2 ปีผ่านไป.... เวลามักจะผ่านไปไวเสมอ ตอนนี้ฉันเรียนอยู่ปี3 แล้วนะ อีกแค่ปีเดียวก็จะจบแล้ว ถ้าเรียนจบฉันก็ต้องกลับไปช่วยงานคุณป๋า ตอบแทนพระคุณที่คุณป๋าเลี้ยงดูฉันมาตั้งแต่เด็ก เรื่องในตอนนั้นฉันพยายามจะไม่คิดถึงอีกแล้ว เวลาผ่านไปฉันเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง แต่บอกตามตรงว่าฉันก็ยังไม่กล้าสู้หน้าของคุณป๋าอยู่ดี ฉันจำไม่ได้แล้วว่าครั้งล่าสุดที่ฉันคุยกับคุณป๋ามันเมื่อไหร่ มันนานมาก คงจะก่อนเกิดเรื่องในคืนนั้น....ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของฉันก็ราบรื่นดีนะ ฉันตั้งใจเรียน มีผู้ชายเข้ามาจีบฉันก็ไม่ได้สนใจใครทั้งนั้น เพราะตอนนี้อยากตั้งใจเรียนก่อน“ฮายย!! ยัยฝุ่น วันนี้พี่ไนท์จะมารับแกมั้ย ฉันจะติดรถไปด้วย” พี่ไนท์คือรุ่นพี่ที่คณะ ชอบอาสาไปส่งฉันซึ่งฉันก็ปฏิเสธทุกครั้ง แต่บางทีก็ทนแรงตื้อไม่ไหว จนปัจจุบันนี้ฉันก็นับถือพี่ไนท์เหมือนพี่ชายคนหนึ่ง ซึ่งพี่ไนท์ก็เข้าใจนะถึงแม้ว่าพี่ไนท์จะคิดกับฉันอีกสถานะก็ตาม“อื้อไปส่งๆ” “ฉันเนี่ยลุ้นให้แกคบกับพี่ไนท์นะ พี่เขาดูเป็นผู้ชายที่อบอุ่นดี” มายเป็นแบบนี้แหละ สนับสนุนพี่ไนท์เต็มที่ “ทำไมแกไม่คบเองล่ะ ชอบสนับสนุนดีนัก” “บ้าหรอ พี่ไนท์ชอบแกไม่ใช่ฉันสักห
เมื่อได้เจอกันอีกครั้งเหตุการณ์ในครั้งนั้นมันก็ย้อนกลับเข้ามาในหัว ฉันไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ ในตอนนี้มันเลยรู้สึกทำตัวไม่ถูกเริ่มสั่นไปทั้งตัว “คุณท่านคะ คุณหนูฝุ่นมาเยี่ยมป้าแล้ว” ป้าชมพูดพร้อมกับรอยยิ้ม “ครับ ผมเห็นแล้ว” คุณป๋าตอบเสียงเรียบก่อนจะเดินมาหยุดตรงเตียงของป้าชมตรงข้ามกับฉัน คุณป๋ามองหน้าฉันก่อนสักพักแล้วตวัดสายตาไปจ้องพี่ไนท์ที่ยืนอยู่ข้างๆ กับฉัน “เอ่อ....” พี่ไนท์ทำตัวไม่ถูกเมื่อโดนคุณป๋าจ้องแบบนั้น“พี่ไนท์นี่คุณป๋าภาคินค่ะ เป็นพ่อเลี้ยงของฝุ่นมัน” มายแนะนำเสร็จสรรพ ส่วนฉันก็ยังยืนตัวแข็งทื่อราวกับโดนมนต์สะกดเอาไว้ “อ้อ! สวัสดีครับ^_^”“อื้ม” คุณป๋าเพียงแค่พยักหน้าตอบเท่านั้น “แฟนหรอคะ ?” ป้าชมถามฉัน แต่คำถามของป้าชมมันกลับทำให้คุณป๋าจ้องหน้าฉันแบบไม่พอใจทันที “ปะ เปล่าค่ะ ไม่ใช่นะคะป้าชม” ฉันรีบส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ “ผมตามจีบน้องอยู่ครับ แต่น้องฝุ่นใจแข็งมาก ยังไงผมขอฝากเนื้อฝากตัวกับคุณป๋าไว้ก่อนได้มั้ยครับ ^_^” พี่ไนท์พูดในเชิงที่ลุคฉันหนักมาก ซึ่งคุณป๋าก็ไม่ตอบอะไรพี่ไนท์เลยสักคำ เอาแต่ทำหน้าขรึม“พี่ไนท์ ป๋าไอ้ฝุ่นหวงมันจะตาย พี่ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ” มายกระซ
