ญาดาตั้งนาฬิกาตีห้าเพื่อลุกขึ้นปลุกคนที่นอนกอดตนเองไม่ยอมห่าง เธอไม่ชินและอึดอัด ทว่าพริษฐ์ดูจะพอใจที่ได้เบียดชิดกับเธอทั้งคืน แต่เมื่อเรียกแล้วเขย่าแขนเบาๆ ชายหนุ่มก็ลืมตาขึ้นโดยง่าย หากกว่าจะยอมลุกออกไปก็จูบแก้มเธอซ้ำไปมาทั้งสองข้างจนญาดาคิดว่าแก้มตัวเองคงช้ำและแดงเถือกไปหมดเพราะฤทธิ์หนวดเคราที่ครูดลงมาของอีกฝ่ายหญิงสาวนอนต่อกระทั่งหกโมงเช้าแล้วลุกขึ้นทำความสะอาดเก็บกวาดห้อง อาบน้ำแต่งตัว ลงไปหาซื้อโจ๊กกับน้ำเต้าหูเอาไว้เผื่อแม่กับน้องๆ กลับมาซักผ้า เตรียมรอรับแม่ที่โทรมาตอนแปดโมงว่าลงรถแล้วกำลังต่อแท็กซี่มา ครู่หนึ่งท่านก็โทรมาบอกว่าถึงด้านล่างแล้วเธอจึงลงไปรับเมื่อเจอมารดาญาดาก็กอดอีกฝ่ายแน่น แม่วรรณาของเธอตัวเล็กลงไปกว่าเดิม ค่อนข้างผอมไม่ค่อยเต็มอิ่มเหมือนตอนสมัยเธอเรียนมหาวิทยาลัย ทั้งยังคล้ำลงมาก ทว่าแววตาของแม่มีความสุข เธอก็รู้สึกมีความสุขตามไปด้วย น้องสองคนของเธอคือญารินดาอายุเก้าขวบ กับชนาธิปอายุแปดขวบ และกล้าพูดคุยกับเธอมาตั้งแต่เล็กๆ ทั้งคู่“ญาอยากมาอยู่กับพี่พริกจ้ะแม่”สาวน้อยพูดขณะกินอาหารเช้า ทุกครั้งที่มาอีกฝ่ายจะบอกแบบนี้เสมอ ต่างจากน้องชายที่ดูเฉยๆ น่าจะเพราะไม
มารดาของเธอเตรียมอาหารไว้รอ ญาดาได้กลิ่นแล้วก็เข้าไปเปิดดูนั่นนี่อย่างปลาบปลื้ม ระหว่างที่น้องสองคนสลับกันอาบน้ำ กับข้าวห้าอย่างเต็มไปด้วยของที่เธอชอบ หญิงสาวเข้าไปกอดหอมแก้มแม่แล้วยิ้มกว้าง“อยากกินแล้วอะ”แม่ยิ้มแล้วลูบแก้มสองข้างของเธอก่อนบอก“หน้าแดงเชียว นั่งเฝ้าน้องตั้งแต่แดดยังจ้าอยู่ เดี๋ยวไม่สบายขึ้นมาล่ะแย่เลย”“ไม่หรอกค่ะ พริกนั่งในร่ม แดดก็อ่อนลงบ้างแล้วด้วย”เธอยิ้มกว้างอย่างไม่ใส่ใจนักแล้วดื่มน้ำแดงที่แม่ผสมเอาไว้ให้ ท่านทำเผื่อแก้ร้อนให้น้องๆ ตั้งแต่ช่วงกลางวัน ขณะเดียวกันน้องสาวที่ยังไม่ได้อาบน้ำก็เดินเข้ามาในห้องครัว“แม่ไปดุธิปหน่อยสิจ๊ะ ยังเล่นน้ำอยู่เลย เรียกเท่าไรก็ไม่ยอมออกมา”สาวน้อยหน้างอแล้ววิ่งมาเปิดดูอาหารบนโต๊ะ กับวิ่งไปยังหม้ออีกสองหม้อที่เตาเหมือนญาดา ขณะที่แม่ของเธอขยับตัวกำลังจะออกไปจากส่วนครัว แต่แล้วก็ต้องชะงัก“โห เยอะมาก แม่ทำเผื่อแฟนพี่พริกด้วยใช่ไหมจ๊ะ พี่วินจะมากินข้าวเย็นกับเราด้วยใช่ไหม”ญารินดาตาวาวพร้อมถาม ทว่าคนเป็นพี่สาวกลับตัวแข็งทื่อ มองน้องสาวอย่างไม่คาดคิด แล้วเหลือบไปทางมารดาซึ่งขมวดคิ้วมองเธอด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถาม“ทำไมคิดแบ
