“7888ซู บู รุ~” ฉันท่องทะเบียนรถแล้วเดินหารถคันนั้น... อ่า เจอล่ะ รถสีดำเงาวิ้งแวววับจอดเด่นตระหง่านอยู่ตรงหน้าเล่นเอาฉันไม่กล้าเข้าใกล้รัศมีของมัน... ยืนตรงนี้แหละเนอะ ...ไม่นึกว่าคนอย่างเขาจะมีรถราคาแพงแบบนี้แถมยังดูเนี้ยบใช่เล่น มีฝุ่นเกาะรถเขาบ้างไหมนะ.. ฉันคิดอะไรพิเรนทร์ๆเดินเข้าไปใกล้ๆรถแล้วใช้นิ้วปาดหลังคารถหมอนี่ซะเลย“..ไม่มีฝุ่นจริงด้วย?”“ทำอะไร?”“อ๊ะ!” ฉันตกใจจนเผลอเสียหลักไม่ทรงตัวจนร้องเท้าส้นสูงฉันมันเที่ยวไปเกี่ยวฝาท่อถนน ดีนะดึงตัวเองกลับมาได้... แต่มัน.. กึกๆ~ เอาไม่ออก;(“เป็นอะไร?”“...รองเท้าฉันมันติด;(““...”“แปบนะ” ฉันก้มลงนั่งยองๆแล้วจัดการจะถอดรองเท้าออก แต่ก็มีเงาสูงเดินเข้ามาหาจนฉันต้องเงยหน้ามอง ก็รู้แหละว่าเป็นเขาแต่แค่อยากรู้ว่าเดินเข้ามาจะช่วยฉันหรือเปล่า.. แต่จริงๆฉันก็ไม่ได้ต้องการให้เขาช่วยซะหน่อยพรึบ! อะไรดำๆลอยใส่หน้าฉันทันทีที่เงยหน้า แกล้งฉันอีกหรือไงกัน!“นี่!”“หวอออก”“...เอ๊ะ!”“สั้นขนาดนี้ใส่กางเกงในเดินเถอะ- -*”“ไม่ช่วยก็อย่าพูดไหม? ชิ๊” ฉันรีบคว้าเสื้อนั้นมาปิดต้นขาฉันทันทีแล้วหันไปถอยสายส้นสูงโดยที่คนตรงหน้าก็ยืนกอดอกมองฉัน ฉันลุกขึ้น
คอนโดชา“..เข้ามาเถอะน่า ทำยังกับไม่เคยมางั้นแหละ” ชาเดินเข้ามาหาฉันที่ยังยืนอยู่หน้าห้องเขา รู้ไงว่ามันไม่ใช่ครั้งแรกที่มาแต่ตอนนี้เป็นครั้งแรกที่ฉันมาเหยียบห้องเขาโดยปกติสุดๆมันก็กังวลๆไง ชาที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันเขายืนกอดอกแล้วเอนตัวพิงกับกำแพงในห้องกลับเดินเข้ามาใกล้ฉันจนฉันต้องรีบก้าวเท้าหนีให้ถอยหลังตาม“เข้ามา” แล้วเขาก็เป็นฝ่ายจับสายกระเป๋าสะพายฉันแทนมือฉันเอง แล้วก็ดึงให้เดินตามเขาไป ฉันมองตามหลังเขา ทำไมวันนี้เขาดูทำอะไรๆแปลกๆ ผีเข้าหรือไงกัน“ตามสบาย”“....” ชาเดินไปหยิบขวดน้ำกับแก้วมาให้ฉันตรงโซฟาที่เขาบอกให้ฉันนั่ง ส่วนตัวเขาเองก็ทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาวแล้วปลดกระดุมเสื้อออกสามเม็ดมั้งแล้วก็นอนไปนิ่งๆ........ใช่ นอนนิ่งๆ.. แล้วเขาพาฉันมาทำอะไรของเขากัน ฉันกำลังบ่นอยู่ในใจ ชาเหลือบตามามองฉันแล้วชี้มาที่รีโมททีวีตรงโต๊ะเล็กนี่“ดูได้นะ.. ฉันของีบแปบนึง ตื่นแล้วเดี๋ยวไปส่ง”“..นายหลับแล้วจะหิ้วฉันมาเพื่อ?”“ผิดหวังหรือไง คิดว่าฉันจะทำอะไรเธอ”“ฉันไม่ได้ผิดหวัง นายพาฉันมาห้องนายแล้วนายก็หลับใส่ แล้วฉันจะทำอะไร นั่งรอนายตื่นงี้เหรอ มันน่าเบื่อ” ชาฟังที่ฉันพูดเขาลืมตามองมาที่ฉัน
