“เธอเป็นแฟนตองเก้างั้นเหรอ? ระวังเขาไว้ให้ดีละ อย่าเผลอนะ เพราะฉันจะไม่ยอมปล่อยเขาให้กับเธอไปง่ายๆ ”นัตตี้ท้าทายฉันด้วยคำพูดและสายตา ฉันจึงเหยียดยิ้มร้ายเมื่อได้ฟัง และหลงลืมกระทั่งความอาย เพราะไม่ต้องการให้อีกฝ่าย มายืนต่อว่าฉันแค่เพียงข้างเดียว....“ไม่ปล่อยให้ฉันง่ายๆ แล้วไง...ในเมื่อฉันจะ ‘เอา’...และรู้ด้วยว่าเขาน่ะโคตรวิเศษ อีกทั้งยังเด็ดมากจนฉันต้อง 'ซี้ด' ปากตาม เธอไม่ต้องถามนะว่าฉันรู้ได้ยังไง ของเก่าสนิมขึ้นจนเขลอะอย่างเธอ ว่างๆ ก็ไปเคาะสนิมออกเสียบ้าง ส่วนของใหม่อย่างฉันเขาคงติดลิ้นและติดใจไปอีกนาน รอให้ฉันใช้งานเขาเบื่อเมื่อไหร่ ปลาเน่าอย่างเธอ ค่อยมารับเขากลับคืนไปก็แล้วกัน”“ กรี๊ดดดด! อีบ้า! แกกล้าด่าฉันว่าปลาเน่างั้นเหรอ นี่แน่ะ!...”นัตตี้กรีดร้อง และยกมือของเธอขึ้นทำท่า จะฟาดลงมาที่ใบหน้าของฉัน แต่ฉันก็ไวพอที่จะงอขา แล้วยันเข้าไปที่หน้าท้องของเธอ จนหงายหลังล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น และคงจะจุกจนลุกไม่ขึ้น ท่ามกลางสายตาตื่นตกใจของทุกคนตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยทำร้ายใครเลยสักครั้ง จนกระทั่งได้มาเจอกับยายนัตตี้ ที่ทำให้สัญชาตญาณของการป้องกันตัวของฉันผุดขึ้นมาได้“พอได้แล้วอ
มือใหญ่ถกกระโปรงของฉันร่นขึ้นไปไว้ที่ด้านบน ก่อนรูดรั้งกางเกงชั้นในออกไปจากปลายเท้า ทั้งที่ริมฝีปากของเราก็ยังไม่ละไปจากกันในระหว่างนั้น ฉันก็ช่วยเขาปลดกระดุมเสื้อออกให้ แต่มันก็ไม่ทั้งหมด จากนั้นจึงเลื่อนมือลงไปปลดเข็มขัด จนได้เห็นขนาดของความเป็นชาย ที่ผงาดออกมา ให้ฉันสัมผัสกับมันได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งเมื่อเจ้าตัวเขาร้องคราง ฉันก็ยิ่งรูดรั้งกายแกร่งของเขาไม่ยั้ง อย่างรู้สึกมันเขี้ยว“โอ้วเสียว...อันนา~~อื้ออ...เธอจะทำให้ฉันแตกคามือ ของเธอให้ได้เลยรึไงฮะ...อ๊า!...ซี้ด~~ฉันเสียวใจจะขาดอยู่แล้วนะ...”เขาผละจากหน้าอกขึ้นมาสูดริมฝีปากลากยาว ก่อนกัดฟันตัวเองแน่นๆ ตอนพูด ฉันจึงหยุดการกระทำช่วงล่าง พลางเลื่อนมือบางขึ้นไปลูบไล้สัมผัส กับมัดกล้ามตามร่างกาย ที่ตอนนี้มันกำลังชื้นไปด้วยเหงื่อของเขา“อ๊ะ!..ตองเก้า..ซี้ด~~อื้อ”ฉันสะดุ้งร่างครางอือ เมื่อถูกนิ้วมือร้ายกาจของอีกฝ่าย ละเลงตรงจุดกระสันกลางกาย ก่อนเคลื่อนเข้าไปรูดรั้งด้านในให้อย่างถี่รัว แถมเจ้าตัวยังขบเม้ม และดูดดึงปลายถันทั้งสองข้าง สลับกันไปมาจนทำให้ฉันรู้สึกได้ว่า“อ๊าย!..ตองเก้า...ฉะ..ฉันจะเสร็จ!อื้อออ”ฉันเผลอร้องครางอย่างลืมอา
ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์ที่ฉันได้เป็นอิสระจากตองเก้า เจ้าตัวบอกกับฉันว่าเขาจะไปทำธุระสำคัญ และฉันก็ไม่ได้ถามว่ามันคืออะไร เพราะฉันเองก็ไม่อยากรู้เรื่องของเขามากมายขนาดนั้นปี๊ดดด...ปี๊ดดด...ปี๊ดดด...เสียงกดคีย์วิทยุลากยาวติดกันทั้งสามครั้ง นั่นทำให้ฉันรู้ว่ากำลังมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในเวลานี้ฉันเด้งตัวลุกขึ้นจากที่นอนทันที พร้อมกับที่เงียหูฟังอย่างใจจดใจจ่อ( เกิดเหตุ ว.241 (ถูกฆ่าตาย) มีคนพบศพผู้เสียชีวิต เป็นชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบปี ที่บริเวณหมู่บ้านร้างxxx และคาดว่าอาจจะถูกทำร้าย จนเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามวัน หากลูกข่ายผู้ใดว่างเว้นก็ขอให้มา ว4.( ปฎิบัติ )ร่วมกัน ณ.จุดเกิดเหตุเวลานี้ด้วยเปลี่ยน )ปัง ปัง ปัง!...“ อันนา! มีคนพบศพคนตายที่บ้านร้าง ”พี่อุนมาเคาะประตูห้องร้องเรียกฉันเหมือนทุกครั้ง เขาคงฟังรายงานมาจากวิทยุสื่อสารเช่นเดียวกัน ฉันเดินไปเปิดประตูค้างไว้ ก่อนพูดแซวพี่ชายกลับไปขำๆ“ฉันได้ยินแล้ว...ร้องโวยวายทำเป็นเจ๊กตื่นไฟไปได้ ยังกับไม่เคยเจองั้นแหละ ”“พี่น่ะเคยเจอ และเคยทำมาทุกอย่าง แต่แกสิยังไม่เคย พี่ถึงจะมาบอกแกไงว่าเคสนี้แกยังไม่ต้องไป ”“ อ้าว...ไหงงั้นล่ะ ไม่
ขณะที่รถของพี่ชาย กำลังจอดติดไฟแดงอยู่ จู่ๆ ฉันก็หันไปเห็นตองเก้า ในขณะที่เขากำลังเลื่อนกระจกลงมาเพื่อสูบบุหรี่ เหมือนอย่างที่เจ้าตัวเขาชอบทำ ในยามที่รถต้องจอดติดไฟแดงนานๆ แบบนี้ และที่นั่งด้านข้างของเขา ก็มีผู้หญิงผิวขาวและผมยาวคนหนึ่ง ซึ่งมีใบหน้าสะสวยนั่งมาด้วยกัน...แล้วฉันต้องคิดยังไง?ขนาดรถของพี่ชายติดกระจกใส ที่สามารถมองทะลุเห็นกันได้ แต่ฉันก็ยังไม่อยู่ในสายตาของเขา…ตองเก้ากำลังทำผิดสัญญา...เพราะธุระสำคัญที่เขาว่า...คือการแอบไปหาผู้หญิงอีกคน...ตองเก้าก็แค่อยากเอาจะคืนจากพี่ชายของฉันเท่านั้น ถึงแม้เขาจะบอกกับใครๆ ว่าเราสองคนเป็นแฟนกัน แต่มันไม่สามารถจะการันตีอะไรให้ฉันได้เลย เพราะทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นระหว่างเรา มันคือความไคร่ที่ไม่ใช่ความรักเลยสักนิด...อย่าคิดมากไปเลยอันนา...ฉันได้แต่ปลอบตัวเองในใจ...ถึงแม้เขาจะเป็นผู้ชายคนแรก แต่คงไม่ใช่ผู้ชายคนสุดท้ายในชีวิต...จากที่เคยคิดเอาไว้ว่า...อย่าได้แคร์... แต่ส่วนลึกที่อยู่ในใจดวงนี้ของฉัน มันกำลังรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน...“บังเอิญจริงๆ ตอนที่รถของเราจอดติดไฟแดงอยู่ แกได้เห็นไอ้เก้ากับผู้หญิงในรถของมันนั่นมั้ย?”เสียงของพี่
