“สหายข้า ระวัง !” อิบารากิโดจิตะโกนบอกแต่ช้าไปแล้วท่อนไม้นั้นฟาดเข้าที่หัวของชูเท็นโดจิ เต็ม ๆ ทำให้ชูเท็นโดจิถึงเซ มารุตกำลังจะโจมตีซ้ำแต่พวกวานรส่งเสียงเรียกเขา ให้หันไปดู ก็พบมีวานรตัวหนึ่งอุ้มลูกวานรมาก เขาบาดเจ็บไม่น้อยเลย มารุตเห็นดังนั้นก็ร้องสั่งทันที “รีบกลับไปที่เมืองเร็ว” เมื่อได้ยินเช่นนั้นเหล่าวานรก็รีบเคลื่อนพลทันที อาทิตย์รวบรวมความกล้าเดินไปหามารุต “ข้า...เป็น...หมอ”เมื่อมารุตได้ยินเช่นนั้นเขาจึงรีบบอกว่า“งั้นช่วยรักษาพวกเขาด้วย”มารุตตามเหล่าวานรไป อาทิตย์รีบดูอาการของวานรทั้งสอง โดยมีศุภมิตรคอยช่วย ชูเท็นโดจิที่เพิ่งหายมึนเห็นมารุต กำลังจะกลับเข้าเมือง เลยตะโกนเสียงดังว่า“แกจะไปไหน !” ชูเท็นโดจิวิ่งตามไปด้วยความโกรธ อิบารากิโดจิรีบตามไป ส่วนลายอยู่คุ้มกันคนที่เหลือที่เมืองกระบี่ศรี หากใครมาเห็นคงจะต้องแปลกใจว่า พวกวานรสร้างเมืองได้ขนาดนี้เชียวหรือ มันแทบไม่ต่างจากเมืองใหญ่ของพวกมนุษย์เลย ตอนนี้เหล่าวานรกำลังต่อสู้สัตว์ประหลาด มันมีร่างกายท่อนล่างเป็นงู ท่อนบนเป็นมนุษย์และมีหัวเป็นงู พร้อมด้วยอาวุธครอบมือ กำลังโจมตีเมืองกระบี่ศรี เนื่องจากนักรบส่วนใหญ่ของเมือ
ทั้งชูเท็นโดจิและมารุตเริ่มเหนื่อยอ่อน อย่างเห็นได้ชัด ชูเท็นโดจิพยายามพ่นไฟใส่แต่คอบร้าก็หลบได้ทุกครั้ง ส่วน มารุตนั้นเขาแทบจะโจมตีกลับไม่ได้เพราะไม่อยากเพิ่มจำนวนของหัวงูให้มากขึ้นไปอีก ชูเท็นโดจิหยิบหินมากำไว้ในมือจนมีควันออกมาจึงขว้างออกไปโดนหัวงูเข้าหัวหนึ่ง ทำให้ได้แผลไปเล็กน้อย“ชิ ร้อนน้อยไป” เขาพูดอย่างหัวเสีย มารุตเห็นดังนั้นก็คิดบางอย่างออก“พ่นไฟใส่ขวานข้าเร็ว” ยังไม่ทันได้พูดอะไร คอบร้าเรียกงูทั้งหมดออกมาสร้างก้อนพิษสีเขียวขนาดใหญ่ ปล่อยขึ้นฟ้าไป มันระเบิดออก กลายเป็นฝนพิษ ทำให้มารุตกับชูเท็นโดจิต้องไปหลบในบ้านหลังหนึ่ง ภายในบ้านมีเหล่าวานรแก่และเด็กที่กำลังหวาดกลัวและมีเสียงวานรหลายตัวกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บ มารุตกัดฟันด้วยความโกรธ“พ่นไฟใส่ขวานข้า”“ไฟของข้าร้อนกว่าไฟปกติไม่รู้กี่เท่า ขวานเจ้าได้กลายเป็นน้ำแน่” ชูเท็นโดจิพูดจบก็ยกเหล้าขึ้นดื่ม มารุตยกขวานให้ดู“ขวานคู่นี่ต้นตระกูลข้าได้มาจากพระพรหม ต่อให้โดนไฟนรกมันก็เป็นอะไรหรอก”“แต่เจ้า”“ทำตามที่ข้าบอกเถอะ”ชูเท็นโดจิพ่นไฟใส่ขวานคู่ของมารุต จนเป็นสีแดง มารุตรู้สึกถึงความร้อมที่แผ่เข้ามา เขารู้สึกเหมือนอยู่ใ
