“...”เฮดลีย์จนปัญญาถึงกับแทบอยากจะฆ่าตัวตายไปซะข่าวที่ฌอนชิงตัวแคทเธอรีนไปแพร่สะพัดไปทั่วออสเตรเลียจนตอนนี้มันสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักไปทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตชาวเน็ตกําลังโจมตีคุณชายใหญ่ฮิลล์บนเว็บไซต์ทางการของฮิลล์ คอร์ปอเรชั่น แต่เขายังคงยืนกรานที่จะจัดงานแต่งงานเฮดลีย์รู้สึกอยากเตือนเขาว่าผู้หญิงที่เขาอยากจะแต่งงานด้วยนั้นได้แต่งงานกับคนอื่นไปแล้ว‘คุณชายใหญ่ฮิลล์ ความเจ็บป่วยของคุณกำเริบฉับพลันอีกหรือเปล่า?’เพื่อเห็นแก่ศักดิ์ศรีของคุณชายใหญ่ฮิลล์ เฮดลีย์ ไม่กล้าพูดออกไปหรอก เขาตกลงทำตามชายคนนั้นอย่างไม่เต็มใจ…ห้าชั่วโมงต่อมาเฮลิคอปเตอร์ลงจอดบนเกาะส่วนตัว ตรงกลางของเกาะเป็นคฤหาสน์ใหญ่หลังหนึ่งที่โอบล้อมรอบด้วยพื้นที่ทั้งเกาะในขณะนี้บรรดาคนรับใช้ในคฤหาสน์กําลังสาละวนอยู่กับการตกแต่งคฤหาสน์ด้วยดอกกุหลาบมากมายฌอนค่อย ๆ วางแคทเธอรีนไว้บนเตียงในห้องนอนใหญ่นอกหน้าต่างบานเปิดขนาดใหญ่เดินเข้าออกได้คือมหาสมุทรสีน้ำเงินดั่งท้องฟ้าใสไร้เมฆทอดยาวสุดสายตาจรดไปถึงเส้นขอบฟ้าสถานที่แห่งนี้สงบเงียบจนฌอนคลายความบ้าระห่ำลงไปจากช่วงก่อนหน้า เขาถึงกับเฝ้ามองดูแคทเธอรีน
ยังไงก็ตามการเผชิญหน้ากับฌอนที่ปฏิบัติตัวเยี่ยงนี้ทําให้แคทเธอรีนได้แต่ขนลุกเขาช่างน่ากลัวมากเหลือเกินระหว่างงานแต่งงานก่อนหน้านี้กับตอนนี้ทําตัวแตกต่างไปจนไม่เหลือเค้าเดิมได้ยังไง?เขากำลังหลอนจากโรคจิตเภทหรือเปล่าเนี่ย?แคทเธอรีนคิดอยู่ว่าถ้าหากเธอต้องการวิ่งหนีไปต่อด้วยเท้าเปล่าคงจะไม่เหมาะ หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งเธอถึงสวมรองเท้าแตะเมื่อฌอนปล่อยเธอ เธอก็รีบวิ่งออกไปเหมือนหญิงบ้ามันเป็นสถานที่แปลกตาราวกับป้อมปราสาทขนาดใหญ่ ผนังตกแต่งด้วยดอกกุหลาบมากมาย สายริบบิ้น และธงยาวหลากสีตกแต่งงานเลี้ยง มองดูแล้วให้บรรยากาศรื่นเริงสนุกสนาน ดูราวกับว่างานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่เพิ่งจะเริ่มดำเนินขึ้น ณ บัดนี้ได้เวลาที่ทั้งคู่จะใช้เวลาค่ำคืนแรกของพวกเขาอยู่ด้วยกันบรรดาคนรับใช้ที่เดินผ่านแคทเธอรีนมีใส่ชุดสีดำขาว พวกเขาทั้งหมดยิ้มกว้างให้เธอและทักทายเธอเป็นครั้งคราวว่า “สวัสดีคุณผู้หญิง”แคทเธอรีนพบว่ามันน่าขนลุก เธอจึงวิ่งให้เร็วยิ่งขึ้นอีกแต่ว่าเธอเร่งรีบออกจากคฤหาสน์ไปก็เท่านั้นเพราะเจอคฤหาสน์อีกหลังที่ข้างนอกหลังจากวิ่งไปอยู่เป็นเวลานาน เธอก็วิ่งเข้าไปในป่าแปลก ๆ ไม่คุ้นตา และแล้วทั้
