“จุ๊ๆ ที่จริงรูปร่างหน้าตานังหนูนี่ก็ไม่เลวนะ คงพอจะให้เสี่ยแก้เซ็งได้ซักระยะ ฮ่าๆ” คำนั้นทำเอาหัวอกพ่อแม่ร้าวรานแทบปริแตก “ไปกันเถอะสาวน้อย เดี๋ยวพวกพี่จะพาไปสวนสนุกของเสี่ยนะจ๊ะ รับรองว่าหนูต้องชอบ”“ไม่ไป ไม่ไป ไม่...”“ลูกแป้ง! ไม่นะ อย่าเอาลูกฉันไป เอาลูกฉันคืนมา...” ร่างอวบของหญิงกลางคนโผเข้าหาลูกสาวอย่างลืมกลัว ก่อนถูกหนึ่งในสมุนเสี่ยอำพลง้างมือตบจนล้มคว่ำเลือดกบปาก ท่ามกลางความตะลึงของคนเป็นสามีและลูกสาว นายปิยะรีบยกมือไหว้ขอร้อง“อย่าทำเมียผมเลย ได้โปรด ผมไหว้ละ อย่า...โอ้ย!” คนห้ามร้องลั่นเมื่อถูกหวดเข้าที่ชายโครงจนจุกลงไปนอนกองที่พื้น ก่อนที่กลุ่มคนพวกนั้นจะหันมารุมเตะต่อยซ้อมเขาจนสะบักสะบอมหมดสภาพไม่ต่างจากเมียรัก“พอๆ...เดี๋ยวพวกมันตายซะก่อน” สมุนหัวโจกร้องห้าม ก่อนที่สองผัวเมียจะน่วมไปกว่านี้ “เอาล่ะ ถ้าพวกมึงสองคนอยากได้ลูกคืนก็ไปเอาตัวนังนั่นมาให้เสี่ยซะ ไม่งั้นก็รอรับ...หึหึ ไม่ต้องสาธยายก็คงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับของเล่นของเสี่ยบ้าง เด็กๆ รุ่นๆ เนื้ออ่อนๆ แบบนี้เสี่ยชอบนักล่ะ รายล่าสุดเพิ่งถูกหามศพไปทิ้งที่บ่อไอ้เข้เมื่อเช้า สภาพยับเยินดูไม่ได้เลย ภาวนาให้ลูกพวกมึง
หญิงสาวสะดุ้งหน้าถอดสี แต่แวบเดียวเธอก็ประคองสีหน้าให้เป็นปกติเพื่อไม่ให้มารดาผิดสังเกตจนต้องเป็นห่วง ยิ่งตอนนี้สุขภาพของอีกฝ่ายยังไม่เต็มร้อยด้วย“มะ...ไม่มีนี่คะ จ๋าไม่ได้เป็นอะไร แค่เหนื่อยๆ เรื่องงานเท่านั้น แต่แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ จ๋าสบายมากค่ะ” รุจารินพยายามฝืนยิ้มร่าเริงให้มารดากลบเกลื่อนเรื่องไม่สบายใจทั้งมวลที่ก่อกวนหัวใจอยู่ในเวลานี้“จ้า คนเก่ง แม่รู้ว่าลูกสาวแม่น่ะเก่ง แต่ถ้ามีเรื่องอะไรที่จ๋าอยากระบายหรืออยากปรึกษา อยากเล่าให้แม่ฟัง แม่อยู่ข้างๆ พร้อมรับฟังลูกทุกเรื่องเสมอนะจ๊ะ”คนฟังแอบหลุบตาลงนิดๆ ในใจครุ่นคิดหนัก ที่ผ่านมาเธอไม่เคยมีความลับกับแม่ แต่หากแม่รู้เข้าว่าเธอไปเจออะไรมา จะเป็นเช่นไร ยิ่งได้รู้ว่าคนที่เธอพาเธอไปพบเรื่องเลวร้ายคือใคร แม่จะรับได้ไหม หากแม่รู้ว่าเธอถูกพ่อหลอกเอาตัวไปสังเวยไอ้เสี่ยนั่นจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แม่จะว่ายังไงนะ“แม่คะ คือว่าที่จริงจ๋ามีเรื่อง...” ยังไม่ทันเอ่ย จู่ๆ ก็มีเสียงกดออดหน้าบ้านดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน“ใครมาดึกๆ ดื่นๆ กันเนี่ย”“แม่นั่งเถอะค่ะ เดี๋ยวจ๋าจะออกไปดูให้เองว่าใครมา” ว่าแล้วร่างเพรียวก็ผลุนผลันออกไปทันที“ลูกจ๋า! อยู่น
