัก ในระหว่างที่เจ้าตัวลงมือปรุงยาให้กับเขา แต่ทว่าหมอท่านนั้นกลับถูกนักฆ่าลอบเข้ามาทำร้ายถึงในตำหนัก แล้วก่อนที่เจ้าตัวจะสิ้นใจจากไป ก็ได้มอบสูตรปรุงยาลดอาการเจ็บปวดจากยาพิษค่ำคืนเหมันต์ให้กับหลี่อวิ้นกุยพระเอกของนิยายเรื่องนี้ โดยแลกกับการที่อีกฝ่ายจะต้องรับบุตรเพียงคนเดียวของเจ้าตัวเข้ามาอยู่ในความดูแล โดยในยามนั้นหลี่อวิ้นกุยพระเอกของนิยายเรื่องนี้ก็ได้ตกปา

  • ทะลุไปเป็นอาจารย์ตัวประกอบเพื่อสอนรัก...พระเอก   บทที่ 66 (1/2) : เจ้าไม่อยากลองชิม... (1)

    เมิ่งเจียวซินพอเดินเข้าไปในห้องพักของหลี่อวิ้นกุย นางก็เลือกไปนั่งที่เก้าอี้ของชุดโต๊ะกลมกลางห้อง จากนั้นหลี่อวิ้นกุยก็ตามมาคุกเข่าทั้งสองข้างลงอยู่ตรงหน้านาง แล้วยังไม่ทันที่เมิ่งเจียวซินจะได้เอ่ยห้าม อีกฝ่ายก็โน้มตัวเข้ามาโอบกอดช่วงเอวของนาง แล้วกล่าวว่า “ซินซิน ข้าขอโทษ...ข้าขอโทษที่ล่วงเกินเจ้าทั้งทางร่างกาย และทางวาจา ข้าขอโทษที่ตัดสินใจทำเรื่องต่าง ๆ โดยไม่ถามความสมัครใจของเจ้าก่อน แล้วข้าก็ขอโทษที่ยัดเยียดตัวเองให้กับเจ้าเช่นนั้น แต่ข้าต้องทำ เพราะข้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ อย่างที่เจ้ารับรู้ไปเมื่อครู่...ทางวังได้ฤกษ์วันทำพิธีอาบแสงจันทร์ของข้ามาแล้ว ซึ่งมันก็เท่ากับว่า ได้ฤกษ์วันมงคลสมรสของข้ามาด้วย ชีวิตนี้ข้าก็ตั้งใจเอาไว้แล้วว่า จะมีเพียงหนึ่งภรรยา ซึ่งภรรยาของข้าก็ต้องเป็นเจ้าเท่านั้น แล้วก็ด้วยเพราะคำพู

  • ทะลุไปเป็นอาจารย์ตัวประกอบเพื่อสอนรัก...พระเอก   บทที่ 65 (2/2) : หมื่นล้านคำ (2)

    เมิ่งเจียวซินลอบถอนหายใจออกมาเล็กน้อย หลังจากได้ยินคำตอบของหลี่อวิ้นกุย แต่ทว่าคำตอบต่อมาของอีกฝ่าย ทำให้นางแทบอยากจะหายไปจากตรงนี้! “ส่วนเรื่องพิธีอาบแสงจันทร์ ที่ลูกยินยอมเข้าทำพิธี ก็เพียงเพราะต้องการทำให้เสด็จพ่อ และคนอื่น ๆ สบายใจเท่านั้น ลูกหาได้สนใจเรื่องเพิ่มพลังหยางจากพิธีนั้นไม่ อีกอย่างพลังที่ลูกมีอยู่ในกายยามนี้ มันก็เพียงพอที่จะใช้ปกป้องคุ้มครองคนที่ลูกรักได้แล้ว นี่ยังไม่รวมวรยุทธ และความสามารถด้านอื่น ๆ ของลูกนะพ่ะย่ะค่ะ ซึ่งลูกขอบอกกับเสด็จพ่อตามตรง หลังจากผ่านเหตุการณ์โดนวางยาพิษครั้งล่าสุด มันสอนให้ลูกรู้ว่า ไม่ควรทุ่มเวลาไปกับการเพิ่มฐานพลังในร่างกายเพียงอย่างเดียว เพราะยามที่เรียกใช้พลังไม่ได้ ลูกก็ไม่ต่างไปจากบุรุษมนุษย์ธรรมดา หลังจากนี้ลูกจึงคิดจะแบ่งเวลาให้กับการฝึกวรยุทธ และการฝึกความสามารถด้านอื่น ๆ เพิ่มพ่ะย่ะค่ะ แล้วที่จริงเมื่อครู่...หากคุณหน

