หลังจากวันนั้นหมอขิมก็ไม่ค่อยได้เข้ามาที่ห้องของเธอบ่อย เขาจะมาตรวจเฉพาะเวลาที่ลงตามรอบเท่านั้น และเข้ามาพร้อมกับพยาบาลราวๆสองถึงสามคนเสมอ
“ยังปวดแผลอยู่ไหมครับ”
“ปวดค่ะ และเริ่มคันๆแล้วค่ะ”
“คัน??”
“ค่ะ คันที่แผลค่ะ”
“อ้อ…เดี๋ยวคุณจัดยาตัวนี้ให้เธอด้วยเอาไว้ทาจะได้ไม่ทิ้งแผลเป็น”
“ค่ะคุณหมอ”
“หมอคะ ทำไมวันนี้มาช้าจังเลยละคะ”
“ตอนนี้ยังปวดหัวอยู่ไหมครับ”
หมอขิมไม่ตอบคำถามเธอและถามคำถามที่เกี่ยวกับอาการป่วยเท่านั้น
“ไม่ปวดแล้วค่ะ แต่ว่า…”
“ถ้าอย่างนั้นบ่ายนี้หมอจะแกะผ้าพันแผลออกและเปลี่ยนเป็นพลาสเตอร์กันน้ำให้แทนจะได้ทำความสะอาดง่ายขึ้น”
“หมอมาเปลี่ยนให้เองใช่ไหมคะ”
“อาการอื่นเป็นยังไงบ้างครับ มีอาการอยากอาเจียนบ้างไหม”
“ไม่ค่ะ ปกติดี”
“อาหารละครับ มีแพ้อะไรไหม”
“แพ้กุ้งอย่างเดียวนอกนั้นกินได้หมดค่ะ หมอชอบกินแซนด์วิชทูน่าไหมคะ”
มินตรายังส่งสายตาหวานไปให้เขาโดยไม่สนใจพยาบาลสาวที่แอบขำอยู่ด้านหลังกับความพยายามของเธอ แต่ดูเหมือนว่าหมอกวินทร์จะไม่ใส่ใจเธอสักนิด
“ต้องการอะไรเพิ่มเติมไหมครับ”
“อย่างอื่นไม่เอา แต่หมอเลิกงานกี่โมงคะ”
“พยาบาลพิเศษต้องการไหมครับ”
“ไม่เอาค่ะ แค่หมอแวะมาบ่อยๆก็พอค่ะ”
“คุณส่งรายงานนี่ไป เอาผลการสแกนไปที่ห้องผมด้วยแล้วก็จัดยาตามปกติ”
“คุณหมอคะ”
“ว่ายังไงครับ”
“คือว่า..มีนอยู่แต่ในห้องมันน่าเบื่อ ออกไปเดินเล่นที่สวนได้ไหมคะ”
“ได้ครับ แต่อย่าออกไปนาน ตากลมมากจะไม่สบายเอา”
“งั้นคุณหมอก็พามีนไปสิคะ มีนจะได้รู้ว่าเวลาไหนควรกลับเข้ามา”
มินตรายังคงส่งยิ้มให้เขา แต่สายตาที่ส่งกลับมานั้นไม่หวั่นไหวกับเธอเลยสักนิด เธอตัดสินใจแล้วตั้งแต่เมื่อคืน ในเมื่อฟ้าให้โอกาสเธอกลับมาพบกับเขาอีกครั้ง ตอนนี้เธอจะไม่มีทางยอมปล่อยเขาไปแน่
เขาไม่ใช่รุ่นพี่ในมหาวิทยาลัย และเธอก็ไม่ใช่นักศึกษาแล้ว เธอเป็นนักออกแบบตกแต่งภายในที่มีฝีมือคนหนึ่งเชียวนะ
“เอาล่ะถ้าไม่มีอะไรแล้ว”
“ตกลงคุณหมอจะพามีนไปเดินเล่นตอนไหนคะ”
“ผมขอตัว”
“เอ้า!!”
หมอหนุ่มเดินออกไปพร้อมกับพยาบาลสาวที่ทำหน้าไม่ถูก แต่มินตราที่ตัดสินใจจะเดินหน้าต่อเธอไม่สนใจ วันนี้เธอไม่ได้เป็นผู้หญิงเหนียมอายเหมือนเมื่อห้าปีก่อนอีกแล้ว ตอนนี้เธอเติบโตมาเป็นสาวมั่นสุดๆ
“หนีได้หนีไปสิคะคุณหมอเจ้าขา”
หลังจากเช้าวันนั้น เธอก็เอาแต่เดินตามหาคุณหมอกวินทร์ไปทั่วทั้งแผนก และแวะไปเดินเล่นในสวน แก้มเอาสมุดแบบมาให้เธอพร้อมกับไอแพดเพื่อให้เธอหายเบื่อและอาจจะทำงานและมีไอเดียเพิ่ม
“นี่วันก่อนฉันเจอพี่ปกรณ์ เขาถามหาแกด้วยนะ”
“เหรอ เขากลับมาแล้วงั้นเหรอ”
“อืม ไปที่บริษัทแต่ฉันไม่ได้บอกเรื่องแกหรอกนะ”
“อืม ดีแล้วล่ะ”
“นี่มีน แกแน่ใจแล้วเหรอว่าเรื่องอุบัติเหตุครั้งนี้จะไม่สืบต่อ”
“แกคิดว่าฉันควรสืบต่อไหมละ สืบไปให้รู้อะไร รู้ว่าพ่อตัวเองอยากจะฆ่าฉันเพื่อเอาไตไปให้ลูกที่เกิดจากเมียน้อยที่แย่งหุ้นของแม่ฉันงั้นเหรอ”
“มีน แกโอเคใช่ไหม เรื่องหุ้นแม่แกเราต้องเอาคืนมาได้แน่”
“ที่จริงฉันก็ไม่ได้สนใจหุ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์นั่นเท่าไหร่หรอก แต่เพราะการได้ไปของพวกเขามันไม่ถูกต้องและยังก่อกวนฉันไม่เลิก ฉันเลยต้องหาวิธีเอาคืนเท่านั้นเอง”
“แกไม่คิดจะไปคุยกับพ่อแกหน่อยเหรอ”
“ไม่ละ พอเถอะต่างคนต่างอยู่ไป ครั้งนี้พวกเขาทำไม่สำเร็จคงเริ่มกลัวบ้างแล้ว น่าจะไม่กล้ามายุ่งกับฉันสักพักตราบใดที่ยังอยากได้ไตฉันอยู่ พวกเขาจะเสี่ยงให้ฉันตายประหลาดๆไม่ได้หรอก”
“เอาเถอะ เลิกคุยเรื่องเครียดๆ ว่าแต่ แกตามจีบหมอเจ้าของไข้แกไปถึงไหนแล้วล่ะ”
“หึ ไม่ไหวว่ะ เขานี่ภูเขาน้ำแข็งของแท้เลย เจาะยังไงก็ไม่ไหวติง ไม่มีหวั่นไหวเลยสักนิด”
“แกจะยอมแพ้แล้ว?”