น้องชายของญาดาชอบพริษฐ์มากถึงขั้นอ้อนขอตามไปนอนด้วย มารดาของเธอพยายามห้ามเพราะเกรงใจชายหนุ่มทว่าอีกฝ่ายกลับเอ่ยอย่างไม่ทันคิดอีกครั้ง‘ไม่เป็นไรครับคุณน้า ห้องผมอยู่ข้างๆ นี่เอง’เป็นอีกครั้งที่ญาดาเห็นมารดาชะงัก แต่ท่านก็ถอนหายใจราวกับปลงตก ส่วนเธอได้แต่ส่งสายตาดุคนชอบพูดไม่คิด สุดท้ายชนาธิปก็ได้ไปนอนกับพริษฐ์สมใจ เช้าวันต่อมาญาดาก็โทรไปปลุกตามคำสั่งมารดา ท่านบอกว่าเกรงใจชายหนุ่ม ถ้าน้องยังง่วงมาให้มานอนต่อห้องเธอ ครู่หนึ่งเขาก็พาชนาธิปที่ยังมึนๆ ง่วงๆ มาส่ง มารดาจึงพาไปนอนต่อในห้องนอน“นอนหลับไหมล่ะ มีเด็กนอนด้วยน่ะ”เธอถามขำๆ เมื่อเห็นหน้าหล่อราวหลับไม่เต็มอิ่ม ผมยุ่งเพราะเพิ่งตื่นนอนแต่อีกฝ่ายก็เพียงแค่เสยลวกๆ“ดิ้นเอาเรื่องเลย”พริษฐ์ตอบ เธอจึงขำคิก ไม่ทันสังเกตสายตาคมที่หรี่ลงเล็กน้อยก่อนจะโน้มหน้าลงมาหอมแก้มเธออย่างรวดเร็วเสียงดัง ทำเอาหญิงสาวสะดุ้งยกมือกุมแก้มตัวเอง“อุ๊ยวิน...”ญาดาพึมพำแล้วรีบหันไปมองทางประตูห้องนอน กลัวแม่จะออกมาเห็นพอดี พอไม่เห็นใครก็หันกลับมาจะเอาเรื่องคนตัวโต ทว่าเขารู้ทัน ถอยออกไปยืนนอกประตูแล้ว แถมยังแตะมือกับปากตัวเองส่งจูบรัวๆ มาให้พร้อมยักคิ้วอย่างเ
“พริกคิดว่าแค่ส้อมจะทำอะไรติวได้เหรอ”“ได้ไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องเจ็บบ้างแหละ”เธอตอบหน้าตาย“เอาจริงเหรอ”คราวนี้คนที่มั่นใจในตัวเองพูดเสียงอ้อนพร้อมทำตาปริบๆ แม้อยากจะยิ้มขำแต่ญาดาไม่อยากให้ชายหนุ่มเห็นว่าเธออ่อนข้อ จึงเม้มปากแน่นแล้วพยักพเยิดให้เขาไปที่โซฟาพร้อมบอก“วินไปนั่งที่มุมโซฟา”คิ้วเข้มขมวดทว่าก็เดินไปนั่งตามที่เธอบอก ส่วนร่างบางเดินอ้อมโต๊ะตัวเตี้ยไปนั่งอีกมุมหนึ่ง มือยังถือส้อมหันมาทางเขา“รู้ใช่ไหมว่าวินทำผิด”“ครับ”ชายหนุ่มรับคำเสียงอ่อยแต่โดยดี“พริกไม่ชอบ ต่อไปห้ามทำอะไรแบบนี้ในที่สาธารณะ”“แต่เราเป็นแฟนกัน...”“ไม่ได้ก็คือไม่ได้”ญาดาสวนขึ้นด้วยสีหน้าไม่แคร์ ทำเอาพริษฐ์ถึงกับคิดหนัก“จับมือ โอบไหล่ล่ะ”เขาถามอย่างนึกสงสัยขอบเขตที่หญิงสาวต้องการ“แล้วแต่สถานการณ์ แต่อย่าพยายามจงใจทำเพื่ออวด หรือโชว์ใคร”ญาดาดักคอเอาไว้ก่อน แล้วก็เห็นอีกฝ่ายถอนหายใจหนัก“วินมีสิทธิ์อะไรบ้างเนี่ย”เธอยังไม่ได้พูดอะไรก็เหมือนชายหนุ่มจะนึกขึ้นมาได้เสียก่อน“ไม่มีสิทธิ์ข้างนอก แต่ในนี้มีสิทธิ์เต็มที่ใช่ไหม”คำถามพร้อมตาคมพราวระยับนั้นทำให้ญาดาคิดตามก่อนจะส่ายหน้า ให้สิทธิ์เต็มที่เธอจะไม่เ
ญาดาเป็นคนปลุกพริษฐ์ในตอนเช้าอีกเช่นเคย แม้จะไม่ค่อยชอบที่มีคนกอดเวลานอน เพราะนอนคนเดียวจนชินมาตั้งแต่เด็กๆ และเธอไม่เคยนอนกอดตุ๊กตาแม้จะมีอยู่บนเตียงก็ตาม มีไว้เป็นเพื่อนเสียมากกว่า ทว่าหญิงสาวก็พยายามปล่อยวางเพราะหากพูดไป พริษฐ์ก็คงไม่ยอมอยู่ดี ในเมื่อชายหนุ่มมานอนกับเธอก็เพื่อจะได้กกกอดซุกซบเธอขณะลิฟต์ของทั้งสองคนกำลังจะปิดลงก็ได้ยินเสียงร้องบอก“ไปด้วยครับ”พริษฐ์กดเปิดประตูรอ ขณะที่ญาดาขยับคิ้วสูงขึ้น เธอรู้ว่าเป็นใครและคิดว่าชายหนุ่มเองก็คงจำเสียงได้คนก้าวเข้ามาใหม่เป็นฝ่ายชะงักไปเมื่อเห็นเธอกับพริษฐ์ก่อนเขาจะยกมือไหว้เธอและชายหนุ่มญาดายิ้มบางก่อนจะถามออกไป“ไง ตื่นเช้าด้วยเหรอ”“ก็พี่บอกว่าไปทำงานบริษัทใหม่ให้ปรับปรุงตัว อย่าไปเฉียดฉิวเวลาเข้างาน ผมก็ต้องซ้อมตื่นก่อนสิครับ”ภาสกรบอกด้วยน้ำเสียงเซ็ง“จะได้ไม่โดนเพ่งเล็ง”เธอเกือบจะยิ้มแล้วหากอีกฝ่ายไม่แขวะพริษฐ์ หญิงสาวหันไปมองเขาตาดุแล้วกัดริมฝีปากล่างข่มขู่ ทว่าภาสกรกลับยักไหล่ พอเหลือบไปมอง พริษฐ์ชายหนุ่มก็เพียงแค่เหลือบมองเธอโดยไม่พูดอะไรกระทั่งมาอยู่ในรถตามลำพังเมื่อภาสกรแยกออกไปขึ้นรถของตัวเองชายหนุ่มจึงพูดขึ้น“หมอนั่
“งานเสร็จเร็วเหรอถึงมาส่งพริก”“อืม เคลียร์ได้ทันพอดี วินอยากมาส่งจะได้มารับกลับคอนโดถูก”เธอเหลือบมองอีกฝ่ายแล้วยิ้มบาง เข้าใจว่าเขาคงห่วงเพราะมีสังสรรค์ก็ต้องมีดื่ม และแม้ร้านที่นัดจะไม่ไกลจากที่ทำงานนัก แต่คนที่เพิ่งมาอยู่แถวนี้ไม่กี่เดือนอย่างพริษฐ์อาจไม่รู้จัก“พริกสัญญา จะจิบไวน์ไม่เกินสองแก้ว”พริษฐ์หัวเราะในลำคอ เหลือบมองเธอแวบหนึ่งแล้วยื่นมือข้างหนึ่งวางจับหัวเธอโยกเบาๆ ควบคุมรถด้วยมือเพียงข้างเดียว“น่ารักมากครับ”ญาดาค่อนข้างเขินเวลาที่อีกฝ่ายพูดลงท้ายกับเธออย่างสุภาพหรือใช้คำหวานแบบจ๊ะจ๋า แต่ก็ชอบที่ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของเขาเอ่ยคำพวกนั้นไม่นานรถหรูของพริษฐ์ก็มาจอดหน้าร้าน ชายหนุ่มก้าวลงมาพร้อมกับเธอ ขณะเดียวกันรถของพนิดาก็ตามเข้ามาจอด ญาดาชะงักหันไปทาง พริษฐ์อีกฝ่ายดูเฉยๆ ขณะที่เธอถึงกับต้องกัดริมฝีปากด้านในเพื่อเตรียมใจตอบคำถามร่างสูงกำยำก้าวมาหาเธอ พร้อมกันนั้นสามสาวเพื่อนซี้ก็ลงจากรถ พนิดาหันมามองเธอกับน้องชายเพราะคงเห็นตั้งแต่ตอนเลี้ยวรถเข้ามาแล้ว“อ้าววิน มากับพริกได้ไง”อนงค์นางกับนิอรเองก็ทำหน้าสงสัยและมองญาดาไปด้วยคนถูกถามด้วยสายตากำลังเผยอปากจะพูด ทว่าเสียงทุ้ม
เพราะพริษฐ์ยืนยันที่จะขับรถเอง ญาดาจึงเลือกที่เที่ยวจากที่ ชายหนุ่มดูเอาไว้ใกล้ๆ นั่นก็คือหัวหิน ที่พักค่อนข้างส่วนตัวติดชายหาดซึ่งเป็นหาดเขาเต่าคนไม่พลุกพล่านเท่าหาดหัวหิน แม้ระหว่างเดินทางจะพึ่งเครื่องนำทางเสียมากกว่าด้วยความที่ชายหนุ่มไม่ชินทาง และเธอเองก็ไม่เคยไปไหน แต่ทั้งสองคนก็ช่วยกันดูเส้นทางจนมาถึงได้อย่างถูกต้องญาดาตื่นเต้นกับการมาเที่ยวครั้งแรกมาก เธอมองเส้นทางอย่างมีความสุขและไม่หงุดหงิดที่ต้องช่วยพริษฐ์สังเกตนั่นนี่ เรียกได้ว่าการเดินทางวันแรกของทริปราบรื่นสำหรับทั้งคู่ แวะกินข้าวกลางวันก่อนเข้าเช็กอินที่พัก