เมื่อเราต้องประจันหน้ากันอีกครั้ง ฉันคงต้องตั้งสติ แล้วพูดจาดีๆ กับนัตตี้ เพราะไม่อยากให้มีเรื่องบาดหมางต่อกัน อย่างไม่มีวันสิ้นสุด“ฉันกับตองเก้า เราไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้อง หรือต้องเกี่ยวพันกันอีกแล้ว หากเธอจะกรีดหน้าฉัน เธอก็ต้องตามไปกรีดหน้าผู้หญิงทุกคน ที่อยู่ในสต็อกของเขาทั้งหมดเลยนั่นแหละ แต่ฉันว่าเธอก็ออกจะสวยเลือกได้ สวยมากกว่าฉันตั้งหลายเท่า เราอย่ามาทะเลาะกันเพราะเรื่องของตองเก้าน่าจะดีกว่ามั้ย? ยังมีผู้ชายหน้าตาดี ที่รอให้เราเลือกได้อีกตั้งหลายคน เธอต้องมีสตินะนัตตี้ ”“ เออใช่...ฉันก็เห็นด้วยกับที่ยัยนี่พูดนะนัตตี้ ” เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มออกความเห็นเชิงเอนมาทางฉัน แต่ก็ถูกนัตตี้สวนกลับมาทันควัน“ หุบปาก!ฉันไม่ได้อยากฟังความเห็นจากแก ” ว่าเพื่อนแล้ว นัตตี้ก็เลื่อนสายตามาที่ฉันเหมือนเดิม“ฉันไม่เชื่อแกหรอก ฉันรักตองเก้า และเขาต้องเป็นของฉันแค่เพียงคนเดียว แกไม่มีวันแย่งคนที่ฉันรักไปจากฉันได้ เพราะฉะนั้น ฉันจะกรีดหน้าแกให้เละ แล้วดูสิว่าเก้าเขาจะยังสนใจแกอีกไหมฮ่ะๆ ”นัตตี้เงยหน้าขึ้นหัวเราะราวกับคนบ้า และเดินย่างสามขุมเข้ามาหาฉันช้าๆ ด้วยนัยน์ตาน่ากลัว"อันนา อีห่านี่มันเป็นบ้
ฉันกับหลินซีชะงักร่าง เมื่อคนที่เราเดินตามหลัง ต่างพากันหยุดเดินอย่างกะทันหัน จนทำให้เราทั้งคู่รู้สึกแปลกใจ แต่เมื่อมองตามสายตาของพวกเขาเข้าไปในร้านผ่านกระจกใส ฉันจึงเข้าใจว่าทำไมคนที่เดินนำหน้าถึงได้พากันหยุดเดินเพราะตองเก้า กำลังนั่งอยู่ในร้านกับผู้หญิงผมยาวคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับที่ฉันเห็นเมื่อวันก่อน ตอนที่รถของเราได้จอดติดไฟแดงพร้อมกันฉันรู้สึกชาไปทั่วร่าง เมื่อเห็นคนทั้งคู่อยู่ด้วยกันอีกครั้ง ทั้งอย่างนั้นเมื่อตองเก้าหันมาเห็นเรา สีหน้าของเขากลับแสดงอาการไม่พอใจ แล้วเขามีสิทธิ์อะไรถึงได้ทำแบบนั้น แทนที่จะเป็นฉันเพราะได้เห็นตำตา ว่าธุระที่เขากำลังทำอยู่นั่น มันสำคัญกับเขามากแค่ไหนตองเก้าหันไปพูดอะไรบางอย่างกับผู้หญิงของเขา ก่อนลุกขึ้นเเล้วเดินตรงปรี่ เข้ามาที่กลุ่มของเราทันทีหลังจากนั้นหลินซีจับมือฉันบีบแรงๆ เพื่อแสดงให้ฉันรู้ ว่ามันกำลังโกรธแทนฉันอยู่ และฉันก็รู้ดีแต่เลือกที่จะไม่แสดงอาการ ให้อีกฝ่ายจับได้ว่าฉันกำลังรู้สึกยังไงฉันพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ และเก็บอาการไม่พอใจเขาเอาไว้เงียบๆตองเก้าเดินผ่านเพื่อนของเขาทั้งสองคนเข้ามาหาฉัน นอกจากสายตาที่มองกันอย่างไม่พ