“ไม่มีทาง ได้ข่าวว่าเขายังไม่มีแฟน พี่แก้วตากับพี่อ้อนบอกฉัน”
“นี่แกถึงขั้นติดสินบนพยาบาลที่เคาน์เตอร์ของเขาเลยเหรอ”
“แน่นอนสิ ครั้งนี้ฉันเอาจริง มันก็ต้องลงทุนบ้างว่าไหมละ”
“เฮ้อ ผู้ชายมาจีบเป็นโขลงกลับไม่สน กลับมาตามจีบพ่อก้อนหินที่ไม่มีความรู้สึก”
“มันท้าทายดีจะตาย แต่ที่สำคัญคือ เขายังเหมือนกับเมื่อห้าหกปีก่อนไม่มีผิด นิสัย การพูดก็ไม่เปลี่ยนไปสักนิด นี่ถ้าฉันไม่ใช่คนไข้ของเขา คิดว่าเขาคงพูดแรงกว่านี้อีก”
“แกก็สู้เนอะ เขาพูดขนาดนั้นแล้ว”
“ตราบใดที่ไม่ปฏิเสธ ฉันไม่ถอยแน่ๆ”
“แกก็เผื่อใจเอาไว้บ้างนะ”
“แกคิดว่าฉันไม่เผื่อใจเลยงั้นเหรอ ฉันก็แค่อยากจะลองพยายามให้ถึงที่สุด ทดแทนสิ่งที่อยากทำเมื่อหกปีที่แล้วเท่านั้น ถ้าไปจนสุดทางแล้วเขาไม่เล่นด้วย ตอนนั้นถอนตัวออกมา ถึงจะเจ็บแต่ก็จบได้แกกับริต้าก็เตรียมไหล่ไว้ละ”
“ยังไม่ทันไรให้เตรียมไหล่แล้วเหรอ ไปเถอะกลับห้องพักกัน ออกมานานแล้ว”
“อืม ก็ได้ เพราะอาการข้างเคียงนั่น เขาเลยให้ฉันอยู่ต่ออีกสามวัน เหลือสามวันนี้คงต้องลองทุ่มสุดกำลัง”
“หมอคะ แซนด์วิชค่ะ ร้านนี้อร่อยมากเติมพลังตอนเช้านะคะ สู้ๆ”
“หมอคะ กาแฟร้านนี้อร่อยมาก มีนลองดื่มแล้ว รู้ว่าหมอชอบกินคาปูชิโน่ สั่งพิเศษมาให้เลยนะคะ อย่าลืมดื่มนะคะ”
“หมอคะ อากาศเริ่มเย็นแล้ว อย่าลืมดื่มน้ำขิงนะคะ อ้อ มีนให้ริต้าต้มมาให้ค่ะเลยแบ่งมาให้คุณด้วย”
และอีกสารพัดที่เธอส่งไปที่ห้องพักคุณหมอ ซึ่งเขาก็พยายามเพิกเฉยกับของเหล่านั้น มีแค่กาแฟที่เขาเผลอดื่มโดยไม่รู้ตัวเพราะแก้วตาบอกเขาช้า แต่นอกนั้น ถูกส่งกลับมาที่ห้องผู้ป่วยของเธอจนหมด
อีกวันถัดมาแก้วตาและพยาบาลที่เคาน์เตอร์จึงได้รับผิดชอบของที่ถูกเอาออกมาจากห้องเพราะมินตราบอกว่าไม่ต้องเอากลับมาให้เธอ
“หมอคะ ทำไมส่งกลับมาละคะ หมอไม่ชอบน้ำขิงเหรอคะ หรือว่าชอบน้ำมะตูม วันหลังจะได้เปลี่ยนให้”
“วันนี้ไม่ต้องติดพลาสเตอร์ที่หน้าผากแล้วนะครับ”
“หมอคะ แล้วแซนด์วิชไม่อร่อยเหรอคะ หรือว่าหมอไม่ชอบทูน่าแล้ว งั้นเปลี่ยนเป็นแฮมดีไหมคะ”
“ส่วนแผลที่ขา ตอนนี้แผลแห้งดีเกือบหมดแล้ว รอเปิดผ้าพันแผลและขาเดินได้ปกติก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วนะครับ”
“หมอขิมคะ ทำไมหมอถึงไร้ความรู้สึกแบบนี้ละคะ หมอเป็นหลวงจีนละทางโลกเหรอคะถึงได้ไม่สนใจผู้หญิง หรือว่าหมอ….”
“ผมชอบผู้หญิง!!”
“ก็ไม่ทันได้พูดอะไรสักหน่อย ร้อนตัวอะไรขนาดนั้นก่อน…..”
"เอาล่ะ ถ้าคุณไม่มีคำถาม…"
“มีค่ะ”
“อะไร”
“หมอไม่ชอบทูน่า ไม่ชอบน้ำขิง แต่ดื่มคาปูชิโน่ แล้วหมอชอบอะไรอีกคะ มีนจะได้เตรียมให้ถูก เสียดายของ”
“ทางที่ดีคุณดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองก่อนดีกว่า เรื่องอื่นไม่ต้องใส่ใจมาก”
“แต่มีนอยากใส่ใจนี่คะ หมอขิมคะ พวกเราเคย....”
