“และมึงมานั่งแดกเหล้าเอาแดกเอาเพื่อ?”“กูก็แค่สับสน…”ผมตอบไอ้กราฟไปเสียงแผ่วเบาอย่างคนที่กำลังสับสนในการกระทำของผมอยู่ในตอนนี้จริงๆ“สับสน?”“สับสนอะไรว่ะ?”ไอ้กราฟทวนคำพูดของผมและมองหน้าผมที่ผมมองหน้ามันอย่างจริงจัง“สับสนกับการกระทำของกู…”ผมตอบไอ้กราฟไป พลางหันไปเทขวดเหล้าใส่แก้วเหล้าของผมและหยิบยกกระดกดื่มอีกครั้ง“การกระทำของมึง?…ที่มึงประชดความรัก…”“จากคนที่เคยเป็นผู้ชายรักเดียวรักใครรักจริง…”“กลับกลายเป็นผู้ชายเพลย์บอยคบใครทีละหลายๆคน…นอนกับผู้หญิงมากมายไม่ซ้ำหน้า…”“และมาวันนี้…มึงกลับมาบอกว่ามึงสับสน..?”ไอ้กราฟเอ่ยยาวเหยียดออกมา ผมบอกแล้วว่ามีมันคนเดียวนี่แหละที่รู้จักผม ดีกว่าใคร และผมกับมันก็ไม่เคยมีเรื่องอะไรที่จะต้องปกปิดกัน“ใช่….”ผมพยักหน้าตอบไอ้กราฟไป มันก็มองหน้าผมอย่างงงๆแต่มันก็พอจะประติดประต่อเรื่องราวของผมได้บ้าง เพราะมันน่าจะรู้ว่าชีวิตผมที่ผ่านมา ว่ามันเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง“กูควรจะหยุด….ได้แล้วใช่ไหมว่ะ?”ผมถามไอ้กราฟไปอย่างต้องการคำปรึกษาจากเพื่อนรักผม มันก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกับทำหน้าเหนื่อยใจคิดหนัก“การกระทำที่มึงทำอยู่ในตอนนี้…มันก็เป็นความธรรมดาของผู้ชาย…”“ที
สองวันต่อมา….บ้านเช่าA…08:00น.ขวัญเอย กมลวรรณ….พรึบ“น้องเอยคะ”ฉันที่ก้มหน้าก้มตาเดินออกมาจากบ้านเช่าเพื่อจะไปมหาลัยก็ต้องหยุดชะงักกับเสียงทุ้มนุ่มละมุนของผู้ชายที่คุ้นหูฉันเอ่ยเรียกฉันอยู่ตรงด้านหน้าบ้านเช่า“พี่คีรี…”ฉันเงยหน้าขึ้นไปสบตากับพี่คีรีที่เข้ายืนยิ้มแฉ่งให้ฉันอย่างอบอุ่นแบบที่เขายิ้มให้ฉันเป็นประจำ เขามารอรับฉันเหมือนทุกครั้งแต่เขาคงจะลืมช่วงสองวันที่เขาหายไป เขาไม่ได้มารับฉันและไม่โทรมาหาฉันเลยเพราะแฟนเขามาหนิเนอะ…เขาคงจะให้เวลาแฟนเขาที่เขารัก มากกว่าแฟนกำมะลอที่เขาไม่ได้รักอย่างฉัน“น้องเอย^_^”พี่คีรีเรียกฉันเสียงหวานนุ่มพร้อมกับเดินตรงดิ่งเข้ามาหาฉัน “พี่คีรีคะ…”แต่ฉันกลับขยับถอยหลังหนีพี่คีรีอย่างออกนอกหน้าว่าฉันรู้สึกรังเกียจเขาได้อย่างชัดเจน“ครับ..?”พี่คีรีมองการกระทำของฉันและเอ่ยขานรับฉันด้วยใบหน้าที่สงสัย“เอยมีอะไรจะบอกพี่คีรีค่ะ…”ฉันเอ่ยเสียงเข้มพลางเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรงและทำใจให้แข็งแกร่งกลั้นน้ำตาแห่งความเจ็บปวดไม่ให้มันไหลออกมาฉันจะไม่ยอมให้เขาสวมเขาฉันอยู่แบบนี้อีกแล้ว ทั้งชีวิตของฉัน ก็มีแค่พี่คีรีเป็นแฟนคนแรกของฉัน และการมีความรักครั้งแรกของฉันก็