คุณป๋าค่อยๆ ถอดจูบออกแล้วมองหน้าฉันที่จู่ๆ ก็นิ่งไป “ไม่เจอฉันมันดีกว่า หึ!!” คุณป๋าทวนคำพูดก่อนหน้านี้ที่ฉันพูดออกไป แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ มือหนาบีบข้อมือฉันเอาไว้แน่นกว่าเดิม“ฝ...ฝุ่นเจ็บค่ะ” ฉันนิ่วหน้าหลายต่อหลายครั้งเพราะความเจ็บ จนในที่สุดก็ต้องพูดออกมาจนได้“ใกล้ถึงวันครบรอบที่ฝนเสียชีวิต เธอคงไม่ใจร้ายถึงขนาดไม่ไปทำบุญให้พี่สาวตัวเอง” “ฝุ่นรู้ค่ะ รู้ว่าฝุ่นต้องทำอะไร” “งั้นเสาร์อาทิตย์นี้เธอก็เตรียมตัวกลับไปบ้านกับฉัน” “บ้าน? ทำไมฝุ่นต้องกลับไปที่บ้านด้วยละคะ ฝุ่นจะทำบุญให้พี่ฝนที่วัดในกรุงเทพ” “ไม่ได้!!” คุณป๋าปฏิเสธเสียงดังลั่นห้อง “คุณป๋า....” “ที่ผ่านมาฉันให้เวลาเธอมามากพอแล้วฝุ่น” เหมือนฉันถูกฉุดดึงเข้าไปในฝันร้ายอีกครั้งหนึ่งเมื่อคุณป๋าพูดแบบนี้อีกมา ใจมันยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับคุณป๋าทุกวันหรอกนะ “ทำไมคะ จะเอาฝุ่นไปเป็นตัวแทนพี่ฝนอีกใช่มั้ย” ฉันรวบรวมความกล้าก่อนจะถามออกไป เมื่อคุณป๋าได้ยินสิ่งที่ฉันถามก็จ้องหน้าฉันตาเขม่งทันที “ฝนเกี่ยวอะไร?” “ถึงฝุ่นจะโง่ จะซื่อบื้อ แต่ฝุ่นก็พอจะดูออกมาคุณป๋ากับพี่ฝน....” ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบคุณป๋าก็ตวาดใส่ฉันฉัน
ฉันดิ้นไปมาอยู่บนตักของคุณป๋าอยู่อย่างนั้น แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะหลุดพ้น “ฝุ่นบอกให้ปล่อยไงคะ คุณป๋า อุ๊ป...” เป็นครั้งที่สามในวันนี้ที่ฉันถูกคุณป๋าจูบโดยไม่ทันตั้งตัว คุณป๋าพยายามสอดลิ้นเข้ามาในช่องปากของฉัน แต่ฉันไม่ยอมเปิดปากให้ “อื้อ ~” ฉันร้องประท้วงออกมาเบาๆ ในลำคอ จากนั้นคุณป๋าก็ค่อยๆ ถอนจูบออก จู่ๆ หัวใจดวงน้อยๆ ของฉันมันก็เต้นรัวอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นสายตาของคุณป๋าที่มองอยู่ในตอนนี้มันเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่รู้ว่าสายตาคู่นั้นกำลังจะซื่อถึงอะไร หรือคุณป๋ามองเห็นฉันเป็นพี่ฝน... คุณป๋าค่อยๆ ปล่อยมือออกจากตัวฉัน เมื่อได้จังหวะฉันก็รีบลุกขึ้นทันที แล้วเดินออกไปนอกระเบียงเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ ส่วนคุณป๋าก็ยังคงนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิม ฉันมองออกไปตรงหน้า ทุกอย่างมันมืดมิดและว่างเปล่า แต่หัวใจของฉันกลับยังไม่หยุดเต้นรัวจนต้องเอามือขึ้นมาทาบที่อกข้างซ้ายเอาไว้ มันเกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกของฉันกันนะ.... “จะยืนอยู่แบบนั้นถึงเช้าเลยรึไง !!” เสียงของคุณป๋าดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง มันทำให้ฉันสะดุ้งโหย่งทันที “ฝะ ฝุ่นขอยืนอยู่ตรงนี้สักพักนะคะ” ฉันพยายามจะไม่เอ่ยถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น “
