กระป๋องเบียร์สองกระป๋องวางเคียงกันบนพื้นหญ้า ส่วนอีกหลายกระป๋องกองอยู่ในถุงขยะสีเทาที่เพชรพร้อมเตรียมมา ตอนนี้เป็นเวลาราวห้าทุ่มเศษ ณวกรที่อาสาจะเป็นตัวกันชนลิ้นจี่ให้กลับไปนอนตั้งแต่สี่ทุ่มครึ่ง ตังเมที่ดูจะเกรงใจเขาเป็นพิเศษอยู่คุยด้วยอีกสักพัก จากนั้นก็บอกว่าเมามาก เมาจนจะเดินไม่ไหว รีบลากเพื่อนสาวกลับเต็นท์ทั้งที่อีกฝ่ายยังอยากจะดื่มต่อ แต่สุดท้ายลิ้นจี่ก็ยอมกลับไปนอนกับเพื่อน ทำให้เพชรพร้อมได้ใช้เวลากับพินทุอรสองต่อสองเสียทีอากาศตอนกลางคืนเริ่มเย็นลง ยิ่งอยู่ริมแม่น้ำแบบนี้ ยิ่งหนาวมากกว่าปกติ ทำให้เสื้อคาร์ดิแกนตัวบางที่เธอสวมอยู่ไม่อบอุ่นพอ พินทุอรห่อตัวกอดตัวเองเมื่อลมพัดมาถูกผิวกาย“หนาวเหรออิง” เพชรพร้อมถามเบาๆ“นิดหน่อย เดี๋ยวไปหยิบผ้าห่มในเต็นท์มาก็ได้”“เอาเสื้อผมสิ”เพชรพร้อมถอดเสื้อแจ็กเกตเตรียมจะคลุมให้หญิงสาว ทว่าเธอเบี่ยงตัวหลบ“แล้วคุณจะใส่อะไร”“ผมหนังหนา”“หนังหนาก็ไม่สบายได้” เธอบอกเสียงจริงจัง พร้อมกับดึงเขาให้นั่งลงข้างกันในแบบที่ใกล้ชิดมากกว่าเดิม จากนั้นก็ใช้เสื้อตัวใหญ่ของเขาห่มทั้งสองคนไว้ด้วยกัน “แบบนี้ดีกว่าไหม อุ่นทั้งสองคน”“นึกว่าจะต้องถอดเสื้อจนเหลือ
“กรี๊ด...”ตังเมสะดุ้งพรวดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงร้องคล้ายลิ้นจี่เพื่อนรักกำลังขอความช่วยเหลือ เหลือบมองข้างตัวไม่เห็นเพื่อนยิ่งแน่ใจ“ฉิบหายแล้ว อีลิ้นจี่ ร้องโหยหวนแบบนี้ โดนพี่เพชรอุ้มไปฆ่าแล้วแน่นอน”หนุ่มใจสาวรีบออกจากเต็นท์ที่นอนอยู่ แล้ววิ่งจ้ำไปยังเต็นท์ข้างๆ ซึ่งเป็นเต็นท์ของเพชรพร้อมทันทีภาพที่เห็นคือลิ้นจี่นั่งยองๆ ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ที่หน้าเต็นท์ รองเท้าแตะกระเด็นไปคนละทาง เสื้อยืดตัวโคร่งยับย่น แถมยังร่วงไปด้านซ้ายจนเผยให้เห็นบ่าขาวเนียน โชคดีที่กางเกงนอนของเพื่อนสาวยังอยู่ในสภาพเดิม“เกิดอะไรขึ้นลิ้นจี่ บอกมานะ”ลิ้นจี่ไม่ตอบ เอาแต่ส่ายหน้าเร็วๆ แล้วร้องไห้เหมือนจะเป็นจะตาย ตังเมจึงต้องหันไปหาณวกรซึ่งตอนนี้ออกมายืนหน้าซีด ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อยืดยับย่นไม่ต่างจากลิ้นจี่เท่าใดนักหรือว่าลิ้นจี่ย่องเข้าหาเพชรพร้อมที่เต็นท์ แต่เจ้าตัวไม่อยู่ อยู่แต่ณวกร ลิ้นจี่เลยถูกณวกรลวนลามจนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่แบบนี้ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกไปแล้วหรือ แต่จะว่าไปข้าวสารเม็ดนี้ โดนหุงจนกลายเป็นข้าวสุกมาหลายครั้งแล้วไม่ใช่หรือ แสดงว่าครั้งนี้ลิ้นจี่คงไม่สมยอมสินะ“นุ่ม...นุ่มเขา...”“เขาทำ