อึก~คนคนนี้..บทจะเอาจริงขึ้นมาก็น่ากลัวใช้ได้เลยอะ.. นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันอดทนได้ไม่เป็นลมไปซะก่อน ไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้.. เขาพยายามจะดุฉันเหมือนเบียนความสนใจของฉันให้ไปโฟกัสที่เขามากกว่ากังวลเรื่องหัวใจเต้น ถึงมันยังไม่ได้ผลชะงักนักแต่ฉันทนได้เพิ่มขึ้นเพียงหนึ่งนาทีคือดีมากๆแล้ว“เอาดิ จูบต่อ”“....”“ไม่จูบ? ไม่จูบฉันจูบเองนะ”“ดะ..เดี๋ยววววว!”“....?” เขามองหน้าฉันนิ่งๆ นี่ฉันต้องจูบเขาจริงๆเหรอ ใจฉันยังเต้นอยู่เลยนะ แล้วเหมือนเขาจะรู้ว่าใจฉันกลับมาเต้นแรงอีกครั้งเพราะมือที่ทาบหน้าอกฉันยังคงอยู่ที่เดิมเขาก้มมองฝ่ามือเขาแล้วเงยหน้ามองฉันไปด้วยฉันเอามือสั่นๆของตัวเองจับไปที่ใบหน้าของเขาแล้วกลั้นใจเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าฉันจะทนได้นานแค่ไหน แต่พอฉันยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากกำลังจะประกบกัน อีกฝ่ายก็ดันขำในลำคอออกมาดื้อๆ“..อะไร?”“แกล้งเธอนี่สนุกจริง^^”“...แกล้ง แกล้งฉัน!”“เออดิ ไม่ใสนะเธออะ^^”“!!!!” อะ...ไอ้!!!“^^”“ไอ้บ้า! ปล่อยเลย!”“ฉันปล่อยเธอตั้งนานแล้วเถอะ” แล้วเขาก็แบบมือทั้งสองข้างขึ้นให้ฉันดู ทำให้รู้ว่าฝ่ายที่ยึดเขาไว้คือฉันเอง>////ตายแล้ววว น
2อาทิตย์ผ่านไป#CHA@Pub“แม้งเอ้ย~ กูอยากจะพุ่งหลาวไปกลางดงตรงนั้น”“..เลิกม้อสักทีเหอะ กูขี้เกียจมาตามเช็ดตามล้างให้มึง” ผมพูดกับไอ้ฌอห์น ไอ้นี่ถ้าคนไม่สนิทกับมันจะมองว่ามันเหมือนพวกสุภาพบุรุษที่โลกต้องการ เอาจริงๆแม่งก็พวกหน้าม้อดีๆนี่แหละ ร้ายลึกมันอะ“ว่าแต่... มึงกับพาสนี่ยังไง”“ถามอะไรของมึง”“กูถามก็ตอบดิครับ ยังไงกัน”“...” ผมส่ายหัวแล้วยกแก้วขึ้นดื่ม ระหว่างผมกับพาสไม่มีอะไรแน่นอน ผมก็ไม่เข้าใจว่ามันจะถามเพื่ออะไร“กูว่าน้องมันก็ไม่เลวนะ สวย แถมยัง..น่าจะซ่อนรูปน่าดู”“หุบปากแล้วแดก”“เออ! เดี๋ยวนี้มีหัวร้อนแทนกันเว้ย!”“กูไม่ได้หัวร้อน แดกๆไปมึงอะ” ไอ้ฌอห์นทำท่ากวนตีนก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมามองก่อนจะยิ้มพร้อมกับเอามือถือแนบหู ผมไม่ได้สนใจว่ามันจะพูดหรือคุยอะไรกับใคร ผมก็ดื่มของผมต่อเรื่อยๆคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยไม่นานนักก็เหมือนมีใครมายืนที่หัวโต๊ะ“..เธอ?”“อ้าว นายก็มาด้วยเหรอ” ร่างบางที่ผมรู้จักดีเธอมาในชุดเดรสเกาะอกสีขาว ผมจ้องเธอด้วยความรู้สึกที่แปลกใหม่เพราะผมไม่ค่อยเห็นเธอแต่งตัวในแนวนี้เลยสักครั้ง“กระพริบตาก่อนไหมมีง~”“...!”“ขอฉันนั่งด้วยคนดิ” เธอหันมาพูดกับผม แน่นอ
