“ไม่ต้องห่วง ไม่เกินหนึ่งชั่วโมง” “กูจะกลับออกมา” “ลูก้ามึงเป็นหัวหน้าทีมบอดี้การ์ด ดูแลทุกคนให้ดี”คาร์ลเตอร์พูดต่อ “รับทราบครับนายท่าน รีบออกมากันนะครับ” วางมือลงบนไหล่ลูก้า ตบเบาๆ ให้คอยดูแลควบคุมบอดี้การ์ดที่เหลือตามจุดต่าง ทั้งเ้านในและด้านนอกที่แทรกซึมเข้ามาเฝ้าระวังอยู่ตามจุดที่สั่งการไว้แต่แรกตามแผน ส่วนอีกสามคนที่เข้ามาด้วย ไทกิ พอร์ช เจค ก็ให้รออยู่หน้าประตูห้องผู้บริหาร “เข้าไปกันเลย” “อืม” ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด กึก! สองแฝดใส่รหัสประตูอัตโนมัติที่ต้องใส่รหัสผ่านก่อน ถึงจะสามารถเข้าไปในห้องได้ แน่นอนว่าพวกเขาทราบรหัสประตู อังเดรหันหน้ายืนมองวิวทิวทัศน์ตึกที่อยู่ต่ำกว่าบริษัทของเขา! ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงมวันที่เขาได้ครอบครองบริษัทของพ่อ (ถึงยังไม่แน่นอนเรื่องหุ้น) แต่เขาก็มั่นใจว่าพ่อจะต้องยกหุ้นให้เขาอย่างแน่นอน หน้ากากที่เขาสร้างต่อหน้าพ่อมาทั้งชีวิต แม้แต่พี่ชายยังหลงเชื่อ “ตายไปได้ก็ดี แต่ทิ้งเสี้ยนไว้สองคนเลยนะพี่ชาย..” กึก? ใคร ใครเปิดเข้ามาในห้องผู้บริหารได้ อังเดรค่อยๆ หันหน้ากลับมามอง ชายวัยกลางคนตกใจเมื่อเห็นหลานชายยืนอยู่ในห้องของเขา
⚠️ตอนนี้มีการใช้คำหยาบคายรุนแรง⚠️ ⚠️ไม่ชอบสามารถข้ามได้เลยค่ะ⚠️ ปึ้ง! ฝ่ามือชายวัยกลางคนที่เริ่มเหี่ยวย่นไปตามกาลเวลาเมื่ออายุเริ่มมากขึ้น มือนั้นทุบโต๊ะลงมาอย่างแรงด้วยความโกรธจัด!! “ไอ้เคลว์! ไอ้คาร์ล!” กำมือแน่นยันกับโต๊ะ “พวกมึงออกไปจากบริษัทกู!!!” ชี้นิ้วไปทางประตูทางออก ไล่ให้สองแฝดออกไปจากห้องทำงาน หรืออีกนัยหนึ่งคือบอกว่าให้ออกไปจากบริษัท!!! “ออกไป!” “เดี๋ยวนี้!” “พูดความจริงแล้วรับไม่ได้?” “กูบอกให้บอกออกไป!” อังเดรเริ่มทนไม่ไหวกับคำพูดและสีหน้าท่าทางที่ไม่ให้เกียรติ และออกแนวกวนๆ ของทั้งสองคน พรึบ! เคอร์วินลุกจากเก้าอี้ ดันอังเดรไปติดกับกระจกด้านหลัง “หึ คิดว่าบริษัทนี้มันเป็นของอาจริงๆ เหรอ!!!” คำพูดนั้นของเคอร์วิน ทำอังเดรเงียบไปพักใหญ่ “แกพูดอะไรของแกวะ ไอ้เคอร์วิน!” ฟึ่บ! สะบัดตัวออกจากหลานชาย พร้อยเอ่ยถามในสิ่งที่หลานชายเอ่ยกับเขา “ที่พูดยังไม่ชัดพอเหรอ? บริษัทนี้น่ะ!” “เจ้านายที่แท้จริง คือ พวกกู!” “ไม่จริง มึงโกหก บริษัทนี้จะเป็นของพวกมึงได้ยัง!” “พวกมึงไม่ได้มีหุ้นในบริษัทสักเปอร์เซ็นต์!” “แน่ใจเหรอ ว่าไม่มี” “งั้นมึงก็ลอ
