สามสาวเริ่มมึนเมา แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปหลายต่อหลายแก้วออกฤทธิ์ได้เป็นอย่างดี ดวงหน้าสวยเปลี่ยนสีแดงระเรื่อดวงตาหวานเยิ้มมองเห็นคนรอบข้างไม่ชัดเจน น้ำเสียงยานครางฟังแทบไม่ได้ศัพท์แต่ก็พยายามสื่อสารพูดคุยกับเพื่อนในกลุ่มอย่างออกรสชาติ
“วู้วว...ฉันชอบที่นี่จัง”
“เราต้องมาบ่อยๆแล้ว”
“ฉันเห็นด้วย พวกแกเดี๋ยวฉันมานะ~” โมเอิร์นเอ่ยบอกน้ำเสียงอู้อี้หมุนตัวเตรียมก้าวเดินออกไปจากโต๊ะ แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อแขนเรียวของเธอถูกพะแพงรั้งเอาไว้เสียก่อน
“จะไปไหน?” เสียงที่เอื้อนเอ่ยออกมาบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าหล่อนเมามากไม่ต่างจากโมเอิร์นซักนิด
“นั่นดิ คนเยอะแบบนี้แกเดินกลับโต๊ะถูกใช่มั้ย”
“กลับถูกสิ ฉันไปตรงนู้นแป๊บเดียว~” มือบางยกขึ้นชี้อย่างไร้ทิศทาง ก่อนจะก้าวเดินออกไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกของเพื่อนทั้งสองคนอีก ร่างบางเมามายก้าวเดินฝ่าผู้คนจำนวนมากสายตาเพ่งมองแผ่นหลังหนาของจิม พลางสาวเท้าตามไปยังชั้นสองเลี้ยวขวาตรงไปตามทางมืดสลัวไร้ผู้คน
ตึก! ตึก!
ทว่า เสียงรองเท้าส้นสูง
หมั่บ!มือหนาแข็งแรงดั่งครีบเหล็กคว้าหมับบีบปลายคางมนให้หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นมองสบตาคมกริบนานนับนาทีจึงผละออกจับรวบข้อมือทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะเล็กกดลงจมเตียงด้วยมือหนาเพียงข้างเดียว มืออีกข้างที่ว่างเลื่อนหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ กดยุกยิกบนหน้าจอสัมผัสต่อสายหาใครบางคน พร้อมเปิดสปีกเกอร์โฟนให้สาวเจ้าได้ยิน คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นมองชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ ‘เขาคิดจะทำอะไร’“สวัสดีครับป๊า ขอโทษที่ผมโทรมารบกวนเวลาพักผ่อน” เซนโซ่กรอกเสียงเข้าไปในสายทันทีที่อีกฝ่ายกดรับ โดยไม่รอให้คนปลายสายพูดก่อน[ป๊ายังไม่นอน...มีอะไรรึเปล่าโซ่] เสียงคุ้นเคยของปลายสายดังออกมาให้โมเอิร์นได้ยิน ดวงตากลมเบิกโพลงไม่คิดว่าเขาจะโทรหาผู้เป็นพ่ออย่างที่พูดจริงๆ“คือ....โอ๊ยย!” เซนโซ่ถึงกับร้องเสียงหลง ปากเล็กงับท่อนแขนแกร่งเต็มแรงโดยที่เขาไม่ทันระวังตัว[เป็นอะไรรึเปล่าโซ่ หรือว่าน้องไม่เชื่อฟัง]“ครับ...ผมขออนุญาตจัดการในแบบของผมนะครับ รวมถ