“ล๊าา~ ลาลาลาาา~ บินบินให้สูง สู๊งงง~”“....” เพลงบ้าอะไรว่ะ- -* ผมก้มมองร่างบางที่เดินเซมากกว่าตอนแรกจนผมต้องอยู่ในสภาพกึ่งหิ้วพาสแล้วอะ คือตอนนี้ผมรวบเอวเธอกระเตงเหมือนหิ้วเด็กน้อยละ ...ผู้รู้สึกบ้าๆกับคนบ้าหรือเปล่าว่ะ ถ้าจะเละเทะขนาดนี้ผมเอาไม่ลงนะเว้ย“เดินให้มันดีๆหน่อย”“อ่ะ~ พอใจยางงง~”“....” เออ! กูผิดเองแหละ พาสวาดแขนขึ้นมาคล้องคอผมจากด้านข้างแล้วก็พยายามเดินให้ตรง ขาตัวเองก็ไม่ได้สูงขนาดที่กอดคอผมแล้วยังเดินปกติได้ไงนึกออกป่ะ นี่เล่นคล้องคอผมแบบนี้ขาก็ลอยดิ...“..เธอนี่มัน ยืนก่อนดิ”“~บลา~~” แลมีความสุขเนอะที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะโดนอะไร ถึงตอนนี้ผมเริ่มส่ายหัว ผมประคองจนมาถึงหน้าห้องผมจัดการเปิดประตูแล้วเข้าไปข้างใน จากตอนแรกที่คิดว่าจะเล่นให้หงอยกลายเป็นว่าผมไม่คิดที่จะทำอะไรทั้งนั้น แค่จูบยังลำบากถ้าไปถึงขั้นนั้นละก็มีเรื่องต้องให้ปวดหัวแน่ๆผมตกลงกับตัวเองว่าจะไม่จูบไม่ทำอะไรเธอทั้งนั้นก็แค่ปล่อยให้เธอนอนพักไป“ฉันอยากจะลอยยย~ ล๊อยล่องง~”“หยุดลอยแล้วไปนอนได้ล่ะ”“งื้มม~”“อย่ามางี่เง่า ไปนอน” ยังดีที่เธอไม่ขัดขืนผมบังคับให้เธอนั่งที่เตียงแล้วกำลังจะดันให้เธอขึ้นไปนอนดี
...เราจะเป็นยังไงกัน........“อ่า~”“อ๊ะ~ อ๊า~” ฉันเม้มปากแล้วจิกหลังชาเข้าไปเต็มแรง ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ามันจะเจ็บและทรมานขนาดนี้ ฉันยอมแพ้แล้วไม่อยากไปต่อแล้ว:(พั่บ~ พั่บ~ พั่บ~~“โอเคไหม~”“มะ..ไม่~”“อดทนหน่อย ฉันเบามือสุดๆแล้ว~” ชาพูดแล้วมองหน้าฉันด้วยสีหน้าเหยเกสุดๆเขายังคงพยายามดันสิ่งนั้นเข้าออกช้าๆพักใหญ่ฉันก็เริ่มรู้สึกว่าความเจ็บมันเบาบางลงแต่กลับแทรกมาด้วยความรู้สึกแปลกไหม ชาดันตัวขึ้นนิดหน่อยแล้วก้มมองส่วนที่เชื่อมกัน เขามองแบบนั้นหลายรอบไปแล้วนะ ฉันอายจนต้องใช้มือปิดมัน“จะอายอะไร~” แต่เขากลับดึงมือฉันออกแล้วประสานมือเข้าด้วยกันกดลงไปที่เตียง“อ๊าา~” ทำไมต้องคอยเหลือบมองฉันด้วยก็ไม่รู้>ในที่สุดเขาก็เลื่อนหน้าลงต่ำอีกครั้งแล้วก็งับเนินอกจนฉันสะดุ้งเผลอดันตัวเขาแต่ชากลับปรามฉันด้วยเสียงห้ามในลำคอหนักๆ เขาดูดเค้นตวัดปลายลิ้นวนไปมาแล้วดูดเนินอกฉันจนติดปากสูงขึ้นตามระยะที่เขาต้องการ ฉันทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากนอนกลั้นเสียงตัวเองและอดทนกับสิ่งตรงนี้ มันไม่เห็นสนุกอย่างที่ใครเขาว่าสักนิด เจ็บจะตายอยู่แล้ว;(“เอาจริงแล้วนะ~”“บะ..เบาๆนะ~”พั่บๆๆๆๆๆๆๆ~ พั่บๆๆๆๆๆๆๆ~~~“ซี๊ด~”“
มหาลัย“จริงดิ! แล้วคลิปอ่ะเอามาได้ป่ะ!”“ไม่อ่ะ แต่ชาบอกว่าเขาจะให้เพื่อนเขาช่วยจัดการให้ ฉันเลยพอสบายใจหน่อย”“นี่โชคยังดีนะที่พี่ชาเข้ามาเห็นเข้า ไม่งั้นไม่รู้ว่าคลิปแกจะหลุดไปไหนต่อไหนละ ไอ้ชั่วเอ้ย! ฟังกี่ทีก็รู้สึกคันตีน! ” ฝนสบถอย่างหัวเสีย มันโทษตัวเองด้วยแหละที่ดันไม่ห้ามปรามฉัน ก็อย่างว่าพี่ฮานเขาดูไม่ได้เป็นแนวนั้นนิถึงจะมีบางมุมรู้สึกว่าเขาร้ายๆก็เถอะ“อืม...”“...