“เธอเลิกเอาบุญคุณของฉันมาพูดสักที !” ฉันเบือนหน้าหนีคุณป๋าไปอีกทางแล้วพูด “ออกไปจากห้องฝุ่นได้แล้ว ฝุ่นอยากพักผ่อน” “ฉันไม่ได้มีหน้าที่ทำตามที่เธอสั่ง !!” คุณป๋าตอบกลับเสียงแข็ง จากนั้นก็รวบมือทั้งสองข้างของฉันขึ้นไปขึงตรึงเอาไว้เหนือหัว “คุณป๋า !!” เมื่อเห็นท่าไม่ค่อยดีฉันจึงเริ่มดิ้น แต่ทว่ายิ่งดิ้นเท่าไหร่คุณป๋าก็ยิ่งกดแขนของฉันแรงขึ้นเป็นเท่าตัว “อย่าทำอะไรบ้าๆ นะคะ” “คิดว่าฉันจะทำอะไร ?” คุณป๋าเลิกคิ้วขึ้นถาม “อะไรบ้าๆ ที่เธอหมายถึงมันคืออะไร ?” สาบานว่าคุณป๋าไม่รู้ความหมายของมันจริงๆ ฉันไม่ใช่เด็ดขาด “หึ !!” คุณป๋าค่อยๆ ปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้อง ส่วนฉันยังนอนอยู่บนเตียงมองแผ่นหลังของคุณป๋าไปจนสุดสายตา กระทั่งประตูห้องปิดสนิทลง เฮ้อ.... ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก คิดว่าจะไม่รอดจริงๆ ซะแล้ว คุณป๋าเป็นอะไรของเขากัน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่สิ!! ไม่เคยดี มีแต่ร้ายกับฉันต่างหาก เช้าวันต่อมา...วันนี้ฉันกับคุณป๋าต้องไปวัดทำบุญให้พี่ฝนในวันครบรอบที่พี่ฝนจากเราไป วันนี้คุณป๋าเงียบและสุขุมมาก ไม่ได้มีท่าทีแบบเมื่อวานเลยสักนิด แต่บอกตามตรงไม่ว่าจะเป็น
ฉันลุกขึ้นเตรียมจะวิ่งไปที่ประตูแต่ก็ถูกคุณป๋าคว้าตัวเอาไว้ก่อน ครั้งนี้คุณป๋ากดฉันลงที่พื้น แล้วคร่อมบนร่างของฉันเอาไว้ “ยะ อย่าทำอะไรบ้าๆ นะคะ” “เธอยั่วโมโหฉันเอง !!” “ฝุ่นหรอคะ ? ฝุ่นยังไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ !!” “อ่อยผู้ชายออกนอกหน้าแบบนั้น หึ!!” คุณป๋าขบกามแน่นแล้วมองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธ“แล้วคุณป๋ามีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้กับฝุ่นละคะ” ถึงแม้จะพยายามดิ้นแล้ว แต่แขนกับขาของฉันถูกกดเอาไว้แบบนี้มันยากที่จะหลุดพ้น “เดี๋ยวก็รู้ว่าฉันมีสิทธิ์มั้ย” คุณป๋ากระตุกยิ้มมุมปาก จากนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น แควก !! ชุดที่ฉันใส่ถูกฉีกออกอย่างง่ายดายด้วยฝีมือของคุณป๋า เนื้อผ้ามันเสียดสีกับผิวของฉันจนทำให้รู้สึกแสบเอามากๆ “คุณป๋า อย่านะคะ อย่าทำ อื้อ~” ฉันหมดสิทธิ์ที่จะพูดอะไรต่อเมื่อริมฝีปากของคุณป๋ากดทับลงมาบนริมฝีปากของฉัน มือหนาบีบปากฉันให้อ้าออกเพื่อเปิดปากให้ จากนั้นไม่รู้ว่าคุณป๋าทำอะไรต่อ สมองมันเหมือนขาดออกซิเจนไปชั่วขณะ นานมากที่คุณป๋าจูบฉัน เอาลิ้นของตัวเองมาเกี่ยวพันกับลิ้นของฉัน รู้ตัวอีกทีมือหนาของคุณป๋าก็เค้นคลึงหน้าอกของฉันอยู่แล้ว แถมตอนนี้ขาของฉันมันยังอ้าออ