“เออ!อีกยี่สิบนาทีถึง!”เสียงหงุดหงิดของผู้ชายดังมาจากทางด้านหลังของฉันทำให้ฉันแอบอมยิ้มขึ้นมาที่เคนโซลงมาได้จังหวะพอดี“นั่นรูมเมทของน้องเอยเหรอคะ?”พี่คีรีเอ่ยถามฉันหลังจากที่เขาหันไปมองยังบุคคลมาใหม่ที่ยังไม่รู้อีโหน่อีเหน่อย่างเคนโซที่เขากำลังนั่งอยู่ตรงทางเข้าประตูหน้าบ้านเพื่อสวมใส่รองเท้าผ้าใบอยู่อย่างเร่งรีบ“ไม่ใช่ค่ะ…นั่นเคนโซแฟนเอยเอง!”ฉันหันกลับมาเอ่ยเสียงดังฟังชัดบอกพี่คีรี พร้อมกับหันหลังเดินไปหาเคนโซที่เขาใส่รองเท้าเสร็จพอดีและกำลังขมวดคิ้วมองหน้าฉันอยู่อย่างสงสัยพรึบ“ช่วยฉันหน่อย”ฉันเดินมาประชิดตัวของเคนโซ หนุ่มรูมเมทสุดหล่อพร้อมกับจับมือเขาและเอ่ยกระซิบบอกเขาให้ช่วยฉัน เขาก็เลิกคิ้วมองหน้าฉันอย่างขอคำตอบว่าจะให้เขาช่วยอะไรฉัน“มานี่…”พรึบ“พี่เอยครับ!”เคนโซเรียกฉันเสียงหลงทันทีที่ฉันออกแรงลากร่างของเขาให้เดินมาเผชิญหน้ากับพี่คีรี“ไอ้เด็กนี่น่ะหรือ…แฟนน้องเอย?”“ถ้าคุณน้ารู้เรื่องนี้…ท่านไม่มีทางยอม…”พี่คีรีว่าพร้อมกับมองเคนโซด้วยสายตาดูถูกและเหยียดหยามเขามองเคนโซตั้งแต่หัวจรดเท้าเท้าจรดหัว เพราะเคนโซใส่กางเกงยีนส์สีซีดและรองเท้าผ้าใบคู่เก่า ปกตินายนี่ก็แต่งตัวดีนะแต
“มันไม่ได้แบ่งชนชั้นคนรวยคนจน…คนแต่งตัวดูดีมีราคาหรือเสื้อผ้าตลาดนัด”“แต่มันเกิดขึ้นมาจากความรู้สึก…พี่คีรี…คงไม่เข้าใจหรอกค่ะ…”“ขอตัวก่อนนะคะ..พอดีจะรีบไปเรียน..”“อ้อ…และขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา…”ฉันหยุดเดินและหันกลับไปมองหน้าพี่คีรีพร้อมกับกระตุกรอยยิ้มที่มุมปากขึ้น“โง่!”ฉันเบิกตาโตและใส่น้ำเสียงสะใจตะคอกใส่หน้าพี่คีรีไปพร้อมกับเบะปากใส่เขา พี่คีรีไม่ได้สวนอะไรกลับมา เขาทำเพียงแค่ยืนนิ่งแววตาดุดันสองมือกำหมัดแน่นอย่างคนที่กำลังยับยั้งความโกรธอยู่ แน่ล่ะเป็นใครใครก็โกรธโดนด่าเต็มๆหน้าแบบนี้ว่าโง่น่ะ พรึบ“พะพี่เอย!”“จะทำอะไรครับ…?”เคนโซเอ่ยถามฉันเสียงเลิ่กลั่กอย่างตกใจที่อยู่ๆฉันก็หยุดเดินและหันไปโน้มคอของเคนโซให้ลงมาหาฉันฉันกระตุกรอยยิ้มให้เคนโซก่อนจะโน้มใบหน้าขึ้นไปหาเขาและจัดการประกบริมฝีปากนุ่มสีชมพูสดของเคนโซทันที“จ๊วฟฟฟฟฟฟ”ฉันดูดดื่มริมฝีปากล่างของเคนโซอย่างอ้อยอิ่งและรุนแรงขึ้น เคนโซก็เริ่มจูบตอบฉันเขายื่นมือมาโอบเอวเล็กคอดของฉันและมอบจุมพิตที่ร้อนแรงและเร้าร้อนอย่างดูดดื่มให้ฉันกลับคืนมา“อื้ออออจ๊วฟฟฟฟฟ”ทั้งฉันและเคนโซต่างครวญครางออกมาอย่างพึงพอใจในรสชาติจูบของก
วันเดียวกันห้างสรรพสินค้าRร้านขายไอศกรีม…13:00น.“แกก็คบกับพี่เคนโซมานานแล้ว…”เสียงหวานใสจากนักเรียนในชุดยูนิฟอร์มของวิทยาลัยเทคนิคการช่างเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองหน้าเพื่อนสาวคนสวยที่เป็นถึงดาววิทยาลัยอย่างสงสัย“อื้อ….มีอะไรหรือเปล่า?”