ก๊อก ๆ ๆ
“ลี่เหยียนขอพี่เข้าไปได้มั้ย” เสียงของพี่สาวดังอยู่หน้าห้อง
ลี่เหยียนตกใจ มองหน้าคนตัวโตสลับกับประตู
“แป๊บนึงนะพี่เมิ่งฉี” เธอตอบกลับแล้วดึงมือชายหนุ่มให้นั่งลงกับพื้น
“คุณไปหลบที่ใต้เตียง” เธอสั่งเสียงกระซิบ “เดี๋ยวนี้!”
“โอเค” เขาตอบแล้วยอมคลานเข้าไปใต้เตียงเธอแต่โดยดี
“ลี่เหยียน พี่เข้าไปได้ยัง” เสียงพี่สาวดังขึ้นอีกครั้ง
“กำลังมาแล้วค่ะ” เธอตอบกลับไป พลางสำรวจดูว่าชายหนุ่มหลบซ่อนตัวอย่างมิดชิดแล้วจึงค่อยเดินไปเปิดประตู
“พี่เมิ่งฉีมีอะไรรึเปล่า”
“ขอพี่เข้าไปหน่อยได้มั้ย”
พี่สาวของเธอดูลังเล ลี่เหยียนเลยมองด้วยความสงสัย เพราะพี่สาวเธอเป็นคนมั่นใจในตัวเองมาตลอด พี่สาวเธอเป็นคนสวย เก่ง เต็มไปด้วยความมั่นใจ และอยากได้อะไรก็ต้องได้ เป็นคนประเภทเดียวกับกู้หยุนเฟิง
“ค่ะ”
เมื่อประตูห้องปิดลงพี่สาวเธอจึงตั้งคำถาม
“ลี่เหยียนเธอคิดยังไงกับหยุนเฟิง”
“คะ?”
“พี่แค่อยากถามความเห็นของเธอเพราะว่าเธอมองคนเก่ง”
ลี่เหยียนจ้องพี่สาวอย่างตะลึง แปลกใจว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่พี่สาวคิ
เมื่อพี่สาวออกไปแล้วลี่เหยียนจึงรีบปิดประตูและล็อกให้เรียบร้อย ขณะเดียวกันกับที่กู้หยุนเฟิงคลานออกมาจากเตียง เขายืนจ้องหญิงสาวด้วยดวงตาคมกริบที่อ่านไม่ออก“ทีนี้คุณก็รู้แล้ว่าทำไมผมกับเมิ่งฉีถึงจะแต่งงานกัน”“ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณยังอยากแต่งงานกับพี่เมิ่งฉีหลังจากได้ยินเรื่องทั้งหมด”“ทำไมล่ะ” เขาเลิกคิ้ว“พี่สาวฉันต้องการจับคุณ”ชายหนุ่มยักไหล่ “เมิ่งฉีก็ไม่ได้ปิดบังว่าต้องการจับผม”“หา! พวกคุณนี่มันยังไง” ลี่เหยียนงงหนัก “แล้วคุณโอเคกับเรื่องนี้เหรอ”“ผมกับเมิ่งฉีไม่มีอะไรปิดบังกัน เรารู้ว่ากำลังทำอะไรกันอยู่”ลี่เหยียนกลอกตามองบน“ถ้างั้นพี่เมิ่งฉีรู้เรื่องที่เราเคยมีอะไรกันรึเปล่า”“ไม่” เขาหรี่ตาลง “ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณเป็นใครจนกระทั้งไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า“เฮอะ! แล้วคุณจะบอกพี่เมิ่งฉีมั้ย”“แน่นอนว่าไม่ เรื่องนี้มันซับซ้อนเกินไป”“แต่ตอนนี้มันก็ไม่มีอะไรซับซ้อนแล้วนี่”“มันก็ไม่เชิง แต่ว่ามันอาจจะซับซ้อนได้ถ้าคุณยังอยากนอนกับผม และผมมั่นใจว่าคุณอยาก” เขาพูดด้วยความมั่นใจและจ