“ขอเตือนเป็นครั้งสุดท้าย ออกไปให้พ้นบ้านแม่ของฉันเดี๋ยวนี้ แล้วไม่ต้องกลับมาเหยียบที่นี่อีก อ้อ! แล้วก็ฝากกลับไปบอกไอ้เสี่ยสารเลวนั่นด้วยว่าให้มันไปลงนรกซะ ถามจริงๆ เถอะ คุณไม่ละอายใจบ้างเลยหรือไงที่ทำกับลูกตัวเองแบบนี้ หมามันยังรักลูกของมัน แต่สิ่งที่คุณทำกับฉันมันเลวร้ายยิ่งกว่า...”“ยัยจ๋า!” ชายกลางคนอารมณ์ขึ้นที่ถูกลูกสาวยกตัวไปเปรียบกับหมา “มันจะมากเกินไปแล้วนะ ลืมแล้วเหรอว่าฉันยังเป็นพ่อแก”“ไม่ลืมค่ะ แต่ไม่อยากจำให้เปลืองสมองต่างหาก”ดวงตาคู่งามวาวโรจน์ ฟางเส้นสุดท้ายในใจขาดผึง“ฉันไม่เคยลืมว่าตัวเองเป็นใคร และคุณเป็นใคร ถ้าหากคุณยังมีสำนึกของความเป็นพ่อคนจริงก็คงไม่ส่งลูกของตัวเองไปลงนรกเหมือนที่กำลังทำอยู่นี่หรอก โชคดีที่ฉันรอดมาได้ แต่นี่อะไร แทนที่จะสำนึกผิดบ้าง กลับจะมาทำผิดซ้ำซาก ถามจริงเถอะ เอาอะไรคิดว่าฉันจะยอมกลับไปตกนรกนั่นอีกครั้งเพื่อคนใจร้ายอย่างคุณและคนที่ทำร้ายแม่ของฉันมีความสุขบนความทุกข์ของพวกเราอีกครั้ง ฝันไปเถอะ”คนฟังแอบสะอึก หน้าชาราวกับถูกตบซักร้อยครั้ง“พ่อ...พ่อผิดไปแล้วที่ทำแบบนั้น พ่อยอมรับผิดทุกอย่าง พ่อไม่ขอให้ลูกให้อภัยในความเลวของพ่อก็ได้ แต่กับ...
“ฟังผมก่อนนะ คุณกับลูกจ๋ากำลังเข้าใจผิด”“แม่คะ เข้าบ้านก่อนเถอะนะคะ ทางนี้หนูจัดการเอง” รุจารินเห็นท่าเรื่องจะไปกันใหญ่จึงรีบกันมารดาออกด้วยความเป็นห่วง แม่เธอเพิ่งฟื้นไข้ ไม่ควรต้องมารับรู้เรื่องบ้าๆ นี่“แม่ไม่ไปไหนทั้งนั้น ใครหน้าไหนก็อย่าหวังจะมาทำร้ายลูกได้ แม่ไม่ยอม ตายเป็นตาย...” นายปิยะเหงื่อแตกซิกเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาจริง “อย่ามายุ่งกับลูกฉันอีก ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือน”“ดาริน ฟังพี่ก่อน พี่ไม่ได้มาหาเรื่อง พี่แค่...” “จะไปอ้อนวอนพวกมันทำไมอีก พี่ก็แค่รีบพังประตูไปลากคอนักจ๋าออกมาเลยก็สิ้นเรื่อง” นางปราณีอดใจไม่ไหวสอดปากเข้ามาอย่างใจร้อน ตามประสาคนเห็นแก่ตัวเขย่าประตูรั้วไม้อย่างบ้าคลั่ง แต่ติดที่กุญแจที่ล็อกจากด้านใน จึงเปิดไม่ออก นางจึงหันไปตะคอกใส่สามีให้เข้ามาช่วย นายปิยะไม่มีทางเลือก จึงเข้ามาช่วยเมียรักกระแทกประตูอีกแรง ทั้งยังอาละวาดขว้างปาก้อนหิน หรืออะไรต่อมิอะไรที่เก็บได้เข้ามาในบ้านตามแรงอารมณ์โมโหรุจารินเห็นท่าไม่ดี เธอจึงรีบเข้ามากันมารดาไว้ พร้อมเหลียวซ้ายแลขวาหาอาวุธเผื่อต้องใช้ป้องกันตัว เธอไม่ต้องการทำร้ายใคร แต่หากจำเป็นขึ้นมาก็ต้องทำ พลางหางตาเหลือบเห
“แม่เพิ่งฟื้นไข้ เอาไว้ให้แข็งแรงขึ้นอีกนิด...” ยังไม่ทันเอ่ยจบ มือผอมบางก็เอื้อมมากุมมือเธอไว้แน่น“ในสายตาหนู แม่อ่อนแอขนาดนั้นเลยเหรอลูก” หญิงสาวฟังแล้วสะอึกในคอตีบตันจนพูดไม่ออก หากแม่ของเธออ่อนแอ ชีวิตของเธอคงไม่มีวันนี้ได้ คงตายไปนานแล้วตั้งแต่ถูกคนใจร้ายพวกนั้นเฉดหัวออกจากบ้าน ทุกสิ่งที่เธอมีวันนี้ หากบอกว่าเป็นเพราะความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวและหนึ่งสมองสองมือของผู้หญิงตรงหน้าก็ไม่ผิดเลยสักนิด“แม่คะ”“จำไว้นะลูก