ทันทีที่ประตูห้องปิดลง เพชรพร้อมก็รั้งร่างบางไปปะทะตัว สอดมือเข้าใต้ท้ายทอยเพื่อประทับจูบให้ได้องศาที่แสนรัญจวนใจ เขาจูบหวานหวามอยู่เพียงไม่กี่ครั้ง ก่อนที่จูบนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นจูบที่ร้อนแรงและเต็มไปด้วยเพลิงปรารถนาริมฝีปากบดขยี้รุนแรง ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัด ดูดดึงกันและกันอย่างบ้าคลั่ง มือหนาลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างจนหญิงสาวแทบยืนไม่อยู่ชายหนุ่มดึงทึ้งเสื้อนอนของเธอออก เหลือแค่เพียงบราเซียลูกไม้กับแพนตี้ตัวน้อย ได้ยินเสียงแหบห้าวครางต่ำๆ ในลำคอพินทุอรยอมให้ชายหนุ่มกดเธอนอนราบลงกับเตียง กัดริมฝีปากตนเองด้วยความประหม่า มองเขาค่อยๆ ถอดเสื้อยืดสีขาวออกทางศีรษะ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแข็งแรงและสมส่วน น่าหลงใหลมากที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาในชีวิตเขาปลดสายบราเซียออกด้วยความชำนาญ หญิงสาวยกมือขึ้นปิดป้องตามอัตโนมัติ ทว่าชายหนุ่มกลับดึงมือสองข้างออก แล้วตรึงไว้กับเตียง“คุณสวยจังเลยอิง สวยไปทุกส่วน สวยกว่าที่ผมเคยจินตนาการไว้เสียอีก”“เก็บฉันไปฝันถึงด้วยเหรอ”“บ่อยมาก” สายตาเขาจับจ้องที่ทรวงอกนุ่มหยุ่น “ทั้งตรงนี้...” จากนั้นเลื่อนสายตาลงต่ำ “และก็ตรงนี้...”ท้องน้อยของพินทุอรเสียววูบ ปลายถันหดเ
ภาพเร่าร้อนตรงหน้าทำเอาเพชรพร้อมแทบจะเสร็จคากางเกงทั้งๆ ที่ยังไม่ได้สอดใส่ พินทุอรเซ็กซี่ เร่าร้อนและอ่อนหวานเกินกว่าที่เขาจินตนาการมากนักบอกได้เลยว่าเธอน่าจะไม่เคยเสร็จสมแบบนี้ ดูเธอสับสน พร่าสั่นและไม่มั่นใจว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น แต่ก็ยอมไว้ใจให้เขานำพาไปจนสุดทางน่ารักและน่าทะนุถนอมชะมัด...แม้เขาจะช่วยให้เธอเสร็จสมไปแล้วหนึ่งรอบ แต่ชายหนุ่มก็ยังกังวลอยู่เล็กน้อยช่องทางรักของเธอคับแคบมากกว่าที่คิด เพียงแค่สองนิ้วของเขาก็แทบปริ แล้วอย่างนี้เธอจะ ‘รับ’ ตัวตนของเขาไว้ได้อย่างไรเพชรพร้อมชโลมน้ำรักที่เธอหลั่งออกมาจนทั่วร่องสวาท จากนั้นลองแทรกนิ้วเข้าไปสามนิ้ว เพียงแค่นั้นหญิงสาวก็สะดุ้งเฮือก กระถดกายหนีทันที“คุณยังเล้าโลมไม่พออีกหรือ”“ผมกลัวคุณเจ็บ เลยจะช่วยให้คุณชินก่อน” เขาพูดพลางใช้ปลายนิ้วโป้งไล้วนที่ติ่งเนื้อนุ่ม เพื่อสร้างความซ่านซ่าระลอกใหม่ให้คนร่างเล็กที่ยังนอนอ่อนระทวยอยู่ แล้วค่อยๆ ใช้สามนิ้วนั้นเหยียดขยายเธอออกทีละนิดอย่างไม่รีบร้อน“จะอวดว่าของตัวเองใหญ่มากสินะ” เธอมองเขาตาเยิ้ม แต่ก็ยังอดแซวไม่ได้มองแบบนี้...มันน่าจัดให้ถึงเช้าจริงๆชายหนุ่มดึงมือออกเพื่อถอดกางเกง จา