สีหน้าฌอนดูหงุดหงิดขึ้นมาทันทีแคทเธอรีนบอกเขาตั้งหลายครั้งแล้วว่าเธอไม่ได้รักเขา และเขารู้ว่าเธอหมายความตามนั้นเขาทําให้ผู้หญิงหมดรักเขาได้จริง ๆ สินะฮ่าฮ่า“ถึงคุณจะไม่รักผมก็ไม่เป็นไร ตอนนั้นคุณเคยรักผมและตอนนี้ถึงคราวของผมแล้วที่จะรักคุณ ได้เวลาที่คุณต้องทรมานผม มันก็ยุติธรรมแล้ว”ทันทีที่ฌอนพูดจบ เขาก็จับแขนเธอและดึงตัวเธอเข้าในอ้อมกอดของเขา“คุณทำอะไรน่ะ? ปล่อยฉันไปฌอน ทำแบบนี้คุณไม่ได้ทําให้ฉันทรมานคุณ ตรงกันข้ามคุณกําลังทรมานฉันอีกครั้ง” แคทเธอรีนดิ้นอย่างโกรธเกรี้ยวและถึงกับเล่นงานเขาด้วยโลแกนเป็นคนสอนศิลปะการต่อสู้ให้เธอ แต่ไม่นานเธอก็แพ้ฌอนใช้กำลังอุ้มเธอไปที่คฤหาสน์ พ่อบ้านเดินมาหาเขาแล้วกล่าวว่า "คุณชายฮิลล์ครับทุกอย่างในโบสถ์พร้อมแล้ว"แคทเธอรีนเกิดความรู้สึกผิดหวัง หลังจากที่เธอถูกนําตัวไปที่โบสถ์ เธอมีลางสังหรณ์ไม่ดีเมื่อได้เห็นการตกแต่งต่าง ๆ ในสถานที่จัดงาน ดูเหมือนพิธีแต่งงานกำลังจะเริ่มขึ้น “คุณกําลังพยายามทําอะไรอยู่เหรอ? ฉันมีพิธีแต่งงานกับเวสลีย์ในบ่ายวันนี้แล้ว”“ลืมมันไปซะ วันนี้เป็นงานแต่งงานของเรา” ฌอนใช้กำลังบังคับลากเธอไปหาบาทหลวง “เราเริ่มพิธ
“แคธี่ นี่คือห้องของเรา คุณชอบไหม?” ฌอนวางแคทเธอรีนลงบนเตียงและโน้มตัวไปจูบเธอ“ฌอน อย่าเข้ามานะ” แคทเธอรีนซึ่งใกล้จะสติแตก ผลักร่างของเขาออกไป เธอกลัวมากจนน้ำตาเอ่อล้นดวงตาของเธอ“แน่นอนผมต้องเข้าหาคุณสิ ผมเป็นสามีคุณ คืนนี้เป็นคืนแรกของเราในฐานะคู่แต่งงานนะ”ฌอนบังคับร่างที่งามสง่าและหล่อเหลาอยู่บนตัวเธอ เข่าของเขากดลงบนเตียง และกลิ่นอายของความเป็นชายก็โอบล้อมแคทเธอรีนทันที“คุณไม่ใช่สามีของฉัน สามีของฉันคือเวสลีย์ ลียงส์!” แคทเธอรีนตะโกนอย่างควบคุมไม่ได้ “ถึงแม้ว่าคุณจะจัดงานแต่งงานกับฉันและกล่าวคำปฏิญาณ แล้วยังไงเหรอ? หรือแม้แต่ห้องคู่บ่าวสาวนี้ มันก็ไม่ลบความจริงที่ว่าฉันแต่งงานกับเวสลีย์เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากฉันจดทะเบียนสมรสกับเขาแล้ว การแต่งงานของเราก็ถูกกฎหมาย”"หุบปาก!"ทันใดนั้นฌอนก็ผลักเธอและใช้มือขวาของเขาปิดปากเธอไว้ ดวงตาคู่ลึกของของเขานั้นเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมเขาพยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่นึกถึงมัน แต่ทําไมเธอต้องยั่วยุเขาด้วยการเตือนอยู่เสมอ?แบบนั้นมันทำให้เลือดของเขาใกล้ถึงจุดเดือด เขารู้สึกราวกับว่าเขากำลังจะคุมอารมณ์ไม่ไหว เขาจึงพยายามควบคุมตัวเองอย่างเต็
