ได้นิดๆ หน่อยๆ วินก็เก็บหมด 555
วันศุกร์ในสามสัปดาห์ถัดมาญาดาก็ได้ไปกินข้าวกลางวันร่วมกับ พริษฐ์โดยที่เชนทร์เป็นคนนัด เพราะชายหนุ่มทั้งสองทำงานด้วยกัน เชนทร์จึงอยากรวมตัว หากก็มีนิอรร่วมวงด้วย“วินเป็นน้องชายคุณพศิน นี่เขาก็มาเป็นผู้บริหารเลยนะ พี่นี่ทำตัวไม่ถูกเลย ไอ้เรามันหัวหน้าแผนกเล็กๆ”เชนทร์พูดขำๆ ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟนิอรเองก็เคยเจอน้องชายของพนิดาแล้ว เพราะชายหนุ่มมาดูเรื่องออกแบบเว็บให้บ่อยครั้ง เพื่อนสาวสามคน พนิดา อนงค์นางและนิอรคุยปรึกษาอัปเดตความคืบหน้ากันทุกวันจึงรู้ความเคลื่อนของงานแต่ละส่วนทั้งหมด“เล็กที่ไหน ผมเห็นเดินไปทางไหนใครก็ยกมือไหว้พี่เชนทร์”“อยู่มาจะสิบปีแล้ว พี่มันของดึกดำบรรพ์”หนุ่มรุ่นพี่ยังปล่อยมุกไม่จริงจังนัก ทุกคนในโต๊ะจึงยิ้มไปตามๆ กัน ระหว่างพูดคุยพริษฐ์เองก็ลอบสังเกตสีหน้าของญาดาไปด้วยแต่ไม่มากจนเกินไป เกรงว่าอีกฝ่ายจะคิดว่าเขาจับผิด หากหญิงสาวยิ้มแย้มและคุยกับนิอรเสียมากกว่าจะคุยกับเชนทร์และเขา“สนิทกันดีจังเลยนะคะ เชนทร์กับรุ่นน้อง รู้ไหมคะคุณพริษฐ์ว่าตอนพริกเข้ามาทำงานใหม่ๆ ทุกคนในแผนกคิดว่าเชนทร์คบกับพริกทั้งนั้นเลย มารับไปกินข้าวตอนกลางวันทุกวันเชียว”นิอรเอ่ยขึ้นอย่างต้อง
“เราไม่ได้เจอพี่เขาพร้อมกันบ่อยๆ อยู่แล้ว อีกอย่างก็ไม่มีใครรู้เรื่องของเราสักหน่อย จะไปหวานให้ใครดู”“งั้นก็บอกสิ ทำให้เห็นไปเลยว่าเราคบกัน วินยุ่งน้อยลงแล้ว ไปกินข้าวกลางวันพร้อมกับพริกได้แล้ว”คนได้ยินรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาทันใด ร่างบางขยับตัวอีกฝ่ายก็ยอมปล่อยโดยง่าย สีหน้าครุ่นคิดอย่างเห็นได้ชัด“เอาไว้ก่อนดีกว่า เรื่องของเรามันไม่ปกติเหมือนคู่อื่น”“แต่เราก็คบกันอยู่จริงๆ นี่”“พริกว่ามันยุ่งยาก”พริษฐ์ไม่เห็นถึงความยุ่งยากที่อีกฝ่ายบอก อีกอย่างเขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องนั่งอธิบายความสัมพันธ์ทีละขั้นตอนกับใครที่ไหน แค่ทั้งคู่เริ่มไปไหนมาไหนด้วยกัน เช่นกินข้าวกลางวันก็สามารถบอกทุกอย่างได้ ถึงตอนนั้นหากพี่ชายพี่สาวของเขา หรือคนอื่นสงสัยจะง่ายกว่าในการพูดว่าทั้งคู่คบหากัน เพราะอย่างไรทุกคนก็รู้ว่าเขากับเธอรู้จักกันอยู่แล้วส่วนเชนทร์เองก็จะเข้าใจว่าเขากับเธอพัฒนาความสัมพันธ์ เมื่อกลับมาเจอกันอีกครั้ง“คือ...พริกคิดว่าถ้ามีเรื่องของเรา คุณพศินกับคุณวุ้นอาจจะไม่สบายใจก็ได้นะ เพราะจะให้มองในแง่ดีทุกคนก็คงไม่ได้ ผู้บริหารกับพนักงาน ยังไงก็มีเรื่องให้เมาท์”เธอคิดหาเหตุผลมาอธิบายอย่างเต็มที่“