“คุณป๋าโคตรเห็นแก่ตัวเลยนะคะ รู้มั้ย...” คุณป๋ามองฉันด้วยใบหน้าที่เรียบตึง ก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าฉันแล้วนั่งลง แขนของฉันถูกกระชากอย่างแรงเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ “มองฝุ่นทำไมคะ หรือคิดว่าเป็นพี่ฝนอีก...” “เธอจะพูดแบบนี้เพื่ออะไร !!” “ไม่รู้สิคะ...” นั่นสิ เพื่ออะไรกัน ฉันก็ยังรักพี่ฝนเหมือนเดิม แต่ฉันไม่รู้เลยว่าทำไมเวลานี้ฉันถึงต้องพูดแบบนั้นออกไป “ฝุ่นยังอยู่ในสถานะลูกเลี้ยงของคุณป๋าอยู่ใช่มั้ยคะ” “.....” คุณป๋าเงียบเอาแต่จ้องหน้าฉัน จนรู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก “หรือจะเปลี่ยนสถานะให้ฝุ่นเป็นเมียเก็บของคุณป๋า” “ฝุ่น!! พูดอะไรออกมาห๊ะ !!” คุณป๋าตะคอกเสียงดังลั่น “แล้วที่คุณป๋าทำมันต่างกันตรงไหนคะ ?” ฉันถามออกไปด้วยความเจ็บปวด “หรือจะบอกให้ฝุ่นลืมอีก งั้นบอกฝุ่นมาหน่อยค่ะว่าทำยังไงฝุ่นถึงจะลืมได้” ฉันก้มหน้าลง หยดน้ำตามันหล่นลงบนชุดเดรสที่ขาดหลุดลุ่ย “ฝุ่นจะหาเงินใช้ของฝุ่นเอง คุณป๋าไม่ต้องโอนเงินมาให้ฝุ่นอีกแล้ว” “อย่าอวดดีกับฉัน !!”“ฝุ่นไม่ได้อวดดี แต่ฝุ่นไม่อยากเป็นตัวแทนของพี่ฝน ฝุ่นก็คือฝุ่น...” คุณป๋าพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ แล้วปล่อยมือออกจากข้อแขนของฉันก่อน
“เท่าที่ฉันเลี้ยงเธอมา เธอไม่มีพี่ชาย !!” คุณป๋าพูดเสียงแข็ง “คงไม่ค้องให้ฉันย้ำอีกเป็นครั้งที่สอง” จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องของฉันพร้อมกับปิดประตูเสียงดังหลังจากที่คุณป๋าเดินออกไปแล้ว รู้สึกว่าทุกอย่างมันว่างเปล่าไปเลยจริงๆ รู้สึกว่าชีวิตนี้คงไม่มีความสุขอีกแล้ว เช้าวันใหม่....ฉันตื่นแต่เช้าเพื่อมารับน้ำค้างและแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าที่หน้าบ้าน วันนี้ฉันรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกเพราะว่าจะได้กลับไปกรุงเทพแล้ว ไม่ต้องอยู่ที่บ้านสวนให้อึดอัดใจ “อะ คุณป๋า ปล่อยนะคะเดี๋ยวมีคนมาเห็น” ฉันสะดุ้งโหย่งแล้วรีบแกะมือของคุณป๋าออก เพราะจู่ๆ คุณป๋าก็มาสวมกอดฉัน ไม่รู้ว่าเดินมาตั้งแต่เมื่อไหร่คุณป๋าจับตัวฉันหมุนไปหาตัวเอง ดวงตาคู่นั้นจ้องมองฉันเป็นประกาย ทำไมถึงมองฉันด้วยสายตาแบบนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนคุณป๋าไม่เคยมองฉันแบบนี้เลย อีกทั้งเมื่อคืนเราก็เพิ่งมีปากเสียงกัน มือหนายกขึ้นมาปัดไรผมของฉันออกจากใบหน้าให้อย่างอ่อนโยน จู่ๆ หัวใจของฉันมันก็เต้นรัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังเผลอใจ สิ่งที่ฉันทำคือผลักคุณป๋าออกไปไกลๆ “ผลักทำไม !!” คุณป๋าเดินกลับมาประชิดตัวฉันแล้วคว้าแขนขอ
