“....”ฉัน..ทำไงดีอ่ะ ชาไม่พูดกับฉันตั้งแต่ในรถจนตอนนี้ถึงห้องเขาแล้ว เขาก็ยังไม่พูดกับฉัน... แล้วนิ่งเขานิ่งๆแบบนี้นะยิ่งน่ากลัว ทำไงดี.. เอาว่ะ!ฉันตัดสินใจเดินเข้าไปหาเขาแล้วยื่นมือไปดึงแขนเสื้อเขาสองสามที แน่นอนว่าเขาหันกลับมามองแต่ยังคงไม่พูดอะไร“..ขอโทษ*~*”“....”“ฉันไม่รู้นิ.. ว่านายคิดแบบไหน ฉันไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองหรอก:(“ เขาถอนหายใจแล้วหันกลับมาหาฉัน ชาเอามือวางบนหัวฉันเขาโยกมันสองสามทีแล้วยิ้มที่มุมปากจางๆ“ฉันไม่ใช่คนซับซ้อนขนาดนั้น ถึงตอนนี้ยังต้องให้บอกอีกไหม ว่าเธออยู่ในฐานะอะไร”“...บอก.. ก็ดีนะ*///*”“...ยัยบื้อ” ฉันโดนเขาเขกมะเหงกหนึ่งทีก่อนจะถูกดึงไปกอด“เธอเป็นเมียฉัน เข้าใจนะ”“..อื้ม เข้าใจแล้ว^^” ฉันกอดเขากลับ มันยังมีอยู่บ้างที่ใจเต้นหนักๆแต่แค่จังหวะมันช้ากว่าทุกที ความรู้สึกแบบนี้ฉันไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัสมัน แน่นอนเรื่องความรักถึงตัวฉันจะโหยหาแต่ก็ไม่คิดว่าจะได้เจอกับเขาคนนี้ แล้วสุดท้ายเราก็มาอยู่ในสถานะนี้ มันเป็นอารมณ์แบบเราคาดหวังนะแต่เราไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้“ขอบคุณนะ~”“ขอบคุณแล้วทำไมต้องเอาหน้ามาถูนมฉันเล่า” ชาพูดแล้วเอี้ยวตัวหนี บ้าจี้เหรอเนี่
1เดือนผ่านไป...“งื้ออออออ! อี อี อีเพื่อนบ้า! ใจคอแกทำด้วยอะไรว่ะปิดกันได้เป็นเดือนอ่ะ! ขอโทษนะคะ!กลัวฉันจะไปแอบดูแกกินกันหรือไงย่ะที่ทำกันแบบนี้เนี่ย!”“เอาน่า... ก็ตอนนั้นฉันไม่มั่นใจไง”“ไม่มั่นใจ? ไม่มั่นใจอะไร ไม่มั่นใจแต่ก็กินกันไปแล้วป่ะ! แกควรที่จะบอกฉันเป็นคนแรกเว้ย! ฉันเชียร์แกเช้าเย็นเชียร์แทบตายเชียร์จนหมดหวัง สุดท้ายยังไงอ่ะ กินกันแล้วจ้าาาาาาาาา” ฝนมันนั่งบ่นฉันแถมงอนใส่เป็นเด็กๆฉันนั่งขำมันที่มันเอาแต่โวยวาย คิดถูกจริงๆที่ตัดสินใจบอกตอนคลาสเรียนไม่มีคนแล้วแบบนี้ มีหวังได้วุ่นวายมากกว่านี้แน่แค่มันคนเดียวยังรับมือยากเลย ให้ตายเถอะมันเป็นเพื่อนประเภทไหนกันว่ะ“..เฮ้อ~ เอาเถอะ แล้วตอนนี้แกกับพี่เขายังไงอ่ะ คบกันแล้วเหรอ”“ถ้านามประธรรมก็ยังอ่ะ เขายังไม่ขอฉันเป็นแฟน”“..ผู้ชายนี่ก็ยังไง เรื่องสำคัญแบบนี้นิ่งเฉยอยู่ได้”“ไม่เป็นไรหรอก แบบนี้ก็ดีอยู่แล้วน่า”“เรื่องนั้นก็แล้วแต่แกเถอะ... แต่จะว่าไป” ฝนหรี่ตาใส่ฉันเหมือนสงสัยอะไรสักอย่าง แต่สายตาแบบนี้มันไม่น่าจะสงสัยธรรมดาธรรมดาแน่ๆ“....”“แกไม่เป็นลมได้ไงว่ะ... อื้ม! กันเลยนะเว้ย” ไอ้ตรงคำว่า อื้ม นี่ทำท่ามือบี้กันด้วยนะ ไ
