“วิน เข้ามาหาแม่หน่อยได้ไหมลูก” กนกเรื่องบุตรชายที่นั่งอยู่ด้านนอก
“ครับ” ชายหนุ่มเห็นว่าแม่เรียกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจึงรีบเดินเข้าไปพร้อมกับปิดระตูทันทีตามที่มารดาสั่ง
“ให้แม่ ฮึก มองหน้าลูกหน่อยได้ไหม?” เธอมองที่รูปภาพในมือพร้อมกับจับใบหน้าของบุตรชาย
ช่างเหมือนเหลือเกิน เหมือนพ่อของเขาไม่มีส่วนไหนผิดเพี้ยน
“แม่ร้องไห้ทำไมครับ?” มือหนาเช็ดน้ำตาให้มารดาที่ไหลริน
“ตอนนั้นแม่สวยไหม?” เธอไม่บอกว่าชายข้างกายที่ยิ้มไม่เป็นนั้นเป็นใคร แต่บุตรชายกลับตาโตมองชายในรูปก่อนจะพยักหน้าตอบมารดา
“ผมเ
"อ๊ะ พี่วิน!" ร่างบางสัดุ้งเฮือกเมื่อจู่ๆก็รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมที่ใหญ่และแข็งดันเข้ามาภายในช่องทางที่ขับแน่นของเธอ"นอนต่อนะ" เขาขยับกายไปมาเบาๆบนที่นอนกว้างสิบฟุตเห็นจะได้ ร่างบางใต้ร่างเขาสั่นสะท้านจากความเสียวที่เขารำมันสู่เธออีกครั้ง"พะ พอก่อน พี่วิน น้ำง่วง" เสียงหวานพยายามที่จะกลั้นไม่ให้ครางออกมา เพราะเธอพึ่งจะได้นอนไปไม่กี่ชั่วโมงเอง"หืม.. เธอก็นอนเฉยๆ เดี่ยวฉันทำเองไง" ว่าแล้วเขาก็บดเบียดมันไปมาจนเธอต้องแอ่นความสาวขึ้นมารองรับจุก!ณัชชาลืมตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังส่งสายตาหื่นกระหายมาที่เธออย่างเห็นได้ชัด"ไม่นะ" แววตาแบบนี้ส่งมาทีไรเธอไม่เคยได้ยินหรอก เขาแค่พูดให้เบาใจ!มือหนาลูบเรียวขาข้างนึงของเธอก่อนตะยกมันขึ้นมาฟาดไหล่ทั้งคู่ ณัชชามองขาเธอกับตัวเขา มันช่างแตกต่าง พอขาเธอได้ไปแนบกับอกกำยำทำให้มันเหมือนเธอกำลังมีอะไรกับยักษ์อย่างไงอย่างงั้น"ชอบมองหน้าท้องฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?" เขาเน้นย้ำสะโพกเขามาถี่ๆจนเธอหายใจแทบไม่เป็นจังหวะ"กะ ก็พี่วินหุ่นดี แล้วก็หล่อ""เธอ
“ฮัลโหลครับ ผมกวินนะ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น หลังจากเดินทางมาถึงคอนโดเก่าของบิดา‘โล่งอกไปที ผมนึกว่านายน้อยจะไม่ติดต่อมาซะแล้ว’ เสียงปริศนาดังขึ้นกวินมองกระดาษที่เขียนเบอร์โทรและชื่อไว้ ด้วยลายมือของพ่อตนเอง{ลูคัส มือขวาคนสนิทของพ่อ ถ้าวินมาถึงแล้วให้ติดต่อหาเขาทันที}“มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับพ่อกันแน่ครับ?”