“อื้อ...ป๊า โมหนาว” เสียงหวานบ่นงึมงำในลำคอ เมื่อรู้สึกถึงการรบกวนเวลาพักผ่อนแต่ก็ไม่ได้ลืมตามอง ขณะที่เซนโซ่ช้อนอุ้มเธอในท่าเจ้าสาววางลงนอนราบบนเตียงห่มผ้าผืนใหม่ให้ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำและกลับออกมาโดยที่บนร่างกายมีบ็อกเซอร์เพียงตัวเดียวร่างสูงเอนตัวลงนอนข้างคนตัวเล็ก มือหนายกขึ้นก่ายหน้าผากอย่างคิดไม่ตก ไม่เคยนึกเลยว่าตัวเองจะต้องนอนค้างคืนกับใครรวมถึงเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ก็ไม่เคยอยู่ในหัวเขาเลยด้วยซ้ำ เซนโซ่พลิกตัวนอนตะแคงข้างซ้ายทีข้างขวาทีพยายามข่มตานอนแต่ไม่เป็นผล มันไม่ชินจริงๆให้ตายเถอะแรงขยับเขยื้อนทำให้ที่นอนยุบยวบ ร่างบางรู้สึกตัวขยับเข้าหาไออุ่นแขนขาเรียวเล็กตวัดกอดร่างสูงอย่างถือวิสาสะโดยที่เขาไม่ทันได้ห้ามปราม โมเอิร์นกอดก่ายท่าสบายราวกับว่าเขาคือหมอนข้างใบโปรดที่เธอชอบนอนกอดทุกคืน“เอามือเธอออกไป” เซนโซ่เอ่ยเสียงรอดไรฟัน มือหนาคว้าหมับจับยกแขนขาของเธอออกจากร่างกาย แต่เพียงครู่เดียวสาวเจ้าก็กลับมากอดรัดตัวเขาเช่นเดิม“น่ารำคาญ!หลับหรือซ้อมตายวะ” ร่างสูงพ่นลมหายใจหนักๆ จำใจต้องปล่อยเลยตามเลยอยากกอดก็
“อื้มม...” เสียงหวานครางอื้ออึงในลำคอ แก่นกายใหญ่โตกดแช่ในร่องสวาทไม่ขยับเขยื้อนเสียทีพาให้รู้สึกอึดอัด อีกทั้งร่างสูงยังบดจูบดูดดื่มชักจูงให้เธอเข้าสู่ห้วงอารมณ์ราคะจนกู่ไม่กลับ ทั้งที่หัวสมองห้ามปราบแต่ร่างกายไม่รักดีกลับทำสวนทางกันตับ! ตับ! ตับ!ร่างสูงค่อยๆถอนจูบออกเป็นจังหวะเดียวกับเอวสอบตอกกระแทกเข้าใส่จนร่างบางโยกคลอนไปตามแรง หน้าอกอวบใหญ่กระเพื่อมไหวขึ้นลงตามจังหวะล่อตาล่อใจให้คนตัวสูงโน้มหน้าใช้ลิ้นร้อนปาดเลียอย่างหยอกเย้า มือหนาบีบขย้ำอีกข้างที่ว่างไม่ให้น้อยหน้ากันแท่งเอ็นตอกอัดเข้าสุดทางกระทั่งปลายหัวบานชนกับผนังเนื้อนุ่มนิ่มภายในและชักออกจนส่วนปลายเกือบหลุดจากร่องสวาทคับแคบแต่ก็ถูกตอกเข้าไปใหม่อีกครั้งและอีกครั้ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องทั่วทั้งห้องสี่เหลี่ยมโดยไม่สนใจว่าใครจะเข้ามาได้ยิน“ซี๊ด!ร่องเธอแม่งดี” น่าแปลกพอเป็นเธอเขากลับควบคุมตัวเองไม่ได้ยอมกินซ้ำสอง ไหนจะยอมสดทั้งที่ไม่เคยทำกับผู้หญิงคนไหน ให้ตายเถอะ!เธอเป็นแม่มดรึไง“เบาหน่อยนาย ฉันจุก อื้ออ” แม้ปากจะพูดออกไปอย่างนั้น ทว่า ร่องกุหล
โมเอิร์นมองภาพตรงหน้านิ่งๆอย่างไม่ยี่หระ เธอเป็นลูกสาวมาเฟียเรื่องตีรันฟันแทงเห็นจนชินตา และมันผู้นั้นสมควรได้รับโทษอย่างสาสมที่กล้าล่วงเกินเธอทั้งวาจาและการกระทำหากเซนโซ่ไม่ลงมือเธอจะสั่งลูกน้องของแบล็คให้มาจัดการขั้นเด็ดขาด“ผะ ผมขอโทษครับนาย”“ไอ้จิม ลากคอมันไป”“ครับนาย” จิมที่เพิ่งวิ่งเข้ามาหยุดยืนข้างหลังเจ้านายด้วยอาการเหนื่อยหอบตอบรับทันที พลันพยักหน้าเชิงบอกการ์ดบริเวณนั้นทำตามคำสั่ง“นายให้โอกาสผมซักครั้งนะครับ ปล่อยกู!