“ไม่จริงหรอก เอกสารปลอม” เขายันตัวลุกขึ้น ปึง! เท้าเตะไปที่โต๊ะเสียงดังสนั่นไปทั่วห้องอีกครั้ง และร้องโวยวายอย่างบ้าคลั่ง “พูดเหี้ยอะไร นี่มันบริษัทกู! พ่อให้หุ้นกูมาตั้งแต่พวกมึงยังไม่ลืมตาดูโลกด้วยซ้ำ!” “ออกไปจากบริษัทกูซะ!” “กูไม่ออก” “มึงสิต้องออก” คาร์ลเตอร์พูดอย่างเยือกเย็น เดินไปนั่งที่โซฟา เอนตัวนั่งลงไปที่โซฟาราคาแพง ยกเท้าเขึ้นไปวางไว้บนโต๊ะอย่างไม่เกรงกลัว “ไอ้เหี้ยนี่แม่ง! ใครอยู่ข้างนอกมาลากตัวมันไปดิ!” อังเดรกดปุ่มเรียกหาบอดี้การ์ด แต่เขาคงยังไม่รู้ว่าตอนนี้ ลูกน้องเขาถูกจัดการไว้หมดแล้ว “ไม่ต้องพยายามเรียกหาลูกน้องหรอก” “มันไม่มีใครมาช่วยมึงได้หรอก” “ทำไม!” “มึงทำอะไรลูกน้องกู ห๊ะ ไอ้ชั่ว!” “เหอะ! กูยอมรับว่ากูไม่ใช่คนดี” “แต่มึง! กล้าว่าคนอื่นได้ไง ตัวเองแหวกนรกมาเกิด น่าสมเพช” “ไม่ว่าจะบริษัทซีฟู้ด เหมืองทองคำ คาสิโน ทุกอย่างที่มึงคิดว่าเป็นของมึง” “มันเป็นของพวกกูตั้งแต่วันนี้!” เคอร์วินกดไหล่อังเดรให้นั่งลงไปกับพื้น ขึ้นคร่อม ก่อนจะชกไปที่ใบหน้าอาตัวเองอย่างแรง ผั๊วะ! “โอ๊ย!” “วันนั้นมึงทำอะไรไว้กับพ่อกู วันนี้กูจะเอาคืนมึงให้
ฟึ่บ! เคอร์วินขยับออกห่างเล็กน้อย ยืนเต็มความสูงสง่าผ่าเผย มาเฟียหนุ่มเปรยตามองลงมาหน้าอังเดรเล็กน้อยที่มีใบหน้าฟกช้ำจากการที่ถูกเขาต่อย“กอดมันไว้ให้แน่นล่ะ สิ่งสุดท้ายที่มึงมี”“สิ่งที่มึงมองว่าสำคัญกว่าครอบครัว!”“ไอ้หุ้นที่เหลืออยู่อันน้อยนิดของมึง!”ตุบ!! “อั่ก!!” เคอร์วินเตะปากอังเดรส่งท้ายก่อนจะเดินออกมาจากห้องทำงานก่อนคาร์ลเตอร์ ความรู้สึกไม่ได้ทำให้รู้สึกชนะ แต่จะว่าไม่รู้สึกอะไรเลยก็ไม่ใช่สักทีเดียวหรอกอย่างน้อยเขาก็ได้เห็นหน้าตาสัตว์นรกที่สิ้นหวัง อยากตายแต่มันก็ตายไม่ได้ ‘พระเจ้าไม่ควรให้คนอย่างมันเกิดมา!’ส่วนคาร์ลเตอร์ก็ขอได้พูดอะไรบางอย่างทิ้งท้ายสักหน่อยก่อนจะออกจากห้องร่างสูงย่อตัวนั่งลง บุหรี่ที่จุดสูบก่อนหน้าพ่นใส่อังเดร“สิ่งที่มึงทำกับกู น้องกู พ่อกู แม่กู”“กูจะเอาคืนจนมึงไม่เหลืออะไร”“ก็ฆ่ากูเลย! ฆ่ากู!”“ตอนนี้กูก็ไม่เหลืออะไรแล้ว…ฆ่ากูเถอะ”อังเดรนอนอ้อนวอนขอร้องให้คาร์ลเตอร์ฆ่าเขาให้ตายไปซะ“หึ ความตายมันง่ายไปสำหรับคนอย่างมึง!”“หมาจนตรอกอย่างมึง คงคิดได้แค่ความตาย มันจบง่ายไปไหม”“กูไม่ทำให้เรื่องมันจบง่ายๆหรอกนะ”“ทึกอย่างที่มึงทำกูจะเอาคืนร้อยเท่า
