หลังจากวันนั้นหมอขิมก็ไม่ค่อยได้เข้ามาที่ห้องของเธอบ่อย เขาจะมาตรวจเฉพาะเวลาที่ลงตามรอบเท่านั้น และเข้ามาพร้อมกับพยาบาลราวๆสองถึงสามคนเสมอ
“ยังปวดแผลอยู่ไหมครับ”
“ปวดค่ะ และเริ่มคันๆแล้วค่ะ”
“คัน??”
“ค่ะ คันที่แผลค่ะ”
“อ้อ…เดี๋ยวคุณจัดยาตัวนี้ให้เธอด้วยเอาไว้ทาจะได้ไม่ทิ้งแผลเป็น”
“ค่ะคุณหมอ”
“หมอคะ ทำไมวันนี้มาช้าจังเลยละคะ”
“ตอนนี้ยังปวดหัวอยู่ไหมครับ”
หมอขิมไม่ตอบคำถามเธอและถามคำถามที่เกี่ยวกับอาการป่วยเท่านั้น
“ไม่ปวดแล้วค่ะ แต่ว่า…”
“ถ้าอย่างนั้นบ่ายนี้หมอจะแกะผ้าพันแผลออกและเปลี่ยนเป็นพลาสเตอร์กันน้ำให้แทนจะได้ทำความสะอาดง่ายขึ้น”
“หมอมาเปลี่ยนให้เองใช่ไหมคะ”
“อาการอื่นเป็นยังไงบ้างครับ มีอาการอยากอาเจียนบ้างไหม”
“ไม่ค่ะ ปกติดี”
“อาหารละครับ มีแพ้อะไรไหม”
“แพ้กุ้งอย่างเดียวนอกนั้นกินได้หมดค่ะ หมอชอบกินแซนด์วิชทูน่าไหมคะ”
มินตรายังส่งสายตาหวานไปให้เขาโดยไม่สนใจพยาบาลสาวที่แอบขำอยู่ด้านหลังกับความพยายามของเธอ แต่ดูเหมือนว่าหมอกวินทร์จะไม่ใส่ใจเธอสักนิด
“ต้องการอะไรเพิ่มเติมไหมครับ”
“อย่างอื่นไม่เอา แต่หมอเลิกงานกี่โมงคะ”
“พยาบาลพิเศษต้องการไหมครับ”
“ไม่เอาค่ะ แค่หมอแวะมาบ่อยๆก็พอค่ะ”
“คุณส่งรายงานนี่ไป เอาผลการสแกนไปที่ห้องผมด้วยแล้วก็จัดยาตามปกติ”
“คุณหมอคะ”
“ว่ายังไงครับ”
“คือว่า..มีนอยู่แต่ในห้องมันน่าเบื่อ ออกไปเดินเล่นที่สวนได้ไหมคะ”
“ได้ครับ แต่อย่าออกไปนาน ตากลมมากจะไม่สบายเอา”
“งั้นคุณหมอก็พามีนไปสิคะ มีนจะได้รู้ว่าเวลาไหนควรกลับเข้ามา”
มินตรายังคงส่งยิ้มให้เขา แต่สายตาที่ส่งกลับมานั้นไม่หวั่นไหวกับเธอเลยสักนิด เธอตัดสินใจแล้วตั้งแต่เมื่อคืน ในเมื่อฟ้าให้โอกาสเธอกลับมาพบกับเขาอีกครั้ง ตอนนี้เธอจะไม่มีทางยอมปล่อยเขาไปแน่
เขาไม่ใช่รุ่นพี่ในมหาวิทยาลัย และเธอก็ไม่ใช่นักศึกษาแล้ว เธอเป็นนักออกแบบตกแต่งภายในที่มีฝีมือคนหนึ่งเชียวนะ
“เอาล่ะถ้าไม่มีอะไรแล้ว”
“ตกลงคุณหมอจะพามีนไปเดินเล่นตอนไหนคะ”
“ผมขอตัว”
“เอ้า!!”
