เขาขยับตัว
“ออสติน คุณจะไปไหนคะ? งานกำลังสนุก” หญิงสาวรีบท้วง เมื่อถูกผลักออกจากตักดื้อๆ
ชายหนุ่มสูดลมหายใจแรงๆ ก่อนเอ่ยตอบ “กลับบ้าน”
แพขนตางามงอนเพราะประโคมขนตาปลอมใส่ไว้เต็มอัตราศึก!! กระพริบปริบๆ หล่อนยังตามไม่ทันอาจจะเป็นเพราะกำลังมึนหรือคาดไม่ถึง เหยี่ยวราตรีอย่าออสติน เทรย์เวอร์ จะกลับก่อนเที่ยงคืนเป็นไปไม่ได้!! เขาไม่เคยเป็นแบบนี้ ที่สำคัญออสตินไม่ได้ใส่รองเท้าแก้ว ไม่ได้มีราชรถที่เสกมาจากฟักทอง เวทมนต์ของชายหนุ่มไม่มีทางเสื่อม เพราะฉะนั้นเขาไม่ต้องกลัวว่าทุกสิ่งรอบตัวจะสลายไปในอากาศเหมือนซินเดอเรลล่า...ผู้หญิงสุดอาภัพคนนั้น
หนุ่มหล่อทำหน้าหน่าย...เหตุผลข้อเดียวที่เขาอยากกลับคือ...หมดสนุก...ไม่มีใครรั้งเขาไว้ได้ ไม่ว่าจะยานิสา หรือผู้หญิงคนอื่น บอกตรงๆ เลยเขาเอือมจนอยากอ้วก...เขาอยากกลับบ้าน!! แต่บ้านในความหมายของออสตินเวลานี้ไม่ใช่คฤหาสน์เทรย์เวอร์ ออสตินอยากไปอีกที่หนึ่งมากกว่า แต่คนที่นอนหลับอยู่ใต้หลังค
“อะแห้ม!!” นักกีฬากระโดดข้ามรั้ว อาจจะต้องยกมือคารวะให้กับท่าสปริงตัวกระโดดข้ามรั้วเตี้ยๆ มาอย่างงดงามของออสตินปูชิดาสะดุ้ง!! เธอหันควับมองต้นกำเนิดเสียงแล้วจึงรีบถอยหลังกรูดๆเมื่อสิ่งที่สายตาจับได้คือคนเป็นๆ แถมเป็นคนที่เธอหลบเลี่ยงมาตลอดเสียด้วย“เธอยังไม่นอนแหงะ?” เขากระซิบถามเสียงแผ่ว ดวงตาคมวาววับ“คุณ!!...” หญิงสาวตระหนกจนพูดไม่ออก เธอกรอกตามองฟ้า นี่มันกี่โมงกี่ยาม ทำไมออสตินถึงมาอยู่ตรงนี้ ในเวลาเช่นนี้“ตกใจอะไรกัน!! ฉันไม่ใช่โจร ไม่ใช่ขโมยเสียหน่อย” ชายหนุ่มติงพร้อมกับเบ้ปาก หล่อปานเทพบุตรทำสะดิ้งตื่นตกใจ ยังไม่ได้ปล้ำเสียหน่อย ทำท่าเหมือนกับว่าเขากำลังแก้ผ้าเตรียมกระโจนใส่ยังงั้นปูชิดาอยากเถียง หากเป็นคนร้ายจริงๆ หล่อนจะไม่กลัวเลย เมื่อมีสติครบ อย่างมากก็สู้แค่ตาย แต่นี่... ที่ยืนอยู่ตรงหน้า น่ากลัวกว่าคนชั่วที่ไม่ประสงค์ดีเสียอีก“เธอกลัวฉัน หรือหวั่นไหวความเจ้าเสน่ห์ของฉันกันแน่?” เขาถามต่อ ไม่สนใจดวงตาโตๆ ที่เบิกขึ้น“หึ!!” ปูชิดากระแทกเสียงดังแผ่วๆ เธออยากกัดลิ้นตายกับความขี้โอ่ของผู้ชายตรงหน้า“ฉันไม่ไ