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังติ๊งหนึ่งจากโทรศัพท์ของเวสลีย์เขาได้รับข้อความแปลกประหลาดข้อความหนึ่งเขาคลิกเปิดมันดูพบว่ามีคลิปวิดีโอสั้น ๆ คลิปหนึ่งในวิดีโอ ถึงไฟไม่ได้เปิดอยู่แต่เขาสามารถมองเห็นเงาร่างของคนทั้งสองบนเตียงอย่างชัดเจน เขาจําน้ำเสียงออดอ้อนของแคทเธอรีนได้ทันใดนั้นเขารู้สึกราวกับว่าหัวใจของเขาระเบิดออกมาเวสลีย์ไม่ใช่คนโง่ เขาบอกได้ว่าพวกเขากําลังทําอะไรกันอยู่อย่างไรก็ตาม เขาไม่อยากจะเชื่อเลย เขาหวาดกลัวที่จะคิดถึงมัน...คืนนี้ควรจะเป็นคืนแรกของเขากับเธอสิ เขาคาดหวังให้มีวันนี้มาราวชั่วนิรันดร์นับตั้งแต่เขาได้พบกับแคทเธอรีนในเมลเบิร์น เขาก็ตกหลุมรักเธอเมื่อเธอตอบรับคำขอแต่งงานของเขา เขาก็รู้สึกดีใจมากทีเดียว ถึงแม้ว่าพวกเขาจัดงานแต่งงานเล็ก ๆ แต่ว่าเขาก็ทุ่มเทกับการตกแต่งต่าง ๆ ไปมาก ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงของเขาจะลงเอยด้วยการอยู่กับฌอนในคืนนี้“ฌอน ฮิลล์ ฉันจะทําให้แกตกนรกทั้งเป็นไม่ช้าก็เร็ว”เวสลีย์เตะโต๊ะกาแฟตรงหน้าเขา ใบหน้าที่หล่อเหลางามสง่าของเขาเปลี่ยนเป็นโหดร้ายสุดขีด“แคทเธอรีน โจนส์ด้วย ทําไม... ทําไมคุณถึงทำกับผมแบบนี้?”สายตาเขาอัดแน
ดวงอาทิตย์สีส้มค่อย ๆ ลอยขึ้นเหนือเส้นขอบฟ้าตัดกับท้องทะเลจนกระทั่งเที่ยงวันแคทเธอรีนก็ค่อย ๆ ลืมตาที่อ่อนล้าของเธอเมื่อเธอลุกขึ้นมาพบว่าเธออยู่ลำพังบนเตียงยุ่ง ๆ ที่มีกลีบกุหลาบทั่วทุกมุมเมื่อลมทะเลพัดผ่านผ้าม่านบนหน้าต่างก็ปลิวไสวดวงตาของเธอนิ่งงัน เธอไม่เคยคิดว่าเธอจะทรยศเวสลีย์เธอพยายามต้านทานฌอนอย่างสุดกําลังเมื่อคืนนี้ แต่ผู้ชายคนนั้นดื้อรั้นและทําตัวอย่างกับคนบ้า ร่างกายของเธอยังระบมอยู่จนถึงตอนนี้เธอยกผ้าห่มขึ้นและซ่อนตัวอยู่ข้างใต้ เธอขดตัวม้วนกลมเป็นลูกบอลเธอไม่กล้าจินตนาการไปว่าตัวเองจะมีหน้าไปเจอกับเวสลีย์ผู้น่ารักได้ถึงแม้ว่าเธอจะหนีออกจากที่แห่งนี้ไปได้แล้วก็ตามเธอไม่คู่ควรกับเขา เธอไม่คู่ควรเลยจริง ๆทันใดนั้นเองประตูห้องก็ถูกผลักให้เปิดออก ผู้หญิงคนหนึ่งในวัยราว 40 ปีเข้ามาพร้อมกับกองเสื้อผ้าที่พับเรียบร้อย “คุณผู้หญิงตื่นแล้ว นี่คือเสื้อผ้าสำหรับคุณไว้เปลี่ยนมาใส่ คุณอยากอาบน้ำไหมคะ”"ไปให้พ้น!" แคทเธอรีนกวาดข้าวของทุกอย่างออกจากถาดบนโต๊ะข้างเตียงเหมือนคนบ้า เธอเอามือกุมรอบศีรษะไว้ด้วยท่าทางอ่อนแรง ผมยุ่งกระเซิงของเธอปรกอยู่บนไหล่ผู้หญิงคนนั้นตกใจมา
“ฌอน...ฌอนฮิลล์ ไหนคุณบอกว่าจะไม่ทําร้ายฉันอีก คุณจะกลับคําพูดของคุณหรือไง?” แคทเธอรีนพูดอย่างทุกข์ใจ “ก็คุณไม่เคยทำตามสัญญาเลยไม่ว่ายังไง”ทันใดนั้นร่างที่โกรธเกรี้ยวของฌอนก็แข็งราวกับว่าเขาเป็นอัมพาตไปแล้วเขาลดสายตาลงในขณะที่ผู้หญิงคนนั้นจ้องมองเขาอย่างเยาะเย้ยถากถาง“ผม... ผมจะไม่กลับคำพูดของผม” สามวินาทีต่อมา เขายืดตัวตรงหัวใจของเขาเต็มไปด้วยความทุกข์ระทมขมขื่น “ต้องบอกไว้เลยว่า... แคธี่อย่ามากระตุ้นผม ผมถือว่าคุณเป็นผู้หญิงของผม ถึงแม้ว่าผมจะคบกับซาร่า