นั่นสินะ เขาเป็นมาเฟีย เป็นมาตลอดตั้งแต่บรรพบุรุษส่งต่อกันมาทางสายเลือด มาเฟียที่ทำเรื่องดีและไม่ดี… ทำเรื่องเทา เรื่องดำ มือแปดเปื้อนสิ่งสกปรกมานับไม่ถ้วน เพียงสวมใส่หน้ากากชั้นแรกเป็นนักธุรกิจ แต่กลิ่นคาวเลือดที่มันติดอยู่ที่มือ มันไม่เคยหายไป… สองแฝดก็แค่ พยายามจะเป็นคนที่คู่ควรกับเธอ.. คนที่เหมาะสมกับสิ่งดีๆ ‘ผิงอัน’ ผู้หญิงคนเดียวที่มีผลต่อหัวใจและชีวิต การแก้แค้นที่รุนแรงนี้ หรืออะไรก็ตามที่มันโหดร้าย เขาจะแตะต้องมันวันนี้ เป็นวันสุดท้าย… ก็ถ้าไม่มีอะไรที่มาทำให้ต้องใช้ความรุนแรงหลังจากนี้อะนะ… หลังจากนี้ที่ว่า หมายถึงถ้าไม่มีใครมาแตะต้องเธอ! ผู้หญิงอันเป็นที่รักของพวกเขา “งั้นเราไปกันต่อเลยไหม” “รออะไรล่ะ” รอมานานมากพอแล้ว ความคิดคนเราน่ากลัวนะ ตอนแรกคิดว่าคงไม่ต้องฆ่าให้ตาย แต่พอเห็นคนที่เราแค้นมันดิ้นทุรนทุรายเหมือนจะตายแต่ไม่ตาย มันสะใจจริงๆ และวันนี้ถ้าเขาได้เลือดคนชั่วที่ทำร้ายครอบครัว
“วู้วว~ ยืนกันไว้ด้วยว่ะ” ลูเซียโน่ผิวปาก มือกอดอกมองดูเหล่าบอดี้การ์ดของดักซ์ที่มายืนกันด้านหน้าทางเข้าประตูบ้าน “ทีนี้จะเอาไงล่ะ” ลูซหันไปมองอีวานกับเรนเดล เรนเดลเดินเข้าไปกอดคอบอดี้การ์ดของดักซ์ “นี่ ถ้าไม่อยากตกงานหลบไปซะตอนนี้ดีๆ” “ฉันเตือนด้วยความหวังดี” “ไม่ครับ” กาซิลหัวหน้าบอดี้การ์ดที่ยังหนุ่มยังแน่นเอ่ยเสียงเข้ม และมีลูกน้องอีกสามคนยืนขวางไว้เช่นกัน “หลบไป” อีวานออกเสียงสั่ง “ไม่ได้ครับ!” “คนนอกจะเข้าไปไม่ได้” กาซิลบอดี้การ์ดหนุ่มเอ่ยเสียงหนักแน่น ยืนประจันหน้าอีวาน สามคนที่มาถึงคฤหาสน์เล็กของดักซ์ก่อนมาเจอลูกน้องดักทางไม่ให้ไปต่อ ก็มีลูกน้องยืนกั้นไม่ให้พวกเขาเข้าไปในบ้านได้ “แล้วถ้าเป็นพวกกู ยังจะเป็นคนอื่นอยู่ไหม” เคอร์วินพูดขึ้นจากข้างหลัง อีวานถอยหลบไปด้านข้าง “นายท่าน...ถึง..ถึงเป็นนายท่านก็เข้าไปไม่ได้ครับ!” ความกล้าลดลงเมื่อเจอกับผู้นำตระกูล แต่ก็ต้องใจแข็งสู้ เพราะคำว่า ปกป้องเจ้านายและคุณหนูที่อยู่ในบ้าน “นายท่านอย่าทำอะไรเ
