“ปล่อยฉันและคุณสลิลดาไปเถอะนะคะ คุณก็จะได้อิสรภาพที่คุณต้องการมาตลอด ฉันว่ามันก็ดีกับทุกฝ่ายไม่ใช่เหรอคะ”ภูเบศนิ่งงัน รู้สึกราวกับถูกเธอแทงเข้าที่กลางหัวใจจนจุก สิ่งที่เธอพูดมาถูกต้องทุกอย่างจนเขาไม่อาจจะโต้แย้งได้ แต่ทำไมนะหัวใจเขากลับไม่ยินยอมเชื่อฟัง เขาไม่อยากปล่อยเธอไปเลย ทำไมนะ“พอเถอะ คุณเพิ่งฟื้น ไว้เราค่อยคุยเรื่องนี้กันอีกทีละกัน คุณพักผ่อนเถอะ ผมจะอยู่เป็นเพื่อนรอจนกว่าคุณจะหลับ”หญิงสาวมองใบหน้าอันหล่อเหลาที่วันนี้แต้มความอ่อนโยนมากกว่าที่เคย แววตาอบอุ่นคู่นั้นก็ด้วย มันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไปจากเดิม แต่มันคืออะไรกันเล่าช่างเถอะ รู้ไปก็แค่นั้น สู้ไม่ต้องรับรู้อะไรให้ปวดใจไปกว่าเดิมคงดีเสียกว่า คิดได้ดังนั้นคนเจ็บจึงหลับตาลงแต่โดยดีภูเบศรอจนมั่นใจว่าอีกฝ่ายหลับสนิท ร่างสูงสง่าจึงลุกขึ้น ดวงตาคมทอดมองใบหน้าอันซีดเซียวของคนเจ็บ พลางถอนหายใจเบาๆ อะไรบางอย่างในหัวใจสั่งให้เขาโน้มตัวลงและประทับริมฝีปากที่หน้าผากมนอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะตัดใจเดินออกไปจากห้อง โดยหารู้ไม่ว่าทันทีที่ได้ยินเสียงปิดประตู คนที่แสร้งนอนหลับก็ลืมตาขึ้นอีกครั้งรอยอุ่นซ่านที่หน้าผากยังไม่จางหาย
“ส่วนเรื่องหมั้น ผมได้เรียนคุณน้าราณีไปแล้วเมื่อวานว่าขอให้ทางนี้เป็นฝ่ายขอยกเลิกสัญญาหมั้นเพื่อที่ดาด้าจะได้ไม่เสียชื่อเสียงเพราะเป็นฝ่ายขอถอนหมั้น ไม่ใช่ฝ่ายถูกถอนหมั้น หวังว่าคุณน้าจะเข้าใจและไม่โกรธนะครับ”สองสามีภรรยาหันมาสบตากันอย่างลำบากใจ ไม่อยากจะยอมรับหรอก แต่ตอนนี้ไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ เพราะเรื่องที่บุตรสาวก่อนั้นร้ายแรงอยู่ไม่น้อย หากอีกฝ่ายจะเอาเรื่องข้อหาพยายามฆ่าก็สามารถทำได้“ตกลงตามนั้น แต่น้าหวังว่าเรื่องนี้จะจบที่นี่ไม่แพร่งพรายออกไปนะ คุณสัญญาได้หรือเปล่า”ภูเบศพอรู้เรื่องที่คุณสรไกรกำลังถูกทาบทามให้ลงเล่นการเมืองมาบ้างจึงเข้าใจเรื่องที่อีกฝ่ายต้องการรักษาชื่อเสียงตัวเองไม่ให้ด่างพร้อยกระทบต่องานใหญ่ที่กำลังจะทำ“ถ้าดาด้ายอมรับผิด ไปขอโทษคุณจ๋า และสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายเธออีก ผมก็สัญญาว่าเรื่องนี้จะจบลงตรงนี้เหมือนกันครับ” ชายหนุ่มยื่นข้อต่อรอง “แล้วนี่ดาด้าไปไหนล่ะครับ...”ยังไม่ทันที่จะตอบคำถาม จู่ๆ ก็มีเสียงร้องดังขึ้นมาจากชั้นบนของบ้าน“กรี๊ดดดด คุณหนู!”ทุกคนหันขวับไปที่ต้นตอของเสียงทันที“ยัยหนู!” คุณราณีหันไปสบตาสามีอย่างสังหรณ์ใจ ก่อนที่ทั้งหมดจะรีบวิ่งไปท
