อ้ายเย่วรู้สึกร้อนวูบวาบกับสายตาร้อนแรงของคนตรงหน้าที่ส่งมานัก ขนาดนางทำใจและคิดทบทวนฉากเลิฟซีนที่เคยผ่านตาและคิดทบทวนถึงตอนที่เล่อชินอ๋องทำกับนางเพื่อจะนำมาใช้ในคืนเข้าหอนี้โดยเฉพาะแทบทุกวัน แต่พอมาเจอสายตาบุรุษตรงหน้า นางกลับไม่ชินสักที เมื่อเสร็จพิธีดื่มเหล้ามงคลเรียบร้อย ทุกคนจึงถอยออกจากห้องปล่อยให้คู่บ่าวสาวอยู่ด้วยกันตามลำพังอ้ายเย่วที่ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนบิดไปบิดมาถึงแม้จะผ่านคืนวสันต์กับเล่อชินอ๋องมาแล้วหลายครั้งแต่นางก็ไม่ชินสักที ยิ่งเห็นสายตาที่มองมาอย่างร้อนแรงนั้นอีกนางถึงกับแข้งขาสั่น จึงได้แต่ส่งยิ้มหวานนำทางไปก่อน หมดกันนางร้ายเจ้าบทบาทแถวหน้าของวงการเจอของจริงเข้าไปถึงกับไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว"วันนี้เจ้างามนักรู้ตัวหรือไม่" เล่อชินอ๋องที่ช่วยปลดเครื่องประดับบนศีรษะให้นางอย่างแผ่วเบาก้มลงมองใบหน้างดงามที่ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างนึกเอ็นดูนัก มือหนาค่อยๆ ปลดชุดมงคลหนาหนักออกจากร่างบางจนเหลือแต่ชุดตัวในบางเบากับเอี๊ยมบังทรงสีแดงที่ปิดบังทรวงอกคู่งามที่พระองค์ทรงรู้ว่าให้ความรู้สึกดีแค่ไหนเมื่อได้สัมผัส แล้วจึงดึงปิ่นหยกชิ้นสุดท้ายบนศีรษะเล็กออกทำให้เส้นผมยาวสลวยห
อ้ายเย่วที่พอลืมตาขึ้นก็พบกับหน้าอกแกร่งกำยำ ใบหน้างามพลันร้อนผ่าว สามีนางเหตุใดถึงได้ อึด ถึก เผ็ด ดุ อย่างนี้ คิดถึงกิจกรรมเข้าจังหวะของบุรุษที่กกกอดนางอยู่ตอนนี้กายงามถึงกับสั่นสะท้าน รีบสะบัดศีรษะขับไล่ภาพน่าอายเมื่อคืนอย่างรู้สึกอับอายนัก"หากมือน้อยของเจ้ายังซุกซนอยู่แบบนี้ คาดว่าวันนี้ทั้งวันเจ้าคงต้องกินพี่แทนข้าวกระมัง" อ้ายเย่วที่ก้มลงมองมือตัวเองที่กำลังขยับยุกยิกบนยอดอกสีเข้มอย่างตกใจ จึงรีบชักมือออก"อุ้ย ขอโทษเจ้าค่ะ" เอ่ยขึ้นอย่างอับอายนัก บ้าจริง นางทำอะไรนี่มือที่ชักออกตอนนี้กลับถูกบุรุษผู้เป็นสามีจับมาจรดจมูกโด่ง" เหตุใดต้องขอโทษ ทุกสิ่งบนกายของสามีล้วนเป็นของภรรยา ไม่ว่าจะเป็นตรงนี้" มือหนาที่กุมมือบางมาจรดปากหนา"ตรงนี้" แล้วจับมาวางบนหน้าอกแกร่ง ลากไล้มือบางของนางมาจนถึงหน้าท้องที่มีลอนสวยแน่นตึง"ตรงนี้... หรือแม้กระทั่งตรงนี้" เสียงที่แผ่วเบาเอ่ยอย่างช้าๆ อย่างยั่วเย้าจนนางใจเต้นแรง มือของบุรุษที่จับมือเล็กลงต่ำเรื่อยๆ จนนางต้องรีบชักมือกลับ" พี่หยางเล่อ"อ้ายเย่วที่อับอายยิ่งนักซบใบหน้าร้อนผ่าวลงบนอกแกร่งหลบซ่อนสายตาเร่าร้อนของบุรุษที่มองมายังนางหึหึเส