หมอหนุ่มเดินออกไปพร้อมกับพยาบาลสาวที่ทำหน้าไม่ถูก แต่มินตราที่ตัดสินใจจะเดินหน้าต่อเธอไม่สนใจ วันนี้เธอไม่ได้เป็นผู้หญิงเหนียมอายเหมือนเมื่อห้าปีก่อนอีกแล้ว ตอนนี้เธอเติบโตมาเป็นสาวมั่นสุดๆ
“หนีได้หนีไปสิคะคุณหมอเจ้าขา”
หลังจากเช้าวันนั้น เธอก็เอาแต่เดินตามหาคุณหมอกวินทร์ไปทั่วทั้งแผนก และแวะไปเดินเล่นในสวน แก้มเอาสมุดแบบมาให้เธอพร้อมกับไอแพดเพื่อให้เธอหายเบื่อและอาจจะทำงานและมีไอเดียเพิ่ม
“นี่วันก่อนฉันเจอพี่ปกรณ์ เขาถามหาแกด้วยนะ”
“เหรอ เขากลับมาแล้วงั้นเหรอ”
“อืม ไปที่บริษัทแต่ฉันไม่ได้บอกเรื่องแกหรอกนะ”
“อืม ดีแล้วล่ะ”
“นี่มีน แกแน่ใจแล้วเหรอว่าเรื่องอุบัติเหตุครั้งนี้จะไม่สืบต่อ”
“แกคิดว่าฉันควรสืบต่อไหมละ สืบไปให้รู้อะไร รู้ว่าพ่อตัวเองอยากจะฆ่าฉันเพื่อเอาไตไปให้ลูกที่เกิดจากเมียน้อยที่แย่งหุ้นของแม่ฉันงั้นเหรอ”
“มีน แกโอเคใช่ไหม เรื่องหุ้นแม่แกเราต้องเอาคืนมาได้แน่”
“ที่จริงฉันก็ไม่ได้สนใจหุ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์นั่นเท่าไหร่หรอก แต่เพราะการได้ไปของพวกเขามันไม่ถูกต้องและยังก่อกวนฉันไม่เลิก ฉันเลยต้องหาวิธีเอาคืนเท่านั้นเอง”
“แกไม่คิดจะไปคุยกับพ่อแกหน่อยเหรอ”
“ไม่ละ พอเถอะต่างคนต่างอยู่ไป ครั้งนี้พวกเขาทำไม่สำเร็จคงเริ่มกลัวบ้างแล้ว น่าจะไม่กล้ามายุ่งกับฉันสักพักตราบใดที่ยังอยากได้ไตฉันอยู่ พวกเขาจะเสี่ยงให้ฉันตายประหลาดๆไม่ได้หรอก”
“เอาเถอะ เลิกคุยเรื่องเครียดๆ ว่าแต่ แกตามจีบหมอเจ้าของไข้แกไปถึงไหนแล้วล่ะ”
“หึ ไม่ไหวว่ะ เขานี่ภูเขาน้ำแข็งของแท้เลย เจาะยังไงก็ไม่ไหวติง ไม่มีหวั่นไหวเลยสักนิด”
“แกจะยอมแพ้แล้ว?”
“ไม่มีทาง ได้ข่าวว่าเขายังไม่มีแฟน พี่แก้วตากับพี่อ้อนบอกฉัน”
“นี่แกถึงขั้นติดสินบนพยาบาลที่เคาน์เตอร์ของเขาเลยเหรอ”
“แน่นอนสิ ครั้งนี้ฉันเอาจริง มันก็ต้องลงทุนบ้างว่าไหมละ”
“เฮ้อ ผู้ชายมาจีบเป็นโขลงกลับไม่สน กลับมาตามจีบพ่อก้อนหินที่ไม่มีความรู้สึก”
“มันท้าทายดีจะตาย แต่ที่สำคัญคือ เขายังเหมือนกับเมื่อห้าหกปีก่อนไม่มีผิด นิสัย การพูดก็ไม่เปลี่ยนไปสักนิด นี่ถ้าฉันไม่ใช่คนไข้ของเขา คิดว่าเขาคงพูดแรงกว่านี้อีก”
“แกก็สู้เนอะ เขาพูดขนาดนั้นแล้ว”