เขาปล่อยให้เธอซึมซับความสุขแสนหวานนั้นชั่วครู่ ก่อนจะพลิกตัวเธอกลับมานอนหงาย เพื่อสอดใส่อีกครั้ง“เมื่อกี้ยังไม่เสร็จเหรอ”“ยัง แต่ใกล้แล้วละ รอจังหวะอยู่”“จังหวะอะไร”“จังหวะที่ได้มองหน้าคุณแบบนี้ไง” เพชรพร้อมใช้มือปัดผมที่บังกรอบหน้าหญิงสาวออกจนหมด แล้วบอกต่อ “ผมอยากเสร็จแบบที่ได้มองหน้าคุณ”พินทุอรหัวใจกระตุกเล็กน้อยกับคำพูดของชายหนุ่ม เธอประสานสายตากับเขา มองใบหน้าคมคายที่บิดเบ้ ฟังเสียงห้าวคำรามก้องไม่เป็นภาษาทุกการตอกตรึงทำให้กล้ามเนื้อทุกมัดของคนที่ทาบทับเกร็งเขม็งขึ้นเรื่อยๆ แม้สะโพกสอบจะโจนจ้วงแทบไม่ยั้ง แต่เขาก็ยังลูบศีรษะเธออย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นเธอหอบกระเส่าจากความซ่านเสียวที่ไม่ต่างกันพินทุอรรับรู้ถึงแก่นกายที่สั่นระริกในตัวเธอคล้ายว่าเขากำลังจะสิ้นสุดการควบคุมตัวเอง ช่องทางรักของเธอโอบรัดเขาถี่ๆ เธอกำลังจะไปถึงฝั่งฝันอีกแล้ว แต่ในครั้งนี้เธอจะไม่หลับตา เธอจะมองตาเขาเหมือนที่เขามองตาเธอหญิงสาวหยัดสะโพกเข้าหาเขา เสียวจนแทบลืมหายใจ เธอยอมปล่อยให้ตนเองสุขสมอีกครั้ง และในครั้งนี้เธอสบตาเขาแล้วบอกเสียงหวาน“เพชร...ฉันอยากเห็นคุณเสร็จในตัวฉัน เสร็จพร้อมฉัน...”เท่านั้นเอง ร่
หลังจากผลัดกันรุกผลัดกันรับและนัวเนียกันตลอดช่วงเช้า ในที่สุดเพชรพร้อมกับพินทุอรก็ออกจากห้องนอนด้วยหน้าตาสดชื่น ไร้ร่องรอยความอิดโรย เหมือนได้เติมพลังกันมาทั้งคู่ชายหนุ่มพาพินทุอรไปดูพื้นที่ขนาดย่อมซึ่งยกร่องเตรียมไว้สำหรับต้นกล้าของหญิงสาวที่พร้อมลงแปลงปลูกแล้ว หญิงสาวกวาดตามองพื้นดินร่วนซุย จากนั้นหันมองผู้ชายคนที่บังคับให้เธอปลูกต้นกล้าเหล่านี้ แล้วบอกตรงๆ“ใครจะคิดนะว่าสุดท้ายเราสองคนจะมาเป็นแฟนกันได้”“ผมไง ผมคิด คิดตั้งแต่เห็นหน้าครั้งแรกแล้วว่าอยากได้คนนี้มาเป็นเมีย” เขาตอบตามความจริง แล้วมองหน้าเธอตรงๆ “คุณไม่เคยคิดแบบนี้เลยสินะ”“ถ้าเอาตรงๆ ก็คือตอนแรกฉันไม่ได้มองคุณในเชิงชู้สาวเลย”“ผมมันก็แค่ชาวสวนบ้านๆ สินะ แถมยังเด็กกว่าอีก” คนเด็กกว่าตัดพ้อ“ไม่ใช่ ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น วันแรกที่เจอกัน ความหล่อของคุณก็กระแทกตาอยู่หรอกนะ แต่คุณดูอันตรายเกินไปสำหรับผู้หญิงธรรมดาที่อยู่แต่ในกรอบแบบฉันต่างหาก ฉันคบกับหมอ ฉันคาดเดาได้ไม่ยาก แต่กับคุณ ฉันคาดเดาอะไรไม่ได้เลย แล้วก็ไม่คิดด้วยว่าคุณจะมองฉันแบบผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่คิดว่าจะชอบผู้หญิงแบบฉัน”“แล้วคุณคิดว่าผมชอบผู้หญิงแบบไหน”“เซ็กซ
วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิง สนุกกันจริงวันลอยกระทง เสียงเพลงฉลองเทศกาลลอยกระทงที่คุณนายรำพึงเปิดเพื่อให้เข้าบรรยากาศดังก้องไปทั่วลานคอนกรีตกว้างขวางของสาลี่โฮมสเตย์ บนโต๊ะไม้สักตัวยาวซึ่งเป็นโต๊ะไม้ที่ต้องมีทุกบ้านวันนี้เต็มไปด้วยใบตอง หยวกกล้วยตัดขวางเป็นทรงกลม ดอกดาวเรือง ดอกบานไม่รู้โรย และธูปเทียนละแวกบ้านของเพชรพร้อมและนางรำพึงจัดงานลอยกระทงกันเป็นประจำเกือบทุกปี จะมีก็แต่ช่วงโควิด19 ระบาด เลยต้องหยุดจัดไปสามปี พอปีนี้ได้กลับมาจัดงานอีกครั้ง ทุกคนจึงคึกคักกันมากพินทุอรนั่งทำกระทงจากใบตองอยู่กับนางรำพึง โดยหญิงสูงวัยเป็นคนสอน ทำไปได้ครึ่งหนึ่ง นางรำพึงก็บอก“หนูอิงทำเผื่อเพชรด้วยสิ รายนั้นน่ะไม่มีวันยอมมานั่งทำอะไรแบบนี้เองแน่นอน”“จะดีเหรอคะ เพชรจะชอบเหรอ”“หนูทำอะไร เขาก็ชอบหมดแหละเพราะชอบคนทำ แฟนทำให้ อะไรก็ชอบ” หญิงสูงวัยพูดเสียงเล็กเสียงน้อยหลังจากคืนนั้นที่พินทุอรจูบกับเพชรพร้อมใต้แสงจันทร์ และกลับมาบอกรักด้วยภาษากายในอีกคืนต่อมา ชายหนุ่มก็อวดคนทั่วทั้งหมู่บ้านว่าเขากับพินทุอรเป็นแฟนกันแล้ว เวลาเดินไปไหนด้วยกันแล้วเจอคนรู้จักทัก ชายหนุ่มก็รีบแ
หลังจากนั้นเพชรพร้อมก็พาพินทุอรและเปี๊ยกไปงานลอยกระทงของหมู่บ้าน เด็กหนุ่มขอแยกตัวไปกับกลุ่มเพื่อนเมื่อถึงงาน โดยสัญญาว่าจะกลับบ้านไม่เกินสี่ทุ่มและจะไม่ดื่มเครื่องดื่มมึนเมาทั้งสองคนไปลอยกระทงบริเวณบ่อน้ำของวัดใกล้ๆ หมู่บ้านซึ่งพินทุอรเคยมาแล้วครั้งหนึ่งตอนที่ชายหนุ่มพามาไหว้พระในวันแรกใครจะไปคิดว่าผู้ชายท่าทางน่ากลัวที่เอาแต่ทำหน้าบึ้งในวันนั้น จะกลายเป็นคนที่จูงมือกันมาลอยกระทงในวันนี้ พรหมลิขิตชอบเล่นตลกกับชีวิตคนเราจริงๆกระทงใบตองทั้งสองลอยเคียงข้างกัน เทียนเล่มน้อยส่องแสงวับวามอยู่ในความมืด สักพักก็ลอยไปรวมกับกระทงของชาวบ้านคนอื่นที่มาลอยก่อนหน้า“อธิษฐานอะไร” เพชรพร้อมหันมาถามพินทุอรยิ้มเย็น “ขอให้คนเฮงซวยลอยหายไปกับสายน้ำในคืนนี้ อย่าได้หวนกลับมาแผ้วพาน อย่าได้พบเจอกันอีก และขอให้นับจากนี้ ฉันมีแต่คนดีๆ ในชีวิต”“คนดีๆ ของคุณ รวมผมด้วยไหม”“คุณเป็นคนดีเบอร์หนึ่งของฉันเลย” เธอตอบพร้อมส่งยิ้มสดใสให้เขาจากนั้นพินทุอรและเพชรพร้อมก็ไปหาอะไรกิน แวะเล่นเกมปาลูกโป่งชิงตุ๊กตาบ้าง ยิงปืนบ้าง ปาเป้าบ้าง และถ่ายรูปสวยๆ คู่กันตามประสาคู่รักทว่าบรรยากาศหวานๆ คงอยู่ได้ไม่นานเมื่อจู่ๆ แ
เด็กชายมองหน้าเด็กหญิงพริสาเหมือนจะขอโทษ หันมาหาพินทุอร แล้วถามขึ้น“ผมขอเล่นกับน้องอีกได้ไหมครับ”“ได้สิลูก ชวนน้องดีๆ นะคะถ้าอยากเล่นด้วยกัน” พินทุอรยิ้มจากนั้นเพชรพร้อมก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองหน้าลูกสาวสุดแสบ“ส่วนเรา...