ภูเบศหันไปมองใบหน้าซีดเซียวของคนเจ็บอีกครั้ง ยามหลับแบบนี้สลิลดาก็ดูเหมือนเด็กไร้เดียงสาที่ไม่มีพิษมีภัยอะไร คำว่ารักที่หลุดจากปากของเธอน่าเสียดายที่เขาไม่อาจรับไว้ได้ เพราะตอนนี้มีใครอีกคนที่เขาต้องรับผิดชอบชีวิตรออยู่ แม้ตอนนี้เขายังไม่มั่นใจความรู้สึกที่มีต่อเธอเต็มร้อย แต่อีกไม่นานหรอก เขาคงได้คำตอบกับตัวเอง รวมถึงเธอผู้นั้นจนกว่าจะถึงวันนั้นซึ่งคงอยู่ไม่ไกล เขาหวังว่าเธอจะรอ...คำว่ารักที่มาจากหัวใจที่แท้จริงของเขาได้นะพูดแล้วก็ชักจะคิดถึง ดึกป่านนี้เธอจะนอนหลับไปแล้วหรือยังนะ หรือว่าจะยังรอเขาอยู่ ตอนออกมาก็ไม่ได้บอกเสียด้วยว่าจะไปไหน อยากรู้จังว่าเธอจะเป็นห่วงเขาบ้างไหม อยากรู้ก็ต้องไปหาสินะชายหนุ่มยิ้มกับตัวเองที่คิดเองเออเอง หากทว่าเขายังไม่ทันได้ทำอย่างที่ใจคิด จู่ๆ ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะเสียก่อนเบอร์ที่ขึ้นหน้าจอทำให้คิ้วเข้มขมวดแน่น ก่อนกดรับสายอย่างรวดเร็ว“มีอะไรว่ามา”“เป้าหมายของเรามีการเคลื่อนไหวแล้วครับท่าน” คำนั้นทำให้ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียดขึ้นมาทันที“ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน โอเค พวกคุณจับตาดูเขาไว้ให้ดี ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”ชายหนุ่มกดตัดสาย พร้อมกับถอนหายใจแ
นี่เธอกำลังทำผิดอยู่หรือเปล่า“ตอนนี้คุณสลิลดาอาการเป็นยังไงบ้างคะ”“ยังปลอดภัย” คนฟังถอนใจอย่างโล่งอก“แต่ก็วางใจอะไรไม่ได้ ดาด้าไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ฉันเลี้ยงเขาอย่างดีและตามใจเพราะมีเขาแค่คนเดียว นี่คงเป็นความผิดของฉันด้วยที่ทำให้ลูกไม่เคยรู้จักกับความผิดหวัง พอคนที่ไม่เคยผิดหวังในชีวิตต้องมาเจอเรื่องที่ทำให้ผิดหวังมากๆ บางทีก็อาจจะคิดสั้นขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ก็ได้”“ฉันเสียใจค่ะ”“ที่ฉันมาวันนี้นอกจากจะมาขอโทษแทนลูก มีเรื่องหนึ่งที่ฉันอยากขอร้องเธอ...”รุจารินนิ่งฟังอีกฝ่ายอย่างนึกสังหรณ์“คุณเบสขอให้ทางเรายกเลิกการหมั้นเพราะเขาต้องการแต่งงานกับเธอ แต่ตอนนี้สภาพร่างกายและจิตใจของดาด้าคงรับเรื่องนี้ไม่ได้ สิ่งที่ฉันอยากขอจากพวกเธอคือเวลา ฉันแค่อยากให้คุณเบสให้เวลากับดาด้าได้ทำใจ ช่วงนี้ฉันอยากให้เขาแวะไปเยี่ยมไปดูแลดาด้าบ้างจนกว่าอาการจะดีขึ้น ฉันหวังว่าเธอคงจะเห็นใจพวกเรา ถึงยังไงเขาสองคนก็เคยหมั้นหมายกันมาก่อน” คุณราณีเอ่ยเสียงสั่นเครือ“ไม่ต้องห่วงนะ เรื่องการถอนหมั้นฉันเข้าใจดี หลังจากที่ดาด้าอาการดีขึ้น พวกเราจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยอย่างเร็วที่สุด หวังว่าเธอคงไม่ขัดข้องใช