ทว่ามาถึงห้องพักแล้วหญิงสาวก็แอบหวั่นใจนิดๆ เพราะบรรยากาศน่ารัก โรแมนติกมาก มองออกไปด้านนอกก็เห็นทะเลแล้ว พริษฐ์เลือกที่พักราวกับมาฮันนีมูน แม้จะรู้สึกอย่างนั้น ทว่าก็ญาดาก็ปลื้มบรรยากาศของที่นี่มาก“พักสักหน่อย เดี๋ยวไปเดินดูทะเลกัน แล้วค่อยไปตลาดช่วงค่ำๆ”ชายหนุ่มบอก“วินนอนพักก็ได้ พริกไปดูตรงระเบียงหน่อยนึง”หญิงสาวเปิดประตูกระจกออกไปทันที ร่างบางยืนมองทะเลทั้งที่เป็นช่วงบ่าย ทำเอาพริษฐ์อดห่วงไม่ได้ ทว่าภาพหญิงสาวในเวลานี้ที่เห็นผ่านประตูกระจกโดยมีฉากท้องฟ้าตัดกั
ช่วงบ่ายแก่สองหนุ่มสาวก็เดินเล่นริมทะเล พริษฐ์เอากล้องไปด้วยบางครั้งที่เดินตามหลังญาดาเขาก็กดถ่ายภาพเธอ อีกฝ่ายลงไปลุยน้ำเล่นเขาก็ถ่ายเอาไว้ มีบางครั้งที่หญิงสาวหันมาแล้วเขาบอกให้เธอโพสท่า ญาดาก็ยิ้มให้ ชูสองนิ้วบ้าง กระโดดในน้ำบ้าง ชายหนุ่มถ่ายรูปแฟนสาวของตัวเองอย่างไม่รู้เบื่อจนคนโพสเหนื่อย“พอแล้ว ไม่รู้จะโพสท่าอะไรแล้ว”ร่างบางเดินกลับมาหาเขาพร้อมหอบนิดๆ แล้วบอก“ให้พริกถ่ายให้วินบ้างสิ”คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ไม่ค่อยสนใจถ่ายรูปตัวเองเท่าไร เขาไม่มีรูปเซลฟี่เลยสักรูปในโซเชียล ที่อัปไปเมื่อก่อนจะเป็นผลงานตัวเอง กับบรรยากาศรอบตัวหรือธรรมชาติที่ได้พบเห็นแล้วรู้สึกว่าน่าจะเก็บภาพไว้เพียงเท่านั้น ทว่านับแต่นี้ไปจะเต็มไปด้วยภาพสาวคนรักอย่างที่ตั้งใจเอาไว้“มาเร็วพริกถ่ายให้”ญาดายื่นมือมาขอกล้องจากเขา พริษฐ์ยื่นให้โดยไม่คิดอะไรทว่าก็ออกตัวไว้ก่อน“วินโพสท่าไม่เป็น”หญิงสาวยิ้ม คิดในใจว่าเขาไม่รู้ตัวหรือไง ว่าตัวเองจะขยับมุมไหน เดินยังไง หรือนั่งแบบไหนก็ดูสะดุดตา ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้บอกชายหนุ่ม“เดินไปเรื่อยๆ หันมามองกล้องบ้าง เดี๋ยวพริกหามุมกดชัตเตอร์เอง”แล้วก็เป็นอย่างที่เธอคิดจริงๆ
“ขอโทษครับที่รัก วินจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”พริษฐ์ลูบไหล่บางแผ่วเบา รู้สึกผิดอยู่บ้างเหมือนกันหากจำต้องบังคับให้อีกฝ่ายห้ามถอดแหวนของเขา มือหนาลูบลงมาจับมือบ้างขึ้น หยิบแหวนจากกล่องกำมะหยี่ที่ใส่กระเป๋ากางเกงไว้ตอนจูโจ่มหญิงสาวออกมาสวมคืนให้ ก่อนจะยกมือบางขึ้นมาจูบ แล้วพรมไล้จนทั่วทุกนิ้ว“ใส่ไว้ ห้ามถอด มันคือสิ่งที่บอกว่าพริกกุมหัวใจวินเอาไว้”เขากระซิบบอกแล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อถูกมือหญิงสาวอีกข้างเหน็บเข้าตรงเอวหนา“นี่แน่ะ ชอบแกล้งพริกอยู่ได้”“ไม่แกล้งแล้ว คราวนี้จะรักแล้ว มามะ มารักกัน”ชายหนุ่มบอกแล้วกดจูบลงไปบนริมฝีปากอิ่มสวยทันที จบการโต้เถียงทุกคำจากคนตัวเล็ก ญาดาเองก็ไม่ได้โกรธชายหนุ่มเท่าไรนัก