ตลอดทั้งทางที่สองแฝดมาเฟียเดินออกจากบริษัท พนักงาน บอดี้การ์ด คนของอังเดรทั้งหมดต่างก็พากันโค้งตัวทำความเคารพ ร่างสูงโปร่งช่างน่าเกรงขามเดินตรงมาขึ้นรถหรูที่จอดรออยู่หน้าประตูบริษัทมีเพื่อนในแก๊งขับรถมารอประตูรถเลื่อนเปิดออก สองแฝดก้าวเท้าขึ้นไปยังรถยนต์สีดำสนิทรถหรูคันนี้ถูกออกแบบพิเศษมาโดยเฉพาะ ด้านในแบ่งแยกเป็นโซนคนขับและด้านหลังสำหรับผู้โดยสาร มีตรงอยู่ตรงกลาง ส่วนเบาะที่นั่งก็จัดเป็นมุม รถนี้เป็นของแก๊งที่ถ้าไม่มีอะไรพิเศษจะไม่เอาออกมาใช้รถยนต์แสนพิเศษนี้มีเพียงห้าคันในโลกเท่านั้น (แน่นอนคนที่ครอบครองก็เป็นผู้ทรงอิทธิพลเท่านั้น) สามารถบรรจุคนได้มากกว่าเจ็ดคน (ไม่นับรวมคนขับ)กึก ทันทีที่ประตูรถยนต์สุดหรูราคาแพงปิดสนิทลง“เป็นไงบ้างวะ” น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่บ่งบอกว่ากังวลเอ่ยถามเพื่อนสนิททั้งสองที่เพิ่งกลับออกมาและคนแรกที่เอ่ยถามจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากลูเซียโน่ บุคคลที่กังวลมากกว่าใครในกลุ่มเพื่อน ลูเซียโน่เพราะเซ้นส์เขาที่บอกว่าวันนี้ไอ้สองแฝดเพื่อนรักจะได้รับอันตรายทำให้ลูเซียโน่กังวลตั้งแต่ออกจากคฤหาสน์ การทางมาบริษัท เข้าไปจัดการคนชั่วด้านใน จนกระทั่งเพื่อนกลับออกมาอย่างปลอด
นั่นสินะ เขาเป็นมาเฟีย เป็นมาตลอดตั้งแต่บรรพบุรุษส่งต่อกันมาทางสายเลือด มาเฟียที่ทำเรื่องดีและไม่ดี… ทำเรื่องเทา เรื่องดำ มือแปดเปื้อนสิ่งสกปรกมานับไม่ถ้วน เพียงสวมใส่หน้ากากชั้นแรกเป็นนักธุรกิจ แต่กลิ่นคาวเลือดที่มันติดอยู่ที่มือ มันไม่เคยหายไป… สองแฝดก็แค่ พยายามจะเป็นคนที่คู่ควรกับเธอ.. คนที่เหมาะสมกับสิ่งดีๆ ‘ผิงอัน’ ผู้หญิงคนเดียวที่มีผลต่อหัวใจและชีวิต การแก้แค้นที่รุนแรงนี้ หรืออะไรก็ตามที่มันโหดร้าย เขาจะแตะต้องมันวันนี้ เป็นวันสุดท้าย… ก็ถ้าไม่มีอะไรที่มาทำให้ต้องใช้ความรุนแรงหลังจากนี้อะนะ… หลังจากนี้ที่ว่า หมายถึงถ้าไม่มีใครมาแตะต้องเธอ! ผู้หญิงอันเป็นที่รักของพวกเขา “งั้นเราไปกันต่อเลยไหม” “รออะไรล่ะ” รอมานานมากพอแล้ว ความคิดคนเราน่ากลัวนะ ตอนแรกคิดว่าคงไม่ต้องฆ่าให้ตาย แต่พอเห็นคนที่เราแค้นมันดิ้นทุรนทุรายเหมือนจะตายแต่ไม่ตาย มันสะใจจริงๆ และวันนี้ถ้าเขาได้เลือดคนชั่วที่ทำร้ายครอบครัว
“วู้วว~ ยืนกันไว้ด้วยว่ะ” ลูเซียโน่ผิวปาก มือกอดอกมองดูเหล่าบอดี้การ์ดของดักซ์ที่มายืนกันด้านหน้าทางเข้าประตูบ้าน “ทีนี้จะเอาไงล่ะ” ลูซหันไปมองอีวานกับเรนเดล เรนเดลเดินเข้าไปกอดคอบอดี้การ์ดของดักซ์ “นี่ ถ้าไม่อยากตกงานหลบไปซะตอนนี้ดีๆ” “ฉันเตือนด้วยความหวังดี” “ไม่ครับ” กาซิลหัวหน้าบอดี้การ์ดที่ยังหนุ่มยังแน่นเอ่ยเสียงเข้ม และมีลูกน้องอีกสามคนยืนขวางไว้เช่นกัน “หลบไป” อีวานออกเสียงสั่ง “ไม่ได้ครับ!” “คนนอกจะเข้าไปไม่ได้” กาซิลบอดี้การ์ดหนุ่มเอ่ยเสียงหนักแน่น ยืนประจันหน้าอีวาน สามคนที่มาถึงคฤหาสน์เล็กของดักซ์ก่อนมาเจอลูกน้องดักทางไม่ให้ไปต่อ ก็มีลูกน้องยืนกั้นไม่ให้พวกเขาเข้าไปในบ้านได้ “แล้วถ้าเป็นพวกกู ยังจะเป็นคนอื่นอยู่ไหม” เคอร์วินพูดขึ้นจากข้างหลัง อีวานถอยหลบไปด้านข้าง “นายท่าน...