บทที่9.กรรมของปูชิดายังไม่หมด มันเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด อาจจะเป็นสิ่งดีๆ ในชีวิตของปูชิดาก็เป็นได้ เส้นตายของเธอหดสั้นลงทุกนาทีที่เข็มนาฬิกาขยับ มันเป็นความอึดอัดทรมานใจเมื่อถูกบีบคั้น เธอไม่มีทางเลือก ไม่มีทางออก และฟ้าก็คงเห็นใจ จึงส่งคนที่เธอไม่เคยคาดคิด ให้แวะเวียนมาเพิ่มแรงใจเห็นเสือหมอบ อย่าเชื่อ ว่าเสือไหว้ เผลอเมื่อไร เสือกิน สิ้นทั้งขน…คนต้องเกรง เยงยำ น้ำใจคน... เขาถ่อมตน อย่าเหมา ว่าเขากลัว…เขาไม่สู้ อย่าเหมา ว่าเขาหนี...คชสีห์ หรือจะ สู้หมูชั่ว…วางตนสม คมประจักษ์ ในฝักตัว…ชาติคนชั่ว ลบหลู่ อย่าสู้มัน…เมื่อน้ำไหล ไหวเชี่ยว เป็นเกลียวกล้า…เอานาวา ขวางไว้ ภัยมหันต์…เรื่องของคน ปนยุ่ง นุงนังครัน...ต้องปล่อยมัน เป็นไป ใจสบาย...อวดฉลาด พูดออก บอกว่าโง่&he
หนุ่มใหญ่มองตามภรรยาคู่ทุกข์ไปด้วยความไม่สบายใจ ความรู้สึกละอายใจเกาะกุมใจ เมื่อหันมามองบุตรสาวคนโต เขาทำไม่ถูกต้องนักในอดีต ใจดำแม้กระทั่งลูกในไส้ เพียงเพื่อหน้าตาชื่อเสียง ปล่อยให้บุตรสาวตกระกำลำบาก รู้ทั้งรู้ว่าปูชิดาไม่มีที่พึ่ง เขายังแสร้งใจดำเมินเฉยได้ลงคอ ในวันที่ตัวเองตกที่นั่งลำบาก กลับมีหน้าย้อนกลับมาหาบุตรสาว ครั้นจะอ้าปากพูดโต้งๆ ก็ให้นึกละอายใจ จึงได้แต่กระอึก กระอักเหมือนน้ำท่วมปาก... “คือ...” หญิงชราแอบเบ้ปาก นางเอ่ยปากขอตัว แต่ก็ไม่วายเหน็บอดีตเจ้านายนิดๆ หน่อยๆ “รักตัวเองให้มากๆ นะคุณหนู ไม่มีใครรักเราจริง แม้แต่พ่อ แม่” แล้วนางก็เดินหายลับไปด้านหลังบ้าน เปิดโอกาสให้พ่อ-ลูก ได้คุยกัน หนุ่มใหญ่สะอึก!! ถูกอดีตคนรับใช้ถอนหงอกจนแสบๆ คันๆ แต่จะให้ถอยทัพ ก็ไม่ได้ เมื่อแบกภาระคือหน้าตาทางสังคมไว้เต็มบ่า หากเขาถอย ก็เท่ากับปล่อยให้ตระกูลล้มคลื่น&nb
“อย่าบอกนะว่าเพิ่งกลับมาจากปาร์ตี้นะลูก!!” ท่านติงเสียงเข้ม กวาดตามองบุตรสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพราะสภาพพรรณนารายมันชวนให้คิดเช่นนั้น เสื้อผ้าที่สมอยู่ยับยุ่ง ขอบตาดำคล้ำ ดวงตาปรือเหมือนจะหลับ ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง “โธ่!! เกินไปค่ะคุณพ่อ ปาร์ตี้เลิกตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่พรรณขับรถไม่ไหว เลยแวะนอนที่คอนโดเพื่อน” สาวสะคราญแก้ตัว พร้อมกับเสหลบตา เมื่อเจ้าหล่อนพูดโกหก ความจริงคือพรรณนารายมั่ว SEX กับคู่ขาหนุ่มจวบจนเช้าก่อนจะโผเผกลับรังนอน