จะพากูไปไหน....” ชายคนนั้นเอ่ยเว้าวอนแต่ไม่เป็นผล เสียงพูดดังขึ้นและห่างออกไปเรื่อยๆเมื่อถูกเพื่อนร่วมงานพาตัวออกไปจากตรงนั้น“เจ้านายเป็นยังไง ลูกน้องก็เป็นอย่างงั้น”“เธอว่าไงนะ?”“ฉันไปนะสายแล้วเดี๋ยวเข้าเรียนไม่ทัน” ร่างบางตีเนียนไม่ตอบคำถาม ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปยังลานจอดรถโดยมีการ์ดเปิดประตูให้ต่างจากเมื่อครู่ลิบลับโมเอิร์นขับรถมุ่งหน้าไปยังมหาลัยด้วยความเร็ว ขืนชักช้าเธอได้ถูกเช็คชื่อมาสายอีกเป็นแน่ ระหว่างจอดติดไฟแดงสี่แยกใหญ่ ไม่ลืมกินยาคุมฉุกเฉินเพราะไม่อยากมีลูกกับคนที่ไม่ได้รั
โมเอิร์นเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็เห็นว่าเซนโซ่กำลังเดินออกพ้นจากร้านโดยไม่รอเธอเลยซักนิด ร่างบางรีบสับเท้าตามไปจนทัน“จะกลับได้รึยัง?”“ไปลองชุด”“ยุ่งชะมัด” เสียงหวานบ่นพึมพำได้ยินแค่คนเดียว หลังจากเลือกอยู่นานสองนานก็ได้ชุดถูกใจ พนักงานจึงพาหญิงสาวเข้าไปในห้องเปลี่ยนชุด โดยเซนโซ่แยกไปอีกห้องเพื่อลองชุดตัวเองเช่นกัน ไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะต้องมาทำอะไรอย่างนี้หากไม่ใช่คำสั่งของผู้เป็นปู่เขาไม่มีทางทำอะไรแบบนี้แน่ ให้ตายเถอะ! น่ารำคาญชิบ..“คุณผู้ชายนั่งรอคุณผู้หญิงในห้องนี้ก่อนนะคะน่าจะใกล้เสร็จแล้ว เราจะได้ดูชุดพร้อมกันว่าต้องการแก้ตรงไหนบ้าง”“อืม” เซนโซ่ตอบกลับแต่เพียงเท่านั้น ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ไม่นานนักประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกกว้าง ตามด้วยพนักงานคนเดิมเดินเข้ามา ทว่า ดวงตาคมกลับสะดุดเข้ากับร่างบางระหงในชุดเดรสเกาะอกสีขาวกระโปรงบานความยาวพอดีเข่าไล้สายตามองเลื่อนขึ้นกระทั่งถึงใบหน้าสวยราวกับต้องมนต์สะกด 
ร่างบางระหงในชุดเกาะอกสีขาวสะอาดตากระโปรงฟูฟ่องใบหน้าใสสมวัยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางยิ่งส่งให้เธอดูสวยออร่า เท้าเล็กก้าวลงบันไดอย่างระมัดระวังเมื่อถึงเวลาอันสมควร เรียกสายตาของทุกคนให้หันไปมองอย่างชื่นชมเอ็นดู ภายในงานมีเพียงญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นเพราะนั่นเป็นความต้องการของโมเอิร์น“วันนี้ลูกสวยมากครับ” แบล็คเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอบอุ่นแฝงไปด้วยความรักอย่างเต็มเปี่ยม โฬมเองก็มองหลานสาวเพียงคนเดียวด้วยแววตาเช่นนั้นไม่ต่างกัน“หนูโมนั่งข้างเซนโซ่เลยลูก” ไซซีบอกด้วยความเอ็นดูเด็กสาวพร้อมกับเผยรอยยิ้มใจดีส่งให้ โมเอิร์นยิ้มตอบและยอมทำตามอย่างว่าง่าย ‘คุณปู่ไซซีใจดีจัง ไม่เหมือนกับ…ชิ๊!’ สายตาคู่สวยเหลือบมองคู่หมั้นเพียงน้อย ก่อนจะแอบเบะปากมองบนโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น“ได้ฤกษ์แล้ว เจ้าโซ่สวมแหวนให้น้องสิ” ไซซีพูดขึ้นอีกครั้งเซนโซ่เอื้อมมือหยิบแหวนเพชรน้ำงามสวมใส่นิ้วเรียวเล็กของหญิงสาวโมเอิร์นเองก็ทำอย่างนั้นเช่นกัน ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างอวยพรให้คนทั้งสองใช้ชีวิตเรียนรู้ซึ่งกันและกันด้วยความเข้าใ
“ซี๊ด~แสบชะมัด ไม่เช็ดแล้วดีกว่า” เสียงหวานพึมพำกับตัวเอง รีบเก็บแอลกอฮอล์เตรียมปิดพลาสเตอร์“ทำอะไรของเธอ ทำไมไม่ล้างแผลก่อน” ร่างสูงทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาข้างกัน มือหนาจับรั้งข้อเล็กไว้แน่น“จะทำอะไร ไม่เอามันแสบ”“นั่งนิ่งๆ”“ดุอย่างกับหมา”“เดี๋ยวจะโดนดี!! โตป่านนี้แล้วทำแผลไม่เป็นรึไง” เสียงทุ้มบนงึมงำในขณะที่มือหนาใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์บรรจงเช็ดอย่างเบามือ ใส่ยา ปิดพลาสเตอร์ให้เป็นอันเสร็จ“ขอบ....” โมเอิร์นเอ่ยไม่ทันจบประโยคคำพูดทั้งหมดต้องกลืนกลับเข้าไปในลำคอ เมื่อเซนโซ่แทรกขึ้น“ซุ่มซ่าม!”“นี่!ฉันไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย” ไม่ต้องขอบคงขอบคุณมันแล้ว ไอ้ผู้ชายปากเสีย ชิ๊!“กลับไปนอนได้แล้ว”“....”“หรืออยากนอนกับฉัน” ดวงตาคู่สวยเบิกโพลงได้ยินคำพูดกำกวมของเขา ร่างบางดันตัวลุกขึ้นวิ่งออกไปจากห้องทำงานกลับไปยังห้องนอนเล็ก จึงไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าหล่อเหลา
ก๊อก! ก๊อก!ร่างสูงดูดีละสายตาจากหน้าจอไอแพดรุ่นใหม่ล่าสุดเงยหน้าขึ้น สายตาจับจ้องไปยังประตูบานใหญ่หน้าห้องทำงาน ภายในเพนท์เฮาส์สุดหรูบนตึกสูงระฟ้ากลางเมืองแหล่งธุรกิจ“เข้ามา” สิ้นเสียงทุ้มต่ำเอ่ยอนุญาต ประตูถูกเปิดออกกว้างด้วยฝีมือของ ‘จิม’ มือขวาคนสนิทผู้ติดตามเขาไปทุกที่เพื่อดูแลและช่วยอำนวยความสะดวก ร่างหนาสูงโปร่งสาวเท้าเดินเข้ามาหยุดยืนหน้าโต๊ะทำงานเจ้านาย“มีอะไร”“นายใหญ่โทรมาสั่งให้นายไปพบที่บ้านตอนนี้ครับ”“ทำไม?”“ไม่ทราบครับนาย” จิมตอบกลับ พลางก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างรู้สึกผิด ยอมรับว่าตนเองบกพร่องในหน้าที่แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อคนที่อยู่ปลายสายคือนายใหญ่ผู้มีพระคุณ เขาจึงไม่กล้าซักไซ้ไล่ถาม“จิ๊!...” เสียงจิ๊จ๊ะดังจากปากหนาด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์ ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นยืนก้าวเดินออกจากห้องไป โดยมีลูกน้องคนสนิทเดินตามมาติดๆ เพื่อทำหน้าที่คนขับรถใช้เวลาไม่นานนัก รถหรูสีดำเงาก็ขับเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์สีขาว ตั้งเด่นตระง่านบนพื้นที่กว่าสี่ไร่กลางกรุงตึก! ตึก!สองเท้าหนักก้าวเดินเข้ามาในคฤหาสน์หรูโอ่อ่า ที่ๆเขาอาศัยอยู่ตั้งแต่จำความได้ ก่อนจะย้ายไปอยู่อังกฤษเพื่อศึกษาเล่าเรียนและเติบโ