ถ้าเป็นเรื่องของหนู แม่แข็งแรงพอเสมอ”รุจารินนิ่งอึ้งไป เมื่อเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวของมารดาบ่งบอกถึงความรักและเป็นห่วงมากล้น หญิงสาวก็ต้องยอมใจอ่อน“ก็ได้ค่ะ งั้นเราเข้าบ้านก่อนดีไหมคะ แล้วหนูจะเล่าให้แม่ฟังเอง”///เช้าวันถัดมารุจารินมาถึงที่ทำงานไวกว่าเวลาเข้างานเกือบหนึ่งชั่วโมง ปกติเธอก็มาไวอยู่แล้วเพื่อจะได้มาจัดเตรียมทุกอย่างให้พร้อมตามหน้าที่ผู้ช่วยเลขาของท่านประธานใหญ่ที่ต้องคอยซัพพอร์ตการทำงานของวรรณิภาผู้เป็นเลขาซึ่งมีงานล้นมือร่างระหงขยับจัดนู่นเตรียมนี่อย่างคล่องแคล่วเหมือนทุกวันที่ผ่านมา ทว่าแม้ดวงตามองแฟ้มเอกสารที่กำลังจัดตรงหน้า แต่ในสมองนั้นกลับวนเวียนคิดไปถึ
“น้องจ๋า...” วรรณิภามองเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องอย่างแปลกใจ ก่อนเรียกซ้ำพร้อมกับแตะที่ต้นแขนเบาๆ ทำให้หญิงสาวถึงกับสะดุ้ง“คะ! อ้อ...พี่หวาน”“เป็นอะไรไปจ๊ะ ใจลอยแต่เช้าเลย”“คิดอะไรเพลินๆ น่ะค่ะ” รุจารินยิ้มกลบเกลื่อนความกังวล“จ๋าเตรียมเอกสารที่ท่านประธานต้องนำไปเข้าประชุมกับลูกค้าเช้านี้ให้แล้วนะคะ ทุกอย่างวางอยู่บนโต๊ะพี่หวาน ลองตรวจดูอีกครั้งนะคะเผื่อว่ามีอะไรขาดตกบกพร่องไป”วรรณิภาส่งยิ้มให้ ก่อนลงมือตรวจตราความเรียบร้อยของเอกสารด้วยตัวเองอีกครั้ง โดยมีผู้ช่วยเลขายืนสังเกตการณ์ไม่ห่าง จนกระทั่งมีเสียงเปิดประตูเข้ามา ทั้งสองจึงเงยหน้าขึ้น“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ท่านประธาน เอ่อ...ท่านรองฯ”ชื่อตำแหน่งหลังทำให้รุจารินสะดุ้งเยือก ตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ เมื่อมองเห็นบุรุษเจ้าของเรือนร่างสูงสมาร์ทที่เดินตามหลังเจ้านายใหญ่ของเธอ และพบว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นมองมาที่เธอเช่นกัน แต่เพียงแค่แวบเดียวตาคู่นั้นก็หันไปมองทางอื่นโดยไม่มีใครทันสังเกต“อรุณสวัสดิ์ครับคุณหวาน แต่กรุณาเรียกชื่อผมดีกว่า เรียกตำแหน่งนั่นทีไรผมไม่ชินเลยซักที”“ค่ะคุณภูเบศ” วรรณิภาส่งยิ้มให้ลูกชายของเจ้านายอย่างชื่นชม ในท่าทีเป็นกันเอง
“นั่น! สูทคุณ...”“ตายจริง เสื้อท่านรองเลอะกาแฟหมดแล้ว” วรรณิภาที่ตามหลังมาออกปากอย่างตกใจ “เดี๋ยวต้องเข้าประชุมกับลูกค้าด้วย”คำนั้นทำให้รุจารินรู้สึกตกเป็นจำเลยทันใด เพราะสำหรับคนระดับผู้บริหารแล้ว ภาพลักษณ์ย่อมเป็นสิ่งสำคัญมาก“อืม...ก็นั่นสิ” คนพูดตีหน้าดุขรึมครุ่นคิด ทำเอาหญิงสาวอดใจสั่นไม่ได้“จ๋า...เอ่อ ดิฉันขอโทษนะคะท่าน”หรือเขาจะไม่พอใจ...