“เธอมันเลววววยัยลี่เหยียน” จื่อหานเน้นเสียงและหัวเราะชอบใจหลังจากได้ฟังเรื่องราวของเพื่อนกับพี่ลิ้นดุที่บุกมาถึงในห้องนอน เพราะลี่เหยียนเล่าให้เพื่อนสนิทฟังอย่างละเอียดไม่มีตกหล่นแม้แต่น้อย“คนที่เลวไม่ใช่ฉันเพื่อนรัก” ลี่เหยียนพูดอย่างหัวเสียพลางนึกถึงหน้าหล่อ ๆ ของชายหนุ่ม “พี่ลิ้นดุของเธอนั่นแหละที่เลว”“ของฉันหรือว่าของเธอ” จื่อหานย้อนถามเชิงหยอกล้อ“ไม่ใช่ของใครทั้งนั้นแหละ เขาเป็นของพี่เมิ่งฉี” พูดพลางถอนหายใจ “จื่อหานจริงจังหน่อย ฉันจะทำยังไงดี”“ฉันถึงบอกว่าเธอน่ะเลวไง” จื่อหานหัวเราะลั่น“นี่เธอหมายความว่าไง” ลี่เหยียนถามจริงจัง เธอกำลังเครียดแต่เพื่อนกลับทำเป็นเล่น“เธอมาถามฉันว่าต้องทำไงได้ยังไง เธอต้องถามตัวเอมากกว่าว่าในฐานะน้องสาวที่ดีจะต้องทำยังไง”“เธอว่าฉันควรบอกความจริงกับพี่เมิ่งฉีมั้ย”“ห้ามเลยนะลี่เหยียน ถ้าปกติฉันจะแนะนำให้เธอพูดความจริง แต่นี่พี่เมิ่งฉีกำลังท้อง”“ฉันรู้ นี่แหละที่ทำให้เรื่องมันยากขึ้นไปกว่าเดิม”“ลี่เหยียน! แล้วถ้าเธอเกิดท้องขึ้นมาบ้างล่ะ”“บ้าไปแล้วจื่อหาน คืนนั้นเข
ลี่เหยียนออกมายังศาลากลางน้ำ สถานที่สุดโปรดของเธอ เธอฮัมเพลงเบา ๆ สายลมธรรมชาติพัดมาเอื่อย ๆ ทำให้เธอสดชื่นและผ่อนคลายมากขึ้นทันใดนั้นเธอก็สะดุ้งเมื่อมีมือหนึ่งมาวางบนไหล่“ลี่เหยียน ผมเอง”ร่างกายของลี่เหยียนตึงเครียดขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มห้าวนี้“อ่อ คุณนั่นเอง” เธอหันหลังกลับและส่งยิ้มฝืด ๆ ให้ พยายามไม่สบตาเขา“ไม่ยักรู้ว่าคุณเป็นนักร้องด้วย”“ฮะ? อะไรคะ?” ลี่เหยียนงง“คุณเคยติดชาร์ตมั้ย”“ชาร์ตอะไร”“ไอทูนส์ ยูทูป สปอร์ติฟาย”“อะไรของคุณ”“ผมถามเกี่ยวกับอาชีพนักร้องของคุณ” เขาหัวเราะเบา ๆ ที่ได้แกล้งเธอ“คุณมันบ้า” ลี่เหยียนจ้องเขาเขม็งด้วยความไม่สบอารมณ์ อุตส่าห์หนีมาถึงนี่แล้วเขายังจะตามมาหลอกมาหลอนเธออีก“คุณดูเหมือนอินกับเพลงที่ร้องมาก” สายตาเขาไม่ละไปจากเธอลี่เหยียนสายหัว “ฉันรู้ว่าฉันร้องผิดคีย์ แต่ฉันก็แค่อยากร้อง”“ผมไม่ได้บอกว่าให้คุณหยุดร้อง ยินดีด้วยซ้ำที่ได้ฟัง”“ฮ่า ๆ ๆ แน่นอนอยู่แล้ว” ลี่เหยียนหัวเราะ “พี่ชายฉันถึงกับยอมจ่ายเงินปิดปากไม่ให้ฉันร้