‘นายน้อยรอผมสักสิบนาทีนะครับ เดี่ยวผมไปรับแล้วเรามาคุยเรื่องต่างๆกัน’ ลูคัสกดวางสายก่อนมีอะไรแปลก? มันแปลก อยู่ๆทำไมพ่อถึงทิ้งอะไรแบบนี้ให้กัน?เขาได้แต่คิดหากทบทวนดู พ่อที่ห่วงและรักลูกเมียขนาดนั้นไม่น่าจะดึงเขาเข้ามาเอี่ยวกับเรื่องแบบนี้ได้ผ่านมาได้สิบนาทีตามเวลานัดหมาย กริ่งหน้าคอนโดส่งเสียงเตือน ร่างสูงยืนขึ้นมาเต็มความสูงก่อนจะเดินไปเปิดประตู“ผมลูคัส ต่อไปนี้จะมาเป็นคนดูแลนายน้อยตามคำสั่งนายท่านครับ” ชายชุดดำ หน้ายุโรปแต่พูดไทยได้ชัดถ้อยชัดคำ“สวัสดีครับ”&ld
“ถ้าเป็นความต้องการของคุณรินก็จะทำค่ะ!” รินดาตะโกนออกไปอย่างกล้าๆกลัว “ตอนนี้ฉันต้องการความช่วยเหลือจากเธอหน่อย” เขาเดินออกห่างจากตัวหญิงรับใช้ รูปร่างหน้าตาของรินดาดูดีกว่าที่จะมาเป็นแค่สาวรับใช้จนเขานึกสงสัยอะไรบางอย่าง “มะ มีอะไรเหรอคะ?” “ฉันไม่ต้องการเธอ แต่ต้องการแม่บ้านที่อายุมากกว่าเธอและมีครอบครัวแล้ว” กวินเดินออกมานั่งลงบนเตียง “ที่นี่ไม่มีคนที่มีครอบครัวหรอกค่ะ” ใช่ที่นี่ต้องโสดเท่านั้น แถมเธอเองจำความได้ก็โดนนายใหญ่ของบ้านรับเธอมาอุปการะเลี้ยงดู ตั้งแต่เด็ก หญิงสาวที่รับใช้มีอายุตั้งแต่สิบเจ็ดถึงสามสิบเท่านั้น และเพียงแม่บ้านใหญ่ที่อยู่มานมนานและสามารถที่จะควบคุมเหล่าสาวใช้นั่นได้ “เพราะอะไร?”
หลังจากกลับมาถึงบ้านในช่วงเวลาตกเย็น วันนี้กวินได้ใช้ชีวิตที่ไม่เคยคิดว่าจะมีวันแบบนี้อย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าเขาไม่อาจรู้ได้ว่าวันข้างหน้าจะเจอกับอะไรบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นปนิธานของเขาก็คือการรู้เรื่องราวในวันวานของบิดาตนเองทุกเรื่อง “วันนี้ก็ไม่กินอีกแล้วสินะ” โคลตันเห็นหลานชายเดินขึ้นบ้านไปไม่สนใจอาหารที่เตรียมไว้ให้ “วันนี้อิฉันจะส่งยัยรินขึ้นไปใหม่ค่ะ นายน้อยอาจจะอยากผ่อนคลาย” สมัยแม่บ้านที่อายุมากและเก่าแก่รู้ใจนายที่สุดเอ่ย “รีบหน่อยล่ะ ฉันไม่อยากให้หลานชายเป็นแบบนี้นานนักหรอก” คนแก่กระตุกยิ้ม “ได้ค่ะ นายท่าน” สมัยรีบเดินเข้าไปจัดการตามคำสั่ง ก๊อกๆ&nb
“นี่แกทำอะไรของแกกวิน!?” โคลตันรีบเดินออกมาจากห้องพักเพื่อที่จะมาถามการกระทำที่บ้าระห่ำของบุตรชาย เขามองดูเหล่าสาวใช้และบอดี้การ์ดที่ยืนก้มหน้าให้กับกวิน “เปลี่ยนกฎใหม่ครับ” ชายหนุ่มหันมาพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “แกจะเปลี่ยนได้ไง ในเมื่อฉันเป็นคนดูแลที่นี่!” โคลตันขึ้นเสียงอย่างโมโห “ในเมื่อคุณปู่วางมือแล้ว ควรไปพักผ่อนเฉยๆเถอะครับ เพราะยังไงคนที่สวมแหวนประจำตระกูลก็มีอำนาจมากที่สุดไม่ใช่เหรอ?” เขาหันกลับมาจ้องเหล่าบริวาร ล่ายตาดูเหมือนจะมีแต่สาวๆที่มีอายุน้อยๆทั้งนั้น “กะ แก” คนแก่โมโหจนเลือดจะขึ้นหน้า “แม่บ้านใหญ่ไปไหน!?” เขาไม่หันกลับไปฟังผู้เป็นปู่ แต่ใช้อำนาจของตนเองตะโกนก้องไปทั่วบ้าน&nb
ร่างบางเดินสะเปะสะปะออกจากร้านด้วยความมึนงง ครั้งนี้เธอดื่มเยอะเนื่องจากประชดชีวิตรักตนเองเสียหน่อย แต่ไม่ได้คิดเลยว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์จะทำร้ายเธอมากกว่า “โอ๊ย กุญแจรถไปไหนเนี่ย” ณัชชาควานหามันในกระเป๋าในเล็กอย่างหงุดหงิด หยิบอะไรได้โยนออกจากกระเป๋าจนจะหมดแต่ก็ไม่เจอกุญแจสักที “ใจเย็นๆหน่อยสิครับคนสวย”ร่างสูงเดินเข้ามาประชิดตัวเมื่อเห็นท่าทีของคนเมา “นายเป็นใคร ออกไปเลยนะ!” เสียงหวานตวาดแว้ดๆเมื่อเห็นเขามายืนใกล้ “ต้องเมาขนาดไหนกันเนี่ย” มือหนารวบเอวบางเข้ามาใกล้ “กรี๊ดด ปล่อยนะไอ้โรคจิต!” มือบางทุบตีที่แขนแกร่งอย่างแรงอย่างตกใจ “ไหนขอลงโทษคนเมาก่อนสิ”
ในเวลาเช้าตรู่ของทุกวันชายหนุ่มจะรีบแต่งตัวเพื่อที่จะได้มาวิ่งออกกำลังกายก่อนที่จะไปทำงาน แต่วันนี้ยังไม่ทันได้ก้าวขาออกจากบ้านก็ต้องชะงัก เมื่อลูคัสมายืนรอเสียนานแล้ว “มีอะไรรึเปล่า?” “วันนี้ผมอยากจะไปวิ่งกับนายน้อยสักหน่อย” กวินมองดูการแต่งตัวของลูคัสที่สวมสูทเต็มยศ “สงสัยอากาศข้างนอกจะหนาว คุณถึงวิ่งแบบใส่สูท” “ต่อไปนี้ เราจะได้ไปที่หนาวๆแน่ครับ” ลูคัสผายมือออกไปกวินเดินนำหน้าก่อนจะขึ้นรถหรูลีมูซีนสีดำ สายตาคมมองผู้หญิงที่นั่งอยู่ในรถอย่างคุ้นตาเมื่อขึ้นมาแล้วสบตากับเธอ “คุณที่ไปหาแม่ผมวันนั้น” “ใช่จ้ะ อ
หลังจากที่กวินปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในซานมารีโนได้แล้ว เขาก็เริ่มต้นโดยการทำงานที่เป็นเรื่องค้างคามานานนับปี ร่างสูงนั่งอยู่ภายในห้องทำงานที่กว้างและโปร่ง ด้านหลังโต๊ะทำงานเป็นกระจกบานใหญ่ที่สามารถส่องลอดมองไปยังด้านหน้าประตูรั้วที่สูงใหญ่ได้ พ่อบ้านบลูโนที่ตอนนี้ใกล้เกษียณเต็มทีมองภาพที่เจ้านายหนุ่มกำลังศึกษางานอย่างเคร่งเครียดตั้งแต่เดินทางมา ไม่มีเวลาได้พักผ่อน “ผมเอาชาร้อนมาให้ครับ ตอนนี้อากาศหนาวเย็น นายดื่มสักหน่อย” เขาเดินเอาแก้วน้ำชาลายสวยงามวางลงบนโต๊ะทำงานของกวิน ชายหนุ่มเหล่มองแก้วชาสักแวบนึงก่อนจะหันมาอ่านเอกสารที่ค้างคานั่นต่อ “ขอบคุณนะครับ” กวินพูดแค่นั้นแต่ก็ยังคงจดจ่อกับกระดาษในมือ