“คนไข้ครับ!! ผมเป็นหมอ ถ้าคุณไม่มีคำถามเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วย ผมขอตัวก่อน”
“เดี๋ยวสิคะหมอ การดูแลรักษาสภาพจิตใจของคนไข้ก็เป็นหน้าที่ของหมอเหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ หมอจะมาปัดความรับผิดชอบแบบนี้ได้เหรอ”
กวินทร์ถึงกับบีบมือและหลับตาข่มใจเพื่อไม่ให้โกรธ ตอนนี้เขารู้สึกรำคาญคนไข้คนนี้สุดๆแต่ด้วยจรรยาบรรณแพทย์ถึงได้ทนคุยกับเธอแบบนี้ ทั้งของ ขนม แซนด์วิชและกาแฟที่เธอแอบเอาไปวางไว้ที่ห้องทำงานของเขา
ไหนจะโน้ตเล็กๆที่มีแต่คำพูดเลี่ยนๆนั่นที่เขาพยายามปาทิ้งวันละสิบรอบอีก ถ้าเธอยังอยู่ในโรงพยาบาลต่ออีกสามวัน เขาคงจะเป็นโรคประสาทเสียก่อน
“ผมไม่ชอบอะไรที่คุณส่งมาเลยสักอย่างแล้วก็เลิกส่งได้แล้ว ถ้ายังส่งมาอีกผมจะไม่ส่งคืนแต่จะทิ้งถังขยะ”
“หมอคะ”หมอขิมหันไปมองหน้าคนที่ถาม เขาพูดด้วยความโมโหบางทีคำพูดนี้อาจจะแรงไปหรือเปล่า เขาจึงหันกลับไป“หมออยากจะทิ้งก็ทิ้งสิคะ แต่ตราบใดที่มีนอยู่ที่นี่ต้องมีสักอย่างที่มีนรู้ว่าหมอชอบอะไร มีนจะพยายามค่ะ”เขาถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจพร้อมกับกรอกตาไปมา พูดไปก็เปล่าประโยชน์ นี่เธอไม่ได้ฟังที่เขาบอกเลยสักนิด เขาว่าเขาพูดแรงแล้วนะ หรือจะต้องบอกเธอไปตรงๆเลยว่าเขาทั้งรำคาญและไม่อยากได้อะไรจากเธอ แต่เมื่อหันไปมองหน้าเธออีกครั้ง เขากลับพูดอะไรไม่ออก จนโมโหตัวเองและเดินกลับออกมาอย่างรวดเร็ว“เฮ้อ….อีกสองวัน เตรียมตัวกินแห้วซะละมั้ง”อีกสองวันก่อนออกจากโรงพยาบาล“นี่มันอะไรกันเนี่ย…แก้วตา!!”เสียงที่ดังออกมาจากห้องพักคุณหมอทำเอาพยาบาลสาวหน้าห้องต้องมองหน้ากันและรีบวิ่งเข้าไปที่ห้องพักคุณหมอทันที“คุณหมอ มีอะไร…โห…นี่มัน…”“ผมต้องถามคุณมากกว่า นี่มันอะไรกัน”“เอ่อ ….แก้วตาพึ่งจะเข้าเวรมา ไม่ทราบเลยค่ะ”“ให้คนเอาไปทิ้งให้หมด”“แต่ว่าคุณหมอคะ นี่มันเยอะมากนะคะ”“อีกห้านาที ผมจะกลับมาใหม่ ผมไม่อยากเห็นของพวกนี้อีก”“ค่ะๆ”กวินทร์เดินออกมาจากห้องพักและตรงไปที่ห้องแลปทันทีพร้อมกับพยาบาลที่เคาน์เตอร์ที่
“คุณมีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในครั้งนี้ เขาทำคุณบาดเจ็บ และยังรับผิดชอบจ่ายค่ารักษาพยาบาลคุณทั้งหมด”“ว่ายังไงนะคะคุณหมอ คุณบอกว่า…”“ใช่ครับ เขารับผิดชอบจ่ายค่ารักษาทั้งหมดของคุณให้กับทางโรงพยาบาลและ..”“ฉันไม่รับ ฉันจะจ่ายค่ารักษาเองค่ะ”“แต่ว่าทางโรงพยาบาลออกใบเสร็จ…”“พวกคุณจะทำอย่างไรฉันไม่สน แต่ฉันไม่รับความช่วยเหลือใดๆจากเขาทั้งนั้น”“แต่ว่า เขาเป็น…”“คุณหมอคะ มีีนเหนื่อยแล้ว หมอช่วยจัดการเรื่องนี้แทนมีนทีนะคะ เงินนั่นจะเอาไปที่ไหนก็ทำไป แต่มีนยืนยันว่าจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองทุกบาททุกสตางค์”“คุณแน่ใจแล้วนะว่า…”มินตราล้มตัวลงอย่างเหนื่อยล้าและหันหลังให้กับเขาและไม่พูดอะไรอีก เขาไม่เคยเห็นเธอเงียบแบบนี้มาก่อน เธออยู่โรงพยาบาลนี้มาเกือบหนึ่งสัปดาห์ เขาชินกับการที่เธอยั่วโมโหและคอยถามเขาไม่หยุดแบบนั้น แต่พอเห็นเธอในสภาพนี้กลับรู้สึกแปลกๆ แต่นี่เป็นเรื่องในครอบครัว ซึ่งนั่นไม่เกี่ยวกับเขา“ถ้าอย่างนั้นหมอจะจัดการให้เอง เอาเป็นว่าหมอจะนำเอกสารที่เขาจ่ายค่ารักษามาให้คุณและเคลมเงินคืนกันไปก็แล้วกันนะครับ เพราะเอกสารและใบเสร็จออกมาแล้ว”“ขอบคุณค่ะ”กวินทร์เดินออกมาจากห้อง