แต่ผมไม่เคยแตะต้องผู้หญิงคนอื่นเลยนอกจากคุณ”แคทเธอรีนตกตะลึงก่อนที่เธอจะหัวเราะเยาะ “อย่ามาทำหลอกลวงเหมือนฉันเป็นคนโง่ คุณมีความสัมพันธ์กับซาร่ามากว่าสิบปีแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่คุณจะไม่เคยนอนกับเธอเลย ฉันไม่เชื่อหรอกเพราะคุณทั้งคู่อยู่ด้วยกันมานานมากขนาดนี้”“ก็ตอนนั้นเธอยังเด็ก ต่อมาผมก็ยุ่งอยู่กับบริหารฮิลล์ คอร์ปอเรชั่นจึงไม่มีเวลามาสนใจกับเรื่องแบบนั้น หลังจากนั้นเธอก็ไปเรียนต่อในอเมริกาและหายตัวไปเลย ผมเคยทําแต่กับคุณเท่านั้น” ฌอนเองก็พบว่ามันเหลือเชื่อเกินไปเช่นกันหลังจากที่เขาพูดจบอันที่จริงเขาไม่ได้บอกแคทเธอรีนบางอย่
“ช่างมันเถอะ ด้วยฝีมือการปรุงยอดแย่ของคุณ ฉันไม่เชื่อว่าคุณทําอาหารทั้งหมดนี้หรอก” แคทเธอรีนตะคอก“ผมทําเองจริง ๆ เมื่อไม่กี่วันก่อนผมไปเรียนรู้วิธีทําอาหารมาจากเชฟ ก็คุณเคยเป็นคนทำอาหารให้ผมทานในตอนนั้น ผมจะทําอาหารให้คุณเองตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ถ้าคุณไม่เชื่อก็ดูที่มือของผมนี่ได้เลย...” ฌอนยื่นมือกางนิ้วของเขาให้เธอดูนิ้วของเขาแต่เดิมเคยเกลี้ยงเกลาตอนนี้มีรอยถลอก นอกจากนี้ยังมีหนังด้าน ๆ อยู่ตามฝ่ามือของเขาด้วย"มันก็เจ็บนะ" ฌอนกะพริบตาให้เธอ ด้วยขนตาสีเข้ม ๆ เข้ากับใบหน้าที่หล่อเหลาโดดเด่นของเขา ผู้หญิงคนไหนก็คงใจอ่อนที่ได้เห็นเขาอย่างนี้แต่แคทเธอรีนก็ไม่ไขว้เขวเลยสักนิด “ในฐานะผู้ชายคุณมานั่งบ่นรำพันถึงความเจ็บปวดเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้คุณไม่ละอายบ้างเหรอ? เวสลีย์จะไม่ทําแบบนี้แน่”ฌอนถึงกับพูดไม่ออกอารมณ์ดี ๆ ของเขาพังยับเยินหลังจากเขาได้ยินคําว่า “เวสลีย์”แคทเธอรีนเริ่มกินอาหารเช้าทันทีโดยไม่สนใจมองสีหน้ามึนตึงของเขาแม้ยังเก็บความแค้นเคืองต่อเขาเอาไว้แต่เธอก็จะไม่ทรมานท้องของเธอ หากเธอต้องหิวจนปวดท้องขึ้นมา เธอก็จะไม่ได้เพลิดเพลินกับอาหารอร่อย ๆ อีกเลยน่ะสิ"รสชาติดีไหมค
ขณะฌอนอุ้มซูซี่ขึ้นรถ จู่ ๆ คนขับก็ถามขึ้นว่า “นี่ลูกของคุณหรือเปล่าครับ?”“... อืม” ฌอนตอบไปทั้งอย่างนั้นเนื่องจากเลียมหายตัวไป เขาจึงจะปฏิบัติต่อซูซี่เหมือนลูกสาวแท้ ๆ ของเขาต่อไปในอนาคต"คุณทั้งคู่ดูเหมือนกันมากเลยนะครับ" คนขับยิ้ม"ใช่ครับ เธอดูเหมือนผม" ฌอนเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายผสมปนเป “คุณเพิ่งย้ายมาที่นี่เมื่อเร็ว ๆ นี้ใช่ไหม? ผมไม่เคยเห็นคุณมาก่อนเลยครับ”"ใช่ครับ" คนขับหันกลับไปขึ้นรถหลังจากที่รถทั้งสองคันขับผ่านกันไป ฌอนก็เหลือบมองไปยังทิศทางที่รถคันนั้นกําลังมุ่งหน้าไปคฤหาสน์ที่ด้านบนนั้นเคยเป็นคฤหาสน์ของตระกูลฮิลล์ชายผู้นั้นใช่คนที่ซื้อคฤหาสน์ไปหรือเปล่านะ?