มีนาที่เธอกำลังนั่งตักไอศกรีมรสสตรอเบอร์รี่เข้าปากพลางมองหน้าเพื่อนสนิทของเธอไปอย่างสงสัยที่อยู่ดีๆเพื่อนของเธอก็พูดถึง เคนโซแฟนหนุ่มของเธอที่เธอกับเขาคบกันมาได้เกือบจะสองเดือนแล้ว โดยที่เขาเป็นฝ่ายเข้ามาจีบเธอก่อนเธอพึงพอใจในหน้าตาที่หล่อเหลาของเขามาก และไหนจะทั้งคารมดีของเขาทำให้เธอหลงใหลเขาจนยอมตกลงปลงใจคบกับเขาและยอมให้เขาได้ครอบครองร่างกายของเธอ “แต่ฉันไม่เห็นว่าแกจะมีอะไรเลย?”“มีอะไร?…หมายความว่า?”มีนาทวนคำพูดของเพื่อนสาวไปอย่างสงสัย“ก็พี่เคนโซน่ะ…ถึงเขาจะมีหน้าตาที่หล่อ…เข้าขั้นหล่อมาก..”“แต่เขาก็จนๆมาก…เหมือนกัน…”เพื่อนสาวของมีนาเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเป็นกังวล มีนาเองเธอก็รู้ดีว่าตลอดเวลาที่เธอคบกับเคนโซ เขาไม่เคยให้อะไรเธอเลย ไม่เคยเลี้ยงข้าวเธอ หรือแม้แต่ดูหนัง เธอก็เป็นคนจ่ายทั้งของเธอและของเขา“แล้วไง…พี่เคนโซเขาจนแล้ว?”“นี่แกจะบอกว่าแกรักเ
“ค่ะ….เราชื่อมีนา..”“เราชื่อครามนะ…ยินดีที่ได้รู้จักครับ..มีนา^_^”ครามเด็กต่างวิทยาลัยเอ่ยแนะนำตัวกลับพร้อมกับยิ้มหวานอย่างหว่านเสน่ห์ให้มีนาและทำให้เธอรู้ตัวว่าเขากำลังสนใจเธอ แต่มีนากลับทำแค่ยิ้มอ่อนให้ครามก่อนจะเดินหลีกออกมาจากคราม โดยมีเพื่อนสาวของเธอวิ่งตามหลังเธอมาติดๆ โดยมีสายตาของครามมองสองร่างเล็กที่เดินออกจากร้านไอศกรีมนี้ไปอย่างไม่วางตามีนามุ่งหน้าเดินตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำของห้างที่อยู่ติดกับร้านไอศกรีมที่เธอกับเพื่อนนั่งกินเมื่อกี้นี้ซ่าาาาาาาาา“ดูก็รู้…ว่าเขาจงใจทำไอศกรีมหกใส่แก”น้ำฝนที่ยืนมองเพื่อนสนิทของตัวเองที่กำลังก้มหน้าก้มตาใช้น้ำจากอ่างล้างมือล้างไอศกรีมออกไปจากแขนของเธอ“เขาก็ขอโทษแล้ว..”มีนาเงยหน้าขึ้นไปมองหน้านำ้ฝนพร้อมกับบอกเธอไป เธอไม่ได้นึกโกรธอะไรเขาเสียด้วยซ้ำไป“ฉันรู้…และก็รู้ด้วยว่าเขาน่ะ…สนใจในตัวแก..”“เพราะฉันเห็นเขานั่งมองแกมาสักพักแล้ว”น้ำฝนร่ายยาวออกไปด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับยิ้มเขินอายแทนเพื่อนสนิทของเธอที่มีเสน่ห์แรงจนหนุ่มๆมาขายขนมจีบกันอย่างไม่พักและคราวนี้ก็เป็นหนุ่มต่างวิลัยด้วย“นั่งมอง?”มีนาทวนคำพูดอย่างคนใส่ซื่อ แม้ภายในตัวตนของเธอจ
และปีนี้คนที่จะได้รับเลือกขึ้นไปเป็นพิธีกรก็คือมีนา ดาวดวงใหม่ของวิทยาลัยเธอได้ถูกเสนอชื่อจากอาจารย์และเพื่อนๆรุ่นเดียวกับเธอ เพราะเธอเป็นคนที่สวยอ่อนหวานเธอจึงเป็นที่รักและที่เอ็นดูของอาจารย์และเพื่อนๆรุ่นพี่ไปด้วย “ชุดนี้แหละเหมาะแล้ว…”“แต่ฉันไม่มีเงิน!”มีนากระซิบข้างหูน้ำฝน น้ำฝนก็แสยะยิ้ม“แกก็ให้แฟนแกซื้อให้สิ…”“อ้อ…ฉันก็ลืมไปว่าแค่ค่าถุงยางอนามัยพี่เขายังไม่มีปัญญาซื้อเลย…”น้ำฝนพูดออกมาด้วยนำ้เสียงกระแหนะกระแหนดูถูกเคนโซ แฟนของเพื่อนเธอที่เธอรู้สึกไม่ชอบใจที่เขาจนและเอาเปรียบเพื่อนเธอมากไป“ฝน!”