มินตรากำแฟ้มในมือแน่น เธอรู้สึกว่าหัวโล่งและว่างเปล่าไปหมด ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอะไรก่อนดี “คุณมีนคะ”“ริต้า มีนอยากไปเดินเล่น พยุงไปหน่อยสิ”“ได้ค่ะ”ริต้ามองมีนอย่างเป็นห่วง เธอไม่อยากจะบอกเรื่องนี้ แต่เพราะอีกฝั่งหนึ่งก็กำลังจ้องที่จะหาวิธีการขอให้เธอมอบไตให้กับลูกสาวของเขา ทังๆที่มินตราก็เป็นลูกสาวของภูวดลเช่นกัน แต่ทำไมมินตราต้องเป็นคนที่เสียสละทุกครั้ง ก่อนหน้านี้เธอก็พึ่งเสียแม่ไป“ริต้า ทำไมโลกดูเหมือนไม่ยุติธรรมเลยเนอะ”“คุณมีน อย่าพูดแบบนั้นเลยนะคะ ริต้า…”มินตราเงยหน้ามองฟ้าที่ดูสดใสมากๆในวันนี้ แต่ในใจเธอกลับหม่นหมองเหลือเกิน แพรวา ลูกของภูวดลกับภรรยาน้อยที่เขาพาเข้ามาหลังจากที่แม่เธอล้มป่วย สุดท้ายบงกชก็อาศัยช่วงเวลาที่แม่เธอป่วย รวบกิจการและหุ้นของแม่เธอไปแม่เธอป่วยหนักจนต้องผ่าตัด แต่พ่อของเธอกลับไม่ดูดำดูดี เงินและอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่บงกช มินตรากราบขอร้องพ่อขอให้ช่วยแม่ของเธอไว้ แต่เขาได้แต่ส่ายหน้าพร้อมกับปล่อยแม่เธอตายไปต่อหน้า ด้วยความกลัวว่าสังคมจะตราหน้าว่าเขาทิ้งลูก ภูวดลจึงส่งมินตราไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ เธอใช้เงินทั้งหมดที่เขาส่งให้และทำงานอย่างหนักระหว่า
มินตราฟังเขาเงียบๆ แต่มือก็พับเสื้อเก็บลงกระเป๋าพร้อมกับพูดกับเขา“แต่มีนมีงานด่วนที่ต้องรีบเข้าไปสะสางค่ะ”“ผมเป็นหมอเจ้าของไข้ ผมเป็นคนตัดสินใจ”“แต่มีนมีความจำเป็นจริงๆค่ะ ถ้าแผลไม่หายดีหรือเกิดการติดเชื้อ มีนค่อยกลับมาก็ได้ คุณหมอเซ็นให้มีนออกจากโรงพยาบาลเถอะค่ะ หมอเองก็มีคนไข้คนอื่นที่ต้องดูแลไม่ใช่เหรอคะ ที่สำคัญ คุณคงรำคาญมีนมามากพอแล้ว”“เกิดอะไรขึ้น หรือว่า…เพราะว่า…”“มีนบอกแล้วยังไงละคะ มีนต้องรีบไปทำงาน นี่มีนหยุดมาเกือบสิบวันแล้วนะคะ ทำไมคะ หรือหมออยากได้ของขวัญจากมีนอีกงั้นเหรอคะ มีนส่งให้คุณหมอได้ทุกวันเลยนะคะ”“คนไข้ครับ นั่งและตั้งสติฟังหมอก่อนนะครับ ที่ผมไม่อนุญาตให้คุณออกในตอนนี้เพราะแผลคุณมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย แผลที่หน้าผากก็ยังไม่แห้งเราก็ต้องรักษาต่อเนื่อง และพรุ่งนี้คุณก็ต้องเขาสแกนอีกครั้งดูว่ามีอาการแทรกซ้อนอื่นๆหรือไม่ นี่คือหลักการในการรักษาครับ ฟังหมอนะครับ”“มีนกลับมาสแกนได้นี่คะ หรือไม่ก็สแกนตอนนี้และรอฟังผลเลย แต่ยังไงมีนก็จะออกจากโรงพยาบาลค่ะ”“คุณมินตรา ผมขอเหตุผลที่คุณต้องการจะออกจากที่นี่ นอกจากเหตุผลเรื่องงานที่ฟังไม่ขึ้นนี่ด้วย”“มีนหายแล้วค่ะคุณห
มินตรานิ่งไปทันที นี่หรือเรื่องที่เขาอยากจะคุยกับเธอ เรื่องของแพรวา ที่สุดแล้วเขาก็รู้จนได้สินะว่าเธอคือเป้าหมายที่คนพวกนั้นอยากจะได้ไตเพื่อไปรักษาแพรวา“คุณหมอมาถามเรื่องนี้ทำไมคะ”“ผมพึ่งได้รับเคสคนไข้มา และ…”“มีนไม่มีอะไรจะคุย เรื่องคนไข้ของคุณหมอก็ดี หรือเรื่องอาการป่วยของเธอก็ช่าง ทุกอย่างนี้ไม่เกี่ยวกับมีน ขอตัวค่ะ”“คุณมินตรา!! หยุดก่อน ผมไม่ได้ตั้งใจจะถามเรื่องนั้น ผมแค่อยากรู้ว่าทำไมคุณถึงไปมีเรื่องกับญาติผู้ป่วยของผม”“ผู้ป่วยของผม” หึ ใช่สิ ตอนนี้แพรวาคือคนไข้ของเขา และเขาคือหมอเจ้าของไข้และคงเลื่อนขั้นเป็นอย่างอื่นในเร็ววันนี้ เธอไม่ได้หันไปมองเขาอีก“ไม่มี เราไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกัน คุณหมออย่าได้เอาเรื่องนี้มาถามอีกเลยค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วมีนขอตัว ริต้าคงรออยู่ข้างล่างนานแล้ว ลากันตรงนี้เลยก็แล้วกันนะคะ”“เดี๋ยวครับ”มีนเดินไปบิดลูกบิดประตู แต่หมอขิมดันประตูห้องประชุมเอาไว้ไม่ให้เธอเปิดพร้อมกับมือที่เอื้อมไปจับมือเธอที่ลูกบิดเอาไว้เพื่อไม่ให้เธอเปิดประตู มินตรารู้สึกเริ่มไม่ปลอดภัย เธอจึงต้องโจมตีเขาก่อนเพื่อให้เขายอมปล่อย“หมอคะ ปล่อยค่ะ”“ผมยังคุยกับคุณไม่จบ”มีนจำเป็