แต่เขาไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะรวบรวมความคิดที่เกี่ยวข้องกับคฤหาสน์ เนื่องจากเขาเพิ่งรู้ว่าแคทเธอรีนกําลังจะไปอยู่ด้วยกันกับเวสลีย์เขามั่นใจว่าเวสลีย์คงนอนกับแคทเธอรีนแล้วหัวใจของเขาอัดแน่นเมื่อนึกถึงแคทเธอรีนนอนอยู่ใต้ร่างของเวสลีย์จุดนี้ไม่สำคัญอะไรหรอก สิ่งที่ฌอนกังวลมากกว่าคือความเป็นไปได้ที่แคทเธอรีนจะตั้งครรภ์ลูกของเวสลีย์ เวสลีย์ไม่ใช่คนดีอย่างแน่นอน ฌอนไม่รังเกียจที่แยกทางกับแคทเธอรีนหรอก
“เวสลีย์ ลียงส์ นายก็หยาบคายกับฉันมาตลอดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? น่าเสียดายที่นายซ่อนมันดีเกินไป ไว้มาดูกันตอนที่หน้ากากของนายหลุดเถอะ”ทันทีที่ฌอนพูดจบเขาก็เหลือบมองแคทเธอรีน เมื่อได้เห็นสีหน้าเรียบเฉยของเธอ หัวใจของเขาก็เจ็บปวดอยู่ลึก ๆ ข้างในซูซี่เลื่อนหน้าต่างด้านหลังลงและยื่นศีรษะเธอออกมา จากนั้นเธอก็ถามด้วยน้ำเสียงเร่งเร้าว่า “ลุงฌอนคะ ลุงจะพูดไปอีกนานแค่ไหนคะ?”"ลุงกําลังจะไปเดี๋ยวนี้จ้ะ" ฌอนก้าวขึ้นรถเมื่อเขาขับรถออกไป เขาเห็นเวสลีย์ก้มศีรษะลงจูบปากกับแคทเธอรีนผ่านกระจกมองหลังเขาจับพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปนออกมา ขณะเดียวกันเขาก็กดคันเร่งลงไปอย่างดุเดือดรุนแรงยิ่งขึ้นด้วยความโกรธซูซี่เริ่มหวีดร้องด้วยความตกใจ “ลุงฌอน ลุงขับรถเร็วเกินไปแล้ว! หนูกลัวนะคะ"ฌอนกลับมามีสติสัมปชัญญะทันที เขาลดความเร็วลงอย่างว่องไวและยอมรับความผิด "โทษทีนะจ๊ะ"“ลุงฌอน ลุงยังไม่บรรลุนิติภาวะเหรอเนี่ย ไม่น่าแปลกใจเลยที่ภรรยาของลุงทิ้งลุงไป” ซูซี่อดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ยเขาด้วยมือเธอที่ท้าวสะเอวอยู่“... หนูพูดถูก" ฌอนหลบตาลงอย่างเศร้าซึมซูซี่ถอนหายใจกับพฤติกรรมของเขา เธอรู้ว่าแม่ของเ
แคทเธอรีนไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอื่นใดเลย ทว่าฌอนรู้สึกอารมณ์ปั่นป่วนกระวนกระวายช่วงสองสามวันมานี้ เขาพบว่าตัวเองอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกว่าจะพบเธอดีหรือไม่ เขาลังเลที่จะพบเธอ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็คิดถึงเธอสุดหัวใจ“แคธี่ผมขอโทษ ผมไม่รู้จริง ๆ นะ...” ฌอนเริ่มอธิบายเหมือนเด็กหลงทาง “ผมไม่ได้ตั้งใจจะทําตัวแบบนั้น ผมคิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องไร้สาระเช่นนี้จะเกิดขึ้นกับผมด้วย การสะกดจิตของซาร่านั้นแรงกล้ามากจนเขียนทับความทรงจําของผมไปจนหมดและทําให้ผมเกลียดคุณมากเหลือเกิน นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมผมถึงไม่ทันได้รู้ตัวเลยว่ามัน...” .