ถึง..ถึงเป็นนายท่านก็เข้าไปไม่ได้ครับ!” ความกล้าลดลงเมื่อเจอกับผู้นำตระกูล แต่ก็ต้องใจแข็งสู้ เพราะคำว่า ปกป้องเจ้านายและคุณหนูที่อยู่ในบ้าน “นายท่านอย่าทำอะไรเ
ดักซ์เหมือนถูกฟ้าผ่ากลางอก แย่กว่าไม่ได้อะไรคือการที่ต้องถูกขับออกจากตระกูล… แล้วอย่างนี้เงิน เงิน เงินที่เขาจะได้ในทึกเดือนล่ะ ไม่ ไม่! “ไม่จริง มึงไอ้เหี้ย!” ตุบ! ดักซ์ที่จะเข้ามาทำร้ายเคอร์วินก็ถูกแฝดน้องเตะเข้าที่ท้องจนลงไปนั่งกับพื้น “อย่างมึงมันควรไปนอนอยู่ข้างถนน! กล้าหลอกพี่ชายตัวเองไปตาย ทั้งที่เขาไปเพื่อช่วยมึง!” ใช่ทั้งหมดที่เขาเคยรู้มาคือเรื่องโกหก ไม่ใช่เรื่องศัตรูจับจัวมันไปเรียกค่าไถ หรือจับตัวไปทำร้าย ทุกอย่างเป็นเรื่องโกหก มันเป็นแผนการของมันสองคนพี่น้อง โดยดักซ์เป็นคนวางแผนเองทั้งหมด! มันหลอกพ่อแม่เขาให้ไปโดนฆ่าตาย แล้วโบ้ยให้คู่อริของท่านปู่ แต่ตอนนี้ความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผยแล้ว “ต่อไปนี้ มึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลนี้ รวมถึงไดอาน่ากับดิสนีย์ด้วย!” “ไม่…ไม่จริง” “หลังจากนี้มึงได้ไปเป็นหมาอยู่ข้างทางแล้วนะไอ้อาสุดที่รัก!” “เดี๋ยวกูจะสงเคราะห์ให้ลูกน้อยช่วยโยนมึงออกไปเอง” เคอร์วินกำลังพูดอย่างเยาะเย้ย “ที่พูดกันเมื่อกี้หมายความว่าอะไรคะ..” เสียงหว
“เซอร์ไพรส์อะไรครับ ตื่นเต้นเลย”คาร์ลเตอร์ถามเสียงหวาน “พี่หันได้ยัง พี่อยากรู้แล้ว อันอันจะเซอร์ไพรส์อะไร” เคอร์วินใจร้อนมากตอนนี้ “อย่าเพิ่งค่ะ” | “หันมาได้แล้วค่ะ” พรึบ! “เซอร์ไพรส์!!!” สองแฝดยืนอ้าปากค้าง จ้องตาไม่กะพริบ กับภาพของภรรยาสาวที่ใส่ชุดทูพีชสุดเซ็กซี่ สีแดงของผ้าตัดกับผิวขาวอมชมพูของเธอยิ่งทำให้เด่นกว่าเดิม “ฉันตั้งใจใส่มาเพื่อพี่สองคนเลยค่ะ” ผิงอันเตรียมชุดทูพีชสุดเซ็กซี่นี้มาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ “เกาะนี้มีแค่เราใช่ไหมล่ะคะ..” ผิงอันพูดเสียงหวาน ส่งสายตายั่วยวน มือเล็กก็ค่อยๆ แกะดึงส่วนบนที่เป็นสายผูกอยู่ด้านหลังออก จากที่ตอนแรกมีสิ่งปกปิดยอดปทุมถันสีชมพู กลับเปิดเทอมออกมา “ผิงอัน..” เคอร์วินกลืนน้ำลาย ช้า ๆ “พี่จะทนไมาไหวแล้วนะครับ” คาร์ลเตอร์รับรู้ถึงความซู่ซ่าในร่างกายตัวเอง “ก็ไม่ได้บอกให้ทนนี่คะ..” สองแฝดเดินไปประกบผิงอัน ขนาบข้างติดกันโดยมีเธออยู่ตรงกลาง จากที่สวมใส่เสื้อผ้าก็ถูกถอดออกทีละชิ้น คาร์ลเตอร์ไล่จูบเธอตั้งแต่หน้าผาก ลงมาที่แก้ม จมูก ปาก คอ หน้าอก และหน้าท้องน้อย… ส่วนเคอร์วินก็ซุกซนอยู่กับหลังคอของเธอ ย้ายมือมาจับบีบหน้าอกใหญ่จนล้นออกมาต
