“เปลี่ยนจากคำขอโทษเป็นอย่างอื่นได้ไหม”“เปลี่ยนเป็นอะไรล่ะคะ”“ถอดเสื้อออกสิ...” รุจารินเบิกตาค้างเผลอยกมือขึ้นกอดอกอย่างหวงตัว“นี่คุณจะบ้าเหรอ นี่มันที่ทำงานนะ ไม่ใช่...”“คุณต่างหากที่บ้า ผมหมายถึงเสื้อผมต่างหาก มันเลอะลิปสติกคุณเนี่ยไม่เห็นหรือไง รีบถอดออกซะสิ หรือจะให้ผมไปพบลูกค้าในสภาพนี้ มีหวังเขาได้เข้าใจว่าผู้บริหารบริษัทนี้หื่นก่อนมาประชุม”“ทีหลังคุณก็พูดให้เคลียร์ๆ หน่อยสิคะ”คนฟังแอบขมุบขมิบปากบ่น รู้สึกขายหน้าไม่มีชิ้นดีที่เผลอเข้าใจผิดไปไกล ก่อนผงะเมื่ออีกฝ่ายยื่นหน้ามาใกล้อีกครั้งก่อนเอ่ยประโยคที่ทำให้เธอแทบจะอยากมุดดินหนีเสียเดี๋ยวนั้น“ก็ใครจะไปคิดว่าคุณจะคิดลึกแบบนั้น”“ฉันไม่ได้คิด!”“ถ้าไม่ได้คิดก็ลงมือทำได้แล้ว” ดวงตาดุเข้มที่จ้องมองมาคู่นั้นทำให้เธอไม่มีทางเลือก เมื่อทำผิดก็ต้องรับผิดชอบ หาไม่คนตรงหน้าคงโยนข้อหาให้เธอไม่รู้จบมือเรียวงามค่อยๆ ยื่นไปที่เนคไทของเขา ก่อนปลดมันออก และต้องใช้สมาธิขั้นสูงในการปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแต่ละเม็ดโดยที่ไม่ให้มือสั่น จนอีกฝ่ายจับได้ว่าเธอกำลังประหม่าที่ต้องแก้ผ้าให้เขาเหมือนที่ครั้งหนึ่งเธอเคยทำมาแล้วอย่างอุกอาจ จนกระทั่งกระดุมเ
“คะ...คุณ! คุณทำอะไรเนี่ย” หญิงสาวเอะอะ รู้สึกถึงรอยอุ่นซ่านที่ซึมลวกผิวเนื้อเธอจนร้อนผ่าว“ไม่ต้องห่วง ปากผมไม่ได้ทาลิปไม่เปื้อนเหมือนที่คุณทำผมเปื้อนหรอกน่า”“คุณ!” หญิงสาวเข่นเขี้ยว“พอดีผมไม่ชอบเอาใคร เอ๊ย! เอาของใครมาฟรีๆ ทีนี้เราก็เจ๊ากันแล้ว อ้อ...ไม่สิ” ชายหนุ่มโน้มกายลงพร้อมกระซิบข้างหูเธอเบาๆ“คุณยังติดค้างหนี้ผมอยู่นี่นา”ใบหน้าสวยแดงวาบก่อนซีดเผือดเมื่อได้ฟังคำเจ้าหนี้จอมแสบที่ดูภายนอกแสนจะขรึมเท่ห์ ใครเลยจะรู้ว่าตัวจริงเขา ที่นอกจากจะหลงตัวเองแล้ว ยังเป็นผู้ชายจอมยียวนกวนโทสะอย่างร้ายกาจอีกต่างหาก “ฉันจะใช้ให้ค่ะ หนี้ที่ค้างไว้นั่นทุกบาททุกสตางค์ แถมดอกเบี้ยด้วยก็ได้ หรือคุณจะหักเงินเดือนไปก็ได้ เพื่อความสบายใจ”“ไม่ล่ะผมมีวิธีอื่นที่ดีกว่านั้น”“วิธีอะไรคะ” ลูกหนี้ฟังแล้วชักระแวง“เดี๋ยวคุณก็รู้เองน่า ตอนนี้ผมต้องไปแล้วล่ะ ถ้าคุณยังอยากนั่งพักที่นี่ก็ตามใจ เตียงนั่นตอนมาใหม่ๆ ผมเคยสงสัยว่าเอามาไว้ในห้องทำงานทำไม ตอนนี้รู้แล้ว และอาจต้องหาวิธีใช้งานมันให้คุ้มค่ามากกว่าเอาไว้นอนอู้งานเฉยๆ ถ้าคุณสนใจล่ะก็ว่างๆ ก็แวะมาใช้บริการได้นะ...”“นี่คุณ!” หญิงสาวต้องนับหนึ่งถึงสิบใ