....เหลาอาหาร... "โอ้! นี่เจ้าตั้งครรภ์แล้วหรือนี่ ยินดีด้วย" "เจ้าค่ะ นี่ก็ย่างเข้าเดือนที่ห้าแล้วเจ้าค่ะ" "แต่งงานไม่ถึงครึ่งปีก็มีบุตรให้สามีได้ชื่นชมแล้ว เจ้านี่ช่างวาสนาดีเสียจริง" เสียงสนทนาของโต๊ะด้านข้างทำให้ร่างบางที่นั่งอยู่ถึงกับเหม่อลอย อ้ายเย่วที่รู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องทานข้าวคนเดียวเพราะเล่อชินอ๋องต้องเดินทางไปคุ้มกันเครื่องราชบรรณาการจากต่างแคว้นนี่นางก็แต่งเข้าวังจันทรามาได้เกือบปีแล้ว ใช้ชีวิตคู่อย่างหวานชื่นเลยทีเดียวสามีก็ช่างเอาอกเอาใจทุกอย่าง ส่วนค่ำคืนวสันต์สามีนางก็ขยันขันแข็งออกปานนั้น เรียกได้ว่าไม่ว่างเว้นจากกิจกรรมเข้าจังหวะเลยก็ว่าได้ แต่นางกลับไม่มีวี่แววว่าจะตั้งครรภ์ ตอนแรกนางก็มิได้คิดอันใดมาก แต่พอมีคนนั้นคนนี้ถามไถ่เรื่องทายาทก็ทำให้นางคิดหนักขึ้นมาเหมือนกัน เชิญท่านหมอมาตรวจร่างกายนางก็สมบูรณ์แข็งแรงดี ในยุคสมัยนี้การมีบุตรสืบสกุลถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากเลยทีเดียว ยิ่งกับเชื้อพระวงศ์ยิ่งสำคัญมากนัก เสียงที่ดังขึ้นอีกครั้งทำให้นางหลุดจากภวังค์"เจ้ารู้หรือไม่ ว่าคุณชายเซียวก็แต่งภรรยารองและอนุเข้าจวนทีเดียวถึงสองนางเพราะภรรยาเอกแต่งเข้ามาเป็นปีก็ย
อ้ายเย่วที่ลุกขึ้นแต่งตัวสวยตั้งแต่เช้าตรู่เพราะวันนี้ขบวนคุ้มกันของเล่อชินอ๋องจะเดินทางถึงเมืองหลวงแล้ว เมื่อนางเดินออกมาด้านหน้าเรือน หม่ากงกงที่มารออยู่ก็รีบเข้ามารายงาน"พระชายาพ่ะย่ะค่ะ"อ้ายเย่วที่เห็นหม่ากงกงเอ่ยเรียกนางไว้จึงหยุดเท้าที่กำลังจะไปรอต้อนรับท่านอ๋องที่หน้าตำหนักใหญ่ เอ่ยถามเสียงหวานละมุนพร้อมรอยยิ้ม"มีอะไรหรือหม่ากงกง""เมื่อครู่มีทหารนำความจากท่านอ๋องมาแจ้งว่า ตอนนี้ขบวนคุ้มกันใกล้จะเข้าเมืองหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่ท่านอ๋องต้องนำเครื่องบรรณาการส่งเข้าวังหลวงก่อนเพราะมีองค์หญิงจากต่างแคว้นเสด็จด้วยและต้องเข้ารายงานกับฮ่องเต้ถึงจะกลับจวนพ่ะย่ะค่ะ""เป็นเช่นนั้นหรอกหรือ" แม้จะรู้เหตุผลแต่ทำไมนางรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้องนะ นางกับสามีไม่เจอหน้ากันเกือบเดือนเลยนะ ไม่ทรงคิดถึงกันบ้างหรืออย่างไร ช่วงนี้นางไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ช่างขี้หงุดหงิดคิดมาก จนบางครั้งก็รำคาญตัวเอง" พ่ะย่ะค่ะ"อ้ายเย่วที่รู้สึกว่าหัวใจนางกระตุกแปลกๆ รีบสูดลมหายใจเข้าปอดระงับอาการเจ็บหน่วงในอก ก่อนจะหันไปสั่งบ่าวคนสนิท"จิ้นผิง ไปเอาผ้าคลุมหน้ามา"" พระชายาจะไปไหนเจ้าคะ"" ข้าจะออกไปข้างนอก หม่ากงกง