“แล้วมันเรื่องอะไรของเจ้า” ชูเท็นโดจิพูด อรุณนภารีบพูดว่า “กินเหล้าไปเถอะไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ขอโทษท่านมารุตนะด้วยนะคะ”“ไม่เป็นไรข้าไม่ถือหรอก พวกเจ้าช่วยเมืองเรา ตอนนี้ข้าถือเจ้าเป็นสหาย ว่าแต่จะไปไหนกัน” มารุตพูดพร้อมกับยิ้ม“เราจะไปเมืองนรสิงห์” อรุณนภาตอบ มารุตคิดสักพักก่อนจะตอบว่า“งั้นแนะนำให้ไปทางน้ำนะ พวกปีศาจนั่นไม่กล้ารบกวนแน่เพราะทางน้ำมีผู้พิทักษ์อยู่” พูดจบมารุตก็เดินจากไป“พวกเราเชื่อใจเจ้าลิงนั่นได้แค่ไหนกัน” อิบารากิโดจิพูด ทุกคนนิ่งคิด ศุภมิตรเลยตอบว่า “เขาไม่ได้โกหกหรอก จะกำจัดเรา แค่สั่งคำเดียวก็ฆ่าพวกเราได้แล้ว”“แล้วเจ้ามีความเห็นยังไงชูเท็นโดจิ” อรุณนภาถามแต่ชูเท็นโดจิหลับไปแล้ว ทุกคนถอนใจ “สาโทนี่ท่าจะแรงนะ สหายข้าถึงกับหลับได้” อิบารากิโดจิพูด อรุณนภาแอบมองชูเท็นโดจิตอนหลับไม่เหมือนอสูรที่เธอคุ้นเคยกลับดูสงบมาก เธอเลยคิดว่าเวลาหลับนี่มั้งที่ชูเท็นโดจิจะไม่มีอันตรายเช้าวันต่อมา ทุกคนออกเดินทาง โดยมารุตได้บอกว่าเดินไปทางทิศตะวันออก จะเจอเมืองท่ามีเรือโดยสารน่าจะพาพวกเขาไปในที่ที่ต้องการได้ พวกวานรนำเสบียงอาหารมาให้ทุกคนอย่างเต็มที่ แม่วานรตัวหนึ่
อาทิตย์รีบเข้าไปดูอาการของชูเท็นโดจิ เขาใช้พลังรักษาแต่อาการของชูเท็นโดจิก็ไม่ดีขึ้น อิบารากิโดจิถามขึ้นมา“ทำไมช่วยเจ้าสหายข้าไม่ได้”อาทิตย์หน้าเสียเขารวบรวมความกล้าและก่อนจะพูดออกไป “นี่มันเป็นโรค พลังข้ารักษาอาการบาดเจ็บได้แต่รักษาเชื้อโรคไม่ได้ครับ” “เราต้องพาเขาไปที่เมืองข้างหน้า ที่นั้นน่าจะมีหมอ” ศุภมิตรเสนอ ทุกคนเห็นด้วยแต่ว่า ร่างกายของ ชูเท็นโดจินั้นสูงใหญ่ คนที่พอจะประคองได้มีแต่ลายเท่านั้น แต่ว่าการประคองคนเป็นโรคระบาดเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดนัก เพราะก็เสี่ยงจะติดโรค เหมือนชูเท็นโดจิรู้จึงยืนขึ้นมาและพูดว่า“ไม่ต้องข้าเดินเองได้” เขายกเหล้าขึ้นดื่มแต่กลายเป็นว่าทำให้กระอักเลือดออกมา“อย่าเพิ่งดื่มเลยนะ มันคงจะแสลง” อรุณนภาเตือน คราวนี้นางพูดถูกเขาเลยต้องทำตาม แม้จะไม่เต็มใจนักก็ตามที เขาพยายามเดินด้วยความลำบากยากเย็น ทุกคนดูเป็นห่วงเขามาก ในที่สุดก็ถึงประตูเมืองทหารยามเห็นเขาจึงวิ่งมาดู“เกิดอะไรขึ้นขอรับ ท่านนักสิทธิ์” “เขาโดน พลานัสเป่าโรคระบาดใส่” ศุภมิตรรีบพูด“งั้นรีบพาเขาเข้าไปในเมืองเลยขอรับ เรามีหมอน่าจะช่วยได้”เมื่อเข้าไปในเมือง บรรยากาศตอนนี้ดูแล้วไ