เมื่อได้ยินเสียงนกหวีด ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังผมจึงชะงักขา ข้างที่กำลังพาดขึ้นไปบนรั้วค้างเอาไว้อย่างนั้น ก่อนจะหันไปมองซึ่งมันก็คือตำรวจของจริง ที่ไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์ และพากันมาเร็วมากจนผมไม่อยากจะเชื่อสายตา“หยุดนะไอ้หนู! ถ้าไม่ลงมา จะหาว่าฉันไม่เตือนไม่ได้นะ ”จ่าคนหนึ่งตะโกนบอกพร้อมกับออกคำสั่ง และในจังหวะนั้นเอง ที่ผมต้องกระโดดลงมายืนอยู่บนพื้นด้านล่างอย่างจำใจ ก่อนถูกตำรวจอีกนายเข้ามารวบแขนของผมไพล่หลัง แล้วใส่กุญแจมือทันทีโดยที่ไม่ฟังเหตุผลอะไร“เฮ้ยจ่า!...นี่ถึงขนาดใส่กุญแจมือผมเลยเหรอ...ผมไม่ใช่คนร้ายนะครับ”“จับไปเลยค่ะจ่า จ่าเองก็เห็นกับตา ว่าเขากำลังจะปีนรั้วเข้ามาทำมิดีมิร้ายหนู เผลอๆ อาจเคยก่อเหตุแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง ดีนะคะที่จ่าอยู่ใกล้ ไม่งั้นหนูอาจตกเป็นเหยื่อรายต่อไป ของไอ้โจรบ้ากามนี่ก็ได้ ”อันนากำลังใส่ความ ในข้อหาที่ว่าผมเป็นโจรบ้ากาม...แล้วตำรวจทั้งสองนายก็เชื่อเธอตามนั้น“ผมเป็นแฟนกันครับจ่า และกำลังมาง้อเธอเพื่ออธิบายเรื่องที่ผมทำให้เธอเข้าใจผิด ผมไม่ได้คิดจะเข้าไปทำร้ายเธอจริงๆ นะครับ”ผมพยายามอธิบาย แต่อันนากลับส่ายหน้าปฎิเสธทุกอย่าง ส่วนตำรวจก็ไม่ยอมรับฟั
หลังจากจบงานแสดงคอนเสิร์ตของนักร้องเกาหลี อันนาจึงนั่งรถเท็กซี่กลับมาที่บ้านของหลินซีพร้อมกัน และในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะเข้าประตูรั้วบ้าน พวกเราจึงเริ่มทำตามแผนการทันทีผมออกมาจากที่ซ่อนด้านข้าง แล้วพุ่งเข้าไปขวางหน้าอันนาเอาไว้ เจ้าตัวเบิกตากว้างอย่างรู้สึกตกใจ ก่อนหมุนตัววิ่งไปอีกทาง แต่ผมก็ไวพอที่จะคว้าร่างของเธอเข้ามา แล้วอุ้มพาดบ่าของผมทันที ก่อนจะมีใครผ่านมาเห็น เพราะนั่นอาจทำให้เป็นเรื่องใหญ่ส่วนต้นไทรรวบร่างของหลินซีจากทางด้านหลัง เพื่อไม่ให้ยัยนั่นส่งเสียงดังมันจึงปิดปากเธอไว้ แล้วหลังจากนั้นผมก็ไม่ได้สนใจจะมอง เพราะผมก็ต้องจัดการกับผู้หญิงของตัวเองด้วยเหมือนกัน“ ไอ้บ้า!..ปล่อยฉันนะตองเก้า!...”อันนาโวยลั่นพร้อมกับใช้กำปั้น ทุบลงบนหลังของผมไม่ยั้งอีกทั้งยังขัดขืนดิ้นรน แต่ผมก็ไม่มีเวลามาคอยสนใจ เพราะต้องรีบยัดตัวเธอเข้าไปในรถตู้ที่เอาไว้ใช้สำหรับกู้ภัย เมื่อตีหนึ่งได้ยินเสียงปิดฝาท้าย มันจึงกระชากรถออกไปให้ทันทีทำไมผมถึงได้ใช้รถตู้ของมูลนิธินั่นนะเหรอ?ก็เพราะว่าหากเราเจอเหตุการณ์ซึ่งหน้า เราจะสามารถช่วยเหลือคนเจ็บที่ได้รับอุบัติเหตุได้ทัน เพราะในนั้นมีอุปกรณ์ที่เตรียมเอ
[ตองเก้า...จากต้นไทรวอสองเปลี่ยน]ผมได้ยินเสียงเรียกชื่อของตัวเองดังมาแต่ไกล แต่เป็นความรู้สึกที่คลับคล้ายกับกำลังกึ่งหลับกึ่งตื่น...แล้วผมก็พยายามฝืนที่จะลืมตา[ไอ้เก้า!...มึงมัวทำห่าอะไรอยู่วะ...ทำไมมึงถึงไม่พาน้องมันมาสักที..กูกับหลินนั่งรอพวกมึงมาชั่วโมงกว่าๆ อีกสิบห้านาทีถ้ามึงยังไม่มา หลินบอกว่าจะไปหาอันนาที่เต๊นแล้วนะเว้ย]เสียงของไอ้ต้น! ที่เป็นคนเรียกชื่อผมดังออกมาจากวิทยุสื่อสาร นั่นจึงทำให้ผมรีบหันไปคว้ามันมากดคีย์รับ"เออโทษทีว่ะ...