“ว่าไงนายเบส”“วันนี้พี่อาร์ตว่างไหมครับ” ปลายสายนิ่งไปชั่วครู่ก่อนตอบกลับมาด้วยเสียงปกติ“ว่างสิ นายมีอะไรหรือเปล่าทำไมเสียงดูเครียดๆ”“ผมมีเรื่องอยากปรึกษาพี่นิดหน่อยครับ งั้นเที่ยงนี้เราไปทานข้าวกันที่ร้านเดิมได้ไหมครับ”“ได้สิ แล้วเจอกัน”“แล้วเจอกันครับพี่”ชายหนุ่มวางสายด้วยหัวใจที่อ่อนล้า นี่คือโอกาสสุดท้ายที่เขาจะให้ หวังเพียงว่าพี่ชายของเขาจะรับมันและกลับตัวกลับใจใหม่ หากไม่คิดถึงใครก็ควรคิดถึงพ่อกับแม่ของเขาที่เลี้ยงดู ‘อติกร’ มาเหมือนลูกชายแท้ๆ คนหนึ่งมานานเท่าๆ กับอายุของเขาและฝ่ายนั้น!อติกรมาถึงร้านก่อนเวลาที่นัดไว้ แต่ก็ยังช้ากว่าน้องชายของเขาที่มารออยู่ก่อนแล้ว แม้จะแปลกใจที่จู่ๆ น้องชายต่างสายเลือดก็นัดมาทานข้าวเที่ยงตามลำพัง เท่าที่จำได้ครั้งนี้เป็นครั้งแรกหลังจากที่อีกฝ่ายกลับจากเมืองนอก ลางสังหรณ์บางอย่างหรืออาจเรียกว่าชนักที่ปักหลังทำให้เขาอดระแวงไม่ได้“ไงนายเบส พี่ไม่ได้มาสายใช่ไหม”“ไม่ครับ พี่มาตรงเวลาพอดี”“ไง วันนี้ว่างหรือถึงนัดพี่มากินข้าว หรือมีเซอร์ไพร์ซอะไรหรือเปล่า”“ครับ ก็ประมาณนั้น พี่นั่งก่อนสิครับ ผมสั่งอาหารไว้ให้แล้ว” พอขาดคำอาหารที่ว่าก็มาพอดี
“หึ! ที่นายพูดมาทั้งหมด ไม่ได้เห็นแก่ฉันหรอก นายมันเห็นแก่ตัวต่างหาก นายไม่เคยเห็นฉันเป็นพี่อยู่แล้วนี่ เอาสิ เอาเรื่องนี้ไปฟ้องคุณพ่อคุณแม่ ฟ้องทุกคนเลย ถึงยังไงฉันมันก็ไม่ใช่ลูกรักหรือลูกแท้ๆ ของพวกท่านอยู่แล้ว” อติกรสติแตก พรั่งพรูความในใจผสมกับความโกรธที่สะสมภูเบศมองหน้าพี่ชายอย่างผิดหวัง อติกรกำลังละทิ้งโอกาสที่เขามอบให้และเข้าใจเขาผิดไปหมด สิ่งที่อีกฝ่ายพูดต่างหากคือสิ่งที่อยู่ในใจมาตลอด แต่กระนั้นเขาก็ยังไม่ละทิ้งความพยายาม“สามวันครับ พี่ยังมีโอกาสอยู่นะครับ ลองกลับไปคิดดูให้ดี ว่าจะทำตามที่ผมบอกหรือไม่ คิดให้ดีนะครับพี่” คนเป็นน้องเอ่ยด้วยความหวังดี แต่คนที่ฟังกลับคิดไปอีกทาง“นี่แกกำลังขู่ฉันเหรอเจ้าเบส” อติกรตวัดสายตามองหน้าคนที่เกิดมาเพื่อทำลายล้างเขาโดยเฉพาะ หากไม่มีภูเบศทุกอย่างก็ควรตกเป็นของเขาผู้เดียว “เอาสิ เชิญเลย ไปฟ้องคุณพ่อคุณแม่หรือจะฟ้องใครก็ได้ ถึงยังไงฉันมันก็ลูกนอกไส้อยู่แล้ว พวกท่านคงไม่รักใคร่ไยดีอะไรเหมือนแกหรอก”ยิ่งพูดก็ยิ่งไปกันใหญ่ ภูเบศได้แต่ถอนหายใจ“ถ้าพี่จะคิดแบบนั้น ผมก็เสียใจ งั้นวันนี้ผมขอตัวก่อนแล้วกันครับ”อติกรมองตามหลังน้องชายด้วยสายตาขุ่นเ
“มีค่ะ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย รีบกลับมานะคะ ฉันจะรอ...” คำสุดท้ายนั้นทำให้ความเครียดที่มีมาทั้งวันจางหายไปในพริบตาฉันจะรองั้นเหรอ เป็นครั้งแรกเลยที่เธอพูดคำนี้โดยที่เขาไม่ต้องบังคับฝืนใจ“อืม แล้วพบกันนะ” ภูเบศเผลอยิ้มกับโทรศัพท์ แม้ปลายสายจะวางไปแล้ว ความรู้สึกนี้คืออะไรนะ อยากพบ ถวิลหา หากหายตัวไปโผล่ที่เพนท์เฮ้าส์ตัวเองตอนนี้ได้เขาคงทำไปแล้วท่าจะบ้าไปแล้วเราอารมณ์ที่ตึงเครียดมาทั้งวันผ่อนคลายลง แต่ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้แล่นกลับไปเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง กำลังจะกดรับเพราะคิดว่าคนที่กำลังคิดถึงลืมบอกอะไร แต่ทว่าพอได้เห็นเบอร์ที่โชว์หน้าจอ รอยยิ้มของเขาก็จางหายไป คิ้วเข้มขมวดตึงขึ้นมาอีกครั้ง“สวัสดีครับคุณน้าราณี”“แย่แล้วค่ะคุณเบส! ยัยดาด้าหายตัวไป!” ประโยคนั้นทำให้คนฟังใจหายวาบ“ว่าไงนะครับคุณน้า”“พวกเรากำลังตามหาอยู่ค่ะ แต่น้ากลัว... กลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับน้อง...” ปลายสายเอ่ยเสียงสั่นปนสะอื้น “คุณเบสอยู่ที่ไหนคะ รีบมาที่บ้านน้าตอนนี้ได้ไหมคะ”“ได้ครับ ผมจะรีบไปที่นั่นเดี๋ยวนี้” ชายหนุ่มรับคำอย่างหนักใจ ทางนี้ก็เหตุด่วน ส่วนอีกทางก็รอเขาอยู่ หากแยกร่างได้ก็คงดีเมื่อ
แล้วเธอควรทำยังไงดีเล่า ไหนจะเรื่องแม่อีก หากได้ออกจากโรงพยาบาลจะไปอยู่ที่ไหน หากจะกลับไปอยู่ที่เก่าก็คงพอทำได้ แต่เธอไม่อยากให้ภูเบศหรือพ่อตามเจออีก เธออยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่อยากรบราแย่งชิงกับใครอีกแล้ว หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่แต่แล้วจู่ๆ ใบหน้าของใครคนหนึ่งก็แว่บเข้ามาในสมอง รุจารินจึงรีบคว้ากระเป๋าถือมาเปิดออกและควานหาทางรอดที่เธอเพิ่งคิดออกสดๆ ร้อนๆหญิงสาวมองนามบัตรที่ตติยะเคยให้เธอมาอย่างมีความหวัง ก่อนที่จะกดโทรศัพท์หาเขาทันที รอเพียงไม่นานนักเจ้าของนามบัตรก็กดรับสาย“สวัสดีค่ะคุณตติยะ จ๋าเองนะคะที่เราพบกันในงานเลี้ยงที่พัทยา”“ครับคุณจ๋า ผมจำได้ มีอะไรให้ช่วยไหมครับ”“พอดีจ๋าจะโทรมาถามคุณว่าตำแหน่งเลขาที่คุณเคยบอกไว้ยังว่างไหมคะ”“ครับ ผมกำลังหาคนมาแทนเลขาคนปัจจุบันที่จะลาคลอดอยู่ อย่าบอกนะว่าเบื่อทำงานกับเจ้าเบสแล้วเปลี่ยนใจมาทำงานกับผมแทน” ปลายสายสัพยอกอย่างอารมณ์ดี“แล้วถ้าจ๋าบอกว่าใช่ล่ะคะ คุณจะรับจ๋าเข้าทำงานหรือเปล่าคะ”“แน่นอนสิครับ ถ้าคุณจ๋าไม่ติดปัญหาอะไรมะรืนนี้สักสิบเอ็ดโมง เข้ามาที่ฝ่ายบุคคลของโรงแรมผมได้ไหม จะได้มาเขียนใบสมัครไว้และคุยตกลงเรื่องงานและเงินเดือน
“จะเป็นไรไปคะ เราก็อยู่ด้วยกันทุกวันอยู่แล้ว แต่จ๋าอยากเก็บความทรงจำดีๆ กับครอบครัวของเราไว้มากๆ นี่คะ อีกอย่างตอนนี้จ๋าไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วด้วย นั่งเครื่องบินคงลำบาก”ประโยคนั้นทำให้คนฟังแอบกลืนน้ำลายฝืดคอ“แต่น่าแปลกนะคะ ถึงเดี๋ยวนี้จ๋าไม่เห็นมีอาการแพ้ท้องเลย พี่เบสไม่เห็นว่ามันแปลกเหรอคะ”“อะ อ๋อ จ๋าคงแข็งแรงไงคะ พี่ว่าลูกเราคงไม่อยากให้แม่ต้องเหนื่อยแพ้ท้องละมั้ง”“จริงเหรอคะ” จู่ๆ สายตาหญิงสาวก็เปลี่ยนไปจนภูเบศแอบเสียววูบ “พี่เบสว่าอย่างนั้นเหรอคะ”“จ๋ามีอะไรหรือเปล่า ทำไมทำเสียงแบบนี้ พี่ชักจะกลัวแล้วนะที่รัก”“จ๋าจะให้โอกาสพี่เบสอีกที มีอะไรที่พี่ยังบอกจ๋าไม่หมดหรือเปล่าคะ ถ้าบอกตอนนี้จ๋ารับปากว่าจะไม่โกรธ แต่ถ้าไม่บอกแล้วจ๋ามารู้ทีหลังอันนี้ไม่รับประกันสวัสดิภาพนะคะ”ภูเบศนิ่วหน้ามองว่าที่เจ้าสาวอย่างชั่งใจ ก่อนที่จะสุดลมหายใจเข้าลึกๆ“สัญญามาก่อนว่าถ้าพี่บอกอะไรไป งานแต่งของเราจะไม่ล้มเลิกและจ๋าจะไม่หนีพี่ไปไหน”รุจารินมองสบตาชายหนุ่ม ก่อนพยักหน้ารับ“ค่ะ จ๋าสัญญา”คนฟังมีสีหน้าโล่งใจ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเผยความจริงออกมา“ที่จริงจ๋าไม่ได้ท้อง...” แทนที่หญิงสาวจะตกใจแต่เป็นภู
ข่าวด่วน! ตำรวจบุกทลายบ่อนการพนันและซ่องเถื่อนใจกลางกรุงครั้งใหญ่ พบเหยื่อถูกทารุณทางเพศอย่างน่าอนาถ มากกว่าครึ่งเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ถูกกักขังและบังคับให้ค้าประเวณีอย่างป่าเถื่อน มีบางรายถูกพบเป็นศพหลังโดนทารุณกรรมจนเสียชีวิตคาซ่อง ส่วนเจ้าของบ่อนถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมพร้อมลูกสมุนหลังพบกำลังจะหลบหนี!ข่าวใหญ่และรูปที่ลงว่อนในสื่อโซเชียลรวมถึงในโทรทัศน์ทุกช่องตลอดทั้งวันสร้างความสะเทือนขวัญรุจารินปิดปากอย่างตกตะลึง เมื่อมองเห็นภาพเด็กสาวที่ถูกพบเป็นศพในข่าวอย่างจำได้ แม้จะพบกันเพียงไม่กี่ครั้ง แต่เธอก็จำได้ว่าเด็กคนนั้นก็คือน้องสาวต่างมารดาที่บิดาบอกว่าถูกจับตัวไปนั่นเอง เด็กสาววัยใสที่ควรใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนอย่างมีความสุข ต้องมารับกรรมจากการกระทำของบุพการีจนพบจุดจบที่น่าอนาถตัวเธอเองหากไม่ได้ภูเบศช่วยไว้วันนั้นก็อาจจะเป็นหนึ่งในเหยื่อเคราะห์ร้ายไปแล้ว แม้เวลาจะผ่านไปนานพักใหญ่ แต่เธอก็ยังฝันร้ายถึงคืนนั้น ภาพเด็กสาวที่ถูกทารุณจนตายไปต่อหน้าต่อตายังคงหลอนเธออยู่ เพียงคิดถึงใจก็สั่นรัวหญิงสาวมองผ่านรูปในข่าวก่อนจะไปสะดุดตากับรูปของบ่อจระเข้ที่เสี่ยอำพลผู้เป็นเจ้าของเลี้ยง
“คุณรับปากผมได้ไหม ชะ...ช่วยลูกจ๋าด้วย อย่าให้ลูกผมเป็นอะไร”“คุณอย่าเพิ่งพูดดีกว่า เดี๋ยวรถพยาบาลก็มาแล้ว”“ไม่! ผมไม่มีเวลาแล้ว แฮ่กๆ” คนเจ็บหอบหายใจ รู้ชะตากรรมตัวเองดี“พี่ยะ!”จู่ๆ เสียงกรีดร้องก็ดังมาจากกลุ่มไทยมุง นางดารินที่เพิ่งเดินลงมาจากตึกตะโกนลั่นอย่างตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อเห็นอดีตสามีนอนจมกองเลือด แล้วพอหันไปเห็นร่างลูกสาวในอ้อมแขนของภูเบศ นางก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที“ลูกจ๋า! ลูกแม่เป็นอะไรไป”“แม่คะ...”“คุณจ๋าไม่เป็นอะไรครับแม่ เธอปลอดภัยดี แต่ว่า...” ภูเบศปรายตามองไปที่บิดาของรุจาริน “พ่อของคุณจ๋าเอาตัวเองบังกระสุนให้ เขาเลยถูกยิงบาดเจ็บสาหัสครับ”นางดารินฟังแล้วแทบล้มพับทั้งยืน นางทรุดกายลงแล้วประคองศีรษะอดีตสามีมาวางไว้ที่ตักตัวเองด้วยมืออันสั่นเทา“ดา...ริน พะ...พี่ขอโทษ”“พี่ยะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเป็นแบบนี้” นางเอ่ยถาม น้ำตานองหน้าเมื่อเห็นสภาพอดีตสามีที่นอนหายใจรวยริน“พี่ผิดเอง ผิดที่ทำร้ายเธอกับลูกจ๋า พี่สมควรตายแล้ว”“ไม่นะพี่ ฉันไม่ได้อยากให้พี่ตายแบบนี้ แข็งใจไว้นะพี่” คำนั้นจากปากคนที่เคยรักกันทำให้คนเจ็บน้ำตาไหลออกมา นายปิยะมองใบหน้าของอดีตภรรยาที่เขาเคยทำ