“มีอันตรายข้างหน้า”“ช่างมัน !” อิบารากิโดจิพูดหน้าตาเฉย อรุณนภาเดินมาดักหน้าแล้วพูดว่า“ใจเย็นก่อน”พูดยังไม่ทันขาดคำ ก็มีนกประหลาดบินมาโฉบร่างของเธอไปต่อหน้าต่อตาทุกคน มันเป็นนกยักษ์ มีหัวเป็นมังกร มีขนสีเขียวเข้ม “แย่แล้วมังกรสกุณี จับอรุณนภาไป” ศุภมิตรตกใจ อิบารากิโดจิรีบตามไปทันที มังกรสกุณีนั้นบินไม่เร็วมากนัก อิบารากิโดจิยังตามทัน แต่เขาไม่กล้าโจมตีเพราะหากเจ้านกนี่บาดเจ็บ อรุณนภาอาจตกลงมาตายได้ มังกรสกุณีบินมาถึงต้นมะขามยักษ์ อิบารากิโดจิมองขึ้นไป แค่ตามมาก็ทำให้เขาเสียแรงไปมากแล้ว ยังต้องมาปีนต้นไม้อีกงานนี้ไม่ง่ายแน่ ศุภมิตรมาทันแต่เขาก็หอบแฮ่ก ๆ “รอข้างล่างนี่” อิบารากิโดจิสั่งและกำลังจะปีนต้นไม้แต่ศุภมิตรบอกว่า“เดี๋ยวขอรับ รับนี่ไป” เขาส่งขวดใบเล็กให้ อิบารากิโดจิทำหน้าแปลกใจ“มันเป็นยาฟื้นพลังขอรับ ขืนท่านขึ้นไป ตอนนี้ ได้ตกลงมาเจ็บหนักแน่ขอรับ” อิบารากิโดจิยกยาขึ้นดื่ม เขารีบปีนขึ้นต้นมะขามยักษ์ ขณะที่ขึ้นไปมีฝูงแมลงหวี่มาต้อมหน้าเขาทำให้ก้าวพลาดเกือบตกลงไป เขามองด้านล่างตัวเองขึ้นมาสูงเกินไปที่ลงไปได้แล้ว เมื่อถึงรังของมัน ก็พบว
อิบารากิโดจิไปตัดกิ่งไม้ให้ยาวเท่าความสูงของเขาและโยนลงไป น้ำนี่ลึกในระดับคอของเขา คนอื่นไม่ต้องพูดถึง แถมน้ำก็เชี่ยวมาก มีขอนไม้ขนาดใหญ่ลอยน้ำมาด้วยความเร็วตลอดเวลา ถ้าจะลุยน้ำข้ามต้องมีการบาดเจ็บล้มตายเกิดขึ้นแน่ และเขายังพบรอยสัตว์ถูกลากลงไปในน้ำอีก แสดงว่านอกจากกระแสน้ำแล้ว ยังมีสัตว์ร้ายจ้องจะพวกเขากินอีก ถ้าเดินอ้อนไป จากความกว้างของแม่น้ำต้องเสียเวลาเป็นวันแน่ เขาจึงหันไปถามศุภมิตร “นี่เจ้าน่ะมีคาถาอะไรที่ใช้ข้ามน้ำได้บ้างมั้ย”“ข้ายังเรียนไม่ถึง” ได้ยินแบบอิบารากิโดจิก็ได้แต่ถอนใจ เขาเห็นมีต้นไม้ใหญ่สองต้นอยู่กันคนละฝั่งแม่น้ำ เขาปีนขึ้นไป ยืดแขนไปพันอีกฝั่งเอาไว้ลองดึงดูก็พบว่า กิ่งไม้แข็งแรงพอ“ศุภมิตรเจ้ามาก่อน”“มาก่อน” ศุภมิตรทวนคำพูด“ปีนขึ้นมาเร็วเข้า”ศุภมิตรรีบทำตาม อิบารากิโดจิกอดร่างของเขาเอาไว้ และโหนข้ามแม่น้ำไป ศุภมิตรร้องเสียงหลง มีสัตว์ประหลาดกระโดดขึ้นมาเกือบจะกัดก้นเขา มันมีหัวและลำตัวเป็นเสือ มีขาหน้า ส่วนร่างท่อนล่างเป็นปลาไม่มีขาหลัง พอถึงอีกฝั่งเขาก็วางศุภมิตรลงและโหนกลับมา อรุณนภารอเขาอยู่แล้ว“ในน้ำนี่ญาติเจ้าหรือเปล่า” อิบารากิโดจิถามหน้าตา
“บ้าเอ้ย ! เป็นกิเสน กินแม้กระทั่งหนู” อิบารากิโดจิพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก“เอางี้สิขอรับ ท่านก็แปลงร่างเป็นกิเลนตัวเมียไปล่อมันดีมั้ยขอรับ” ศุภมิตรรีบเสนอ อิบาราโดจิ ทำตาโตใส่ศุภมิตรแล้วพูดว่า“ถ้าใช้แผนนี้ แกนั่นล่ะที่ต้องแปลงร่าง”“ข้าแปลงได้ที่ไหนกันล่ะขอรับ” ศุภมิตรพูดหน้าตาเฉย“แต่ข้าว่าแผนนี้ดีนะ” อรุณนภาบอก อิบารากิโดจิหันมามองหน้าอรุณนภา เขาอ้างปากจะพูด แต่อรุณอรุณนภา หันมาถามกลับว่า“มีทางอื่นเหรอ”อิบารากิโดจินิ่งคิด แม้แผนนี้จะฟังดูแล้วแย่สุด