“โอย...อูย...อีบ้า แกมาต่อยฉันทำไม”“ก็ช่วยเรียกสติคุณไงคะ จะได้ตาสว่างเสียทีว่าหาเรื่องผิดคน ถือว่าตบแลกหมัดก็เจ๊ากันไปแล้วกันนะคะ ฉันอโหสิให้ ขอตัวก่อน” ดวงตากลมโตตวัดมองคนที่พื้นอย่างเย็นชา ก่อนผละออกไปจากห้องน้ำโดยไม่เหลียวหลัง แม้จะมีเสียงกรีดร้องโหยหวนของผีบ้าดังไล่หลังมา“ประสาท!”อยากจะบ้าตาย! วันนี้มันวันมหาวินาศอะไรของเธอนะ ทำไมวันนี้ถึงเจอแต่คนไม่ปกติแต่หัววันแบบนี้ เฮ้อ...ทั้งนายทั้งเลขาออฟฟิศนั้นรวมคนไม่เต็มบาทไว้หรือไงกันนะ รุจารินครุ่นคิดอย่างปวดตับ พลางลูบแก้มข้างที่โดนตบอย่างเพลียใจหลังจากที่กลับมาถึงออฟฟิศ เธอก็โยนเรื่องรกสมองทิ้ง เพราะมีงานมารอให้สะสางกองพะเนินจนไม่มีเวลาไปใส่ใจเรื่องไร้สาระที่เกิดขึ้น วันนี้เจ้านายของเธอและวรรณิภาออกไปพบลูกค้าตลอดช่วงสายจนถึงบ่าย ทำให้ทั้งออฟฟิศเหลือเพียงเธอคนเดียว“อ้าว! จะบ่ายแล้วยังไม่ไปทานข้าวเหรอคะคุณจ๋า” เสียงแม่บ้านของบริษัทที่เข้ามาเก็บกวาดออฟฟิศช่วงพักทักเมื่อเห็นหญิงสาวเอาแต่ก้มหน้าพิมพ์งานอย่างขะมักเขม้น ทำให้คนถูกทักต้องเหลือบมองนาฬิกาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ พบว่าอีกไม่กี่นาทีก็จะบ่าย เลยเวลาที่เธอควรได้พักทานอาหารเที่ยงแ
รุจารินหันไปหยิบกระดาษทิชชูบนโต๊ะขึ้นมาซับน้ำอย่างไม่สะทกสะท้าน ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หากพอเธอตั้งท่าจะกินก๋วยเตี๋ยวต่อไม่สนใจ ฝ่ายหาเรื่องก็ดูเหมือนจะไม่รามือง่ายๆ“อ่อยเขาท่าไหนล่ะยะ เขาถึงใจอ่อนดึงตัวมาเสียบแทนฉัน นี่คงนอนแบให้เขาเอาจนพรุนหมดแล้วล่ะสินะ ฮึ”สุดจะทน! คำนี้ผุดขึ้นมาทันทีที่ได้ยินข้อหาบ้าบอที่ออกจากปากสวยๆ นั้น ยัยนี่คิดว่าตัวเองกำลังแสดงบทนางอิจฉาในละครหลังข่าวอยู่หรือไงนะ คำพูดแต่ละคำไม่สมกับเป็นบุคลากรระดับเลขาผู้บริหารเอาเสียเลยเอาเถอะ...ถ้านางอยากเล่น ก็เล่นไปคนเดียวแล้วกัน เธอขี้เกียจยุ่งด้วยแล้ว“จะหนีไปไหน แค่นี้ทนฟังความจริงไม่ได้หรือไง ดัดจริต”“นี่คุณ ฉันไม่รู้ว่าคุณพูดพล่ามเรื่องอะไรอยู่นะคะ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่โดนฉันต่อยปากเจ่อเพื่อเรียกสติเมื่อเช้าเพราะคุณมาหาเรื่องตบฉันก่อนโดยไม่มีเหตุผลล่ะก็ ฉันขอโทษด้วยแล้วกันนะที่มือหนักไปหน่อย”คำนั้นทำให้ขาเม้าท์ทั้งหลายมองหน้ากันเลิ่กลั่กที่เรื่องกลับตาลปัตร“เอาเป็นว่าให้เรื่องมันจบๆ กันไปละกัน ส่วนที่คุณมาเทน้ำราดฉันเนี่ย ฉันจะไม่ถือก็ได้ แต่ช่วยเลิกตามระรานคนอื่นแบบนี้เถอะค่ะ มันเสียเวลาเปล่าแล้วก็น่ารำคาญมาก
“แล้วถ้าจ๋าไม่ตกลงล่ะคะ”“ถ้าไม่ตกลงเพราะกลัวโดนยัยนุสบาตามรังควานล่ะก็ พี่ไม่เห็นด้วยนะ ยังไงนี่ก็เป็นโอกาสของเรา ทำไมไม่คว้าไว้แล้วพิสูจน์ฝีมือให้ทุกคนเห็นว่าเรามาด้วยความสามารถจริงๆ ไม่ได้ใช้เต้าไต่อย่างใครบางคน”“มันจะไม่ง่ายน่ะสิคะพี่หวาน ป่านนี้คุณนุสบาคงฟ้องฝ่ายบุคคลเอาเรื่องจ๋าแล้วก็ได้ เธอโกรธมากคิดว่าจ๋าไปแย่งตำแหน่งเธอมาโดยไม่ชอบธรรม มีอย่างที่ไหนทำงานไม่ถึงสองเดือนก็ได้โปรโมท...”