‘พ่อคะ จ๋ารักพ่อที่สุดในโลกเลย’“เดี๋ยว!”“อะไรของมึงอีกวะ เดี๋ยวกูไปช้า เสี่ยก็ได้ฆ่ากูพอดี”“เสี่ยจะไม่เอาลูกสาวฉันถึงตายใช่ไหม”“ใครจะไปรู้วะ ทางที่ดีมึงปล่อยมือนังนี่เสียทีก่อนที่ใครจะมาเห็นเข้าแล้วจะพาพวกกูซวยกันหมด”“ฉันไปด้วย” จู่ๆ อะไรบางอย่างก็ดลใจให้นายปิยะเอ่ยออกมา“มึงจะไปทำไมให้เกะกะ กลับไปรอลูกเมียมึงที่บ้านดีกว่า ถอยไป เสียเวลากูชิบหาย”“ไม่ๆ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันขอคุยกับเสี่ยก่อน”“ไอ้เวรนี่วอนตายเสียแล้ว ปล่อยกู!”นายปิยะรีบยื้อตัวลูกสาวไว้แน่น“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว!”“ไอ้เวรนี่ไม่รู้จักที่ตายเสียแล้ว ปล่อยกู”แล้วความชุลมุนก็เกิดขึ้นเมื่อต่างฝ่ายต่างยื้อยุดร่างของหญิงสาวที่เกือบจะสิ้นไร้สติอย่างไม่มีใครยอมกัน โดยทั้งสองฝ่ายไม่ทันเห็นรถคันหนึ่งที่ขับปราดเข้ามาจอดภูเบศที่ย้อนกลับมาเพื่อเอาโทรศัพท์มือถือที่หญิงสาวลืมไว้ในรถมาคืน ต้องหรี่ตามองภาพความชุลมุนตรงหน้าอย่างแปลกใจ แต่แล้วเขาต้องใจหายวาบ ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อได้เห็นหญิงสาวที่คุ้นตาอยู่กลางวงนั้น“จ๋า!”ไวเท่าใจคิด ชายหนุ่มรีบเหยียบคันเร่งรถพุ่งเข้าไปที่กลางจุดเกิดเหตุทันที“เฮ้ย!” ได้ผล กลุ่มคนที่กำลังยื้อแย่งหญิงสาวว
“ที่พูดแบบนี้ พี่เบสไม่ได้ทำอะไรผิดมาใช่ไหมคะ” คนมีชนักติดหลังแอบเสียวสันหลังวาบ“พี่ก็แค่พูดรวมๆ น่ะ เผื่อๆ ไว้ก่อนไง”“อันนี้ก็ต้องดูตามความผิดก่อนค่ะ แต่...” รุจารินพลิกฝ่ามือกุมมือใหญ่ไว้ “ถ้าพี่เบสไม่ปล่อยมือจ๋าก่อน จ๋าก็จะไม่ปล่อยมือพี่เหมือนกันค่ะ”สองหนุ่มสาวประสานสายตากันด้วยความเข้าใจหลังจากทานอาหารเสร็จ ภูเบศก็ขับรถมาส่งว่าที่เจ้าสาวถึงที่พัก“ขอบคุณที่มาส่งจ๋านะคะ กลับบ้านดีๆ นะคะพี่เบส”“เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป จ๋าลืมอะไรหรือเปล่า”“ลืมอะไรคะ” หญิงสาวงุนงง แต่ก็มาถึงบางอ้อ เมื่ออีกฝ่ายยื่นใบหน้าหล่อๆ เข้ามาใกล้“Good Night Kiss”ใบหน้าใสแดงเรื่อ ก่อนหันไปมองรอบข้างเมื่อเห็นว่าไม่มีใคร จึงขยับไปใกล้และประทับริมฝีปากที่ข้างแก้มเขาเบาๆ แต่อีกฝ่ายกับทำเสียงในลำคอแบบขัดใจ“ฝันดีนะคะพี่เบส”“จะรีบไปไหน มานี่เลย”“อุ้ย!” เสียงร้องอุทานถูกปิดทับด้วยเรียวปากร้อนระอุที่ทาบทับลงมา จูบที่แสนคุ้นเคยทำให้รุจารินราวกับต้องมนต์สะกดของเขา หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเมื่ออีกฝ่ายเพิ่มดีกรีความเร่าร้อนในรอยจูบที่แสนโหยหานั้น จนเขาพอใจจึงถอนริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่ง“ชักไม่อยากปล่อยให้จ๋ากลับบ้านแล้วสิ พี่