มือถือคีมที่ชุบแอลกอฮอล์ไว้ชะงักลงทันทีเมื่อเธอรับสายคนแปลกหน้า เขาไม่ควรรู้สึกอะไรกับคนไข้ แต่ก็…..“เจ็บหน่อยนะครับ”มินตราไม่ได้ตอบอะไรระหว่างที่เขาแตะแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อ เธอไม่ได้มองหน้าเขา ในตอนนี้เองที่หมอกวินทร์เผลอมองใบหน้าขาวเนียนนั่นโดยไม่รู้ตัว เขาพึ่งสังเกตว่าขนตาเธองอนยาวสวยแค่ไหน แก้มเธอขาวมากเพียงใด และ…ริมฝีปากนั่นก็…..“หมอจะใส่ยาให้นะครับ”“ค่ะ”มินตราตอบกลับไปเพียงเท่านั้น เขาพึ่งรู้ว่าดวงตากลมโตนั้นมีเสน่ห์เพียงใดเมื่อได้มองแบบนี้ เขาไม่รู้มาก่อนว่าคนตรงหน้านั้นน่ารักมากเพียงใดเมื่อเธอไม่คอยวุ่นวายและพูดมากๆ ถามสิ่งที่เขาไม่อยากตอบ จนทำให้เขาอยาก….นึกจูบเธอขึ้นมาอีกครั้ง เหมือนกับที่เธอ….เคยทำกับเขา ....“เจ็บเหรอครับ”หมอขิมถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ทำให้คนที่ถูกถามทำหน้าไม่ถูก และแอบหวั่นไหวไปกับน้ำเสียงนั้น“นิดหน่อยค่ะ แผลยังไม่แห้งอีกเหรอคะ มีพลาสเตอร์แปะแบบนี้ ไปไหนอายเค้าแย่เลยค่ะ”“งั้นวันนี้หมอจะเปลี่ยนเป็นพลาสเตอร์ใสให้นะครับ เห็นแค่ผ้าซับนิดเดียว จะได้ทำอะไรสะดวกมากขึ้น”“ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณหมอ แล้วตกลง ต้องมาโรงพยาบาลอีกเหรอคะ”“อืม
“เอ๊ะ แต่ว่าน้องแพรกินยานี้มานานมากแล้วนะคะ”“และบางครั้งก็กินเกินขนาด และกินติดต่อกันมานานแล้ว ใช่ไหมครับ”“ใช่ค่ะ แต่อาการก็ไม่หายเสียที”“พวกคุณรักษาผิดทางมาตั้งแต่แรก รักษาแบบมักง่ายเอายาแรงมากินเพื่อให้อาการหาย แต่นั่นไม่ได้ทำให้อาการผู้ป่วยดีขึ้น แต่มันแค่ไปหยุดภาวะนั้นเอาไว้ชั่วคราว ไม่ใช่การรักษา และยานี่เป็นยาอันตรายและส่งผลกับไตโดยตรง หากว่าก่อนหน้านี้มีแค่โรคหอบ และเลือกรักษาด้วยวิธีปกติตั้งแต่แรกก็คงไม่มีโรคไตวายเฉียบพลันเข้ามาหรอกครับ”บงกชอ้าปากค้าง เหมือนว่าเป็นเรื่องที่คุณหมอแค่อธิบายให้เธอฟัง แต่ทำไมฟังดูแล้วเหมือนกับด่าพวกเธออย่างรุนแรง แม้แต่คนที่นอนป่วยอยู่ก็ถึงกับลุกขึ้นมา“พี่ขิมคะ อย่าไปตำหนิคุณแม่เลยค่ะ เป็นเพราะแพรไม่ดีเองที่ไมรักษาสุขภาพจนต้องเดือดร้อนคนอื่น พี่มีนเกลียดแพรก็ถูกแล้วค่ะคุณแม่ อย่าโทษพี่หมอเลยค่ะ"เขาหันไปมองคนที่เริ่มน้ำตาคลอที่นั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับแสดงท่าทางน่าสงสารนั่น"ผมจะเสนอแนววิธีการรักษา อันที่จริงแล้วอาการป่วยของคุณแพรวาไม่ได้รุนแรงถึงขนาดที่จะต้องปลูกถ่ายไตหรือรับไตจากคนอื่นขนาดนั้น แค่หยุดยาแก้โรคหอบนี่และหันไปรักษาอย่างถูกวิธีก็ร
บ่ายวันนั้น“ครับคุณพ่อ อะไรนะครับ แต่ว่าตอนบ่ายผมมีนัดคนไข้เอาไว้…. ก็ได้ครับที่ไหนครับ ได้ครับ”สายด่วนจากคุณเกริกเกียรติทำให้กวินทร์ต้องรีบจัดแจงและถอดเสื้อกาวน์และเดินออกจากห้องพักแพทย์ทันทีร้านอาหาร“ขิม ทางนี้ลูก”กวินทร์เดินไปหาคุณพ่อที่มาถึงก่อนหน้านั้นพร้อมกับ….“คุณภูวดล สวัสดีครับ”“สวัสดีหลานชาย ขอโทษที่ต้องรบกวนเวลานะ”“ครับ คุณพ่อ เรียกผมมามีอะไรเหรอครับ”“คุณภูวดล ลองคุยกับตาขิมเถอะครับ เรื่องนี้ผมคงตัดสินใจเองไม่ได้”กวินทร์หันไปมองหน้าภูวดลสลับกับพ่อของเขาที่เป็นรองผู้อำนวยการที่โรงพยาบาล “คือว่า ลุงมีเรื่องอยากจะขอให้คุณหมอช่วย อาการของแพรวาถึงขั้นวิกฤตแล้ว ตอนนี้ต้องจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ดังนั้นลุงเลยจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากคนคนหนึ่ง”“คุณภูวดลหมายถึงใครเหรอครับ”แม้เขาจะทราบอยู่แล้วว่าภูวดลหมายถึงใคร แต่เขาจะช่วยในเรื่องนี้ได้ยังไงในเมื่อมินตราเองก็เข้าใจผิดเขาอยู่ในเรื่องนี้เช่นกัน“คือลุงแค่..ลุงแค่อยากไปคุยกับลูกสาวอีกคน แต่ว่า…เรื่องของลุงกับลูกสาวคนนี้..มินตราน่ะ คนที่เคยเป็นคนไข้ของคุณหมอ”“คุณมินตราเป็นลูกของคุณลุงงั้นเหรอครับ แต่ทำไมวั
