Share

บทที่ 14 ตัดสินใจแยกบ้าน

Auteur: sanvittayam
last update Dernière mise à jour: 2024-12-22 15:43:32

บทที่ 14 ตัดสินใจแยกบ้าน

“นั่นสิ พี่สาวเพิ่งหายป่วยแต่ทำไมกินน้อยจังเลย นี่ต้องเป็นเพราะพี่สาวไม่ยอมกิน คุณลุงกับป้าสะใภ้ก็เลยไม่ยอมกินไปด้วยเลย พี่สาวจะทำตัวเอาแต่ใจแบบนี้ไม่ได้นะ ยังไงพี่ก็โตแล้ว” เป็นเว่ยหนานที่ร้องรับ

เธอเกลียดใบหน้าสวย ๆ ของเว่ยซิ่วอิงกับแม่มัน เกลียดที่ต้องถูกเปรียบเทียบกับทั้งสองตั้งแต่ยังเด็ก แต่แล้วอย่างไร ในเมื่อสุดท้ายทุกคนก็กลับมาเข้าข้างเธออยู่ดี 

ทั้งคุณย่า เพื่อน ๆ รุ่นพี่ที่โรงเรียน คนในครอบครัว ทุกคนอยู่ข้างอาหนานที่น่ารัก ใจดี อ่อนไหวง่ายกันทั้งนั้น ไม่ใช่คนไร้ประโยชน์ที่หยาบกระด้าง ไร้การศึกษาอย่างเว่ยซิ่วอิง

“ครอบครัวลุงใหญ่ทำแบบนี้ ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมา บ้านเราคงโดนครหาแย่” เว่ยจุนแค่เข้าข้างครอบครัวตัวเองเท่านั้น และต้องการชี้ให้เห็นถึงความชอบธรรม

แต่ความชอบธรรมนั้นเป็นจริงหรือ? ในเมื่อเขาก็ยังเข้าข้างครอบครัวตนเองอยู่เลย

“นั่นสิ พวกแกกินทิ้งกินขว้างแบบนั้น แล้วพอออกไปทำงานก็ทำได้น้อย ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาก็มาโทษที่บ้านอีก หน็อย~ อย่านึกว่าฉันไม่รู้แผนร้ายของพวกแกนะ” หวังซื่อกัดฟันกรอดด้วยความโมโห

ยิ่งมีคนจากบ้านรองช่วยกันพูดยุยง ก็ยิ่งรู้สึกว่าคนบ้านใหญ่นิสัยไม่ดีมากขึ้น ยุคนี้ใคร ๆ ก็อดอยากแต่พวกเขากลับกินทิ้งกินขว้างแบบนี้ได้อย่างไร

“แม่…” เว่ยตงพยายามแย้ง แต่โดนลูกสาวดึงตัวเอาไว้

ซิ่วอิงเอาผัดผักที่เหมือนอาหารหมูมาจากมือแม่ จากนั้นก็วิ่งไปตรงหน้าเว่ยหยางโดยที่ทุกคนไม่ทันตั้งตัว จากนั้นก็ยื่นมือไปบีบกรามเขา เทอาหารหมูในจานลงปากชายหนุ่มตรง ๆ

“กรี๊ด” เสียงกรีดร้องโวยวายดังลั่น ทุกคนในบ้านรองช่วยกันดันเว่ยซิ่วอิงออกห่างจากเว่ยหยาง โดยเฉพาะเว่ยจงที่ถึงขนาดเตะซิ่วอิงออกห่างจากลูกชายของเขา

“เว่ยจง!” เว่ยตงผู้เป็นพ่อของซิ่วอิงคำราม แทบพุ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายหากไม่ได้ซิ่วอิงดึงเอาไว้ หล่อนยังนั่งลงกับพื้นอย่างหมดแรง หอบหายใจเร็ว ใบหน้าแดงก่ำขึ้นมา

“นี่หล่อนทำอะไร!” เสียงของย่าเว่ยคำรามราวกับฟ้าผ่า ร่างใหญ่ราวกับจะกลิ้งมาทับซิ่วอิงให้ตาย ๆ ไป แต่เมื่อมีเว่ยตงขวางอยู่ตรงกลาง นางจึงทำได้เพียงชี้นิ้วด่า

“ฉันเห็นเว่ยหยางบอกว่าเรากินเหลือเสียของ เลยคิดว่าเขาจะช่วยกินที่เหลือจะไม่ได้ไม่มีของเหลือไงคะ”

คำพูดของซิ่วอิงทำให้บรรยากาศหยุดนิ่ง

“กรี๊ด ซิ่วอิง เว่ยซิ่วอิง ทำร้ายพี่ใหญ่แบบนี้ได้ยังไง ยังกล้าพูดแบบนั้นออกมาอีก” เว่ยหนานกรีดร้องอย่างไม่พอใจ อยากเข้าไปข่วนหน้าสวย ๆ ของซิ่วอิง แต่ติดที่เว่ยตงปกป้องหล่อนไว้ด้านหลังนี่สิ

“แค่ก ๆ ๆ นังซิ่วอิง แกเอาขยะแบบนั้นให้ฉันกินได้ยังไง!” ตั้งแต่เกิดจนโต เว่ยหยางไม่เคยกินของสกปรกขนาดนี้มาก่อน เขาเคยกินแต่เนื้อและผักที่ชาวบ้านเพาะปลูก ไม่เคยได้แตะต้องผักป่าพวกนี้ด้วยซ้ำแม้จะขาดแคลนแค่ไหน

มาวันนี้ได้รู้แล้วว่านี่มันไม่ใช่อาหารมนุษย์ แต่เป็นอาหารหมู นังซิ่วอิงกล้าดีอย่างไรเอาอาหารหมูให้เขากิน

“แหม ก็เห็นเว่ยหยางเสียดาย เลยนึกว่าอยากกินให้หมดเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียดาย”

“อิงอิง” เหม่ยฟางเข้าไปบังร่างลูกสาวไว้ด้านหลังด้วยคนเมื่อคำพูดนั้นชวนให้คนบ้านรองพุ่งมาตีหล่อนเหลือเกิน

เว่ยตงราวกับรู้ความคิดของลูกสาว เขารีบหันไปมองบิดาแล้วพูดออกมา

“ซิ่วอิงเข้าใจผิด คิดว่าหลานชายอยากช่วยกินอาหารเท่านั้น พ่อครับ ซิ่วอิงมีเจตนาดี”

“เจตนาดีกับผีน่ะสิ ไอ้อาหารหมูแบบนั้นใครจะไปอยากกิน!” เว่ยหยางโวยวายออกมาอย่างเหลืออด

บรรยากาศในบ้านเงียบลงครู่หนึ่งเมื่อเขาพูดจบ เขาเรียกอาหารที่กินเข้าไปว่าอาหารหมู ไม่ได้แปลว่าที่ผ่านมาบ้านใหญ่กินอาหารหมูมาตลอดหรือ