“ขอบใจมากนะดาด้า พี่ขอให้เธอได้พบคนที่ดีที่รักเธอและเธอก็รักเขาในเร็ววันนี้นะ”“คงอีกนานค่ะ เพราะดาด้าคงเข็ดจากพี่เบสไปอีกพักใหญ่เลย เธอน่ะก็ระวังด้วยล่ะ พี่เบสน่ะเจ้าชู้มาก...” รุจารินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่จะเห็นรอยยิ้มขันของสลิลดา“ฉันล้อเล่นน่ะ! ที่มานี่นอกจากจะมาแสดงความยินดี ฉันอยากจะขอโทษเธอในเรื่องที่ผ่านมาด้วย ขอโทษนะ”ใจจริงก็อยากจะโกรธกับสิ่งที่อีกฝ่ายทำลงไป แต่เมื่อมองสบตาของสลิลดาที่วันนี้เปลี่ยนไปมาก ก็ทำให้ความโกรธที่มีก็พลันเลือนหาย“ช่างมันเถอะค่ะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว เราลืมๆ มันไปดีกว่านะคะ” หญิงสาวส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างจริงใจ “จ๋าก็ต้องขอโทษคุณเหมือนกัน”สองสาวส่งยิ้มให้แก่กัน“งั้นดาด้าไม่กวนดีกว่า ขอให้พวกคุณโชคดีนะคะ ลาก่อน”สลิลดาส่งยิ้มให้คนทั้งสอง หัวใจรู้สึกโล่งเหมือนยกภูเขาออกจากอก ต่อไปนี้เธอจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไม่มีอะไรติดค้างอีกต่อไปรุจารินหันมามองหน้าชายหนุ่มอย่างแปลกใจ“พี่เบสไปทำอีท่าไหนคะ คุณสลิลดาถึงยอมตัดใจแล้วกลายเป็นแบบนี้”“เปล่านี่ พี่ก็แค่บอกเขาว่าพี่รักจ๋า และจะแต่งงานกับใครไม่ได้นอกจากแม่ของลูกพี่ แค่นี้เอง”วาบ! แก้มสาวร้อนผ่าวกับคำพู
“เอ๊ะ นั่นมันอดีตคู่หมั้นเก่าแกไม่ใช่เหรอดาด้า” สลิลดาเม้มปากแน่น มองคนทั้งสองที่เดินควงแขนกันอย่างหวานชื่นเข้ามาอย่างปวดใจ“ได้ข่าวว่าเขาจะแต่งงานกันอีกไม่กี่วันแล้วนี่” คนพูดไม่ทันสังเกตสีหน้าคนฟังที่เปลี่ยนไป “อ้าว แล้วนั่นแกอิ่มแล้วเหรอ”“อืม ฉันอิ่มแล้ว เรากลับกันเถอะ”“นี่ ถามจริงเถอะ แกไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอ ทั้งๆ ที่แกมาก่อนยัยนั่นแท้ๆ”ไม่รู้สึกเหรอ หึ เธอยิ่งกว่ารู้สึกอีก ทั้งผิดหวังเสียใจ แค้นเคือง หรือแม้แต่รู้สึกเกลียดชังหญิงสาวอีกคนจนตัดสินใจทำอะไรบ้าๆ อย่างขับรถพุ่งชนฝ่ายนั้น หรือแม้แต่ทำร้ายตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจจากภูเบศ แต่ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเจ็บปวดใจของครอบครัว พ่อกับแม่ของเธอและคนรอบข้าง แม่เธอต้องร้องไห้เพราะเสียใจกับการกระทำของเธอ ส่วนพ่อนั้นก็รู้สึกไม่ต่างกัน จริงอยู่ที่เธอสามารถทำให้ภูเบศกลับมาดูแลเธอยามป่วยได้ แต่ทว่า...เขาก็มาแต่ตัวตามหน้าที่เท่านั้น ไม่ได้มาเพราะรักใคร่พิศวาสอะไร นานวันเข้าเธอก็จำใจต้องยอมรับความจริงที่ไม่อยากยอมรับว่าสำหรับภูเบศแล้ว เธอไม่อาจพัฒนาความสัมพันธ์นี้ให้ไปถึงฝั่งฝันได้ เพราะหัวใจเขามีคนอื่นที่ไม่ใช่เธอครอบครองแล้ว