“ไม่ต้องมาเช้าขนาดนี้ก็ได้จื่อหาน” ลี่เหยียนพูดไปหาวไปตอนที่เดินมาเปิดประตูให้เพื่อนรักในเวลาหกโมงเช้า“พี่เฮ่าชวน พี่เฮ่าหราน ยังไม่มาเลย” เธอบอกแล้วเดินนำเพื่อนเข้ามาในห้อง“แล้วนี่แต่งหน้าแต่งตัวเสียเต็มยศขนาดนี้จะไปไหน” ลี่เหยียนมองสำรวจเพื่อนที่แต่งตัวสวยกว่าปกติ“เออน่า ฉันแค่อยากดูดีหน่อย” จื่อหานตอบหน้าแดง “เธอกลับไปนอนต่อไป”“ฉันคิดว่าไม่แล้วล่ะ ไปนั่งดื่มกาแฟคุยกันดีกว่า”ลี่เหยียนเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วชวนเพื่อนไปที่ห้องครัวแทน“ที่ฉันมาแต่เช้านี่กะจะมาช่วยเธอไง”“ช่วยฉัน?” ลี่เหยียนหันกลับไปมองหน้าเพื่อนและถามขณะที่ยังแปรงฟันอยู่ “ด้วยการที่มาปลุกฉันตั้งแต่ไก่โห่แบบนี้เนี่ยนะ”“ก็เผื่อว่าเธอกำลังอยู่บนเตียงกับพี่ลิ้นดุไง เขาจะได้ออกจากห้องเธอก่อนที่คนอื่นจะตื่น”ลี่เหยียนรีบแปรงฟันและล้างหน้าจนเสร็จแล้วถลึงตาใส่เพื่อน“ไม่มีทาง”จื่อหานหัวเราะ“เมื่อค
“ตาฉันอะไร” ลี่เหยียนทำเป็นยกกาแฟขึ้นจิบตามมาด้วยเสียงไอค่อกแค่ก ขมปี๋ เธอคงใส่กาแฟเยอะเกินไป“เรื่องเธอกับพี่ลิ้นดุ อย่าทำไก๋ยัยลี่เหยียน”“อย่าเรียกเขาแบบนี้”“เออนั่นแหละ เล่ามาเลย”ลี่เหยียนถอนหายใจ “ฉันแค่ได้คุยกับเขา ไม่มีอะไรมากกว่านั้น”“แล้วคุยว่า…”“เขาไม่ใช่พ่อของเด็กในท้องพี่เมิ่งฉี เขาไม่เคยนอนกับพี่เมิ่งฉี แต่เขายังต้องการจะแต่งงาน”“เขารักพี่เมิ่งฉีเหรอ” จื่อหานถามด้วยความอึ้ง “เอ๋ เดี๋ยวนะ พวกเขาไม่ยังไม่ได้บ๊ะจั้มบ๊ะกันเหรอ”“ตอนแรกฉันเองก็อึ้งไปเหมือนกัน” ลี่เหยียนบอก ยกกาแฟขึ้นจิบอีกครั้งก่อนที่จะทำหน้าแหยแล้ววางลง “เราไปคุยกันที่ห้องดีกว่า ฉันไม่อยากให้คนอื่นมาได้ยินเรื่องนี้”“ก็ดีเหมือนกัน” จื่อหานเห็นด้วยและลุกขึ้นยืนสองเพื่อนซี้ไม่สนใจดื่มกาแฟอีกต่อไป พากันขึ้นไปยังห้องนอนของลี่เหยียน ลี่เหยียนปิดประตูแล้วกระโดดขึ้นเตียง“ไม่มาเ
“ตื่น ๆ ๆ” เสียงตะโกนและเสียงเคาะประตูรัว ๆ จากด้านนอกดังขึ้นก่อนที่ผู้บุกรุกจะถือวิสาสะเปิดประตูแล้วเดินเข้ามา“อะไรพี่เฮ่าหราน” ลี่เหยียนงัวเงียถามตอนที่ค่อย ๆ ลืมตา“ตื่นได้แล้วลี่เหยียน” เฮ่าหรานดึงผ้าห่มออกแล้วโยนลงพื้น“ฮื่อ ง่วง”“ยัยขี้เซา”“พี่บ้า”ลี่เหยียนลุกขึ้นจากเตียงแล้วมายืนจ้องพี่ชายอย่างเอาเรื่องก่อนที่จะหัวเราะเสียงดัง“แต่ก็ดีใจที่ได้เจอพี่”“มานี่สิ” ชายหนุ่มดึงน้องสาวเข้าไปกอด