แม้จะกลัวจริงๆ แต่พอเขากอดอ้อมกอดอุ่นก็ปัดสัมผัสน่าตกใจเมื่อครู่เลือนหาย แล้วเธอก็อยากได้รับการแตะต้องอย่างทะนุถนอมจากอีกฝ่ายมาเติมเต็มเพิ่มขึ้นไปอีกอกใจสาวเต้นรัวขึ้น สะโพกถูกยกขึ้นให้เกยตักแกร่ง มือหนาลูบไล้สัดส่วนสะคราญอย่างเร่งร้อนราวต้องการลบความรู้สึกเมื่อครู่ทิ้งให้เธอ ผ้าเนื้อบางไม่ช่วยปกป้องเธอจากมืออีกฝ่ายแม้แต่น้อยนิดวันนี้ญาดาใส่เสื้อยืดตัวเล็กกับกางเกงขาสั้นเนื้อนิ่ม พักหล
พริษฐ์ย้ำกับเธอซ้ำอีกก่อนจะต่างคนต่างแยกไปขึ้นลิฟต์ฝั่งของตนเองว่าจะพาไปซื้อแหวนหมั้น ญาดาได้แต่ถอนหายใจเพราะปฏิเสธไปแล้วอีกฝ่ายก็ไม่ยอม เธอได้แต่ส่งข้อความไปบอกกุลนารีว่าวันนี้ต้องไปทำธุระ กินข้าวกลางวันด้วยไม่ได้ ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่มีปัญหา ก่อนจะมาเจอชายหนุ่มที่รถตามที่เขานัดเอาไว้ญาดาไม่ค่อยเห็นด้วยที่เขาจะซื้อแหวนให้เธอ และเมื่อเห็นร้านที่ชายหนุ่มกำลังจะพาเข้าแล้วก็ถึงกับตาโต รีบดึงมือหนาเอาไว้ก่อนด้วยความตกใจ“ร้านแพงไปนะวิน”เธอบอกอย่างเกรงใจ ไม่อยากให้เขาเสียเงินเยอะเพราะเรื่องนี้“ไม่นี่”ร่างสูงจะก้าวต่อแต่ญาดาย้ำเสียงเข้ม“พริกไม่เอานะวิน ถ้าจะซื้อแบบนี้ไม่ต้องซื้อเลยนะ”สุดท้ายพริษฐ์ก็ถอนหายใจออกมาแล้วก้มลงพูดกับเธอด้วยสีหน้าท่าทางจริงจัง“วินจะซื้อแหวนทองคำขาวเกลี้ยงๆ ไม่มีเพชร ไม่มีลวดลายอะไรทั้งนั้นนะครับ โอเค๊”เมื่ออีกฝ่ายบอกมาอย่างนั้นเธอจึงพยักหน้ายินยอม จากนั้น ชายหนุ่มก็จับมือเธอเดินเข้าร้าน ครู่หนึ่งสองหนุ่มสาวกก็ออกจากร้านโดยญาดามีแหวนทองคำขาวกลมเกลี้ยงเนื้อหนาบนนิ้วนางข้างซ้าย==============เขาไม่เห็นแหวนบนนิ้วของญาดา พริษฐ์แอบสังเกตนิ้วนางข้างซ้ายของหญิงสาวที่สอ
“แป๊บเดียว เดี๋ยวดีขึ้นครับคนดี”เขาจูบซ้ำบนหน้าผากนวลเมื่อเริ่มเคลื่อนไหว ทั้งที่ภายในกายหนุ่มแทบระเบิดด้วยเพลิงเร่าร้อน หากเขาก็กัดฟันยับยั้งสะโพกตนเองให้ช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ รั้งรอคนใต้ร่างให้ปรับตัวและพลุ่งพล่านไปพร้อมกับเขา ปากอุ่นขยับไปเม้มใบหูเล็กแถมกระตุ้นเร่งเร้าด้วยคำพูด“อืม พริกร้อนมาก พริกหวานของวิน ดีสุดๆ”“อื้อ”พร้อมเสียงครางประท้วงนั้นเขาก็ถูกข่วนตรงไหล่ทำเอาสะดุ้งนิดๆ ไม่รู้ว่าหญิงสาวเคลิ้มตามหรือขัดเคืองเขากันแน่ แต่น่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่าญาดาใจหวิวหอบกระเส่าอย่างหนักหน่วง ถูกกระแสใคร่พิศวาสจากกายแกร่งทำลายล้างอย่างรุนแรง อีกฝ่ายยังจะพูดให้เธอรู้สึกซ่านสยิวไปทั้งตัวอีก เพราะเขินอายทว่ากลับเพริดตามเขาทั้งกายและใจทำให้หญิงสาวลงมือกับชายหนุ่มไป หากก็ยอมรับว่าเวลานี้ร่างทั้งร่างของเธอไม่หลงเหลือพื้นที่สมบูรณ์ใดแล้ว หากเปรียบดั่งไฟภายในตัวเธอคงมอดไหม้ไปหมดด้วยแรงรักจากร่างสูงกำยำเพียงสะโพกแกร่งทิ้งจังหวะเนิบนาบเธอก็แทบแตกพล่าน ทว่าเมื่ออีกฝ่ายเร่งเร้าหนักขึ้น ญาดาก็สุดที่จะทนอีกต่อไป เสียงหวานพร่าถูกระบายออกมาเป็นระยะทดแทนอารมณ์รุ่มร้อนที่ปะทุดุเดือดในร่างสาว หากก