วันนี้วันดีที่ครอบครัวใหญ่อย่างฝาแฝดคาร์ลเตอร์,เคอร์วิน คู่พี่น้องตระกูลดูรองซ์และภรรยาสาวสวยกับลูกชายตัวน้อยทั้งสามคน เดินทางมาประเทศไทยตามแพลนที่วางไว้ครั้งก่อนเรื่องเที่ยวพักผ่อน ท้องฟ้าโปร่งใส พระอาทิตย์ส่องแสงให้ความอบอุ่นไม่ได้ร้อนมากเหมือนช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เพราะว่าได้เข้าสู่ช่วงฤดูหนาว อากาศจึงไม่ร้อน และทะเลหน้าหนาวก็สวยมากอีกด้วย ในเวลานี้สองแฝดกำลังขับรถไปส่งลูกชายฝาแฝดทั้งสามคนที่บ้านโรมิโอ ระหว่างที่ขับรถไปคนเป็นพ่อก็ชวนลูกคุย คาร์ลเตอร์แทนตัวเองกับลูกว่า ปะป๊า เคอร์วินแทนตัวเองกับลูกว่า แด๊ดดี้ “เราเตรียมของให้ลูกครบแน่นะ” เคอร์วินหันไปพูดกับพี่ชายที่ขับรถ “อืม เช็กแล้ว กระเป๋าเป้คนละใบ กับของเล่น” พี่ชายตอบน้องชายฝาแฝด “บอกไอ้โรมยังว่าใกล้ถึงแล้ว” คาร์ลเตอร์ถามเสียงเรียบ “ไลน์ไปบอกเมื่อกี้ ไอ้โรมบอกว่าเดี๋ยวจะพาเด็ก ๆ ไปเที่ยวเขาใหญ่พรุ่งนี้” “เหรอดีเลยสิ เคย์เดนน่าจะชอบ” เคย์เดนสนใจเรื่องป่าไม้ แปลกมาทั้งที่ตัวแค่นี้แต่เจอสิ่งที่รักแล้ว “ปะป๊า แด๊ดดี้ จะพาพวกเราไปนอนบ้านเพชรชมพูจริง ๆ เหรอครับ” ลูกชายคนเล็กสุดของบ้านเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น “ใช่ครับ เคย์เดน
เคอร์วินพูดจบก็เดินไปเล่นกับลูกชายคนกลาง ชวนลูกคุยถึงชื่อไดโนเสาร์สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว “ว้าว! สีตาสวยจริงด้วย!” รูบี้ใช้สองมือโอบใบหน้าเคย์เดนจ้องไปใกล้ ๆ “อื้ออ่อนเอ็บอะ” (อื้อ! ปล่อยเจ็บนะ) “รูบี้ไม่ทำแบบนั้นะลูก น้องจะเจ็บ” ลูกแก้วห้ามปรามลูกสาว รูบี้รีบปล่อยมือ แล้วชวนกันเล่น สักพักเบรย์เดนที่แยกตัวอยู่คนเดียวก็เริ่มชวนรูบี้ให้ดูในสิ่งที่ตัวเองชอบ “เหรอ มันชื่ออะไรอะ” “ไทรเซราทอป” “โอ๊ะ เบรย์เดนมีจุดสีดำที่จมูกนี่” รูบี้ตื่นเต้นกับไฝเสน่ห์ “เคย์เดนก็มีอะตรงปาก แม่หนูอยากมีจุดดำบ้าง!” “แต่หนูก็มีลักยิ้มไงคะ น้าชอบลักยิ้มหนูมากเลย”ผิงอันเอ่ยอ้าแขนออก รูบี้วิ่งไปกอด “วันนี้หนูมีของขวัญมาให้น้องด้วยไม่ใช่เหรอเอาไปให้น้องสิคะ เลือกเลยค่ะว่าจะให้ใครอันไหน” ลูกแก้วหยิบกล่องกำมะหยี่สีดำสนิทสามกล่องไปให้ลูกสาว รูบี้เปิดทั้งสามกล่องขึ้นมา ทำท่าคิดว่าจะให้ใครอันไหนดี ของขวัญนี้เธอเลือกมาเองตอนไปบริษัทของพ่อ “อันนี้ให้อาร์เดนนะ” กล่องกำมะหยี่สีดำที่ใส่ทับทิมสีเลือดนกพิราบทั้งสีที่สดและใสแวววาว 9 การัตไปให้อาร์เดน “ส่วนอันนี้ เบรย์เดน” อีกกล่องคือ อเล็กซาน