แล้วก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างบนเตียง“ใครนอนอยู่บนเตียง เดี๋ยวนี้เป็นเลสเบียนแล้วเหรอลี่เหยียน”“พี่เฮ่าหราน!” ลี่เหยียนส่ายหัว “นี่จื่อหาน”“อ้อ…พวกเธอสองคนกำลังคบกันเหรอ” เขาหรี่ตาจ้องน้องสาว“ประสาท” ลี่เหยียนถลึงตาใส่พี่ชาย ขณะที่จื่อหานนอนกลิ้งอยู่บนเตียงไม่มีทีท่าว่าจะตื่น“ก็แค่ถามดู” เขายักไหล่แล้วจ้องคนที่นอนอุตุบนเตียง
ลี่เหยียนเดินมาหยุดที่หน้าห้องนอนของเทียนอี้ เธอยืนอยู่ตรงนั้นเหมือนคนบ้า เธอไม่มีเรื่องอะไรที่จะคุยกับเขา และความจริงแล้วเธอไม่ได้สนใจอะไรเขาเลย เธอแค่อยากเยาะเย้ยพี่ชายเขาเท่านั้น ตอนที่เธอกำลังจะหันหลังกลับ เธอเห็นกู้หยุนเฟิงเดินตรงมาหาเธอด้วยรอยยิ้มเยาะบนใบหน้า เธอเกลียดรอยยิ้มแบบนี้ที่สุด“เทียนอี้เทคุณเหรอ”“ว่าไงนะ” เธอจ้องเขาเขม็ง ไม่ปิดบังสายตาที่เต็มไปด้วยความโมโห“ก็คุณยืนอยู่หน้าห้องเขาด้วยหน้าตาผิดหวัง ผมก็คิดว่าเทียนอี้เทคุณซะอีก”“ขอโทษนะ พวกผู้ชายไม่เคยเมินฉัน” เธอเชิดหน้า และพยายามเลี่ยงสบตาคมที่จ้องเธออยู่“คุณพูดถูก คุณไม่ใช่ผู้หญิงที่ผู้ชายจะปฏิเสธได้ง่าย ๆ” เขาว่าแล้วเลียริมฝีปากอย่างยั่วยวน “ผมว่า…”“ฉันขอตัวก่อน” ลี่เหยียนพูดแทรก เธอไม่ต้องการเปิดโอกาสให้เขายั่วเธอได้“เช้านี้คุณดูเซ็กซี่มาก” เขาไล่สายตาบนตัวเธอ“ขอบคุณค่ะ” ลี่เหยียนจะไม่ยอมให้ตัวเองตกหลุมพรางเขาอีก“แล้วทำไมคุณร
ตาของสองคนสบกัน ลี่เหยียนเห็นแววเคร่งเครียดในดวงตาเขา เธอรอให้เขาพูดอะไรออกมา เธอรอให้เขาต่อว่าเธอ รอให้เขาว่าเธอว่าเป็นเด็กไม่รู้จักโต เป็นตัวปัญหา สุดท้ายเขากลับหัวเราะเธอ เธอมองเขาด้วยความประหลาดใจ เรื่องนี้ไม่มีอะไรน่าขำเลย ในขณะที่เธอจริงจังเขากลับเห็นมันเป็นเรื่องตลก“คุณขำอะไร” เธอถามเขาด้วยความไม่พอใจ เธอเกลียดที่เธอไม่เข้าใจและไม่สามารถอ่านเขาได้ เธอเกลียดที่เธอชอบเขา เธอเกลียดที่เธออยากทำความรู้จักเขามากขึ้น และเธอเกลียดยิ่งกว่าที่ไม่มีโอกาสนั้นสำหรับเธอ“คุณ” เขายิ้ม “คุณเป็นคนที่มีชีวิตชีวามากรู้มั้ย ถึงคุณจะกำลังรู้สึกแย่ แต่คุณก็ยังคงความสดใสไว้”“เอ่อ…ฉันก็ว่างั้น” ลี่เหยียนพูดอย่างงง ๆ“ผมอยากเมคเลิฟกับคุณอีกครั้ง” เขาพูด ดวงตาเขาเป็นประกายแล้วเดินหน้ามาหาเธอ“ไม่ เราทำไม่ได้” ลี่เหยียนห้าม แต่เสียงเธอกลับเบาหวิวและลังเล“งั้นเหรอ แต่เราสามารถทำอะไรที่เราต้องการได้” เขาจ้องเธอ แล้วเดินไปล็อกประตูห้องแล้วกลับมาหาเธออีกครั้ง&ldquo