แต่ว่า~ แสดงว่าเขาก็ต้องเห็น...แกเด๊~” ฝนเปลี่ยนเรื่องแล้วชี้นิ้ววนมาตามร่างกายฉัน ฉันยังไม่ได้เล่าเรื่องเมื่อคืนก่อนให้มันฟัง แต่ฉันว่าเป็นแบบนี้ก็ดีแล้วละขืนยัยนี่รู้มันแซวฉันตายแน่“..ฉันกลับละ”“เฮ้~ ยังเรียนไม่ครบเลยจะรีบไปไหน”“ฉันมีธุระต่อ”“สำคัญขนาดโดดเรียน?”“ฉันจะไปแจ้งความเรื่องนี้แหละ กันไว้ก่อน”“เออเนอะ.. แล้วนี่แกไปยังไงให้ฉันไปส่งไหม”“ไม่อ่ะ แกเรียนเถอะฉันไปเองได้” ฉันยิ้มก่อนจะลุกขึ้นแล้วจัดหนังสือขึ้นมาถือ ฝนตบไหล่ฉันเชิงให้กำลังใจ จากนั้นเราก็แยกกัน ฉันตั้งใจว่าจะไปนั่งวินที่หน้ามหาลัยแต่มันเดินอีกไกล แวะซื้อน้ำหน่อยดีกว่า..‘เห้ย! แจ่มสัส เนียนกริบเลยว่ะ’‘มึงดูนมดิ หื้มมม~ อยากบีบให้แตกขามื
“....”ฉัน..ทำไงดีอ่ะ ชาไม่พูดกับฉันตั้งแต่ในรถจนตอนนี้ถึงห้องเขาแล้ว เขาก็ยังไม่พูดกับฉัน... แล้วนิ่งเขานิ่งๆแบบนี้นะยิ่งน่ากลัว ทำไงดี.. เอาว่ะ!ฉันตัดสินใจเดินเข้าไปหาเขาแล้วยื่นมือไปดึงแขนเสื้อเขาสองสามที แน่นอนว่าเขาหันกลับมามองแต่ยังคงไม่พูดอะไร“..ขอโทษ*~*”“....”“ฉันไม่รู้นิ.. ว่านายคิดแบบไหน ฉันไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองหรอก:(“ เขาถอนหายใจแล้วหันกลับมาหาฉัน ชาเอามือวางบนหัวฉันเขาโยกมันสองสามทีแล้วยิ้มที่มุมปากจางๆ“ฉันไม่ใช่คนซับซ้อนขนาดนั้น ถึงตอนนี้ยังต้องให้บอกอีกไหม ว่าเธออยู่ในฐานะอะไร”“...บอก.. ก็ดีนะ*///*”“...ยัยบื้อ” ฉันโดนเขาเขกมะเหงกหนึ่งทีก่อนจะถูกดึงไปกอด“เธอเป็นเมียฉัน เข้าใจนะ”“..อื้ม เข้าใจแล้ว^^” ฉันกอดเขากลับ มันยังมีอยู่บ้างที่ใจเต้นหนักๆแต่แค่จังหวะมันช้ากว่าทุกที ความรู้สึกแบบนี้ฉันไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัสมัน แน่นอนเรื่องความรักถึงตัวฉันจะโหยหาแต่ก็ไม่คิดว่าจะได้เจอกับเขาคนนี้ แล้วสุดท้ายเราก็มาอยู่ในสถานะนี้ มันเป็นอารมณ์แบบเราคาดหวังนะแต่เราไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้“ขอบคุณนะ~”“ขอบคุณแล้วทำไมต้องเอาหน้ามาถูนมฉันเล่า” ชาพูดแล้วเอี้ยวตัวหนี บ้าจี้เหรอเนี่
Special Part (END)#CHAหลายปีต่อมา...“..พี่เพรส แม่อยู่ไหน~ ฮึก~”“ไม่ร้องน่า แม่ไม่สบายให้แม่นอนก่อนเถอะ”“..แต่ว่าหนู~”“ดึกขนาดนี้ทำไมไม่นอนกันเนี่ย” ผมเดินเข้ามาในห้องของเด็กๆ เพรสที่โตได้อายุ7ปี กับพริ้นท์ลูกคนเล็กของเราที่อายุ3ปี ทั้งสองคนยังไม่นอนแถมพริ้นท์ยังนั่งน้ำตาคลอปากบู้บี้“พ่อออ~ หนูอยากนอนกับแม่ ฮึก~”“อ่า แม่ไม่สบายนะลูก ให้แม่หายก่อนเนอะค่อยกลับไปนอนกับแม่^^”“T~T”“ผมพูดแบบนี้เป็นร้อยครั้งแล้วฮะพ่อ แต่น้องก็เอาแต่นั่งทำหน้าแบบนี้อ่ะ” ผมมองพริ้นท์ที่ใกล้จะร้องไห้เต็มทีจนต้องเดินเข้าไปหา เป็นอาทิตย์แล้วที่พาสไม่สบายผมเลยต้องรับหน้าที่ดูแลสองแสบนี่เต็มๆ ส่วนพาสผมให้นอนพักอยู่ที่ห้องแล้วพาสองแสบนี่มานอนกับผมที่อีกห้องนึงเพราะจะได้ไม่ติดไข้กัน“อย่าดื้อสิค่ะ อยู่กับพ่อแทนเนอะ”“...