“ตราบใดที่ไม่ปฏิเสธ ฉันไม่ถอยแน่ๆ”
“แกก็เผื่อใจเอาไว้บ้างนะ”
“แกคิดว่าฉันไม่เผื่อใจเลยงั้นเหรอ ฉันก็แค่อยากจะลองพยายามให้ถึงที่สุด ทดแทนสิ่งที่อยากทำเมื่อหกปีที่แล้วเท่านั้น ถ้าไปจนสุดทางแล้วเขาไม่เล่นด้วย ตอนนั้นถอนตัวออกมา ถึงจะเจ็บแต่ก็จบได้แกกับริต้าก็เตรียมไหล่ไว้ละ”
“ยังไม่ทันไรให้เตรียมไหล่แล้วเหรอ ไปเถอะกลับห้องพักกัน ออกมานานแล้ว”
“อืม ก็ได้ เพราะอาการข้างเคียงนั่น เขาเลยให้ฉันอยู่ต่ออีกสามวัน เหลือสามวันนี้คงต้องลองทุ่มสุดกำลัง”
“หมอคะ แซนด์วิชค่ะ ร้านนี้อร่อยมากเติมพลังตอนเช้านะคะ สู้ๆ”
“หมอคะ กาแฟร้านนี้อร่อยมาก มีนลองดื่มแล้ว รู้ว่าหมอชอบกินคาปูชิโน่ สั่งพิเศษมาให้เลยนะคะ อย่าลืมดื่มนะคะ”
“หมอคะ อากาศเริ่มเย็นแล้ว อย่าลืมดื่มน้ำขิงนะคะ อ้อ มีนให้ริต้าต้มมาให้ค่ะเลยแบ่งมาให้คุณด้วย”
และอีกสารพัดที่เธอส่งไปที่ห้องพักคุณหมอ ซึ่งเขาก็พยายามเพิกเฉยกับของเหล่านั้น มีแค่กาแฟที่เขาเผลอดื่มโดยไม่รู้ตัวเพราะแก้วตาบอกเขาช้า แต่นอกนั้น ถูกส่งกลับมาที่ห้องผู้ป่วยของเธอจนหมด
อีกวันถัดมาแก้วตาและพยาบาลที่เคาน์เตอร์จึงได้รับผิดชอบของที่ถูกเอาออกมาจากห้องเพราะมินตราบอกว่าไม่ต้องเอากลับมาให้เธอ
“หมอคะ ทำไมส่งกลับมาละคะ หมอไม่ชอบน้ำขิงเหรอคะ หรือว่าชอบน้ำมะตูม วันหลังจะได้เปลี่ยนให้”
“วันนี้ไม่ต้องติดพลาสเตอร์ที่หน้าผากแล้วนะครับ”
“หมอคะ แล้วแซนด์วิชไม่อร่อยเหรอคะ หรือว่าหมอไม่ชอบทูน่าแล้ว งั้นเปลี่ยนเป็นแฮมดีไหมคะ”
“ส่วนแผลที่ขา ตอนนี้แผลแห้งดีเกือบหมดแล้ว รอเปิดผ้าพันแผลและขาเดินได้ปกติก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วนะครับ”
“หมอขิมคะ ทำไมหมอถึงไร้ความรู้สึกแบบนี้ละคะ หมอเป็นหลวงจีนละทางโลกเหรอคะถึงได้ไม่สนใจผู้หญิง หรือว่าหมอ….”
“ผมชอบผู้หญิง!!”
“ก็ไม่ทันได้พูดอะไรสักหน่อย ร้อนตัวอะไรขนาดนั้นก่อน…..”
"เอาล่ะ ถ้าคุณไม่มีคำถาม…"
“มีค่ะ”
“อะไร”
“หมอไม่ชอบทูน่า ไม่ชอบน้ำขิง แต่ดื่มคาปูชิโน่ แล้วหมอชอบอะไรอีกคะ มีนจะได้เตรียมให้ถูก เสียดายของ”
“ทางที่ดีคุณดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองก่อนดีกว่า เรื่องอื่นไม่ต้องใส่ใจมาก”
“แต่มีนอยากใส่ใจนี่คะ หมอขิมคะ พวกเราเคย....”