เวลาผ่านไปหลังจากที่ฉันรับปริญญาเรียบร้อยแล้ว คุณป๋าพาฉันมาเก็บของที่บ้าน เพราะเราจะต้องย้ายไปอยู่ที่อเมริกาด้วยกัน จริงๆ ฉันขอร้องให้ป้าชมไปด้วย แต่ป้าชมไม่กล้านั่งเครื่องบิน อีกอย่างก็อยากกลับไปใช้บั้นปลายชีวิตที่บ้านกับลูกหลาน ทั้งฉันและคุณป๋าจึงไม่ขัด เพราะป้าชมก็ดูแลเราทั้งคู่มาเป็นอย่างดีมาตลอด คุณป๋าให้เงินป้าชมก้อนหนึ่งเพื่อตอบแทนที่ป้าชมดูแลทั้งคุณป๋าและฉันมาหลายสิบปี ก่อนจะกลับอเมริกาฉันกับคุณป๋าได้แวะไปที่วัดเพื่อทำบุญให้พี่ฝนด้วยนะ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีฉันก็จะคิดถึงพี่สาวของฉันคนนี้ตลอด ส่วนคุณป๋าก็คิดถึงพี่ฝนเหมือนกัน เพราะเห็นสีหน้าคุณป๋าในตอนที่ทำบุญให้พี่ฝน แต่มันเป็นความคิดถึงในแบบความผูกพันมากกว่า“เก็บของเสร็จหรือยัง” “เสร็จแล้วค่ะ” คุณป๋าหิ้วกระเป๋าเดินทางของฉันไปขึ้นรถให้ ก่อนที่จะให้ลูกน้องขับไปส่งที่สนามบิน เรานั่งเครื่องบินส่วนตัวไปนะ จริงๆ ไม่ใช่ฉันที่อยากนั่งหรอก ก็อย่างที่เคยบอกว่ามันเปลืองเงิน แต่คุณป๋าต้องการความเป็นส่วนตัวฉันจึงไม่ขัดอะไร ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาฉันเกิดอาการอ้วกอย่างหนัก ไม่ว่าจะทำอะไรก็เวียนหัวไปหมด คลื่นไส้อยู่ตลอดเวลา ลูกคงจะดื้อมากแน่
คุณป๋าอุ้มฉันขึ้นไปวางบนเตียง ก่อนจะล้มตัวลงมานอนกอดอยู่ข้างๆ ตัวฉัน “ฝุ่นจะสายแล้วนะคะ” ฉันหันไปบอกคนเจ้าเล่ห์อย่างคุณป๋า ที่ไม่ยอมปล่อยให้ฉันไปเรียนสักที “แต่ฉันเพิ่งบินมาถึง ยังไม่ได้กอดเธอให้พอใจเลยนะ” คุณป๋าพูดอย่างออดอ้อน แล้วขยับตัวเข้ามาใกล้ๆ พร้อมกับกำชับกอดแน่น “เอาไว้กลับจากมหาวิทยาลัยฝุ่นจะมาให้คุณป๋ากอดให้หนำใจเลยนะคะ แต่ตอนนี้ฝุ่นต้องไปแล้ว” “ขอกอดต่ออีกสักห้านาทีแล้วกัน” คุณป๋าคงไม่ยอมปล่อยให้ฉันไปมหาวิทยาลัยง่ายๆ แน่แบบนี้ “คุณป๋าคะ....” ฉันกำลังจะดุคุณป๋าอีกครั้ง แต่ก็ถูกเสียงของมายดังขึ้นมาขัดสะก่อน “ยัยฝุ่นเสร็จหรือยัง นี่แกไม่คิดจะตอบฉันหน่อยหรอ ยัยฝะ...ฝุ่น” มายเดินมาหยุดตรงหน้าห้องนอน ซึ่งคุณป๋าไม่ได้ปิดประตูไว้ ทำให้มายเห็นคุณป๋าที่กำลังกอดรัดฉันอยู่ “เอ่อ...งั้นฉันไปมหาวิทยาลัยก่อนแล้วกันนะ บ๊าย” “ดะ เดี๋ยวสิมาย!! ยัยมาย!!” พูดจบมายก็เดินดิ่งออกไปจากห้องโดยไม่ได้ฟังเสียงเรียกของฉันเลยแม้แต่น้อย “คุณป๋าฝุ่นต้องรีบไปมหาวิทยาลัยนะคะ” ฉันดิ้นไปมาเบาๆ อยู่ภายใต้แขนแกร่งของคุณป๋า“ไม่ไปแค่วันเดียวคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง” “อื้อ~ ถ้ารู้ว่ามาหาแล้วเป็นแบบนี้คร
ฉันพยายามโทรศัพท์ไปหาคุณป๋าตั้งแต่สองทุ่มยันตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว ก็ไร้วี่แววของคุณป๋ารับสาย“โกรธมากขนาดนั้นเลยงั้นหรอเนี่ย...” ฉันมองดูหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะบอกมายว่าขอตัวกลับไปที่ห้องก่อน “มายฉันกลับห้องแล้วนะ” “อื้อๆ” จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องมาย ห้องฉันกับมายก็อยู่ตรงข้ามกันนี่แหละ ระหว่างเดินเข้าห้องตัวเองฉันก็โทรหาคุณป๋าไปด้วย และในที่สุดคุณป๋าก็กดรับสายสักที แต่กลับไม่ยอมเปิดกล้องให้ฉันได้เห็นหน้า ( ปิดกล้องทำไมคะ เปิดกล้องหน่อยสิ ) ฉันถามเสียงออดอ้อน ( ฝุ่นโทรไปหาตั้งกี่สายแล้ว ไม่รับสายฝุ่นเลย ) ( ฉันกำลังจะเข้าไปบริษัท ) คุณป๋าไม่ได้ตอบคำถามของฉัน แต่กลับตอบแบบใส่อารมณ์ว่าจะเข้าไปที่บริษัท ( โกรธที่พี่ไนท์ลูบหัวฝุ่นหรอคะ ) จริงๆ ฉันรู้อยู่แล้วแหละว่าคุณป๋าต้องโกรธเรื่องนี้แน่ๆ ก็แค่แกล้งถามไปงั้น ( ทำไม! มันสมควรรึไงทำแบบนั้น ) พอฉันถามแบบนั้น คุณป๋าก็ตะคอกถามกลับมาเสียงแข็งทันที ( ฝุ่นไม่รู้นี่น่าว่าพี่ไนท์จะมาลูบหัวฝุ่นแบบนั้น ) อีกแล้วคุณป๋าเงียบใส่อีกแล้วสิ ( ถ้าฝุ่นรู้ฝุ่นก็คงไม่ยอมให้ทำหรอกค่ะ ดีกันนะคะ ) ( คุณป๋าโกรธฝุ่นได้ลงคอหรอ ตอนนี้ฝุ่นท้องอยู
ณ ประเทศไทย มาถึงสิ่งแรกที่ฉันทำคือรายงานคุณป๋าก่อน ไม่งั้นจะถูกงอนเอา หลังจากคุยกับคุณป๋าเสร็จก็จะเข้าไปที่บ้าน ก่อนจะไปหาอาเพทายกับมายที่บริษัท ณ บริษัท มาถึงไม่เห็นว่ามีเลขานั่งอยู่ด้านหน้า ฉันเลยถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปในห้องโดยที่ไม่ได้เคาะก่อน แต่!!แล้วก็ต้องตาค้างให้กับภาพที่เห็น เพราะว่าตอนนี้ยัยมายเพื่อนสนิทของฉันกำลังยืนกอดกับอาเพทายอยู่ ฉันยกมือขึ้นมาขยี้ตาตัวเองแล้วมองภาพตางหน้าอีกครั้ง เพราะคิดว่าตัวเองคงจะเบลอจนเห็นภาพหลอน แต่แล้วก็ยังเห็นอาเพทายยืนกอดกับมายอยู่เหมือนเดิม “นะ นี่มันอะไรกัน ยัยมายแก...” ฉันมองหน้าอาเพทายกับยัยมายสลับกัน “คุยกันไปก่อนนะ เดี๋ยวอาเข้าประชุมก่อน ^_^” อาเพทายเดินมาลูบหัวฉันเบาๆ ก่อนที่จะเปิดประตูเดินออกไปจากห้องทำงาน “ยัยมายแกกับอาเพทายคบกันหรอ ?” ฉันทำตาโตอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น มันบ้าที่สุดเลย “อื้อ ^_^”“เป็นไปได้ยังไง ฉันฝันไปหรือเปล่าเนี่ย” “ไปนั่งกินเค้กที่ร้านประจำเรากันเถอะ เดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟัง ^_^” ฉันต้องเดินตามยัยมายไปแบบงงๆ เมื่อมาถึงที่ร้านประจำที่เราชอบมากัน มายก็เริ่มเล่าเรื่องราวของนางกับอาเพทายให้ฟัง สรุปท
เมื่อกลับมาโรงแรมเปิดประตูเข้ามาในห้องได้ สิ่งแรกที่คุณป๋าทำคืออุ้มฉันเข้าไปในห้องนอน แล้ววางลงบนเตียง “คุณป๋า เลิกหื่นก่อนได้มั้ยคะ” ฉันลุกขึ้นนั่งแล้วพูดกับคุณป๋าอย่างตำหนิ จะไม่พูดคุยอะไรกันก่อนหรือไง “ทำเหมือนข้าวใหม่ปลามันไปได้” “นั่นสิ ทำไมอยู่กับเธอทีไรฉันถึงมีอารมณ์ได้มากขนาดนี้” คุณป๋าทำท่าคิด สายตาของฉันเหลือบมองไปที่เป้ากางเกงของคุณป๋า เห็นมันนูนขึ้นมาแทบจะทะลัก ขนาดนั้นเชียวหรอ...