อากาศกำลังดีมันเลยทำให้กูเผลอหลับไปพร้อมกับอันนา"[ มึงคิดว่ากูไม่รู้เลยงั้นสิ...ไอ้สันดาน ]"เออตามนั้น...ในเมื่อมึงรู้แล้วจะถามกูทำไม...บอกหลินด้วยว่าไม่ต้องมาเพราะกูกับอันนากำลังจะไป"ผมรีบตัดบทสนทนา ก่อนหันมองอันนาที่ลืมตาตื่นขึ้นมาพอดี"ไอ้ต้นมันเรียกวิทยุตามเราสองคนน่ะ" ผมบอกเจ้าของใบหน้าน่ารัก ก่อนก้มลงไปจุ๊บริมฝีปากของเธอทีหนึ่ง ซึ่งมันยังไม่น่าจะพอเพราะเมื่อผมผละออกมา อันนาก็รั้งต้นคอของผมให้ลงไปจูบกับเธออีกครั้งก่อนจะผละออก"ต่อกันไหม?...ฉันจะได้วิทยุบอกไอ้ต้นมันว่า ให้พาหลินไปเดินเที่ยวที่งานดนตรีกันก่อนไม่ต้องรอ""ขืนต่ออีกที ฉันคงได
วันสิ้นปี ณ.ที่เขาใหญ่{Unna part}เนื่องจากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับเราสองคนมากมาย จึงเป็นเหตุที่ทำให้การจัดกิจกรรม ของชมรมวิศวะไฟฟ้าคราวนั้นต้องถูกยกเลิกกลางคัน และหลังจากที่ทุกคนปรับความเข้าใจกันได้ ตองเก้าจึงจัดทริปเค้าดาวน์ที่เขาใหญ่เพราะเจ้าตัวเขาต้องการเอาใจฉันนั่นเองอยากรู้ใช่ไหมละ ว่าทำไมฉันถึงเลือกเค้าท์ดาวน์ข้ามปี ณ.ที่เขาใหญ่แห่งนี้..นั่นเป็นเพราะที่นี่มีงานลานดนตรีที่ถูกจัดขึ้นทุกปี แต่ฉันไม่เคยมีโอกาสได้มาสัมผัสกับบรรยากาศแบบนี้เลยสักครั้งซึ่งในบริเวณงานดังกล่าว จะมีพื้นที่ประมาณราวหนึ่งตารางกิโลเมตรเห็นจะได้ บริเวณด้านในจะประกอบไปด้วยเวทีต่าง ๆ ที่เอาไว้สำหรับให้นักร้องทั้งหลายขึ้นไปเล่นคอนเสิร์ตให้คนที่ตั้งใจมาในงานนี้ได้ฟัง ซึ่งแต่ละเวทีก็ยังแยกประเภทของดนตรีแต่ละแนวอย่างเช่น Jazz Pop Rock หรือลูกทุ่ง กระทั่งรำวงย้อนยุค รวมไปถึงการระเล่นต่างๆ อย่างมากมายที่นี่จึงเป็นเสมือนจุดศูนย์กลางให้คนที่มีดนตรีในหัวใจได้มารวมตัวกัน เพราะมีเหล่าบรรดาศิลปินในดวงใจหลากหลาย ที่เราจะได้เห็นพวกเขามารวมตัวกันที่นี่นั่นเองและจุดที่เราเข้าพักก็จะอยู่ใกล้กับสถานที่ที่จัดงานลานดนตรี ซึ่งฉ
"ไม่ให้กลับ!...โอ๊ย!"ตองเก้าร้องเสียงดัง พลางทำหน้าแหยเพราะคงเจ็บแผลจากการเคลื่อนไหว ด้วยการใช้กำลังแขนของตัวเองมากเกินไป"ฉันบอกนายแล้วเห็นมั้ยว่าอย่าขยับ!..." ว่าแล้วฉันก็ค่อยๆ ประคองร่างใหญ่ให้นอนลงไปที่เดิม"ฉันไม่กลับแล้วก็ได้... ฉันขอโทษความจริงฉันไม่น่ายั่วให้นายโกรธเลย...เจ็บมากมั้ย?""เจ็บมาก..." เจ้าตัวพูดว่าเจ็บแถมยังเบะปาก จนฉันอยากจะขำพรืดออกมาเมื่อเห็นหน้าตาของเขา"สามวันที่เราไม่ได้เห็นหน้ากัน ทำฉันคิดถึงเธอมาก...จูบหน้าผากฉันหน่อยได้ไหม?"