นับแต่ก้าวเท้าเข้ามาในบริษัทก็รู้สึกได้ถึงคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่ที่ใกล้ซัดสาดเข้าฝั่ง ทั้งที่ผู้คนเดินเข้ามาทำงานในหน้าที่ของตนเองอย่างปกติ ทว่าสีหน้ากับแววตาไม่เหมือนเดิม แม้กระทั่งบรรยากาศภายในแผนกของญาดาเองก็ค่อนข้างหม่นหมองไม่สดชื่น แต่ละคนต่างรู้ว่ากำลังจะมีบางอย่างเปลี่ยนแปลง ทว่าต่างก็ภาวนาขอให้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นกันภาวนาด้วยความหวังเพียงน้อยนิดแผนงานของแผนกเป็นไปตามเป้าหมายบ้าง ยังรอเวลาบ้าง อย่างเช่นงานในส่วนที่ญาดาดูแล เว็บไซต์เพิ่งลองเปิดใช้งานได้เพียงเดือนเดียวยังต้องปรับปรุงให้สอดคล้องกับการใช้งานของผู้มาอัปนิยายและผู้อ่าน ระบบการเติมงาน การใช้เงินในการซื้อ การจ่ายเงินให้กับนักเขียน ทั้งหมดไม่สามารถเห็นผลภายในหนึ่งเดือน ทว่าก็เกิดการซื้อแล้วเช่นกัน ซึ่งต้องมีการสรุปยอดรวมแจ้งนักเขียนก่อนจ่ายเงิน งานในส่วนนี้ญาดาต้องคุยกับฝ่ายบัญชีตลอดเวลา เล่นเอาปวดหัวเหมือนกัน ช่วงเขียนเสร็จใหม่ๆ และทดลองใช้ก็ต้องประชุมกับฝ่ายบัญชีถึงวิธีการต่างๆ ด้วย ยังดีที่พนิดาปรึกษากับทางบัญชีมาก่อนล่วงหน้าแล้วบ้างว่าควรทำอย่างไร และคุยกับเธอตั้งแต่ที่ให้ภาสกรเขียนเว็บแล้วการทำงานจึงไปในทิศทางที่ทั้ง
ค่ำคืนที่ผ่านมาเป็นการประชุมค่อนข้างหนักหน่วงยืดเยื้อ และเป็นคืนวันศุกร์สุดสัปดาห์ ญาดารู้ว่าทุกอย่างจบลงตอนตีสามเพราะได้รับข้อความจากพริษฐ์ เธอได้ยินเสียงก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะหลับตาลงไปไม่ค่อยสนิทนัก อีกฝ่ายบอกว่าจะงีบที่บริษัทก่อนแล้วค่อยกลับตอนเช้าซึ่ง ชายหนุ่มมีห้องผู้บริหารสามารถพักผ่อนได้ เธอจึงไม่ห่วงนัก ทว่าเอาเข้าจริงแล้วพริษฐ์เพิ่งกลับมาถึงคอนโดตอนบ่ายวันถัดมา โดยไม่ลืมส่งข้อความบอกว่าคุยกับพศินนานไปหน่อยญาดาเห็นว่าอีกฝ่ายพักผ่อนน้อยจึงไม่ถามวุ่นวาย แม้จะซื้อทั้งอาหารเช้าและกลางวันเผื่อชายหนุ่มด้วยก็ตาม คิดว่าเก็บไว้อุ่นให้ตอนเย็นน่าจะได้ แต่แล้วเย็นวันนั้นพริษฐ์ก็บอกว่าต้องกลับบ้าน จากนั้นก็ไม่มีข้อความของเขามาอีกเลยกระทั่งเช้าวันใหม่อนงค์นางกับนิอรก็เงียบ แวบหนึ่งญาดาอยากถามกุลนารี ทว่าเกรงใจเพื่อน เลขาคือคนที่ต้องเชื่อใจได้ เก็บความลับของเจ้านายเป็น รู้ว่าอะไรเหมาะสม เธอไม่อยากใช้ความสนิทสนมทำให้อีกฝ่ายลำบากใจแล้วช่วงบ่ายแก่ก็มีข้อความของพริษฐ์‘อีกครึ่งชั่วโมงวินเข้าไปหานะครับ เพิ่งกลับมาถึงคอนโด’แม้จะสะกิดใจนิดหน่อยว่าทำไมต้องรอครึ่งชั่วโมง เพราะส่วนใหญ่ชายหนุ่มจะม
เธอไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายสะอึกสะอื้นจนตัวโยนแต่อย่างใด ทว่าน้ำตากลับไหลออกมาราวกับเปิดก๊อกน้ำ ทันทีที่ประตูห้องถูกปิดลงโดยพริษฐ์ น้ำตาเธอก็ไหลพราก ญาดาไม่คิดว่าตัวเองเสียใจด้วยซ้ำ แต่เธอร้องไห้ ร้องโดยไม่ต้องบีบเค้นใด ร้องราวกับนางเอกที่ต้องร้องไห้ให้หน้าสวย ห้ามเบะปาก เพราะหน้าของเธอยังนิ่ง มีเพียงน้ำใสจากสองดวงตาที่ไหลลงอาบแก้มไม่ขาดสายญาดายังจับต้นชนปลายกับความรู้สึกของตัวเองไม่ถูก เธอรู้ว่าไม่อยากเสียเพื่อนอย่างพริษฐ์ไป แต่ก็รับไม่ได้กับตัวตนของชายหนุ่มเธอเกลียดบุหรี่ มันพรากคนที่เธอรักไปในตอนเด็กญาดามีทั้งปู่ย่าตายายครบพร้อม ครอบครัวเธออยู่บ้านของปู่ก่อนจะย้ายออกมาอยู่ตึกแถวที่พ่อซื้อ ปู่รักและเอ็นดูเธอมากเพราะเป็นหลานสาวคนเดียว พี่น้องของพ่อมีแต่ลูกชาย เรียกว่าอยากได้อะไรก็ประเคนให้ทุกอย่างเธอจึงติดปู่ที่สุด‘เหม็น หนูไม่ชอบ’หนูน้อยญาดาเด็กเกินกว่าจะรู้ว่ามันคืออะไร แต่ก็เห็นปู่กับพ่อคีบมันติดปากตลอด พอเธอจะเข้าใกล้แล้วทำหน้ายู่ทั้งสองคนจึงยอมวางและดับมันทิ้ง กระนั้นหนูน้อยก็ยังได้กลิ่นมันจากลมหายใจของพวกท่าน ต่อมาปู่ก็เสียด้วยโรคมะเร็งปอดขณะที่ญาดาอายุสิบเอ็ดปีจึงเข้าใจว่าโรคนี
“หมายความว่า...ต้องมีคนออก”อนงค์นางพึมพำเสียงเบา หน้าซีดเผือด นิอรเองก็หน้าเสียไปเช่นกันเมื่อพนิดาพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไรญาดาใจหาย ขอบตาร้อนขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ตอนนี้เพิ่งอาทิตย์แรกของเดือน ทุกคนในแผนกของเธอจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกหนึ่งเดือนเท่านั้น หญิงสาวปวดใจ เธอเห็นทุกคนทุ่มเทกับงานอย่างเต็มที่ ทว่า ทุกอย่างกลับจบลงแบบนี้ เปลือกตาบางปิดลงสะกดความสะเทือนใจของตัวเอง“เราต้องเลือก”พนิดาเสียงเบาลงไปอีกคำพูดที่ว่าผู้บริหารก็ลำบากใจของพริษฐ์แล่นเข้ามาในหัว ญาดาเปิดตาขึ้นมองเจ้านายและสองสาวรุ่นพี่ที่ต่างก็มีสีหน้าไม่ดีอย่างเจ็บปวด เธอทำไม่ได้ และรู้ว่าทั้งสามคนก็ไม่อาจทำได้เช่นกัน สีหน้าอ่อนล้าราวกับแทบไม่ได้นอน และขอบตาค่อนข้างโทรมของพนิดาบอกได้อย่างดีนั่นทำให้ใจเธอกระหวัดไปถึงเพื่อนหนุ่ม อีกฝ่ายก็ดูไม่ต่างจากพี่สาวของเขาเลยในวันที่มาหาเธอ พริษฐ์คงเครียดน่าดูคิดแล้วญาดาก็รู้สึกราวกับตนเองเป็นฝ่ายผิดที่เอาแต่ใจและตัดขาดกับเพื่อนเพียงเพราะเขาคลายเครียดด้วยบุหรี่ แต่กระนั้นเธอก็ไม่อาจรับได้หากชายหนุ่มยังสูบมัน เขาบอกว่าไม่ติดก็จริงแต่ถ้าเกิดติดขึ้นมาล่ะบุหรี่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญห
เธอมองมือถือเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่อาจนับได้จนเวลาสามทุ่ม ทั้งที่รู้ว่าจะไม่มีข้อความใดๆ เข้ามาญาดาก็ยังมอง หญิงสาวนั่งกอดเข่าบนโซฟา มองทีวีเครื่องใหญ่ตรงหน้านิ่งทว่าภาพบนนั้นเพียงผ่านตา เสียงเพียงผ่านหู วันนี้เธอไม่ได้เอางานกลับมาทำ และรีบนอนไปก็ไม่หลับแน่นอนเพราะมีเรื่องค้างคาอยู่ในใจดวงตาคู่กลมโตเหลือบมองมือถือที่วางบนโต๊ะใกล้มืออีกครั้ง ใจส่วนลึกบอกว่าเธอควรติดต่อไปหาพริษฐ์หากไม่อยากเสียเพื่อนไปในเวลาที่ชายหนุ่มผ่านช่วงเวลาแห่งการตัดสินใจ ปัญหารุมเร้าเธอกลับผลักไสเขา แทนที่จะอยู่เคียงข้าง ต่างจากในยามที่เธอมีปัญหาแล้วเขายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ...ด้วยการอุทิศตัวเองคบหากับเธอ“ไม่จำเป็นสักนิด นายวินบ้า”ญาดาพึมพำ สำหรับเธอแล้ว มิตรภาพสำคัญกว่าความรัก แค่ พริษฐ์เป็นเพื่อนเธอเหมือนสมัยเรียนก็เพียงพอแล้ว หากก็ยอมรับว่าอีกฝ่ายทำสำเร็จ เธอคิดว่าตนเองเข้าใจความสุขของการมีใครสักคนดูแลเอาใจใส่ เอาอกเอาใจ พูดจาหวานหูน่าฟัง ให้กำลังใจ แต่ไม่ใช่เพียงแค่นั้น พริษฐ์ยังเป็นที่ปรึกษาที่ดี เป็นคู่คิดที่ฉลาด เขาช่วยเหลือเธอได้มากกว่าเรื่องสภาพจิตใจเธอต้องการเพื่อนคู่คิดเคียงข้างมากกว่าและไม่อยา
“นี่คือทางออกของเรา”พนิดาเข้าบริษัทอีกครั้งในเช้าวันถัดมาแล้วเรียกสามสาวคนสนิทเข้าประชุมด่วนทันที เมื่อทุกคนพร้อมหน้าเจ้าของใบหน้าสวยคมที่ดูสดใสขึ้นมาหน่อยก็เอ่ยขึ้น พร้อมกดเปิดไฟล์โชว์ขึ้นในทีวีจอใหญ่ที่ต่อจากโน้ตบุ๊กของตนบนนั้นคือตารางโรงพิมพ์และสำนักพิมพ์แบ่งเป็นสองส่วน กับรายชื่อของพนักงานแต่ละคนที่อยู่คนละฝั่ง“วุ้นจะเปิดสำนักพิมพ์แยกเป็นบริษัทของตัวเอง เราต้องแยกกันทำงาน”อนงค์นางกับนิอรมีสีหน้าโล่งขึ้น ในขณะที่ญาดาขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเห็นว่ามีรายชื่อตกหล่น“ไม่มีชื่อซันนี่คะคุณวุ้น”พนิดายิ้มบางก่อนจะตอบ“ซันจะย้ายไปอยู่บริษัทเฟอร์นิเจอร์จ้ะ”“คะ?”เจ้านายสาวยังยิ้มบางแต่เธอรู้สึกแปลกใจ“พี่คุยกับพี่วีแล้วจ้ะ วินเองก็โอเค พี่วีไม่มีปัญหาเพราะซันฝีมือดี เขามีเพื่อนอยู่ทีมออกแบบ ซึ่งอีกฝ่ายก็คอนเฟิร์มว่าซันเก่ง”“แต่เขาอาจจะไม่ถนัดเรื่องเฟอร์นิเจอร์นี่คะ”“เขาจะไปทำตำแหน่งเว็บมาสเตอร์ งานก็จะคล้ายที่ทำกับเรานี่แหละจ้ะ”แม้พนิดาจะบอกอย่างนั้น แต่ญาดาก็ยังไม่สบายใจ เธอเกรงว่า ภาสกรอาจไม่พอใจที่เขาเป็นคนถูกเลือกให้ออก แม้เธอจะไม่อาจเลือกใครได้ก็ตาม ทว่าก็ไม่ต้องการให้ลูกน้องแต่ละคนรู
“ขอโทษครับที่รัก วินจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”พริษฐ์ลูบไหล่บางแผ่วเบา รู้สึกผิดอยู่บ้างเหมือนกันหากจำต้องบังคับให้อีกฝ่ายห้ามถอดแหวนของเขา มือหนาลูบลงมาจับมือบ้างขึ้น หยิบแหวนจากกล่องกำมะหยี่ที่ใส่กระเป๋ากางเกงไว้ตอนจูโจ่มหญิงสาวออกมาสวมคืนให้ ก่อนจะยกมือบางขึ้นมาจูบ แล้วพรมไล้จนทั่วทุกนิ้ว“ใส่ไว้ ห้ามถอด มันคือสิ่งที่บอกว่าพริกกุมหัวใจวินเอาไว้”เขากระซิบบอกแล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อถูกมือหญิงสาวอีกข้างเหน็บเข้าตรงเอวหนา“นี่แน่ะ ชอบแกล้งพริกอยู่ได้”“ไม่แกล้งแล้ว คราวนี้จะรักแล้ว มามะ มารักกัน”ชายหนุ่มบอกแล้วกดจูบลงไปบนริมฝีปากอิ่มสวยทันที จบการโต้เถียงทุกคำจากคนตัวเล็ก ญาดาเองก็ไม่ได้โกรธชายหนุ่มเท่าไรนัก แม้จะกลัวจริงๆ แต่พอเขากอดอ้อมกอดอุ่นก็ปัดสัมผัสน่าตกใจเมื่อครู่เลือนหาย แล้วเธอก็อยากได้รับการแตะต้องอย่างทะนุถนอมจากอีกฝ่ายมาเติมเต็มเพิ่มขึ้นไปอีกอกใจสาวเต้นรัวขึ้น สะโพกถูกยกขึ้นให้เกยตักแกร่ง มือหนาลูบไล้สัดส่วนสะคราญอย่างเร่งร้อนราวต้องการลบความรู้สึกเมื่อครู่ทิ้งให้เธอ ผ้าเนื้อบางไม่ช่วยปกป้องเธอจากมืออีกฝ่ายแม้แต่น้อยนิดวันนี้ญาดาใส่เสื้อยืดตัวเล็กกับกางเกงขาสั้นเนื้อนิ่ม พักหล
พริษฐ์ย้ำกับเธอซ้ำอีกก่อนจะต่างคนต่างแยกไปขึ้นลิฟต์ฝั่งของตนเองว่าจะพาไปซื้อแหวนหมั้น ญาดาได้แต่ถอนหายใจเพราะปฏิเสธไปแล้วอีกฝ่ายก็ไม่ยอม เธอได้แต่ส่งข้อความไปบอกกุลนารีว่าวันนี้ต้องไปทำธุระ กินข้าวกลางวันด้วยไม่ได้ ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่มีปัญหา ก่อนจะมาเจอชายหนุ่มที่รถตามที่เขานัดเอาไว้ญาดาไม่ค่อยเห็นด้วยที่เขาจะซื้อแหวนให้เธอ และเมื่อเห็นร้านที่ชายหนุ่มกำลังจะพาเข้าแล้วก็ถึงกับตาโต รีบดึงมือหนาเอาไว้ก่อนด้วยความตกใจ“ร้านแพงไปนะวิน”เธอบอกอย่างเกรงใจ ไม่อยากให้เขาเสียเงินเยอะเพราะเรื่องนี้“ไม่นี่”ร่างสูงจะก้าวต่อแต่ญาดาย้ำเสียงเข้ม“พริกไม่เอานะวิน ถ้าจะซื้อแบบนี้ไม่ต้องซื้อเลยนะ”สุดท้ายพริษฐ์ก็ถอนหายใจออกมาแล้วก้มลงพูดกับเธอด้วยสีหน้าท่าทางจริงจัง“วินจะซื้อแหวนทองคำขาวเกลี้ยงๆ ไม่มีเพชร ไม่มีลวดลายอะไรทั้งนั้นนะครับ โอเค๊”เมื่ออีกฝ่ายบอกมาอย่างนั้นเธอจึงพยักหน้ายินยอม จากนั้น ชายหนุ่มก็จับมือเธอเดินเข้าร้าน ครู่หนึ่งสองหนุ่มสาวกก็ออกจากร้านโดยญาดามีแหวนทองคำขาวกลมเกลี้ยงเนื้อหนาบนนิ้วนางข้างซ้าย==============เขาไม่เห็นแหวนบนนิ้วของญาดา พริษฐ์แอบสังเกตนิ้วนางข้างซ้ายของหญิงสาวที่สอ
“แป๊บเดียว เดี๋ยวดีขึ้นครับคนดี”เขาจูบซ้ำบนหน้าผากนวลเมื่อเริ่มเคลื่อนไหว ทั้งที่ภายในกายหนุ่มแทบระเบิดด้วยเพลิงเร่าร้อน หากเขาก็กัดฟันยับยั้งสะโพกตนเองให้ช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ รั้งรอคนใต้ร่างให้ปรับตัวและพลุ่งพล่านไปพร้อมกับเขา ปากอุ่นขยับไปเม้มใบหูเล็กแถมกระตุ้นเร่งเร้าด้วยคำพูด“อืม พริกร้อนมาก พริกหวานของวิน ดีสุดๆ”“อื้อ”พร้อมเสียงครางประท้วงนั้นเขาก็ถูกข่วนตรงไหล่ทำเอาสะดุ้งนิดๆ ไม่รู้ว่าหญิงสาวเคลิ้มตามหรือขัดเคืองเขากันแน่ แต่น่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่าญาดาใจหวิวหอบกระเส่าอย่างหนักหน่วง ถูกกระแสใคร่พิศวาสจากกายแกร่งทำลายล้างอย่างรุนแรง