ลี่เหยียนเริ่มเล่า แต่เพื่อนขัดจังหวะ“เขาปล้ำหรือว่าเธอสมยอม”“จื่อหานบ้า เธอไม่ห่วงฉันเลยนะ”“ฉันจะห่วงเธอทำไม เคลิ้มเลยดิแก แล้วเขาใช้ลิ้นให้แกอีกเปล่า”“โอ๊ยยย ไปกันใหญ่แล้ว แต่ก็…เคลิ้ม ๆ บ้าง” ทำเป็นโวยวายแต่ตอนหลังอ้อมแอ้มตอบ“เห็นมั้ยล่ะ” จื่อหานหัวเราะรู้ทัน“ย่ะ” ลี่เหยียนแกล้งค้อนเพื่อน “แต่ฉันไม่ได้มีอะไรกับเขา เพราะว่าฉันใช้โอกาสตอนเขาเผลอรีบหนีลงจากเตียง”“น่าเสียดาย”“เสียดงเสียดายอะไร พี่เมิ่งฉีได้มาแหกอกฉันน่ะสิ แล้วฉันเองก็รู้สึกผิดด้วย”“เฮ้ออออ…ฉันเห็นใจเธอจริง ๆ แต่ไม่รู้จะสงสารใครมากกว่าระหว่างเธอกับพี่ลิ้นดุ เขาคงค้างน่าดู” จื่อหานทำสีหน้าราวกับเห็นอกเห็นใจเสียเต็มประดา สองสาวมองหน้ากัน สักพักก็หัวเราะออกมาดัง ๆ“อย่ามาสนใจเรื่องฉันเลย เล่าเรื่องเธอมาบ้าง หลังจากฉันออกไปเกิดอะไรขึ้นบ้าง”“ไม่มีอะไร พอเธอออกไปแล้วทุกคนก็แยกย้าย ฉันสงสัย
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณลี่เหยียน” เสียงทุ้มดังขึ้น ทำให้ลี่เหยียนที่เดินคิดอะไรอยู่สะดุ้งถอยหลังอย่างรวดเร็ว เธอเงยหน้ามองที่มาของเสียง แล้วพบกับกู้เทียนอี้ที่ส่งยิ้มกว้างมาให้เธอ“ขอโทษค่ะ“ เธอไม่อยากให้เขาเข้าใจว่าเธอรังเกียจเขา“ไม่เป็นไรครับ” กู้เทียนอี้ยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร“คุณสบายดีมั้ยคะ ฉันหมายถึงหากมีอะไรขาดเหลือขอให้บอกได้เลยนะคะ” เธอชวนเขาคุย“ที่นี่สะดวกสบายมากครับ คุณไม่ต้องห่วง แล้วคุณล่ะ”“ฉันโอเคค่ะ แต่ฉันใช้พลังงานไปเยอะเมื่อเช้าและตอนนี้ก็ยังไม่ได้ทานมื้อเช้าเลย” เธอว่าพร้อมหัวเราะ“ผมเองก็หิวแล้ว ผมเพิ่งกลับมาจากวิ่งตอนเช้า”“งั้นเราไปทานมื้อเช้ากันดีกว่าค่ะ” ลี่เหยียนชวน“ดีครับ”“มีอะไรกันหรือเปล่า” เสียงกู้หยุนเฟิงดังขึ้นด้านหลัง“เปล่า เราแค่กำลังจะไปกินมื้อเช้าด้วยกัน คุณลี่เหยียนบอกว่าจะแบ่งแพนเค้กให้ผม แต่เตือนว่าห้ามยุ่งกับเบคอนของเธอ ผมเลยบอกว่าผมยอมไม่กินเบคอนถ้า