ๆ แต่ก็ไม่มีทางอื่นที่จะล่อกิเลนตัวนี้ได้ เขาจึงหันไปถาม ศุภมิตรว่า“แน่ใจนะว่ามันเป็นตัวผู้”“แน่ครับตะกี้ตอนมันหันหลังมา ข้าเห็นไข่ของมันชัดเจนเลยขอรับ”“หากพวกเจ้าไปเล่าใครฟัง ข้าเลาะฟันเจ้าออกมาไม่ให้เหลือสักซี่เลยคอยดู” อิบารากิโดจิพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เจ้ากิเลนกำลังกินน้ำอยู่ มันได้ยินเสียงของกิเลนอีกตัวร้องก็หันมา ก็เจอกิเลนตัวเมีย ที่รูปร่างสวยงาม มันก็กระโดดไปมา เป็นแสดงถึงความต้องการอยากมีคู่ และเดินเข้ามาหากิเลนตัวเมีย ซึ่งความจริงคือ อิบารากิโดจิแปลงร่างมา เขารีบหลบทันที เจ้ากิเลนคำรามแ
“อิบารากิ” อรุณนภาตกใจมาก แต่เขากลับไม่เป็นอะไรเลย“ท่านมีคราบไคลพระยาขอนกับน้ำผึ้งของพระยาขอนอยู่ในกายโรคอะไรก็ทำอะไรท่านไม่ได้” ศุภมิตรตะโกนบอก อิบารากิโดจิได้ยินก็ยิ้มออกมาและหันไปบอกอรุณนภาว่า“เปิดทางให้ด้วย”อรุณนภาพยักหน้า เธอฝ่าฟันพวกโครงกระดูก ทำให้อิบารากิโดจิมีช่องเข้าไปประชิดตัวพลานัส เขาข่วนหน้าของอีกฝ่ายเลือดไหลอาบ พลานัสพ่นโรคระบาดใส่หน้าอิบารากิโดจิ แม้จะทำอะไรเขาไม่ได้ก็ทำให้ตาพร่าได้ ใช้จังหวะนั้นเอามีดออกมา หมายจะแทงแต่อิบารากิโดจิหายไปแล้ว“ยังจะกล้าใช้มุขนี้อีกเหรอ” อิบารากิโดจิข่วนเข้าที่กลางหลังของมัน เลือดไหลอาบ มันหันขวับมา พร้อมกับมีด อิบารากิโดจิหลบได้และกระหน่ำข่วน กระชากเนื้อออกมาไม่หยุด จนร่างของพลานัสเลือดไหลอาบ และล้มลงไป ตายจมกองเลือดตัวเองอิบารากิโดจิเองก็ยังไม่หายดี การต่อสู้เมื่อครู่แม้ว่าเขาจะไม่ได้โดนโจมตีแต่ ร่างกายของเขายังไม่พร้อมที่จะเคลื่อนไหวเร็วขนาดนี้เป็นการฝืนร่างกายมาก ตอนนี้มาถึงขีดจำกัดแล้ว อิบารากิโดจิรู้สึกเวียนหัว เขาล้มลงและสลบไปอิบารากิโดจิ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เขาพบอยู่ในกระท่อมที่เป็นที่พักของผู้ป่วย ชูเท็นโดจินั่งดื่มเห
“จะกลัวไปทำไม ก็ข้ามีเจ้าอยู่ด้วยนี่ อิบารากิ”“อิบารากิ เจ้าคือสหายรักของข้า” ช่วงเวลาเหล่านั้นมันเคยทำให้เขามีความสุขอย่างที่สุด แต่มันกลายเป็นความเจ็บปวดทรมาณ ในยามนี้เขาทำได้เพียงแค่ร้องไห้เท่านั้น หากใครมาเห็นเขา คงได้แต่คิดว่า นี่หรือคือ อสูรร้ายที่สังหารคนมาเป็นร้อย ๆ แต่ในเวลานี้กลับกลายเป็นเพียงคนใจสลายคนหนึ่งเท่านั้น น้ำตาไหลปนกับเลือดที่นองหน้า กลายเป็นสีเลือดไปแล้ว หลังจากอิบารากิโดจิไปแล้ว ชูเท็นโดจิก็เอาแต่นั่งซึมทำอะไรไม่ถูก เลยทำได้แค่ดื่มเหล้าเรื่อย ๆ จริงอยู่อาจจะโกรธที่อิบารากิโดจิคิดแบบนี้ แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่า เขากับอิบารากิโดจิมีความผูกพันธ์กันมากจนแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะไล่อิบารากิโดจิไปให้พ้น ๆ หน้า และก็ไม่อยากเชื่อเลยเพื่อนรักจะคิดทำร้ายคนที่เขารัก ลาย ศุภมิตร เพิ่งได้รู้เรื่องราวจากทั้งหมดจากอรุณนภา ก็ถอนใจยาว“เจ้าควรไปอยู่ใกล้ ๆ เขานะ” ลายพูด อรุณนภาทำหน้าไม่ถูก “แต่...”