เล่อชินอ๋องที่ควบอาชาอยู่หน้าขบวนต้องหยุดฝีเท้าม้าลงเพราะนายทหารนายหนึ่งมาแจ้งว่า องค์หญิงเสียนลี่ฟาง อยากเสวยถังหูลู่ที่ขายอยู่ข้างทาง จึงได้สั่งให้นายทหารผู้นั้นไปซื้อมาก่อนจะนำไปให้นาง แม้พระองค์จะอยากรีบเร่งกลับจวนเพียงไรแต่ก็มิอาจเพิกเฉยต่อสตรีที่อยู่ในรถม้า จากนั้นจึงรีบนำขบวนมุ่งหน้าเข้าวังหลวง จะได้รีบกลับไปหาสตรีผู้ที่รอพระองค์อยู่ กว่าจะเสร็จเรื่องเสร็จราว กลับถึงวังจันทราก็ล่วงเข้าสู่ยามโหย่ว(17.00-18.59น.) เมื่อร่างสง่างามลงจากหลังอาชาก็มุ่งหน้ามายังหน้าเรือนใหญ่เห็นเพียงหม่ากงกงที่ยืนรออยู่กับบ่าวรับใช้ก็ให้แปลกใจนัก"พระชายาเล่า" หม่ากงกงที่เห็นนายเหนือหัวมาถึงก็ถามถึงพระชายาใบหน้าพลันซีดเผือด งานเข้าแล้วยังไง "เอ่อ พระชายาออกไปข้างนอกพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง" เสียงหม่ากงกงที่เอ่ยตอบเสียงเบาทำให้คิ้วหนาขมวดมุ่นนี่ก็เย็นมากแล้วทั้งที่รู้ว่าพระองค์กลับมาแล้วเหตุใดชายาตนถึงยังออกไปอีก"ออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่" "ออกไปตั้งแต่กระหม่อมทูลว่าพระองค์จะต้องเสด็จเข้าวังก่อนจะกลับจวนพ่ะย่ะค่ะ"ใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงหน้านิ่วคิ้วขมวดได้แต่ครุ่นคิดก่อนจะคลายออก"ถ้าอย่างนั้นเปิ่นหวางจะไปล้า
เล่อชินอ๋องที่นั่งรอต้าหลงด้วยความกระวนกระวายใจ นั่งครุ่นคิดว่าจะทรงทำอย่างไรให้ทุกอย่างจบลงโดยเร็วที่สุด และไม่กระทบกับทุกฝ่าย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเริ่มต้นจากที่พระองค์ได้รับคำสั่งให้นำกำลังทหารไปคุ้มครองเครื่องบรรณาการจากแคว้นฉี และรับตัวองค์หญิงเสียนลี่ฟางที่ถูกส่งมาเชื่อมสัมพันธไมตรี ในตอนแรกก็มิได้มีอันใดจนกระทั่งออกเดินทางได้เพียงสองวันแรก นางกลับล้มป่วย เมื่อให้หมอประจำขบวนตรวจดูอาการกลับพบว่านางนั้นกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ และผู้ที่เป็นบิดาของเด็กในครรภ์นั้นก็คือ แม่ทัพแคว้นฉี ลั่วตงหยวน สหายรักของพระองค์เอง แต่ตอนนี้กำลังนำทัพไปปราบชนเผ่าที่ตั้งตนเป็นกองโจรเข้าปล้นฆ่าชาวเมืองแถบชายแดนคาดว่าต้องใช้เวลาอีกกว่าหนึ่งเดือนกว่าจะยกทัพกลับ แต่ปัญหามันมิได้อยู่ตรงจุดนั้น เพราะสหายของพระองค์นั้นเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้แคว้นฉี หากจะกลายมาเป็นราชบุตรเขยพระองค์ย่อมยินดี แต่องค์หญิงเสียนลี่ฟางเป็นเพียงธิดาของสนมองค์หนึ่งของฮ่องเต้เท่านั้น ประเด็นสำคัญคือ แม่ทัพลั่วตงหยวนคือบุรุษที่องค์หญิงใหญ่ธิดาของฮองเฮาพระขนิษฐาของนางพึงใจและคาดว่าจะได้รับสมรสพระราชทานเมื่อกลับมาถึงเมืองหลวง องค์หญิงเสียนลี
อ้ายเย่วที่พอเข้ามาในห้องก็รีบอาบน้ำผลัดผ้าแล้วเข้านอน รู้สึกว่าตัวเองทำตัวงี่เง่าเหมือนนางเอกอ่อนแอเจ้าน้ำตาที่นางแสนเกลียดในละครหลังข่าวอย่างไรก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่ตอนแรกนางคิดจะมาสอบถามเล่อชินอ๋องให้รู้เรื่อง หากทรงกล้านอกใจนางและไม่รักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้จริงๆ นางคิดไว้แล้วว่าจะฟ้องหย่าให้หมดเนื้อหมดตัวกันไปเลย แต่นึกขึ้นได้ว่ายุคสมัยนี้ไม่มีใครเขาทำเช่นนั้นกัน และเล่อชินอ๋องก็คงไม่คิดจะหย่าให้นางเป็นแน่ แต่หากจะให้นางใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันแบบผัวหนึ่งเมียสองเหมือนเช่นครอบครัวอื่นนางขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าไม่มีทาง นางจึงคิดที่จะทำข้อตกลงกับสตรีนางนั้นหากคิดที่จะครอบครองตำแหน่งที่นางถือครองอยู่คงต้องจ่ายแพงหน่อยแล้วนางจะยอมลงจากตำแหน่งแต่โดยดีและนางจะออกไปใช้ชีวิตอิสระเป็นหญิงหม้ายที่สวยและรวยที่สุดแห่งยุคนี้เลยคอยดู แต่พอเอาเข้าจริงแค่หม่ากงกงมาแจ้งว่าท่านอ๋องกำลังรอทานข้าวด้วยนางกลับรู้สึกหวาดกลัว จิตใจที่เคยคิดว่าเข้มแข็งกลับสั่นไหว ใจนั้นอยากจะเอ่ยถามให้รู้เรื่องแต่กลับกลัวคำตอบทำไมนางถึงกลายเป็นคนเช่นนี้ไปได้ หวาดกลัวกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นอย่างโง่งมเช่นนี้ได้อย่างไรกัน มันดูไม่มี
ภายในหูของเล่อชินอ๋องตอนนี้อื้อไปหมด ได้ยินเพียงเสียงร้องไห้ที่ช่างบีบหัวใจพระองค์ยิ่งนัก"เย่วเอ๋อ" เสียงเรียกของบุรุษตรงหน้าและมือใหญ่ที่เอื้อมมาจะจับตัวนางทำให้อ้ายเย่วที่ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำใสขยับกายหนี พร้อมเอ่ยขึ้นน้ำเสียงแหบแห้งสั่นเครือที่แทบฟังไม่รู้เรื่อง"ท่านมันใจร้าย ไม่รักษาคำพูด ทำกับข้าเช่นนี้ได้อย่างไรเป็นเพราะข้าไม่สามารถมีทายาทให้ท่านได้ใช่หรือไม่ ท่านถึงได้พาสตรีอื่นมาเหยียบย่ำหัวใจข้า หย่าให้ข้าเสีย ข้ากับท่านถือว่าจบสิ้นกันเพียงแค่นี้ ออกไปให้พ้นหน้าข้า จะไปหาลูกเมียท่านก็ไปอย่ามายุ่งกับข้า"เสียงต่อว่ายาวเหยียดนั้นทำให้เล่อชินอ๋องถึงกับตกตะลึง ในหัวที่มืดมนพลันสว่างวาบ ไปกันใหญ่แล้วนางไปรู้มาจากที่ใดว่าพระองค์คิดจะมีคนอื่น" น้องหญิงเจ้าเข้าใจพี่ผิดแล้ว พี่มิใช่สวามีของนางหรอกนะ"" อะไรนะ"ใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังกลั้นยิ้มกับสตรีที่ยกมือเล็กขึ้นเช็ดคราบน้ำมูกน้ำตาจนเปื้อนไปหมด ที่จ้องมองพระองค์ด้วยดวงตาสั่นไหว"พี่บอกว่าพี่มิใช่สวามีของนาง สามีนางคือแม่ทัพของแคว้นนางนู่น"แล้วก็ทรงเล่าเรื่องทุกอย่างให้นางฟังพร้อมกับมือใหญ่ที่ใช้ผ้าเช็ดคราบน้ำมูกน้ำตาบนใบห
"อ่านอะไรอยู่หรือเจ้าคะ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว"เล่อชินอ๋องที่เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงหวานละมุนนั้น รีบวางจดหมายในมือ ตรงเข้าไปโอบประคองร่างอุ้ยอ้ายที่หน้าท้องนั้นใหญ่โตมากของชายารักที่ใกล้คลอดเต็มที ที่เดินลูบหน้าท้องนู้นเข้ามาโดยมีจิ้นผิงคอยประคอง"น้องหญิง ออกมาทำไมกัน"ร่างหนาพูดขึ้นพร้อมโอบประคองร่างอวบอิ่มให้นั่งลงบนตั่งที่ปูด้วยเบาะหนานุ่มอย่างอ่อนโยน