อีกฝ่ายยังจะพูดให้เธอรู้สึกซ่านสยิวไปทั้งตัวอีก เพราะเขินอายทว่ากลับเพริดตามเขาทั้งกายและใจทำให้หญิงสาวลงมือกับชายหนุ่มไป หากก็ยอมรับว่าเวลานี้ร่างทั้งร่างของเธอไม่หลงเหลือพื้นที่สมบูรณ์ใดแล้ว หากเปรียบดั่งไฟภายในตัวเธอคงมอดไหม้ไปหมดด้วยแรงรักจากร่างสูงกำยำเพียงสะโพกแกร่งทิ้งจังหวะเนิบนาบเธอก็แทบแตกพล่าน ทว่าเมื่ออีกฝ่ายเร่งเร้าหนักขึ้น ญาดาก็สุดที่จะทนอีกต่อไป เสียงหวานพร่าถูกระบายออกมาเป็นระยะทดแทนอารมณ์รุ่มร้อนที่ปะทุดุเดือดในร่างสาว หากก
สองร่างกอดเคล้านัวเนียพลิกไปมาบนเตียงขณะปากก็พร่ำมอบจูบแก่กันอยู่ชั่วอึดใจใหญ่ ก่อนพริษฐ์จะเป็นฝ่ายขึ้นมาคร่อมร่างบาง ใบหน้าขาวคมซุกไซ้ลงหาความหอมจากซอกคอเล็ก พร้อมทิ้งรอยอุ่นด้วยจูบและปลายลิ้นไล่ลงมาหาอกอวบแล้วกลับขึ้นไปยังลำคออีกข้าง ขณะที่มือข้างหนึ่งสอดเข้าไปใต้เสื้อหญิงสาวเกาะกุมความอวบอิ่มเอาไว้ในมือ เคล้าคลึงก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นอย่างพึงใจ ได้ยินเสียงหอบแรงจากคนตัวเล็กใจเขายิ่งเต้นกระหน่ำตามไปด้วยเรือนกายแกร่งเบียดไล้ต้นขากับช่วงหน้าท้องแบนราบแสดงออกถึงการเรียกร้องต้องการ แม้จะหวาดกลัวอยู่บ้างกับความกร้าวร้อนระอุที่ไม่ยอมห่างจากเนื้อตัวเธอเลย หากญาดากลับตื่นเต้นอยากค้นหาสิ่งลึกลับที่ซุกซ่อนอยู่และไม่อาจเอื้อมคิดถึงมาก่อนพริษฐ์เม้มเนื้อบางตรงซอกคอหอมขณะที่มือหนึ่งยังเอาอกเอาใจทรวงงามสล้าง ก่อนจะไล้ลิ้นขึ้นไปหาใบหูเล็ก กัดเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยวแล้วก็ยิ่งได้ยินเสียงหวานสั่นพร่าในลำคอเล็ก อกอวบขยับขึ้นหามือเขา ยอดทรวงเบ่งบานต้านผ้าลูกไม้เด่นชัด“วินถอดเสื้อนะ”ชายหนุ่มกระซิบบอกก่อนจะขยับตัวขึ้นพร้อมโอบร่างบางให้นั่งด้วยกัน คว้าเสื้ออีกฝ่ายถอดขึ้นด้านบน แล้วรวบเรือนร่างงดงามเข้ามาหาข
“วันนี้แก้มให้พริกดูรูปที่วินถ่ายแล้วโพสต์ในไอจี”เธอเอ่ยขึ้นทันทีที่อีกฝ่ายเข้ามากอดด้านหลังและหอมแก้มขณะที่กำลังนั่งทำงานอยู่หน้าโน้ตบุ๊กตรงโซฟาวันนี้พริษฐ์กลับดึกมาก เธอรู้ทั้งจากชายหนุ่มที่ส่งข้อความบอกและภาสกรที่ส่งข้อความมาบ่น ว่าทำงานวันแรกก็ดึกเลย ญาดาไม่มีปัญหาอยู่แล้วหากต้องกลับเอง หากฝนไม่ตกเธอก็ไม่ลำบาก แล้วตอนนี้เธอก็บอกรหัสให้ชายหนุ่มกดเข้าห้องเองได้อย่างสะดวกแล้วด้วย ทว่าเขาก็จะส่งข้อความบอกก่อนล่วงหน้าเช่นเคย เพื่อที่เธอจะได้มั่นใจว่าเป็นเขาไม่ใช่คนอื่นพยายามจะเข้าห้องชายหนุ่มเพียงสบตากับเธอแล้วยิ้มบาง ก่อนจะเดินอ้อมโซฟามานั่งข้างๆ“โกรธที่ไม่โพสต์ให้เห็นหน้าหรือเปล่า”สายตากับสีหน้าคนพูดดูก็รู้ว่าแกล้งเย้าเธอ ญาดาจึงส่ายหน้าแล้วยิ้มให้“ดูสวยเหมือนไม่ใช่พริกเลย”“แน่ะ แกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าตัวเองสวย”พริษฐ์แซวพร้อมกับจับข้างแก้มนุ่มดึงเบาๆ“พริกกดตามวินไปแล้วนะ”เธอแค่รู้สึกว่าตนเองควรทำ คิดว่าเธอกับพริษฐ์ต้องเรียนรู้เรื่องส่วนตัวของกันและกันให้มากกว่านี้ และเธอก็อยากรู้หลายอย่างเกี่ยวกับ อีกฝ่าย“หืม? งั้นเหรอ”พริษฐ์หยิบมือถือในกระเป๋ามาดู แล้วเห็นว่ามีแจ้งเตือนจริง