มีนาเรียกเพื่อนเธอเสียงเข้มที่เพื่อนเธอว่าแฟนของเธอด้วยถ้อยคำรุนแรงแบบนี้“ฉันพูดความจริง..”น้ำฝนพูดเสร็จเธอก็ลอยหน้าลอยตาทำไม่รู้ไม่ชี้ ทำให้มีนาได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจก่อนจะหันไปมองชุดนั้นอย่างเสียดาย“หึ…มึงอยากกวนส้นตีนกูดีนัก…คราวนี้แหละ…กูจะเอาคืนมึงให้สาสมเลย..ไอ้เคนโซ!!”ครามหนุ่มนักเรียนช่างที่ยืนแอบมองสองสาวแฟนของคู่อริอยู่ในมุมอับของร้านเอ่ยออกมาด้วยความคับแค้นใจดวงตาของเขาสั่นไหวเต็มไปด้วยไฟในตาอย่างคนโกรธจัดและคนที่มีความแค้นสะสมมานานเขาแสยะยิ้มที่เห็นว่าสองสา
เย็นวันเดียวกัน17:00น.เคนโซ คิณภพ….ซ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาปื้นนนนนนนนนนนน“ฝนตก!”ผมพึมพำออกมาอย่างหัวเสีย ที่ฝนก็มาตกตอนที่ผมกำลังจะขี่รถกลับบ้าน รอให้ผมถึงบ้านก่อน...ก็ไม่ได้ค่อยตกเห้อ!ปื้นนนนนนนนนเอี๊ยด!ผมกำเบรกรถพร้อมกดไฟเลี้ยวเพื่อจะเลี้ยวรถลงจอดศาลาข้างทางเพื่อจะพามีนาหลบฝน ถ้าผมมาคนเดียว ผมคงจะขี่รถฝ่าสายฝนกลับบ้านไปเลย แต่นี่ผมพามีนามาด้วยและเธอก็ไม่ได้ใส่เสื้อกันฝนป่านนี้เธอคงจะเปียกหมดแล้วพรึบ“แวะหลบฝนก่อนนะ…มีนา…”ผมเอ่ยบอกมีนาไปในขณะที่ผมถอดหมวกกันน็อคออกมาจากศีรษะอย่างลวกๆแล้วมีนาเองก็ลงจากรถผม เมื่อมีนาลงจากรถผมไปแล้วผมก็ลงจากรถและจูงรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของผมเข้ามาหลบฝนในศาลาข้างทางด้วย โชคดีที่ตรงนี้มีไฟเลยพอให้แสงสว่างกับเราได้บ้าง“เปียกหรือเปล่าคะ?”ผมเอ่ยถามมีนาไปพลางมองไปที่ชุดยูนิฟอร์มของเธอ ที่ตอนนี้เธอกำลังใช้กระดาษทิชชูเช็ดเสื้อช็อปของเธออยู่ ซึ่งมันก็เปียกนะ แต่เปียกน้อยกว่าของผมน่ะ“นิดหน่อยค่ะ…”“ครับ..”ผมพยักหน้าให้มีนาพร้อมกับยิ้มบางๆให้เธอและเดินลงมานั่งลงที่นั่งในศาลาเพื่อรอฝนให้หยุดตก เม็ดฝนเม็ดใหญ่ต่างพากันลงมากระแทกกับสังกะสีของศาลาทำให้เกิดเส
“ค่ะ…ขอบคุณนะคะ^_^”มีนายิ้มกว้างให้ผม ผมก็ยิ้มให้เธอ แววตาของเธอดูดีใจ ทำให้ผมโล่งอกไปที่เธอไม่ได้รักผมจริงๆแบบที่พี่เอยบอก ทีนี้ผมก็ลงมือจีบพี่ขวัญเอยคนสวยของผมได้อย่างเต็มที่แล้วสินะ พี่ขวัญเอยคนสวย ขวัญใจของผม^_^“งั้นมีนาขอตัวกลับก่อนนะคะ^_^”“ครับ…กลับบ้านดีๆนะ^_^”“ค่ะ…บ๊ายบายค่ะ^_^”“บ๊ายบายครับ^_^”เมื่อมีนากลับไป ผมก็ยังคงเดินกระวนกระวายดูเวลาจากหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความร้อนรุ่มเพราะเป็นห่วงพี่เอยอยู่แบบนั้ร นี่ก็จะเที่ยงคืนอยู่แล้ว แต่เธอยังไม่ถึงบ้านเลย เกิดอะไรขึ้นกับเธอหรือเปล่า….พรึบผมไม่รอช้ารีบไปคว้าเสื้อแจ็คเก็ตและกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ของผมเพื่อจะออกไปตามหาพี่เอยเอี๊ยดดดดเมื่อผมเข็นรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ของผมออกมาถึงหน้าบ้าน ก็มีรถตู้คันสีดำมาจอดเทียบด้านหน้าขวางประตูทางออกบ้านของผมพรึบ“พี่เอย!!”ผมร้องเสียงหลงออกมาด้วยความตกใจที่เห็นเสื้อผ้าที่พี่เอยสวมใส่และผมเผ้ายุ่งเหยิงของเธอผมตั้งขาตั้งรถและรีบวิ่งเข้าไปหาร่างของพี่เอยที่มีผู้ชายที่ชื่อทรงพลประคองอยู่ด้วยความเป็นห่วง“คุณทำอะไรพี่เอย?!”ผมถามไอ้ทรงพลเสียงเข้ม พร้อมกับยื่นมือไปปัดมือมันที่โอบไหล่ของพี่เอยอยู่ให้ออ
เพราะเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นกับผมมาแล้ว มันทำให้ผมรู้สึกถึงความเจ็บปวดและความเสียใจ และมันทำให้ผมรู้ว่า ผมเป็นไอ้โง่ในสายตาของคนอื่น และทำให้ผมเสียใจที่สุดเมื่อถูกคนที่ตัวเองรักมองว่าเราเป็นไอ้โง่ที่ยอมให้เธอสวมเขาอยู่ได้แต่กลับกันเพราะคราวนี้ ผมไม่เจ็บและไม่รู้สึกเสียดายไม่รู้สึกเสียใจเหมือนครั้งนั้น เพราะหัวใจของผมมันด้านชาไปแล้ว “มีนาคงจะเจอคนที่ดีกว่าพี่แล้วสินะ^_^”ผมเดินไปหยุดตรงด้านข้างของมีนาและเอ่ยถามเธอไปด้วยน้ำเสียงปกติ พรึบ“พะพี่เคนโซ!”ผิดกับมีนาที่เธอมีสีหน้าที่ตื่นตกใจเธอหันมาและลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับผม ผมก็คลี่ยิ้มบางๆให้เธอ“พี่ดีใจนะ…ที่มีนาเจอคนที่ดีกว่าพี่…”“แต่พี่เคนโซคะ?”“มีนาไม่ต้องสนใจพี่หรอกค่ะ….เพราะคนที่ดีกว่าพี่มีเยอะแยะไป^_^”“คนที่สวยน่ารัก…นิสัยดีแบบน้องมีนา…ต้องมีคนที่รักน้องมีนาจริงๆค่ะ…”ผมว่าพร้อมกับยื่นมือไปจับมือเธอทั้งสองข้างมากุมไว้และมองตาเธอด้วยแววตาสดใส เพราะผมไม่ได้รู้สึกเสียใจเลยสักนิด และไม่รู้สึกโกรธมีนาด้วยที่เธอทำแบบนี้กับผมเพราะผมเองก็อยากจะเลิกกับเธออยู่แล้ว แต่มันติดตรงที่ผมกลัวว่า มีนาจะรักผมจริงๆขึ้นมา แต่ตอนนี้มันทำให้ผมรู้
บ้านเช่าAห้องนั่งเล่นเคนโซ คิณภพ….22:30น.พรึบ“พี่เคน…เป็นอะไรหรือเปล่าคะ…มองพี่ดูกระสับกระส่ายเดินไปเดินมาอย่างคนที่มีเรื่องร้อนรุ่มกลุ้มใจอยู่อย่างงั้นแหละ…?”เสียงสงสัยของมีนาที่เธอนั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่ห้องนั่งเล่นเอ่ยถามผมผมที่เดินวนไปวนมาอยู่หน้าประตูของบ้านตั้งแต่สองทุ่มจนตอนนี้สี่ทุ่มกว่าแล้วด้วยความเป็นห่วงพี่ขวัญเอยทำให้ผมนั่งไม่ติดและทำใจสบายๆไม่ได้“อ้อ…เปล่านะคะ..”ผมหันไปตอบมีนาอย่างโกหกหน้าตาย มีนาก็ทำหน้าสงสัยนะแต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ เพราะเธอกำลังนั่งดูซีรี่ย์อยู่ ผมเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้สนใจผมแล้ว ผมก็หยิบโทรศัพท์ของผมออกมาจากกระเป๋ากางเกงเพื่อจะโทรหาพี่ขวัญเอย“น้องมีนาครับ?”