ตองเก้ากำลังอ้อนฉันด้วยการใช้คำพูดหวานๆ และมันก็ทำให้ฉันใจอ่อนกับเขาอีกตามเคย"แค่หน้าผากเองเหรอ?" ฉันถามขณะโน้มหน้าลงจูบหน้าผากตามที่เขาร้องขอ จากนั้นจึงถามเขาต่อว่า"พอไหม?" แต่ฉันไม่ได้รอคำตอบอะไร เพราะฉันค่อยๆ จูบไล่จากหน้าผากลงมาจนถึงริมฝีปากของเขา แต่จูบแค่เพียงเบาๆ"เอาอีก..."เห็นไหมละ...ว่าพอเจ้าตัวได้คืบก็จะเอาศอก ฉันจึงได้บอกเขาออกไปว่า..."พอก่อนนะ เพราะตอนนี้ฉันมีเรื่องที่จะถามนาย.." ฉันว่าพลางหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม"เรื่องอะไร?"“แหวนของนะโม อยู่กับแม่นายใช่ไหม ฉันอยากขอเอาไปคืนให้เขา”“อยู่ที่เอวา เอวาอาสาว่าจะเ
ฉันหยุดยืนอยู่หน้าห้องพิเศษของตองเก้าพลางสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ก่อนหันไปมองหน้าของนะโมเพื่อขอกำลังใจนะโมพยักหน้าให้พร้อมกับยกมือขึ้นเคาะประตูห้องเชิงต้องการขออนุญาตคนที่อยู่ด้านใน แต่ฉันยังไม่ทันได้เปิดประตูเข้าไป เมื่อคนที่อยู่ด้านในกลับเป็นฝ่ายเปิดออกให้เอง“อันนา!...อันนามาแล้วค่ะแม่”เอวาร้องลั่นราวกับดีใจนักหนาเมื่อเห็นว่าเป็นฉัน ก่อนหันไปบอกคนเป็นมารดาที่นั่งอยู่บนโซฟาพร้อมกับบิดาของเธอเรายกมือขึ้นไหว้พวกท่านพร้อมกัน และเมื่อเห็นว่าท่านรับไหว้ฉันกับนะโมจึงเดินตามหลังเอวาไปนั่งด้วยกันที่โซฟา แต่ทว่า..อยู่คนละฝั่ง และฉันเป็นคนที่ได้นั่งอยู่ตรงกลางทุกคนในครอบครัวของตองเก้ารู้เรื่องราวของนะโมทุกอย่าง โดยผ่านการบอกเล่าจากฉันเมื่อสามวันที่ผ่านมา"เราใช่ไหมที่มีชื่อว่านะโม?..."แม่ของเอวาเลื่อนสายมาที่นะโมตอนถาม เพราะเมื่อสามวันก่อนตอนที่พวกเราอยู่โรงพยาบาล พวกท่านยังไม่ทันได้สังเกตใคร นอกฉันกับคนเป็นลูกชายของท่านเท่านั้น"ครับ.." นะโมตอบกลับสั้นๆ พอได้ยินอย่างนั้นท่านจึงได้พูดกับเขาในประโยคต่อไปอีกว่า"ครอบครัวของเราขอขอบใจเธอมากนะ ที่ได้ช่วยชีวิตลูกชายของเราไว้ แล้วยังพาเขามา
เวลาแต่ละนาทีที่ผ่านไปทำให้ฉันรู้สึกว่ามันช่างยาวนานเหลือเกิน จากชั่วโมงหนึ่งกลายเป็นสองสามสี่ และในชั่วโมงที่ห้านั่นเองที่ฉันได้เห็นร่างของหมอใหญ่เปิดประตูออกมา แล้วบอกกับพวกเราทุกคนว่า“คนเจ็บพ้นขีดอันตรายแล้วครับ”ทุกคนเฮโลลั่นโรงพยาบาลประสานเสียงกัน จนถูกคุณหมอดุเข้าให้นั่นแหละถึงได้พากันเบาเสียงลงฉันเห็นคนเป็นพี่ชายพลอยดีใจร่วมไปกับคนอื่นๆ ด้วยเหมือนกัน ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนของทั้งสองคน มันยังคงไม่จืดจางฉันคิดว่าอย่างนั้นพี่อุนเดินมาโอบไหล่ฉันเชิงให้กำลังใจ ขณะเดียวกันก็ดึงฉันเข้าไปกอด ก่อนจะผละออกมาพูดว่า“แกกลับไปอาบน้ำก่อนดีกว่า ดูเสื้อผ้าของแกมีแต่เลือดอยู่เต็มไปหมด หมอบอกว่าไอ้เก้ามันพ้นขีดอันตรายแล้ว เราแค่รอให้มันฟื้นหมอถึงจะอนุญาตให้เราเข้าเยี่ยมมันได้"หลังจากที่พี่ชายบอกฉัน หลินซีก็เข้ามาพูดในทำนองเดียวกัน“ฉันก็คิดแบบพี่อุลนะ แกกลับไปอาบน้ำพักผ่อนก่อนเถอะ มอมแมมเป็นลูกหมาเลย”ฉันรับฟัง แต่ยังไม่ขยับไปไหน เนื่องจากฉันกำลังสอดส่ายสายตาเพื่อมองหาใครบางคน“หลิน... นะโมละเขาไปไหน แกเห็นเขาไหม?” ฉันเอ่ยถามเอากับเพื่อนสนิทเพราะคิดว่ามันน่าจะรู้ดี“นะโมกลับไปเอารถที่ห้าง