“เขาเพิ่งจะเสียเพื่อนรักไปนะ ” ลายพูด อรุณนภาเดินเข้าไปหา อาทิตย์มองหน้าของลาย เขาเองก็เศร้าไม่แพ้กัน ชูเท็นโดจิยังมีอรุณนภา แต่ลายเหมือนไม่มีใครเลย ศุภมิตรกับอาทิตย์เลยชวนลายไปช่
“คือ ข้าไม่รู้ จะเริ่มต้นยังไงดี” อรุณนภาพูด้วยความรู้สึกอึดอัด แต่อิบารากิโดจิยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย หากแต่แววตายังเต็มไปด้วยโทสะ อรุณนภาถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพูดว่า“ข้ารู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่”“เจ้ารู้ แล้วทำไมปล่อยให้เกิดขึ้น” อิบารากิโดจิพูดน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะ จนทำให้เธอรู้สึกขนลุก“ข้าไม่อยากทำลายมิตรภาพของเจ้าเลยนะ” อรุณนภาพูดเสียงสั่น อิบารากิโดจิเลิกคิ้วด้วยความสงสัย“นี่เจ้าพูดอะไรเนี่ย”“จะให้พูดออกมาเหรอ ข้าเป็นหญิงนะ ข้าไม่อยากเห็นพวกเจ้าทะเลาะกันเพราะ...มาแย่งข้า”“เจ้าพูดอะไร ใครแย่งเจ้ากัน เจ้าต่างหากที่มาแย่ง สหายข้าไปจากข้า” อิบารากิโดจิพูดชัดเจนทุกคำ“เจ้าว่าไงนะ” อรุณนภาแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน“หูแตกหรือไง ชูเท็นเป็นของข้า เจ้าไม่มีสิทธิ์มาแย่งเขาไปจากข้า” อิบารากิโดจิพูด อรุณนภางงไปหมดแล้ว“ทำไมเจ้าถึงมาทำดีกับข้า”“ถ้าเป็นตอนไปหายา หากไม่มีเจ้ากลับไปด้วย น้องเจ้าอาจไม่ยอมรักษาสหายข้า ตอนที่เจ้าเมาข้าไม่อยากให้ชูเท็นแตะตัวเจ้า เขาเป็นของข้า เจ้าไม่มีสิทธิ์เอาหน้าสวย ๆ ของเจ้ามาล่อลวงเขา” ได้ยินเช่นนี้ อรุณนภารู้สึกเหมือนกับใครเอาน้ำเย็นสาดเธอ ทำให้
“รีบลุกขึ้นเลย” อิบารากิโดจิพูด“ขะ ข้า ชะ ช่วย คะ ใครไม่ได้เลย” ศุภมิตรพูดด้วยความลำบากยากเย็น“แล้วมานั่งอยู่นี่ มันดีกว่ากันตรงไหนวะ อรุณนภาอยู่ไหน” ชูเท็นโดจิตวาดใส่ ศุภมิตรรีบตอบว่า“อยู่ที่โรงรักษาขอรับ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชูเท็นโดจิก็รีบวิ่งไปทันทีอรุณนภายืนคุ้มเชิง พวกออร์คที่กำลังจะบุกเข้าไปที่โรงรักษา ตอนนี้อาทิตย์พยายามรักษาคนเจ็บให้มากที่สุด ด้วยจำนวนคนเจ็บมากมายทำให้เขาเริ่มอ่อนแรง อรุณนภาเองก็กำลังจะต้านไม่ไหวแล้ว ชูเท็นโดจิมาถึงเขารีบซัดหินใส่พวกออร์คทำให้มันล้มตายไป“มานี่เร็ว” ชูเท็นโดจิรีบตะโกนเรียก“อาทิตย์ยังอยู่ข้างในนั้น” อรุณนภาพูด ชูเท็นโดจิอึ้งไป อิบารากิโดจิจึงรีบอกว่า “เจ้าพานางหนีไปก่อน เดี๋ยวข้าจะเอาอาทิตย์ออกมาเอง”อิบารากิโดจิกับลายเข้าไปโรงรักษา เห็นอาทิตย์กำลังใช้พลังรักษาคนจำนวนมาก จนเขาเริ่มอ่อนแรงแล้ว “หยุดได้แล้ว !” อิบารากิโดจิตะโกนเสียงดัง“แต่...