“พ่อครับ บ้านนี้มีความแตกต่างมากเกินไปจนเว่ยหยางคิดว่าอาหารธรรมดาที่ผมกับลูกเมียกินเป็นอาหารหมู เรื่องนี้จะโทษซิ่วอิงไม่ได้…” เว่ยตงพยายามอธิบายกับผู้เป็นพ่อ

อย่างไรเว่ยถงก็เป็นประมุขของบ้าน หากเขาพูดสักคำอย่างไรนางหวังซื่อก็ต้องหยุดและฟังบ้าง ไม่เช่นนั้นเขาก็มีสิทธิ์ไล่นางกลับบ้านเดิมได้ทุกเมื่อ

ถึงอย่างนั้นเว่ยถงก็ไม่เคยคิดจะทำแบบนั้น สำหรับเขาลูกสำคัญแต่ภรรยาสำคัญที่สุด นอกจากนี้ตาชั่งในใจของเขาเองก็เอนเอียงไปที่บ้านรองเช่นกัน

“เอาละ นี่ไม่ใช่ความผิดของซิ่วอิง พอเถอะ” เมื่อเว่ยถงเอ่ยปาก คนทั้งบ้านก็ต้องเงียบปากตามไปด้วย

นางหวังซื่อมีหรือจะยอม หลานชายคนสำคัญของตนถูกรังแกขนาดนี้ ต้องหาทางเอาคืนมันให้ได้

“หึ! ฉันนึกแล้วว่าพวกแกต้องสำออย ตอนนี้มีแรงถึงขนาดนั้นแล้วกลับไม่ยอมไปทำงาน เว่ยซิ่วอิงแกก็แค่นอนขี้เกียจอยู่บ้านรอกินข้าวจริง ๆ ใช่ไหม” 

เสียงแหวของนางหวังซื่อนั้นดังมากจนซิ่วอิงต้องใช้มือปิดหู นี่ย่าแกเป็นโทรโข่งเหรอ

“แม่ ซิ่วอิงเพิ่งฟื้นไข้ นี่ก็ยังไม่หายดีจริง ๆ เราจะโกหกไปทำไม” เว่ยตงกำหมัดแน่น เขารับรู้ว่าลูกสาวต้องไปไกลกว่านั้นแล้ว ถึงได้กลับมาจากน้ำพุเหลืองพร้อมของวิเศษ

เขาเกือบจะเสียลูกสาวไปเพราะครอบครัวนี้ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก หากอยู่ต่อไปลูกสาวของเขาจะถูกกินจนไม่เหลือแม้กระทั่งกระดูก

คนพวกนี้ไม่มีวันปรานีหล่อน แม้จะแต่งงานออกไปไม่แน่ว่าอาจจะตามไปวุ่นวายจนอยู่ไม่เป็นสุข ทางที่ดีที่สุดเห็นจะเป็นทางเดียวแล้วจริง ๆ

“เฮอะ มีแรงต่อล้อต่อเถียงกับน้อง ๆ ขนาดนี้ จะบอกว่าไม่มีแรงไปทำงานงั้นเหรอ นี่มันไม่มีเหตุผลเลย ทุกคนในบ้านนี้ล้วนแต่ต้องทำงานตามหน้าที่ตัวเอง อาจุนก็เพิ่งจะสอบได้คะแนนดีทั้งที่เป็นเด็กคนหนึ่งด้วยซ้ำ แต่เว่ยซิ่วอิงจะไม่ทำอะไรเลยได้ยังไง”

“แต่แม่…” เว่ยตงพยายามเถียงและหยุดนางหวังซื่อ ถึงอย่างนั้นเขาจะหยุดได้อย่างไร แค่สู้เสียงสิบแปดหลอดของนางยังไม่ไหวเลย

“แล้วดูเว่ยซิ่วอิงสิ วัน ๆ ทำอะไรนอกจากนอน แต่งตัวสวยออกไปกินแรงที่ทุ่ง ไม่แน่ว่าอาจใช้เวลาทำงานนัดแนะกับชายหนุ่มเอาไว้แล้ว ถึงได้ไม่ยอมแต่งงานตามที่ผู้ใหญ่จัดการให้ นี่หรือลูกกตัญญูของพวกแกบ้านใหญ่ หลาน ๆ ของฉันยังดีกว่าเป็นล้านเท่า”

“แม่ครับ พอเถอะ” เว่ยตงกล่าวอย่างหมดแรง น่าแปลกที่หลังจากตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว เขาไม่สามารถทนได้แม้สักน้อยนิดเมื่อมีคนมาด่าว่าครอบครัวตน

และตอนนี้คำพูดของนางหวังซื่อราวกับมีดทื่อที่ทุบลงไปในสายสัมพันธ์ของพวกเขาซ้ำ ๆ มันไม่ขาดแต่บอบช้ำจนไม่เหลือชิ้นดี

“พรุ่งนี้ เว่ยซิ่วอิงต้องไปทำงาน บ้านนี้ไม่เลี้ยงคนไร้ประโยชน์ ไม่งั้นก็ไม่ต้องกินข้าว”

“แม่! ซิ่วอิงยังไม่หายดี ถ้ากลับไปทำงานอีกร่างกายของลูกต้องรับไม่ไหวแน่” เว่ยตงตะโกนออกมาอย่างเหลืออด มือกำหมัดแน่นจนเล็บจิกลงบนฝ่ามือ ในที่สุดความเจ็บปวดนี้ก็ทำให้เขาได้สติ

“แล้วมันยังไง” คำพูดเย็นชาของมารดา สายตาเหยียดหยามที่คนบ้านรองมองมาราวกับผู้เหนือกว่าที่ได้รับชัยชนะ โดยเฉพาะน้องชายอย่างเว่ยจงที่เขาเชื่อมาตลอดว่าอีกฝ่ายเป็นคนเดียวที่อ่อนโยนต่อตนเองในบ้านหลังนี้

เว่ยตงยอมแพ้แล้ว ที่ผ่านมาเขาหลอกตัวเองว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว แต่สายตาของทุกคนในวันนี้บ่งบอกทุกอย่าง บ้านรองทุกคนมองเขาเป็นศัตรู มองลูกเมียเขาเป็นเพียงเบี้ยล่างเท่านั้น

“พ่อครับ ตอนนี้เว่ยหยางโตแล้ว ผมและภรรยาคงไม่สามารถมีลูกสืบสกุลได้ ผมอยากขอให้พ่อแยกบ้านให้เรา”