ดักซ์เหมือนถูกฟ้าผ่ากลางอก แย่กว่าไม่ได้อะไรคือการที่ต้องถูกขับออกจากตระกูล… แล้วอย่างนี้เงิน เงิน เงินที่เขาจะได้ในทึกเดือนล่ะ ไม่ ไม่! “ไม่จริง มึงไอ้เหี้ย!” ตุบ! ดักซ์ที่จะเข้ามาทำร้ายเคอร์วินก็ถูกแฝดน้องเตะเข้าที่ท้องจนลงไปนั่งกับพื้น “อย่างมึงมันควรไปนอนอยู่ข้างถนน! กล้าหลอกพี่ชายตัวเองไปตาย ทั้งที่เขาไปเพื่อช่วยมึง!” ใช่ทั้งหมดที่เขาเคยรู้มาคือเรื่องโกหก ไม่ใช่เรื่องศัตรูจับจัวมันไปเรียกค่าไถ หรือจับตัวไปทำร้าย ทุกอย่างเป็นเรื่องโกหก มันเป็นแผนการของมันสองคนพี่น้อง โดยดักซ์เป็นคนวางแผนเองทั้งหมด! มันหลอกพ่อแม่เขาให้ไปโดนฆ่าตาย แล้วโบ้ยให้คู่อริของท่านปู่ แต่ตอนนี้ความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผยแล้ว “ต่อไปนี้ มึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลนี้ รวมถึงไดอาน่ากับดิสนีย์ด้วย!” “ไม่…ไม่จริง” “หลังจากนี้มึงได้ไปเป็นหมาอยู่ข้างทางแล้วนะไอ้อาสุดที่รัก!” “เดี๋ยวกูจะสงเคราะห์ให้ลูกน้อยช่วยโยนมึงออกไปเอง” เคอร์วินกำลังพูดอย่างเยาะเย้ย “ที่พูดกันเมื่อกี้หมายความว่าอะไรคะ..” เสียงหว
“ฮึก ฮือๆ ฮืออ” เคอร์วินเข้ามากอดน้องสาวตัวเล็ก “ไม่เป็นไร ต่อไปพี่จะดูแลเราเอง เรารู้ใช่ไหมว่าพี่รักเรามาก” กอดปลอบน้องสาวตัวเล็กในอ้อมกอดแน่น “ออกไปรอพี่ข้างนอกนะ” “ฮึก อึก ขอหนูพูดกับพ่อก่อนค่ะ แล้วหนูจะ ฮึก ออกไป” ดิสนีย์เดินไปหาพ่อตัวเอง นั่งคุกเข่าลงตรงข้างดักซ์ก่อนเอ่ยประโยคที่อยากรู้มาตลอดตั้งแต่จำความได้ เพราะที่ผ่านมาเธอไม่เคยได้ยินคำนี้จากพ่อเธอเลย “หนูรักคุณพ่อนะคะ ฮึก” “คุณพ่อ รักหนูบางไหมคะ เคยรักหนูกับพี่ไดอาน่าสักครั้งไหม..” “เฮ้อ ไหนเรื่องก็เป็นอย่างนี้แล้ว” จู่ๆดักซ์ก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกระชากลูกสาวตัวเองให้ลุก ถอยไปด้านหลัง แล้วดึงปืนที่ซ่อนไว้ในกางเกงข้างหลังมาจ่อไปที่หัวลูกสาวตัวเอง… “กรี๊ดดด” “ดิสนีย์!” เจริคตกใจจนแววตาสั่นไหว “อย่าทำอะไรที่มันโง่”อีวานกัดฟันกรอก “เฮ้ย! นั่นลูกมึงนะ” เรนเดลตะโกนลั่น “กูบอกแล้วว่าอย่ามาวันนี้ แม่งเอ๊ย” ลูเซียโน่กุมขมับตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า “มึงจะทำอะไร!!!” คาร์ลเตอร์ตะโกนสุดเสียง “ไอ้เหี้ยนี่มึง กูน่าจะกระทืบมึงให้ตายตั้งแต่วันนั้น”เคอร์วินโกรธจนเลือดขึ้นหน้า “หึ ถ้าให้กูไปนอนข้างถนนกูยอมตายดีกว่า แต่