ตาของสองคนสบกัน ลี่เหยียนเห็นแววเคร่งเครียดในดวงตาเขา เธอรอให้เขาพูดอะไรออกมา เธอรอให้เขาต่อว่าเธอ รอให้เขาว่าเธอว่าเป็นเด็กไม่รู้จักโต เป็นตัวปัญหา สุดท้ายเขากลับหัวเราะเธอ เธอมองเขาด้วยความประหลาดใจ เรื่องนี้ไม่มีอะไรน่าขำเลย ในขณะที่เธอจริงจังเขากลับเห็นมันเป็นเรื่องตลก“คุณขำอะไร” เธอถามเขาด้วยความไม่พอใจ เธอเกลียดที่เธอไม่เข้าใจและไม่สามารถอ่านเขาได้ เธอเกลียดที่เธอชอบเขา เธอเกลียดที่เธออยากทำความรู้จักเขามากขึ้น และเธอเกลียดยิ่งกว่าที่ไม่มีโอกาสนั้นสำหรับเธอ“คุณ” เขายิ้ม “คุณเป็นคนที่มีชีวิตชีวามากรู้มั้ย ถึงคุณจะกำลังรู้สึกแย่ แต่คุณก็ยังคงความสดใสไว้”“เอ่อ…ฉันก็ว่างั้น” ลี่เหยียนพูดอย่างงง ๆ“ผมอยากเมคเลิฟกับคุณอีกครั้ง” เขาพูด ดวงตาเขาเป็นประกายแล้วเดินหน้ามาหาเธอ“ไม่ เราทำไม่ได้” ลี่เหยียนห้าม แต่เสียงเธอกลับเบาหวิวและลังเล“งั้นเหรอ แต่เราสามารถทำอะไรที่เราต้องการได้” เขาจ้องเธอ แล้วเดินไปล็อกประตูห้องแล้วกลับมาหาเธออีกครั้ง&ldquo
ลี่เหยียนเดินมาหยุดที่หน้าห้องนอนของเทียนอี้ เธอยืนอยู่ตรงนั้นเหมือนคนบ้า เธอไม่มีเรื่องอะไรที่จะคุยกับเขา และความจริงแล้วเธอไม่ได้สนใจอะไรเขาเลย เธอแค่อยากเยาะเย้ยพี่ชายเขาเท่านั้น ตอนที่เธอกำลังจะหันหลังกลับ เธอเห็นกู้หยุนเฟิงเดินตรงมาหาเธอด้วยรอยยิ้มเยาะบนใบหน้า เธอเกลียดรอยยิ้มแบบนี้ที่สุด“เทียนอี้เทคุณเหรอ”“ว่าไงนะ” เธอจ้องเขาเขม็ง ไม่ปิดบังสายตาที่เต็มไปด้วยความโมโห“ก็คุณยืนอยู่หน้าห้องเขาด้วยหน้าตาผิดหวัง ผมก็คิดว่าเทียนอี้เทคุณซะอีก”“ขอโทษนะ พวกผู้ชายไม่เคยเมินฉัน” เธอเชิดหน้า และพยายามเลี่ยงสบตาคมที่จ้องเธออยู่“คุณพูดถูก คุณไม่ใช่ผู้หญิงที่ผู้ชายจะปฏิเสธได้ง่าย ๆ” เขาว่าแล้วเลียริมฝีปากอย่างยั่วยวน “ผมว่า…”“ฉันขอตัวก่อน” ลี่เหยียนพูดแทรก เธอไม่ต้องการเปิดโอกาสให้เขายั่วเธอได้“เช้านี้คุณดูเซ็กซี่มาก” เขาไล่สายตาบนตัวเธอ“ขอบคุณค่ะ” ลี่เหยียนจะไม่ยอมให้ตัวเองตกหลุมพรางเขาอีก“แล้วทำไมคุณร
“ตื่น ๆ ๆ” เสียงตะโกนและเสียงเคาะประตูรัว ๆ จากด้านนอกดังขึ้นก่อนที่ผู้บุกรุกจะถือวิสาสะเปิดประตูแล้วเดินเข้ามา“อะไรพี่เฮ่าหราน” ลี่เหยียนงัวเงียถามตอนที่ค่อย ๆ ลืมตา“ตื่นได้แล้วลี่เหยียน” เฮ่าหรานดึงผ้าห่มออกแล้วโยนลงพื้น“ฮื่อ ง่วง”“ยัยขี้เซา”“พี่บ้า”ลี่เหยียนลุกขึ้นจากเตียงแล้วมายืนจ้องพี่ชายอย่างเอาเรื่องก่อนที่จะหัวเราะเสียงดัง“แต่ก็ดีใจที่ได้เจอพี่”“มานี่สิ” ชายหนุ่มดึงน้องสาวเข้าไปกอด