คำพูดของเว่ยตงทำให้ทุกคนตกตะลึง

เว่ยถงผ่อนลมหายใจออกมองหน้าทุกคน เขารับรู้ว่าภรรยาลำเอียง ตัวเขาเองยังแอบลำเอียงให้ลูกคนรองเพราะเรื่องทายาท ในเมื่อเว่ยตงกับครอบครัวอยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์เหมือนที่ภรรยาบอก อย่างนั้นก็แยกบ้านกันดีกว่าจริง ๆ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Related chapter

  • ข้ามเวลามาเป็นแม่ค้าหลงยุค ยุค70   บทที่ 15 ความจริงที่แสนเจ็บปวด

    บทที่ 15 ความจริงที่แสนเจ็บปวดเว่ยถงเองก็เบื่อจะฟังเสียงบ่นน่ารำคาญของภรรยา บ้านนี้ร้อนมาตลอดตั้งแต่ซิ่วอิงไม่ยอมแต่งงาน เว่ยหยางเองก็เติบโตพอแล้ว และกำลังจะแต่งงานในอีกไม่กี่ปี ให้เว่ยตงออกไปใช้ชีวิตกับครอบครัวก็จะดีกว่า“เอาเป็นว่า…” ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปาก ย่าเว่ยก็เอ่ยแทรกขึ้นมา“ได้ยังไง จะแยกบ้านได้ยังไง ฉันกับพ่อแกยังไม่ตายเลย นี่แกแช่งให้พวกเราตายหรือยังไง!”“แม่ครับ ผมไม่ได้คิดแบบนั้นเลย แต่แม่บอกเองว่าบ้านเราไม่มีประโยชน์อยู่ไปก็ผลาญข้าวผลาญน้ำของบ้านเปล่า ๆ ไม่ใช่เหรอ”“พี่จะแยกบ้านทำไม ซิ่วอิงแต่งงานออกไปแล้วพวกพี่จะอยู่กันยังไงไม่มีเด็ก ๆ ดูแล อาหยางอาจุนก็จะได้ช่วยกตัญญูสืบธูปของพวกพี่” เว่ยจงกล่าว เขาเป็นน้องชายที่เว่ยตงเคยเชื่อ แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าน้องชายคนนี้เจ้าเล่ห์คำพูดนี้ถูกใช้เพื่อล่อลวงให้บ้านใหญ่เว่ยเป็นทาสของคนในบ้านหลังนี้เท่านั้น เว่ยหยาง เว่ยจุนไม่เคยเคารพและเห็นเว่ยตงอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ แม้จะเรียกว่าลุงแต่ก็ไม่เคยให้ความเคารพราวกับว่าเขาเป็นเพียงคนรับใช้เมื่อตาเปิดกว้างแล้วเว่ยตงก็พบความจริงหลายข้อที่ตนไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนตลอดหลายสิบปี“ไม่ว่ายังไงผม

    Dernière mise à jour : 2024-12-22
  • ข้ามเวลามาเป็นแม่ค้าหลงยุค ยุค70   บทที่ 16 แยกบ้าน

    บทที่ 16 แยกบ้านปัง! เว่ยตงได้ยินอย่างนั้นก็ผลักประตูเข้าไป มองหน้าพ่อที่ตกตะลึงอย่างไม่อยากเชื่อ“ที่พูดเมื่อกี้ จริงเหรอครับพ่อ”เว่ยตงคิดมาตลอดว่าที่ผ่านมา การที่เขาถูกรังเกียจเพราะแม่รักน้องมากกว่าตนเอง แต่สุดท้ายพ่อแม่อย่างไรก็ต้องอยู่กับตนเองยามแก่เฒ่าแต่เมื่อรู้ว่าตนเป็นเพียงลูกภรรยาเก่า ก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทุกสิ่งที่ผ่านมานั้นเป็นเพียงภาพลวงตาที่เขาสร้างขึ้นมาหลอกตัวเอง นางหวังซื่อไม่เก็บงำความเกลียดชังต่อเว่ยตงแม้แต่น้อย ทั้งยังไปลงที่ลูกกับเมียของเขาอีกด้วย“อาตง…” เว่ยถงไม่คิดว่าลูกชายจะมาได้ยินแบบนี้ เขาคิดทันทีว่านี่อาจเป็นโชคชะตา“มันจริงเหรอครับพ่อ!” เว่ยตงเอ่ยถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงดังขึ้น“แกจะตะโกนใส่พ่อแบบนี้ไม่ได้ แกยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า จะเข้ามาก็หัดเคาะประตูก่อน ไม่มีมารยาทจริง ๆ แกโตแล้วนะเว่ยตง อย่ามาทำตัวเหมือนกุ๊ยข้างถนนที่ไม่มีใครสั่งสอนแบบนี้ในบ้านฉัน!”นางหวังซื่อมีหรือจะยอมเงียบปาก หันมาด่าเว่ยตงโดยไม่ตกใจสักนิด แม้ความลับที่เก็บมานานหลายสิบปีจะถูกเปิดเผยแบบนี้นางยิ่งโมโหที่ไม่สามารถขัดใจตาเฒ่าได้ เพียงคิดว่าเงินเก็บของตนต้องร่อยหรอลงใจของหญิงชราก็เจ็

    Dernière mise à jour : 2024-12-22
  • ข้ามเวลามาเป็นแม่ค้าหลงยุค ยุค70   บทที่ 17 หายใจสะดวกขึ้น

    บทที่ 17 หายใจสะดวกขึ้น“เว่ยจงหาเงินได้เฉลี่ยเดือนละสามสิบหยวน แบ่งหนึ่งในสามเพื่อกตัญญูจะอยู่ที่สิบหยวน แบ่งให้พ่อและแม่คนละห้าหยวน แสดงว่าเว่ยตงต้องจ่ายค่ากตัญญูต่อบิดามารดาทุกเดือน หกหยวนเจ็ดเหมา มีใครต้องการคัดค้านหรือไม่”“นี่มันน้อยเกินไป ฉันเลี้ยงเว่ยตงมาเหมือนกันแต่ได้เงินแค่นี้เนี่ยนะ อีกอย่างเว่ยตงทำงานเดือนหนึ่งก็ได้มากกว่าสามสิบหยวน บางเดือนได้ห้าสิบหยวน ยังมีสองคนนั่นอีก ได้เดือนหนึ่งรวมกันก็ห้าสิบหกสิบหยวน แต่ฉันได้เงินแค่หกหยวนเนี่ยนะ”“นี่…” เว่ยถงหันมองภรรยาอย่างไม่อยากเชื่อ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยนับกระเป๋าเงินเข้าออกของบ้าน และเข้าใจมาตลอดว่าหลานสาวป่วยจนต้องใช้เงินบ่อย ๆ ทำให้ภรรยาตนไม่ชอบหลานสาวคนโตเท่าไรแต่ไม่คิดเลยว่าทั้งหมดจะเป็นคำพูดโกหก ที่จริงแล้วคนที่กินเงินต่างข้าวก็คือภรรยาของเขานี่เองแต่เมื่อเหลือบมองคนนอกทั้งสองที่มีหน้ามีตาในสังคมก็รู้สึกอายเกินกว่าจะพูดออกมาในตอนนี้ จึงเลือกที่จะเงียบเอาไว้เท่านั้น“ในเมื่อเว่ยจงเป็นคนเลี้ยงดูพ่อแม่ต่อก็ต้องคำนึงจากรายรับและเงินกตัญญูของเขาเป็นหลัก เราจะทำแบบนั้นไม่ได้ อย่างมากก็เพิ่มได้ไม่กี่หยวน เว่ยตงเธอมีความคิดเห็น