ฮึก~ แต่หนูคิดถึงแม่ แม่ไม่สบาย ไม่มีใครเล่านิทานให้หนูฟังก่อนนอนเลย ฮึก~” พริ้นท์ขยี้ตาไปมาเอาเป็นว่าผมรู้ว่าพริ้นท์คงง่วงนอนแต่คงนอนไม่หลับ เพราะปกติพาสเป็นคนพาพริ้นท์นอนทุกคืนแล้วยังเล่านิทานให้ฟังก่อนนอน พอมาอยู่กับผมที่ไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับลูกเลยไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดตรงนั้น ซึ่งมันก็ทำให
Special partหลายปีต่อมา.....#CHAฟึ่บ~ ฟึ่บ~ผมนั่งเรียงรูปที่ไปถ่ายเมื่ออาทิตย์ก่อนตอนพวกเราไปภูทับเบิก มันไม่น่าเชื่อว่าผมจะมาอยู่ในจุดนี้ จุดที่ต้องกลายเป็นคนใจเย็น เป็นสามีที่ตามใจภรรยาและเป็นพ่อที่!!“พ่ออออออ!!! พ่อสอนการบ้านผมผิดตั้งหลายข้อนะ!”!! เอ่อ... เป็นพ่อที่สอนการบ้านลูก..ไม่ค่อยจะถูก - -*“..อีกแล้วเหรอ - -*”“ก็ใช่นะสิ นี่สมัยเรียนพ่อไม่ได้ตั้งใจเรียนสิท่า”“โธ่ มันก็นานแล้วไง พ่อก็หลงๆลืมๆบ้างสิ”“แล้วทำไมแม่ไม่เคยสอนผิดเลยล่ะ! นี่ถ้าแม่อยู่สอนการบ้านผมนะ ผมได้ที่หนึ่งของห้องไปแล้วล่ะครับ!” ผมปิดอัลบั้มรูปแล้วเอาการบ้านที่ผมสอนผิดของลูก.. ลืมบอก เราได้ลูกชายเลยตั้งชื่อให้ว่า ‘เพรส’ ไม่มีความหมายของชื่อ แค่อยากจะได้ชื่อคนที่เขาไม่ค่อยแต่งกันแค่นั้น“เดี๋ยวแม่ก็กลัวมาแล้วน่า~” ผมก้มมองนาฬิกาข้อมือตัวเอง พาสบินกลับไปที่เชียงใหม่เพื่อไปร่วมงานแต่งและแสดงความยินดีกับคุณหมอที่รักษาโรคของเธอมาตั้งแต่เริ่ม นี่ก็ได้เวลาน่าจะถึงบ้านแล้วนิ... ทำไมป่านนี้ยังไม่ถึง?“ผมจะไม่เชื่อพ่อแล้ว;(““โธ่ พ่อสัญญาคราวหน้าไม่ผิดแน่นอน^^”“..แต่ผมไม่อยากเชื่อพ่อแล้วนิ~..~”แอ๊ดดดด~ ระหว่างท
หลายเดือนต่อมา...หลังจากที่เรารู้ว่ากำลังจะมีอีกหนึ่งชีวิตเกิดขึ้นมา ชาก็จัดการทุกอย่างเสร็จสรรพ เขาเคลียร์เรื่องเรียนที่เราต้องดรอป แล้วจัดการอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่างจนฉันเองไม่ต้องทำอะไร นอกจากนอน นอน แล้วก็นอน บางทีมันก็เบื่ออะ อยากออกไปข้างนอกบ้างนี่ฉันอยู่แต่ที่คอนโด อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมๆถ้าชาไม่กลับมาจะทำธุระนั่นนี่ฉันก็เหมือนหมาเหงาที่คอยเฝ้าบ้านอ่ะ ฉันอยากไปเที่ยววววว>~แอ๊ดดด~ เสียงเปิดประตูดังขึ้นเหมือนทุกทีและแน่นอนไม่มีอะไรตื่นเต้นเหมือนทุกครั้งนอกจากถุงขนมพะรุงพะรังที่ชาหิ้วมา“ยังไม่นอนเหรอ”“.....”“เป็นอะไร?” ชาวางถุงในมือลงที่โซฟาแล้วเดินมาหาฉันที่เตียง“...ฉันเบื่อ”“เบื่อ? เบื่ออะไร”“..