ปกรณ์ตื่นมาในตอนเช้าและคว้าไปที่ที่นอนข้างๆ สงครามบนเตียงของเขากับริต้าจบลงเกือบรุ่งเช้าของอีกวัน เขารู้แน่ว่าครั้งนี้ต้องทำอะไร จากที่สับสนในหัวใจมานานว่าเขาชอบใครกันแน่“ริต้า!! ไปไหนแล้วละ”เขาเด้งตัวที่เปลือยเปล่าพร้อมกับเดินออกไปอาบน้ำทันที เขาเห็นว่าริต้าเก็บชุดให้เขาแล้วก่อนจะออกไป เมื่อถูกน้ำอุ่นที่รดศีรษะลงมาจึงได้เริ่มเข้าใจว่าเมื่อคืนนี้เป็นคืนที่ดุเดือดจริงๆเธอทิ้งทั้งรอยจูบและรอยกัดไปทั้งตัวเขา แต่เขากลับรู้สึกชอบมันมากกว่าจะรู้สึกรังเกียจ แต่ตอนนี้เขาต้องเร่งเดินหน้าจีบริต้าและให้เธอยอมรับเขาเร็วๆเสียทีบริษัทของมินตรา“วันนี้คุณมีนไม่มาทำงานเหรอครับ”“วันนี้คุณมีนมีนัดลูกค้าข้างนอกค่ะ”“แล้วคุณริต้าละ”“อยู่ในห้องทำงานค่ะ”“อ้อ งั้นผมไปหาเธอเอง”“แต่ว่าคุณริต้า…กลังมีแขก…ค่ะ”ปกรณ์ไม่ทันได้ฟังจบเขาก็เดินเข้าไปที่ห้องของเธอทันที เมื่อเดินเข้าไปก็พบว่าเธอกำลังจับมือกับอีกฝ่ายอยู่ เขาจึงเดินเข้าไปปัดมือผู้ชายคนนั้นออกทันที“นี่คุณทำอะไรเมียผมน่ะ ผมจะแจ้งความ”“ปล่อยนะคะคุณปกรณ์ นี่ใครปล่อยให้คุณเข้ามาในนี้ ขอโทษด้วยนะคะ”“ไม่เป็นไรครับผมเข้าใจ อารมณ์หนุ่มเลือดร้อนก็เป็นแบ
ผับชื่อดัง“คุณปกรณ์คะ คุณเมาแล้วนะคะ”“ริต้า ทำไม เป็นเพราะอะไร ผมด้อยกว่าหมอคนนั้นตรงไหน ทำไมมีนถึงไม่เลือกผม”“คุณปกรณ์คะ เรื่องนี้คุณมีนบอกคุณไปแล้ว”“ผมรู้ ผมรู้แต่ก็ยังทำใจไม่ได้ ไม่สิ ผมรู้สึกเสียหน้า รู้สึกเสียใจและ….ทำไม”“กลับเถอะค่ะ ริต้าไปส่งคุณเอง”“ทำไมคุณต้องคอยมาดูแลผมด้วย”“เป็นคำสั่งคุณมีนค่ะ”“หึ คุณนี่ ทำทุกอย่างที่มีนสั่งอย่างตั้งใจจริงๆ”“ไปเถอะค่ะ”ริต้าประคองปกรณ์ที่แทบจะเดินไม่ไหวออกจากผับไปที่รถ เมื่อเขานั่งได้และเธอเดินมาที่นั่งคนขับและดึงเข็มขัดมาคาดให้เขาอย่างระวัง มือหนานั้นรีบคว้าแขนเธอทันที“ริต้า…ถ้ามีนสั่งให้คุณนอกนกับผม คุณก็จะทำงั้นเหรอ”“คุณปกรณ์คะ คุณเมาแล้ว ปล่อยเถอะค่ะ ริต้าจะขับรถ”“ตอบผมมาก่อนสิ คุณจะทำไหม”“ปล่อยริต้าค่ะ ไม่อย่างนั้น....”เขายอมปล่อยเธอทันที แม้จะเมาแล้วแต่เขาไม่มีทางลืมวิชาหมัดมวยของริต้า เธอเก่งทุกวิชาการต่อสู้จนเขาไม่กล้า เมื่อเขาปล่อยแล้วริต้าจึงรีบขับรถมุ่งตรงไปที่คอนโดของปกรณ์ทันที “ถึงแล้วค่ะ คุณปกรณ์คะ”ดูเหมือนว่าเขาจะหลับไปแล้ว ริต้าเลยต้องเดินไปเปิดประตูและพยุงเขาขึ้นลิฟต์ไปจนถึงห้องและเปิดประตูเพื่อพาเขาเข้าไปในห
หนึ่งเดือนถัดมา “หมอคะ ชุดนี้”“โป๊ไป ไม่เอา”“แล้วชุดนี้”“แหวกลึกเกิน”“ชุด..”“สั้นไป”“เอ่อ.…”“ทำไมต้องมีรูด้านข้างด้วย”“หมอ!! ตกลงจะได้สักชุดไหมคะ หาทั้งตู้แล้ว”“ไปซื้อใหม่ เดี๋ยวผมพาไป”“แต่มันจะใกล้วันแล้ว”“ชุดพวกนี้ไม่ผ่านเลยสักชุด ไม่โป๊ไปก็โชว์สัดส่วนไป ทำไมคุณชอบมีแต่ชุดแบบนี้นะ ก่อนหน้านี้ไม่เห็นว่าจะใส่แบบนี้เลย”“ก็ใส่เพื่ออ่อยคุณไงละคะ”“งั้นเหรอ ผมไม่เคยเห็นสักครั้ง”“ใช่สิคะ ก็คุณตอนนั้นเคยมองมีนเสียที่ไหนกัน”“ที่จริงอ่อยผมไม่ยากเลย แค่สวมชุดคลุมอาบน้ำตัวเดียวก็อ่อยได้แล้ว”“ทะลึ่ง!!”“งั้นชุดนี้ละคะ เข้ากับสีชุดของคุณด้วย”“อืม เข้าท่านะ เดรสสั้นสีครีมดูเป็นสาวมั่นดี ผมชอบ”“เฮ้อ…ได้เสียที” “แล้วชุดเพื่อนเจ้าสาวละ อย่าลืมนะครับ”“แพคใส่ถุงสูทเรียบร้อยแล้วค่ะ เอาวางไว้กับสูทของคุณ”“งั้นไปกินข้าวกันครับ คุณพ่อรออยู่ที่ร้านแล้ว”“ก็ได้ค่ะ ไปกันค่ะ”วันเดินทาง“หมอคะ กระเป๋าเอาลงมาหมดหรือยัง”“เหลือกระเป๋าถือคุณนี่แหละ นี่ครับ”“ขอบคุณค่ะ แล้วคนอื่นๆละคะ”“ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ผมจะขับรถไปเองไปกันเถอะ"มินตราและหมอขิมขึ้นรถและขับมุ่งตรงไปที่โรงแรมที่พัทยา ซึ่งงานนี้