10 ปีผ่านไป ร่างบางสวมใส่เสื้อครอปสีดำพร้อมกับกางเกงขายาวสีดำยืนถือปืนด้วยท่าที่ทะมัดทะแมง มองเป้าที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะยิงไปทีเดียว ปัง! “สุดยอดเลยครับคุณหนู!!” ตะวันวิ่งเข้าไปตรวจสอบเป้าก่อนตะโกนบอกคุณหนูสุดสวยที่ตอนนี้โตเป็นสาวอายุครบยี่สิบเอ็ดพอดิบพอดี “เบื่อแล้วค่ะ เบื่อไหร่คุณแม่จะเตรียมของเสร็จ” ใบหน้าสวยใสบึ้งตึง เธอเลี่ยงออกมาซ้อมยิงปืนรอมารดาที่จัดเตรียมของเพื่อเดินทางไปหาน้องชายที่ซานมารีโน “เดี่ยวยี่หวาคงมาเรียกเองแหละครับ คุณหนูจะยิงอีกไหม?” ตะวันสอบถามร่างบางที่ยืนมองปืนอยู่ด้วยสายตาเบื่อหน่าย “ไม่เอาอะ ร่าเบื่อแล้ว&r
ร่างเล็กของโนร่าสวมชุดเดรสสีขาวดูน่ารัก ผมทั้งสองข้างโดนคุณแม่ถักเปียก่อนจะเกล้ามันขึ้นให้ดูน่ารักสดใสตามวัย ผิวที่ขาวออโร่เวลาสวมชุดสีขาวยิ่งดูโด่ดเด่นสวยเกินวัยที่ควรจะเป็น “เดี่ยวลุงจะมารับคุณหนูตอนสี่ทุ่ม ห้ามทำอะไรแผงๆที่บ้านคนอื่นเด็ดขาดเลยนะครับ!” ตะวันกำชับ เพราะเขารู้ดีว่าความซนความแสบของโนร่าได้มาจากใคร ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่านี่ไม่ใช่บ้านเรานะครับคุณหนู! “ทราบค่ะ ร่าไม่เล่นอะไร นอกจากกินเค้ก ดื่มน้ำอัดลม แล้วก็วิ่งเล่นไล่จับ” ใบหน้าถอดแบบบิดายิ้มแฉ่งให้กับลุงการ์ดคนสนิทของพ่อ “ถ้าอย่างงั้นลุงไปก่อนนะครับ มีอะไรโทรมาหา เดี่ยวลุงรีบมาด่วนๆ” ตะวันชี้ไปที่นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ของเด็กหญิง “ไม่ ต้อง ห่วง นะ คะ!&rd
2 สัปดาห์ต่อมา “อันนี้อย่าลืมเก็บไว้กอดยามคิดถึงพี่นะ” โนร่าฝากตุ๊กตาหมีสีชมพูไว้ในอ้อมแขนของน้องชาย ลูเซียโนมองพี่สาวที่ตนเองเธอกับเธอมาตลอดวันนี้พี่สาวคนนี้กลับหอบของมาให้เขาดูไว้ยามเหงาเยอะแยะ “พี่ร่า ฮึก” ดวงตาสีฟ้าเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ผู้เป็นพี่รีบสั่งน้องชายก่อนทันทีที่เห็นว่าเด็กชายกำลังอ่อนแอ “หยุด! ห้ามร้องพี่บอกว่ายังไง ถ้าแม่มาเห็นจะไม่สบายใจเอานะ” ตอนนี้ณัชชาวิ่งเรื่องการเดินทางให้บุตรชายไปมา ไม่ทันได้มายืนร่ำลา “หนูไม่อยากไป ฮึก อยากอยู่กับพี่ร่า กับพี่วิน กับแม่น้ำ” เด็กน้อยสะอื้นให้ในตอนที่มารดาไม่เห็น “โอ๋ๆ อย่าร้องไห้เลยนะ พี่ก็อยากให้ลูนอยู่ด้วย แต่