ก่อนมือหนาจะลูบบนหน้าท้องนูนสัมผัสถึงแรงกระตุกเบาๆ ของก้อนแป้งน้อยที่กำลังเติบโตอยู่ในครรภ์ของสตรีอันเป็นที่รัก ใบหน้าหล่อเหลานั้นยกยิ้มอย่างยินดีเมื่อเจ้าก้อนแป้งนั้นช่างรู้ความ เพียงบิดาสัมผัสก็จะตอบรับกลับมาเสียทุกครั้ง"จดหมายจากแม่ทัพตงหยวน ส่งมาแจ้งว่าลี่ฟางคลอดบุตรแล้ว เป็นคุณหนูใหญ่""จริงหรือเจ้าคะ น่ายินดีเสียจริง"ใบหน้าหวานนั้นยิ้มละมุนอย่างรู้สึกยินดี มองสวามีที่ก้มลงจูบเบาๆ บริเวณหน้าท้องนูน"เจ้าก้อนแป้งของบิดา เมื่อไหร่เราจะได้เจอกันเสียที"อ้ายเย่วที่ถึงกับยกยิ้มกับความอ่อนโยนนั้น ก่อนใบหน้างามจะขมวดมุ่น เมื่อรู้สึกปวดหน่วงตรงช่วงล่างจนเผลอเกร็งตัวร้องครางออกมา"อ๊ะ!"เล่อชินอ๋องที่เห็นอาการของร่างอวบอิ่มจึงรีบลูบท้อ
เล่อชินอ๋องที่มองร่างงดงามเย้ายวน ผิวขาวดูชุ่มฉ่ำเปล่งปลั่งราวจะคั้นน้ำได้ มือเรียวสวยที่กรีดกรายเขียนอักษรลงบนแผ่นกระดาษ ใบหน้านวลผ่องที่จดจ่อกับแผ่นกระดาษตรงหน้าดูน่าหลงใหลจนต้องลอบกลืนน้ำลาย ร่างอวบอิ่มนั้นทำให้พระองค์หลงใหลทุกครั้งที่ได้ชิดใกล้"น้องหญิงพี่แค่ไปหารือกับรัชทายาทเพียงครู่เดียวเท่านั้น และที่สำคัญก็มีแต่บุรุษ เจ้าจะไปได้อย่างไร เอาไว้พี่จะพาไปเที่ยวชมตลาดวันหลังดีหรือไม่"อ้ายเย่วเอียงหน้ามายิ้มหวานเป็นการตอบรับอย่างน่าเอ็นดูยิ่งนักในสายตาคนมอง แต่หารู้ไม่ว่ายิ้มนั้นมันเคลือบยาพิษเห็นว่าคนข้างๆ ยังให้ความสนใจกับสิ่งที่นางทำอยู่ไม่มีทีท่าว่าจะออกไปจึงเอ่ยถามขึ้น"ไม่เสด็จหรือเจ้าคะ องค์รัชทายาทรอแย่แล้วกระมัง""ยังไม่ถึงเวลานัดหมาย""แล้วนี่เขียนอันใดอยู่หรือ"เล่อชินอ๋องที่หรี่ตามองแผ่นกระดาษตรงหน้าชายารัก"กำลังตอบจดหมายของลี่ฟางเจ้าค่ะ"อ้ายเย่วตอบพร้อมหรี่ตามองบุรุษผู้เป็นสามีก่อนเอ่ยขึ้นอีกว่า"น้องว่าจะชวนนางเปิดกิจการด้วยกัน"เล่อชินอ๋องที่เงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นชายา "เหตุใดต้องทำให้ตัวเองเหนื่อยกัน สมบัติในวังจันทราแห่งนี้มีให้เจ้าใช้และอยู่อย่างสุขสบายโดยไม่
อ้ายเย่วที่พับจดหมาย จากฮูหยินแม่ทัพแคว้นฉี เสียนลี่ฟาง ที่เขียนมาเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง ตั้งแต่จากกันวันนั้นจนวันที่นางได้ไปร่วมงานมงคลของทั้งสอง อ้ายเย่วและเสียนลี่ฟางก็ติดต่อกันโดยการเขียนจดหมายติดต่อกันตลอดก่อนจะให้จิ้นผิงพยุงร่างอุ้ยอ้าย มานั่งลงตรงที่นั่งในศาลากลางสวนสวย ตอนนี้อายุครรภ์ของนางย่างเข้าเดือนที่แปดแล้ว อีกไม่นานก็จะได้เจอกับเจ้าก้อนแป้ง ไม่รู้ว่านางหรือลี่ฟางที่จะคลอดก่อนกัน เพราะอายุครรภ์ของทั้งคู่ไล่เลี่ยกัน"จับซาไท้เป้า เจ้าค่ะพระชายา"อ้ายเย่วที่กำลังชื่นชมความงามของหมู่มวลดอกไม้ที่กำลังอวดดอกบานสะพรั่ง หันมารับถ้วยยาจากจิ้นผิง