#CHA“เออ เป็นไปได้ว่ะ... มึงทำอีท่าไหนว่ะน้องมันถึงไม่เป็นลม”“กูบอกมึงแล้วก็ได้อะไร?” ผมพ่นควันบุหรี่ลอยเหนือกลางอากาศ“บอกกูแล้วมันจะเป็นไรว่ะ มันก็มีอยู่ไม่กี่ท่า”“.....”“หรือมึงคิดท่าขึ้นเอง”“ไอ้เวร สมองมึงนี่หัดคิดเรื่องที่ทำให้รอยหยักในสมองมเพิ่มขึ้นบ้างเถอะ อย่าเสือกนักเรื่องกูเนี่ย”“ก็กูอยากรู้ กูอุตส่าห์ลงทุนขับรถจากมอกูมามอมึงเพื่อเรื่องนี้นะเว้ย คิดบ้าง” ไอ้ฌอห์นเดินตามผม หลังจากที่ผมบอกมันเรื่องผมกับพาสมันก็เอาแต่ถามผมว่าผมทำอะไรยังไงบ้าง แต่ผมรู้ว่ามันแค่กวนตีนผมไปงั้นลึกๆมันจะมาส่องสาว เชื่อผมดิ“มึงมานี่เพราะเรื่องกู?”“เอออออ~”“ตามึงอ่ะ ต้องกูไม่ใช่ไง” ผมเท้าเอวมองมองที่ถึงปากจะพูดกับผมแต่ตานี่สอดส่องไปทั่ว บอกตามตรงไม่เข้าข้างเพื่อนนะ ถ้ามองข้ามความหล่อไปมันก็ไม่มีอะไรดีสักนิด“เออๆ กูมองมึงก็ได้” มันพูดอย่างหงุดหงิด ผมพามันไปนั่งที่โซนสำหรับคนดูดบุหรี่ นี่วันเลยเที่ยงมาได้สัก30นาทีแล้วคนเลยเริ่มเดินกันประปรายเพราะต้องเข้าเรียนต่อกันหมด แต่วันนี้ผมขี้เกียจ ผมนั่งคุยกับไอ้ฌอห์นไปๆมาๆได้สักพักก็กำลังจะแยกย้าย แต่ก็เันมีผู้ชายตัวสูงยืนพิงกำแพงอยู่ตรงที่ผมกำลังเดินม
@pub“ถอดได้ ไม่ว่า” ชาพูดหลังจากที่เดินมานั่งที่โต๊ะที่มีผู้ชายคนนึงนั่งอยู่ก่อนแล้ว เอาล่ะเข้าแผน^^ ฉันถอดเสื้อคลุมออกแล้วม้วนมันวางไว้ที่ตักแล้วก็เป็นอย่างที่ฉันคิด ชาชะโงกมองดูข้างหลังฉันก่อนจะหันมามองหน้า“มีชุดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”“นานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้ใส่สักที” โกหก ฉันเพิ่งซื้อมาเมื่ออาทิตย์ก่อน^^ แต่เรื่องอะไรจะบอกเขาล่ะชาทำหน้านิ่งๆมองฉันแต่ก็หันหน้ากลับไป เขาพูดคุยกับผู้ชายอีกคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามมานึกออกว่าเขาคือใครก็ตอนที่มีผู้หญิงอีกคนเดินมาที่โต๊ะ เขาคนนั้นเรียกเธอว่า พลอย ... ฉันก็ว่าคุ้นๆหน้าผู้ชายคนนี้ที่ได้ พี่บีนี่เอง ใครจะไปจำเขาได้ อยู่ในผับดูแบดซะขนาดนี้ข้างนอกว่าแบดแล้วนะสู้ตอนอยู่ในผับไม่ได้เลยสักนิด“ขอนั่งด้วยคนนะ^^”“ค่ะ^^” ฉันพยักหน้าตอบพี่พลอย เธอสวยมากสวยจนฉันละสายตาจากเขาแทบไม่ได้“ผอมลงเปล่าเนี่ย”“ฉันคุมอยู่ยะ” เธอหันมาตอบชา“ไม่รู้จะอยากผอมไปทำไม แค่นี้ลมพัดตัวก็หักล่ะ”“ไม่ต้องมาพูดเลยนะ น้ำหนักฉันขึ้นเพราะใครละ” แล้วทั้งสองคนก็เถียงกันไปมา เขาดูเหมาะสมกันดีนะทั้งสวยทั้งหล่อแถมยังง..!กึก!“..?”“กินซะ” ชาวางแก้วฉันลงกับโต๊ะพร้อมเครื่องดื่มที่