“ซี๊ด~แสบชะมัด ไม่เช็ดแล้วดีกว่า” เสียงหวานพึมพำกับตัวเอง รีบเก็บแอลกอฮอล์เตรียมปิดพลาสเตอร์“ทำอะไรของเธอ ทำไมไม่ล้างแผลก่อน” ร่างสูงทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาข้างกัน มือหนาจับรั้งข้อเล็กไว้แน่น“จะทำอะไร ไม่เอามันแสบ”“นั่งนิ่งๆ”“ดุอย่างกับหมา”“เดี๋ยวจะโดนดี!! โตป่านนี้แล้วทำแผลไม่เป็นรึไง” เสียงทุ้มบนงึมงำในขณะที่มือหนาใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์บรรจงเช็ดอย่างเบามือ ใส่ยา ปิดพลาสเตอร์ให้เป็นอันเสร็จ“ขอบ....” โมเอิร์นเอ่ยไม่ทันจบประโยคคำพูดทั้งหมดต้องกลืนกลับเข้าไปในลำคอ เมื่อเซนโซ่แทรกขึ้น“ซุ่มซ่าม!”“นี่!ฉันไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย” ไม่ต้องขอบคงขอบคุณมันแล้ว ไอ้ผู้ชายปากเสีย ชิ๊!“กลับไปนอนได้แล้ว”“....”“หรืออยากนอนกับฉัน” ดวงตาคู่สวยเบิกโพลงได้ยินคำพูดกำกวมของเขา ร่างบางดันตัวลุกขึ้นวิ่งออกไปจากห้องทำงานกลับไปยังห้องนอนเล็ก จึงไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าหล่อเหลา
ร่างบางระหงในชุดเกาะอกสีขาวสะอาดตากระโปรงฟูฟ่องใบหน้าใสสมวัยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางยิ่งส่งให้เธอดูสวยออร่า เท้าเล็กก้าวลงบันไดอย่างระมัดระวังเมื่อถึงเวลาอันสมควร เรียกสายตาของทุกคนให้หันไปมองอย่างชื่นชมเอ็นดู ภายในงานมีเพียงญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นเพราะนั่นเป็นความต้องการของโมเอิร์น“วันนี้ลูกสวยมากครับ” แบล็คเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอบอุ่นแฝงไปด้วยความรักอย่างเต็มเปี่ยม โฬมเองก็มองหลานสาวเพียงคนเดียวด้วยแววตาเช่นนั้นไม่ต่างกัน“หนูโมนั่งข้างเซนโซ่เลยลูก” ไซซีบอกด้วยความเอ็นดูเด็กสาวพร้อมกับเผยรอยยิ้มใจดีส่งให้ โมเอิร์นยิ้มตอบและยอมทำตามอย่างว่าง่าย ‘คุณปู่ไซซีใจดีจัง ไม่เหมือนกับ…ชิ๊!’ สายตาคู่สวยเหลือบมองคู่หมั้นเพียงน้อย ก่อนจะแอบเบะปากมองบนโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น“ได้ฤกษ์แล้ว เจ้าโซ่สวมแหวนให้น้องสิ” ไซซีพูดขึ้นอีกครั้งเซนโซ่เอื้อมมือหยิบแหวนเพชรน้ำงามสวมใส่นิ้วเรียวเล็กของหญิงสาวโมเอิร์นเองก็ทำอย่างนั้นเช่นกัน ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างอวยพรให้คนทั้งสองใช้ชีวิตเรียนรู้ซึ่งกันและกันด้วยความเข้าใ