ซึ่งเป็นยาบำรุงครรภ์ ที่สวามีของนางขยันสรรหามาบำรุงนางจับซาไท้เป้า เป็นตำรับยาบำรุงครรภ์รับประทานในช่วงกลางถึงปลายระยะตั้งครรภ์ โดยนิยมเริ่มรับประทานในเดือนที่หกของการตั้งครรภ์ และหยุดรับประทานก่อนคลอดหนึ่งเดือนอ้ายเย่วอดรู้สึกชื่นชมตำรับยาสูตรโบราณนี้ไม่ได้ แม้ยุคนี้จะไม่มีความทันสมัยเหมือนยุคก่อนนางก็ไม่กังวลมากนักสรรพคุณของยาตำรับนี้ก็คือ บำรุงหญิงตั้งครรภ์ให้แข็งแรง ไม่ให้เป็นหวัดง่าย ทำให้ระบบการย่อยของหญิงตั้งครรภ์เป็นปกติ ไ
เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างพยักหน้ารับ ดวงตาฉ่ำหวานที่มีหยาดน้ำตาเอ่อคลออยู่นั้น กะพริบปริบๆ จนหยาดน้ำตาไหลมาทางหางตา จึงใช้หัวแม่มือกรีดออกให้อย่างแผ่วเบา ก้มลงจูบซับอย่างอ่อนโยน ก่อนริมฝีปากหนาจะเคลื่อนมาครอบครองปากเล็กอวบอิ่มที่หวานล้ำ จากจุมพิตอ่อนโยนกลายเป็นเร่าร้อนตามแรงปรารถนา สองร่างที่ก่ายกอดลูบไล้กันต่างตกอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งรสกามา ต่างตักตวงความหวานของกันและกันด้วยความถวิลหา ให้สมกับที่ต้องห่างไกลกันแรมเดือนลิ้นร้อนที่บดคลึงจนคนใต้ร่างหอบสะท้าน มือเล็กที่ยันอกแกร่งด้วยใบหน้านวลที่แดงก่ำ ก่อนจะรอบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า"ข้ากำลังตั้งครรภ์อยู่นะเจ้าคะ"แม่ทัพตงหยวนที่จูบหน้าผากมนแผ่วเบา เอ่ยกับร่างเย้ายวนที่ตอนนี้อาภรณ์หลุดลุ่ย น้ำเสียงกระเส่า"พี่รู้ พี่จะอ่อนโยน"เพียงไม่นานร่างสองร่างก็เปลือยเปล่า ปากหนาร้อนรุ่มลากไล้ปลายลิ้นสากมาตามลำคอระหง จนมาถึงทรวงอกนุ่มหยุ่นที่ดูจะอวบอิ่มขึ้น จนต้องฝังจมูกลงไปคลอเคลียสูดดมความหอมอ่อนละมุนที่เขาหลงใหล ก่อนจะใช้อุ้งปากเข้าครอบครองสร้างความเสียวซ่านให้เจ้าของที่ดิ้นเร่าอยู่ใต้ร่าง ปาดเลียลิ้นร้อนสลับดูดดุน จนยอดทรวงแ
สัมผัสเปียกชื้นตรงซอกคอขาว ทำให้คนที่กำลังหลับสบายขยับตัวอย่างรำคาญ ก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ภาพศีรษะที่มีผมดำปกคลุมกำลังเลื่อนลงไป ก้มลงซุกไซร้หน้าอกขาวอวบ ทำให้ร่างบางแข็งทื่อ ปากอวบอิ่มที่กำลังจะกรีดร้องขอความช่วยเหลือกลับเปล่งเสียงร้องออกมาได้เพียงเสียงอู้อี้เมื่อถูกปากหนาของบุรุษต่ำช้าเลื่อนมาประกบ ร่างบางที่เริ่มดิ้นรนต่อสู้ใช้มือเล็กจิกข่วนแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามกำยำอย่างแรงจนแผ่นหลังแกร่งรู้สึกแสบ"หยุดดิ้น"เสียงทุ้มสั่งเสียงกระเส่า พร้อมมือใหญ่ที่รวบเอามือเล็กไว้เหนือศีรษะเพียงมือเดียว ส่วนอีกมือนั้นจับปลายคางมนให้คนตัวเล็กใต้ร่างหันมาสบตาตน "ทะ ท่านแม่ทัพ"ลี่ฟางเมื่อเห็นว่าชายชั่วที่จะย่ำยีนางเป็นใคร ลำคอระหงพลันแห้งผาก หัวใจเต้นแรงแทบทะลุออกจากอก"ปล่อยข้า ท่านคิดจะทำอะไร""แล้วคิดว่าจะทำอันใดเล่า สามีภรรยาไม่เจอกันแรมเดือน เจ้าคิดว่าข้าจะนอนมองเจ้าเฉยๆ หรือ"ลี่ฟางเมื่อฟังคำพูดและมองใบหน้ายียวนของคนเหนือร่างให้นึกเคือง "ปล่อยข้า ข้ามิใช่ภรรยาของท่าน ท่านคงลืมไปแล้วกระมังว่าข้าเป็นองค์หญิงบรรณาการของเล่อชินอ๋อง""เช่นนั้นหรือ... เก่งขึ้นนะ"เสียงท