ไม่ทันขาดคำเสียงโทรศัพท์ในออฟฟิศก็ดังแทรกขึ้น รุจารินเดินเข้าไปรับสายเอ่ยอยู่ไม่กี่คำก่อนวางไปด้วยสีหน้าหนักใจ“ใครโทรมาเหรอน้องจ๋า”“ฝ่ายบุคคลค่ะ เขาคงเรียกจ๋าลงไปคุยเรื่องที่เกิดขึ้นที่แคนทีน”วรรณิภาถอนหายใจ สีหน้าเป็นกังวลกับอนาคตหญิงสาวตรงหน้า “ให้พี่ลงไปเป็นเพื่อนด้วยดีไหม”“อย่าเลยค่ะ พี่หวานมีงานเยอะแยะต้องทำ เรื่องนี้จ๋าก็มีส่วนผิดที่โต้ตอบเขาแรงเกินไป เดี๋ยวจ๋าลงไปคุยเองดีกว่า งั้นจ๋าขอตัวก่อนนะคะ”วรรณิภาพยักหน้ารับคำพลางมองตามหลังของหญิงสาวรุ่นน้องไปอย่างเห็นใจพอไปถึงห้องฝ่ายบุคคล รุจารินก็ได้พบว่าฝ่ายโจกท์นั่งหัวโด่รออยู่ก่อนแล้วด้วยสภาพที่เรียกว่าเยินจนดูไม่ได้ นุสบาจ้องมองคนมาใหม่ด
“เริ่มงานพรุ่งนี้เลยหรือคะ!” รุจารินอุทาน“ใช่ค่ะ อันที่จริงตามกำหนดเดิมควรเป็นอาทิตย์หน้า แต่เนื่องจากคุณนุสบาต้องโดนพักงานกะทันหันอย่างที่ทราบ แล้วท่านรองก็ต้องการเลขาที่จะคอยช่วยงานอย่างเร่งด่วน รอไม่ได้ ฉะนั้นคุณต้องมาเริ่มรับหน้าที่นี้เร็วขึ้น”“แล้วเรื่องส่งต่องานล่ะคะ จ๋าเกรงว่าคุณนุสบาคงไม่ยอมให้ความร่วมมือง่ายๆ แน่”“ไม่ต้องห่วงนะคะ ทุกอย่างมีในคู่มือแล้วค่ะ เดี๋ยวฉันจะส่งอีเมล์ให้อีกที ลองอ่านทำความเข้าใจดูนะคะ เพราะหลายๆ อย่างก็คล้ายๆ กับงานที่คุณเคยทำในตำแหน่งเดิม แต่ก็มีบางอย่างที่ต้องปรับเปลี่ยนบ้างตามความเหมาะสม และต้องไปรายงานตัวกับท่านรองฯ พรุ่งนี้เก้าโมงเช้า ขอให้ตรงเวลานะคะ ส่วนบ่ายนี้คุณก็เคลียร์งานที่ออฟฟิศเก่าให้เรียบร้อย”คุณเลขาส้มหล่นได้แต่รับคำ คิดในใจเสียว่าดีกว่าโดนไล่ออกตลอดเวลาที่เกิดเรื่อง ไม่มีวี่แววของตัวต้นเหตุที่แท้จริงออกมาเพื่อรับผิดชอบฐานที่ทำให้ผู้หญิงสองคนมีเรื่องกันโดยใช่เหตุ คิดไปแล้วก็น่าหงุดหงิดเหลือเกิน รุจารินเผลอลูบอกเสื้อที่ถูกเรียวปากร้อนๆ จูบประทับตราเมื่อเช้า แม้จะผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่ทว่ารอยอุ่นๆ จนเกือบร้อนนั้นยังไม่ลบเลือนหายไ
“ถ้าเขาเป็นลูกค้าจริงๆ ฉันคงไม่หนีหน้าตั้งแบบนี้หรอกค่ะ”“แล้วทำไมคุณต้องหนี เขาเป็นใครกันแน่” สารถีหนุ่มคาดคั้นด้วยเสียงดุๆ สายตาคมกล้าแม้ไม่หันมาก็รู้ว่าเจ้าตัวคงไม่ยอมปล่อยผ่านเรื่องที่สงสัยไปง่ายๆ“เขาเป็น...พ่อฉันเองค่ะ”“หืม!” ชายหนุ่มหันขวับมองใบหน้าหวานสวยที่ติดจะเย็นชาอย่างแปลกใจ “งั้นผมควรจอดรถไหม”“ถ้าคุณจะกรุณา หากพบห้างใหญ่ๆ หรือที่ที่คนเดินพลุกพล่านข้างหน้าก็ช่วยจอดให้ฉันลงตรงนั้นได้ไหมคะ”“ทำไมล่ะ ก็ไหนว่าเขาเป็นพ่อคุณ แล้วทำไมต้องหนี เอ่อ...