เด็กหญิงพริสา เพียงดินดี...” เขาเรียกชื่อลูกสาวเสียเต็มยศเป็นการบอกเด็กหญิงอ้อมๆ ว่าคราวนี้เธอทำผิด “วันนี้หนูพรีมผิดตรงไหน บอกพ่อซิคะ”“หนูใช้กำลังทำร้ายพี่”“ผิดไหมคะ”“ผิดค่ะ”“แล้วต้องทำยังไง”เด็กหญิงพริสาหันไปหาเด็กชายคู่กรณี ยกมือป้อมๆ ขึ้นไหว้เด็กชายรุ่นพี่ จากนั้นก็พูดด้วยเสียงดังฟังชัด“หนูพรีมผิดเองค่ะที่ดึงผมพี่พัตเตอร์ หนูพรีมขอโทษค่ะ หนูพรีมจะไม่ทำอีกแล้ว วันหลังเราค่อยเล่นกันใหม่นะคะ”“เก่งมาก” เพชรพร้อมชม “นอกจากพี่พัตเตอร์แล้วหนูพรีมต้องขอโทษใครอีกไหมคะ”ฟังจบเด็กน้อยก็หันไปทางคุณครูดาว กระพุ่มมือน้อยๆ ไหว้ “หนูพรีมขอโทษคุณครูดาวค่ะที่ทำให้คุณครูเสียเวลา หนูพรีมจะไม่ทำอีก”คุณครูดาวรับไหว้ ลูบศีรษะเด็กหญิงตัวน้อยอย่างเอ็นดูจากนั้นเด็กหญิงก็หันไปหามารดาครู่กรณีที่อยากจะดึงผมเธอ “หนูพรีมขอโทษคุณน้าคนสวยด้วยค่ะที่หนูพรีมไปรังแกพี่พัตเตอร์ หนูพรีมจ
โทรศัพท์มือถือของพินทุอรสั่นระรัวเมื่อเวลาเลยบ่ายโมงมาเล็กน้อยจิตแพทย์สาวเลื่อนแฟ้มคนไข้ออกห่างตัว หมุนเก้าอี้ไปทางหน้าต่าง พยายามปรับน้ำเสียงให้เยือกเย็น แล้วจึงกดรับสายจากครูฝ่ายปกครอง“สวัสดีค่ะคุณครูดาว”“คุณแม่คะ ครูต้องโทร. มารบกวนคุณแม่อีกแล้วค่ะ”“วันนี้ใครคะ พอร์ชหรือพราม” พินทุอรถามด้วยความเคยชินเป็นอันรู้กันว่าลูกชายฝาแฝดของเธอ พอร์ชและพราม อายุแค่แปดขวบ แต่ทำให้เพื่อนร่วมห้องร้องไห้กระจองงองแงและไปฟ้องครูประจำชั้นแทบทุกวันมาตั้งแต่เข้าชั้นประถมแล้วสาเหตุที่เพื่อนๆ ร้องไห้ก็ไม่ใช่ว่าลูกชายเธอจะไปรังแกเด็กที่ไหนหรอกนะ แต่สองแฝดนั่นชอบทำหน้าบึ้ง ไม่ยอมยิ้ม แล้วก็ชอบมองคนอื่นด้วยสายตาดุๆ แค่นั้นเองได้พ่อมาแท้ๆ...ปลายสายอึกอักอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะตอบมาเหมือนเกรงใจ“วันนี้ไม่ใช่แฝดค่ะ สองหนุ่มนั่นพอขึ้นป.สองแล้วก็พอจะพูดรู้เรื่อง ไม่ค่อยทำหน้าบึ้งหรือตาขวางจนเพื่อนกลัวแล้ว แถมยังมีเพื่อนที่กล้าเข้าไปเล่นด้วยสองสามคนแล้วนะคะ ถือว่ามีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดดค่ะ เพราะตอนป.หนึ่ง สองแฝดไม่มีใครกล้าเข้าไปเล่นด้วยเลย”“ถ้างั้นวันนี้ใครคะ” พินทุอรถามแล้วก็ได้แต่ภาวนาในใจ อย่าให้เป็นอย
งานแต่งงานและทริปฮันนีมูนผ่านไปอย่างราบรื่น และพินทุอรก็ย้ายไปทำงานที่ต่างจังหวัดได้เดือนเศษแล้ววันนี้เป็นวันแรกในรอบหนึ่งเดือนที่เธอกลับมากรุงเทพฯ เพราะเพชรพร้อมต้องมาทำธุระที่มหาวิทยาลัยชื่อดัง เขาจึงพาพินทุอรมาเดินซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองระหว่างที่ภัคจิรากำลังเดินเลือกร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าใกล้กับมหาวิทยาลัยที่จะต้องมาฟังงานบรรยายวิชาการ หญิงสาวก็เห็นพินทุอรกำลังจูงมือสามีหนุ่มเลือกร้านอาหารอยู่เช่นกันหลังจากมีเรื่องกันคราวก่อน หญิงสาวก็ไม่ได้เจอพินทุอรอีกเลย เธอตามหึง ตามคุมรัชตะไม่ห่าง จนได้ข่าวว่าอีกฝ่ายแต่งงานไป เธอจึงไม่ได้ใส่ใจผู้หญิงคนนี้อีกแม้แฟนหนุ่มจะไม่เคยพูดถึงพินทุอรอีกเลยไม่ว่าเรื่องอะไร