แล้วก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างบนเตียง“ใครนอนอยู่บนเตียง เดี๋ยวนี้เป็นเลสเบียนแล้วเหรอลี่เหยียน”“พี่เฮ่าหราน!” ลี่เหยียนส่ายหัว “นี่จื่อหาน”“อ้อ…พวกเธอสองคนกำลังคบกันเหรอ” เขาหรี่ตาจ้องน้องสาว“ประสาท” ลี่เหยียนถลึงตาใส่พี่ชาย ขณะที่จื่อหานนอนกลิ้งอยู่บนเตียงไม่มีทีท่าว่าจะตื่น“ก็แค่ถามดู” เขายักไหล่แล้วจ้องคนที่นอนอุตุบนเตียง
“ตาฉันอะไร” ลี่เหยียนทำเป็นยกกาแฟขึ้นจิบตามมาด้วยเสียงไอค่อกแค่ก ขมปี๋ เธอคงใส่กาแฟเยอะเกินไป“เรื่องเธอกับพี่ลิ้นดุ อย่าทำไก๋ยัยลี่เหยียน”“อย่าเรียกเขาแบบนี้”“เออนั่นแหละ เล่ามาเลย”ลี่เหยียนถอนหายใจ “ฉันแค่ได้คุยกับเขา ไม่มีอะไรมากกว่านั้น”“แล้วคุยว่า…”“เขาไม่ใช่พ่อของเด็กในท้องพี่เมิ่งฉี เขาไม่เคยนอนกับพี่เมิ่งฉี แต่เขายังต้องการจะแต่งงาน”“เขารักพี่เมิ่งฉีเหรอ” จื่อหานถามด้วยความอึ้ง “เอ๋ เดี๋ยวนะ พวกเขาไม่ยังไม่ได้บ๊ะจั้มบ๊ะกันเหรอ”“ตอนแรกฉันเองก็อึ้งไปเหมือนกัน” ลี่เหยียนบอก ยกกาแฟขึ้นจิบอีกครั้งก่อนที่จะทำหน้าแหยแล้ววางลง “เราไปคุยกันที่ห้องดีกว่า ฉันไม่อยากให้คนอื่นมาได้ยินเรื่องนี้”“ก็ดีเหมือนกัน” จื่อหานเห็นด้วยและลุกขึ้นยืนสองเพื่อนซี้ไม่สนใจดื่มกาแฟอีกต่อไป พากันขึ้นไปยังห้องนอนของลี่เหยียน ลี่เหยียนปิดประตูแล้วกระโดดขึ้นเตียง“ไม่มาเ
“ไม่ต้องมาเช้าขนาดนี้ก็ได้จื่อหาน” ลี่เหยียนพูดไปหาวไปตอนที่เดินมาเปิดประตูให้เพื่อนรักในเวลาหกโมงเช้า“พี่เฮ่าชวน พี่เฮ่าหราน ยังไม่มาเลย” เธอบอกแล้วเดินนำเพื่อนเข้ามาในห้อง“แล้วนี่แต่งหน้าแต่งตัวเสียเต็มยศขนาดนี้จะไปไหน” ลี่เหยียนมองสำรวจเพื่อนที่แต่งตัวสวยกว่าปกติ“เออน่า ฉันแค่อยากดูดีหน่อย” จื่อหานตอบหน้าแดง “เธอกลับไปนอนต่อไป”“ฉันคิดว่าไม่แล้วล่ะ ไปนั่งดื่มกาแฟคุยกันดีกว่า”ลี่เหยียนเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วชวนเพื่อนไปที่ห้องครัวแทน“ที่ฉันมาแต่เช้านี่กะจะมาช่วยเธอไง”“ช่วยฉัน?” ลี่เหยียนหันกลับไปมองหน้าเพื่อนและถามขณะที่ยังแปรงฟันอยู่ “ด้วยการที่มาปลุกฉันตั้งแต่ไก่โห่แบบนี้เนี่ยนะ”“ก็เผื่อว่าเธอกำลังอยู่บนเตียงกับพี่ลิ้นดุไง เขาจะได้ออกจากห้องเธอก่อนที่คนอื่นจะตื่น”ลี่เหยียนรีบแปรงฟันและล้างหน้าจนเสร็จแล้วถลึงตาใส่เพื่อน“ไม่มีทาง”จื่อหานหัวเราะ“เมื่อค