“แหม หวานเชียวนะ ไม่คิดว่าคุณพริษฐ์จะมีโมเมนต์นี้”กุลนารีดูโซเชียลระหว่างนั่งรออาหารกับเธอแล้วเอ่ยขึ้นญาดาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ขณะที่เพื่อนส่งมือถือของตนเองมาให้ เธอจึงรับมาดูแล้วก็ถึงกับอึ้ง หน้าค่อยๆ ร้อนขึ้นกับสิ่งที่เห็น“เขาตั้งใจโพสต์แต่ภาพด้านหลังพริกล้วนๆ เลย แถมยังสวยทุกรูป โรแมนติกมากอะ”เพื่อนสาวทำท่าเคลิ้มขณะพูด“ตอนนี้มีแต่คอมเมนต์อยากเห็นหน้าผู้หญิงทั้งนั้น ส่วนเพื่อนผู้หญิงของเขาก็บอกว่าอิจฉา อยากได้รูปสวยแบบนี้บ้าง”แต่ละภาพที่พริษฐ์โพสต์เป็นภาพด้านหลังที่เธอไม่รู้ว่าชายหนุ่มถ่ายเอาไว้ เขาเก็บภาพไว้ในทุกบรรยากาศเลยทีเดียว ทุกภาพสวยจริงอย่างที่ กุลนารีพูดจนญาดายังไม่คิดว่านั่นเป็นตัวเองด้วยซ้ำ แถมยังมีภาพคู่ที่ไม่เห็นหน้าอีกด้วย ระดับความหวานพุ่งปรี๊ดจนเจ้าตัวเองยังเขิน แค่เธอเห็นจากที่เขาส่งมาให้ก็ใจหวิวแล้ว นี่ชายหนุ่มยังโพสต์เต็มหน้าโซเชียลของเขาอีก เห็นแล้วทำเอาญาดาทำหน้าไม่ถูก ไม่กล้าสบตาเพื่อนเลยทีเดียวที่สำคัญเขาใช้รูปที่เธอถ่ายให้เป็นโปรไฟล์อย่างที่บอกจริงๆกุลนารีมองคนที่เอาแต่จ้องมือถือ จะยิ้มก็ไม่ยิ้ม กัดริมฝีปากล่าง หน้าแดงระเรื่อแล้วก็ถอนหายใจยาว“อะไร
“ตกหลุมรักวินล่ะสิ”พริษฐ์เอ่ยขึ้น เมื่อออกมาแล้วเห็นว่าแฟนสาวของตัวเองยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ขณะดูจอมือถือ“ขี้ตู่”ญาดาย่นจมูกใส่พร้อมส่ายหน้า“อ้าวไม่ใช่เหรอ วินอุตส่าห์ส่งรูปตัวเองที่พริกถ่ายไปให้เพราะคิดว่าดูดีมาก”“ชอบแค่รูปเดียวเหรอ ถึงส่งมาแค่นี้”“ไม่รู้ว่าพริกอยากได้หลายรูป เดี๋ยวส่งให้รัวๆ เลย”ร่างสูงกำยำมานั่งลงข้างๆ สีหน้าทะเล้นจนน่าหมั่นไส้“จะเอามาทำไมเยอะแยะ แค่อยากรู้ว่าถูกใจบ้างไหมที่พริกถ่ายไป”“ถูกใจครับ ถูกใจมาก วินเลือกตั้งนานกว่าจะได้รูปตั้งเป็นโปรไฟล์”คนฟังถึงกับแปลกใจที่เขาบอกอย่างนั้น ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเห็นว่าดีจนเอาไปเป็นภาพโปรไฟล์“รู้ไหม เขาบอกว่าคนเราจะถ่ายรูปคนที่ตัวเองรักออกมาดูดี สวยทุกมุม เพราะออกมาจากหัวใจ”ชายหนุ่มบอกเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง พยายามแฝงความหมายในนั้น แต่ญาดาทำหน้าราวกับไม่รู้ไม่ชี้ลุกขึ้นพร้อมบอก“ไปกินข้าวดีกว่า หิวแล้ว”พริษฐ์มองตามร่างบางที่เดินออกไปทางประตูด้วยความรู้สึกมันเขี้ยว นึกอยากจับกลับมาจูบบังคับให้บอกรักเขาซ้ำๆ นักทั้งคู่กลับมาเก็บของเช็กเอาต์ก่อนเที่ยง แวะชมวิวกินขนมของว่างในจุดที่นิยม แล้วก็หาร้านอาหารกินกลางวันกิน ก่อนจะออกจาก