“คนไข้ครับ!! ผมเป็นหมอ ถ้าคุณไม่มีคำถามเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วย ผมขอตัวก่อน”
“เดี๋ยวสิคะหมอ การดูแลรักษาสภาพจิตใจของคนไข้ก็เป็นหน้าที่ของหมอเหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ หมอจะมาปัดความรับผิดชอบแบบนี้ได้เหรอ”
กวินทร์ถึงกับบีบมือและหลับตาข่มใจเพื่อไม่ให้โกรธ ตอนนี้เขารู้สึกรำคาญคนไข้คนนี้สุดๆแต่ด้วยจรรยาบรรณแพทย์ถึงได้ทนคุยกับเธอแบบนี้ ทั้งของ ขนม แซนด์วิชและกาแฟที่เธอแอบเอาไปวางไว้ที่ห้องทำงานของเขา
ไหนจะโน้ตเล็กๆที่มีแต่คำพูดเลี่ยนๆนั่นที่เขาพยายามปาทิ้งวันละสิบรอบอีก ถ้าเธอยังอยู่ในโรงพยาบาลต่ออีกสามวัน เขาคงจะเป็นโรคประสาทเสียก่อน
“ผมไม่ชอบอะไรที่คุณส่งมาเลยสักอย่างแล้วก็เลิกส่งได้แล้ว ถ้ายังส่งมาอีกผมจะไม่ส่งคืนแต่จะทิ้งถังขยะ”
“หมอคะ”หมอขิมหันไปมองหน้าคนที่ถาม เขาพูดด้วยความโมโหบางทีคำพูดนี้อาจจะแรงไปหรือเปล่า เขาจึงหันกลับไป“หมออยากจะทิ้งก็ทิ้งสิคะ แต่ตราบใดที่มีนอยู่ที่นี่ต้องมีสักอย่างที่มีนรู้ว่าหมอชอบอะไร มีนจะพยายามค่ะ”เขาถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจพร้อมกับกรอกตาไปมา พูดไปก็เปล่าประโยชน์ นี่เธอไม่ได้ฟังที่เขาบอกเลยสักนิด เขาว่าเขาพูดแรงแล้วนะ หรือจะต้องบอกเธอไปตรงๆเลยว่าเขาทั้งรำคาญและไม่อยากได้อะไรจากเธอ แต่เมื่อหันไปมองหน้าเธออีกครั้ง เขากลับพูดอะไรไม่ออก จนโมโหตัวเองและเดินกลับออกมาอย่างรวดเร็ว“เฮ้อ….อีกสองวัน เตรียมตัวกินแห้วซะละมั้ง”อีกสองวันก่อนออกจากโรงพยาบาล“นี่มันอะไรกันเนี่ย…แก้วตา!!”เสียงที่ดังออกมาจากห้องพักคุณหมอทำเอาพยาบาลสาวหน้าห้องต้องมองหน้ากันและรีบวิ่งเข้าไปที่ห้องพักคุณหมอทันที“คุณหมอ มีอะไร…โห…นี่มัน…”“ผมต้องถามคุณมากกว่า นี่มันอะไรกัน”“เอ่อ ….แก้วตาพึ่งจะเข้าเวรมา ไม่ทราบเลยค่ะ”“ให้คนเอาไปทิ้งให้หมด”“แต่ว่าคุณหมอคะ นี่มันเยอะมากนะคะ”“อีกห้านาที ผมจะกลับมาใหม่ ผมไม่อยากเห็นของพวกนี้อีก”“ค่ะๆ”กวินทร์เดินออกมาจากห้องพักและตรงไปที่ห้องแลปทันทีพร้อมกับพยาบาลที่เคาน์เตอร์ที่
“คุณมีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในครั้งนี้ เขาทำคุณบาดเจ็บ และยังรับผิดชอบจ่ายค่ารักษาพยาบาลคุณทั้งหมด”“ว่ายังไงนะคะคุณหมอ คุณบอกว่า…”“ใช่ครับ เขารับผิดชอบจ่ายค่ารักษาทั้งหมดของคุณให้กับทางโรงพยาบาลและ..”“ฉันไม่รับ ฉันจะจ่ายค่ารักษาเองค่ะ”“แต่ว่าทางโรงพยาบาลออกใบเสร็จ…”“พวกคุณจะทำอย่างไรฉันไม่สน แต่ฉันไม่รับความช่วยเหลือใดๆจากเขาทั้งนั้น”“แต่ว่า เขาเป็น…”“คุณหมอคะ มีีนเหนื่อยแล้ว หมอช่วยจัดการเรื่องนี้แทนมีนทีนะคะ เงินนั่นจะเอาไปที่ไหนก็ทำไป แต่มีนยืนยันว่าจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองทุกบาททุกสตางค์”“คุณแน่ใจแล้วนะว่า…”มินตราล้มตัวลงอย่างเหนื่อยล้าและหันหลังให้กับเขาและไม่พูดอะไรอีก เขาไม่เคยเห็นเธอเงียบแบบนี้มาก่อน เธออยู่โรงพยาบาลนี้มาเกือบหนึ่งสัปดาห์ เขาชินกับการที่เธอยั่วโมโหและคอยถามเขาไม่หยุดแบบนั้น แต่พอเห็นเธอในสภาพนี้กลับรู้สึกแปลกๆ แต่นี่เป็นเรื่องในครอบครัว ซึ่งนั่นไม่เกี่ยวกับเขา“ถ้าอย่างนั้นหมอจะจัดการให้เอง เอาเป็นว่าหมอจะนำเอกสารที่เขาจ่ายค่ารักษามาให้คุณและเคลมเงินคืนกันไปก็แล้วกันนะครับ เพราะเอกสารและใบเสร็จออกมาแล้ว”“ขอบคุณค่ะ”กวินทร์เดินออกมาจากห้อง
โรงพยาบาล “เร็วเข้า”“มีนอย่าพึ่งเป็นอะไรนะมีน”“ญาติผู้ป่วยรอด้านนอกนะครับ”“หมอกวินทร์มาหรือยัง”“คุณหมอมาแล้วครับ”“คนไข้รู้สึกตัวอยู่ไหม”“สะลึมสะลือครับ”“หัวใจเต้นปกติ บาดแผลภายนอก ศีรษะถูกกระทบกระเทือน แผลเปิด เตรียมเย็บแผล”แสงไฟที่ส่องมากับสายตาคู่นั้นทำเอามินตรา นักออกแบบสาวรู้สึกว่าคุ้นเคยและเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่เธอในตอนนี้ไม่สามารถพูดอะไรได้ เสียงพูดคุยรอบๆค่อยๆเบาลงพร้อมกับสติที่หายไปมินตราจำได้ว่าพึ่งกลับมาจากงานที่ต่างจังหวัดและขับรถกลับเข้ากรุงเทพฯ รถตู้ส่วนตัวที่เธอนั่งมาเกิดเสียหลักและได้ยินว่าเบรกไม่อยู่เพราะความลื่นของถนนที่ฝนตกหนักทำให้รถนั้นเสียหลักลงข้างทาง และภาพก็ตัดไปทันทีห้องพิเศษ“อือ…เจ็บจัง”“มีน มีนฟื้นแล้ว ริต้าเร็วเข้ารีบตามหมอมา”มีนค่อยๆลืมตาขึ้นมองไปยังคนที่เข้ามาจ้องเธออยู่“มีน รู้สึกเป็นยังไงบ้าง”“แก้ม ทำไมแกมาอยู่นี่”“เฮ้อ ใจหายใจคว่ำหมด ริต้าโทรไปบอกฉันว่ารถที่แกนั่งมาประสบอุบัติเหตุตกข้างทาง นี่ดีนะที่ไม่เป็นอะไรมาก”“อืม แล้วงานล่ะ” “เรียบร้อยดี ได้สัญญามาแล้ว เดือนหน้าก็เริ่มงานได้เลย”“ค่อยยังชั่วหน่อย ถือว่าไม่ได้เจ็บตัวฟรีละนะ”“น
“คุณมีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในครั้งนี้ เขาทำคุณบาดเจ็บ และยังรับผิดชอบจ่ายค่ารักษาพยาบาลคุณทั้งหมด”“ว่ายังไงนะคะคุณหมอ คุณบอกว่า…”“ใช่ครับ เขารับผิดชอบจ่ายค่ารักษาทั้งหมดของคุณให้กับทางโรงพยาบาลและ..”“ฉันไม่รับ ฉันจะจ่ายค่ารักษาเองค่ะ”“แต่ว่าทางโรงพยาบาลออกใบเสร็จ…”“พวกคุณจะทำอย่างไรฉันไม่สน แต่ฉันไม่รับความช่วยเหลือใดๆจากเขาทั้งนั้น”“แต่ว่า เขาเป็น…”“คุณหมอคะ มีีนเหนื่อยแล้ว หมอช่วยจัดการเรื่องนี้แทนมีนทีนะคะ เงินนั่นจะเอาไปที่ไหนก็ทำไป แต่มีนยืนยันว่าจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองทุกบาททุกสตางค์”“คุณแน่ใจแล้วนะว่า…”มินตราล้มตัวลงอย่างเหนื่อยล้าและหันหลังให้กับเขาและไม่พูดอะไรอีก เขาไม่เคยเห็นเธอเงียบแบบนี้มาก่อน เธออยู่โรงพยาบาลนี้มาเกือบหนึ่งสัปดาห์ เขาชินกับการที่เธอยั่วโมโหและคอยถามเขาไม่หยุดแบบนั้น แต่พอเห็นเธอในสภาพนี้กลับรู้สึกแปลกๆ แต่นี่เป็นเรื่องในครอบครัว ซึ่งนั่นไม่เกี่ยวกับเขา“ถ้าอย่างนั้นหมอจะจัดการให้เอง เอาเป็นว่าหมอจะนำเอกสารที่เขาจ่ายค่ารักษามาให้คุณและเคลมเงินคืนกันไปก็แล้วกันนะครับ เพราะเอกสารและใบเสร็จออกมาแล้ว”“ขอบคุณค่ะ”กวินทร์เดินออกมาจากห้อง
“หมอคะ”หมอขิมหันไปมองหน้าคนที่ถาม เขาพูดด้วยความโมโหบางทีคำพูดนี้อาจจะแรงไปหรือเปล่า เขาจึงหันกลับไป“หมออยากจะทิ้งก็ทิ้งสิคะ แต่ตราบใดที่มีนอยู่ที่นี่ต้องมีสักอย่างที่มีนรู้ว่าหมอชอบอะไร มีนจะพยายามค่ะ”เขาถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจพร้อมกับกรอกตาไปมา พูดไปก็เปล่าประโยชน์ นี่เธอไม่ได้ฟังที่เขาบอกเลยสักนิด เขาว่าเขาพูดแรงแล้วนะ หรือจะต้องบอกเธอไปตรงๆเลยว่าเขาทั้งรำคาญและไม่อยากได้อะไรจากเธอ แต่เมื่อหันไปมองหน้าเธออีกครั้ง เขากลับพูดอะไรไม่ออก จนโมโหตัวเองและเดินกลับออกมาอย่างรวดเร็ว“เฮ้อ….อีกสองวัน เตรียมตัวกินแห้วซะละมั้ง”อีกสองวันก่อนออกจากโรงพยาบาล“นี่มันอะไรกันเนี่ย…แก้วตา!!”เสียงที่ดังออกมาจากห้องพักคุณหมอทำเอาพยาบาลสาวหน้าห้องต้องมองหน้ากันและรีบวิ่งเข้าไปที่ห้องพักคุณหมอทันที“คุณหมอ มีอะไร…โห…นี่มัน…”“ผมต้องถามคุณมากกว่า นี่มันอะไรกัน”“เอ่อ ….แก้วตาพึ่งจะเข้าเวรมา ไม่ทราบเลยค่ะ”“ให้คนเอาไปทิ้งให้หมด”“แต่ว่าคุณหมอคะ นี่มันเยอะมากนะคะ”“อีกห้านาที ผมจะกลับมาใหม่ ผมไม่อยากเห็นของพวกนี้อีก”“ค่ะๆ”กวินทร์เดินออกมาจากห้องพักและตรงไปที่ห้องแลปทันทีพร้อมกับพยาบาลที่เคาน์เตอร์ที่