“คะ?”มีนาละสายตาจากโทรทัศน์จอแบนมามองหน้าผมที่ผมเอ่ยเรียกเธอ“เดี๋ยวพี่ไปคุยโทรศัพท์กับเพื่อนแปปหนึ่งนะคะ”ผมว่าพร้อมกับชูโทรศัพท์ของผมให้เธอดู เธอก็ยิ้มและพยักหน้าเป็นคำตอบ“ค่ะ^_^”ผมก็ยิ้มหวานให้เธอและรีบเดินออกมาจากตัวบ้านไปหยุดที่หน้าบ้านพอห่างไกลพอที่มีนาจะไม่ได้ยินผมคุยโทรศัพท์แล้วพรึบผมก็รีบกดโทรหาพี่ขวัญเอยทันที เพราะเมื่อวานผมหลอกเอาเบอร์เธอมาโดยอ้างว่าขอยืมโทรศัพท์เธอโทรหามีนา แต่ท
“ฉันก็อยากพักนะ…แต่วันนี้ไหนๆฉันก็หยุดเรียนแล้วอ่ะ…ก็เลยตั้งใจว่าจะทำรายงานให้เสร็จ..”“และตอนห้าโมงเย็นฉันก็ต้องไปทำงานต่ออีกด้วยอ่ะ…”ฉันว่าเสียงเข้มอย่างจริงจัง เคนโซก็ยิ้มอ่อนให้ฉัน ฉันก็ยิ้มให้เขาก่อนจะหันไปให้ความสนใจงานของฉันต่อ“เดี๋ยวผมมานะครับ…พี่เอยอย่าลืมทานมาม่าล่ะ..”“ผมเตรียมมาม่า…น้ำเปล่า…และยาแก้อักเสบไว้ให้แล้วครับ…”“อืม…ขอบใจนะ^_^”ฉันหันกลับมายิ้มร่าให้เคนโซที่เขาอุตส่าห์เสนอตัวไปต้มมาม่ามาให้ฉันกิน“ด้วยความเต็มใจครับ”เคนโซยิ้มละมุนให้ฉันก่อนจะลุกออกไปจากเตียงนอนของฉัน เมื่อเคนโซลุกไปแล้ว ฉันก็กลับมาพิมพ์งานต่อด้วยความสบายๆเพราะฉันมันเก่งอยู่แล้ว ฉันพูดได้ตั้งห้าภาษาแหนะ งานแค่นี้จิ๊บๆสำหรับฉัน^_^ คุณหนูที่อดีตเคยรวยและสวย…แต่ตอนนี้ฉันก็ยังสวยอยู่นะ แต่แค่ไม่รวยแล้วแค่นั้นเอง-_-….16:00น.ห้องนอนขวัญเอย….พรึบ“ผมไม่อยากให้พี่เอยไปทำงานแบบนั้นเลย…”เคนโซว่าเสียงเศร้า นัยน์ตาของเขาจับจ้องมองมาที่ฉัน ที่ตอนนี้กำลังนั่งเอาแป้งตลับที่ผสมรองพื้นทาปกปิดรอยรักที่เคนโซทำไว้เมื่อคืนอยู่อย่างประนีประนอมเพราะถ้ามีใครเห็นรอยพวกนี้ละก็ มีหวังฉันอับอายไม่มีที่อยู่แน่“งานถึงเนื้
วันต่อมา14:30น.บ้านเช่าA…ห้องนอนขวัญเอย….พรึบ“มาม่าร้อนๆมาแล้วครับพี่เอย^_^”เสียงแจ่มใสของเคนโซดังมาแต่ไกลโดยที่ในมือของเขากำลังถือถาดเล็กๆที่มีชามมาม่าสีขาววางอยู่ฉันที่กำลังทำงานอยู่ต้องเงยหน้าจากโต๊ะพับอันเล็กที่สามารถวางอยู่บนที่นอนได้ไปมองหน้าของเคนโซ ที่ตอนนี้เขามีใบหน้าอิดโรยและซีดเซียว“วางเลย…”ฉันบอกเคนโซเสียงเรียบและชี้นิ้วให้เขาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าฉัน เคนโซก็วางชามลงตามคำสั่งของฉันและฉันก็หันกลับมาให้ความสนใจงานที่อาจารย์ฉันสั่ง โดยมีกำหนดส่งคืออาทิตย์หน้าแต่สั่งงานเมื่อวาน เวลากลางคืนฉันก็ต้องไปทำงาน กลางวันไปเรียนแต่วันนี้ฉันไปเรียนไม่ไหวเพราะเมื่อคืนไม่ได้นอนเมื่อเช้าเลยน็อคเข้าห้วงนิทราเพิ่งตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเมื่อกี้นี้เอง ที่ไม่ได้นอนเพราะมัวแต่ทำกิจกรรมรักกับเคนโซอยู่น่ะสิพรึบ“มองหน้าตาจริงจังจังเลยครับ…พี่เอยพักมาทานมาม่าก่อนไหม?”เคนโซว่าพร้อมกับนั่งลงบนเตียงนอนข้างๆตัวฉัน ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรเขา มือก็จัดการพิมพ์งานในแมคบุ๊คไปอย่างชำนาญ“โห้…พี่พิมพ์ไวจัง”เคนโซว่าด้วยเสียงตกตะลึง ฉันก็ละสายตาจากแมคบุ๊คมามองหน้าเคนโซด้วยสายตาเยาะเย้ย“บังเอิญว่าฉันเป็นคนตั้ง