ทว่าภัคจิรารับรู้จากท่าทางของรัชตะว่ายังคิดถึงแฟนเก่าคนนี้ไม่เลิก ความอิจฉาแล่นขึ้นมาเป็นริ้ว เธอจึงหันไปหาเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องแล้วบอก“พี่เจอคนรู้จัก ขอเข้าไปทักแป๊บนึงนะ”“ใครคะพี่ภัค”“แฟนเก่าพี่หมอโอ๊ตน่ะ มากับผัวใหม่” ภัคจิราแสร้งยิ้มหยันรุ่นน้องสาวมองตามแล้วสูดปาก “หูย...คนใหม่ของเขาแซ่บระดับพริกร้อยสวนเลยนะพี่ ทั้งสูง ทั้งหุ่นเพอร์เฟกต์ แถมยังผิวสีแทนดูกร้าว
มีเพียงหาดทราย ทะเล สายลม กับสองเรา...ในขณะที่พินทุอรก้าวเข้าไปเช็กอินในรีสอร์ตสุดหรูที่เพชรพร้อมบรรจงเลือกแล้วเลือกอีกเพื่อมาฮันนีมูน เพลงที่มารดาของพินทุอรชอบเปิดให้ฟังในวัยเด็กก็แว่วมาในความทรงจำมองจากตรงล็อบบียังสามารถเห็นหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลสีฟ้าเข้มสะท้อนแสงแดดทอประกายระยิบระยับ ส่วนท้องฟ้าสีฟ้าจางๆ ก็ดูสดใสเมื่อถูกแต่งแต้มด้วยปุยเมฆขาวสวยเหมือนรูปในโปสการ์ดเลย...สามวันสองคืนต่อจากนี้เธอจะสวมแต่บิกินีสุดเซ็กซี่ แล้วทอดกายไปกับหาดทรายขาว หยอกเย้ากับเกลียวคลื่นที่ซัดสาด ปล่อยให้ผิวกายดื่มด่ำวิตามินดีจากแสงแดดเสียให้พอ จากนั้นก็กลับมาอาบน้ำเย็นๆ ให้สดชื่น เพื่อเตรียมตัวลงไปจัดการบุฟเฟต์อาหารทะเล เบียร์และไวน์แบบฟรีโฟลว์หรือที่เรียกว่าดื่มได้ไม่อั้นแค่คิด...พินทุอรก็แทบจะล่องลอยไปสรวงสวรรค์แล้ว“ชอบห้องพักไหมอิง” เพชรพร้อมถามเมื่อก้าวเข้ามาอยู่ในพูลวิลลาหลังใหญ่ แบบที่เปิดออกไปแล้วมีสระว่ายน้ำส่วนตัวแยกจากสระหลัก มีรั้วสูงกั้นไว้อย่างมิดชิดเป็นสัดส่วน เพื่อให้คู่รักที่มาพักได้ใช้เวลาทำ ‘กิจกรรม’ ได้อย่างเต็มที่สมกับชื่อห้องฮันนีมูนสวีต แถมยังมองเห็นทะเลกับหาดทรายได้แบบพาโน
เสียงบรรเลงเพลงไทยเดิมดังก้องไปทั่วบริเวณบ้านสวนเพียงดินดีบรรยากาศในวันนี้สวยงามและหวานชื่นไม่ต่างจากภาพในงานแต่งงานที่เห็นในละครมากนัก จะแตกต่างก็เพียงมวลความสุขและความสนุกสนานที่โอบล้อมงานในวันนี้ล้นเอ่อจนทุกคนในงานสัมผัสได้เพชรพร้อมสวมชุดสูทสากลสีชมพูอ่อนนั่งพนมมือวางบนหมอนสำหรับรดน้ำสังข์ โดยมีพินทุอรซึ่งสวมชุดไทยสีชมพูอย่างที่เพชรพร้อมชอบคาดทับด้วยสไบสีทองนั่งอยู่เคียงกันทางซ้ายมือ รอบคอของทั้งคู่มีพวงมาลัยสองชายห้อยอุบะที่ชายมาลัย ซึ่งพวงมาลัยนี้ร้อยอย่างวิจิตรบรรจงด้วยฝีมือของนางรำพึงผู้เป็นแม่งานบ่าวสาวยิ้มให้กันด้วยความชื่นมื่นในระหว่างรอทำพิธีรดน้ำสังข์ ก่อนจะเป็นเพชรพร้อมที่ก้มลงไปหยิบกระดาษเช็ดหน้าแผ่นบางขึ้นมาซับเบาๆ ไล่ไปตามไรผมที่ล้อมกรอบหน้าของเจ้าสวยคนสวย“เหนื่อยไหมอิง”“ไม่เหนื่อย”“ร้อนหรือเปล่า” ถามเสร็จก็ยิ้มให้“เปิดแอร์ขนาดนี้ อิงจะเอาอะไรมาร้อน”“หนาวเกินไปไหม”“ไม่เลย กำลังดีแล้ว”เพชรพร้อมฟังแล้วยิ้มกว้างอีกครั้ง เอื้อมมือไปกุมมือพินทุอร มองตากันแล้วก็ยิ้มให้กันอีกหนคะนึงรักชะงักกึก พานใส่มงคลแฝดหรือมงคลที่ใช้สวมศีรษะบ่าวสาวแทบร่วง เธอวางพานใส่มงคลลง แล้