ฉันได้แต่อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมของนายอะ ฉันอยากออกไปนั่นนี่นายก็ไม่ให้ฉันไป;(““อย่างอแงสิ ก็ท้องเริ่มใหญ่แล้วจะเดินจะทำอะไรก็ต้องระวัง”“จะตอนท้องใหญ่ไม่ใหญ่นายก็ให้ฉันอยู่แต่ห้องอะ... ทุกวันนี้ฉันจะคุยกับเพดานห้องนายแล้วนะ” ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ชากลับหัวเราะแล้วเขยิบตัวมานั่งข้างๆฉัน“โอเคๆ^^ อยากไปไหนบอกมาเลย”“...จริงนะ ถ้านายหลอกฉันโกรธจริงด้วย”“จริง อยากไปไหนล่ะ” ฉันนั่งคิดอยู
.....กลิ่นแบบนี้ ไม่ชอบเลย... มันเป็นกลิ่นที่ฉันไม่เคยหนีมันพ้นสักครั้ง....กลิ่นโรงพยาบาล เอ๊ะ!O..o!! ฉันอยู่ที่โรงพยาบาลจริงๆด้วย ครั้งสุดท้ายที่จำได้คือ.. ฉันเหมือนจะหน้ามืดแล้วทุกอย่างก็ดับวูบไปรู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้ว.ฉันมองไปรอบๆห้องก่อนจะเจอชานอนอยู่ที่โซฟา ฉันค่อยๆดันตัวขึ้น ยังคงมีอาการหน้ามืดนั่นอยู่หน่อยๆกึก~ เสียงขยับตัวทำให้เตียงส่งเสียงและมันคงไวต่อประสาทสัมผัสของชามาก ชาเลยตื่นขึ้นพอเขาเห็นฉันเขาก็รีบเข้ามาหาทันที“ทำไมไม่เรียกล่ะ”“..ฉันเห็นนายนอนอยู่ เลยไม่อยากกวนนะ”“ระวังๆสิ” ชาค่อยๆประคองฉันให้นั่งพิงหัวเตียง เขาดูเป็นห่วงฉันเหมือนฉันเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายยังไงยังงั้นเลย“ฉันไม่เป็นอะไร พอได้แล้ว” ชานิ่งแล้วหันไปลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียงเขาหยิบมือฉันไปกุมแล้วเหมือนพยายามจะบอกอะไรสักอย่าง“..ฉันขอโทษ”“...ขอโทษ? ขอโทษเรื่องอะไร”“ขอโทษที่ไม่รู้อะไรเลย”“...นายพูดแบบนี้ฉันกลัวนะ ฉันเป็นอะไร? ...มะเร็งเหรอ?!”“นั่นปากหรือนั่นอ่ะ” ฉันโดนเขาบ่น ก็สรุปฉันเป็นอะไรล่ะพูดแบบนี้ฉันก็ใจไม่ดีดิ“ฟังฉันนะ”“อื้ม” ฉันกลืนน้ำลายหวังแค่ว่าตัวเองจะแค่พักผ่อนไม่พอหรือรางก
มหาวิทยาลัย“ไง ฉันไม่อยู่ไทยตั้งนานได้ข่าวว่ามีผู้แล้วโรคหาย”“ข่าวเร็วเนอะ”“เรื่องจริงเหรอว่ะ!” ไอ้แซมที่หายหัวไปทำธุระกับที่บ้านในต่างประเทศไม่ค่อยได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรหรอก แต่ที่มันกลับมาแล้วรู้แบบนี้ก็มีอยู่แค่คนเดียว.... ยัยฝนมันคงบอก สองคนนี้มันชอบจับเข่าสุมหัวนินทาฉันจะตายไอ้พวกบ้า ไอ้แซมนี่ก็เป็นพวกผู้ชายปากผู้หญิงซะด้วยสิ กัดแค่ละทีนึกว่ามีเพื่อนสาวเถอะ- -* แต่มันเป็นผู้ชายจริงๆนะอันนี้ยืนยัน“แล้ว...ไปทำกันอีท่าไหนว่ะถึงหาย^0^”“ทะลึ่ง!”“ทะลึ่งอะไร? ...อ๋ออออ เข้าใจล่ะ^^” แซมมันมองฉันแล้วยิ้มกริ่มๆให้มา ฉันไม่ได้คิดลึกซะหน่อยมันนั่นแหละพูดให้คิดเองทำไมล่ะ!แต่ก็นั่งเถียงกันได้ไม่นานนัก ชาก็เดินเข้ามาในวงสนทนาเราทันทีนั่นยิ่งทำให้ไอ้แซมมันได้ทีปริปากถามชาเอาซะดื้อๆจนหน้าฉันแดงไปหมด“เอาตรงๆเลยนะ ไปทำกันอีท่าไหนไอ้พาสมันถึงหายได้เนี่ย ขนาดหาหมอรักษาตัวเป็นปีๆไม่หาย ถามจริง ผมขอเคล็ดลับหน่อย^^”“ไอ้แซม หุบปากเลย!” แต่ที่มากกว่านั้นคือชา!.... ดันตามน้ำไอ้แซมจ้า!“ก็ท่าปกตินี่แหละ”“ชาาาาาา!!!” >///ฉ่าาาาาาาาาา~“จริงดิ! ผมคิดว่าท่าพิศดาร*0*”“มันก็มีบ้าง”“หยุด! หยุดเลยทั้