เพราะไม่อยากถูกสื่อโจมตีหากกระเซอะกระเซิงออกมาจากโรมแรมตอนเช้าตรู่ “ให้มันเบาๆ หน่อยสิลูก เป็นสาวเป็นแซ่ แบบนี้จะพลอยเสียชื่อ มันไม่งาม” สาววัยละอ่อนแอบเบ้ปาก คำสอนโบราณคร่ำครึ!! หากเธอเชื่อฟังก็จะเป็นสาวทึนทึก!! อดสนุก อดได้รับสิ่งบันเทิงเริงรมย์ “แค่สนุกในกลุ่มน่ะค่ะ ไม่มีอะไรหรอก นานๆ ครั้ง” หล่อนจึงแก้ตัวแบบขอไปที
“โหแม่!! พรรณไม่โง่หรอก...ไม่มีวันนั้นแน่” หญิงสาวครางเสียงหลง ผู้หญิงยุคใหม่รักสนุก ต้องสตรองและไม่โง่ การตั้งครรภ์คือหายนะของชีวิต เธอไม่ยอมเสียทรงหรอก หากฝ่ายชายไม่รวยจริง “ก็ดี เกิดเป็นผู้หญิงต้องฉลาด อย่ารักใครมากกว่าตัวเอง ความรักมันกินไม่ได้!!” ฟังแล้วรู้สึกอนาถใจแทน เป็นคำสอนของมารดาที่ค่อนไปทางเห็นแก่ตัว สรุปนางรักเงิน มากกว่าความรักที่พูดถึง เป็นเวรกรรมของทรงธรรมล่ะมั้งที่คว้าก้อนกรวดขึ้นมายกเชิดชู ทิ้งเพชรเลอค่าให้ตรอมใจตาย... พรรณนารายหลุบเปลือกตาลงอีกครั้ง หล่อนฝันหวานถึงออสติน จากความทรงจำในวัยเยาว์ ผู้ชายที่เด่นสุดคงไม่พ้นเขา แต่สายตาคู่นั้น กลับมีไว้ให้แค่ปูชิดาพี่สาว เป็นความแค้นส่วนตัวที่เธอไม่มีวันลืม พอเกิดเรื่องกับพี่สาวต่างมารดา พรรณนารายเลยเลือกที่จะนิ่งเฉย เธอไม่ได้สงสารปูชิดา ออกจะสมเพชด้วยซ้ำ คิดจะรัก ก็ต้องรู้จักป้องกัน ไม่มีใครสอนเธอ พรรณนารายเรียนร
บทที่10.บทลงทัณฑ์ที่แฝงด้วยความรู้สึกบางอย่าง... สันกรามข้างแก้มเป็นรอยนูนเด่น เพราะเจ้าตัวของขึ้น!! มันขึ้นปุบปับแบบที่ออสตินยังตระหนก เขาควรดีใจสิ!! วันที่รอคอยมาถึงจนได้ เขาสามารถบีบต้อนจนปูชิดาจนมุม หล่อนต้องยอมสยบให้ หากชายหนุ่มบอกให้คลานเข่ามากราบกราน ปูชิดาก็คงทำ... “ฉันจะไม่ ‘ฟัน’ เธอที่นี่ อาบน้ำแต่งตัวรอล่ะ ฉันจะส่งคนมารับ” เสียงพูดแหบพร่า ไม่ใช่เพราะความกระสัน เขากำลังโกรธ!! โกรธอะไรไม่รู้ ออสตินไม่กล้าค้นหา ชายหนุ่มเดินเร็วๆ จากไป จากที่อารมณ์ดีๆ เวลานี้เขากำลังเดือดคลั่ก!! “โว้ย!!” เสียงออสตินตะโกนลั่น แม้แต่อัปสรายังโผล่หน้ามาดู เด็กแสบเห็นแค่เพียงแผ่นหลังคุณลุงใจดี หายลับเข้าไปในตอนหลังรถยนต์คันโปรด ก่อนที่ตัวรถยนต์จะทะยานออกไปเหมือนติดปีก