“แล้วคุณมาขอให้ฉันยกโทษให้คุณเหรอ?” จู่ ๆ แคทเธอรีนก็หันหน้ากลับมาทันที ดวงตาเงียบสงบของเธอจับจ้องไปที่ใบหน้าหล่อเหลาของเขา“ผม...” ฌอนกระอักกระอ่วนใจจนไม่รู้จะพูดยังไง ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความทุกข์ระทม “แคธี่ผมรักคุณความรักของผมที่มีต่อคุณไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยนะ...”"ฮะ!"ในที่สุดแคทเธอรีนก็หัวเราะ “ฌอนถึงคุณจะไม่ได้ถูกซาร่าสะกดจิตแต่ป่านนี้เราอาจจะหย่ากันไปแล้วก็ได้นะ”ฌอนอึ้งไปเลย "คงไม่เป็นแบบนั้นหรอก"“ตลกดีที่ฉันเป็นคนเดียวที่จําความสัมพันธ์นั้นของเรา
แคทเธอรีนวางสายเมื่อเธอมาถึงวิลล่าของครอบครัวยูลเป็นเวลาสองทุ่มแล้ว เวสลีย์กําลังเล่านิทานให้เด็กทั้งสองฟังด้วยท่าทางอ่อนโยนและเสียงทุ้มเบา ๆ เขามองดูเหมือนคุณพ่อใจดีเมื่อเห็นภาพอย่างนี้ ความรู้สึกผิดก็พุ่งปะทะเข้ามาในจิตใจของแคทเธอรีน เธอนี่นะสงสัยเขาได้ลงคอนั่นมันมากไปแล้วจริง ๆหลังจากที่เวสลีย์เล่านิทานจบเขาถึงสังเกตเห็นเธอ "คุณกลับมาแล้ว"โจเอลจ้องแคทเธอรีนเขม็ง “ลูกเป็นแม่ของซูซี่และลูคัสนะแต่ลูกกลับบ้านดึกตลอด แม้แต่เวสลีย์ก็ยังทําหน้าที่เป็นพ่อแม่ได้ดีกว่าลูกอีก”“ลูกจะไตร่ตรองตัวเองและจะไม่ทําอีกค่ะ” แคทเธอรีนขอโทษอย่างจริงใจ“ไม่เป็นไรหรอกครับ คุณทุ่มเททํางานไปเถอะครับผมจะช่วยคุณดูแลลูก ๆ คุณที่บ้านเอง” เวสลีย์กล่าวด้วยรอยยิ้มมองเขาแล้วแคทเธอรีนจึงตัดสินใจบางอย่างอยู่ลึก ๆ ในใจ…ในตอนกลางคืนแคทเธอรีนอยู่เป็นเพื่อนซูซี่และลูคัสจนพวกเขาหลับ จู่ ๆ ซูซี่ก็พูดว่า “แม่ขา คุณย่าโทรหาหนูวันนี้และบอกว่าย่าคิดถึงหนู ปู่ทวดและย่าทวดก็คิดถึงหนูด้วยเช่นกันค่ะ หนูรู้สึกอยากเอ่อ ... อยู่ที่นั่นสักพักค่ะ”"การไปอยู่ที่นั่นดีอะไรนักหนา?" ลูคัสถามอย่างไม่พอใจซูซี่ทําหน้ามุ่ยโดย
"ไม่จําเป็น" เฟรยาส่ายหัว “ฉันไม่ต้องการให้คุณมารับผิดชอบฉันหรอก แต่เนื่องจากตระกูลสโนว์บังคับให้ฉันให้กําเนิดเด็กคนนี้และถึงกับข่มขู่ฉันด้วยเด็กคนนี้ดังนั้นฉันจะให้กําเนิดเขาแต่ฉันจะไม่แต่งงานกับคุณหรอกนะ”ร็อดนีย์ไม่เคยคิดเลยว่าเธอเลือกจะให้กําเนิดลูกทั้งที่ยังไม่แต่งงานมากกว่าที่จะแต่งงานกับเขาซะอีกเขาควรจะดีใจสิ ทว่าเขาก็อารมณ์เสียซะอย่างนั้น“เฟรยา ลินช์ คุณไม่ชอบผมมากขนาดนั้นเลยเหรอ?”“...”“ฉันไม่เคยชอบคุณเลยน่ะสิ”เฟรยาเก็บอาการดูถูกเขาไว้ข้างในใจก่อนที่เธอจะเอ่ยอย่างจริงจังว่า “เมื่อสามปีก่อนฉันเคยมีความสัมพันธ์ฉันตกหลุมรักชายคนหนึ่งที่วิทยาลัยและเราอยู่ด้วยกันมาสี่ถึงห้าปี เรายังได้พบกับพ่อแม่ของแต่ละฝ่ายและพร้อมที่จะมีงานแต่งงานของเรา แต่แล้ววันหนึ่งเขาปล่อยให้ครอบครัวของฉันกับฉันต้องรอเก้อเพื่อหวานใจในวัยเด็กของเขา เขาไม่ได้ทําแค่ครั้งเดียวแต่เป็นครั้งแล้วครั้งเล่า เขามักจะยกให้เพื่อนสนิทในวัยเด็กของเขาอยู่เหนือสิ่งอื่นใดเสมอ“เมื่อใดก็ตามที่เราไปออกเดทกัน เขาก็จะพาเพื่อนสนิทในวัยเด็กของเขาไปด้วย“เมื่อเพื่อนสนิทในวัยเด็กของเขาป่วยเขาก็จะดูแลเธอ“เขาอ้างว่าเขาปฏิบ