“ไอ้บ้าาาา! ปล่อยสิ!!!” ดิ้นเท่าไหร่ก็ดิ้นไม่หลุด! ไอ้เชือกบ้านี่ก็เหนียวจังเลย นี่ฉันดิ้นจนจะหมดแรงแล้วนะ! แถมพี่ฮานยังมาปลดกระดุมฉันอีก ชาอยู่ไหนนนน ช่วยฉันด้วยยยยยยยย“จิ๊~ เลือกถูกคนจริงว่ะ~” พี่ฮานยืนมองร่างกายฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาอันตรายซะยิ่งกว่าตอนเสือกินเหยื่ออีกอ่ะ!“ปล่อยนะ! พี่ต้องการอะไร! ทำแบบนี้ทำไม!”“นั่นสินะ~ ฉันต้องการอะไร....”“..ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันไปเถอะ นะพี่นะ;(“ เขาเดินเข้ามาหาฉันช้าๆแล้วย่อตัวนั่งให้เสมอกับฉันพร้อมกับใช้ปลายนิ้วจับคางฉันแล้วก็ออกแรงเหวี่ยงมัน“ผัวมึงลากกูเข้าคุก! คิดว่ากู..ไม่สิ คิดว่าฉันจะปล่อยเธอไปง่ายๆงั้นเหรอ”“....” ตอนนี้เขาดูเหมือนกำลังจะพูดกับตัวเองอยู่ตลอดๆ ฉันว่าพี่เขาต้องไม่ปกติแน่ๆ ฉันจะทำไงดี!ฉันพยายามนิ่งแล้วอาศัยช่วงเวลานี้ใช้นิ้วตัวเองพยายามบิดและแก้เชือกเท่าที่จะทำได้แต่มันก็ไม่ได้ง่ายเลย ยิ่งพี่ฮานยังนั่งอยู่ตรงหน้าฉันแบบนี้แล้วมันยิ่งทำอะไรอะไรลำบาก... แต่ยังไง ฉันก็ต้องหลอกล่อเขา“พี่อยากได้อะไรฉันให้หมดเลยนะ แต่พี่ต้องแก้มัดฉันก่อน ฉันกลัวที่แคบๆแบบนี้;(““แกมัด?... ให้ฉันช่วยฉันไม่แก้แค่เชือกนะ”อึก~ ฉันเชื่อว่าเขาทำ
“ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี เราไม่รู้ว่าไอ้บ้านั่นจะกลับมาเอาคืนหรือเปล่า”“...แกว่าฉันควรไปคุยกับพี่เขาดีไหม”“บ้าเหรอ! อยู่เฉยๆเลยแล้วก็เลิกคิดบ้าๆแบบนี้อีก แกไม่เห็นหรือไงว่าไอ้พี่ฮานมันทำอะไรกับแก” ฝนสั่งฉันเป็นชุด นี่ฉันแค่ถามเองไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปจริงๆนิ ฉันเล่าทุกอย่างให้ฝนฟังเพราะจะได้ช่วยกันคิดว่าจะเอายังไงต่อ ฉันเองก็ไม่อยากระแวงหน้าหลังแบบนี้ ครั้นจะรอให้เรื่องทันหายไปก็กลัวจะไม่เป็นแบบนั้น... แต่ถ้าคิดว่ามันไม่มีอะไร มันก็คงจะไม่มีอะไรแหละ อย่าคิดเยอะเลย“เออๆฉันรู้น่า แค่ถามค่ะแม่~~~~”“ดีมาก หัดฟังฉันบ้าง” ฝนยืดอกเหมือนมันพอใจมากที่ฉันฟังมัน“..ขอบใจนะ ขอบใจที่ยังอยู่ข้างๆกัน”“...อะไรของแก อย่ามาทำเลี่ยนน่า ขนลุก” ฉันก็แค่อยากขอบคุณที่ไม่ว่าจะช่วงเวลาไหนฝนมันก็อยู่ข้างๆฉันเสมอ แต่ดูมันทำ... ทำท่าเหมือนแบบฉันโดนผีที่ไหนสิงอย่างนั้นไม่มีผิด“เออน่า ช่างเถอะ ไปเรียนได้ละ” ฉันลุกขึ้นยืน.. แค่ยืนเท่านั้นอ่ะวืดดดด~ ฉันก็หน้ามืด แถมโลกมันยังหมุนอีก.. ฉันเซไปฝั่งไหนไม่รู้รู้แค่ว่าฝนเข้ามารับร่างฉันแล้วประคองให้ฉันนั่งที่เก้าอี้“โอเคปะเนี่ยพาสส”“...โลกมันหมุน”“..แกมียาดมป่ะ”“อื