สองร่างกอดเคล้านัวเนียพลิกไปมาบนเตียงขณะปากก็พร่ำมอบจูบแก่กันอยู่ชั่วอึดใจใหญ่ ก่อนพริษฐ์จะเป็นฝ่ายขึ้นมาคร่อมร่างบาง ใบหน้าขาวคมซุกไซ้ลงหาความหอมจากซอกคอเล็ก พร้อมทิ้งรอยอุ่นด้วยจูบและปลายลิ้นไล่ลงมาหาอกอวบแล้วกลับขึ้นไปยังลำคออีกข้าง ขณะที่มือข้างหนึ่งสอดเข้าไปใต้เสื้อหญิงสาวเกาะกุมความอวบอิ่มเอาไว้ในมือ เคล้าคลึงก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นอย่างพึงใจ ได้ยินเสียงหอบแรงจากคนตัวเล็กใจเขายิ่งเต้นกระหน่ำตามไปด้วยเรือนกายแกร่งเบียดไล้ต้นขากับช่วงหน้าท้องแบนราบแสดงออกถึงการเรียกร้องต้องการ แม้จะหวาดกลัวอยู่บ้างกับความกร้าวร้อนระอุที่ไม่ยอมห่างจากเนื้อตัวเธอเลย หากญาดากลับตื่นเต้นอยากค้นหาสิ่งลึกลับที่ซุกซ่อนอยู่และไม่อาจเอื้อมคิดถึงมาก่อนพริษฐ์เม้มเนื้อบางตรงซอกคอหอมขณะที่มือหนึ่งยังเอาอกเอาใจทรวงงามสล้าง ก่อนจะไล้ลิ้นขึ้นไปหาใบหูเล็ก กัดเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยวแล้วก็ยิ่งได้ยินเสียงหวานสั่นพร่าในลำคอเล็ก อกอวบขยับขึ้นหามือเขา ยอดทรวงเบ่งบานต้านผ้าลูกไม้เด่นชัด“วินถอดเสื้อนะ”ชายหนุ่มกระซิบบอกก่อนจะขยับตัวขึ้นพร้อมโอบร่างบางให้นั่งด้วยกัน คว้าเสื้ออีกฝ่ายถอดขึ้นด้านบน แล้วรวบเรือนร่างงดงามเข้ามาหาข
“วันนี้แก้มให้พริกดูรูปที่วินถ่ายแล้วโพสต์ในไอจี”เธอเอ่ยขึ้นทันทีที่อีกฝ่ายเข้ามากอดด้านหลังและหอมแก้มขณะที่กำลังนั่งทำงานอยู่หน้าโน้ตบุ๊กตรงโซฟาวันนี้พริษฐ์กลับดึกมาก เธอรู้ทั้งจากชายหนุ่มที่ส่งข้อความบอกและภาสกรที่ส่งข้อความมาบ่น ว่าทำงานวันแรกก็ดึกเลย ญาดาไม่มีปัญหาอยู่แล้วหากต้องกลับเอง หากฝนไม่ตกเธอก็ไม่ลำบาก แล้วตอนนี้เธอก็บอกรหัสให้ชายหนุ่มกดเข้าห้องเองได้อย่างสะดวกแล้วด้วย ทว่าเขาก็จะส่งข้อความบอกก่อนล่วงหน้าเช่นเคย เพื่อที่เธอจะได้มั่นใจว่าเป็นเขาไม่ใช่คนอื่นพยายามจะเข้าห้องชายหนุ่มเพียงสบตากับเธอแล้วยิ้มบาง ก่อนจะเดินอ้อมโซฟามานั่งข้างๆ“โกรธที่ไม่โพสต์ให้เห็นหน้าหรือเปล่า”สายตากับสีหน้าคนพูดดูก็รู้ว่าแกล้งเย้าเธอ ญาดาจึงส่ายหน้าแล้วยิ้มให้“ดูสวยเหมือนไม่ใช่พริกเลย”“แน่ะ แกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าตัวเองสวย”พริษฐ์แซวพร้อมกับจับข้างแก้มนุ่มดึงเบาๆ“พริกกดตามวินไปแล้วนะ”เธอแค่รู้สึกว่าตนเองควรทำ คิดว่าเธอกับพริษฐ์ต้องเรียนรู้เรื่องส่วนตัวของกันและกันให้มากกว่านี้ และเธอก็อยากรู้หลายอย่างเกี่ยวกับ อีกฝ่าย“หืม? งั้นเหรอ”พริษฐ์หยิบมือถือในกระเป๋ามาดู แล้วเห็นว่ามีแจ้งเตือนจริง