หมอหนุ่มส่งยิ้มให้กับแฟนสาว ยิ้มเจ้าเล่ห์นั่นทำเอามินตรารู้สึกว่าเขากำลังจะเอาคืนเธอเป็นแน่“หมอคะ หมอคงจะไม่….”“ทำไมล่ะ เริ่มกลัวแล้วเหรอ ไม่ต้องกลัว ผมก็แค่….จะกินคุณ”“แต่ว่า….อ๊ะ เดี๋ยวสิคะ อื้ออ….”ลิ้นนั้นโลมเลียไปที่โคนอวบหน้าอกอิ่มก่อนจะขึ้นไปหยุดที่ริมฝีปากอิ่มแขนทั้งสองข้างของมินตราถูกตรึงขึ้นพร้อมกับเชือกสายรัดชุดคลุมอาบน้ำที่ถูกเขาเริ่มมัดเอาไว้ ให้ตายเถอะ เขามัดได้แน่นกว่าเธอเสียอีก ความชำนาญในการมัดนี้ไม่ธรรมดาเลย เธอประมาทเขาเกินไปแล้ว“หมอคะ จะทำอะไรก็รีบ…อ๊าา…ทำสิ…อื้ออ…”ลิ้นสากค่อยๆลากไปทั่วจนมาหยุดอยู่ที่วงแขนขาวเนียนของเธอเมื่อเขาเริ่มพรมจูบไปทั่วทำเอามินตราบิดเร่าไปมาเพราะความเสียวซ่าน “หมอคะ มีน…อ๊าา หมอ…”“ต้องแบบนี้ถึงจะเรียกว่ากินทั้งตัว”“หมอ….ทำไมมัดแน่นแบบนี้ อ๊าา….อึ๊กก….”เขาจับเธอพลิกตัวให้นอนคว่ำและเริ่มสอดใส่เข้าจากด้านหลังพร้อมกับยกบั้นท้ายเธอให้ลอยขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกระแทกไปไม่ยั้งจนมินตราร้องออกมาสุดเสียงเพราะความแน่นและเสียว“อรึ๊ยย…อ๊าา หมอ เร็วเข้า แรงกว่านี้อีก อ๊าา..”“เพี๊ยะ!!”“อ๊าา หมอ ได้โปรด ตีอีกสิคะ อ๊าา”“เพี๊ยะ!!”“นึกไม่ถึงว่าแฟนของ
บงกชถึงกับถอยกรูดและล้มลงทันทีเมื่อทนายบอกเรื่องนี้กับเธอ ซึ่งเท่ากับว่าเธอพลาดอะไรบางอย่างไป เพราะก่อนหน้านี้เธอไม่เคยทราบว่ามีคนที่รู้เห็นในเรื่องนี้“ไม่จริง เอาอะไรมาพูด”“บอกชื่อมา”พยานทั้งสองบอกชื่อให้กับศาลทราบคนหนึ่งคือสมานที่กวินทร์บอกให้ปกรณ์ไปช่วยเหลือให้แยกห้องขังออกมาเพื่อกันตัวเอาไว้เพื่อความปลอดภัยเรื่องนี้บงกชไม่เคยทราบมาก่อนว่าหมอขิมได้บอกให้สมานซึ่งเป็นคนขับรถเก่าของคุณพ่อซึ่งก่อคดีฆ่าคนตายเพราะแก้แค้นให้ลูกชายตัวเองจึงได้มาติดคุกเพื่อชดใช้ความผิด เขายินดีช่วยกวินทร์และติดตามภูวดลเงียบๆตั้งแต่ภูวดลเข้ามาในคุก“นี่คือจดหมายที่คุณภูวดลเขียนเอาไว้ก่อนที่จะโดนฆ่าในคุก เขารู้ว่าแพรวาถูกฆ่ามาจากเจ้าหน้าที่ เขารู้ทันทีว่าทั้งหมดนั่นเป็นแผนของภรรยา จึงได้รีบขอกระดาษและดินสอจากเจ้าหน้าที่เพื่อเขียนทุกอย่างเอาไว้และฝากผมซึ่งเป็นเพื่อนในห้องขังของเขา”ในจดหมายนั่นบอกทุกความผิดที่เขาสารภาพเอาไว้ ตั้งแต่บงกชวางแผนฆ่าภรรยาคนแรก ซึ่งก็คือแม่ของมินตรา เธอไม่อาจทนฟังได้ กวินทร์กอดมินตราเอาไว้เมื่อศาลอ่านจดหมายนั้น และพูดถึงเรื่องยาที่บงกชแอบเอาเข้ามาและยังแอบให้คนใช้เอาปนมากับยาที่
“คุณพอจะรู้สาเหตุไหมครับ”“คุณกร ผมมีเรื่องให้คุณช่วย”“ว่ามาเลยครับ”“คุณช่วยให้คนของคุณ ไปหาเจ้าหน้าที่ที่ชื่อพรพิมล กับนักโทษชายที่ชื่อสมาน และดูแลความปลอดภัยให้พวกเขาที สองคนนี้จะเป็นพยานให้เราได้”“หมอคะ นี่คุณ…”“ผมแค่ป้องกันเอาไว้ แต่ไม่นึกว่าจะมีเรื่องเกิดขึ้นจริงๆ”“ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย คุณหมออยากได้อะไรอีกไหมครับ”“อ้อ มีอีกสองคนที่คุณต้องไปหา…”“ตกลง พวกคุณพักผ่อนไปก่อนนะ ที่นี่ปลอดภัย ไม่มีนักข่าวขึ้นมาได้แน่เพราะเป็นที่พักส่วนตัวของผู้บริหารโรงแรม”“ขอบคุณนะกร ช่วยมีนอีกแล้ว”“อย่าลืมเงินรับขวัญหลานหนักๆ”“ได้อยู่แล้ว”ปกรณ์ยิ้มให้ทั้งคู่และเดินออกจากห้องไปพร้อมกับแจ้งเรื่องกุญแจและแม่บ้านให้หมอขิมก่อนจะออกไปว่าให้พวกเขาสั่งอาหารจากที่นี่ จะมีคนนำมาส่งให้ที่ห้องจะได้ไม่ต้องออกไป“มีนครับ”“มีนไม่กลัวแล้วค่ะ มีนมีคุณอยู่ทั้งคน”“ผมไม่มีทางยอมให้ใครมาทำร้ายคุณได้ เรื่องทั้งหมดมันจงใจชี้ความผิดมาที่คุณ ตอนนี้คุณต้องตั้งสติให้ดีก่อน เชื่อผมนะ”“มีนแค่ตกใจค่ะ ไม่คิดว่าทั้งสองคน….”“ลงมือโหดเหี้ยมแบบนี้ ไม่เว้นแม้แต่ในคุก นี่คงเป็นความหวังสุดท้ายของหมาจนตรอกแล้วล่ะ”วันขึ้นศาล