กว่าจะมาถึงห้องได้ ทุกอย่างทุลักทุเลไปหมด ตั้งแต่ออกจากลิฟต์มา ชาก็เล่นดันฉันติดกำแพงนับครั้งไม่ถ้วนจนมาถึงห้องเขาก็ดันฉันเข้าห้องก่อนพอล็อคประตูเสร็จพรึบ! เสื้อคลุม กระเป๋า ทุกอย่างลงไปกองที่พื้นทันที แล้วก็ช้อนร่างฉันขึ้นลอยกลางอากาศ“จะรีบทำไม~”“ฉันทนมาตลอดทั้งทางนะ~”พรึบ! ชาวางร่างฉันลงที่เตียงก่อนที่ตัวเขาเองจะเป็นฝ่ายถอดเสื้อตัวเองทิ้งไป ท่าปลดเข็มขัดเขายังคงดูเซ็กซี่เมื่อมองจากมุมที่ต่ำกว่าแบบนี้ตลอดทางตอนอยู่ในรถ เรามีอะไรกันทั้งอย่างนั้นก็จริงแต่มันก็เหมือนแค่อุ่นเครื่องเท่านั้น จากนี้นี้สิฉันจะรับมือเขายังไง แอลกฮอล์จะช่วยฉันได้ไหม~ ชาเลิกคร่อมร่างฉันเขาเดินหายไปไหนไม่รู้ก่อนจะออกมาพร้อมกับขวดเหล้า แล้วที่สำคัญ... เขากระดกเพียว“....”“กินหน่อย”“จะอ้วกไหม~”“กึบเดียว คืนนี้จะได้สนุกยาวๆ” ถอนหายใจหนักถี่แถมเสยผมไปมาแบบนี้...“ป้อนสิ~”“....ป้อน?” ฉันพยักหน้า เชื่อไหมยิ่งชาเลียปากแล้วยักคิ้วใส่ฉันเวลานี้ มันมีความรู้สึกที่มันพร้อมจะเตลิดตลอดเวลา เขากระดกมันต่อหน้าฉันแถมมองมาที่ฉันไม่ละสายตา ฉันเขยิบตัวจะขึ้นไปพิงหลังที่หัวเตียงแต่ชากลับมาคร่อมร่างฉันไว้ซะก่อน เขารูดซิปแล้
~ปวดจัง... เมื่อคืนชาเล่นฉันจนฉันไม่ไหว คนบ้าอะไรบทจะหื่นก็หื่นซะ คนที่มันดูไม่น่ามีอะไรนี่มันก็น่ากลัวเหมือนกันนะ...ฉันวาดแขนจะไปกอดชาแต่มันกลับ.. ว่างเปล่า ไม่อยู่เหรอ.. ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นมองข้างตัวชาไม่อยู่จริงๆด้วย ไปไหนของเขานะโทรศัพท์ก็อยู่นิ ฉันค่อยๆยันตัวเองนั่งพิงกับหัวเตียง ความเจ็บที่ส่วนนั้นยังคงหลงเหลืออยู่“หายไปไหนนะ”แอดดด~ ไม่นานนักประตูก็ถูกเปิดออก ชาเข้ามาพร้อมกับกระดาษในมือ“อ้าว ตื่นขึ้นมาทำไม”“นายไปไหนมา”“ไปหาอะไรอ่านนิดหน่อย” เขาชูกระดาษในมือที่มีหลายใบให้ฉันดูก่อนจะเดินมานั่งที่เตียงแล้วใช้ปลายนิ้วเกลี่ยไรผมฉันเบาๆ“ซีเรียสเหรอ นั่นนะ”ซึ่งฉันมองไปที่ใบกระดาษพวกนั้น“ไม่หรอก มันดีมากกว่า”“หื้ม? เรื่องอะไร บอกได้ไหม”“อยากอ่านเองหรือให้ฉันบอก”“...บอกสิ^^”“ว่าละ” เขายีผมฉันแล้วสอดตัวเข้าใต้ผ้านวม เขาดึงฉันเขาไปนอนหนุนที่ไหล่เขาแล้วก็เล่นผมฉันไปมา“โรคที่เธอเป็นเดี๋ยวก็หาย”“....”“มันจะมีบางช่วงที่คนที่ป่วยเป็นโรคนี้จะรู้สึกกลัวและคิดว่าตัวเองไม่สามารถผ่านมันไปได้ นั่นจะยิ่งทำให้คนที่ป่วย ป่วยหนักกว่าเพราะมีอาการนั่นนี่แทรกซ้อน”“...อื้ม”“อย่างเธอที่เห็นชัด
1เดือนต่อมา#CHAติ๋งต่องง~... ใครแม่งมากดออดตอนนี้ว่ะติ๋งต่องง~~คนกำลังหลับสบายๆ ผมต้องยันตัวขึ้นแล้วหยิบเสื้อคลุมตัวใหญ่มาใส่ก่อนจะดีงผ้าคลุมร่างของพาสที่ยังหลับสนิทอยู่แล้วใช้ขานี่แหละเขี่ยกล่องถุงยางที่มันอยู่ข้างเตียงเข้าไปใต้โซฟาแอด~“...มีห่าไรตอนนี้ว่ะ” ผมพูดทันทีหลังเปิดประตูแล้วพบว่าคนที่อยู่หน้าห้องผมคือไอ้ฌอห์น จริงๆคอนโดนี้ถ้าไม่ใช่คนที่พักอยู่ก็ไม่สามารถขึ้นมาได้ แต่สำหรับผม พาสกับไอ้ฌอห์นถือว่าเป็นกรณียกเว้นประชาสัมพันธ์ข้างล่างรู้ดีเพราะผมแจ้งเอาไว้เผื่อมีเหตุฉุกเฉินหรือเรื่องจำเป็นที่ผมไม่สามารถกลับมาที่นี่ทัน“มึงโอเคเปล่าว่ะ”“...