เขาจัดการใช้ปลายนิ้วเรียวลูบไล้ไปร่องสวาทของเธออย่างแผ่วเบา จนร่างของกมลวรรณสั่นสะท้านไปกับทุกการสัมผัสของคิณภพ“อ๊าาาาาาาาาาาเสียววววว”เธอร้องครวญครางเสียงออกกระเส่าเมื่อคิณภพใช้ปลายนิ้วขยี้ปุ่มกระสันสีสดของเธอ จนกมลวรรณร่อนเอวสู้นิ้วของเขา คิณภพยิ้มกริ่มที่เขาเรียกน้ำหวานจำนวนมากของเธอออกมาได้แล้ว ส่วนปลายลิ้นของเขาก็ยังคงเลียตวัดขึ้นลงกับยอดปทุมถันสร้างความเสียวซ่านให้กมลวรรณเพิ่มขึ้นไปอีกพรึบคิณภพผละใบหน้าหล่ออกมาจากเต้าอวบอิ่มของกมลวรรณและจัดการจับร่างเล็กที่เปลือยเปล่าของเธอในเอนนอนลงนาบไปบนโต๊ะไม้“อื้อออ”กมลวรรณหอบหายใจเหนื่อยถี่ ความเป็นสาวของเธอขมิบเข้าออกเพราะความเสียวซ่านที่ยังไม่คลายลงคิณภพไม่รอช้าเขาก้มหน้าลงไปหาความเป็นสาวที่อวบอูมท้าทายสายตาเขาทันที“อื้ออออ”กมลวรรณสั่นสะท้านไปด้วยความเสียวซ่านที่คิณภพใช้ปลายนิ้วมือของเขาแหวกกลีบกุหลาบงามชั้นนอกของกมลวรรณออกจากกัน“ปุ่มกระสันของพี่เอย….น่ารักจังเลยครับ”คิณภพเขาไม่พูดเปล่า เขายังใช้ปลายนิ้วเขี่ยเม็ดปุ่มกระสันสีชมพูของกมลวรรณอีกด้วยทำให้ร่างเล็กที่อวบอั๋นของเธอสั่นระริกไปด้วยความเสียวซ่าน“อื้ออออร๊ายยยย!”กมลวรรณครวญค
“เจ็บไหมครับ…ผมขอโทษนะ…”คิณภพเมื่อแก้มัดให้กมลวรรณได้แล้ว เขาก็มองหน้าเธอด้วยแววตาสั่นไหว เขาถามเธอไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพรึบ“อย่ายุ่งกับฉัน!”กมลวรรณผลักมือของคิณภพที่เขาจะยื่นมาจับข้อมือที่เป็นรอยแดงจากเข็มขัดของเธอมาดูอย่างแรง“พี่เอย!”คิณภพเรียกกมลวรรณด้วยแววตาตกใจ“ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย…”“ออกไป!”กมลวรรณเอ่ยไล่คิณภพเสียงเข้มแววตาของเธอแข็งกร้าว“พี่เอยครับ..”คิณภพเรียกกมลวรรณเสียงอ่อนพลางจะเข้าไปหาเธอ ที่ตอนนี้เธอยันตัวลุกขึ้นนั่งแล้ว“ฉันเกลียดนาย!!”กมลวรรณตะโกนใส่หน้าคิณภพ เขาตกใจและรู้สึกเจ็บปวดที่เธอบอกว่าเธอเกลียดเขา“แต่ผมชอบพี่นะ…”“พี่เอยผมชอบพี่!!”คิณภพตวาดเสียงดังลั่นพร้อมกับโผเข้าสวมกอดร่างเปลือยเปล่าของกมลวรรณอย่างแน่น กมลวรรณก็หัวใจเต้นโครมครามที่เห็นคิณภพบอกว่าเขาชอบเธอด้วยแววตาจริงจังแบบนั้นพรึบ“ผม…ชอบพี่จริงๆนะครับ..พี่ขวัญเอย…”คิณภพผละกอดจากกมลวรรณและเอ่ยบอกเธอไปด้วยสีหน้าจริงจัง เขายื่นมือไปจับปลายคางของขวัญเอยและค่อยๆโน้มใบหน้าหล่อลงไปหาเธอและจัดการประกบริมฝีปากจูบเธออย่างอ้อยอิ่งและอ่อนโยน กมลวรรณจึงหลับตาพริ้มและจูบตอบคิณภพไปมือหนาของคิณภพเริ่มลูบไล้ไปตา