เสียงตอบโต้แทบทำให้ออสตินสติหลุด ปูชิดายังไม่ยอมสยบแม้ตัวหล่อนจะสั่นระริก“ก็ลองดูกัน เธอจะทานฉันได้อีกแค่ไหนกัน?” ชายหนุ่มสวนกลับอย่างหงุดหงิด เขาตวัดอุ้มหล่อนขึ้นพาดบ่า พร้อมกับเดินย่างสามขุมเข้าห้องนอนกว้างเบื้องหน้า“ปล่อยๆ คนอย่างคุณคงไม่ใช้กำลังกับชิดาใช่ไหมค่ะ ปล่อยสิๆ ทำให้ชิดายอมคุณสิคะ หากคุณมั่นใจว่าคุณเก่งจริง” หญิงสาวตะโกนลั่น เธอแผดเสียงดังๆ หนทางรอดของเธอเหลืออีกแค่นิดเดียว หากออสตินรักศักดิ์ศรีเขาจะต้องปล่อยเธอแต่ปูชิดาคิดผิด!! เวลานี้ออสตินหน้ามืดเสียแล้ว เขาโยนศักดิ์ศรีบนบ่าทิ้ง “เธอจะเสียใจที่ลองดีกับคนอย่างฉัน!”ตุ๊บ!! ออสตินเหวี่ยงปูชิดาขึ้นไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนเตียงกว้าง หล่อนกระทดตัวหนีพร้อมกับตะโกนสวน “คุณเองก็จะเสียใจเช่นกันที่ทำกับชิดาแบบนี้”“ไม่เลยชิดา ฉันจะหัวเราะให้ก้องกับการลงมือปลุกปล้ำเธอ มีแค่เธอกับฉัน ใครล่ะจะรู้ล่ะว่าฉันใช้วิธีต่ำทราม”ความโกรธและหยิ่งทะนงตน ทำให้ออสตินไม่รอช้าที่จะซ้ำเต
บทที่11.วิหคคืนรัง ความจริงออสตินไม่อยากปล่อยผู้หญิงอวดดีคนนี้กลับบ้านไปเลย แต่เพราะมีใครบางคนรออยู่ ใครคนนั้นก็เป็นคนสำคัญเสียด้วย ออสตินจึงตัดใจพาปูชิดากลับแบบอ้อยอิ่ง... ภายในรถยนต์เงียบกริบ มีแค่เพียงเสียงแอร์คอนนิชั่นที่ทำงานสมราคา มันเบากริบแต่เวลานี้กลับดังจนสารถีคนขับรำคาญ “ไม่คิดจะพูดอะไรเลยเหรอ?” ชายหนุ่มเปรย สายตาของเขามองที่ถนน แต่หัวใจของเขาเฝ้าจับตามองคนข้างตัว ริมฝีปากบวมเจ่อเพราะฤทธิ์จูบ!! เม้มจนเป็นเส้นตรง เธอแทบหมดแรงยืนกับพายุสวาทที่ออสตินสาดใส่ เขาทำเหมือนอดอยากปากแห้งมาจากไหน เขากวนเธอทั้งคืน... ไม่ได้หลับได้นอน ทำซ้ำซากจนหญิงสาวสลบคาอก ผิวกายของเธอทุกตารางนิ้วมีแต่ร่องรอยของเขาฝากไว้เต็มไปหมด ทั้งรอยฟัน รอยข่วน รอยนิ้วมือ นาทีแรกที่มองเห็นตัวเองผ่านกระจกเงา เ
หญิงสาวซุกหน้ากับแผงอกอุ่น “อ๋อ!! ทุกวันนี้ชิดาขี้เหร่งั้นสิ” เธอตอบเสียงแผ่ว “โอ้ย!! ไม่ใช่อย่างนั้น ความหมายของฉัน คืออยากเห็นชิดาดูดีไม่มีที่ติต่างหาก” ออสตินรีบแก้ตัว “เรื่องพิธีมันสมควรมีก็จริงค่ะ เมื่อมันเป็นประเพณีการทางสังคม และเป็นการให้เกียรติฝ่ายหญิง...ชิดารักคุณ ชิดาไม่เคยหวังไกล...