โอเคดิ มึงเป็นอะไร?” ไอ้ฌอห์นมันดูกังวลๆแถมสีหน้ายังไม่โอเคสุดๆ“.....”“ไงมึง มีอะไรบอกมาดิ” ไอ้ฌอห์นถอนหายใจก่อนจะขะโงกเข้าไปในห้องแวบนึงแล้วมันก็ดึงผมออกมานอกห้องแล้วปิดประตูทันที“ตำรวจเขาโทรมาบอกกู ว่ามีคนมาประกันตัวไอ้ฮาน”“.....”“กูนึกว่ามันออกมาแล้วจะเล่นงานมึงทันที กูก็เลยรีบมาหามึงอะ”“..ตั้งแต่เมื่อไหร่”“เมื่อเช้า.. กูรู้ว่ามึงเอาตัวรอดได้ แต่พาส.. กูกลัวว่าจะเป็นเป้านิ่ง” จริงอย่างที่ไอ้ฌอห์นพูดนั่นแหละ ผมเอาตัวรอดได้มือตี
“ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี เราไม่รู้ว่าไอ้บ้านั่นจะกลับมาเอาคืนหรือเปล่า”“...แกว่าฉันควรไปคุยกับพี่เขาดีไหม”“บ้าเหรอ! อยู่เฉยๆเลยแล้วก็เลิกคิดบ้าๆแบบนี้อีก แกไม่เห็นหรือไงว่าไอ้พี่ฮานมันทำอะไรกับแก” ฝนสั่งฉันเป็นชุด นี่ฉันแค่ถามเองไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปจริงๆนิ ฉันเล่าทุกอย่างให้ฝนฟังเพราะจะได้ช่วยกันคิดว่าจะเอายังไงต่อ ฉันเองก็ไม่อยากระแวงหน้าหลังแบบนี้ ครั้นจะรอให้เรื่องทันหายไปก็กลัวจะไม่เป็นแบบนั้น... แต่ถ้าคิดว่ามันไม่มีอะไร มันก็คงจะไม่มีอะไรแหละ อย่าคิดเยอะเลย“เออๆฉันรู้น่า แค่ถามค่ะแม่~~~~”“ดีมาก หัดฟังฉันบ้าง” ฝนยืดอกเหมือนมันพอใจมากที่ฉันฟังมัน“..ขอบใจนะ ขอบใจที่ยังอยู่ข้างๆกัน”“...อะไรของแก อย่ามาทำเลี่ยนน่า ขนลุก” ฉันก็แค่อยากขอบคุณที่ไม่ว่าจะช่วงเวลาไหนฝนมันก็อยู่ข้างๆฉันเสมอ แต่ดูมันทำ... ทำท่าเหมือนแบบฉันโดนผีที่ไหนสิงอย่างนั้นไม่มีผิด“เออน่า ช่างเถอะ ไปเรียนได้ละ” ฉันลุกขึ้นยืน.. แค่ยืนเท่านั้นอ่ะวืดดดด~ ฉันก็หน้ามืด แถมโลกมันยังหมุนอีก.. ฉันเซไปฝั่งไหนไม่รู้รู้แค่ว่าฝนเข้ามารับร่างฉันแล้วประคองให้ฉันนั่งที่เก้าอี้“โอเคปะเนี่ยพาสส”“...โลกมันหมุน”“..แกมียาดมป่ะ”“อื
Special Part (END)#CHAหลายปีต่อมา...“..พี่เพรส แม่อยู่ไหน~ ฮึก~”“ไม่ร้องน่า แม่ไม่สบายให้แม่นอนก่อนเถอะ”“..แต่ว่าหนู~”“ดึกขนาดนี้ทำไมไม่นอนกันเนี่ย” ผมเดินเข้ามาในห้องของเด็กๆ เพรสที่โตได้อายุ7ปี กับพริ้นท์ลูกคนเล็กของเราที่อายุ3ปี ทั้งสองคนยังไม่นอนแถมพริ้นท์ยังนั่งน้ำตาคลอปากบู้บี้“พ่อออ~ หนูอยากนอนกับแม่ ฮึก~”“อ่า แม่ไม่สบายนะลูก ให้แม่หายก่อนเนอะค่อยกลับไปนอนกับแม่^^”“T~T”“ผมพูดแบบนี้เป็นร้อยครั้งแล้วฮะพ่อ แต่น้องก็เอาแต่นั่งทำหน้าแบบนี้อ่ะ” ผมมองพริ้นท์ที่ใกล้จะร้องไห้เต็มทีจนต้องเดินเข้าไปหา เป็นอาทิตย์แล้วที่พาสไม่สบายผมเลยต้องรับหน้าที่ดูแลสองแสบนี่เต็มๆ ส่วนพาสผมให้นอนพักอยู่ที่ห้องแล้วพาสองแสบนี่มานอนกับผมที่อีกห้องนึงเพราะจะได้ไม่ติดไข้กัน“อย่าดื้อสิค่ะ อยู่กับพ่อแทนเนอะ”“...