“เดี๋ยวเธอก็กลับไทยแล้ว ถือซะว่าชดเชยให้ฉัน” คุณป๋าพูดอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะค่อยๆ ดันตัวฉันให้นอนราบไปกับเตียง “ดะ เดี๋ยวสิคะ ฝุ่นมีเซอร์ไพรส์ค่ะ” “เซอร์ไพรส์อะไร หื้ม” คุณป๋าฝังจมูกลงมาบนพวงแก้มของฉันอย่างแผ่วเบา“อื้อ คุณป๋าออกไปรอด้านนอกก่อนสิคะ” ฉันดันแผงอกแกร่งเอาไว้ “ทำไมต้องให้ไปรอด้านนอก ?” คุณป๋าเลิกคิ้วเชิงสงสัย“ก็บอกว่าเซอร์ไพรส์ไง” คุณป๋าทำหน้าคิดหนัก ฉันจึงลุกขึ้นจูงมือคุณป๋าออกไปด้านนอก “นั่งรอก่อนนะคะ เสร็จแล้วฝุ่นจะเรียก” “เธอคิดจะทำอะไรฝุ่น ?” คุณป๋าถามอย่างไม่ไว้ใจ บ้าจริง! ฉันเคยทำอะไรไม่ดีหรือไงเล่า“เดี๋ยวก็รู้ค่ะ” พูดจบฉันก็เดินกลับเข้าไปในห้องและไม่ลืมที่จะล็อกประต
เวลาผ่านไปเกือบสองเดือน...กำหนดงานแต่งของฉันกับคุณป๋าคืออีกสามเดือนข้างหน้า ในตอนนั้นท้องของฉันมันคงจะโตมากแล้ว ส่วนเรื่องชุดและสถานที่จัดงานแต่ง คุณป๋าได้จัดการไว้เรียบร้อยแล้ว วันนี้ฉันออดอ้อนขอตามคุณป๋ามาที่บริษัทด้วย เพราะเบื่อห้อง ที่ผ่านมาคุณป๋าสั่งให้ฉันอยู่แต่ห้องทุกวัน ๆ วันนี้ฉันเลยแสร้งทำตาแดงคล้ายคนจะร้องไห้ไม่อยากอยู่คนเดียว คุณป๋าเลยใจอ่อนพาฉันมาที่บริษัทด้วย “หิวมั้ย ?” คุณป๋าละสายตาออกจากเอกสารเงยหน้าขึ้นมาถามฉันที่กำลังนั่งอ่านหนังสือสำหรับคุณแม่มือใหม่อยู่บนโซฟา “ฝุ่นรอกินพร้อมคุณป๋าก็ได้ค่ะ ^_^” “แต่อีกนานเลยนะกว่างานฉันจะเสร็จ” “ฝุ่นรอได้” คำพูดของฉันทำให้คุณป๋าลอบถอนหายใจออกมาอย่างลำบากใจ “เธอท้องอยู่นะฝุ่น”“...ก็ได้ค่ะ” คุณป๋ายกโทรศัพท์ขึ้นมาสั่งลูกน้องให้เอาอาหารมาให้ฉัน อุตส่าห์อยากกินข้าวพร้อมกับคุณป๋า แต่ต้องถูกบังคับให้กินก่อนซะงั้น“อีกสองวันฝุ่นจะกลับไทยแล้วนะคะ คุณป๋าจะได้กลับไปพร้อมฝุ่นมั้ย” ที่ฉันถามแบบนี้ก็เพราะคุณป๋าเคยบอกไว้ว่าจะดูเวลาว่างและกลับไทยพร้อมกับฉัน “ช่วงนี้งานยุ่ง เธอเข้าใจฉันนะ” คุณป๋าควจะกลัวฉันโกรธ ถึงได้ดูเป็นกังวลขนาดนั้น “ค่
ไม่รู้ว่าคุณป๋ากำลังคิดบ้าอะไรอยู่ จู่ๆ ถึงได้ควักท่อนเอ็นออกมาแล้วจับขาฉันถ่างออกจากกัน “คะ...คุณป๋า ไม่ได้นะคะ หมอบอกว่าต้องงดก่อน” “ขอเข้าไปแค่หัว ได้มั้ย” ไม่พูดเปล่า คุณป๋าเอาท่อนเอ็นมาจ่อตรงร่องสวาทแล้วถูส่วนหัวให้สัมผัสกับติ่งเกสรของฉัน “อื้อ อ๊ะ~ ละ ลูกจะไม่เป็นอันตรายใช่มั้ยคะ” “ไม่หรอก ไม่ได้เอาเข้าไปหมดสักหน่อย” พูดจบคุณป๋าก็สอดใส่ส่วนหัวสีชมพูเข้ามา “อ๊า ~ เข้าไปแค่นี้เอง” ฉันเม้มปากแน่น ถึงจะเข้าไปแค่ส่วนหัวแต่มันก็ทำให้เสียวซ่าน คุณป๋าชักท่อนเอ็นส่วนออกมาถูติ่งเกสรของฉัน จากนั้นก็สอดใส่ส่วนหัวเข้ามาในร่องสวาท ทำแบบนี้สลับกัน และใช้มือที่กำท่อนเอ็นอยู่รูดขึ้นลง ริมฝีปากหนาก้มลงมาบดขยี้จูงลงบนริมฝีปากของฉันอย่างเร่าร้อน ลิ้นของฉันกับคุณป๋าเกี่ยวพันกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร“เสียวมั้ย” คุณป๋าถอนริมฝีปากออกแล้วถามเสียงกระเส่า “สะ เสียวค่ะ อ๊า~” เมื่อตอบจบคุณป๋าก็ตวัดลิ้นเลียริมฝีปากของฉัน ก่อนจะก้มหน้าลงมาตะโบมดูดหน้าอกทั้งสองเต้าอย่างดุเดือด มือหนาข้างที่ว่างอยู่บีบเค้นหน้าอกของฉันแรงๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บ ส่วนหัวของปลายท่อนเอ็นถูกกระแทกเข้าออกรัวๆ จากนั้