ขอโทษด้วยที่ผมถามละลาบละล้วง”“ไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวถอนหายใจเฮือก ความอัดอั้นตันใจอยากระบายให้ใครสักคนฟัง แต่ถึงอย่างไรคนข้างกายยามนี้ก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ผ่านเข้ามา ถึงจะเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาแล้ว แถมเขากำลังจะกลายมาเป็นเจ้านายคนใหม่ แต่เธอจะไว้ใจเขาได้แค่ไหนกัน“แต่ฉันขอไม่ตอบละกันค่ะ เอาเป็นว่าถ้าเขามาดี ฉันก็คงไม่ต้องหนีแบบนี้”“ผมช่วยอะไรคุณได้ไหม”“ได้ค่ะ” หญิงสาวตอบหน้านิ่ง “ข้างหน้ามีห้างใหญ่ คุณช่วยกรุณาจอดรถหน้าห้างนั้นให้ฉันลงด้วยแล้วกันนะคะ ขอบคุณมากค่ะ”คำตอบนั้นทำให้คนฟังตงิดๆ ใจ นี่เขากลายเป็นแท็กซี่ไปตั้งแต
เอาล่ะ ถ้าเขาต้องการยั่วโมโหเธอล่ะก็ ดูเหมือนเขาจะทำสำเร็จแล้วล่ะ “คุณทำแบบนี้ทำไมคะ”“ทำอะไรครับ? ที่ผมตักอาหารให้เนี่ยเหรอ หรือว่า...”“คุณให้ฉันมาเป็นเลขาคุณแทนคุณนุสบาทำไมคะ” หญิงสาวตัดสินใจถามตรงๆ“ก็เขาทำงานไม่ได้เรื่อง” คนพูดเบ้ปากนิดๆ “แล้วผมก็ชอบกาแฟที่คุณชงมากกว่าที่เขาชงด้วย รสกาแฟคุณทั้งหอม หวาน อร่อยเหมือนคนชงไม่มีผิด”“ได้โปรดเลิกพูดจาแบบนี้สักทีได้ไหมคะ ฉันขอร้อง” หญิงสาวตัดบทเสียงแข็ง“แบบไหนล่ะ”“ก็แบบที่คุณพูดอยู่ ฉันเคยบอกแล้วว่าเรื่องวันนั้นมันเป็นแค่อุบัติเหตุ ฉันไม่ติดใจอะไร คุณก็ควรลืมๆ มันไปซะ ระหว่างคุณและฉันจะมีแค่เรื่องงานเท่านั้น ส่วนเรื่องหนี้ที่ติดค้างไว้ ฉันก็บอกแล้วว่าจะทยอยจ่ายคืนให้ไม่ต้องห่วง จะหักจากเงินเดือนก็ได้ แล้วถ้าคุณอึดอัดหรือลำบากใจที่จะเห็นฉันทำงานที่นี่ ฉันก็จะลาออกให้”“ผมพูดหรือว่าอึดอัด”“คุณไม่พูด แต่ฉันรู้สึกแบบนั้น”“นั่นมันเรื่องของคุณ แต่เรื่องลาออก ผมยังไม่รับไว้พิจารณา”“ทำไมคะ” รุจารินถามอย่างเหลืออด “คุณมีสิทธิ์อะไรมาห้ามฉัน”“เจ้านาย เจ้าหนี้ และสามีโดยพฤตินัย สิทธิ์แค่นี้พอไหม หรืออยากได้สิทธิ์พ่อของลูกคุณอีกตำแหน่งดี”“นี
“จะเป็นไรไปคะ เราก็อยู่ด้วยกันทุกวันอยู่แล้ว แต่จ๋าอยากเก็บความทรงจำดีๆ กับครอบครัวของเราไว้มากๆ นี่คะ อีกอย่างตอนนี้จ๋าไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วด้วย นั่งเครื่องบินคงลำบาก”ประโยคนั้นทำให้คนฟังแอบกลืนน้ำลายฝืดคอ“แต่น่าแปลกนะคะ ถึงเดี๋ยวนี้จ๋าไม่เห็นมีอาการแพ้ท้องเลย พี่เบสไม่เห็นว่ามันแปลกเหรอคะ”“อะ อ๋อ จ๋าคงแข็งแรงไงคะ พี่ว่าลูกเราคงไม่อยากให้แม่ต้องเหนื่อยแพ้ท้องละมั้ง”“จริงเหรอคะ” จู่ๆ สายตาหญิงสาวก็เปลี่ยนไปจนภูเบศแอบเสียววูบ “พี่เบสว่าอย่างนั้นเหรอคะ”“จ๋ามีอะไรหรือเปล่า ทำไมทำเสียงแบบนี้ พี่ชักจะกลัวแล้วนะที่รัก”“จ๋าจะให้โอกาสพี่เบสอีกที มีอะไรที่พี่ยังบอกจ๋าไม่หมดหรือเปล่าคะ ถ้าบอกตอนนี้จ๋ารับปากว่าจะไม่โกรธ แต่ถ้าไม่บอกแล้วจ๋ามารู้ทีหลังอันนี้ไม่รับประกันสวัสดิภาพนะคะ”ภูเบศนิ่วหน้ามองว่าที่เจ้าสาวอย่างชั่งใจ ก่อนที่จะสุดลมหายใจเข้าลึกๆ“สัญญามาก่อนว่าถ้าพี่บอกอะไรไป งานแต่งของเราจะไม่ล้มเลิกและจ๋าจะไม่หนีพี่ไปไหน”รุจารินมองสบตาชายหนุ่ม ก่อนพยักหน้ารับ“ค่ะ จ๋าสัญญา”คนฟังมีสีหน้าโล่งใจ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเผยความจริงออกมา“ที่จริงจ๋าไม่ได้ท้อง...” แทนที่หญิงสาวจะตกใจแต่เป็นภู