    Dernière mise à jour : 2024-12-22
  • ข้ามเวลามาเป็นแม่ค้าหลงยุค ยุค70   บทที่ 18 เงินไหลมาไม่หยุด

    บทที่ 18 เงินไหลมาไม่หยุด“หลังจากนี้ลูกไม่ต้องไปทำงานในทุ่งแล้ว พ่อกับแม่คุยกันแล้ว ถึงวัยที่ลูกต้องเตรียมตัวแต่งงานได้แล้ว”“พ่อคะ แม่คะ อิงอิงยังไม่อยากแต่งงาน เราเพิ่งย้ายออกจากบ้านหลังนั้นมาได้ อิงอิงยังอยากใช้ชีวิตอิสระ” ซิ่วอิงมองพ่อแม่ด้วยน้ำตาคลอ เธอไม่อยากแต่งงานจริง ๆ แต่ยุคนี้การแต่งงานยังต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่ การคลุมถุงชนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ“ไม่อยากแต่งก็ต้องแต่ง ไม่อย่างนั้นต่อไปลูกจะอยู่ยังไง พ่อกับแม่ไม่ได้อยู่กับลูกไปตลอดชีวิต ซิ่วอิงลูกต้องมีครอบครัวเป็นของตัวเอง” เหม่ยฟางกล่าวสอนลูกสาว“ถึงอย่างนั้นอิงอิงก็ยังไม่อยากแต่งงานอยู่ดี เราเพิ่งมีอิสระ อิงอิงยังไม่ได้ทำอะไรเพื่อพ่อแม่เลย”“...” ทั้งพ่อและแม่มองหน้ากัน พวกเขาไม่คิดว่าลูกสาวจะกตัญญูและน่ารักขนาดนี้ แม้ปกติจะน่ารักอยู่แล้วก็เถอะ“ไม่แต่งไม่ได้” เว่ยตงกล่าวอย่างเด็ดขาด “พ่อจะเริ่มมองชายหนุ่มในหมู่บ้านว่ามีใครที่เหมาะสมบ้าง พ่อไม่อยากให้ลูกเป็นเหมือนกับพวกเราที่ผ่านมา”“แต่พ่อคะ อิงอิงยังมีของวิเศษ เราไม่มีทางเป็นเหมือนที่ผ่านมา อิงอิงอยากใช้ของวิเศษนี้ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเราดีขึ้นก่อน แล้วค่อยคิด

    Dernière mise à jour : 2024-12-22
  • ข้ามเวลามาเป็นแม่ค้าหลงยุค ยุค70   บทที่ 19 พบขาทองคำ

    บทที่ 19 พบขาทองคำเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ เข้ามาไม่กี่ครั้งก็เดินทั่วแล้ว หลังจากนำของมาขายหลายรอบ ซื้อวัตถุดิบทำอาหารและของหลาย ๆ อย่างเพื่อนำกลับไปเติมเต็มบ้านที่ว่างเปล่าหลายครั้ง แน่นอนว่าต้องมีการทำความรู้จักและเส้นสายเล็ก ๆ น้อย ๆ “พี่ชาย วันนี้ก็ทำงานหนักอีกแล้วนะ” มือเล็กยื่นถุงกระดาษสองถุงให้กับชายผู้เฝ้าประตูเอาไว้คนละถุงตอนแรก ๆ หลายพวกพยายามตามหาแต่สุดท้ายก็คลาดกันกับสาวน้อยคนนี้ตลอด แถมเธอยังสวมผ้าคลุมไว้ยากจะดูว่าหน้าตาจริง ๆ เป็นอย่างไร บางคนถึงกับบอกว่าเธอเป็นจอมยุทธ์แบบคนโบราณแต่การกระทำที่พยายามเป็นมิตรกับคนเฝ้าประตูตลาดมืดของเว่ยซิ่วอิงก็ไม่ได้สูญเปล่า ขณะที่เธอหนีการตามล่าของคนกลุ่มไหนก็ไม่รู้ ลุงคนลาดตระเวนที่เคยเป็นคนเฝ้าประตูและได้รับของติดสินบนจากเธอก็ช่วยบอกทางหนีให้ ทำให้ซิ่วอิงได้รู้ทิศทางหนีในตลาดมืดมากขึ้นหลังจากโดนตามล่าหลายครั้งเข้า ไม่นานทุกคนก็เลิกราไปเองและคาดเดาว่าพลังอำนาจเบื้องหลังสาวน้อยขายครีมอาจเป็นเจ้าของตลาดมืดแห่งนี้แต่มันเป็นแบบนั้นเสียที่ไหนกันล่ะ เพราะเจ้าของตลาดมืดคือกลุ่มแรกที่ตามล่าเธอต่างหาก หลังพวกเขาพบว่าไม่สามารถทำอะไรเธอได้เลยตั

    Dernière mise à jour : 2024-12-22
  • ข้ามเวลามาเป็นแม่ค้าหลงยุค ยุค70   บทที่ 20 คุณนายหลัน

    บทที่ 20 คุณนายหลัน“คุณผู้หญิงกลับมาแล้ว คุณไม่ควรไปตลาดมืดด้วยตัวเองเลย ถ้านายท่านรู้เข้า…” หญิงชราท่าทางร้อนใจเดินเข้าหา ‘หลันถัง’ ที่เพิ่งลงจากรถ“ยังไงนายพลหลันก็ต้องรู้อยู่แล้ว ลูกน้องเขาก็ออกไปกับฉัน เขาไม่ว่าหรอกน่า” หลันถังกล่าวด้วยรอยยิ้มหวาน สั่งให้คนของสามียกของเข้าบ้าน ขณะที่ตัวเองหยิบชุดเครื่องสำอางที่ซื้อมาจากซิ่วอิงเข้าไปในบ้านด้วยตัวเอง“โธ่ คุณผู้หญิง” แม่นมของหลันถังได้แต่โอดครวญ นายหญิงของเธอเติบโตและกลายเป็นภริยาของท่านนายพล แต่ทำไมถึงได้ดื้อรั้นราวกับเด็กสาวแรกแย้มแต่ก็เป็นข้อดี เพราะความดื้อรั้นเล็ก ๆ น้อย ๆ ของหล่อน ทำให้ท่านนายพลรักเดียวใจเดียวไม่ว่อกแว่ก แตกต่างจากนายพลคนอื่น ๆ ที่มีเล็กมีน้อยจนหลังบ้านวุ่นวายทุกวันนี่จึงเรียกว่าโชคของคนโง่เขลาหรือเปล่า ขณะที่แม่นมของตนเองกำลังโอดครวญและคิดแทนไปต่าง ๆ นานา หลันถังไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นและอดไม่ได้ที่จะลองแต่งหน้าตามที่ซิ่วอิงสอนมาหญิงสาวขึ้นไปบนห้องนอนและขังตัวเองอยู่นานสองนาน กระทั่งถึงเวลาอาหารเย็นจึงได้ลงมากินข้าว“คุณกลับมาแล้วเหรอคะ” เสียงหวานทำให้ท่านนายพลหลันหันไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นภรรยาสาวแสนสวยของตน

    Dernière mise à jour : 2024-12-22
  • ข้ามเวลามาเป็นแม่ค้าหลงยุค ยุค70   บทที่ 21 หลันเซียงฮั่น

    บทที่ 21 หลันเซียงฮั่น“กลับแล้วเหรอคะคุณ” แม่นมหลันที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องโถงเอ่ยถามซิ่วอิงไม่รู้หรอกว่าเด็กสาวบ้านนอกคนนี้ทำอะไรถึงไปถูกตาต้องใจคุณนายหลันเข้า แต่เมื่อเป็นแบบนี้อนาคตของเด็กผู้หญิงคนนี้จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง“กลับแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะสำหรับน้ำหวาน น้ำชา และขนมพวกนั้น มันอร่อยมาก ๆ เลยค่ะ” ซิ่วอิงสังเกตว่า ในบรรดาคนรับใช้ มีแม่นมคนสนิทของนายหญิงหลันคนเดียวที่ให้ความสำคัญกับตัวเองนี่เป็นเรื่องปกติ ในตระกูลใหญ่แบบนี้ คนรับใช้มีหน้ามีตามากกว่าชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง บางคนจึงเย่อหยิ่งเสียยิ่งกว่าเจ้านายของพวกเขาเสียอีกคนรับใช้สกุลหลันบางคนก็เป็นแบบนั้นแต่แม่นมแตกต่าง ฉลาดกว่าทุกคน และคาดเดาได้ว่าการที่ซิ่วอิงกล้ามาขายของถึงบ้านแบบนี้ก็ต้องมีเบื้องหลังคอยช่วยเหลือไม่น้อย ไม่อย่างนั้นคงไม่ต่างจากแมงเม่าบินเข้ากองไฟด้วยตัวเองและแม่นมคิดผิด ซิ่วอิงเป็นแมงเม่าที่ถูกล่อโดยกองไฟจริง ๆ เพียงแต่เธอเป็นแมงเม่าทองคำ มีมิติวิเศษรับรองความปลอดภัย ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ตกลงมาอย่างง่ายดายแปลว่าการคาดเดาของแม่นมหลันนั้นถูกอยู่ครึ่งหนึ่ง“คุณอิงอิงคงต้องมาอีกหลายครั้ง ดูเหมือนนายหญิงจะชอบคุ

    Dernière mise à jour : 2024-12-22
  • ข้ามเวลามาเป็นแม่ค้าหลงยุค ยุค70   บทที่ 22 เงินที่ได้

    บทที่ 22 เงินที่ได้ร่างของหญิงสาวเดินเลียบไปตามชายป่าเพื่อกลับบ้านโดยไม่ผ่านตัวหมู่บ้าน นั่นทำให้ไม่เจอกับคนอื่น ๆ แม้จะเป็นเวลาเย็นที่คนกำลังกลับบ้านหลังเสร็จงานในทุ่งซิ่วอิงเดินมาถึงบ้านตัวเอง เห็นหลังคาที่ยังไม่ถูกซ่อมก็รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก แต่ถึงบ้านจะมีสภาพแย่แค่ไหนก็ต้องอดทนไว้ก่อนหากไม่อยากโดนย่าเว่ยสงสัย“กลับมาแล้วค่ะ” หญิงสาวไปส่องในครัว เห็นแม่ทำอาหารอยู่ก็เข้าไปดู“อิงอิงกลับมาแล้วเหรอลูก แม่บอกแล้วว่าไม่ต้องเสี่ยงเอาของไปขายบ่อย ๆ แม่เป็นห่วงลูกนะ”“แม่ก็รู้ว่าอิงอิงซ่อนตัวในของวิเศษได้ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”“เอาเถอะ ไปล้างมือแล้วรอกินข้าวเย็นกัน”“วันนี้แม่ทำอะไรกินคะ”“ครั้งก่อนลูกซื้อเนื้อหมูมาตั้งเยอะแล้วทยอยเอาออกมาให้แม่ทำทุกวัน วันนี้แม่เลยคิดจะทำน้ำแกงหมูหน่อไม้อ่อน”“พ่อขึ้นเขาเก็บหน่อไม้ลงมาเหรอคะ ว้าว ของโปรดอิงอิงเลย” ซิ่วอิงตอบอย่างร่าเริง เธอมีความสุขกับชีวิตในปัจจุบันมากแต่อย่างไรครอบครัวก็ต้องพัฒนาต่อไป หญิงสาวไม่ยอมปล่อยโอกาสให้หลุดมือไปแน่ ชีวิตนี้เธอจะเป็นแม่ค้าที่ร่ำรวยให้ได้!“ดีแล้ว ไปล้างมือเถอะอีกหน่อยก็เสร็จแล้ว” เหม่ยฟางอารมณ์ดีมาก หล่อนไม่เ