หลังจากวันนั้นหมอขิมก็ไม่ค่อยได้เข้ามาที่ห้องของเธอบ่อย เขาจะมาตรวจเฉพาะเวลาที่ลงตามรอบเท่านั้น และเข้ามาพร้อมกับพยาบาลราวๆสองถึงสามคนเสมอ “ยังปวดแผลอยู่ไหมครับ”“ปวดค่ะ และเริ่มคันๆแล้วค่ะ”“คัน??”“ค่ะ คันที่แผลค่ะ”“อ้อ…เดี๋ยวคุณจัดยาตัวนี้ให้เธอด้วยเอาไว้ทาจะได้ไม่ทิ้งแผลเป็น”“ค่ะคุณหมอ”“หมอคะ ทำไมวันนี้มาช้าจังเลยละคะ”“ตอนนี้ยังปวดหัวอยู่ไหมครับ”หมอขิมไม่ตอบคำถามเธอและถามคำถามที่เกี่ยวกับอาการป่วยเท่านั้น“ไม่ปวดแล้วค่ะ แต่ว่า…”“ถ้าอย่างนั้นบ่ายนี้หมอจะแกะผ้าพันแผลออกและเปลี่ยนเป็นพลาสเตอร์กันน้ำให้แทนจะได้ทำความสะอาดง่ายขึ้น”“หมอมาเปลี่ยนให้เองใช่ไหมคะ”“อาการอื่นเป็นยังไงบ้างครับ มีอาการอยากอาเจียนบ้างไหม”“ไม่ค่ะ ปกติดี”“อาหารละครับ มีแพ้อะไรไหม”“แพ้กุ้งอย่างเดียวนอกนั้นกินได้หมดค่ะ หมอชอบกินแซนด์วิชทูน่าไหมคะ”มินตรายังส่งสายตาหวานไปให้เขาโดยไม่สนใจพยาบาลสาวที่แอบขำอยู่ด้านหลังกับความพยายามของเธอ แต่ดูเหมือนว่าหมอกวินทร์จะไม่ใส่ใจเธอสักนิด“ต้องการอะไรเพิ่มเติมไหมครับ”“อย่างอื่นไม่เอา แต่หมอเลิกงานกี่โมงคะ”“พยาบาลพิเศษต้องการไหมครับ”“ไม่เอาค่ะ แค่หมอแวะมาบ่อยๆก็พอ
โรงพยาบาล “เร็วเข้า”“มีนอย่าพึ่งเป็นอะไรนะมีน”“ญาติผู้ป่วยรอด้านนอกนะครับ”“หมอกวินทร์มาหรือยัง”“คุณหมอมาแล้วครับ”“คนไข้รู้สึกตัวอยู่ไหม”“สะลึมสะลือครับ”“หัวใจเต้นปกติ บาดแผลภายนอก ศีรษะถูกกระทบกระเทือน แผลเปิด เตรียมเย็บแผล”แสงไฟที่ส่องมากับสายตาคู่นั้นทำเอามินตรา นักออกแบบสาวรู้สึกว่าคุ้นเคยและเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่เธอในตอนนี้ไม่สามารถพูดอะไรได้ เสียงพูดคุยรอบๆค่อยๆเบาลงพร้อมกับสติที่หายไปมินตราจำได้ว่าพึ่งกลับมาจากงานที่ต่างจังหวัดและขับรถกลับเข้ากรุงเทพฯ รถตู้ส่วนตัวที่เธอนั่งมาเกิดเสียหลักและได้ยินว่าเบรกไม่อยู่เพราะความลื่นของถนนที่ฝนตกหนักทำให้รถนั้นเสียหลักลงข้างทาง และภาพก็ตัดไปทันทีห้องพิเศษ“อือ…เจ็บจัง”“มีน มีนฟื้นแล้ว ริต้าเร็วเข้ารีบตามหมอมา”มีนค่อยๆลืมตาขึ้นมองไปยังคนที่เข้ามาจ้องเธออยู่“มีน รู้สึกเป็นยังไงบ้าง”“แก้ม ทำไมแกมาอยู่นี่”“เฮ้อ ใจหายใจคว่ำหมด ริต้าโทรไปบอกฉันว่ารถที่แกนั่งมาประสบอุบัติเหตุตกข้างทาง นี่ดีนะที่ไม่เป็นอะไรมาก”“อืม แล้วงานล่ะ” “เรียบร้อยดี ได้สัญญามาแล้ว เดือนหน้าก็เริ่มงานได้เลย”“ค่อยยังชั่วหน่อย ถือว่าไม่ได้เจ็บตัวฟรีละนะ”“น