ทุกครั้งที่ชิดาหลับ ชิดาจะภาวนาก่อนหลับ ขอให้เวลาที่ชิดาลืมตาขึ้นมา ทุกอย่างจะยังคงเหมือนเดิม” หญิงสาวช้อนนัยน์ตาหวานฉ่ำมองสบตาสามี เธอไม่เคยหวังไกลถึงขนาดนั้น ขอแค่ความเมตตาของเขาบ้าง แค่นั้นก็คือสิ่งที่ปูชิดาปรารถนา ออสตินกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เขาเปรยเบาๆ “ฉันเป็นคนโง่ ที่แสร้งทำเป็นคนฉลาด อวดตัวว่าข้าเก่ง ข้ามีดีจนใครๆ ก็อยากได้ แต่ไม่เลย...ฉันเป็นแค่ผู้ชายธรรมดาที่ร่ำร้องหาความรัก ความรักที่เคยเกิดขึ้น
บทที่23.มหาเศรษฐีสิ้นลาย... ประตูห้องนอนถูกปิดและล็อกเพื่อกันคนภายนอกเข้ามาภายใน ในเวลาที่ไม่เหมาะสม วันนี้ออสตินอารมณ์ดี เขามีแผนเด็ด แผนเด็ดที่ทำให้เขากระชุ่มกระชวย จนปูชิดาเริ่มระแวง สายตาของสามีฉ่ำวาวจนหล่อนขนลุก “อาบน้ำด้วยกันนะ...ทูนหัว” น่านไง!! เสียงออดๆ ของออสติน เขาเดินย่างสามขุมเข้าหา และเธอก็คงไม่สามารถปฏิเสธความตั้งใจของเขาได้ มันจึงลงเอ่ยในอ่างน้ำกุชชี่ ขนาดใหญ่ในห้องน้ำภายในห้องนอน“โอย...แสบตา” ออสตินแสร้งโวย วันนี้เขาอ้อนเมียสำเร็จ เป็นการอาบน้ำด้วยกันครั้งแรก หลังจากหอบหิ้วกันมาอยู่ใต้ชายคาคฤหาสน์เทรย์เวอร์เกือบ1 อาทิตย์ โดยที่มาดามเยาวเรศอ้าแขนรับด้วยความเต็มใจ “ขอโทษค่ะ ชิดามือลื่น...”เพราะเธอเขินจัด เลยหลับหูหลับตาถูฟองน้
“เอาเป็นว่า...ฉันยอมรับแม่นั่นก็ได้...แต่แกต้องให้สัญญา แกจะต้องมีหลานให้ฉันอีก5 คน” นางพูด หลังเงียบไปหนึ่งอึดใจ รอยยิ้มของมาดามเยาวเรศทำให้ออสตินหัวเราร่า คุณแม่ก็คือคุณแม่วันยังค่ำ หากอยากบีบให้นางก้มหัว หรืออ่อนให้ นางก็ต้องไว้เชิงบ้าง “ตามนั้นเลยครับ อีกแปดเดือนไม่เกินนั้น แม่ได้อุ้มหลานคนที่สองแน่!!” ออสตินคุยโอ่!! เขารวบกอดมารดาแน่นๆ “แม่ไม่ได้เป็นลมใช่ไหมครับเมื่อสักครู่?” ชายหนุ่มกระซิบถามปัญหาคาใจ เขาว่ามันแหม่งๆ พิกล “มันคือการแสดง แม่น่าจะได้ออสก้านะ...ว่าไหม?” นางยิ้ม สอดมือกอดเอวสอบของออสตินไว้ นางไม่ได้กอดบุตรชายนานเท่าไรแล้วนะ “ครับ...เนียนมาก” ชายหนุ่มหัวเราะ “อีกคำถามนะออสติน...นามสกุลนางฟ้า แกจั
“แกใจดำมาก...ออสติน แกเป็นลูกอกตัญญู กล้าทิ้งฉันเพราะผู้หญิงคนเดียว” ชายหนุ่มถอนใจ เขาลุกจากที่นั่ง เดินมาทรุดตัวนั่งด้านหน้ามาดามเยาวเรศ ออสตินคุกเข่า เขาก้มลงกราบแทบปลายเท้านาง ก่อนจะยืดตัวขึ้นนั่ง มองสบนัยน์ตามารดาด้วยความเศร้า “ผมไม่ได้อยากทำแบบนี้เลยครับ ชิดาท้อง เธอเลี้ยงลูกคนเดียวมา4ปี โดยที่ไม่คิดบอกพวกเรา ผมผิด... ผมอยากชดเชยให้เธอ หากแม่จะบีบให้ผมทิ้งเธออีกครั้ง ผมคงทำไม่ได้ ผมไม่ได้เลือกนะครับ แต่ผมจำเป็นต้องทำ...