  • ทะลุไปเป็นอาจารย์ตัวประกอบเพื่อสอนรัก...พระเอก   บทที่ 65 (1/2) : หมื่นล้านคำ (1)

    หลังจากได้ยินคำพูดของสตรีตรงหน้า หลี่อวิ้นกุยก็หยุดชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะขยับเข้าไปถามนางใกล้ ๆ “ซินซิน เมื่อครู่เจ้าว่าอย่างไรนะ?” เมิ่งเจียวซินมองไปที่หลี่อวิ้นกุย ก่อนจะยิ้ม แล้วกล่าวว่า “ข้าบอกว่า ข้ายินดีแต่งงานกับเจ้า” คงด้วยเพราะคำถามเมื่อครู่ของหลี่อวิ้นกุย จึงทำให้เมิ่งเจียวซินนึกไปถึงช่วงเวลาที่นางเผชิญหน้ากับโรคระบาดในโลกใบเดิม... โดยช่วงแรกที่โรคระบาดแพร่เข้ามาในประเทศ ยามนั้นผู้ป่วยทุกคนต้องแยกจากคนรัก แยกจากคนในครอบครัว แล้วต้องไปกักตัวตามสถานพยาบาลต่าง ๆ ซึ่งสำหรับผู้ป่วยบางคนการแยกออกมากักตัวในครั้งนั้น มันคือ...การลาจากตลอดกาล ในช่วงเวลาสุดท้ายของผู้ป่วยบางคนนั้นไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้เห็นหน้า หรือบอกลาคนที่ตัวเองรักเลยด้วยซ้ำ พอเมิ่งเจียวซินมองย้อนกลับมาที่เรื่องของนางกั

  • ทะลุไปเป็นอาจารย์ตัวประกอบเพื่อสอนรัก...พระเอก   บทที่ 64 (2/2) : ข้ายินดี (2)

    หลี่อวิ้นกุยจ้องมองตะกร้าใบใหญ่ ก่อนจะเงยหน้ากลับขึ้นมามองเมิ่งเจียวซิน เมื่อคืนที่ไฟในห้องพักของนางไม่ดับ เป็นเพราะนางทำของที่อยู่ในตะกร้าให้เขาเช่นนั้นหรือ? ความรู้สึกหงุดหงิดใจที่ทำได้แค่เพียงเฝ้ามองห้องพักของนาง และความรู้สึกเจ็บปวดที่ถูกสตรีตรงหน้าทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรกับเขาเมื่อคืน ก็ดูเหมือนจะทุเลาลง แต่พอหลี่อวิ้นกุยนึกไปถึงองครักษ์ของโจวหลิวอิงที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมาก จนทำให้เขาไม่อาจลอบเข้าไปพูดคุยกับสตรีตรงหน้าได้ ถึงแม้ว่า...ในยามนี้จำนวนองครักษ์จะลดลงไปบ้างแล้ว เพราะส่วนหนึ่งต้องตามโจวหลิวอิงไปเข้าเฝ้าราชาปีศาจ ซึ่งที่จริงหลี่อวิ้นกุยได้วางแผนเอาไว้ว่า พอโจวหลิวอิงออกไปเข้าเฝ้าผู้เป็นบิดา ตัวเขาก็จะลอบเข้าไปหาเมิ่งเจียวซินในห้องพัก จากนั้นเขาก็จะ... แต่ในเมื่อคนที่หลี่อวิ้นกุยจะลอบเข้าไปหา ได้ออกมายืนอยู่ที่นี่กับเขาแล้ว