ลี่เหยียนออกมายังศาลากลางน้ำ สถานที่สุดโปรดของเธอ เธอฮัมเพลงเบา ๆ สายลมธรรมชาติพัดมาเอื่อย ๆ ทำให้เธอสดชื่นและผ่อนคลายมากขึ้นทันใดนั้นเธอก็สะดุ้งเมื่อมีมือหนึ่งมาวางบนไหล่“ลี่เหยียน ผมเอง”ร่างกายของลี่เหยียนตึงเครียดขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มห้าวนี้“อ่อ คุณนั่นเอง” เธอหันหลังกลับและส่งยิ้มฝืด ๆ ให้ พยายามไม่สบตาเขา“ไม่ยักรู้ว่าคุณเป็นนักร้องด้วย”“ฮะ? อะไรคะ?” ลี่เหยียนงง“คุณเคยติดชาร์ตมั้ย”“ชาร์ตอะไร”“ไอทูนส์ ยูทูป สปอร์ติฟาย”“อะไรของคุณ”“ผมถามเกี่ยวกับอาชีพนักร้องของคุณ” เขาหัวเราะเบา ๆ ที่ได้แกล้งเธอ“คุณมันบ้า” ลี่เหยียนจ้องเขาเขม็งด้วยความไม่สบอารมณ์ อุตส่าห์หนีมาถึงนี่แล้วเขายังจะตามมาหลอกมาหลอนเธออีก“คุณดูเหมือนอินกับเพลงที่ร้องมาก” สายตาเขาไม่ละไปจากเธอลี่เหยียนสายหัว “ฉันรู้ว่าฉันร้องผิดคีย์ แต่ฉันก็แค่อยากร้อง”“ผมไม่ได้บอกว่าให้คุณหยุดร้อง ยินดีด้วยซ้ำที่ได้ฟัง”“ฮ่า ๆ ๆ แน่นอนอยู่แล้ว” ลี่เหยียนหัวเราะ “พี่ชายฉันถึงกับยอมจ่ายเงินปิดปากไม่ให้ฉันร้
“เธอมันเลววววยัยลี่เหยียน” จื่อหานเน้นเสียงและหัวเราะชอบใจหลังจากได้ฟังเรื่องราวของเพื่อนกับพี่ลิ้นดุที่บุกมาถึงในห้องนอน เพราะลี่เหยียนเล่าให้เพื่อนสนิทฟังอย่างละเอียดไม่มีตกหล่นแม้แต่น้อย“คนที่เลวไม่ใช่ฉันเพื่อนรัก” ลี่เหยียนพูดอย่างหัวเสียพลางนึกถึงหน้าหล่อ ๆ ของชายหนุ่ม “พี่ลิ้นดุของเธอนั่นแหละที่เลว”“ของฉันหรือว่าของเธอ” จื่อหานย้อนถามเชิงหยอกล้อ“ไม่ใช่ของใครทั้งนั้นแหละ เขาเป็นของพี่เมิ่งฉี” พูดพลางถอนหายใจ “จื่อหานจริงจังหน่อย ฉันจะทำยังไงดี”“ฉันถึงบอกว่าเธอน่ะเลวไง” จื่อหานหัวเราะลั่น“นี่เธอหมายความว่าไง” ลี่เหยียนถามจริงจัง เธอกำลังเครียดแต่เพื่อนกลับทำเป็นเล่น“เธอมาถามฉันว่าต้องทำไงได้ยังไง เธอต้องถามตัวเอมากกว่าว่าในฐานะน้องสาวที่ดีจะต้องทำยังไง”“เธอว่าฉันควรบอกความจริงกับพี่เมิ่งฉีมั้ย”“ห้ามเลยนะลี่เหยียน ถ้าปกติฉันจะแนะนำให้เธอพูดความจริง แต่นี่พี่เมิ่งฉีกำลังท้อง”“ฉันรู้ นี่แหละที่ทำให้เรื่องมันยากขึ้นไปกว่าเดิม”“ลี่เหยียน! แล้วถ้าเธอเกิดท้องขึ้นมาบ้างล่ะ”“บ้าไปแล้วจื่อหาน คืนนั้นเข