ถ้ามันผิดต่อแม่ ผมก็จนใจ ผมไม่ได้ทิ้งแม่ ผมไม่ได้เลือกชิดา ผมทำสิ่งที่ถูกต้องที่สุด” “เหอะ!! ต่อให้แกพูดอย่างสวยหรูยังไง เรื่องมันก็จบตรงที่แกเลือกแม่นั่น” นางถอยหลังสองก้าว มองสบนัยน์ตาบุตรชาย ดวงตาของนางแดงก่ำ เพราะกำลังเสียใจสุดขีด “แม่จะให้ผมทำยังไงครับ นั่นเมีย นี่แม่ ผมเลือกยืนข้างฝ่ายไหน ผมก็เป็นคนผิดอยู่ดี” 
บทที่22.คุณแม่ขอร้อง เป็นอีกวันที่ออสตินเริ่มต้นวันทำงานด้วยความสุขเต็มเปี่ยม เดิมทีเขาเบื่อหน่ายหน้าที่ที่แบกรับไว้จนหนักบ่า แต่ทำไงได้เขาเป็นทายาทเพียงคนเดียวของเทรย์เวอร์ เวลานี้เขามีภาระที่หนักหน่วงให้แบกรับเพิ่มเติม แต่เป็นความเต็มใจอย่างยิ่ง ตั้งแต่คลี่คลายปัญหาของตัวเองกับปูชิดาได้ เขากับปูชิดากลับมาเหมือนเดิม...เพิ่มเติมคือรักยิ่งกว่าเดิม ไม่มีความคลางแคลงในใจหลงเหลืออยู่ เหลือก็แค่ปัญหาหนักอกเพียงอย่างเดียว นั่นคือมารดา... หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ในห้องทำงานสีขรึม ออสตินนั่งอยู่ตรงนั้น เขากำลังก้มหน้าอ่านเอกสารสำคัญ ก่อนจะลงนามเซ็นกำกับ หากเขาพอใจ...มันเป็นวันเรียบง่ายอีกหนึ่งวัน ไม่มีงานเร่งด่วนชวนให้ปวดหัว ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงให้ต้องแก้ปัญหา และในมือเขาคือแฟ้มงานของบริษัทไวศยปรานนท์ ผลกำไรเกินคาดของบริษัทนั้นเกินกว่าที่คาดไว้ เขาไม่คิดว่าคุณทรง
“อืม...ดี ฉันมีโปรแกรมให้เธอเรียนรู้อีกเยอะ” เรียวไม่ได้ขยาย โปรแกรมที่แป้งหอมต้องเรียนคืออะไร เพราะที่เขาวางแพลนไว้คร่าวๆ คือการทำให้แป้งหอมเพอร์เฟคที่สุด สำหรับการเป็นภรรยาใครสักคน... และเมื่อแป้งหอมกับเรียว เดินเข้ามาในสถานที่ทำงานพร้อมกัน หญิงสาวจึงตกเป็นเป้าสายตา พร้อมกับคำนินทา ที่ตามมาในไม่ช้า เป็นเพราะแป้งหอมอยู่ไม่สุข เธอขยันทำงาน จนทำให้ในวันทำงานวันที่2 เธอก็ได้ยินเรื่องที่ขาเม้าทั้งหลายซุบซิบกันเข้าพอดี “เธอๆ ว่าไหม ยัยคนที่เดินตามคุณเรียวต้อยๆ ไม่พ้น เมียน้อยคุณเรียวแหงๆ” แป้งหอมสะดุดกึก...เธอรีบหลบหลังซอกตู้ มือเรียวกำแน่น “พูดแบบนั้นได้ไง คุณเรียวยังโสด อย่างแม่นั่นก็แค่เมียเก็บ ทำกำแหงชูคอ อีโธ่!!” 