3 ปีผ่านไป.. โรมิโอกับลูกแก้วและลูกสาวคนสวยในวัยสามขวบแปดเดือน ‘รูบี้’ มาหา และเอาของขวัญมาให้หลานชายที่อายุครบสามขวบ แต่ก็มาหลังจากที่จัดงานวันเกิดไปแล้ว เพราะสัปดาห์ก่อนพวกเขาไม่ว่างเลยมาวันนี้แทน (โรมิโอ-เรื่องมาเฟียพันธนาการรัก) “เป็นไงมึงไม่เจอกันนานเลย” “สบายดี เลี้ยงลูกสามคนสนุกดี พวกมึงล่ะเลี้ยงลูกสามคนเหมือนกันสนุกเลยสิ” โรมิโอแกล้งพูดหยอกล้อคาร์ลเตอร์กับเคอร์วิน ความจริงโรมิโอกับลูกแก้วมีเพียง ‘รูบี้’ เป็นลูกสาวทางสายเลือดเพียงคนเดียว แต่อีกสองคนคือ โอลิเวียร์และโอเรน ลูกสาวและลูกชายบุญธรรม หรือก็คือหลานแท้ ๆ นั่นแหละ “เออ ไม่ได้นอนกันเลยแหละ ดีที่จ้างพี่เลี้ยงมาช่วย” คาร์ลเตอร์เอ่ยตอบเพื่อน พร้อมกับเข้าไปกอดคอ “อิจฉามึงนะมีลูกสาว ไหนขอลุงอุ้มหน่อยครับ” เคอร์วินเข้าไปอุ้มรูบี้ที่ยืนจับขากางเกงพ่อ พร้อมยิ้มหวานให้พวกลุงๆ อวดลักยิ้มที่ได้มาจากแม่ของเธอ “ก็รีบปิดอู่ไวเกินพวกมึง” “สามคนทีเดียวก็สงสารผิงอันมากแล้ว แต่มีลูกสาวสักคนก็คงดี”คาร์ลเตอร์เอ่ยต่อมองไปทางหลาน พลางคิดว่าถ้าเขามีลูกสาวบ้างจะเป็นไงนะ บ้านคงมีสีสันขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า “พวกมึงก็มาเป็นพ่อทูน
เวลาผ่านไปไม่กี่เดือนหลังขอแต่งงานเธอก็ได้รับรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ได้เกือบสองเดือน และมากกว่านั้นคือผิงอันได้มีโซ่ทองคล้องใจ ถึงสามเส้นให้กับคาร์ลและเคอร์วิน เธอมีลูกชายฝาแฝดถึงสามคน! เป็นการตั้งครรภ์ที่เสี่ยงมากและพวกเขาก็ทำการปิดอู่ไปตลอดกาล…เพราะสองแฝดไม่อาจทนเห็นเธอทรมานอีกแล้ว การตั้งท้องทายาทให้พวกทีเดียวถึงสามคนไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้เลย แต่ผิงอันก็ให้ได้ ช่วงระยะเวลาเก้าเดือนที่เธออุ้มท้องลูกน้อยทั้งสามคน สองพี่น้องรู้สึกสงสารภรรยาตัวเองยิ่งนักเพราะมีเด็กอยู่ในท้องถึงสามคนเพียงแค่ สี่-ห้า เดือนท้องก็ใหญ่เหมือนจะใกล้คลอด เธอต้องทนปวดร้าวร่างกายเพื่อลูกพวกเขา สองแฝดคอยดูแลเธอไม่ห่าง เอาใจใส่ทุกอย่าง เพราะกลัวเธอจะคิดมากเรื่องร่างกายที่เปลี่ยนไป เพราะสำหรับผู้หญิงบางคนเรื่องรูปร่างก็สำคัญไม่ต่างจากการดูแลเส้นผม…ท้องเธอขยายใหญ่ จนเกิดรอยแตกลายขึ้นที่พุง กลับกันผิงอันไม่กังวลใจอะไรเลย มีแต่สองคนนั่นแหละที่เอาแต่กังวล จนร้องไห้แทนเธอ เอ็นดูพวกเขาจริงๆก่อนเธอคลอด“ฮือ ขอโทษนะครับที่ทำให้ทรมาน” เคอร์วินพูดไปร้องไห้ไป มือก็บีบนวดไหล่ให้เธอไปด้วย“ฮึก เจ็บมากใช่ไหม ให้นวดตรงไหน