“แหม หวานเชียวนะ ไม่คิดว่าคุณพริษฐ์จะมีโมเมนต์นี้”กุลนารีดูโซเชียลระหว่างนั่งรออาหารกับเธอแล้วเอ่ยขึ้นญาดาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ขณะที่เพื่อนส่งมือถือของตนเองมาให้ เธอจึงรับมาดูแล้วก็ถึงกับอึ้ง หน้าค่อยๆ ร้อนขึ้นกับสิ่งที่เห็น“เขาตั้งใจโพสต์แต่ภาพด้านหลังพริกล้วนๆ เลย แถมยังสวยทุกรูป โรแมนติกมากอะ”เพื่อนสาวทำท่าเคลิ้มขณะพูด“ตอนนี้มีแต่คอมเมนต์อยากเห็นหน้าผู้หญิงทั้งนั้น ส่วนเพื่อนผู้หญิงของเขาก็บอกว่าอิจฉา อยากได้รูปสวยแบบนี้บ้าง”แต่ละภาพที่พริษฐ์โพสต์เป็นภาพด้านหลังที่เธอไม่รู้ว่าชายหนุ่มถ่ายเอาไว้ เขาเก็บภาพไว้ในทุกบรรยากาศเลยทีเดียว ทุกภาพสวยจริงอย่างที่ กุลนารีพูดจนญาดายังไม่คิดว่านั่นเป็นตัวเองด้วยซ้ำ แถมยังมีภาพคู่ที่ไม่เห็นหน้าอีกด้วย ระดับความหวานพุ่งปรี๊ดจนเจ้าตัวเองยังเขิน แค่เธอเห็นจากที่เขาส่งมาให้ก็ใจหวิวแล้ว นี่ชายหนุ่มยังโพสต์เต็มหน้าโซเชียลของเขาอีก เห็นแล้วทำเอาญาดาทำหน้าไม่ถูก ไม่กล้าสบตาเพื่อนเลยทีเดียวที่สำคัญเขาใช้รูปที่เธอถ่ายให้เป็นโปรไฟล์อย่างที่บอกจริงๆกุลนารีมองคนที่เอาแต่จ้องมือถือ จะยิ้มก็ไม่ยิ้ม กัดริมฝีปากล่าง หน้าแดงระเรื่อแล้วก็ถอนหายใจยาว“อะไร
“ตกหลุมรักวินล่ะสิ”พริษฐ์เอ่ยขึ้น เมื่อออกมาแล้วเห็นว่าแฟนสาวของตัวเองยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ขณะดูจอมือถือ“ขี้ตู่”ญาดาย่นจมูกใส่พร้อมส่ายหน้า“อ้าวไม่ใช่เหรอ วินอุตส่าห์ส่งรูปตัวเองที่พริกถ่ายไปให้เพราะคิดว่าดูดีมาก”“ชอบแค่รูปเดียวเหรอ ถึงส่งมาแค่นี้”“ไม่รู้ว่าพริกอยากได้หลายรูป เดี๋ยวส่งให้รัวๆ เลย”ร่างสูงกำยำมานั่งลงข้างๆ สีหน้าทะเล้นจนน่าหมั่นไส้“จะเอามาทำไมเยอะแยะ แค่อยากรู้ว่าถูกใจบ้างไหมที่พริกถ่ายไป”“ถูกใจครับ ถูกใจมาก วินเลือกตั้งนานกว่าจะได้รูปตั้งเป็นโปรไฟล์”คนฟังถึงกับแปลกใจที่เขาบอกอย่างนั้น ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเห็นว่าดีจนเอาไปเป็นภาพโปรไฟล์“รู้ไหม เขาบอกว่าคนเราจะถ่ายรูปคนที่ตัวเองรักออกมาดูดี สวยทุกมุม เพราะออกมาจากหัวใจ”ชายหนุ่มบอกเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง พยายามแฝงความหมายในนั้น แต่ญาดาทำหน้าราวกับไม่รู้ไม่ชี้ลุกขึ้นพร้อมบอก“ไปกินข้าวดีกว่า หิวแล้ว”พริษฐ์มองตามร่างบางที่เดินออกไปทางประตูด้วยความรู้สึกมันเขี้ยว นึกอยากจับกลับมาจูบบังคับให้บอกรักเขาซ้ำๆ นักทั้งคู่กลับมาเก็บของเช็กเอาต์ก่อนเที่ยง แวะชมวิวกินขนมของว่างในจุดที่นิยม แล้วก็หาร้านอาหารกินกลางวันกิน ก่อนจะออกจาก