เราสองคนช่วยกันพยุงตองเก้าให้นอนราบไปกับพื้นรถทางด้านหลัง และนะโมยังจับดูชีพจรของตองเก้าอย่างตั้งอกตั้งใจ โดยที่เราสองคนแทบไม่ได้พูดอะไรกันเลยนะโมเปิดกระเป๋าร่วมยาแล้วล้วงเอาผ้าก๊อต มาปิดปากแผลให้ตองเก้าที่ด้านหน้า จากนั้นเราจึงช่วยกันพลิกร่างหนาเพื่อทำแผลให้เขาที่ด้านหลังเจ้าตัวทำหน้าแหยทุกครั้งนั่นแหละแต่ทว่ากลับไม่มีเสียงร้อง ผิดกับฉันที่มีน้ำตาไหลนองออกมา โดยไม่มีทีท่าว่ามันจะหยุดไหลได้สักทีเมื่อปฐมพยายาบาลเบื้องต้นให้คนเจ็บเสร็จสรรพ ฉันจึงแจ้งทางศูนย์กลับไปว่า เราได้นำตองเก้าขึ้นรถกู้ชีพของเขาไปส่งโรงพยาบาลให้เอง โดยสั่งการให้ศูนย์ช่วยประสานกับทางโรงพยาบาลว่าให้เตรียมทุกอย่างไว้รอพอได้ยินเสียงฉัน พี่อุลจึงขึ้นความถี่เรียกขาน ทั้งอย่างนั้นเวลานี้ฉันไม่มีกะจิตกะใจจะพูดอะไรกับใครทั้งนั้น อะไรจะเกิดขึ้นก็ช่างมันฉันไม่แคร์ เพราะฉันสนแค่คนที่อยู่ในอ้อมแขนของฉันในตอนนี้เท่านั้นเองนะโมให้ฉันเอาผ้าสะอาดที่มีในกระเป๋า กดทับบาดแผลของตองเก้าเอาไว้อีกชั้น เพื่อกันไม่ให้เลือดไหลออกมามาก จากนั้นเขาจึงใช้ผ้าด้ายดิบผืนใหญ่ที่มีไว้สำหรับห่อคนตาย แต่มันยังไม่ผ่านไช้งาน มาห่มให้ตองเก้าเพราะเราไ
ปัง!...ปัง !เสียงปืนดังขึ้นสองนัดติดกัน ฉันถูกเกี่ยวเอวแล้วล้มลงไป พร้อมกับมีร่างใหญ่ของอีกคนทับฉันไว้ที่ด้านบนมีอะไรเกิดขึ้นกับเราทั้งสองคนงั้นเหรอ? “อันนา...เธอ...ปลอดภัยใช่ไหม?”ตองเก้าผงกหัวขึ้นมาถามฉันด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทั้งที่เขายังทับร่างของฉันอยู่ ถึงฉันจะจุกจนพูดไม่ออกแต่ก็พยายามเปล่งเสียงบอกเขากลับไปว่า“ฉันไม่เป็นไร..”พอได้ยินอย่างนั้นตองเก้าจึงใช้แขนยันตัวเองขึ้น ก่อนพลิกร่างใหญ่ออกไปนอนแผ่หลา ขณะที่ทำสีหน้าคล้ายกำลังเจ็บปวดจากอะไรสักอย่าง และฉันก็ได้เห็นเลือดที่ติดอยู่กลางลำตัวของเขาซึ่งเราทั้งสองคนเหมือนกันเพียงแต่ฉันไม่รู้สึกเจ็บเท่านั้นเองเสียงปืนที่ดังขึ้นติดกันสองนัดเมื้อกี้ มีเราสองคนที่เป็นเป้าหมาย...ใช่ไหม? รึยังไง?“ตองเก้า!...นายถูกยิง!” ฉันอุทานเสียงดังอย่างรู้สึกตกใจ ก่อนช้อนแขนเข้าไปประคองศรีษะของเขาขึ้นมาวางไว้บนตักของฉัน จากนั้นจึงใช้ฝ่ามือลูบไปทั่วใบหน้าขณะเดียวกันก็ตบแก้มเขาเบาๆ เชิงต้องการให้เขามีสติ“นายต้องไม่เป็นอะไร อดทนไว้นะตองเก้า...ฮื่อๆ ”ฉันร้องไห้ก่อนวางมือบางบนหลังมือใหญ่ ที่เขาใช้กดทับบาดแผลของตัวเองเอาไว้ทั้งสองข้าง ทั้งอย่างนั้นมัน