พอทานอาหารเสร็จเคอร์วินก็เปลี่ยนมาขับรถพาเธอไปสะพานอเล็กซานเดอร์ที่ 3 (Alexander III Bridge) เพราะว่าสะพานนั้นอยู่ใกล้กลับสถานที่พิเศษของทริปนี้ที่พวกเขาอยากทำเซอร์ไพรส์ให้กับเธอ…ทั้งสามคนเดินเที่ยวเล่นกันหลายที่ นอนพักโรงแรมที่ใหม่ใกล้ๆแถวนั้น แล้วก็พาเธอออกมาเที่ยวต่อตามที่ผิงอันอยากไป แล้วเก็บเซอร์ไพรส์ไว้อย่างสุดท้ายเวลาก็ผ่านไปเรื่องจนพระอาทิตย์ที่เคยส่องแสงก็โบกลาลับไปกับขอบฟ้า เปลี่ยนพระจันทร์ที่มาทำหน้าที่แทนในการส่องสว่างสีขาวนวล“เหนื่อยหรือยัง”“ยางง”“โกหกแล้วที่รัก”“ไม่ได้โกหกสักหน่อย พูดจริงนะคะ”“แต่หิวมากกว่า..” ผิงอันลูบห้อง“ได้นิ เพราะที่สุดท้ายของวันนี้เป็นที่ ที่จะพาไปดินเนอร์”“แต่ต้องปิดตาก่อนนะ”“อุ้ย เป็นเซอร์ไพรส์เหรอคะ”“อืม”คาร์ลเตอร์หยิบผ้าขึ้นมาปิดตาเธอ พาไปขึ้นรถ รถหรูเปิดประทุนขับแล่นไปเรื่อยๆ สายลมในยามกลางคืนพัดผ่านมือผิงอันที่ยกขึ้นสัมผัสกับอากาศ“ถึงแล้วครับ”คาร์ลเตอร์เปิดประตู ประคองผิงอันลงมาจากรถ ค่อยแกะผ้าปิดตาเธอให้เปิดออกให้เห็นหอไอเฟลแสนสวยที่เธอใฝ่ฝันว่าจะได้มาเห็นกับคา มันปรากฏตรงหน้าเธอแล้ว“กรี๊ด! สวยมาก”“แต่ทำไมมีคนเลยล่ะ..”ผิงอั
หมับ! พรึบ! อีวานรำคาญที่จะพูด จับเธอยัดใส่ไปในรถปิดประตูรถซูเปอร์คาร์เสียงดัง นักศึกษาแถวนั้นต่างมองและให้ความสนใจ ตามจริงก็มองกันตั้งแต่ที่เขาขับซูเปอร์คาร์มาจอดแล้วแหละ“นี่ฉันมีเรื่องต้องทำนะ จะให้ฉันไปอิตาลีทำไม!”“ก็ฉันอยาก”“เอ้า! บ้าเหรอคะ! สมองคุณนี่มีไหมอะ ฉันมีพ่อมีแม่ลูกหายไปท่านก็เป็นห่วง”“ฉันจัดการให้คนไปบอกแล้วว่าเธอจะไปค่ายที่ต่างประเทศอาทิตย์หนึ่ง และฉันก็ใช้โทรศัพท์เธอส่งข้อความไปบอกพ่อแม่เธอแล้ว”“โทรศัพท์? อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนที่คุณจับโทรศัพท์! นี่อีวาน ถามจริง เป็นอะไร”“เป็นผัวเธอ!” เขาหันมาพูดหน้าตาเฉย ก่อนจะเหยียบคันเร่งออกรถอย่างแรง จนร่างบางต้องรีบดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดตัวทันทีมีทางไหมที่เธอจะหลุดพ้นจากคนตรงหน้า เขามันทั้งโรคจิตทั้งบ้าอำนาจ!!“ถ้ากำลังคิดว่ามีวิธีไหนที่จะไปจากฉัน ก็หยุดคิดซะตั้งแต่ตอนนี้”“เพราะมันไม่มีทางนั้นหรอก”“ก็มาดูกันค่ะว่าจะมีหรือไม่มี!”“หึ ได้ จะรอดู”“เออ!”“พูดเพราะๆ อยากโดนเหมือนเมื่อคืน?”“…”เรื่องราวของพวกเขามันช่างซับซ้อน ไม่มีการตกลงว่าจะเป็นอะไรกัน แต่ก็ไม่ยอมปล่อยกันไป จะจบลงแบบไหนกันนะ…23/03/2023ฝรั่งเศส กรุงปารีสอาก