1เดือนต่อมา#CHAติ๋งต่องง~... ใครแม่งมากดออดตอนนี้ว่ะติ๋งต่องง~~คนกำลังหลับสบายๆ ผมต้องยันตัวขึ้นแล้วหยิบเสื้อคลุมตัวใหญ่มาใส่ก่อนจะดีงผ้าคลุมร่างของพาสที่ยังหลับสนิทอยู่แล้วใช้ขานี่แหละเขี่ยกล่องถุงยางที่มันอยู่ข้างเตียงเข้าไปใต้โซฟาแอด~“...มีห่าไรตอนนี้ว่ะ” ผมพูดทันทีหลังเปิดประตูแล้วพบว่าคนที่อยู่หน้าห้องผมคือไอ้ฌอห์น จริงๆคอนโดนี้ถ้าไม่ใช่คนที่พักอยู่ก็ไม่สามารถขึ้นมาได้ แต่สำหรับผม พาสกับไอ้ฌอห์นถือว่าเป็นกรณียกเว้นประชาสัมพันธ์ข้างล่างรู้ดีเพราะผมแจ้งเอาไว้เผื่อมีเหตุฉุกเฉินหรือเรื่องจำเป็นที่ผมไม่สามารถกลับมาที่นี่ทัน“มึงโอเคเปล่าว่ะ”“...โอเคดิ มึงเป็นอะไร?” ไอ้ฌอห์นมันดูกังวลๆแถมสีหน้ายังไม่โอเคสุดๆ“.....”“ไงมึง มีอะไรบอกมาดิ” ไอ้ฌอห์นถอนหายใจก่อนจะขะโงกเข้าไปในห้องแวบนึงแล้วมันก็ดึงผมออกมานอกห้องแล้วปิดประตูทันที“ตำรวจเขาโทรมาบอกกู ว่ามีคนมาประกันตัวไอ้ฮาน”“.....”“กูนึกว่ามันออกมาแล้วจะเล่นงานมึงทันที กูก็เลยรีบมาหามึงอะ”“..ตั้งแต่เมื่อไหร่”“เมื่อเช้า.. กูรู้ว่ามึงเอาตัวรอดได้ แต่พาส.. กูกลัวว่าจะเป็นเป้านิ่ง” จริงอย่างที่ไอ้ฌอห์นพูดนั่นแหละ ผมเอาตัวรอดได้มือตี
~ปวดจัง... เมื่อคืนชาเล่นฉันจนฉันไม่ไหว คนบ้าอะไรบทจะหื่นก็หื่นซะ คนที่มันดูไม่น่ามีอะไรนี่มันก็น่ากลัวเหมือนกันนะ...ฉันวาดแขนจะไปกอดชาแต่มันกลับ.. ว่างเปล่า ไม่อยู่เหรอ.. ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นมองข้างตัวชาไม่อยู่จริงๆด้วย ไปไหนของเขานะโทรศัพท์ก็อยู่นิ ฉันค่อยๆยันตัวเองนั่งพิงกับหัวเตียง ความเจ็บที่ส่วนนั้นยังคงหลงเหลืออยู่“หายไปไหนนะ”แอดดด~ ไม่นานนักประตูก็ถูกเปิดออก ชาเข้ามาพร้อมกับกระดาษในมือ“อ้าว ตื่นขึ้นมาทำไม”“นายไปไหนมา”“ไปหาอะไรอ่านนิดหน่อย” เขาชูกระดาษในมือที่มีหลายใบให้ฉันดูก่อนจะเดินมานั่งที่เตียงแล้วใช้ปลายนิ้วเกลี่ยไรผมฉันเบาๆ“ซีเรียสเหรอ นั่นนะ”ซึ่งฉันมองไปที่ใบกระดาษพวกนั้น“ไม่หรอก มันดีมากกว่า”“หื้ม? เรื่องอะไร บอกได้ไหม”“อยากอ่านเองหรือให้ฉันบอก”“...บอกสิ^^”“ว่าละ” เขายีผมฉันแล้วสอดตัวเข้าใต้ผ้านวม เขาดึงฉันเขาไปนอนหนุนที่ไหล่เขาแล้วก็เล่นผมฉันไปมา“โรคที่เธอเป็นเดี๋ยวก็หาย”“....”“มันจะมีบางช่วงที่คนที่ป่วยเป็นโรคนี้จะรู้สึกกลัวและคิดว่าตัวเองไม่สามารถผ่านมันไปได้ นั่นจะยิ่งทำให้คนที่ป่วย ป่วยหนักกว่าเพราะมีอาการนั่นนี่แทรกซ้อน”“...อื้ม”“อย่างเธอที่เห็นชัด