โมเอิร์นเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็เห็นว่าเซนโซ่กำลังเดินออกพ้นจากร้านโดยไม่รอเธอเลยซักนิด ร่างบางรีบสับเท้าตามไปจนทัน“จะกลับได้รึยัง?”“ไปลองชุด”“ยุ่งชะมัด” เสียงหวานบ่นพึมพำได้ยินแค่คนเดียว หลังจากเลือกอยู่นานสองนานก็ได้ชุดถูกใจ พนักงานจึงพาหญิงสาวเข้าไปในห้องเปลี่ยนชุด โดยเซนโซ่แยกไปอีกห้องเพื่อลองชุดตัวเองเช่นกัน ไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะต้องมาทำอะไรอย่างนี้หากไม่ใช่คำสั่งของผู้เป็นปู่เขาไม่มีทางทำอะไรแบบนี้แน่ ให้ตายเถอะ! น่ารำคาญชิบ..“คุณผู้ชายนั่งรอคุณผู้หญิงในห้องนี้ก่อนนะคะน่าจะใกล้เสร็จแล้ว เราจะได้ดูชุดพร้อมกันว่าต้องการแก้ตรงไหนบ้าง”“อืม” เซนโซ่ตอบกลับแต่เพียงเท่านั้น ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ไม่นานนักประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกกว้าง ตามด้วยพนักงานคนเดิมเดินเข้ามา ทว่า ดวงตาคมกลับสะดุดเข้ากับร่างบางระหงในชุดเดรสเกาะอกสีขาวกระโปรงบานความยาวพอดีเข่าไล้สายตามองเลื่อนขึ้นกระทั่งถึงใบหน้าสวยราวกับต้องมนต์สะกด 
โมเอิร์นมองภาพตรงหน้านิ่งๆอย่างไม่ยี่หระ เธอเป็นลูกสาวมาเฟียเรื่องตีรันฟันแทงเห็นจนชินตา และมันผู้นั้นสมควรได้รับโทษอย่างสาสมที่กล้าล่วงเกินเธอทั้งวาจาและการกระทำหากเซนโซ่ไม่ลงมือเธอจะสั่งลูกน้องของแบล็คให้มาจัดการขั้นเด็ดขาด“ผะ ผมขอโทษครับนาย”“ไอ้จิม ลากคอมันไป”“ครับนาย” จิมที่เพิ่งวิ่งเข้ามาหยุดยืนข้างหลังเจ้านายด้วยอาการเหนื่อยหอบตอบรับทันที พลันพยักหน้าเชิงบอกการ์ดบริเวณนั้นทำตามคำสั่ง“นายให้โอกาสผมซักครั้งนะครับ ปล่อยกู!จะพากูไปไหน....” ชายคนนั้นเอ่ยเว้าวอนแต่ไม่เป็นผล เสียงพูดดังขึ้นและห่างออกไปเรื่อยๆเมื่อถูกเพื่อนร่วมงานพาตัวออกไปจากตรงนั้น“เจ้านายเป็นยังไง ลูกน้องก็เป็นอย่างงั้น”“เธอว่าไงนะ?”“ฉันไปนะสายแล้วเดี๋ยวเข้าเรียนไม่ทัน” ร่างบางตีเนียนไม่ตอบคำถาม ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปยังลานจอดรถโดยมีการ์ดเปิดประตูให้ต่างจากเมื่อครู่ลิบลับโมเอิร์นขับรถมุ่งหน้าไปยังมหาลัยด้วยความเร็ว ขืนชักช้าเธอได้ถูกเช็คชื่อมาสายอีกเป็นแน่ ระหว่างจอดติดไฟแดงสี่แยกใหญ่ ไม่ลืมกินยาคุมฉุกเฉินเพราะไม่อยากมีลูกกับคนที่ไม่ได้รั