เราสองคนคุยกันถึงเรื่องทั่วไปมากมาย จนมาถึงเรื่องที่ฉันตั้งใจจะถามเขา...“อีกเดือนกว่าๆ มหาลัยของฉันก็จะปิดเทอมแล้วนะ ฉันอยากไปเที่ยวหานายที่อเมริกาบ้างน่ะ แล้วถ้าฉันไปนายพอจะมีเวลาว่างพาฉันเที่ยวที่นั่นบ้างได้ไหม?""ได้อยู่แล้วสิ...ไม่เห็นต้องทำหน้าเกรงใจแบบนั้นเลยนี่""ก็เราปิดเทอมไม่ตรงกัน ถึงตอนนั้นนายก็คงจะเรียนหนักมาก..งั้นฉันเปลี่ยนใจไม่ไปแล้วดีกว่า ”"เวลาของฉันทั้งหมดเป็นของเธอ...อันนา""..!!!.."ฉันเบิกตากว้างพร้อมกับอ้าปากค้าง เมื่อได้ฟังคำพูดของผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันเพราะตั้งแต่นะโมเปิดเผยความรู้สึกที่มีให้ฉัน คำพูดของเขาก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปพอๆ กับสายตาแต่เชื่อไหมละว่า...คำพูดคำจาและสายตา ที่มองฉันมาอย่างลึกซึ้งของอีกฝ่าย กลับไม่เคยทำให้หัวใจของฉันหวั่นไหว ซึ่งไม่เหมือนกับคำพูดและสายตาของใครบางคน ทั้งที่คำพูดเหล่านั้นมันไม่ใช่ของจริง“ตอนแรกฉันก็คิดว่าจะแก้แค้น แต่เมื่อได้ใกล้ชิดเธอทีไรมันกลับทำให้ฉันลืมทุกอย่าง ลืมกระทั่งสิ่งที่ตั้งใจจะทำกับเธอ แล้วเผลอใจไปรักเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ อันนา...เธอช่วยให้โอกาสฉันได้แก้ตัวใหม่กับเธออีกครั้งได้ไหม? ”ตอนนี้คำพูดของตอ
“มึงคิดว่าน้องกูยังอยากจะคุยกับมึงอยู่อีกรึไง...มึงรีบกลับบ้านของมึงไปซะ ก่อนที่กูจะทนเห็นหน้ามึงไม่ได้”ไอ้อุลมันว่าผมเสียงเข้มและเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่ทว่าผมก็คงโกรธมันไม่ได้อยู่ดี“กูยอมรับว่ากูรักอันนา และไม่ได้คิดกับน้องของมึงอย่างที่กูได้พูดออกไป เป็นเพราะกูเข้าใจมึงผิด กูขอโทษ” ผมอยากให้มันหายโกรธจึงยอมลดตัวขอโทษมันก่อน และไอ้อุลมันก็ได้ย้อนผมกลับมาในเวลาเดียวกัน“กูไม่รับ! มึงรีบกลับบ้านไปเลยไป๊ บอกเอวาด้วยว่าไม่ต้องเสียเวลาโทรมาหากูอีก เพราะถึงยังไงกูก็ไม่ยกโทษให้พวกมึงทั้งคู่ ต่างคนต่างอยู่มึงกับกูไม่เคยรู้จักกัน รวมถึงอันนาน้องกูนั่นก็ด้วย”“มึงจะโกรธเกลียดกูกูไม่ว่า แต่กูอยากเจออันนาก่อน” “ตอนนี้น้องกูไม่อยู่! มึงฟังกูพูดไม่รู้เรื่องรึไงวะ!” ไอ้อุลตะเบงเสียงดังใส่ แต่ผมไม่สนใจจะฟัง และยังคงถามมันกลับไปอย่างใจเย็น“แล้วอันนาไปไหน?”เพราะคิดว่าไอ้อุลมันกำลังกันท่า อีกทั้งไม่รู้ด้วยว่าที่มันบอกผมออกมานั่นจะจริงแท้สักแค่ไหน มันเกลียดผมเข้าไส้มันจึงพยายามกันผมออกไปให้พ้นจากน้องสาวของมันเท่านั้นที่ผมเข้าใจ“ในเมื่อมึงอยากจะรู้มากนักเป็นงั้นกูบอกมึงก็ได้ ว่าอันนาไปดูหนังกับผ