แล้วเวลาอาหารมื้อเย็นของวันนี้ก็มาถึง อาหารหน้าตาน่าทานต่างถูกลำเลียงมาขึ้นโต๊ะ แต่แขกของจวนยังไม่มีวี่แววว่าจะปรากฏตัวขึ้น จนกระทั่งคนทุกอยู่กันพร้อมหน้า หม่ากงกง จึงได้มารายงานว่า สหายของเจ้าของจวนเดินทางมาถึงแล้ว เล่อชินอ๋อง จึงได้ให้รีบเชิญเข้ามาแต่ภาพของบุรุษที่ปรากฏตัวขึ้น ทำให้สตรี ที่เป็นแขกของจวนอีกผู้หนึ่ง ต้องตกตะลึงจนแทบจะ ระงับอาการสั่นไหวไม่ได้ใบหน้างามนั้นซีดเผือด กับการปรากฏตัวของบิดาของบุตรในครรภ์ของนางแม่ทัพลั่วตงหยวนอ้ายเย่วที่เห็นใบหน้าหล่อเหลาแบบบุรุษหล่อร้ายตรงหน้าได้แต่มองด้วยความโง่งม เพราะบุรุษตรงหน้านั้นเรียกได้ว่าหล่อแบบลุคเถื่อนๆ ช่างกระชากใจนางโดยแท้"หากเจ้ายังมิเลิกมองสหายของพี่ด้วยสายตาเช่นนั้น เห็นทีพี่คงต้องเสียมารยาท พาเจ้าไปทบทวนความจำกันสองต่อสองว่าเจ้านั้นมีสวามีแล้ว และสวามีก็นั่งอยู่ตรงนี้"อ้ายเย่วที่รีบถอนสายตามามองบุรุษที่กำลังมองนางด้วยสายตาคาดโทษ เสียงกระซิบแผ่วเบานั้นเรียกสติของนางจากอาการคลั่งคนหน้าตาดี ให้รีบหันมาส่งยิ้มหวานให้ผู้เป็นสวามี แม้ท่านแม่ทัพผู้นั้นจะหล่อเหลาวัวตายควายล้ม แต่ก็เทียบมิได้เลยกับเล่อชินอ๋องสวามีนาง ที่ความห
องค์หญิงเสียนลี่ฟาง โฉมสะคราญที่กำลังยืนผสานมือบอบบางทั้งสองอยู่ตรงหน้านาง อ้ายเย่วที่สังเกตว่ามือที่ผสานกันอยู่นั้นสั่นน้อยๆ ใบหน้าสวยหวานนั้นดูไม่มั่นใจในตัวเองและมีความกังวลวาบผ่าน "หากทั้งสองพระองค์ไม่สะดวก ก็ไม่เป็นอะไรนะเพคะ หม่อมฉันสามารถอยู่ในวังได้" เสียนลี่ฟางที่กล่าวขึ้นกับเจ้าของจวนทั้งสองที่ยืนอยู่ตรงหน้านาง ตลอดหลายวันที่ผ่านมานางได้ยินผู้คนพูดให้เข้าหูมาตลอดถึงการที่นางจะเข้ามาเป็นชายาอีกคนของเล่อชินอ๋องทั้งที่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย และพระชายาของเล่อชินอ๋องก็คงจะได้ยินข่าวลือพวกนั้นแน่ นางกลัวเหลือเกินว่าจะทำให้ครอบครัวของผู้อื่นร้าวฉานเพราะคำคน และนางนั้นคือสาเหตุอ้ายเย่วที่นึกเอ็นดูสตรีตรงหน้า นางคงจะถูกกดให้ต่ำอยู่เสมอ ขนาดตัวเองมีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิงแต่กลับขาดความมั่นใจในตัวเอง"จวนอ๋องแห่งนี้ ยินดีต้อนรับท่าน" เสียงหวานที่เอ่ยขึ้น ทำให้เสียนลี่ฟางที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่นั้น ถึงกับรีบเงยหน้ามองสตรีเจ้าของจวน จึงพบกับใบหน้างดงามที่กำลังส่งยิ้มมาให้ "ข้ารับรู้เรื่องราวทุกอย่างแล้ว" อ้ายเย่วที่กล่าวไขข้อข้องใจให้องค์หญิงเสียนลี่ฟาง " และข้ายินดีที่ท่านจะมาพ