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป...สภาวะเสียงที่จะแท้งของฉันในตอนนี้ ได้รับข่าวดีแล้ว หลังจากที่นอนติดเตียงมาเป็นเวลาอาทิตย์กว่าๆ ในตอนนี้ลูกแข็งแรงปลอดภัยดี และหมออนุญาตให้กลับได้แล้ว ทั้งฉันและคุณป๋าต่างดีใจจนพูดไม่ออก แต่คุณป๋าท่าจะอาการหนักกว่าเพราะแอบไปร้องไห้ในห้องน้ำด้วย ที่ฉันรู้ก็เพราะว่าเห็นคุณป๋าเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับตาที่แดงกล่ำทั้งสองข้าง คุณป๋าให้ลูกน้องมารับกลับไปที่โรงแรม “ดูสิว่าเธอชอบแบบไหน” คุณป๋ายื่นสมุดภาพที่เป็นแบบบ้านมาให้ฉันดู “ฉันต้องอยู่ที่นี่อีกนาน เรากำลังจะมีลูกกันแล้วถ้าให้อยู่ที่โรงแรมคงไม่เหมาะ” ฉันพยักหน้าตอบพร้อมกับเปิดดูภาพบ้าน มีแต่สวยๆ ทั้งนั้นเลย “หลังนี้ดีมั้ยคะ ไม่ใหญ่มากเหมาะสำหรับครอบครัวเล็กๆ ^_^” “ฉันว่ามันเล็กไป เผื่ออนาคตเธอมีลูกห้าคนล่ะ” “จะบ้าหรอคะ ฝุ่นไม่มีถึงห้าคนหรอกนะ” “มันก็ไม่แน่” คุณป๋ายักคิ้วให้อย่างเจ้าเล่ห์ “ทะลึ่งจริงๆ เลยนะคะ” “เธอนอนพักไปก่อน ฉันต้องเข้าไปประชุมที่บริษัท” คุณป๋าทำหน้าเหมือนว่าไม่อยากไปเลย “ประชุมเสร็จแล้วฉันจะรีบกลับมา” “อย่าไปเหลวไหลที่ไหนนะคะ” ฉันทำเสียงดุ “ฉันไม่ใช่เด็กนะ” คุณป๋าเอามือมาบิดจมูกฉันเบาๆ
เช้าวันใหม่...ทันทีที่ฉันลืมตาขึ้น มองไปข้างๆ ก็เจอกับคุณป๋าที่นอนฟุบหน้าลงตรงมือของฉัน ภาพนี้ทำให้ฉันเผยยิ้มออกมาอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้ เมื่อคืนคุณป๋าไม่ยอมนอน เพราะกลัวว่าฉันจะนอนดิ้น บอกว่าจะรอดูให้แน่ใจก่อน เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะเป็นพ่อคน ทำให้คุณป๋าใจเย็นขึ้นมากกว่าเดิมเยอะเลย ไม่อารมณ์ร้อนเหมือนก่อนหน้านี้ แกร็ก คลืด~ เสียงประตูห้องถูกเปิดเข้ามา พร้อมกับเสียงล้อรถเข็น ชวนให้ฉันหันไปมองว่าใครกันที่เป็นคนเปิดประตูเข้ามาในห้อง “ตื่นเช้าจังเลยนะคะ ^_^” คุณพยาบาลคนสวยเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มที่แสนจะเป็นมิตร “เดี๋ยวขอตรวจหน่อยนะคะ” “ค่ะ ได้ค่ะ” เมื่อตอบพยาบาลเสร็จฉันก็มองคุณป๋าที่กำลังหลับอยู่ ก่อนจะกระตุกแขนข้างที่คุณป๋านอนทับอยู่เบาๆ เพื่อเป็นการปลุกให้คุณป๋าตื่น และมันก็ได้ผล คุณป๋าค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาทั้งที่ยังไม่ลืมตา ก่อนจะยกมือขึ้นมายีผมตัวเองจนยุ่งเยิงไปหมด แต่ถึงอย่างนั้น ผู้ชายวัยสามสิบกว่าๆ ในเวลาตื่นนอนแบบคุณป๋าจำเป็นต้องดูดีขนาดนี้เชียวหรอเนี่ย!! “แม้ สามีน่ารักจังเลยนะคะ^_^” เสียงของพยาบาลที่เอ่ยปากแซวทำให้ฉันรู้สึกหวงคุณป๋าขึ้นมาซะดื้อๆ แต่ก็ต้องเก็บอาการเอาไว้ “รี