เธอยังไม่ผ่านโปรเลย หากเขาคิดจะเอาเรื่องขึ้นมา โทษฐานที่ทำลายภาพลักษณ์สุภาพบุรุษสุดเนี้ยบของเขาจนป่นปี้จะว่ายังไง เรื่องอาจดูเล็กน้อย แต่เบื้องลึกเบื้องหลังระหว่างเธอและเขาก็มีประเด็นกันอยู่หญิงสาวคิดยังไม่ตก จู่ๆ ผู้เสียหายก็ขยับพร้อมถอดเสื้อสูทที่เลอะคราบกาแฟออกหน้าตาเฉย ก่อนยื่นมันมาให้เธอเสียนี่“ฝากคุณเอาไปไว้ที่ออฟฟิศผมที แล้วช่วยหยิบเสื้อตัวใหม่มาเปลี่ยนให้ด้วย”“แล้วฉันต้องไปเอาเสื้อคุณที่ไหนคะ”“เอาคำถามคุณไปกวนใจคนอื่นเถอะ ผมต้องรีบไปประชุมแล้ว เดี๋ยวคุณรีบเอาลงไปให้ผมที่จอดรถด้านล่างแล้วกัน”“ได้ค่ะท่าน” รุจารินต้องรับคำอย่างไม่มีทางเลือก“คุณหวานครับ งั้นฝากเรียนท่านประธานด้วยว่าเดี๋ยวผมจะออกไปก่อน แล้วค่อยไปพบกันที่ออฟฟิศลูกค้
“เปลี่ยนจากคำขอโทษเป็นอย่างอื่นได้ไหม”“เปลี่ยนเป็นอะไรล่ะคะ”“ถอดเสื้อออกสิ...” รุจารินเบิกตาค้างเผลอยกมือขึ้นกอดอกอย่างหวงตัว“นี่คุณจะบ้าเหรอ นี่มันที่ทำงานนะ ไม่ใช่...”“คุณต่างหากที่บ้า ผมหมายถึงเสื้อผมต่างหาก มันเลอะลิปสติกคุณเนี่ยไม่เห็นหรือไง รีบถอดออกซะสิ หรือจะให้ผมไปพบลูกค้าในสภาพนี้ มีหวังเขาได้เข้าใจว่าผู้บริหารบริษัทนี้หื่นก่อนมาประชุม”“ทีหลังคุณก็พูดให้เคลียร์ๆ หน่อยสิคะ”คนฟังแอบขมุบขมิบปากบ่น รู้สึกขายหน้าไม่มีชิ้นดีที่เผลอเข้าใจผิดไปไกล ก่อนผงะเมื่ออีกฝ่ายยื่นหน้ามาใกล้อีกครั้งก่อนเอ่ยประโยคที่ทำให้เธอแทบจะอยากมุดดินหนีเสียเดี๋ยวนั้น“ก็ใครจะไปคิดว่าคุณจะคิดลึกแบบนั้น”“ฉันไม่ได้คิด!”“ถ้าไม่ได้คิดก็ลงมือทำได้แล้ว” ดวงตาดุเข้มที่จ้องมองมาคู่นั้นทำให้เธอไม่มีทางเลือก เมื่อทำผิดก็ต้องรับผิดชอบ หาไม่คนตรงหน้าคงโยนข้อหาให้เธอไม่รู้จบมือเรียวงามค่อยๆ ยื่นไปที่เนคไทของเขา ก่อนปลดมันออก และต้องใช้สมาธิขั้นสูงในการปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแต่ละเม็ดโดยที่ไม่ให้มือสั่น จนอีกฝ่ายจับได้ว่าเธอกำลังประหม่าที่ต้องแก้ผ้าให้เขาเหมือนที่ครั้งหนึ่งเธอเคยทำมาแล้วอย่างอุกอาจ จนกระทั่งกระดุมเ
“จะเป็นไรไปคะ เราก็อยู่ด้วยกันทุกวันอยู่แล้ว แต่จ๋าอยากเก็บความทรงจำดีๆ กับครอบครัวของเราไว้มากๆ นี่คะ อีกอย่างตอนนี้จ๋าไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วด้วย นั่งเครื่องบินคงลำบาก”ประโยคนั้นทำให้คนฟังแอบกลืนน้ำลายฝืดคอ“แต่น่าแปลกนะคะ ถึงเดี๋ยวนี้จ๋าไม่เห็นมีอาการแพ้ท้องเลย พี่เบสไม่เห็นว่ามันแปลกเหรอคะ”“อะ อ๋อ จ๋าคงแข็งแรงไงคะ พี่ว่าลูกเราคงไม่อยากให้แม่ต้องเหนื่อยแพ้ท้องละมั้ง”“จริงเหรอคะ” จู่ๆ สายตาหญิงสาวก็เปลี่ยนไปจนภูเบศแอบเสียววูบ “พี่เบสว่าอย่างนั้นเหรอคะ”“จ๋ามีอะไรหรือเปล่า ทำไมทำเสียงแบบนี้ พี่ชักจะกลัวแล้วนะที่รัก”“จ๋าจะให้โอกาสพี่เบสอีกที มีอะไรที่พี่ยังบอกจ๋าไม่หมดหรือเปล่าคะ ถ้าบอกตอนนี้จ๋ารับปากว่าจะไม่โกรธ แต่ถ้าไม่บอกแล้วจ๋ามารู้ทีหลังอันนี้ไม่รับประกันสวัสดิภาพนะคะ”ภูเบศนิ่วหน้ามองว่าที่เจ้าสาวอย่างชั่งใจ ก่อนที่จะสุดลมหายใจเข้าลึกๆ“สัญญามาก่อนว่าถ้าพี่บอกอะไรไป งานแต่งของเราจะไม่ล้มเลิกและจ๋าจะไม่หนีพี่ไปไหน”รุจารินมองสบตาชายหนุ่ม ก่อนพยักหน้ารับ“ค่ะ จ๋าสัญญา”คนฟังมีสีหน้าโล่งใจ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเผยความจริงออกมา“ที่จริงจ๋าไม่ได้ท้อง...” แทนที่หญิงสาวจะตกใจแต่เป็นภู