“ฉันไม่สน เนื่องจากคุณโยนผักดองของฉันทิ้งไปแล้ว คุณต้องทําอาหารให้ฉัน ฉันหิวนะ"ร็อดนีย์เหลือบมองท้องของเฟรยา ตอนแรกเขาไม่อยากทําอาหารให้เธอหรอก ทว่าเขากังวลว่าเฟรยาจะนําลูกอ๊อดน้อยในตัวเธอออกไปกินอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ในที่สุดเขาก็ยอมจํานนต่อโชคชะตาของเขาและตัดสินใจทําอาหารให้เธอแต่เมื่อเขาเปิดตู้เย็นของเธอดู เขาก็ไม่พบส่วนประกอบเครื่องปรุงใด ๆ นอกจากเส้นพาสต้าเขาถอนหายใจออกมา “เฟรยา ลินช์ คุณเป็นผู้หญิงนะ คุณทําตัวเป็นแม่บ้านให้มากกว่านี้ไม่ได้เหรอ? คุณไม่มีไข่ที่บ้านด้วยซ้ำ ไม่มีใครอยากอยู่กับคุณหรอก” “ฉันกินในที่ทำงานทุกวัน ฉันทํางานให้คุณยังกับหมานะ แล้วคุณยังมาคาดหวังให้ฉันกลับมาเข้าครัวทําอาหารหลังจากที่ฉันเพิ่งทํางานล่วงเวลาเสร็จอีกเหรอ? ฉันมีเวลาว่างมากนักเหรอไง?”เฟรยาวิจารณ์เขาอย่างเผ็ดร้อน “อย่ามองฉันแบบนั้นสิ ซาร่าก็ไม่ดีไปกว่าฉันหรอก เธอยังจ้างแม่บ้านมาคนหนึ่งไม่ใช่เหรอไง?” “คุณนี่พล่ามไปใหญ่ บางครั้งเธอก็ทําอาหารด้วยตัวเองแหละน่า”“ฮ่า! คุณหมายถึงสัปดาห์ละครั้งเหรอ? ฉันก็ทําแบบนั้นแหละ”“...”ร็อดนีย์เงียบไปเลยเมื่อเอ่ยเรื่องนั้นขึ้นมาเห็นได้ชัดว่าเขาโน้
เฟรยาขมวดคิ้วย่น ก่อนหน้านี้เธอไม่ชอบกินผักดองและสงสัยว่าทําไมผู้คนมากมายถึงได้ชอบกินอาหารหมักดองอย่างนี้กันนัก แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้ตัวว่าติดหนึบมันเข้าแล้วในเดือนนี้ด้วยเหตุนี้เธอถึงได้รู้ว่าเพราะการตั้งครรภ์ของเธอนั่นเองเป็นเหตุ“เข้าใจผิดแล้ว ฉันเพิ่งจะเริ่มชอบผักดองเพราะว่าฉันตั้งครรภ์ เป็นทารกเองที่ต้องการหม่ำของพวกนั้น” เธอตอบด้วยท่าทางว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูก“ลูกของผมไม่ชอบกินอาหารหมักดองแบบนี้หรอก” ร็อดนีย์คว้าขวดโหลออกไปและเทผักดองทั้งหมดลงไปในถังขยะโดยไม่ลังเลเฟรยาระเบิดลงทันที “ร็อดนีย์ สโนว์ คุณรู้ไหมว่าผักดองขวดหนึ่งมันแพงขนาดไหน? มันมีราคากว่าสิบดอลลาร์เชียวนะ”“...”ร็อดนีย์อึ้งจนไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูด “นั่นแพงเรอะ ฮึ? คุณกําลังพักอยู่ในอพาร์ตเมนต์แบบดูเพล็กซ์มูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์และได้รับค่าจ้างเดือนละหลายแสนดอลลาร์ คุณยังมีเงิน 100 ล้านดอลลาร์ในบัตรที่โอเชอร์ คอร์ปอเรชั่นมอบให้คุณไปเมื่อวันก่อนด้วย คุณกล้าพูดว่าผักดองมีราคาแพงได้ยังไงกัน?!”“มันก็แพงอยู่ดี ผักดองในถุงเล็ก ๆ ที่ฉันได้มาบ่อย ๆ ราคาเพียงแค่ห้าดอลลาร์เอง”"หุบปากเลย"ร็อดนีย์เบื่อหน่ายกับเธอ