“ตายไปเถอะพวกมึง!” ปลายกระบอกปืนเปลี่ยนทิศทางชี้มาด้านฝั่งที่สองพี่น้องฝาแฝดยืน…“ไอ้แฝด!”“ระวัง!”ปัง 💥 ปัง 💥หมับ! พรึบ!ปัง 💥ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียว…เจริคกระชากตัวดิสนีย์มากอด และยิงสวนไปกลางศีรษะดักซ์ ชายวัยกลางคนหงายหลังล้มทั้งยืน นอนแน่นิ่งจมกองเลือดเสียชีวิตคาที่“ฮึก..” พรึบ!“ดิสนีย์! ดิสนีย์!”ดิสนีย์หมดสติในอ้อมกอดเจริคทันทีเมื่อรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เด็กน้อยในวัยสิบเจ็ดที่กำลังจะสิบแปดเจอเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจขั้นรุนแรงมากกว่าจะรับไว้ได้ ถ้านี่เป็นแค่ฝันก็คงดี…ทำไม?…บางทีเราก็ไม่สามารถหาคำตอบในสิ่งที่เราพยายามตั้งคำถามกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้หรอก“ดิสนีย์ ตื่นสิวะ!” เจริคเองก็ตกใจทำตัวไม่ถูก รีบวางเธอนอนลงกับพื้น เขย่าเรียกให้เธอตื่น ตรวจเช็กชีพจรว่ายังเต้นปกติดีอยู่ไหม สัญญาณชีพมี แต่เธอไม่หายใจ!เจริคตัดสินใจทำการ cpr หรือผายปอด ช่วยเอาอากาศเข้าไปให้เธอ… มือหนึ่งกดที่หน้าผาก อีกมือเชยคางเธอขึ้นให้ทางเดินหายใจเธอเปิดออก ก่อนตรวจดูลมหายใจ แล้วประกบปากส่งอากาศเข้าไป ทำอย่างนั้นจนเธอกลับมาหายใจแล้วฟื้นในเวลาต่อมา“เฮือก! พี่เจริค…”“อย่าคิดท
วิ้งงง~! เสียงในหูเธอตอนนี้เป็นเสียงวิ้งยาวๆ ที่ไม่ได้ยินอะไรอีกเลยพอจบประโยคนั้นที่เธอได้ยินว่าทั้งสองคนถูกยิง คำพูดพ่อหลังจากนี้เธอก็ไม่รับรู้หรือได้ยินแล้ว หัวใจเธอกระตุกวูบ แข้งขาอ่อนทรุดนั่งลงกับพื้น โลกเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ พอรู้สึกตัวอีกทีก็คือมีคนรับใช้ในบ้านเข้ามาพยุงตัวเรียกให้เธอได้สติ โทรศัพท์ที่หล่นจนหน้าจอแตกและคาสายจากพ่อไว้อยู่เลย“คุณหนูตั้งสติก่อนนะคะ”“ไป ไปเตรียมเครื่องบินฉันจะไปฝรั่งเศสเดี๋ยวนี้”“แต่”“แต่อะไร! ไปเดี๋ยวนี้!”