การ์ดแต่งงานถูกส่งไปทั่วโรงพยาบาลนรินทร์รัตน์ ยกเว้นก็แต่ใครคนหนึ่งที่แผนกศัลยกรรมกลับไม่ได้รับการ์ดเชิญนี้“เป็นไงบ้างไอ้โอ๊ต พักนี้ชีวิตดีไหม”รัชตะเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงานเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหู เขาขมวดคิ้วตอนที่คนมาใหม่เดินเข้ามาหาในห้องทำงานพร้อมรอยยิ้มแบบแปลกๆนายแพทย์อรัญอยู่แผนกสูตินารีเวช เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันแต่ไม่ค่อยลงรอยกันนัก ศัลยแพทย์หนุ่มจึงแปลกใจไม่น้อยเมื่อเพื่อนที่แทบไม่ได้คุยกันเข้ามาทักทาย“มีอะไร” เขาถามตรงๆ“รู้ข่าวหรือยังวะ แฟนเก่าของมึงกำลังจะแต่งงาน”รัชตะชะงัก “หมายถึงใคร อิงน่ะเหรอ”“ใช่ หมออิงจะแต่งงาน แล้วก็ย้ายไปต่างจังหวัดด้วย”อรัญโบกการ์ดแต่งงานที่เพิ่งได้รับเมื่อเช้ากลางอากาศ พลางทรุดตัวนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามรัชตะปรายตามองการ์ดแต่งงานสีน้ำเงินขลิบทองในมือเพื่อนร่วมงาน แล้วเบ้หน้าเหมือนไม่แคร์ แต่มือข้างที่อยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเจ็บ“ความจริงไม่ต้องแจกการ์ดก็ได้ น่าจะเป็นแค่งานเลี้ยงกระจอกที่บ้านนอกเท่านั้น”“เขาจัดงานกันที่โรงแรมในกรุงเทพฯ นี่แหละ ระดับห้าดาวเสียด้วย” อรัญบอกชื่อโรงแรมห้าดาวสุดหรูซึ่งอยู่ใจกลางเมือง“จะจัดหรูแค่ไหน เจ้าบ่าวก็กระจอกอย
ในที่สุดนางรำพึงก็ต้องใช้ฤกษ์สำเร็จรูปจนได้ ใครจะไปคาดคิดว่าหลานชายตัวดีจะใจร้อนขนาดนี้ มิหนำซ้ำยังจูงมือกันไปจดทะเบียนเรียบร้อย มันน่าตีให้ตายนัก‘น่าจะบอกผู้หลักผู้ใหญ่ก่อน จะได้นัดไปพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ’ นางรำพึงบ่นเป็นหมีกินผึ้งหลังจากหลานชายโทร. มาบอกเรื่องจดทะเบียนสมรสกับพินทุอรแล้ว‘ผมโทร.บอกพ่อแล้ว พ่อก็ไม่ว่าอะไร’‘ได้ปรึกษาผู้ใหญ่ทางหนูอิงหรือเปล่า ถึงผู้หญิงเขาจะอยู่ตัวคนเดียว แต่ก็คงมีญาติอยู่บ้าง’‘ญาติพวกนั้นอิงไม่นับญาติหรอกอา ไม่เคยสนใจหรือเจอหน้ากันเกินสิบปีแล้ว จะมีก็แต่ครอบครัวของวิณทร์นั่นแหละที่อิงนับถือเหมือนญาติ แต่อิงก็พาผมเข้าไปกราบปู่ของวิณทร์มาแล้วนะ ยิ่งรู้ว่าผมเป็นลูกพี่ลูกน้องของลี่ ก็แทบไม่ต้องทำความรู้จักอะไรกันเลย ทางสะดวกสุดๆ’‘แล้วจะจัดงานไหม’‘จัดครับอา ทางบ้านวิณทร์เขาอยากให้จัด โดยเฉพาะคุณปู่ของวิณทร์บอกว่าถึงจะจดทะเบียนกันแล้ว ก็ต้องจัดงานแต่งงานด้วย’ พอเพชรพร้อมบอกแบบนั้นก็ได้ยินเสียงถอนหายใจเหมือนโล่งอกของคุณนายรำพึงถึงอย่างไรหญิงสูงวัยก็ยังเป็นคนรุ่นเก่า ย่อมอยากให้มีพิธีแต่งงานสักหน่อย จะเล็ก จะใหญ่ อย่างไรก็ได้ แต่อย่างน้อยก็อยากให้มีเพ