  • ทะลุไปเป็นอาจารย์ตัวประกอบเพื่อสอนรัก...พระเอก   บทที่ 64 (1/2) : ข้ายินดี (1)

    เมิ่งเจียวซินกัดริมฝีปากของตัวเองเบา ๆ พร้อมกับกำมือที่อยู่ใต้ชายเสื้อทั้งสองข้างจนแน่น ในขณะที่ยืนมองหลี่อวิ้นกุยเดินห่างออกไปจากนางเรื่อย ๆ แม้ว่าภายในใจอยากจะกล่าวบางคำ และอยากจะเอ่ยรั้ง แต่ทว่า...การปล่อยให้ทุกอย่างลงเอยเช่นนี้ ปล่อยมือกันเสียตั้งแต่ในตอนนี้ มันก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วสำหรับนางกับหลี่อวิ้นกุย แล้วพอเมิ่งเจียวซินดึงสายตาของตัวเองกลับมา นางก็เห็นว่า ยามนี้โจวหลิวอิงกับปิงหลงกำลังจ้องมองมาที่นาง เมิ่งเจียวซินจึงรีบสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับอารมณ์ ก่อนจะฝืนยิ้มออกมา จากนั้นนางก็เดินออกจากศาลา เพื่อไปกล่าวคำอวยพรคนทั้งคู่ รวมไปถึงทุกคนที่อยู่ในเรือนพักชั่วคราวด้วย เนื่องจากยามนี้ได้ล่วงเลยเข้าสู่วันแรกของปีใหม่แล้ว ‘วันแรกของปี!’ เมิ่งเจียวซินนึกบางอย่างขึ้นมาได้ นางจึงรีบหันไปมองยังทิศทางที่

  • ทะลุไปเป็นอาจารย์ตัวประกอบเพื่อสอนรัก...พระเอก   บทที่ 63 (2/2) : สิ่งที่รอ (2)

    หลี่อวิ้นกุยกัดฟันกรอด แล้วรีบขยับตัวเข้าไปบังร่างกายของเมิ่งเจียวซินเอาไว้ คราแรกเขาคิดว่า ไม่เป็นไรหากเจ้านั่นทำเพียงได้แค่มอง...แต่พอหันกลับไปเห็นสายตา และท่าทีของหลี่อวิ้นหยางเมื่อครู่! ยานนี้หลี่อวิ้นกุยจวนเจียนจะหมดความอดทนเต็มทีแล้ว พอหันกลับมา...เขาก็ได้เห็นสายตาที่คล้ายกับกำลังรู้สึกสงสัยของเมิ่งเจียวซิน หลี่อวิ้นกุยจึงได้แต่ข่มใจของตัวเอง ก่อนจะฝืนยกยิ้มให้กับนาง จากนั้นเขาก็หันไปถามโจวหลิวอิงว่า “ท่านอาหญิงโจว พวกท่านจะกลับเรือนแล้วหรือ?” “ใช่เพคะ แล้วนี่องค์ชายสามก็กำลังจะกลับตำหนักหรือเพคะ?” “ข้า...พวกท่านไม่อยู่ดูดอกไม้ไฟด้วยกันก่อนหรือ?” “กลับไปนั่งดูที่เรือนพักชั่วคราวก็เห็นเช่นกันเพคะ” ตอนนี้โจวหลิวอิงอยากจะพาเมิ่งเจียวซิน ตัวนางเอง และปิงหลงกลับเรือนพักชั่วครา

สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status