พอครองสติมาได้บ้าง เธอก็ไม่สนหรือฟังใคร จากที่ไม่เคยออกคำสั่งอะไรเลยเธอก็ให้บอดี้การ์ดไปจัดการเตรียมเครื่องบินส่วนตัว ผิงอันก็นั่งเครื่องบินส่วนตัวมาฝรั่งเศสทันทีเท่าที่จะเร็วที่สุด ขนาดที่พ่อแม่ พี่ชายยังกลับมาห้ามไม่ทัน ผิวอันออกจากบ้านไปเร็วมาก“นี่คุณบอกลูกไปหมดไหม”“ผมบอกไปหมดเลย แต่ลูกคงไม่ได้ยิน”“รายนั้นคงช็อกตั้งแต่ได้ยินว่าไอ้แฝดถูกยิง ผมบอกแล้วอย่าไปบอกน้อง”“วุ่นวายจริงๆ”ฟ่านเฟยเฟยส่ายหน้าไปมา แล้วเดินขึ้นบ้านไปเหมือนไม่ทุกข์ร้อนใจอะไรมาก…“เรื่องใหญ่ตั้งขนาดนั้นจะไม่บอกให้คนเป็นแฟนกันไม่รู้ได้ไง” ชายวัยกลางคนพูดตามหลังลูกชาย
ผิงอันพูดความรู้สึกในใจว่าเธอปวดใจมากแค่ไหนกว่าจะมาถึงฝรั่งเศส เวลาเดินทางกว่า10 ชั่วโมง ที่เธอนั่งเครื่องบินมา จิตใจเธอเอาแต่ภาวนาไม่ให้พวกเขาเป็นอะไรเวลาที่เดินทางว่านานแล้ว พอยิ่งเธอรอให้ไปถึงที่นั่นเร็วๆ ให้มาหาพวกเขาเวลามันก็เดินช้ายิ่งกว่าเดิมเสียอีก ทั้งกังวลใจและกลัว ปวดหัวใจจนแทบขาดตุบๆ เธอทุบลงกลางอกตัวเองว่ามันเจ็บมากๆ เมื่อคิดว่าจะต้องเสียคนที่รักไปแล้ว“อย่า มันจะเจ็บ” คาร์ลเตอร์ดึงมือที่เธอทุบอกตัวเองให้หยุดทำ แต่ร่างบางก็สลัดมือให้หลุดออกจากมือชายหนุ่ม“ผิงอัน..” เคอร์วินเห็นน้ำตาเธอจนเขาเองยังปวดใจ แบบนี้เองสิ นี่แค่เขาเห็นน้ำตาผิงอัน นั่นสิเขาพูดอะไรออกไปมันอาจจะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพวกเขาที่เป็นมาเฟีย แต่จะไปพูดกับคนที่ใช้ชีวิตปกติโดยไม่เคยข้องเกี่ยวกับอันตรายไม่ได้“หัวใจฉันมันแตกสลายไปกี่รอบรู้ไหมกว่าจะมาถึง ฮือๆ”“แล้วยังจะบอกว่าแค่นี้อีก กลับกันถ้าเป็นพวกคุณได้รับข่าวว่าฉันถูกยิง ยังเห็นว่ามันเป็นเรื่องแค่นี้อยู่ไหม!!!”พรึบ! หมับ!เคอร์วินดึงให้เธอลงมานั่งบนเตียงนอน สวมกอดเข้าที่เอวเล็ก ฟุบหน้าลงที่ไหล่บาง น้ำตาลูกผู้ชายที่ไม่เคยร้องไห้กับสิ่งไหนกับหลั่งไหล
ย้อนไปเหตุการณ์วันนั้น ที่สองแฝดไม่เป็นไรอะไรก็เพราะ พวกเขาได้สวมชุดเกราะกันกระสุนเอาไว้ แน่นอนว่าสั่งทำมาพิเศษ ป้องกันกระสุนได้อย่างดี แต่ที่ฟุบตัวลงกับพื้น เพราะมันจุก ก็โดนยิงกลางหลังในระยะเกือบประชิด เป็นธรรมดาที่จะเจ็บจนลุกไม่ไหวโรงพยาบาลDR“ไอ้ห่านี่มึงหลอกพวกกูนี่หว่า” เรนเดลสบถด่าสองแฝดที่มาถึงโรงพยาบาล