เรียวกดปิดทีวีจอยักษ์ ภาพดับวูบไป เขาหันมาหาแป้งหอมพร้อมกับเริ่มต้นอธิบายเนื้องานช้าๆ ระหว่างนั้น แป้งหอมแทรกถามเป็นระยะ หล่อนจริงจัง ใส่ใจ จดรายละเอียดไว้ได้เกือบหมด จนเรียวเองยังทึ่ง หลังแป้งหอมเข้าใจเนื้องานทั้งหมดเธอปิดสมุด เตรียมตัวถอยหลังกลับเข้าห้องพักเหมือนเดิม เรียวถามก่อนที่หญิงสาวจะผุดลุกขึ้นยืน “เธอจบอะไรมา?” เขาไม่ได้ดูแคลนหล่อน เรียวอยากรู้เรื่องของแป้งหอมบ้าง แป้งหอมชะงัก เธอตอบกลับเสียงแผ่วๆ “หอมกำลังเรียนในวิทยาลัย’ เปิดแห่งหนึ่งค่ะ ยังไม่จบ” เพราะการทำงานกินเวลาเธอไปเกือบหมด ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ แต่เธอก็ไม่เคยท้อ ปริญญาคือเป้าหมายอีกอย่างหนึ่งของแป้งหอม เธอจะทำให้คนรอบตัวเห็น เด็กคนหนึ่งที่ไม่มีใครเลย ก็ประสบความสำเร็จได้ เรียวพยักหน้าทำเหมือนเข้าใจ เขาสอดมือล้วงไปในกระเป๋ากางเกง หยิบเครดิตกา
บทที่21.จับคู่ชู้ชื่น เปรียวเปิดประตูห้องพักของแป้งหอม เขานำอาหารตามสั่งมาส่งให้เจ้านาย พร้อมกับโทรศัพท์เครื่องใหม่เอี่ยม ชายหนุ่มถอยหลังกลับ เขาเดินไปชะโงกหน้าดูหมายเลขห้อง เขามาไม่ผิดห้องนี่นา แต่ที่เขาเห็นมันคืออะไร? เรียวนอนเอนๆ ดูภาพยนตร์ โดยมีแป้งหอมนั่งอยู่ใกล้ๆ เจ้านาย ขยันส่งข้าวโพคั่วให้คนข้างๆ และหล่อนก็อ้าปากงับโดยไม่แย้ง เหตุการณ์แบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น...มันไม่ใช่วิถีคาสโนว่า เปรียวคาดเดาว่า เจ้านายอาจจะกำลังสะบึมแป้งหอม เมื่อเรียวทุ่มทุ่นสร้างขนาดนี้ เขาจึงไม่แน่ใจในสิ่งที่เห็น “ฮ่าๆ คุณตลกบ้าๆ หอมไม่เคยดูหนังอะไรตลกเท่านี้เลย” ถ้าว่ากันตามจริง แป้งหอมไม่เคยชมภาพยนตร์เลยด้วยซ้ำ เธอไม่มีเวลาว่าง ทุกนาทีของเธอคือการทำงาน 
“มันดีมาก ดีเกินจนหอมกลัว” หญิงสาวนั่งคอห้อย เกิดมาเธอไม่เคยสบายแบบนี้ ตอนอยู่ในสถานสงเคราะห์ นอนรวมๆ กันใช้สอยพื้นที่ห้องร่วมกัน แต่ต้องคอยระวังสมบัติส่วนตัว ถึงถูกอบรมมาอย่างดี แต่เมื่อพวกเขาขาด ก็จำเป็นต้องไขว่คว้า ความอดยากนำมาซึ่งการทำผิด แม้จะไม่ตั้งใจ...แต่ก็คือก้าวแรกที่ทำให้ติดเป็นนิสัย เธอไม่โทษพวกเขา หากพอแบ่งปันได้ แป้งหอมก็จะทำเป็นลืมๆ แต่หากสิ่งนั้นสำคัญมาก เธอจะเก็บรักษาและระวังเป็นอย่างดี “กลัว?” เรียวเลิกปลายคิ้วขึ้นสูง เขากดปิดทีวีจอยักษ์ หันมาสนใจคนข้างตัว ที่นั่งหัวห้อยเหมือนกำลังคิดหนัก “ใช่ค่ะ...ขอหอมไปอยู่ห้องอื่นได้ไหมคะ ที่นี่มันเหมือนสวรรค์ และหอมไม่ใช่นางฟ้า” ของอ้างของหล่อน ทำเอาเรียวเกือบขำ...แป้งหอมช่างสรรหาคำมาแก้ต่าง เป็นข้ออ้างที่ฟังแล้วอารมณ์ดี “ลองดู...ไม่ใช่นางฟ้