กวินทร์เดินมารวบตัวเธอขึ้นมาทันทีพร้อมกับจูบเธอเนิ่นนาน มินตรามองหน้าของเขาที่ยิ้มส่งกลับมาให้เธอ “ผมลุ้นแทบตาย กลัวว่าคุณจะไม่ตกลง”“หมอลืมแล้วเหรอคะว่ามีนเดินหน้าจีบคุณก่อน ตื๊ออยู่ตั้งนานแต่คุณไม่หันมามองเลย”“ตอนนั้นผมคิดว่าคุณไม่จริงจังและอยากเอาชนะเท่านั้น”“มีนดูไม่จริงใจแบบนั้นเลยเหรอคะ”“ผมไม่รู้นี่ครับ ไม่เคยเจอแบบนั้นมาก่อน คิดว่าคุณล้อเล่นกับความรู้สึก ตอนนั้นผมไม่พอใจมากๆเลยนะ แต่พอคุณหันหลังให้ผมเท่านั้นแหละ ถึงได้รู้ใจตัวเอง…ว่าชอบคุณเข้าไปแล้ว”“ความรู้สึกช้าจังเลยนะคะ”“ผมขอโทษแล้วไงครับ”“แต่มีนเองก็ผิดจริงๆค่ะ มีนไม่รู้ว่าควรจะเข้าหาคุณยังไงก็เลยใช้วิธีแบบนั้น ก็ไม่ผิดที่หมอจะเข้าใจแบบนั้น ก็ตอนที่เรียนอยู่ มีนเคยบังเอิญไปได้ยินคุณปฏิเสธผู้หญิงคนหนึ่งในหอสมุดอย่างรุนแรง ต่อว่าเธอจนเธอร้องไห้ออกไป มีนเลยกลัวคุณตั้งแต่วันนั้น เพราะความไม่มั่นใจนั่นเลยเก็บความรู้สึกไว้เกือบสิบปี"“สิบปีเลยเหรอ ครั้งนั้นคุณได้ยินผมพูดอะไร”“ก็คุณปฏิเสธไปรุนแรงมากขนาดนั้นเป็นใครก็กลัวค่ะ”“ในตอนนั้นผมมีเป้าหมายในชีวิตชัดเจนมากคืออยากเป็นหมอก็เลยไม่สนใจเรื่องอื่น”"เหมือนฟ้าเล่นตลกนะคะ ม
“แล้วนี่เรา…”“คุณไม่ต้องไปหรอก ให้ริต้าไปดูแทนก็แล้วกัน”“สาเหตุละคะ หรือว่าเป็นเพราะเรื่องของแม่เธอ”“คงใช่ รีบกินเถอะครับจะเย็นหมดแล้ว”มินตรารู้สึกไม่ค่อยดีเมื่อได้รับข่าวเรื่องนี้ เธอรู้สึกว่าไม่สบายใจขึ้นมาไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่หมอขิมก็เอื้อมมือมาจับเธอเอาไว้“ไม่ต้องคิดมากนะ ผมรู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่ เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับคุณ คุณไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้เธอตัดสินใจแบบนี้”“คุณจะไปดูเธอไหมคะ”เขาหันไปมองแฟนสาว เขาเริ่มรู้แล้วว่าเธอกังวลเรื่องอะไร เขาหันไปมองหน้าเธอพร้อมกับมือที่ยังจับเธอเอาไว้“หากว่าผมจะไป ผมจะไปกับคุณจากนี้จะไม่ไปพบเธอเพียงลำพังอีก ดีไหมครับ แบบนี้คุณสบายใจขึ้นไหม”“ก็แค่ถามดูเท่านั้นเอง”“ผมก็แค่พูดเท่านั้นเอง”“กินข้าวไปเลยค่ะ หมอคะ มีนอยากไปดูเธอหน่อย”ช้อนที่ตักข้าวต้มขึ้นมาชะงักเล็กน้อยก่อนจะส่งเข้าปากพร้อมกับคว้าผ้าเช็ดปากมาเช็ดและหันมาหาเธออีกครั้ง“คุณอยากไปเหรอครับ”“ค่ะ มีนอยากไปพบเธอสักครั้ง”“ก็ได้ งั้นกินเสร็จแล้วผมขอเคลียร์งานที่แผนกหน่อย วันนี้ไม่มีเคสอะไรด่วน ผมจะพาคุณไป”“ขอบคุณค่ะหมอ”โรงพยาบาลกรมราชทัณฑ์“เชิญทางนี้เลยครับ”“หมอคะ คุณ..เข
มินตราโผเข้ากอดเขาทันที เธออยากกินเขาขึ้นมาจริงๆเมื่อเขาอนุญาต มินตราก้าวขาพาดคร่อมไปที่ตัวเขาที่เริ่มเอนเบาะลงเพื่อรองรับตัวเธอ มือเธอเริ่มปลดกระดุมของเขาออกและเริ่มล้วงลงไปด้านในกางเกง สแล็คพอดีตัวนั้นทันที “อาา…มีนใจเย็นๆ ผมขอปลดเข็มขัดก่อน”เข็มขัดแบรนด์ดังถูกปลดออกพร้อมกับความช่วยเหลือของเธอกระโปงสั้นตัวจิ๋วของมินตราถูกถลกขึ้นมา นิ้วเย็นๆของหมอขิมล้วงเข้าไปทันที“อ๊าา หมอคะ นิ้วคุณเย็นจัง มีนเสียว อ๊าา ซี๊ด…”“จัดการเองเลยที่รัก อาา….เบาๆนะครับ”“อื้อ หมออ….อ๊าา ดูดนมให้หน่อย อ๊าาา…”“อื้มมม นมเมีย…หวานจัง อ๊าาา เมียจ๋า ขย่มแรงๆหน่อย”“อื้อ ไหนบอกเมื่อกี้ให้เบาๆ อ๊าา หมอ มีน…อ๊าาา”“ผมก็ไม่ไหวแล้ว มีนนน…”“อ๊า!!!….หมอ….”เสื้อที่หลุดลุ่ยพร้อมกับร่างที่พาดไปที่ไหล่ของแฟนหนุ่มหอบจนหมดแรง มือหนาค่อยๆลูบหลังเพื่อปลอบเธอเบาๆ “กลับบ้านกันนะครับ”“ขามีน….ชาไปหมดเลยค่ะ”“ค่อยๆขยับนะครับ”มีนค่อยๆขยับกลับมายังเบาะของตัวเอง หมอขิมหันไปจัดเสื้อให้เธอพร้อมกับสวมชั้นในกลับให้เธอและขับรถออกจากที่นั่นทันที ฝนเริ่มตกแล้ว มินตราผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนล้าเพราะตากแดดที่หน้างานลูกค้ามาและยังมารั