ข่าวด่วน! ตำรวจบุกทลายบ่อนการพนันและซ่องเถื่อนใจกลางกรุงครั้งใหญ่ พบเหยื่อถูกทารุณทางเพศอย่างน่าอนาถ มากกว่าครึ่งเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ถูกกักขังและบังคับให้ค้าประเวณีอย่างป่าเถื่อน มีบางรายถูกพบเป็นศพหลังโดนทารุณกรรมจนเสียชีวิตคาซ่อง ส่วนเจ้าของบ่อนถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมพร้อมลูกสมุนหลังพบกำลังจะหลบหนี!ข่าวใหญ่และรูปที่ลงว่อนในสื่อโซเชียลรวมถึงในโทรทัศน์ทุกช่องตลอดทั้งวันสร้างความสะเทือนขวัญรุจารินปิดปากอย่างตกตะลึง เมื่อมองเห็นภาพเด็กสาวที่ถูกพบเป็นศพในข่าวอย่างจำได้ แม้จะพบกันเพียงไม่กี่ครั้ง แต่เธอก็จำได้ว่าเด็กคนนั้นก็คือน้องสาวต่างมารดาที่บิดาบอกว่าถูกจับตัวไปนั่นเอง เด็กสาววัยใสที่ควรใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนอย่างมีความสุข ต้องมารับกรรมจากการกระทำของบุพการีจนพบจุดจบที่น่าอนาถตัวเธอเองหากไม่ได้ภูเบศช่วยไว้วันนั้นก็อาจจะเป็นหนึ่งในเหยื่อเคราะห์ร้ายไปแล้ว แม้เวลาจะผ่านไปนานพักใหญ่ แต่เธอก็ยังฝันร้ายถึงคืนนั้น ภาพเด็กสาวที่ถูกทารุณจนตายไปต่อหน้าต่อตายังคงหลอนเธออยู่ เพียงคิดถึงใจก็สั่นรัวหญิงสาวมองผ่านรูปในข่าวก่อนจะไปสะดุดตากับรูปของบ่อจระเข้ที่เสี่ยอำพลผู้เป็นเจ้าของเลี้ยง
“คุณรับปากผมได้ไหม ชะ...ช่วยลูกจ๋าด้วย อย่าให้ลูกผมเป็นอะไร”“คุณอย่าเพิ่งพูดดีกว่า เดี๋ยวรถพยาบาลก็มาแล้ว”“ไม่! ผมไม่มีเวลาแล้ว แฮ่กๆ” คนเจ็บหอบหายใจ รู้ชะตากรรมตัวเองดี“พี่ยะ!”จู่ๆ เสียงกรีดร้องก็ดังมาจากกลุ่มไทยมุง นางดารินที่เพิ่งเดินลงมาจากตึกตะโกนลั่นอย่างตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อเห็นอดีตสามีนอนจมกองเลือด แล้วพอหันไปเห็นร่างลูกสาวในอ้อมแขนของภูเบศ นางก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที“ลูกจ๋า! ลูกแม่เป็นอะไรไป”“แม่คะ...”“คุณจ๋าไม่เป็นอะไรครับแม่ เธอปลอดภัยดี แต่ว่า...” ภูเบศปรายตามองไปที่บิดาของรุจาริน “พ่อของคุณจ๋าเอาตัวเองบังกระสุนให้ เขาเลยถูกยิงบาดเจ็บสาหัสครับ”นางดารินฟังแล้วแทบล้มพับทั้งยืน นางทรุดกายลงแล้วประคองศีรษะอดีตสามีมาวางไว้ที่ตักตัวเองด้วยมืออันสั่นเทา“ดา...ริน พะ...พี่ขอโทษ”“พี่ยะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเป็นแบบนี้” นางเอ่ยถาม น้ำตานองหน้าเมื่อเห็นสภาพอดีตสามีที่นอนหายใจรวยริน“พี่ผิดเอง ผิดที่ทำร้ายเธอกับลูกจ๋า พี่สมควรตายแล้ว”“ไม่นะพี่ ฉันไม่ได้อยากให้พี่ตายแบบนี้ แข็งใจไว้นะพี่” คำนั้นจากปากคนที่เคยรักกันทำให้คนเจ็บน้ำตาไหลออกมา นายปิยะมองใบหน้าของอดีตภรรยาที่เขาเคยทำ