    Dernière mise à jour : 2024-12-22

Latest chapter

  • ข้ามเวลามาเป็นแม่ค้าหลงยุค ยุค70   ตอนพิเศษ 4 ตลอดไป

    ตอนพิเศษ 4 ตลอดไปชีวิตของซิ่วอิงตอนนี้มีความสุขมาก ความจริงเธอก็มีความสุขตลอดมาอยู่แล้ว แต่เมื่อคิดว่ามีเด็กตัวเล็ก ๆ กำลังอาศัยอยู่ภายในร่างกายตัวเองและเจริญเติบโตขึ้นทุกวัน มันเป็นความสุขที่แตกต่างออกไปจริง ๆ“อีกสิบวันก็จะได้เจอหน้ากันแล้วนะลูก” หญิงสาวใช้มือลูบหน้าท้องที่ใหญ่ไม่ต่างจากลูกแตงโมของตนเอง นี่ก็ใกล้คลอดเต็มทีแล้ว ทำให้เมื่อสามีออกไปทำงาน หลันถังกับเหม่ยฟางผู้เป็นแม่ก็จะแบ่งเวลามาอยู่เป็นเพื่อนเสมอถึงตอนนี้หลันเซียงฮั่นจะย้ายมาประจำการอยู่ใกล้ ๆ แต่เขายังคงต้องเดินทางไปทำงานต่างเมืองเมื่อได้รับมอบหมายภารกิจ และคราวนี้ก็เช่นกันในตอนแรกเซียงฮั่นไม่คิดจากภรรยาไปจนกว่าเธอจะคลอดลูกและปลอดภัย เขากลัวว่าซิ่วอิงจะหวาดกลัวหากตนเองไม่ได้อยู่เคียงข้างตอนคลอดลูก จึงคิดปฏิเสธภารกิจในครั้งนี้และขอลาหยุดสักเดือนแต่เป็นซิ่วอิงที่คะยั้นคะยอให้ชายหนุ่มไปทำงานเพราะเหลือเวลาอีกสองอาทิตย์ก่อนถึงกำหนดคลอด อย่างไรเขาก็กลับมาทันอยู่แล้วเธอจึงนั่งอยู่ในสวนสวยเฝ้ามองหน้าประตูเป็นระยะด้วยใจคิดถึงสามีบ้างเป็นบางครั้ง แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะนึกคิดทำผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมาเล่นเสียมากกว่า ไม่ได้อยู่บ้า

  • ข้ามเวลามาเป็นแม่ค้าหลงยุค ยุค70   ตอนพิเศษ 3 ภรรยาท้องแล้ว

    ตอนพิเศษ 3 ภรรยาท้องแล้ว“อิงอิง ลุกมากินของอร่อยเถอะลูก วันนี้แม่ของอิงอิงเอาอาหารอร่อยมาฝากแม่ไว้ตั้งเยอะ”“อิงอิงยังเพลีย ๆ อยู่เลยค่ะ สงสัยเพราะช่วงนี้ทำงานหนักเกินไป ขอนอนอีกหน่อยนะคะแม่” ซิ่วอิงบอกกับแม่สามีเนื่องจากสองบ้านปรองดองกันดีมาก ซิ่วอิงใช้เงินเพื่อซื้อบ้านที่อยู่ตรงข้ามให้กับพ่อแม่ ขณะที่ตนเองเลือกจะมาอยู่บ้านแม่สามีเวลาที่คุณพ่อสามีและหลันเซียงฮั่นที่เป็นสามีไปทำงานต่างจังหวัดพร้อมกันโดยมีบ้านของตัวเองที่ใช้อยู่กับสามีต่างหากอีกหลังหนึ่ง และใช้อยู่เมื่อสามีกลับมาหาเท่านั้น แต่ปกติแล้วซิ่วอิงจะสลับไปมาระหว่างบ้านพ่อแม่ตัวเองและพ่อแม่สามีเสียมากกว่าตอนนี้เธอก็มาอยู่บ้านหลัน เพราะทั้งคุณพ่อและสามีล้วนออกไปทำงาน ส่วนเซียงฮั่นนั้นจะกลับมาในวันพรุ่งนี้“อิงอิงไม่ต้องทนนะ ไปหาหมอเลยดีกว่า บ้านเราขาดเงินทองซะที่ไหนกัน หรือแม่ซื้อโรงพยาบาลไว้ให้ก็ได้” หลันถังยังคงใจป้ำเหมือนเดิม เมื่อได้ลูกสะใภ้คนนี้มาชีวิตเธอก็มีความสุขขึ้น จนรู้สึกรักเอ็นดูซิ่วอิงเหมือนเป็นลูกของตัวเองไปอีกคน เผลอ ๆ รักมากกว่าลูกตัวเองเสียอีก“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ อิงอิงไปหาหมอเฉย ๆ ดีกว่า” ซิ่วอิงยิ้มแหยให้

  • ข้ามเวลามาเป็นแม่ค้าหลงยุค ยุค70   ตอนพิเศษ 2 สามีที่ดี

    ตอนพิเศษ 2 สามีที่ดีแม้ว่าทุกอย่างจะดำเนินไปด้วยดี แต่อย่างไรในชีวิตก็ต้องมีบางสิ่งมากระทบกระทั่ง สุดท้ายแล้วซิ่วอิงและครอบครัวก็ยังเป็นมนุษย์ธรรมดาที่ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมมนุษย์ช่วงนี้ซิ่วอิงรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย หลังสามีกลับมาจากทำงานครั้งล่าสุด เธอได้กลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงติดมาเพิ่งแต่งงานได้ไม่นาน เขาจะเบื่อเธอและหาเรื่องเข้าบ้านแล้วจริง ๆ อย่างนั้นเหรอ?มีหรือหลันเซียงฮั่นจะไม่รู้ว่าภรรยามีความกังวลอะไรบางอย่างในใจ เขาหันมองไปรอบตัวก่อนจะจับลูกน้องที่มีภรรยาแล้วมาสอบถาม“ภรรยาฉันเป็นอะไรไป” เซียงฮั่นเป็นผู้บัญชาการที่เก่งกาจ เขายังดูแลเอาใจใส่ภรรยาจนลูกน้องแอบเรียกลับหลังว่าสามีแห่งชาติ แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาชายหนุ่มก็ยังเป็นเพียงคนที่เพิ่งเคยมีความรัก“คุณผู้หญิงมีท่าทางยังไงครับ”“ช่วงนี้ไม่ค่อยให้ฉันเข้าใกล้ เวลานอนก็หันหลังให้” เซียงฮั่นนึกถึงท่าทางของภรรยาแล้วก็ปวดใจ เขาไปทำอะไรให้เธอไม่พอใจหรือเปล่า แต่พอถามแล้วเธอก็บอกว่าเปล่าและฝืนยิ้ม เก็บเรื่องราวไว้ในใจคนเดียว คิดว่าเขามองไม่เห็นอย่างนั้นเหรอ“ถ้าอย่างนั้นนายท่านไปทำอะไรมาหรือเปล่าครับ” ทหารคนสนิทมองหน้าเจ้านายอายุน