ข่าวด่วน! ตำรวจบุกทลายบ่อนการพนันและซ่องเถื่อนใจกลางกรุงครั้งใหญ่ พบเหยื่อถูกทารุณทางเพศอย่างน่าอนาถ มากกว่าครึ่งเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ถูกกักขังและบังคับให้ค้าประเวณีอย่างป่าเถื่อน มีบางรายถูกพบเป็นศพหลังโดนทารุณกรรมจนเสียชีวิตคาซ่อง ส่วนเจ้าของบ่อนถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมพร้อมลูกสมุนหลังพบกำลังจะหลบหนี!ข่าวใหญ่และรูปที่ลงว่อนในสื่อโซเชียลรวมถึงในโทรทัศน์ทุกช่องตลอดทั้งวันสร้างความสะเทือนขวัญรุจารินปิดปากอย่างตกตะลึง เมื่อมองเห็นภาพเด็กสาวที่ถูกพบเป็นศพในข่าวอย่างจำได้ แม้จะพบกันเพียงไม่กี่ครั้ง แต่เธอก็จำได้ว่าเด็กคนนั้นก็คือน้องสาวต่างมารดาที่บิดาบอกว่าถูกจับตัวไปนั่นเอง เด็กสาววัยใสที่ควรใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนอย่างมีความสุข ต้องมารับกรรมจากการกระทำของบุพการีจนพบจุดจบที่น่าอนาถตัวเธอเองหากไม่ได้ภูเบศช่วยไว้วันนั้นก็อาจจะเป็นหนึ่งในเหยื่อเคราะห์ร้ายไปแล้ว แม้เวลาจะผ่านไปนานพักใหญ่ แต่เธอก็ยังฝันร้ายถึงคืนนั้น ภาพเด็กสาวที่ถูกทารุณจนตายไปต่อหน้าต่อตายังคงหลอนเธออยู่ เพียงคิดถึงใจก็สั่นรัวหญิงสาวมองผ่านรูปในข่าวก่อนจะไปสะดุดตากับรูปของบ่อจระเข้ที่เสี่ยอำพลผู้เป็นเจ้าของเลี้ยง
“คุณรับปากผมได้ไหม ชะ...ช่วยลูกจ๋าด้วย อย่าให้ลูกผมเป็นอะไร”“คุณอย่าเพิ่งพูดดีกว่า เดี๋ยวรถพยาบาลก็มาแล้ว”“ไม่! ผมไม่มีเวลาแล้ว แฮ่กๆ” คนเจ็บหอบหายใจ รู้ชะตากรรมตัวเองดี“พี่ยะ!”จู่ๆ เสียงกรีดร้องก็ดังมาจากกลุ่มไทยมุง นางดารินที่เพิ่งเดินลงมาจากตึกตะโกนลั่นอย่างตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อเห็นอดีตสามีนอนจมกองเลือด แล้วพอหันไปเห็นร่างลูกสาวในอ้อมแขนของภูเบศ นางก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที“ลูกจ๋า! ลูกแม่เป็นอะไรไป”“แม่คะ...”“คุณจ๋าไม่เป็นอะไรครับแม่ เธอปลอดภัยดี แต่ว่า...” ภูเบศปรายตามองไปที่บิดาของรุจาริน “พ่อของคุณจ๋าเอาตัวเองบังกระสุนให้ เขาเลยถูกยิงบาดเจ็บสาหัสครับ”นางดารินฟังแล้วแทบล้มพับทั้งยืน นางทรุดกายลงแล้วประคองศีรษะอดีตสามีมาวางไว้ที่ตักตัวเองด้วยมืออันสั่นเทา“ดา...ริน พะ...พี่ขอโทษ”“พี่ยะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเป็นแบบนี้” นางเอ่ยถาม น้ำตานองหน้าเมื่อเห็นสภาพอดีตสามีที่นอนหายใจรวยริน“พี่ผิดเอง ผิดที่ทำร้ายเธอกับลูกจ๋า พี่สมควรตายแล้ว”“ไม่นะพี่ ฉันไม่ได้อยากให้พี่ตายแบบนี้ แข็งใจไว้นะพี่” คำนั้นจากปากคนที่เคยรักกันทำให้คนเจ็บน้ำตาไหลออกมา นายปิยะมองใบหน้าของอดีตภรรยาที่เขาเคยทำ