‘พ่อคะ จ๋ารักพ่อที่สุดในโลกเลย’“เดี๋ยว!”“อะไรของมึงอีกวะ เดี๋ยวกูไปช้า เสี่ยก็ได้ฆ่ากูพอดี”“เสี่ยจะไม่เอาลูกสาวฉันถึงตายใช่ไหม”“ใครจะไปรู้วะ ทางที่ดีมึงปล่อยมือนังนี่เสียทีก่อนที่ใครจะมาเห็นเข้าแล้วจะพาพวกกูซวยกันหมด”“ฉันไปด้วย” จู่ๆ อะไรบางอย่างก็ดลใจให้นายปิยะเอ่ยออกมา“มึงจะไปทำไมให้เกะกะ กลับไปรอลูกเมียมึงที่บ้านดีกว่า ถอยไป เสียเวลากูชิบหาย”“ไม่ๆ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันขอคุยกับเสี่ยก่อน”“ไอ้เวรนี่วอนตายเสียแล้ว ปล่อยกู!”นายปิยะรีบยื้อตัวลูกสาวไว้แน่น“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว!”“ไอ้เวรนี่ไม่รู้จักที่ตายเสียแล้ว ปล่อยกู”แล้วความชุลมุนก็เกิดขึ้นเมื่อต่างฝ่ายต่างยื้อยุดร่างของหญิงสาวที่เกือบจะสิ้นไร้สติอย่างไม่มีใครยอมกัน โดยทั้งสองฝ่ายไม่ทันเห็นรถคันหนึ่งที่ขับปราดเข้ามาจอดภูเบศที่ย้อนกลับมาเพื่อเอาโทรศัพท์มือถือที่หญิงสาวลืมไว้ในรถมาคืน ต้องหรี่ตามองภาพความชุลมุนตรงหน้าอย่างแปลกใจ แต่แล้วเขาต้องใจหายวาบ ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อได้เห็นหญิงสาวที่คุ้นตาอยู่กลางวงนั้น“จ๋า!”ไวเท่าใจคิด ชายหนุ่มรีบเหยียบคันเร่งรถพุ่งเข้าไปที่กลางจุดเกิดเหตุทันที“เฮ้ย!” ได้ผล กลุ่มคนที่กำลังยื้อแย่งหญิงสาวว
“ที่พูดแบบนี้ พี่เบสไม่ได้ทำอะไรผิดมาใช่ไหมคะ” คนมีชนักติดหลังแอบเสียวสันหลังวาบ“พี่ก็แค่พูดรวมๆ น่ะ เผื่อๆ ไว้ก่อนไง”“อันนี้ก็ต้องดูตามความผิดก่อนค่ะ แต่...” รุจารินพลิกฝ่ามือกุมมือใหญ่ไว้ “ถ้าพี่เบสไม่ปล่อยมือจ๋าก่อน จ๋าก็จะไม่ปล่อยมือพี่เหมือนกันค่ะ”สองหนุ่มสาวประสานสายตากันด้วยความเข้าใจหลังจากทานอาหารเสร็จ ภูเบศก็ขับรถมาส่งว่าที่เจ้าสาวถึงที่พัก“ขอบคุณที่มาส่งจ๋านะคะ กลับบ้านดีๆ นะคะพี่เบส”“เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป จ๋าลืมอะไรหรือเปล่า”“ลืมอะไรคะ” หญิงสาวงุนงง แต่ก็มาถึงบางอ้อ เมื่ออีกฝ่ายยื่นใบหน้าหล่อๆ เข้ามาใกล้“Good Night Kiss”ใบหน้าใสแดงเรื่อ ก่อนหันไปมองรอบข้างเมื่อเห็นว่าไม่มีใคร จึงขยับไปใกล้และประทับริมฝีปากที่ข้างแก้มเขาเบาๆ แต่อีกฝ่ายกับทำเสียงในลำคอแบบขัดใจ“ฝันดีนะคะพี่เบส”“จะรีบไปไหน มานี่เลย”“อุ้ย!” เสียงร้องอุทานถูกปิดทับด้วยเรียวปากร้อนระอุที่ทาบทับลงมา จูบที่แสนคุ้นเคยทำให้รุจารินราวกับต้องมนต์สะกดของเขา หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเมื่ออีกฝ่ายเพิ่มดีกรีความเร่าร้อนในรอยจูบที่แสนโหยหานั้น จนเขาพอใจจึงถอนริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่ง“ชักไม่อยากปล่อยให้จ๋ากลับบ้านแล้วสิ พี่