“อื้มม...” เสียงหวานครางอื้ออึงในลำคอ แก่นกายใหญ่โตกดแช่ในร่องสวาทไม่ขยับเขยื้อนเสียทีพาให้รู้สึกอึดอัด อีกทั้งร่างสูงยังบดจูบดูดดื่มชักจูงให้เธอเข้าสู่ห้วงอารมณ์ราคะจนกู่ไม่กลับ ทั้งที่หัวสมองห้ามปราบแต่ร่างกายไม่รักดีกลับทำสวนทางกันตับ! ตับ! ตับ!ร่างสูงค่อยๆถอนจูบออกเป็นจังหวะเดียวกับเอวสอบตอกกระแทกเข้าใส่จนร่างบางโยกคลอนไปตามแรง หน้าอกอวบใหญ่กระเพื่อมไหวขึ้นลงตามจังหวะล่อตาล่อใจให้คนตัวสูงโน้มหน้าใช้ลิ้นร้อนปาดเลียอย่างหยอกเย้า มือหนาบีบขย้ำอีกข้างที่ว่างไม่ให้น้อยหน้ากันแท่งเอ็นตอกอัดเข้าสุดทางกระทั่งปลายหัวบานชนกับผนังเนื้อนุ่มนิ่มภายในและชักออกจนส่วนปลายเกือบหลุดจากร่องสวาทคับแคบแต่ก็ถูกตอกเข้าไปใหม่อีกครั้งและอีกครั้ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องทั่วทั้งห้องสี่เหลี่ยมโดยไม่สนใจว่าใครจะเข้ามาได้ยิน“ซี๊ด!ร่องเธอแม่งดี” น่าแปลกพอเป็นเธอเขากลับควบคุมตัวเองไม่ได้ยอมกินซ้ำสอง ไหนจะยอมสดทั้งที่ไม่เคยทำกับผู้หญิงคนไหน ให้ตายเถอะ!เธอเป็นแม่มดรึไง“เบาหน่อยนาย ฉันจุก อื้ออ” แม้ปากจะพูดออกไปอย่างนั้น ทว่า ร่องกุหล
“อื้อ...ป๊า โมหนาว” เสียงหวานบ่นงึมงำในลำคอ เมื่อรู้สึกถึงการรบกวนเวลาพักผ่อนแต่ก็ไม่ได้ลืมตามอง ขณะที่เซนโซ่ช้อนอุ้มเธอในท่าเจ้าสาววางลงนอนราบบนเตียงห่มผ้าผืนใหม่ให้ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำและกลับออกมาโดยที่บนร่างกายมีบ็อกเซอร์เพียงตัวเดียวร่างสูงเอนตัวลงนอนข้างคนตัวเล็ก มือหนายกขึ้นก่ายหน้าผากอย่างคิดไม่ตก ไม่เคยนึกเลยว่าตัวเองจะต้องนอนค้างคืนกับใครรวมถึงเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ก็ไม่เคยอยู่ในหัวเขาเลยด้วยซ้ำ เซนโซ่พลิกตัวนอนตะแคงข้างซ้ายทีข้างขวาทีพยายามข่มตานอนแต่ไม่เป็นผล มันไม่ชินจริงๆให้ตายเถอะแรงขยับเขยื้อนทำให้ที่นอนยุบยวบ ร่างบางรู้สึกตัวขยับเข้าหาไออุ่นแขนขาเรียวเล็กตวัดกอดร่างสูงอย่างถือวิสาสะโดยที่เขาไม่ทันได้ห้ามปราม โมเอิร์นกอดก่ายท่าสบายราวกับว่าเขาคือหมอนข้างใบโปรดที่เธอชอบนอนกอดทุกคืน“เอามือเธอออกไป” เซนโซ่เอ่ยเสียงรอดไรฟัน มือหนาคว้าหมับจับยกแขนขาของเธอออกจากร่างกาย แต่เพียงครู่เดียวสาวเจ้าก็กลับมากอดรัดตัวเขาเช่นเดิม“น่ารำคาญ!หลับหรือซ้อมตายวะ” ร่างสูงพ่นลมหายใจหนักๆ จำใจต้องปล่อยเลยตามเลยอยากกอดก็
หมั่บ!มือหนาแข็งแรงดั่งครีบเหล็กคว้าหมับบีบปลายคางมนให้หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นมองสบตาคมกริบนานนับนาทีจึงผละออกจับรวบข้อมือทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะเล็กกดลงจมเตียงด้วยมือหนาเพียงข้างเดียว มืออีกข้างที่ว่างเลื่อนหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ กดยุกยิกบนหน้าจอสัมผัสต่อสายหาใครบางคน พร้อมเปิดสปีกเกอร์โฟนให้สาวเจ้าได้ยิน คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นมองชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ ‘เขาคิดจะทำอะไร’“สวัสดีครับป๊า ขอโทษที่ผมโทรมารบกวนเวลาพักผ่อน” เซนโซ่กรอกเสียงเข้าไปในสายทันทีที่อีกฝ่ายกดรับ โดยไม่รอให้คนปลายสายพูดก่อน[ป๊ายังไม่นอน...