พระอาทิตย์ยังไม่สาดแสง ญาดารู้สึกตัวตามเวลาที่ตั้งปลุกเผื่อเอาไว้ หลังเหตุการณ์วาบหวามที่สุดในชีวิต ล้างตัวแล้วเธอก็ขอให้พริษฐ์เอาเสื้อผ้ามาให้แล้วให้ชายหนุ่มรอข้างนอก ไม่กล้าให้เขาอุ้มออกไปทั้งที่ยังเปลือยเปล่า แค่เขาพาเธอมาล้างตัวด้วยสภาพนี้หญิงสาวก็แทบอยากหายตัวไปจากห้องน้ำแล้ว ทว่าทำไม่ได้ แถมพริษฐ์ยังทำในสิ่งที่น่าอายสุดๆ ในห้องน้ำอีกต่างหากเมื่อออกจากห้องน้ำมาก็ถูกอุ้มจนตัวลอยพามานอนกอดบนเตียง ใกล้จะเคลิ้มหลับแล้วญาดาจึงบอกอีกฝ่ายว่าอยากดูพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่ง ชายหนุ่มก็บอกว่าอยากเก็บภาพเหมือนกันร่างสูงกำยำขยับตัวตามเธอ ทว่ายังหลับตาแล้วพลิกไปอีกข้าง ญาดาไปเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวแล้วหยิบมือถือดูนาฬิกาอีกครั้งก่อนเดินไปเปิดม่าน ยังไม่มีแสงสาดส่องก็จริงหากฟ้าก็ไม่ถึงกับมืดมิด ได้ยินเสียงชายหนุ่มลุกจากเตียงแต่เธอเลือกเปิดประตูประจกออกไปด้านนอกแทนที่จะหันมองอีกฝ่ายติดชายหาดมีมุมที่จัดไว้สำหรับนั่งแบบเปลและโต๊ะไม้น่ารักอยู่ เธอจึงออกไปนั่งรอพริษฐ์ที่เปล ถ่ายรูปบรรยากาศเล่นด้วยมือถือไปเรื่อย ไม่นานชายหนุ่มก็ตามมา โดยที่ญาดาไม่รู้ว่าเขาเก็บภาพด้านหลังขณะนั่งบนเปลของเธอเอาไว้ด้วย“พริ
“อือ...วิน....”ญาดาเพียงพึมพำเสียงพร่าแล้วกัดริมฝีปากตัวเองราวต้องการสะกดความซ่านร้อนภายในให้สงบลงทั้งที่ไม่มีทางทำได้ปลายลิ้นอุ่นไล้เลียยอดอกสีหวานพร้อมทั้งดูดดื่มเต็มที่ กระแสบางอย่างพลุ่งพล่านในร่างสาวจนญาดาต้องบิดตัวครวญครางแผ่วผิว ไม่เพียงแค่ปาก มือชายหนุ่มยังบีบเคล้นอีกข้างอย่างไม่ยอมปล่อยให้ว่าง ทรวงงามสองข้างถูกดื่มกินราวไม่มีวันหมดความหวาน แต่ที่ร้ายกว่านั้นคือมือ ร้ายกาจข้างหนึ่งของเขาลอดผ่านขอบกางเกงใส่นอนของเธอไปแล้วไม่ใช่ครั้งแรกที่พริษฐ์ลูบไล้เธอ แม้ญาดาจะพยายามขยับขาชิดมากแค่ไหนอีกฝ่ายก็ทำให้เธออ่อนแรงได้เช่นครั้งนี้พริษฐ์ผละขึ้นมามองคนที่กำลังร้อนระอุด้วยไฟเสน่หาจากฝีมือเขาอย่างพึงพอใจ ดวงหน้าใสแดงก่ำ ตาปรือจนแทบจะลืมไม่ขึ้น ปากอิ่มถูกขบเอาไว้นิดๆ เรือนร่างงดงามได้รูปสวยดิ้นไปมาเล็กน้อย ทรวงสล้างขาวอวบสะท้อนแผ่วตามแรงหายใจ ส่วนสีชมพูจางชูช่อน่ามอง น่าลงไปฟอนเฟ้นซ้ำอีก แต่เขายังอยากมองอีกฝ่ายอยู่ มือหนาทำงานแทบไม่ให้คนตัวเล็กได้ผ่อนคลายอารมณ์ แม้จะมีผ้าเนื้อบางขวางกั้นอยู่หากแรงกระตุ้นก็มากพอที่จะทำให้ร่างสวยบิดพลิ้วด้วยความเร่าร้อน“พริกสวยที่สุดเลยคนดี”เขากระซิบบ