ฮึก~ แต่หนูคิดถึงแม่ แม่ไม่สบาย ไม่มีใครเล่านิทานให้หนูฟังก่อนนอนเลย ฮึก~” พริ้นท์ขยี้ตาไปมาเอาเป็นว่าผมรู้ว่าพริ้นท์คงง่วงนอนแต่คงนอนไม่หลับ เพราะปกติพาสเป็นคนพาพริ้นท์นอนทุกคืนแล้วยังเล่านิทานให้ฟังก่อนนอน พอมาอยู่กับผมที่ไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับลูกเลยไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดตรงนั้น ซึ่งมันก็ทำให
Special partหลายปีต่อมา.....#CHAฟึ่บ~ ฟึ่บ~ผมนั่งเรียงรูปที่ไปถ่ายเมื่ออาทิตย์ก่อนตอนพวกเราไปภูทับเบิก มันไม่น่าเชื่อว่าผมจะมาอยู่ในจุดนี้ จุดที่ต้องกลายเป็นคนใจเย็น เป็นสามีที่ตามใจภรรยาและเป็นพ่อที่!!“พ่ออออออ!!! พ่อสอนการบ้านผมผิดตั้งหลายข้อนะ!”!! เอ่อ... เป็นพ่อที่สอนการบ้านลูก..ไม่ค่อยจะถูก - -*“..อีกแล้วเหรอ - -*”“ก็ใช่นะสิ นี่สมัยเรียนพ่อไม่ได้ตั้งใจเรียนสิท่า”“โธ่ มันก็นานแล้วไง พ่อก็หลงๆลืมๆบ้างสิ”“แล้วทำไมแม่ไม่เคยสอนผิดเลยล่ะ! นี่ถ้าแม่อยู่สอนการบ้านผมนะ ผมได้ที่หนึ่งของห้องไปแล้วล่ะครับ!” ผมปิดอัลบั้มรูปแล้วเอาการบ้านที่ผมสอนผิดของลูก.. ลืมบอก เราได้ลูกชายเลยตั้งชื่อให้ว่า ‘เพรส’ ไม่มีความหมายของชื่อ แค่อยากจะได้ชื่อคนที่เขาไม่ค่อยแต่งกันแค่นั้น“เดี๋ยวแม่ก็กลัวมาแล้วน่า~” ผมก้มมองนาฬิกาข้อมือตัวเอง พาสบินกลับไปที่เชียงใหม่เพื่อไปร่วมงานแต่งและแสดงความยินดีกับคุณหมอที่รักษาโรคของเธอมาตั้งแต่เริ่ม นี่ก็ได้เวลาน่าจะถึงบ้านแล้วนิ... ทำไมป่านนี้ยังไม่ถึง?“ผมจะไม่เชื่อพ่อแล้ว;(““โธ่ พ่อสัญญาคราวหน้าไม่ผิดแน่นอน^^”“..แต่ผมไม่อยากเชื่อพ่อแล้วนิ~..~”แอ๊ดดดด~ ระหว่างท
หลายเดือนต่อมา...หลังจากที่เรารู้ว่ากำลังจะมีอีกหนึ่งชีวิตเกิดขึ้นมา ชาก็จัดการทุกอย่างเสร็จสรรพ เขาเคลียร์เรื่องเรียนที่เราต้องดรอป แล้วจัดการอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่างจนฉันเองไม่ต้องทำอะไร นอกจากนอน นอน แล้วก็นอน บางทีมันก็เบื่ออะ อยากออกไปข้างนอกบ้างนี่ฉันอยู่แต่ที่คอนโด อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมๆถ้าชาไม่กลับมาจะทำธุระนั่นนี่ฉันก็เหมือนหมาเหงาที่คอยเฝ้าบ้านอ่ะ ฉันอยากไปเที่ยววววว>~แอ๊ดดด~ เสียงเปิดประตูดังขึ้นเหมือนทุกทีและแน่นอนไม่มีอะไรตื่นเต้นเหมือนทุกครั้งนอกจากถุงขนมพะรุงพะรังที่ชาหิ้วมา“ยังไม่นอนเหรอ”“.....”“เป็นอะไร?” ชาวางถุงในมือลงที่โซฟาแล้วเดินมาหาฉันที่เตียง“...ฉันเบื่อ”“เบื่อ? เบื่ออะไร”“..