“ขอบใจมากนะดาด้า พี่ขอให้เธอได้พบคนที่ดีที่รักเธอและเธอก็รักเขาในเร็ววันนี้นะ”“คงอีกนานค่ะ เพราะดาด้าคงเข็ดจากพี่เบสไปอีกพักใหญ่เลย เธอน่ะก็ระวังด้วยล่ะ พี่เบสน่ะเจ้าชู้มาก...” รุจารินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่จะเห็นรอยยิ้มขันของสลิลดา“ฉันล้อเล่นน่ะ! ที่มานี่นอกจากจะมาแสดงความยินดี ฉันอยากจะขอโทษเธอในเรื่องที่ผ่านมาด้วย ขอโทษนะ”ใจจริงก็อยากจะโกรธกับสิ่งที่อีกฝ่ายทำลงไป แต่เมื่อมองสบตาของสลิลดาที่วันนี้เปลี่ยนไปมาก ก็ทำให้ความโกรธที่มีก็พลันเลือนหาย“ช่างมันเถอะค่ะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว เราลืมๆ มันไปดีกว่านะคะ” หญิงสาวส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างจริงใจ “จ๋าก็ต้องขอโทษคุณเหมือนกัน”สองสาวส่งยิ้มให้แก่กัน“งั้นดาด้าไม่กวนดีกว่า ขอให้พวกคุณโชคดีนะคะ ลาก่อน”สลิลดาส่งยิ้มให้คนทั้งสอง หัวใจรู้สึกโล่งเหมือนยกภูเขาออกจากอก ต่อไปนี้เธอจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไม่มีอะไรติดค้างอีกต่อไปรุจารินหันมามองหน้าชายหนุ่มอย่างแปลกใจ“พี่เบสไปทำอีท่าไหนคะ คุณสลิลดาถึงยอมตัดใจแล้วกลายเป็นแบบนี้”“เปล่านี่ พี่ก็แค่บอกเขาว่าพี่รักจ๋า และจะแต่งงานกับใครไม่ได้นอกจากแม่ของลูกพี่ แค่นี้เอง”วาบ! แก้มสาวร้อนผ่าวกับคำพู
“เอ๊ะ นั่นมันอดีตคู่หมั้นเก่าแกไม่ใช่เหรอดาด้า” สลิลดาเม้มปากแน่น มองคนทั้งสองที่เดินควงแขนกันอย่างหวานชื่นเข้ามาอย่างปวดใจ“ได้ข่าวว่าเขาจะแต่งงานกันอีกไม่กี่วันแล้วนี่” คนพูดไม่ทันสังเกตสีหน้าคนฟังที่เปลี่ยนไป “อ้าว แล้วนั่นแกอิ่มแล้วเหรอ”“อืม ฉันอิ่มแล้ว เรากลับกันเถอะ”“นี่ ถามจริงเถอะ แกไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอ ทั้งๆ ที่แกมาก่อนยัยนั่นแท้ๆ”ไม่รู้สึกเหรอ หึ เธอยิ่งกว่ารู้สึกอีก ทั้งผิดหวังเสียใจ แค้นเคือง หรือแม้แต่รู้สึกเกลียดชังหญิงสาวอีกคนจนตัดสินใจทำอะไรบ้าๆ อย่างขับรถพุ่งชนฝ่ายนั้น หรือแม้แต่ทำร้ายตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจจากภูเบศ แต่ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเจ็บปวดใจของครอบครัว พ่อกับแม่ของเธอและคนรอบข้าง แม่เธอต้องร้องไห้เพราะเสียใจกับการกระทำของเธอ ส่วนพ่อนั้นก็รู้สึกไม่ต่างกัน จริงอยู่ที่เธอสามารถทำให้ภูเบศกลับมาดูแลเธอยามป่วยได้ แต่ทว่า...เขาก็มาแต่ตัวตามหน้าที่เท่านั้น ไม่ได้มาเพราะรักใคร่พิศวาสอะไร นานวันเข้าเธอก็จำใจต้องยอมรับความจริงที่ไม่อยากยอมรับว่าสำหรับภูเบศแล้ว เธอไม่อาจพัฒนาความสัมพันธ์นี้ให้ไปถึงฝั่งฝันได้ เพราะหัวใจเขามีคนอื่นที่ไม่ใช่เธอครอบครองแล้ว