“ทำไม หวั่นไหวเหรอ” ‘คนอะไรมั่นหน้ามั่นใจเกินไปแล้ว!’“เปล่าหรอกค่ะ กลัวอดใจฆ่าพี่ไม่ได้มากกว่า!”ร่างบางไม่อยากจะต่อปากต่อคำเถียงกับเจริคต่อแล้ว เพราะพูดไปเขาก็มาที่บ้านของเธอเหมือนเดิม เธอเบื่อหน้าเขาจริงๆ ไม่ต้องบอกว่าเกลียดเลยจะถูก!ตุบ! ดิสนีย์เดินเข้ามาใกล้เจริค ยกเท้าขึ้น กระทืบเท้าลงไปที่เท้ามาเฟียหนุ่มเต็มแรง“โอ๊ย! ยัยเด็กแสบ!”ถ้าเป็นคนอื่นที่มาทำกับเขาแบบนี้ ไม่รอดน้ำมือ พวกมันคงโดนตัดขาทิ้งไปนานแล้วหมับ! เขาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กที่กำลังจะเดินหนี กระชากเธอให้หันกลับมา ปลายจมูกเรียวก้มไปชิดใบหน้าเล็กจนปลายจมูกแตะกัน“งั้นทนต่อไปนะ เพราะพี่จะมาทุกวัน”“พี่เจริค!” เธอผลักให้เขาออกห่าง แต่ข้อมือยังคงถูกจับไว้แน่น“เธอไม่ได้เกลียดพี่จริงๆหรอกใช่ไหม”“ไม่ค่ะ เกลียดจริง เกลียดจนไม่อยากเห็นหน้า เกลียดชนิดที่ถ้าเห็นหน้าพี่ฉันอยากจะควักลูกตาตัวเองออกมา หรือบางทีก็อยากจะกลั้นใจให้ตายทุกครั้งที่เจอหน้าคุณ! ปล่อย!” น้ำเสียงโกรธเกรี้ยวตะเบ่งเสียงดังกระแทกหน้ามาเฟียหนุ่ม เด็กน้อยน่ารักคนนั้นไม่มีอีกแล้ว“โอเค พรุ่งนี้เจอกันใหม่”“ใครอยากเจอ! ไม่ต้องมา!”เขาปล่อยมือ หันหลังเดินกลับออกไ
“อันอันกับเฟยเฟยออกไปก่อนได้ไหมลูก ม๊ากับป๊ามีเรื่องต้องคุยกับพี่ๆเขาสักหน่อย” หลิวอันหันมาพูดกับลูกสาวและลูกชาย“อ๋อค่ะ ได้ค่ะเดี๋ยวพาพี่เฟ้ยไปดูสวนดอกไม้ที่หนูเพิ่งปลูก” สองพี่น้องลุกออกจากโต๊ะไปก่อน ทีนี้ก็เหลือพ่อแม่ผิงอันและสองแฝด“มีอะไรจะคุยเหรอครับ” คาร์ลเตอร์เปิดประโยคถาม“จะแต่งงานกันเมื่อไหร่ คิดไว้บ้างไหม” หัวหน้าครอบครัวตระกูลฟ่านเอ่ยถาม“อาไม่ได้จะเร่งอะไรนะ แต่ถ้าเร็วหน่อยก็ดี”“น้าจะได้วางใจไม่กังวล อีกอย่างน้าอยากให้จัดพิธีของจีนด้วย และแน่นอนว่าส่วนเสริมเพิ่มเติมอยากจัดงานกันแบบอื่นก็ย่อมได้ แต่ช่วยจัดแบบจีนให้น้าด้วยนะ”หลิวอันย้ำชัดว่าเธอต้องการแค่นี้ถ้าเรื่องพิธีแต่งงานไม่ได้เร่ง แต่เร็วก็ดี ความหมายก็คืออยากให้แต่งงานกันเร็วๆ หลิวอันผู้เป็นแม่จะได้วางใจได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ลูกสาวเป็นฝั่งเป็นฝา“ครับ แน่นอนว่าเรื่องแต่งงานพวกผมคิดกันมาตลอด ไม่ได้อยากทำให้น้องเสียหายเลยด้วย ที่ให้มาอยู่กันก่อนแต่ง” เคอร์วินในโหมดจริงจัง นานๆจะได้เห็นมุมนี้“แต่เพราะผมอยากทำให้มันพิเศษที่สุด และแม้เป็นการขอแต่งงาน ผมก็อยากทำให้เธอประทับใจและจดจำไปตลอด”สองแฝดมองหน้ากัน เพราะตาม