  • ข้ามเวลามาเป็นแม่ค้าหลงยุค ยุค70   ตอนพิเศษ 1  ชีวิตที่ใฝ่หามานาน

    ตอนพิเศษ 1 ชีวิตที่ใฝ่หามานานตอนนี้ชีวิตใหม่ของเว่ยซิ่วอิงลงตัวอย่างมาก ได้ก่อตั้งธุรกิจในยุคแรกเริ่ม อนาคตมีแต่จะรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ แม้ไม่ต้องพึ่งพามิติร้านเครื่องสำอางก็ตามนอกจากนี้ยังมีสามีคอยเอาอกเอาใจ แม่สามีแสนดีที่ไม่มีการกดขี่ลูกสะใภ้เลยสักนิด ครอบครัวของเธอก็คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังเสมอซิ่วอิงคิดว่าแค่นี้เธอก็ประสบความสำเร็จมากแล้วในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ลำพังเกิดมามีแม่สามีดีอย่างหลันถัง ก็คงมีคนสงสัยว่าเธอทำบุญกู้ชาติมาในชาติก่อนแน่ ๆ ถึงได้มีชีวิตที่ดีขนาดนี้แค่ถึงอย่างไรคนเก่งก็มีปัญหาของคนเก่ง เพราะสามีต้องไปทำงานต่างเมืองบ่อย ๆ เธอเลยใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ไปกับงานในร้านกระทั่งสามีกลับมาอยู่ด้วยกันแล้ว เธอก็ยังวุ่นวายอยู่กับร้านค้าโชคดีที่เซียงฮั่นเข้าใจแล้วยังสนับสนุนภรรยาให้ทำตามใจปรารถนาได้เต็มที่ เมื่อเขาได้พักเพิ่มสักหนึ่งหรือสองวัน ก็มักจะพาซิ่วอิงไปที่ร้านเสมอเพื่อเอาอกเอาใจหากพาไปร้านอาหารแบบคนหนุ่มสาวก็แล้วไป เขากลับพาเธอเข้าร้านตัวเองเพื่อให้หญิงสาวหาเงินที่เธอชอบนักหนา และแน่นอนว่าซิ่วอิงชอบการแสดงความรักของสามีแบบนี้มากกว่า“มีอะไรหรือเปล่า” ขณะที่นั่งก

  • ข้ามเวลามาเป็นแม่ค้าหลงยุค ยุค70   บทส่งท้าย  คุณคือคนที่อยากอยู่ด้วยไปตลอดชีวิต

    บทส่งท้าย คุณคือคนที่อยากอยู่ด้วยไปตลอดชีวิตรถยนต์สีดำขับไปตามทางที่คุ้นเคยไม่นานก็มาถึงกำแพงบ้านหลัน ทหารเฝ้ายามเปิดประตูต้อนรับด้วยความยินดี เมื่อรถจอดเทียบขาเรียวก็ก้าวออกมา“อิงอิง มาแล้วเหรอจ๊ะ” ที่ยืนอยู่ตรงหน้าตอนนี้คือป้าหลัน พร้อมทั้งเหม่ยฟางผู้เป็นมารดาของตนเอง ซิ่วอิงไม่ได้รู้สึกผิดสังเกตอะไรเพียงยื่นมือไปหาพวกท่านอย่างเป็นธรรมชาติ“ป้าหลันสบายดีไหมคะ วันนี้แอบเข้าครัวกับแม่อีกแล้วหรือเปล่า” ซิ่วอิงสนอกสนใจดูมือของผู้ใหญ่ตรงหน้า ขณะที่ท่านจับจูงเธอเดินทะลุตัวบ้านไปยังสวนด้านหลัง“ป้าเข้าครัวไปก็รกครัวเปล่า ๆ ไม่เข้าไปรบกวนเหม่ยฟางหรอกนะ”“อิงอิงลูกเงยหน้าขึ้นก่อน” เสียงอ่อนโยนของผู้เป็นแม่ดังขึ้น เมื่อรู้ตัวซิ่วอิงก็มาอยู่ในสวนหลังบ้านของสกุลหลันแล้วหญิงสาวเงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัย สิ่งแรกที่เห็นคือร่างสูงของชายหนุ่มที่เธอคิดถึงมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาและติดต่อกันทางโทรศัพท์ไม่กี่นาทีต่อเดือนเท่านั้นตอนนี้เขายังสวมชุดทหารเต็มยศ ในมือมีช่อดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ ล้อมรอบไปด้วยแสงเทียนและซุ้มดอกไม้ที่ถูกตั้งใจตกแต่งเอาไว้อย่างดีจนทั่วทั้งสวน“พี่เซียงฮั่น” ซิ่วอิงยิ้มออกมาด้วย

  • ข้ามเวลามาเป็นแม่ค้าหลงยุค ยุค70   บทที่ 44 หาเรื่องใส่ตัว

    บทที่ 44 หาเรื่องใส่ตัว“แม่คะ เราไป…” ก่อนที่คุณหนูลู่จะพูดจบ มารดาของหล่อนก็เดินลิ่ว ๆ เข้าไปในวงสนทนาที่เว่ยซิ่วอิงอยู่ก่อนแล้ว เห็นอย่างนั้นก็ยิ่งทำให้คุณหนูลู่พึงพอใจที่ไม่ต้องทำอะไรเอง“นี่มันแม่ค้าขายเครื่องสำอางนี่นา มาตรฐานงานเลี้ยงของกองทัพตกต่ำลงถึงขนาดเชิญพ่อค้าแม่ค้าข้างถนนมาร่วมงานแล้วอย่างนั้นเหรอเนี่ย” คุณนายลู่ไม่พอใจเว่ยซิ่วอิงอยู่แล้วจากงานเลี้ยงน้ำชาที่บ้านของคุณนายหลัน ดังนั้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังไปได้ดีก็รู้สึกว่าต้องเข้ามาทำลายและลากคนคนนี้ลงมาให้ได้“สวัสดีค่ะ คุณนายลู่” เว่ยซิ่วอิงไม่ดิ้นเต้นไปตามอารมณ์ของคน เธอทักทายอีกฝ่ายด้วยความเคารพและมีมารยาทเพียงเท่านี้สายตาที่ทุกคนมองมาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย อย่างน้อย ๆ พวกเขาก็มองซิ่วอิงอย่างชื่นชม ขณะที่มองคุณนายลู่เหมือนนางร้ายเกรดต่ำคนหนึ่ง“โอ้ นี่ใครกัน ไม่ใช่คุณชายหลันเซียงฮั่นลูกรักของคุณนายหลันถังหรอกเหรอคะ”“สวัสดี คุณนายลู่” เซียงฮั่นจำต้องทักทายด้วยสีหน้าไม่ดีนัก เขารู้ว่าใครไม่ถูกกับมารดา และต้องหลีกหนีเสมอเมื่อเข้าสังคม แต่คราวนี้ดูเหมือนคนข้างกายจะไม่ยอมหลีกหนีง่าย ๆ ชายหนุ่มทำได้เพียงยืนปักหลักและเป็น