ยัง...มี...คน...เจ็บ...อยู่...นะ...ขอ...รับ” อาทิตย์พูดเหมือนกับว่าการพูดแต่ละคำเป็นเรื่องที่ลำบากยากเย็นมาก“ตอนนี้เจ้านะหายใจยังลำบากเลย หนีก่อนเถอะ พวกเจ้าน่ะ ใครพอจะพาคนเจ็บหนีได้ก็ช่วยกันเร็ว” อ
การอนสยบสามทหารเสือให้เวลาเพื่อชั่วพริบตา ทั้งสามรีบลุกขึ้นมา และเรียกอาวุธออกมาเป็นเขนคู่ทั้งสามคน ขุนสมานที่มือเจ็บ เขาเห็นว่าปล่อยไว้ไม่ดีแน่จึงคิดจะจบการต่อสู้โดยเร็ว เมื่อเห็นช่องว่างก็รีบเข้าไปโจมตีทันที ซึ่งเป็นการคิดผิดอย่างมหัน การอนใช้ฝ่ามือแทงร่างของขุนสมานทะลุ หนึ่งในสามทหารเสือสิ้นชื่อแล้ว“ท่านขุน ! แก !” ขุนเดโชกับขุนเรืองพูดพร้อมกันและเข้าไปโจมตี แต่การอนยิงลำแสงออกมาจากฝ่ามือสังหารทั้งสองในพริบตา เมื่อเป็นเช่นนี้พระเจ้าพรหมทัตจึงสั่งเคลื่อนพลทันที เพื่อแก้แค้นให้สามทหารเสือ ทหารทั้งสองฝ่ายเข้าต่อสู้กัน เสียงอาวุธกระทบกันดังสนั่น ชูเท็นโดจิไม่สนใจอย่างอื่นนอกจากการอน เขาซัดหินใส่พวกออร์คทุกตัวที่ขวางทางเขา ไดเห็นชูเท็นโดจิแล้วก็พูดว่า“ยังไม่ตายอีกเหรอ” ไดดึงดาบออกมาจากหลังและขว้างไป ตาที่ดาบลืมขึ้นและพุ่งเข้าหาชูเท็นโดจิทันที แต่อิบารากิโดจิมาปัดดาบทิ้ง“พวกแกนี่อึดยังกะแมลงสาบเลยนะ แต่ยังไงก็ต้องโดนข้าบี้อยู่ดีนั้นล่ะ” ไดวาดมือไปมา ดาบบินกลับมา อิบารากิโดจิต่อสู้กับดาบทันที ชูเท็นโดจิใช้จังหวะนี้ รีบเข้าไปหาการอน ไดกำลังจะใช้ดาบอีกเล่ม“เดี๋ยวก่อนได ปล่อยมันเข้ามา” เ
“ขอต้อนรับทุกท่านสู่กองทัพแห่งเมืองพรพรหม บ้านเมืองของเราได้รับพรจากพระพรหมให้ อุดมสมบูรณ์และสงบร่มเย็นมาช้านาน แต่ในเพลานี้ มีพวกปีศาจร้ายจ้องจะทำลายพวกเรา แม้พวกเราจะรักสงบแต่ไม่ยอมให้ใครมารุกรานเราง่าย ๆ แน่ ทหารเอ๋ย จงอย่าสู้เพื่อกษัตริย์ แต่จงสู้เพื่อ ลูก เมีย บ้านเมือง และวันพรุ่งนี้ที่สงบสุข” เมื่อสิ้นคำประกาศทุกคนก็เอ่ยขึ้นพร้อมกันว่า“เพื่อ พรพรหม”ทั้งสามได้เจอกับศุภมิตร อาทิตย์ และอรุณนภาก็ทราบว่า ศุภมิตรได้ไปร่วมกับเหล่าฤาษีในเมืองนี้ ส่วนอาทิตย์กับอรุณนภานั้น ได้เข้าร่วมกับพวกหมอในเมืองหลังนั้นการฝึกก็เริ่มต้นขึ้น สิ่งแรกคือการวิ่งขึ้นเขาสูง สำหรับชูเท็นโดจิแล้วมันง่ายเขาเลยพูดว่า“นึกว่าจะทำให้ทำอะไรที่มันยากกว่านี้ซะอีก” ขุนสมานพอได้ยินเช่นนั้นก็เลยบอกว่า “คิดว่าข้าจะให้แค่วิ่งเหรอ” กระสอบจำนวนมากถูกขนมาก“เจ้าต้องแบกนี่ไปด้วย” ขุนสมานประกาศ น้ำหนักของกระสอบนั้นพอ ๆ กับผู้ชายตัวใหญ่ ๆ เลย ทำให้หลายคนแทบจะก้าวขาไม่ออก น้ำหนักของกระสอบทำให้ความเร็วในการวิ่งของอิบารากิโดจิตกลงไปแยอะ เพราะเขาไม่ได้แข็งแรงเท่า ชูเท็นโดจิที่เดินตัวปลิวเหมือนไม่ได้แบกอะไรเลย“อิบารากิ ทำไมเจ
คณะเดินทางออกเดินอีกครั้ง คราวนี้ทุกคนแทบไม่พูดอะไรกัน แม้แต่ชูเท็นโดจิกับอิบารากิโดจิก็ไม่พูดจากัน ทำให้อรุณนภารู้สึกอึดอัดมากขึ้นเรื่อย ๆ มาถึงเมืองหนึ่งเป็นเมืองใหญ่มีกำแพงสูงและกว้างสุดลูกหูลูกตา ที่ประตูเมืองมีป้ายชื่อ เมืองว่า เมืองพรพรหม มีประกาศติดไว้ที่กำแพงเมือง“ ประกาศจากพระเจ้าพรหมทัต ในยามนี้มีศึกสงครามเกิดขึ้น และได้รับข่าวที่น่าเชื่อถือว่า การอนจะนำทัพมาบุกเมืองของเรา จึงต้องการทหารเพิ่มอีกจำนวนมาก ใครสนใจทดสอบฝีมือเพื่อร่วมกองทัพเชิญที่ลานประลองได้” ชูเท็นโดจิดูจะสนใจประกาศนี้มาก เขาหันไปหาอิบารากิโดจิแล้วถามว่า“เจ้าเอาด้วยมั้ย อิบารากิ”“ถ้าเจ้าไปสมัคร ข้าก็เอาด้วยสหายข้า” อิบารากิโดจิตอบ ในที่สุดทั้งสองก็พูดกันแล้ว แต่อรุณนภารีบแย้งขึ้นมา“เดี๋ยว พวกเจ้าจะไปสมัครเป็นทหารเหรอ”“ก็ใช่นะสิ มีปัญหาเหรอ” ชูเท็นโดจิตอบหน้าตาเฉย อรุณนภาทำคอย่นหลับตาปี๋ แล้วรีบพูดว่า“อย่าบ้านะ เจ้าเป็นทหารไม่ได้หรอก”“เฮ้ย ! พูดงี้ดูถูกพวกเราเหรอ !” อิบารากิโดจิพูดอย่างไม่พอใจนัก“เรื่องผีมือพวกเจ้าน่ะ ข้าไม่สงสัยหรอก แต่รู้มั้ยว่าทหารต้องมีอะไรบ้าง” อรุณนภาถาม“ก็แค่สังหารข้า
ชูเท็นโดจิเอาหัวโขกหัวของทูร่าเต็มแรง ให้มันต้องปล่อยมือ เขาเอาสองมือจับหัวและหักคอของมัน เสียงกระดูกหักดังลั่น แต่ทูร่ากระหน่ำหมัดใส่มันไม่หยุด ทุกคนตะลึง นายกองเมฆถึงกับตะโกนออกมาว่า“บ้าน่ามัน คอหักไปแล้วทำไมมันไม่ตาย”“หรือว่า สหายข้า นั่นไม่ใช่หัวมัน” อิบารากิโดจิตะโกนเสียงดังลั่น“ฉลาดนี่ แต่ใครรู้เรื่องนี้ มันต้องตาย” หน้าที่ท้องของมันส่งเสียงพูดออกมา ชูเท็นโดจิตั้งท่าเตรียมตัว แต่ทูร่ายืนเฉย ๆ และหัวเราะ“อะไรของแกวะ” ชูเท็นโดจิตะโกนถาม“คิดว่า ข้ารัดเจ้าเมื่อกี้เพราะอะไรล่ะ ไอ้โง่” ชูเท็นโดจิรู้สึกเหมือนมีอะไรวิ่งอยู่ในตัว มีหนอนโผล่ออกมาจากร่าง เขารู้สึกเจ็บปวดจนยืนไม่ไหว ทูร่าเดินมากระทืบเข้าไปที่กล่องดวงใจของชูเท็นโดจิ ความเจ็บปวดแผ่เข้ามา มันเป็นการหยามน้ำหน้าขั้นรุนแรง เขากัดฟันกรอด ๆ ด้วยโกรธแค้น แต่ก็ทำอะไรมันไม่ได้ เพราะตอนนี้แค่ยืนยังทำไม่ได้“อะไรคิดจะทำอะไรเหรอ ตอนนี้แกเป็นแค่อาหารหนอนเท่านั้น” มันพูดเย้ยและเอาเท้าเหยียบอกของชูเท็นโดจิเอาไว้ แต่จู่ ๆ มันก็กระโดดออกมา มันรู้สึกร้อนที่เท้าราวกับเหยียบไปบนถ่านร้อน ๆ ร่างของชูเท็นโดจิมีควันออกมา หนอนที่ไชตัวเขาระเบิด