“จ๊วฟฟฟ” “อื้อออ”ฉันร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวดที่โดนเคนโซกัดริมฝีปากของฉันอย่างเน้นย้ำเขาทั้งดูดทั้งดึงอย่างไม่มีความอ่อนโยนให้ฉันคล้อยตามเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา พรึบ แกว๊กกกก “อื้ออ”เสื้อผ้าชุดเกาะอกที่ฉันสวมใส่อยู่ถูกเคนโซใช้มือกระชากมันจนขาดไปจากร่างของฉันและโยนมันทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี พรึบ ตุ๊บ “อื้ออ…ฉันเจ็บนะ!!”ฉันแผดเสียงดังไปอย่างกรุ่นโกรธและเจ็บปวดที่เคนโซจับร่างของฉันผลักลงไปบนโต๊ะกินข้าว เขาจ้องฉันเขม่นก่อนจะถอดเสื้อผ้าของเขาออกไปจากร่างกายของตัวเองและเดินมุ่งตรงมาหาฉัน “เคนโซ!!” “นายจะทำอะไรฉัน!!” “ก็สนองให้ผู้หญิงร่านๆแบบพี่ไง!” “พี่หิวเงินไม่ใช่เหรอไง…” “อย่ามาพูดจาแบบนี้กับฉันนะ!” “ฉันไม่ชอบ!!” “หึ!….ไม่ชอบก็เรื่องของเธอดิ…”สรรพนามและแววตาของเคนโซแปรเปลี่ยนไป เขาไม่ได้เรียกฉันว่าพี่และที่สำคัญ เขาไม่เคยมองฉันด้วยแววตาดุดันและดูถูกแบบนี้ พรึบ “อึก”ฉันกลืนน้ำลายลงคอดังอึกใหญ่และพยายามถอยหลังหนีเขาแต่ก็ไม่พ้น โดนเคนโซจับขาทั้งสองข้างของฉันไว้ซะก่อน “เคนโซ!!” “ปล่อยฉัน!!” พรึบ “กรี๊ดดดดดดอุ๊บ!”เสียงของฉันขาดหายไปเนื่องจากเคนโซใช่เสื้อยืดสีดำของเขามัดปากฉ
พรึบ“ค่าน้ำมัน…และค่าเสียเวลาที่นายไปรอฉัน^_^”“ได้มาเยอะเหรอครับ….ผู้ชายคนนั้น..มองมีเงิน…”“เขาให้ฉันมาหนึ่งหมื่นน่ะ^_^”ฉันตอบเคนโซไปพร้อมกับยิ้มกว้างออกมาอีกครั้ง พรึบเคนโซยื่นมือมารับเงินไปจากมือฉันและเขาก็ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับฉัน ความที่เขาสูงกว่าฉัน ฉันจึงต้องเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเขา“หึ!…เงินแค่หนึ่งหมื่น…พี่ก็ยอมอ้าขาให้เขาเอานะครับ…”“ค่าตัวพี่มันมีค่าแค่หนึ่งหมื่นสิท่า….”“นายพูดอะไรของนาย?”ฉันทวนคำพูดของเคนโซไปอย่างงงๆและไม่เข้าใจว่าเขากำลังพูดเรื่องอะไร ฉันไปอ้าขาให้ใคร “พี่ยอมทิ้งผม…แล้วไปกับไอ้เศรษฐีคนนั้น…”“ไปนอนแหกให้มันเอา!!”เคนโซตะโกนใส่หน้าฉัน คำพูดที่เขาดูถูกฉันทำให้ฉันเข้าใจแล้วว่าเขาคิดว่าฉันไปทำอะไร และอ้าขานั้น มันเป็นคำพูดที่จะดูถูกเหยียดหยามฉัรมากเกินไปแล้วนะ!!! เพลี๊ยฉันยื่นมือไปตบหน้าเขาเต็มแรงอย่างไม่พอใจจนใบหน้าหล่อหันไปตามแรงตบของฉัน“หยาบคาย!!”ฉันตะโกนใส่หน้าเคนโซ ใบหน้าของฉันร้อนผ่าวหัวใจของฉันเต้นระรัวอย่างโกรธจัดและไม่พอใจเคนโซที่เขาคิดว่าฉัน ไปนอนกับคุณทรงพลเพื่อแลกกับเงินเหรอ เขาเห็นว่าฉันเป็นผู้หญิงแบบไหนกัน“ผู้หญิงก็เหมือนกันหมด…เห็นเงินด