ฉันได้แต่อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมของนายอะ ฉันอยากออกไปนั่นนี่นายก็ไม่ให้ฉันไป;(““อย่างอแงสิ ก็ท้องเริ่มใหญ่แล้วจะเดินจะทำอะไรก็ต้องระวัง”“จะตอนท้องใหญ่ไม่ใหญ่นายก็ให้ฉันอยู่แต่ห้องอะ... ทุกวันนี้ฉันจะคุยกับเพดานห้องนายแล้วนะ” ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ชากลับหัวเราะแล้วเขยิบตัวมานั่งข้างๆฉัน“โอเคๆ^^ อยากไปไหนบอกมาเลย”“...จริงนะ ถ้านายหลอกฉันโกรธจริงด้วย”“จริง อยากไปไหนล่ะ” ฉันนั่งคิดอยู
.....กลิ่นแบบนี้ ไม่ชอบเลย... มันเป็นกลิ่นที่ฉันไม่เคยหนีมันพ้นสักครั้ง....กลิ่นโรงพยาบาล เอ๊ะ!O..o!! ฉันอยู่ที่โรงพยาบาลจริงๆด้วย ครั้งสุดท้ายที่จำได้คือ.. ฉันเหมือนจะหน้ามืดแล้วทุกอย่างก็ดับวูบไปรู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้ว.ฉันมองไปรอบๆห้องก่อนจะเจอชานอนอยู่ที่โซฟา ฉันค่อยๆดันตัวขึ้น ยังคงมีอาการหน้ามืดนั่นอยู่หน่อยๆกึก~ เสียงขยับตัวทำให้เตียงส่งเสียงและมันคงไวต่อประสาทสัมผัสของชามาก ชาเลยตื่นขึ้นพอเขาเห็นฉันเขาก็รีบเข้ามาหาทันที“ทำไมไม่เรียกล่ะ”“..ฉันเห็นนายนอนอยู่ เลยไม่อยากกวนนะ”“ระวังๆสิ” ชาค่อยๆประคองฉันให้นั่งพิงหัวเตียง เขาดูเป็นห่วงฉันเหมือนฉันเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายยังไงยังงั้นเลย“ฉันไม่เป็นอะไร พอได้แล้ว” ชานิ่งแล้วหันไปลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียงเขาหยิบมือฉันไปกุมแล้วเหมือนพยายามจะบอกอะไรสักอย่าง“..ฉันขอโทษ”“...ขอโทษ? ขอโทษเรื่องอะไร”“ขอโทษที่ไม่รู้อะไรเลย”“...นายพูดแบบนี้ฉันกลัวนะ ฉันเป็นอะไร? ...มะเร็งเหรอ?!”“นั่นปากหรือนั่นอ่ะ” ฉันโดนเขาบ่น ก็สรุปฉันเป็นอะไรล่ะพูดแบบนี้ฉันก็ใจไม่ดีดิ“ฟังฉันนะ”“อื้ม” ฉันกลืนน้ำลายหวังแค่ว่าตัวเองจะแค่พักผ่อนไม่พอหรือรางก
มหาวิทยาลัย“ไง ฉันไม่อยู่ไทยตั้งนานได้ข่าวว่ามีผู้แล้วโรคหาย”“ข่าวเร็วเนอะ”“เรื่องจริงเหรอว่ะ!” ไอ้แซมที่หายหัวไปทำธุระกับที่บ้านในต่างประเทศไม่ค่อยได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรหรอก แต่ที่มันกลับมาแล้วรู้แบบนี้ก็มีอยู่แค่คนเดียว.... ยัยฝนมันคงบอก สองคนนี้มันชอบจับเข่าสุมหัวนินทาฉันจะตายไอ้พวกบ้า ไอ้แซมนี่ก็เป็นพวกผู้ชายปากผู้หญิงซะด้วยสิ กัดแค่ละทีนึกว่ามีเพื่อนสาวเถอะ- -* แต่มันเป็นผู้ชายจริงๆนะอันนี้ยืนยัน“แล้ว...ไปทำกันอีท่าไหนว่ะถึงหาย^0^”“ทะลึ่ง!”“ทะลึ่งอะไร? ...อ๋ออออ เข้าใจล่ะ^^” แซมมันมองฉันแล้วยิ้มกริ่มๆให้มา ฉันไม่ได้คิดลึกซะหน่อยมันนั่นแหละพูดให้คิดเองทำไมล่ะ!แต่ก็นั่งเถียงกันได้ไม่นานนัก ชาก็เดินเข้ามาในวงสนทนาเราทันทีนั่นยิ่งทำให้ไอ้แซมมันได้ทีปริปากถามชาเอาซะดื้อๆจนหน้าฉันแดงไปหมด“เอาตรงๆเลยนะ ไปทำกันอีท่าไหนไอ้พาสมันถึงหายได้เนี่ย ขนาดหาหมอรักษาตัวเป็นปีๆไม่หาย ถามจริง ผมขอเคล็ดลับหน่อย^^”“ไอ้แซม หุบปากเลย!” แต่ที่มากกว่านั้นคือชา!.... ดันตามน้ำไอ้แซมจ้า!“ก็ท่าปกตินี่แหละ”“ชาาาาาา!!!” >///ฉ่าาาาาาาาาา~“จริงดิ! ผมคิดว่าท่าพิศดาร*0*”“มันก็มีบ้าง”“หยุด! หยุดเลยทั้