‘พ่อคะ จ๋ารักพ่อที่สุดในโลกเลย’“เดี๋ยว!”“อะไรของมึงอีกวะ เดี๋ยวกูไปช้า เสี่ยก็ได้ฆ่ากูพอดี”“เสี่ยจะไม่เอาลูกสาวฉันถึงตายใช่ไหม”“ใครจะไปรู้วะ ทางที่ดีมึงปล่อยมือนังนี่เสียทีก่อนที่ใครจะมาเห็นเข้าแล้วจะพาพวกกูซวยกันหมด”“ฉันไปด้วย” จู่ๆ อะไรบางอย่างก็ดลใจให้นายปิยะเอ่ยออกมา“มึงจะไปทำไมให้เกะกะ กลับไปรอลูกเมียมึงที่บ้านดีกว่า ถอยไป เสียเวลากูชิบหาย”“ไม่ๆ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันขอคุยกับเสี่ยก่อน”“ไอ้เวรนี่วอนตายเสียแล้ว ปล่อยกู!”นายปิยะรีบยื้อตัวลูกสาวไว้แน่น“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว!”“ไอ้เวรนี่ไม่รู้จักที่ตายเสียแล้ว ปล่อยกู”แล้วความชุลมุนก็เกิดขึ้นเมื่อต่างฝ่ายต่างยื้อยุดร่างของหญิงสาวที่เกือบจะสิ้นไร้สติอย่างไม่มีใครยอมกัน โดยทั้งสองฝ่ายไม่ทันเห็นรถคันหนึ่งที่ขับปราดเข้ามาจอดภูเบศที่ย้อนกลับมาเพื่อเอาโทรศัพท์มือถือที่หญิงสาวลืมไว้ในรถมาคืน ต้องหรี่ตามองภาพความชุลมุนตรงหน้าอย่างแปลกใจ แต่แล้วเขาต้องใจหายวาบ ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อได้เห็นหญิงสาวที่คุ้นตาอยู่กลางวงนั้น“จ๋า!”ไวเท่าใจคิด ชายหนุ่มรีบเหยียบคันเร่งรถพุ่งเข้าไปที่กลางจุดเกิดเหตุทันที“เฮ้ย!” ได้ผล กลุ่มคนที่กำลังยื้อแย่งหญิงสาวว
“ที่พูดแบบนี้ พี่เบสไม่ได้ทำอะไรผิดมาใช่ไหมคะ” คนมีชนักติดหลังแอบเสียวสันหลังวาบ“พี่ก็แค่พูดรวมๆ น่ะ เผื่อๆ ไว้ก่อนไง”“อันนี้ก็ต้องดูตามความผิดก่อนค่ะ แต่...” รุจารินพลิกฝ่ามือกุมมือใหญ่ไว้ “ถ้าพี่เบสไม่ปล่อยมือจ๋าก่อน จ๋าก็จะไม่ปล่อยมือพี่เหมือนกันค่ะ”สองหนุ่มสาวประสานสายตากันด้วยความเข้าใจหลังจากทานอาหารเสร็จ ภูเบศก็ขับรถมาส่งว่าที่เจ้าสาวถึงที่พัก“ขอบคุณที่มาส่งจ๋านะคะ กลับบ้านดีๆ นะคะพี่เบส”“เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป จ๋าลืมอะไรหรือเปล่า”“ลืมอะไรคะ” หญิงสาวงุนงง แต่ก็มาถึงบางอ้อ เมื่ออีกฝ่ายยื่นใบหน้าหล่อๆ เข้ามาใกล้“Good Night Kiss”ใบหน้าใสแดงเรื่อ ก่อนหันไปมองรอบข้างเมื่อเห็นว่าไม่มีใคร จึงขยับไปใกล้และประทับริมฝีปากที่ข้างแก้มเขาเบาๆ แต่อีกฝ่ายกับทำเสียงในลำคอแบบขัดใจ“ฝันดีนะคะพี่เบส”“จะรีบไปไหน มานี่เลย”“อุ้ย!” เสียงร้องอุทานถูกปิดทับด้วยเรียวปากร้อนระอุที่ทาบทับลงมา จูบที่แสนคุ้นเคยทำให้รุจารินราวกับต้องมนต์สะกดของเขา หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเมื่ออีกฝ่ายเพิ่มดีกรีความเร่าร้อนในรอยจูบที่แสนโหยหานั้น จนเขาพอใจจึงถอนริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่ง“ชักไม่อยากปล่อยให้จ๋ากลับบ้านแล้วสิ พี่