“พี่ว่าจ๋ากับแม่ต้องย้ายที่อยู่แล้วล่ะ อยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยพี่เป็นห่วง” ภูเบศเอ่ยขึ้น เขารู้สึกระแวงคำพูดของบิดาของรุจารินที่เพิ่งปึงปังออกไปอย่างไรก็บอกไม่ถูก“จ๋าเห็นด้วยค่ะ แต่นี่เราก็เพิ่งย้ายมาอยู่ไม่นานเอง จะหาที่อยู่ใหม่ก็คงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยก็สองสามวัน”“งั้นก็ไปอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์พี่ก่อนดีไหมที่นั่นปลอดภัยกว่า มีรปภ.ด้วย พาคุณแม่ไปด้วย จนกว่าจะได้ที่อยู่ใหม่ค่อยว่ากัน”นางดารินมองความห่วงใยที่ว่าที่ลูกเขยแสดงออกมาอย่างซึ้งใจ แต่กระนั้นนางก็ไม่อยากรบกวนเขา ตอนนี้มารดาของภูเบศเพิ่งรู้สึกดีกับลูกสาวของเธอ หากทำตามที่เขาเสนอ ไม่แน่ว่าแม่อีกฝ่ายนั้นอาจแคลงใจว่าไม่ทันไรเธอกับลูกก็คิดจะเกาะลูกเขยกินก็ได้“อย่าลำบากขนาดเลยค่ะคุณเบส แม่ไม่อยากรบกวน ขอเราหาทางกันก่อนดีกว่า”รุจารินหันไปสบตากับชายหนุ่ม เธอเองก็เข้าใจความรู้สึกของแม่ดี และเธอเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน“งั้นจ๋าขอเวลาหาที่อยู่ใหม่ดูสักวันสองวันก่อนแล้วกันนะคะ ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ก็ค่อยว่ากันอีกที”“งั้นก็ตามใจคุณ แต่ระยะนี้พวกคุณคงต้องระวังตัวให้มากๆ หน่อยแล้วกัน หรือให้ผมมาอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนดีกว่ามั้ย” รุจารินฟังแล้วทำตาโต
“ไม่เอาน่า ก็แค่สิบล้านเอง เธออย่าทำเป็นเรื่องใหญ่ ลูกเขยเราน่ะรวยจะตาย เป็นถึงเจ้าของบริษัทใหญ่ เงินแค่นี้ขนหน้าแข้งเขาไม่ร่วงหรอกจริงไหม” ชายมากวัยพูดคล่อง“เธออย่ามาใจแคบคิดจะฮุบสินสอดลูกคนเดียวสิดาริน พี่กำลังเดือดร้อน แบ่งกันใช้นิดใช้หน่อยอย่าขี้เหนียวเลยนะ ยังไงยัยจ๋ามันก็ลูกพี่เหมือนกัน เขาให้สินสอดเท่าไหร่ล่ะ”“คุณมาทางไหนกลับไปทางนั้นเลยนะ” นางดารินเค้นเสียงเอ่ยอย่างโมโห รุจารินที่รู้สึกไม่ต่างกันต้องรีบเข้ามาประคองมารดาไว้อย่างเป็นห่วง“ว่าไงพ่อลูกเขย เงินนิดๆ หน่อยๆ แค่นี้ คงไม่ขัดข้องใช่ไหม”“นี่!” รุจารินฟังแล้วหน้าม้าน ไม่คิดว่าบิดาจะเห็นแก่ตัวขนาดนี้“ไม่หรอกครับ”“พี่เบสคะ” รุจารินเรียกอย่างตกใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาดุๆ ของเขาก็นิ่งไป เขาคงจะสมเพชเธอหรือไม่ก็โกรธที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้“เห็นไหมดาริน ลูกเขยเราว่าง่ายจะตายไป งั้นก็โอนสินสอดเข้าบัญชีพ่อตอนนี้เลยก็ได้ใช่ไหมลูก” นายปิยะกระหยิ่มยิ้มย่องไม่คิดว่าทุกอย่างจะง่ายดายแบบนี้“คงไม่ได้ครับ เพราะสินสอดนั่นผมเคยบอกแล้วว่าจะให้กับคนที่คู่ควรจะได้รับเท่านั้น และคนคนนั้นก็คือคุณแม่ของจ๋าที่เลี้ยงดูเธอมา แต่สำหรับคุณท