มีอะไรรึเปล่าโซ่] เสียงคุ้นเคยของปลายสายดังออกมาให้โมเอิร์นได้ยิน ดวงตากลมเบิกโพลงไม่คิดว่าเขาจะโทรหาผู้เป็นพ่ออย่างที่พูดจริงๆ“คือ....โอ๊ยย!” เซนโซ่ถึงกับร้องเสียงหลง ปากเล็กงับท่อนแขนแกร่งเต็มแรงโดยที่เขาไม่ทันระวังตัว[เป็นอะไรรึเปล่าโซ่ หรือว่าน้องไม่เชื่อฟัง]“ครับ...ผมขออนุญาตจัดการในแบบของผมนะครับ รวมถ
สามสาวเริ่มมึนเมา แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปหลายต่อหลายแก้วออกฤทธิ์ได้เป็นอย่างดี ดวงหน้าสวยเปลี่ยนสีแดงระเรื่อดวงตาหวานเยิ้มมองเห็นคนรอบข้างไม่ชัดเจน น้ำเสียงยานครางฟังแทบไม่ได้ศัพท์แต่ก็พยายามสื่อสารพูดคุยกับเพื่อนในกลุ่มอย่างออกรสชาติ“วู้วว...ฉันชอบที่นี่จัง”“เราต้องมาบ่อยๆแล้ว”“ฉันเห็นด้วย พวกแกเดี๋ยวฉันมานะ~” โมเอิร์นเอ่ยบอกน้ำเสียงอู้อี้หมุนตัวเตรียมก้าวเดินออกไปจากโต๊ะ แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อแขนเรียวของเธอถูกพะแพงรั้งเอาไว้เสียก่อน“จะไปไหน?” เสียงที่เอื้อนเอ่ยออกมาบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าหล่อนเมามากไม่ต่างจากโมเอิร์นซักนิด“นั่นดิ คนเยอะแบบนี้แกเดินกลับโต๊ะถูกใช่มั้ย”“กลับถูกสิ ฉันไปตรงนู้นแป๊บเดียว~” มือบางยกขึ้นชี้อย่างไร้ทิศทาง ก่อนจะก้าวเดินออกไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกของเพื่อนทั้งสองคนอีก ร่างบางเมามายก้าวเดินฝ่าผู้คนจำนวนมากสายตาเพ่งมองแผ่นหลังหนาของจิม พลางสาวเท้าตามไปยังชั้นสองเลี้ยวขวาตรงไปตามทางมืดสลัวไร้ผู้คนตึก! ตึก!ทว่า เสียงรองเท้าส้นสูง
“โมเอิร์น”“อ้าว..เจ นั่งก่อนสิ”“เราซื้อขนมมาฝาก” เจ ชายหนุ่มหน้าตี๋เพื่อนร่วมคลาสเรียนยื่นถุงขนมเจ้าดังให้โมเอิร์นพร้อมกับนั่งลงฝั่งตรงข้ามข้างนิว ใบหน้าหล่อเชื้อสายจีนเผยรอยยิ้มให้ได้เห็น“ขอบใจนะ” โมเอิร์นรับไว้ตามมารยาทไม่อยากหักหารน้ำใจชายหนุ่มถึงแม้เธอจะไม่ชอบกินขนมก็ตามและรู้ดีว่าเจเข้าหาเพราะต้องการจีบ แต่เขาไม่ใช่สเปคผู้ชายที่ชอบเธอจึงรักษาระยะห่างไว้ ไม่ให้ความหวัง“นั่งกันตั้งสามคนซื้อมาฝากโมคนเดียวหรอ นิวกับแพงก็ชอบกินขนมนะ” พะแพงเอ่ยแซว ทำเจถึงกับยิ้มแห้งไปไม่เป็น“นั่นดิ เราก็ชอบ” นิวพูดเสริม พร้อมกับขยับเข้าใกล้เพื่อนชาย“เอ่อ...ระเราไปก่อนนะ ไว้เจอกันในคลาส” หนุ่มตี๋ขี้อายรีบพาตัวเองออกไปจากตรงนั้น เพราะถูกสาวๆรุกหนักจนไม่เป็นตัวของตัวเอง เมื่อทั้งโต๊ะเหลือเพียงสาวๆขนมของฝากก็ถูกวางลงตรงหน้านิวกับพะแพงทันทีเฉกเช่นทุกครั้ง“อิ่มมาก~&r