“ไอ้บ้าาาา! ปล่อยสิ!!!” ดิ้นเท่าไหร่ก็ดิ้นไม่หลุด! ไอ้เชือกบ้านี่ก็เหนียวจังเลย นี่ฉันดิ้นจนจะหมดแรงแล้วนะ! แถมพี่ฮานยังมาปลดกระดุมฉันอีก ชาอยู่ไหนนนน ช่วยฉันด้วยยยยยยยย“จิ๊~ เลือกถูกคนจริงว่ะ~” พี่ฮานยืนมองร่างกายฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาอันตรายซะยิ่งกว่าตอนเสือกินเหยื่ออีกอ่ะ!“ปล่อยนะ! พี่ต้องการอะไร! ทำแบบนี้ทำไม!”“นั่นสินะ~ ฉันต้องการอะไร....”“..ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันไปเถอะ นะพี่นะ;(“ เขาเดินเข้ามาหาฉันช้าๆแล้วย่อตัวนั่งให้เสมอกับฉันพร้อมกับใช้ปลายนิ้วจับคางฉันแล้วก็ออกแรงเหวี่ยงมัน“ผัวมึงลากกูเข้าคุก! คิดว่ากู..ไม่สิ คิดว่าฉันจะปล่อยเธอไปง่ายๆงั้นเหรอ”“....” ตอนนี้เขาดูเหมือนกำลังจะพูดกับตัวเองอยู่ตลอดๆ ฉันว่าพี่เขาต้องไม่ปกติแน่ๆ ฉันจะทำไงดี!ฉันพยายามนิ่งแล้วอาศัยช่วงเวลานี้ใช้นิ้วตัวเองพยายามบิดและแก้เชือกเท่าที่จะทำได้แต่มันก็ไม่ได้ง่ายเลย ยิ่งพี่ฮานยังนั่งอยู่ตรงหน้าฉันแบบนี้แล้วมันยิ่งทำอะไรอะไรลำบาก... แต่ยังไง ฉันก็ต้องหลอกล่อเขา“พี่อยากได้อะไรฉันให้หมดเลยนะ แต่พี่ต้องแก้มัดฉันก่อน ฉันกลัวที่แคบๆแบบนี้;(““แกมัด?... ให้ฉันช่วยฉันไม่แก้แค่เชือกนะ”อึก~ ฉันเชื่อว่าเขาทำ
“ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี เราไม่รู้ว่าไอ้บ้านั่นจะกลับมาเอาคืนหรือเปล่า”“...แกว่าฉันควรไปคุยกับพี่เขาดีไหม”“บ้าเหรอ! อยู่เฉยๆเลยแล้วก็เลิกคิดบ้าๆแบบนี้อีก แกไม่เห็นหรือไงว่าไอ้พี่ฮานมันทำอะไรกับแก” ฝนสั่งฉันเป็นชุด นี่ฉันแค่ถามเองไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปจริงๆนิ ฉันเล่าทุกอย่างให้ฝนฟังเพราะจะได้ช่วยกันคิดว่าจะเอายังไงต่อ ฉันเองก็ไม่อยากระแวงหน้าหลังแบบนี้ ครั้นจะรอให้เรื่องทันหายไปก็กลัวจะไม่เป็นแบบนั้น... แต่ถ้าคิดว่ามันไม่มีอะไร มันก็คงจะไม่มีอะไรแหละ อย่าคิดเยอะเลย“เออๆฉันรู้น่า แค่ถามค่ะแม่~~~~”“ดีมาก หัดฟังฉันบ้าง” ฝนยืดอกเหมือนมันพอใจมากที่ฉันฟังมัน“..ขอบใจนะ ขอบใจที่ยังอยู่ข้างๆกัน”“...อะไรของแก อย่ามาทำเลี่ยนน่า ขนลุก” ฉันก็แค่อยากขอบคุณที่ไม่ว่าจะช่วงเวลาไหนฝนมันก็อยู่ข้างๆฉันเสมอ แต่ดูมันทำ... ทำท่าเหมือนแบบฉันโดนผีที่ไหนสิงอย่างนั้นไม่มีผิด“เออน่า ช่างเถอะ ไปเรียนได้ละ” ฉันลุกขึ้นยืน.. แค่ยืนเท่านั้นอ่ะวืดดดด~ ฉันก็หน้ามืด แถมโลกมันยังหมุนอีก.. ฉันเซไปฝั่งไหนไม่รู้รู้แค่ว่าฝนเข้ามารับร่างฉันแล้วประคองให้ฉันนั่งที่เก้าอี้“โอเคปะเนี่ยพาสส”“...โลกมันหมุน”“..แกมียาดมป่ะ”“อื