  • ข้ามเวลามาเป็นแม่ค้าหลงยุค ยุค70   บทที่ 43 เหมาะสมกัน

    บทที่ 43 เหมาะสมกัน“แต่มีริ้วรอยพวกนี้ นอกจากนั้นฉันยังมีปัญหาใหญ่ในร่มผ้า หนูคิดว่าครีมนั่นจะช่วยได้ไหม”“รอยแผลเป็นเหรอคะ” ซิ่วอิงมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยรอยยิ้มบางเบา เธอไม่ได้ตัดสินและคิดไปก่อนว่าปัญหานั้นคืออะไร รวมถึงไม่ได้รู้สึกสงสารหรือเห็นใจคุณปิงเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งสนใจในตัวหญิงสาวตรงหน้ามากขึ้น ปกติแล้วเมื่อคนรู้ว่าเธอมีแผลเป็นอยู่ใต้ร่มผ้ามักเกิดความเห็นใจขึ้นมาอัตโนมัติเป็นเรื่องธรรมดา เพราะผู้หญิงรูปร่างหน้าตานั้นสำคัญที่สุด โดยเฉพาะหญิงสาวชนชั้นสูงอย่างพวกหล่อนแต่ถึงแม้คุณปิงจะไม่มีปัญหาในเรื่องชีวิตคู่จากแผลเป็นเหล่านี้ แต่มันก็เป็นตราประทับที่เธออยากลบหากเป็นไปได้ เมื่อได้ยินว่าคุณลุงอิงสามารถลบรอยแผลเป็นได้เกือบสำเร็จแล้ว จึงแอบเดินทางมาเยี่ยมญาติในเมืองเล็ก ๆ นี้“นี่น่ะเหรอ คุณหนูหลันคนใหม่ อ๊ะ ไม่ใช่สิ ยังไม่ได้แต่งเข้าบ้านหลันเลย จะกล้าเรียกตัวเองว่าคนของสกุลหลันได้ยังไง”“นั่นสิ หล่อนอยู่สกุลไหนนะ ว่าน? หวาย? อ้อ ๆ สกุลเว่ยที่เปิดร้านค้าเล็ก ๆ อยู่ในเมืองนั่นไง”เสียงเยาะเย้ยของกลุ่มคุณหนูที่อยู่ไม่ไกลดังขึ้นก่อนหน้านี้เพราะมีคนอยู่มากพวกหล่อนจึงไม่กล้าพูดอะไร ต

  • ข้ามเวลามาเป็นแม่ค้าหลงยุค ยุค70   บทที่ 42 สนับสนุนคนรัก

    บทที่ 42 สนับสนุนคนรัก“ช่วงนี้คุณไม่ต้องทำงานเหรอคะ” เมื่อรถเริ่มแล่นไปตามจุดหมาย ซิ่วอิงหันไปถามคนรักด้านข้างช่วงนี้เขามาเทียวรับส่งหญิงสาวไปนู่นมานี่ แม้ว่าทุกอย่างจะง่ายขึ้นเมื่อมีเขาเดินตามหลังไปเจรจากับทางการหรือคู่ค้า แต่ซิ่วอิงยังอดที่จะเกรงใจไม่ได้“ทำอยู่ แต่อยากอยู่กับคุณมากกว่า” เมื่อชายหนุ่มพูดคำหวานออกมาหน้าตาเฉย น่าแปลกที่มันเขย่าหัวใจหญิงสาวได้มากกว่าปกติ“คุณพูดอะไรก็ไม่รู้”“ผมพูดความจริง…จากใจ”ท่าทางจริงจังของเขาทำให้หญิงสาวพอใจมาก เขาดูไม่เหมือนคนจะพูดเล่น ๆ ดังนั้นเมื่อเอ่ยคำหวานออกมาจึงน่าฟังมากกว่าชายหนุ่มที่พูดคำเหล่านั้นออกมาง่าย ๆ กับใครก็ได้นี่แหละตรงกับความชอบของเธอพอดี“ฉันดีใจมากเลยที่คุณอยากใช้เวลาด้วยกันมาก ๆ เอาเป็นว่าวันนี้เราแวะไปเที่ยวที่สวย ๆ ด้วยกันหลังทำงานเสร็จไหมคะ ฉันอยากมีความทรงจำดี ๆ ร่วมกับคุณ”“ยินดีครับ ผมก็อยากมีความทรงจำดี ๆ ร่วมกับคุณให้มาก ๆ ระหว่างที่ยังมีเวลา”ทั้งคู่พูดจาหวานหูโดยไม่ได้สังเกตเลยว่าคนขับรถเหงื่อแตกพลั่กซิ่วอิงไปดูโรงงานและกลุ่มนักวิจัย เธอซื้อตัวพวกเขามาด้วยครีมระดับสูงและวัตถุดิบชั้นดีเท่าที่พอจะนำออกมาจากร้าน

  • ข้ามเวลามาเป็นแม่ค้าหลงยุค ยุค70   บทที่ 41 กิจการดีขึ้นเรื่อย ๆ

    บทที่ 41 กิจการดีขึ้นเรื่อย ๆดูเหมือนข่าวเรื่องการคบหาและขอหมั้นกะทันหันของคุณชายเซียงฮั่นจะเข้าหูผู้เป็นมารดาอย่างนางหลันถังเร็วมาก เพราะในวันถัดมาเมื่อซิ่วอิงตื่นเช้าขึ้น ก็พบว่ามีรถหรูมารับอยู่หน้าบ้านเสียแล้ว“แต่งตัวดี ๆ หน่อยนะลูก ป้าหลันฝากแม่มาบอกแบบนั้น” เหม่ยฟางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แม้เธอจะไม่ได้รู้เรื่องที่ลูกสาวคบหากับหลันเซียงฮั่นลูกชายของเพื่อนสนิทคนใหม่จากปากเจ้าตัว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะดีใจและภาคภูมิใจว่ากันว่าตระกูลหลันเป็นคนรักเดียวใจเดียว ว่าที่แม่สามียังดูชื่นชอบลูกสาวเธอไม่น้อย ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเลยว่าชีวิตหลังแต่งงานของซิ่วอิงจะมีปัญหาเพียงแค่นี้ผู้เป็นแม่อย่างเหม่ยฟางก็วางใจแล้ว ขณะที่คนเป็นพ่อแม้จะกังวลแค่ไหนก็ต้องยอมปล่อยลูกสาวให้ออกจากอ้อมแขนไปในวันหนึ่งแม้ว่าเว่ยตงจะโวยวายลั่นว่าต้องการไปพูดคุยกันตระกูลหลันเร็ว ๆ ให้รู้เรื่องก็เถอะ“ชุดนี้ก็พอแล้วมั้งคะ”“เอาอย่างนี้ ลูกไม่รู้จะใส่ชุดไหนไป งั้นใส่ชุดที่ป้าหลันส่งมาให้สองสามรอบก่อนไปสิจ๊ะ” เหม่ยฟางเอ่ยปากแนะนำด้วยความที่เป็นคนจากชนบท ความรู้ด้านแฟชั่นไม่ได้มีมากเหมือนกับหลันถังที่อยู่ในเมืองมาตลอดชีวิต เธอท

Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status