ท่ามกลางหาดทรายสีขาวมีเด็กหญิงและเด็กชายจูงกันเพื่อที่จะเดินกลับมายังบริเวณที่พ่อและแม่นั่งรออยู่ โนร่ากึ่งจูงกึ่งลากลูเซียโน่ที่มาเห็นทะเลครั้งแรกแล้วไม่ยอมขึ้นสักที ท่าทางเด็กชายตัวน้อยจะมีความสุขที่ได้ใกล้ชิดกระน้ำทะเลในหมู่เกาะที่เป็นส่วนตัว “พี่ร่า หนูเดินเองได้” เด็กชายตัวป้อมดึงมือพี่สาวออกใครต่อใครถ้ามองมาคงคิดว่าเธอกำลังจูงน้องวิ่งไปหาพ่อแม่ด้วยความน่ารัก แต่แท้ที่จริงแล้ว มันไม่ใช่! “เลิกมีข้อแม้ได้แล้วลูน พี่ขี้เกียจวิ่งตามจับแก อุตส่าห์มาทะเลทั้งที แต่ทำไมต้องได้วิ่งจับน้องอยู่คนเดียว ดูพ่อกับแม่สิ!” เด็กหญิงชี้ไปที่บิดาและมารดาให้น้องชายดู ทั้งคู่ป้อนอาหารกันไปมา จนหาดสีขาวจะเป็นสีชมพูอยู่แล้ว “เรากลับไปเล่นน้ำเถอะ” ตอนนี้ลูเซียโน่อายุจวบจนจะห้าขวบแล้วบอกคนเป็นพี่ ส่วนเธ
7 เดือนต่อมา “ไม่ปวดท้องหน่อยเหรอ?” กวินถามเมียสุดที่รักที่นั่งกินข้าวอย่างอร่อยในโรงพยาบาล ทั้งที่รอปากช่องคลอดเปิดเธอแต่เธอกับกินอาหารแบบชิวๆไม่เหมือนครั้งที่คลอดโนร่าเลย “อาหารมันอร่อยนี่คะ แถมลูกก็ไม่ทำให้น้ำปวดท้องหนักเลย เหมือนปวดท้องประจำเดือน เลยพอไหว” ใบหน้าสวยหันมองเขาที่นั่งเหงื่อตกแทน “ไม่ปวดจริงๆค่ะ นี่ใกล้จะคลอดแล้วหมอก็ยังไม่มาอีก” เธอมองดูนาฬิกาก่อนจะฉีกยิ้ม “เชื่อแล้วว่าไม่ปวด” เขาลูบท้องโตๆของเธอไปมาก่อนจะก้มลงหอมหน้าท้องใหญ่ๆที่ทำประจำทุกวัน “คุณณัชชาคะ คุณหมอให้เข้าห้องคลอดได้แล้วค่ะ” พยาบาลเดินเข้ามาบอกเมื่อถึงเวลา พร้อมกับเข็นรถมาให้เธอน
ร่างบางในชุดนอนวาบหวิบสีดำนั่งลงบนโต๊ะทำงานของสามีที่ไม่ยอมเข้าไปนอนในห้องเสียทีจนเธอเริ่มทนไม่ไหว ออกมายั่วเขายันในห้องทำงาน “ไม่เอาน่าน้ำชา พี่ทำงานอยู่” เขาขมวดคิ้วจับมือที่กำลังแตะบนแผงอกแกร่งไว้ก่อน “ใจคอพี่วินจะนอนในห้องทำงานทุกวันเลยหรือไงคะ?” ใบหน้าสวยเอียงมองสามี ตอนนี้เธออุตส่าห์สวมชุดที่คิดแล้วคิดอีกว่าจะซื้อดีไหมมายั่วตรงหน้าขนาดนี้ คุณสามีก็ไม่ยอมที่จะร่วมมือเอาเสียเลย “งานมันเยอะไง” ใบหน้าคมขบกรามแน่น ถ้าใจอ่อนตอนนี้มีหวังคนที่ตายคือเขาแน่ “ไม่เห็นจะมีอะไรเลยนะคะ แถมที่อ่านก็งานเมื่อวานน้ำเห็นนะ” คิ้วสวยเลิกขึ้น ยกยิ้มมุปากทำเอาใจคนตัวสูงกระตุกวูบ เขาจะอดใจได้นานแค่ไหนถ้าเธอเอาแต่ส่งสายตาแบบนี้!