พินทุอรมองอาหารละลานตาตรงหน้าแล้วอดขำไม่ได้ “ลี่เอ๊ย...ถ้าพี่กับเพชรกินอาหารของลี่หมดนี่ ไม่ต้องแต่งงานแล้วละ วนรอบเมรุสามรอบแล้วก็เผาได้เลย”“ก็ชิมอย่างละนิดสิคะพี่อิง นิดเดียวก็รู้รสแล้ว ลี่สั่งซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งที่พี่ชอบมาด้วยนะ อยู่ในจานไหนสักจานนึงนั่นแหละ ไม่ก็อาจจะยังอยู่ในครัว เพราะจานไม่พอ”“นี่ยังมีอีกเหรอวะไอ้ลี่” เพชรพร้อมเริ่มขำ“มี มีของที่พี่เพชรชอบด้วย” คนเป็นน้องยิ้มเอาใจ “ส่วนของเสือน้อยเป็นข้าวตุ๋นกับฟักทองญี่ปุ่นและหมูสับ ถือว่าได้ร่วมฉลองด้วย”“เอาๆ กินกัน ไม่หมดก็ไม่ต้องกลับบ้านละกัน”“ผมไปเปิดไวน์ให้นะ ฉลองจดทะเบียนทั้งที เอาขวดที่แจ่มๆ เลย” วิณทร์วายุส่งลูกชายตัวป้อมให้ภรรยาสาว ก่อนจะหันไปถามเพชรพร้อมเรื่องไวน์เพราะเพื่อนสนิทเคยเล่าให้ฟังว่าเจ้าของสวนเพียงดินดีก็ชอบดื่มไวน์และมีความรู้เรื่องไวน์เหมือนกัน “เพชรมีไวน์ปีไหนที่ชอบเป็นพิเศษไหม เผื่อที่บ้านมี จะได้เปิดขวดนั้น”“เอาที่คุณเลือกเลยวิณทร์ ผมดื่มได้หมด”คะนึงรักรีบเสริม “รายนี้เน้นสุด ไม่เน้นทรง กะแช่ สาโท ยี่สิบแปดดีกรี พี่เพชรย้อมยังดื่มได้เลย”ทั้งสี่คนกับอีกหนึ่งเด็กน้อยกินอาหารเย็นที่คะนึงรักสั่งมาด
วันรุ่งขึ้นพินทุอรตื่นขึ้นในอ้อมกอดของเพชรพร้อมด้วยความสดชื่นการได้เล่าเรื่องส่วนตัวที่ไม่สวยงามนักให้เพชรพร้อมฟัง เป็นการปลดเปลื้องพันธนาการบางอย่างที่ฉุดรั้งพินทุอรมาหลายปี ทำให้เธอกับเขาได้รู้จักกันลึกซึ้งมากกว่าเดิมอีกขั้นหนึ่ง ที่ผ่านมานั้น นอกจากที่จำเป็นต้องเล่าให้คะนึงรักฟังแล้ว จิตแพทย์สาวก็ไม่เคยรู้สึกไว้ใจใครมากพอที่จะเล่าเรื่องบอบช้ำเหล่านี้ให้ฟังเลยแต่กับเขา...กับเพชรพร้อม...เธอรู้สึกว่าสามารถแบ่งปันได้ทุกเรื่องทั้งเรื่องดีและเรื่องร้ายเช้านี้ เธอเตรียมอาหารเช้าแบบง่ายๆ ไว้ให้ชายหนุ่ม นั่นคือเทซีเรียลรสช็อกโกแลตใส่ชาม ฝานกล้วยหอมเป็นแว่นๆ วางไว้ด้านข้าง หยิบขวดนมสดจากตู้เย็นออกมาวางกลางโต๊ะอาหาร จากนั้นก็ต้มน้ำร้อนในไมโครเวฟ สำหรับชงกาแฟแบบทรีอินวัน เมื่ออาหารเช้าเสร็จ เขาก็ออกจากห้องน้ำพอดี“ว้าว...เตรียมอาหารเช้าให้ผมด้วย” น้ำเสียงเข้มดุนั้นเต็มไปด้วยความขบขัน“ภูมิใจนำเสนอขั้นสุดเลยนะ” เธอยักคิ้วกวนเพชรพร้อมนั่งลงกินอาหารเช้ากับเธอ ดูข่าวเช้าเพลินๆ จู่ๆ ชายหนุ่มก็พูดขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย“อิง...เราสองคน...มีลูกด้วยกันมั้ย”พินทุอรอมช้อนที่ตักซีเรียลค้าง มองหน้าเพ