เชสเตอร์ตะคอก “ก็ได้ นายแค่ลําเอียงเข้าข้างซาร่า แต่ขอฉันเตือนนายหน่อยนะว่าหากนายออกจากตระกูลสโนว์ไปแล้ว รับรองว่ายัยซาร่าจะทิ้งนายไปในไม่ช้าก็เร็ว”"นายนี่ตอแหลว่ะ"ร็อดนีย์อดไม่ได้ที่จะโวยวายใส่เขา “เชสเตอร์ จิวเวลนายก็เหมือนกับฌอน! ทําไมพวกนายถึงเป็นแบบนี้กันไปได้? พวกเราทั้งห้าคนโตมาด้วยกัน แต่พวกนายก็ยังมาเลือกปฏิบัติต่อซาร่าอีก”“ใช่ คนทั้งโลกกําลังเลือกปฏิบัติต่อซาร่าและนายเป็นเพียงคนเดียวที่ปกป้องเธอ นายเป็นคนฉลาดหัวใสและคนอื่นมีบางอย่างผิดปกติ งั้นเอาเลยไปสู้โลกเพื่อประโยชน์ของเธอรวมทั้งฆ่าลูกของนายเองด้วย”เชสเตอร์เริ่มรําคาญ “ฉันกําลังจะทําการผ่าตัดตอนนี้ ฉันไม่ว่างที่จะคุยกับนายละนะ”ทันทีที่เขาจบการสนทนา เขาก็เดินดุ่มออกไปด้วยสีหน้าสงบนิ่งอันที่จริงการพูดคุยกับร็อดนีย์ทําให้เลือดของเขาเดือดดาลเชสเตอร์เริ่มรู้สึกเห็นอกเห็นใจเฟรยาขึ้นมาเล็กน้อยจากนั้นร็อดนีย์ก็เดินออกจากสำนักงานแพทย์เขาเดินลงบันไดมาอย่างร่างไร้วิญญาณเมื่อเขาเซล้มลงไปโดยบังเอิญที่หน่วยกุมารเวชศาสตร์คุณพ่อคนหนึ่งในวัย 30 ปีที่กําลังกอดทารกน้อยน่ารักเดินผ่านเขาไปพอดี ทารกขวบเดียวคนนั้นมีดวงตาโ
พ่อ...คํานี้ทําให้ร็อดนีย์อึ้งไปครู่หนึ่งทันทีเวนดี้พูดอย่างตั้งใจว่า “ใช่ ลูกอาจมีส่วนแค่สเปิร์มตัวหนึ่งเท่านั้น แต่ตอนนี้เด็กคนนี้มีความยาวประมาณหนึ่งเซนติเมตรแล้วนะ ลูกอาจเคยคิดที่จะทําให้เธอแท้งเด็ก แต่ลูกเคยคิดบ้างไหมว่าการทําแท้งจะสร้างความเสียหายให้กับร่างกายของผู้หญิงคนหนึ่งได้มากขนาดไหน?“มันง่ายมากเลยที่ลูกจะพูดแบบนั้นเพราะว่าลูกไม่ใช่คนที่ทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวด ร่างกายของผู้หญิงจะได้รับความเสียหายหลังจากผ่านการทําแท้ง ผู้หญิงบางคนถึงกับประสบกับภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ นานาหรือมีอุปสรรคปัญหาในการตั้งครรภ์อีกครั้ง“นอกจากนี้ลูกคิดว่าถ้าแฟนหรือสามีในอนาคตของเธอรู้ว่าเธอเคยทำแท้งลูกของชายอื่นมาก่อน พวกเขาจะมองเธอยังไง? ลูกลองมองในมุมของเธอบ้าง ถ้าลูกรู้ว่าภรรยาในอนาคตของลูกเคยตั้งท้องลูกของชายอื่นมา ลูกจะผิดหวังไหม?”ร็อดนีย์ยังคงเงียบขณะฟังถ้อยคําเหล่านั้นเขาไม่ได้ใจร้ายโดยสันดาน หลังจากที่เวนดี้ชี้แนะเขาอย่างละเอียด ความสับสนเจ็บแปลบและความรู้สึกผิดก็ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในจิตใจของเขาในตอนนั้นเขาเคยคิดที่จะแต่งงานกับผู้หญิงคนไหนก็ได้เพื่อตอบสนองความปรารถนาของพ่อแม่ถ้าหาก