แมงป่องยักษ์บุกเข้ามาในหมู่บ้าน ขนาดตัวมันพอ ๆ กับช้าง ไล่จับชาวบ้าน กินเป็นอาหาร ทุกย่างก้าวต้องมีมนุษย์เป็นเหยื่อของมัน นายกองเมฆนำกำลังทหารเข้าต่อสู้ กับเจ้าแมงป่อง ซึ่งเปลือกของมันหนามากทำให้อาวุธเจาะไม่เข้า มันเอาหางแทงทหารตายไปหลายคน ชูเท็นโดจิ อิบารากิโดจิ ลาย อรุณนภา มาถึง เห็น เจ้าแมงป่องยักษ์ ชูเท็นโดจิชัดหินใส่ แม้จะทะลุเปลือกของมันได้ แต่ว่า ด้วยขนาดตัวของมันทำให้เกิดบาดแผลเล็ก ๆ เท่านั้น เขานึกถึงดาบของอรุณนภา แต่ว่าตอนนี้เธอยังต่อสู้ไม่ได้ เนื่องจากอาการเมาค้าง เขาเห็นหอกที่เหล่าทหารกำลังซัดใส่เจ้าแมงป่องยักษ์จึงวิ่งไปหยิบมาเล่มหนึ่ง และขว้างออกไป หอกทะลุก้ามมันข้างหนึ่ง คราวนี้ทำให้เจ้าแมงป่องหันมาเล่นงานเขา ชูเท็นโดจิรีบเอาหอกมาพ่นไฟใส่แต่ว่า ไฟของเขาร้อนเกินไปหอกละลาย ทำให้ต้องรีบหลบ มันไล่ตามชูเท็นโดจิอย่างไม่ลดละเขาทำได้แค่วิ่งหนี อิบารากิโดจิเห็นเพื่อนรักลำบากแบบนี้เขาคิดจะเข้าไปช่วย แต่ว่าการโจมตีของเขาไม่มีทางทำอะไรเจ้าแมงป่องยักษ์นี่ได้ เขานึกถึงดาบของอรุณนภาจึงหันไปหานางแล้วพูดว่า“เจ้าต่อสู้ได้หรือยัง”“ไม่ได้ก็ต้องได้แล้วแล้วล่ะ” อรุณนภาตอบ“
“ยังจะถามอีกแล้วเหรอ แล้วเจ้าคิดบ้าอะไรอยู่ !”“ข้าจะล่อมันไปไกล ๆ แล้วค่อยสังหารมัน”“แล้วจะทำไง” อิบารากิโดจิถาม ลายนิ่งคิดแล้วตอบไปว่า “ข้ายังไม่ได้คิด”อิบารากิโดจิไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ฝูงตั๊กแตนยังตามมาเรื่อย ๆ เขาเลยตัดสินใจ “จำไว้นะ ว่าแกเป็นหนี้ข้า !” อิบารากิโดจิ แปลงร่างเป็นนกยักษ์ เข้าไปต่อสู้กับกองทัพตั๊กแตน พออยู่ในร่างนี้เขาก็สังหารตั๊กแตน ไปหลายตัว ลายเห็นดังนั้นเลยแปลงร่างเป็นนกยักษ์ตาม เขาทำได้สำเร็จแต่ก็ยังมีลายเสืออยู่ แต่เจ้าตัวใหญ่ไม่ระคลายผิวมันเลยชูเท็นโดจิกับอรุณนภาตามมาทัน เขามองไปที่ร่างของเจ้าตั๊กแตนยักษ์“อรุณนภา ข้าจะเหวี่ยงเจ้าขึ้นไป ฟันมันให้ได้สักแผลนะ” ชูเท็นโดจิพูด อรุณหน้าทำหน้าตกใจแล้วถามว่า“อะไรนะ !” แต่ยังไม่ทันไร เขาก็เหวี่ยงร่างของอรุณนภาลอยขึ้นฟ้าไป เธอลงมาบนหลังของตั๊กแตนตัวเท่าม้าเทศ มันพยายามสลัดเธอให้หลุด อรุณนภาแทงดาบเข้าไปที่หลังของมัน เจ้าตั๊กแตนสลัดเธอหลุดจากหลังพร้อมกับดาบ ทำให้มีแผลลึกเข้าแผนของชูเท็นโดจิ เขากระโดดขึ้นไปขี่หลังของเจ้าตั๊กแตนยักษ์ มันพยายามสลัดเขาให้หลุด แต่ชูเท็นโดจิเอาขาหนีบเอาไว้แน่นและพ่นไฟเข้า