“กลับมาแล้วค่า” น้ำเสียงเจื้อยแจ้วของแม่ทำให้เด็กน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของพ่อ เอียงมามองว่าเสียงนี้ใช่แม่ตนเองหรือเปล่า “จ๊ะเอ๋ โนร่าน้อย คิดถึงแม่ไหมคะ?” ณัชชาฉีกยิ้มให้ลูกสาวที่หน้าถอดแบบบิดามาเปะๆ ยิ่งเวลาอุ้มกันแบบนี้ยิ่งเหมือนเธออยู่ทวีปยุโรป ไม่ใช่ประเทศไทย “มะ อื้อ!” เสียงที่เปล่งออกมาบ้าง อ้าแขนรับมารดาที่ตนคิดถึง “แหม๋ แม่มาลืมพ่อเลยนะ” กวินค่อยๆเปลี่ยนให้ณัชชาอุ้มเจ้าหญิงตัวน้อยของเขาแทน “ขอหอมหน่อยสิคะ” ใบหน้าสวยกดจมูกลงแก้มป่องๆที่น่าฟัดนั้นเบาๆ เด็กหญิงหัวเราะคิกคักเมื่อแม่หยอกเล่น “เหนื่อยไหมคะพี่วิน?” ณัชชาอุ้มเด็กน้อยโยกไปมาเบาๆก่อนจะหันถามถามคนตัวโต&n
1 เดือนต่อมา“กรี๊ดดดด!! น้ำไม่ไหวแล้วนะคะคุณแม่!” ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวอีกทั้งเหงื่อประปรายเต็มไปทั้งตัวจนชุดผู้ป่วยเปียกชื้น“อดทนหน่อยนะลูก แปปเดียวตาวินก็มาแล้ว โถ่ ทำไมโนร่าถึงได้ตัวใหญ่ขนาดนี้นะ” กนกบีบมือลูกสะใภ้แน่น ทั้งสงสารทั้งลนลานจู่ๆหมอก็บอกให้ผ่าคลอดกระทันหันเพราะขนาดหัวของหนูน้อยในครรภ์โตเกินกว่าที่จะคลอดธรรมชาติได้“ฮื้ออ มันอยากคลอดแล้วค่ะคุณแม่ น้ำอยากคลอดเองไม่ได้เหรอคะ” เธอสะบัดหน้าไปมาขยุ้มผ้าปูเผื่อระบายความเจ็บปวด“น้ำชา! ใจเย็นๆนะ” กวินปรี่เข้ามาหลังจากที่ไปเซ็นยืนยันการคลอดให้กับหมอ เขารีบจับมือเมียสุดที่รักแทนมารดาของตน“พะ พี่วิน” เสียงแหบแห้งเรียกหาก่อนจะลืมตามามองหน้าสามีหนุ่มที่แทบจะร้องไห้ออกมาเมื่อเห็นเธอ
ปัง!!เสียงปืนทะลุผ่านแขนของวีรพลทำให้เขาทรุดลงพื้นอย่างแรง ณัชชาและเฮียตี๋หันมองภาพน่ากลัวอย่างตกใจ เลือดที่ไหลอาบแขนจนพื้นนองทำให้ท้องกระอักกระอ่วน"คิดว่าฉันจะปล่อยให้เมียมาคนเดียวรึไง!?" เสียงตวาดลั่นบ้านหลังใหญ่ แค่เสียเวลาไปคุยกับตำรวจไม่นาน เมียก็แอบหนีออกมาแล้ว ดูตอนนี้สิตกใจกับเสียงปืนแค่ไหน?"มึง! ไอ้สารเลว ปล่อยกุ้ให้แม่กูต้องตาย แม่กูติดหนี้มึงจนต้องตาย!! อ๊ากก!" วีรพลเหมือนคนเสียสติทั้งเจ็บแขนที่โดนยิงและนึกถึงคราวที่แม่ฆ่าตัวตาย เขาไม่มีวันที่จะลืมมันได้ ต่อให้ตายก็ไม่มีวัน!!"มึงต่างหากที่เริ่มก่อน หลอกล่อให้น้ำชาไปแต่งงานกับมึง ลุกไหวไหม?" เขาเก็บปืนไว้ที่ด้านหลัง ก่อนจะเดินมาถามเมียและพ่อตาที่ทรุดอยู่หน้าบ้าน"หวะ ไหวค่ะ" ณัชชาไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเขา ไม่เดาก็รู้ว่าทำชายหนุ่มโกรธแค่ไหน"ดี ตะวัน!" เสียงทุ้มเรียกหาลูกน้องคนสนิท ช่างไม่มีเชาว์ปัญญาเลยสักนิด แค่ขับรถไปส่งณัชชาที่เขามันก็ทำไม่ได้พลั๊วะ!!มัดหนักๆอัดลงที่แก้มของตะวันเป็นการอบรมลูกน้องต่อหน้าเมียที่คอยเอาแต่ดื้อรั้น เขาช