“ขอบใจมากนะดาด้า พี่ขอให้เธอได้พบคนที่ดีที่รักเธอและเธอก็รักเขาในเร็ววันนี้นะ”“คงอีกนานค่ะ เพราะดาด้าคงเข็ดจากพี่เบสไปอีกพักใหญ่เลย เธอน่ะก็ระวังด้วยล่ะ พี่เบสน่ะเจ้าชู้มาก...” รุจารินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่จะเห็นรอยยิ้มขันของสลิลดา“ฉันล้อเล่นน่ะ! ที่มานี่นอกจากจะมาแสดงความยินดี ฉันอยากจะขอโทษเธอในเรื่องที่ผ่านมาด้วย ขอโทษนะ”ใจจริงก็อยากจะโกรธกับสิ่งที่อีกฝ่ายทำลงไป แต่เมื่อมองสบตาของสลิลดาที่วันนี้เปลี่ยนไปมาก ก็ทำให้ความโกรธที่มีก็พลันเลือนหาย“ช่างมันเถอะค่ะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว เราลืมๆ มันไปดีกว่านะคะ” หญิงสาวส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างจริงใจ “จ๋าก็ต้องขอโทษคุณเหมือนกัน”สองสาวส่งยิ้มให้แก่กัน“งั้นดาด้าไม่กวนดีกว่า ขอให้พวกคุณโชคดีนะคะ ลาก่อน”สลิลดาส่งยิ้มให้คนทั้งสอง หัวใจรู้สึกโล่งเหมือนยกภูเขาออกจากอก ต่อไปนี้เธอจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไม่มีอะไรติดค้างอีกต่อไปรุจารินหันมามองหน้าชายหนุ่มอย่างแปลกใจ“พี่เบสไปทำอีท่าไหนคะ คุณสลิลดาถึงยอมตัดใจแล้วกลายเป็นแบบนี้”“เปล่านี่ พี่ก็แค่บอกเขาว่าพี่รักจ๋า และจะแต่งงานกับใครไม่ได้นอกจากแม่ของลูกพี่ แค่นี้เอง”วาบ! แก้มสาวร้อนผ่าวกับคำพู
“เอ๊ะ นั่นมันอดีตคู่หมั้นเก่าแกไม่ใช่เหรอดาด้า” สลิลดาเม้มปากแน่น มองคนทั้งสองที่เดินควงแขนกันอย่างหวานชื่นเข้ามาอย่างปวดใจ“ได้ข่าวว่าเขาจะแต่งงานกันอีกไม่กี่วันแล้วนี่” คนพูดไม่ทันสังเกตสีหน้าคนฟังที่เปลี่ยนไป “อ้าว แล้วนั่นแกอิ่มแล้วเหรอ”“อืม ฉันอิ่มแล้ว เรากลับกันเถอะ”“นี่ ถามจริงเถอะ แกไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอ ทั้งๆ ที่แกมาก่อนยัยนั่นแท้ๆ”ไม่รู้สึกเหรอ หึ เธอยิ่งกว่ารู้สึกอีก ทั้งผิดหวังเสียใจ แค้นเคือง หรือแม้แต่รู้สึกเกลียดชังหญิงสาวอีกคนจนตัดสินใจทำอะไรบ้าๆ อย่างขับรถพุ่งชนฝ่ายนั้น หรือแม้แต่ทำร้ายตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจจากภูเบศ แต่ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเจ็บปวดใจของครอบครัว พ่อกับแม่ของเธอและคนรอบข้าง แม่เธอต้องร้องไห้เพราะเสียใจกับการกระทำของเธอ ส่วนพ่อนั้นก็รู้สึกไม่ต่างกัน จริงอยู่ที่เธอสามารถทำให้ภูเบศกลับมาดูแลเธอยามป่วยได้ แต่ทว่า...เขาก็มาแต่ตัวตามหน้าที่เท่านั้น ไม่ได้มาเพราะรักใคร่พิศวาสอะไร นานวันเข้าเธอก็จำใจต้องยอมรับความจริงที่ไม่อยากยอมรับว่าสำหรับภูเบศแล้ว เธอไม่อาจพัฒนาความสัมพันธ์นี้ให้ไปถึงฝั่งฝันได้ เพราะหัวใจเขามีคนอื่นที่ไม่ใช่เธอครอบครองแล้ว