1เดือนต่อมา#CHAติ๋งต่องง~... ใครแม่งมากดออดตอนนี้ว่ะติ๋งต่องง~~คนกำลังหลับสบายๆ ผมต้องยันตัวขึ้นแล้วหยิบเสื้อคลุมตัวใหญ่มาใส่ก่อนจะดีงผ้าคลุมร่างของพาสที่ยังหลับสนิทอยู่แล้วใช้ขานี่แหละเขี่ยกล่องถุงยางที่มันอยู่ข้างเตียงเข้าไปใต้โซฟาแอด~“...มีห่าไรตอนนี้ว่ะ” ผมพูดทันทีหลังเปิดประตูแล้วพบว่าคนที่อยู่หน้าห้องผมคือไอ้ฌอห์น จริงๆคอนโดนี้ถ้าไม่ใช่คนที่พักอยู่ก็ไม่สามารถขึ้นมาได้ แต่สำหรับผม พาสกับไอ้ฌอห์นถือว่าเป็นกรณียกเว้นประชาสัมพันธ์ข้างล่างรู้ดีเพราะผมแจ้งเอาไว้เผื่อมีเหตุฉุกเฉินหรือเรื่องจำเป็นที่ผมไม่สามารถกลับมาที่นี่ทัน“มึงโอเคเปล่าว่ะ”“...โอเคดิ มึงเป็นอะไร?” ไอ้ฌอห์นมันดูกังวลๆแถมสีหน้ายังไม่โอเคสุดๆ“.....”“ไงมึง มีอะไรบอกมาดิ” ไอ้ฌอห์นถอนหายใจก่อนจะขะโงกเข้าไปในห้องแวบนึงแล้วมันก็ดึงผมออกมานอกห้องแล้วปิดประตูทันที“ตำรวจเขาโทรมาบอกกู ว่ามีคนมาประกันตัวไอ้ฮาน”“.....”“กูนึกว่ามันออกมาแล้วจะเล่นงานมึงทันที กูก็เลยรีบมาหามึงอะ”“..ตั้งแต่เมื่อไหร่”“เมื่อเช้า.. กูรู้ว่ามึงเอาตัวรอดได้ แต่พาส.. กูกลัวว่าจะเป็นเป้านิ่ง” จริงอย่างที่ไอ้ฌอห์นพูดนั่นแหละ ผมเอาตัวรอดได้มือตี
~ปวดจัง... เมื่อคืนชาเล่นฉันจนฉันไม่ไหว คนบ้าอะไรบทจะหื่นก็หื่นซะ คนที่มันดูไม่น่ามีอะไรนี่มันก็น่ากลัวเหมือนกันนะ...ฉันวาดแขนจะไปกอดชาแต่มันกลับ.. ว่างเปล่า ไม่อยู่เหรอ.. ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นมองข้างตัวชาไม่อยู่จริงๆด้วย ไปไหนของเขานะโทรศัพท์ก็อยู่นิ ฉันค่อยๆยันตัวเองนั่งพิงกับหัวเตียง ความเจ็บที่ส่วนนั้นยังคงหลงเหลืออยู่“หายไปไหนนะ”แอดดด~ ไม่นานนักประตูก็ถูกเปิดออก ชาเข้ามาพร้อมกับกระดาษในมือ“อ้าว ตื่นขึ้นมาทำไม”“นายไปไหนมา”“ไปหาอะไรอ่านนิดหน่อย” เขาชูกระดาษในมือที่มีหลายใบให้ฉันดูก่อนจะเดินมานั่งที่เตียงแล้วใช้ปลายนิ้วเกลี่ยไรผมฉันเบาๆ“ซีเรียสเหรอ นั่นนะ”ซึ่งฉันมองไปที่ใบกระดาษพวกนั้น“ไม่หรอก มันดีมากกว่า”“หื้ม? เรื่องอะไร บอกได้ไหม”“อยากอ่านเองหรือให้ฉันบอก”“...บอกสิ^^”“ว่าละ” เขายีผมฉันแล้วสอดตัวเข้าใต้ผ้านวม เขาดึงฉันเขาไปนอนหนุนที่ไหล่เขาแล้วก็เล่นผมฉันไปมา“โรคที่เธอเป็นเดี๋ยวก็หาย”“....”“มันจะมีบางช่วงที่คนที่ป่วยเป็นโรคนี้จะรู้สึกกลัวและคิดว่าตัวเองไม่สามารถผ่านมันไปได้ นั่นจะยิ่งทำให้คนที่ป่วย ป่วยหนักกว่าเพราะมีอาการนั่นนี่แทรกซ้อน”“...อื้ม”“อย่างเธอที่เห็นชัด