พระอาทิตย์ยังไม่สาดแสง ญาดารู้สึกตัวตามเวลาที่ตั้งปลุกเผื่อเอาไว้ หลังเหตุการณ์วาบหวามที่สุดในชีวิต ล้างตัวแล้วเธอก็ขอให้พริษฐ์เอาเสื้อผ้ามาให้แล้วให้ชายหนุ่มรอข้างนอก ไม่กล้าให้เขาอุ้มออกไปทั้งที่ยังเปลือยเปล่า แค่เขาพาเธอมาล้างตัวด้วยสภาพนี้หญิงสาวก็แทบอยากหายตัวไปจากห้องน้ำแล้ว ทว่าทำไม่ได้ แถมพริษฐ์ยังทำในสิ่งที่น่าอายสุดๆ ในห้องน้ำอีกต่างหากเมื่อออกจากห้องน้ำมาก็ถูกอุ้มจนตัวลอยพามานอนกอดบนเตียง ใกล้จะเคลิ้มหลับแล้วญาดาจึงบอกอีกฝ่ายว่าอยากดูพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่ง ชายหนุ่มก็บอกว่าอยากเก็บภาพเหมือนกันร่างสูงกำยำขยับตัวตามเธอ ทว่ายังหลับตาแล้วพลิกไปอีกข้าง ญาดาไปเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวแล้วหยิบมือถือดูนาฬิกาอีกครั้งก่อนเดินไปเปิดม่าน ยังไม่มีแสงสาดส่องก็จริงหากฟ้าก็ไม่ถึงกับมืดมิด ได้ยินเสียงชายหนุ่มลุกจากเตียงแต่เธอเลือกเปิดประตูประจกออกไปด้านนอกแทนที่จะหันมองอีกฝ่ายติดชายหาดมีมุมที่จัดไว้สำหรับนั่งแบบเปลและโต๊ะไม้น่ารักอยู่ เธอจึงออกไปนั่งรอพริษฐ์ที่เปล ถ่ายรูปบรรยากาศเล่นด้วยมือถือไปเรื่อย ไม่นานชายหนุ่มก็ตามมา โดยที่ญาดาไม่รู้ว่าเขาเก็บภาพด้านหลังขณะนั่งบนเปลของเธอเอาไว้ด้วย“พริ
“อือ...วิน....”ญาดาเพียงพึมพำเสียงพร่าแล้วกัดริมฝีปากตัวเองราวต้องการสะกดความซ่านร้อนภายในให้สงบลงทั้งที่ไม่มีทางทำได้ปลายลิ้นอุ่นไล้เลียยอดอกสีหวานพร้อมทั้งดูดดื่มเต็มที่ กระแสบางอย่างพลุ่งพล่านในร่างสาวจนญาดาต้องบิดตัวครวญครางแผ่วผิว ไม่เพียงแค่ปาก มือชายหนุ่มยังบีบเคล้นอีกข้างอย่างไม่ยอมปล่อยให้ว่าง ทรวงงามสองข้างถูกดื่มกินราวไม่มีวันหมดความหวาน แต่ที่ร้ายกว่านั้นคือมือ ร้ายกาจข้างหนึ่งของเขาลอดผ่านขอบกางเกงใส่นอนของเธอไปแล้วไม่ใช่ครั้งแรกที่พริษฐ์ลูบไล้เธอ แม้ญาดาจะพยายามขยับขาชิดมากแค่ไหนอีกฝ่ายก็ทำให้เธออ่อนแรงได้เช่นครั้งนี้พริษฐ์ผละขึ้นมามองคนที่กำลังร้อนระอุด้วยไฟเสน่หาจากฝีมือเขาอย่างพึงพอใจ ดวงหน้าใสแดงก่ำ ตาปรือจนแทบจะลืมไม่ขึ้น ปากอิ่มถูกขบเอาไว้นิดๆ เรือนร่างงดงามได้รูปสวยดิ้นไปมาเล็กน้อย ทรวงสล้างขาวอวบสะท้อนแผ่วตามแรงหายใจ ส่วนสีชมพูจางชูช่อน่ามอง น่าลงไปฟอนเฟ้นซ้ำอีก แต่เขายังอยากมองอีกฝ่ายอยู่ มือหนาทำงานแทบไม่ให้คนตัวเล็กได้ผ่อนคลายอารมณ์ แม้จะมีผ้าเนื้อบางขวางกั้นอยู่หากแรงกระตุ้นก็มากพอที่จะทำให้ร่างสวยบิดพลิ้วด้วยความเร่าร้อน“พริกสวยที่สุดเลยคนดี”เขากระซิบบ