“พี่ว่าจ๋ากับแม่ต้องย้ายที่อยู่แล้วล่ะ อยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยพี่เป็นห่วง” ภูเบศเอ่ยขึ้น เขารู้สึกระแวงคำพูดของบิดาของรุจารินที่เพิ่งปึงปังออกไปอย่างไรก็บอกไม่ถูก“จ๋าเห็นด้วยค่ะ แต่นี่เราก็เพิ่งย้ายมาอยู่ไม่นานเอง จะหาที่อยู่ใหม่ก็คงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยก็สองสามวัน”“งั้นก็ไปอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์พี่ก่อนดีไหมที่นั่นปลอดภัยกว่า มีรปภ.ด้วย พาคุณแม่ไปด้วย จนกว่าจะได้ที่อยู่ใหม่ค่อยว่ากัน”นางดารินมองความห่วงใยที่ว่าที่ลูกเขยแสดงออกมาอย่างซึ้งใจ แต่กระนั้นนางก็ไม่อยากรบกวนเขา ตอนนี้มารดาของภูเบศเพิ่งรู้สึกดีกับลูกสาวของเธอ หากทำตามที่เขาเสนอ ไม่แน่ว่าแม่อีกฝ่ายนั้นอาจแคลงใจว่าไม่ทันไรเธอกับลูกก็คิดจะเกาะลูกเขยกินก็ได้“อย่าลำบากขนาดเลยค่ะคุณเบส แม่ไม่อยากรบกวน ขอเราหาทางกันก่อนดีกว่า”รุจารินหันไปสบตากับชายหนุ่ม เธอเองก็เข้าใจความรู้สึกของแม่ดี และเธอเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน“งั้นจ๋าขอเวลาหาที่อยู่ใหม่ดูสักวันสองวันก่อนแล้วกันนะคะ ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ก็ค่อยว่ากันอีกที”“งั้นก็ตามใจคุณ แต่ระยะนี้พวกคุณคงต้องระวังตัวให้มากๆ หน่อยแล้วกัน หรือให้ผมมาอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนดีกว่ามั้ย” รุจารินฟังแล้วทำตาโต
“ไม่เอาน่า ก็แค่สิบล้านเอง เธออย่าทำเป็นเรื่องใหญ่ ลูกเขยเราน่ะรวยจะตาย เป็นถึงเจ้าของบริษัทใหญ่ เงินแค่นี้ขนหน้าแข้งเขาไม่ร่วงหรอกจริงไหม” ชายมากวัยพูดคล่อง“เธออย่ามาใจแคบคิดจะฮุบสินสอดลูกคนเดียวสิดาริน พี่กำลังเดือดร้อน แบ่งกันใช้นิดใช้หน่อยอย่าขี้เหนียวเลยนะ ยังไงยัยจ๋ามันก็ลูกพี่เหมือนกัน เขาให้สินสอดเท่าไหร่ล่ะ”“คุณมาทางไหนกลับไปทางนั้นเลยนะ” นางดารินเค้นเสียงเอ่ยอย่างโมโห รุจารินที่รู้สึกไม่ต่างกันต้องรีบเข้ามาประคองมารดาไว้อย่างเป็นห่วง“ว่าไงพ่อลูกเขย เงินนิดๆ หน่อยๆ แค่นี้ คงไม่ขัดข้องใช่ไหม”“นี่!” รุจารินฟังแล้วหน้าม้าน ไม่คิดว่าบิดาจะเห็นแก่ตัวขนาดนี้“ไม่หรอกครับ”“พี่เบสคะ” รุจารินเรียกอย่างตกใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาดุๆ ของเขาก็นิ่งไป เขาคงจะสมเพชเธอหรือไม่ก็โกรธที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้“เห็นไหมดาริน ลูกเขยเราว่าง่ายจะตายไป งั้นก็โอนสินสอดเข้าบัญชีพ่อตอนนี้เลยก็ได้ใช่ไหมลูก” นายปิยะกระหยิ่มยิ้มย่องไม่คิดว่าทุกอย่างจะง่ายดายแบบนี้“คงไม่ได้ครับ เพราะสินสอดนั่นผมเคยบอกแล้วว่าจะให้กับคนที่คู่ควรจะได้รับเท่านั้น และคนคนนั้นก็คือคุณแม่ของจ๋าที่เลี้ยงดูเธอมา แต่สำหรับคุณท