จิ้นผิงและบ่าวไพร่ที่รอปรนนิบัติอยู่หน้าห้องต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กใบหน้าแดงก่ำก่อนจะพากันถอยออกมาจากบริเวณหน้าห้องเพราะเสียงแว่วหวานของพระชายาอ้ายเย่วที่ตอนนี้ใบหน้างามแดงก่ำเพราะแรงอารมณ์ที่ถูกคนที่คร่อมทับอยู่เหนือร่างจุดขึ้น เล่อชินอ๋องใช้แขนแกร่งยันเตียงนุ่มโดยไม่ทิ้งน้ำหนักลงบนร่างบาง บดจูบหวานล้ำให้อย่างเอาใจก่อนมือหนาจะดึงรั้งอาภรณ์ออกจากร่างบางจนเปลือยเปล่าและปลดอาภรณ์ของตนออกให้เท่าเทียมกัน ปากหนาที่จูบซับลากไล้มาตามลำคอระหงจนมาครอบครองหน้าอกอิ่มที่ดูอวบตึงขึ้น ขยายใหญ่สู้มือแกร่งที่กำลังนวดคลึงอย่างหลงใหล ร่างงามที่ดูมีน้ำมีนวลหอมกรุ่นดูเย้ายวนปิดเร่า ครวญครางเสียงหวาน ปากร้อนที่ดูดดึงส่งเรียวลิ้นโลมเลียตวัดยอดทรวงสีแดงชูชันเข้ามาในอุ้งปากดุนดันสลับปาดเลียจนขนอ่อนลุกซู่อย่างซ่านสยิว ช่องท้องปั่นป่วนบิดมวน จนบุปผางามหลั่งไหลน้ำหวานซึมออกมา ใบหน้าหล่อเหลาที่ลากไล้ปลายลิ้นมายังหน้าท้องที่ยังแบนราบก่อนจะจูบซับแผ่วเบาทะนุถนอม อ้ายเย่วรู้สึกดังมีผีเสื้อนับพันกระพือปีก ก่อนมือหนาจะจับขาเรียวให้ตั้งชันปรากฏเนินเนื้อโหนกนูนอวบอิ่มขาวผ่องโน้มใบหน้าไปจุมพิตเนื้อโหนกสวยแผ่วเบาก่อนจะลา
ร่างเล็กในอ้อมแขนที่ขยับยุกยิกทำให้เล่อชินอ๋องรู้สึกตัวตื่น"ยังเช้าอยู่เลย นอนต่อเถอะเมื่อคืนก็ดึกมากแล้วกว่าจะได้นอน" กล่าวขึ้นพร้อมกับกระชับอ้อมแขนกอดร่างบางไว้แนบอก"น้องนอนไม่หลับแล้วเจ้าค่ะ อีกอย่างพระองค์ก็บอกว่าวันนี้องค์หญิงผู้นั้นจะมาอยู่ที่นี่มิใช่หรือ" เกิดความเงียบขึ้นชั่วอึดใจก่อนที่ริมฝีปากร้อนของเจ้าของอ้อมกอดอุ่นจะจุมพิตลงบนขมับ" หากน้องหญิงไม่สะดวกก็ให้นางอยู่ในวังไปก่อนก็แล้วกัน พี่ไม่อยากให้เจ้าคิดมาก"" ไม่เลยเจ้าค่ะ ข้ามิได้คิดมากอันใดเลย"เสียงหวานที่รีบเอ่ยบอกทำให้ร่างสูงกระตุกยิ้ม"ไม่คิดมากจริงๆ น่ะหรือ แล้วเมื่อคืนใครกันที่ร้องไห้จนร่ำๆ จะหย่ากับพี่อย่างเดียว" "ก็ ข้านึกว่าท่านพี่จะพานางมาแทนที่ข้านี่เจ้าคะ"เสียงหวานที่เอ่ยอย่างรู้สึกผิด แลดูน่าสงสาร"น้องหญิง จำไว้ ไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นสิ่งเดียวที่จะคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไปคือเจ้าจะเป็นสตรีที่พี่รักเพียงคนเดียวและวังจันทราแห่งนี้จะมีแค่เจ้าเท่านั้นที่เป็นนายหญิงของวัง"น้ำเสียงที่เอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล ทว่าหนักแน่น ทำให้อ้ายเย่วน้ำตาคลอ" ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพี่"ร่างบางที่ซุกซบใบหน้ากับอกอุ่นอย่างรักใคร่หวง