“พี่ว่าจ๋ากับแม่ต้องย้ายที่อยู่แล้วล่ะ อยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยพี่เป็นห่วง” ภูเบศเอ่ยขึ้น เขารู้สึกระแวงคำพูดของบิดาของรุจารินที่เพิ่งปึงปังออกไปอย่างไรก็บอกไม่ถูก“จ๋าเห็นด้วยค่ะ แต่นี่เราก็เพิ่งย้ายมาอยู่ไม่นานเอง จะหาที่อยู่ใหม่ก็คงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยก็สองสามวัน”“งั้นก็ไปอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์พี่ก่อนดีไหมที่นั่นปลอดภัยกว่า มีรปภ.ด้วย พาคุณแม่ไปด้วย จนกว่าจะได้ที่อยู่ใหม่ค่อยว่ากัน”นางดารินมองความห่วงใยที่ว่าที่ลูกเขยแสดงออกมาอย่างซึ้งใจ แต่กระนั้นนางก็ไม่อยากรบกวนเขา ตอนนี้มารดาของภูเบศเพิ่งรู้สึกดีกับลูกสาวของเธอ หากทำตามที่เขาเสนอ ไม่แน่ว่าแม่อีกฝ่ายนั้นอาจแคลงใจว่าไม่ทันไรเธอกับลูกก็คิดจะเกาะลูกเขยกินก็ได้“อย่าลำบากขนาดเลยค่ะคุณเบส แม่ไม่อยากรบกวน ขอเราหาทางกันก่อนดีกว่า”รุจารินหันไปสบตากับชายหนุ่ม เธอเองก็เข้าใจความรู้สึกของแม่ดี และเธอเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน“งั้นจ๋าขอเวลาหาที่อยู่ใหม่ดูสักวันสองวันก่อนแล้วกันนะคะ ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ก็ค่อยว่ากันอีกที”“งั้นก็ตามใจคุณ แต่ระยะนี้พวกคุณคงต้องระวังตัวให้มากๆ หน่อยแล้วกัน หรือให้ผมมาอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนดีกว่ามั้ย” รุจารินฟังแล้วทำตาโต
“ไม่เอาน่า ก็แค่สิบล้านเอง เธออย่าทำเป็นเรื่องใหญ่ ลูกเขยเราน่ะรวยจะตาย เป็นถึงเจ้าของบริษัทใหญ่ เงินแค่นี้ขนหน้าแข้งเขาไม่ร่วงหรอกจริงไหม” ชายมากวัยพูดคล่อง“เธออย่ามาใจแคบคิดจะฮุบสินสอดลูกคนเดียวสิดาริน พี่กำลังเดือดร้อน แบ่งกันใช้นิดใช้หน่อยอย่าขี้เหนียวเลยนะ ยังไงยัยจ๋ามันก็ลูกพี่เหมือนกัน เขาให้สินสอดเท่าไหร่ล่ะ”“คุณมาทางไหนกลับไปทางนั้นเลยนะ” นางดารินเค้นเสียงเอ่ยอย่างโมโห รุจารินที่รู้สึกไม่ต่างกันต้องรีบเข้ามาประคองมารดาไว้อย่างเป็นห่วง“ว่าไงพ่อลูกเขย เงินนิดๆ หน่อยๆ แค่นี้ คงไม่ขัดข้องใช่ไหม”“นี่!” รุจารินฟังแล้วหน้าม้าน ไม่คิดว่าบิดาจะเห็นแก่ตัวขนาดนี้“ไม่หรอกครับ”“พี่เบสคะ” รุจารินเรียกอย่างตกใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาดุๆ ของเขาก็นิ่งไป เขาคงจะสมเพชเธอหรือไม่ก็โกรธที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้“เห็นไหมดาริน ลูกเขยเราว่าง่ายจะตายไป งั้นก็โอนสินสอดเข้าบัญชีพ่อตอนนี้เลยก็ได้ใช่ไหมลูก” นายปิยะกระหยิ่มยิ้มย่องไม่คิดว่าทุกอย่างจะง่ายดายแบบนี้“คงไม่ได้ครับ เพราะสินสอดนั่นผมเคยบอกแล้วว่าจะให้กับคนที่คู่ควรจะได้รับเท่านั้น และคนคนนั้นก็คือคุณแม่ของจ๋าที่เลี้ยงดูเธอมา แต่สำหรับคุณท