แต่พบว่าเพื่อนทั้งสองคนปลอดภัยดี ไม่มีบาดแผลอะไรสักนิด“กูหลอกตรงไหน เจ็บจริงๆ เนี่ยยังปวดหลังอยู่เลย”เคอร์วินในชุดคนไข้หันหลังให้เรนเดล จับบริเวณหลังที่ถูกยิง แต่เจออีวานถีบให้เต็มแรงจนหน้าคว่ำลงไปนอนกับเตียงใหญ่“ชิบ! ไอ้สัตว์อีวานกูเจ็บนะ”“สมควรโดน” อีวานตอบกลับนิ่งๆ เดินไปนั่งปลายเตียง“ไม่เป็นไรอะไรก็ดีแล้ว กูนี่ใจหาย คิดว่าต้องกระทืบมึงให้ฟื้น” ลูเซียโน่ถอดหายใจโล่งอก“มึงน่าจะกระทืบพวกมันนะ” เจริคเอ่ยเสียงเรียบ“กูไม่ตายง่ายๆหรอกบอกแล้ว” คาร์ลเตอร์เอ่ยพร้อมยิ้ม“งั้นไว้เจอกันที่คลับ กูต้องไปเคลียร์งานที่บริษัทก่อน”เรนเดลก้มมองดูนาฬิกา“แน่ใจนะว่างานไม่ใช่ผู้หญิง?” คาร์ลเตอร์กอดอกมองอย่างรู้ทัน ก่อนหน้าจะถึงโรงพยาบาล เขาได้ยินเพื่อนคุยกับผู้หญิงในโทรศัพท์ ประมาณว่าอย่
“เซอร์ไพรส์อะไรครับ ตื่นเต้นเลย”คาร์ลเตอร์ถามเสียงหวาน “พี่หันได้ยัง พี่อยากรู้แล้ว อันอันจะเซอร์ไพรส์อะไร” เคอร์วินใจร้อนมากตอนนี้ “อย่าเพิ่งค่ะ” | “หันมาได้แล้วค่ะ” พรึบ! “เซอร์ไพรส์!!!” สองแฝดยืนอ้าปากค้าง จ้องตาไม่กะพริบ กับภาพของภรรยาสาวที่ใส่ชุดทูพีชสุดเซ็กซี่ สีแดงของผ้าตัดกับผิวขาวอมชมพูของเธอยิ่งทำให้เด่นกว่าเดิม “ฉันตั้งใจใส่มาเพื่อพี่สองคนเลยค่ะ” ผิงอันเตรียมชุดทูพีชสุดเซ็กซี่นี้มาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ “เกาะนี้มีแค่เราใช่ไหมล่ะคะ..” ผิงอันพูดเสียงหวาน ส่งสายตายั่วยวน มือเล็กก็ค่อยๆ แกะดึงส่วนบนที่เป็นสายผูกอยู่ด้านหลังออก จากที่ตอนแรกมีสิ่งปกปิดยอดปทุมถันสีชมพู กลับเปิดเทอมออกมา “ผิงอัน..” เคอร์วินกลืนน้ำลาย ช้า ๆ “พี่จะทนไมาไหวแล้วนะครับ” คาร์ลเตอร์รับรู้ถึงความซู่ซ่าในร่างกายตัวเอง “ก็ไม่ได้บอกให้ทนนี่คะ..” สองแฝดเดินไปประกบผิงอัน ขนาบข้างติดกันโดยมีเธออยู่ตรงกลาง จากที่สวมใส่เสื้อผ้าก็ถูกถอดออกทีละชิ้น คาร์ลเตอร์ไล่จูบเธอตั้งแต่หน้าผาก ลงมาที่แก้ม จมูก ปาก คอ หน้าอก และหน้าท้องน้อย… ส่วนเคอร์วินก็ซุกซนอยู่กับหลังคอของเธอ ย้ายมือมาจับบีบหน้าอกใหญ่จนล้นออกมาต
วันนี้วันดีที่ครอบครัวใหญ่อย่างฝาแฝดคาร์ลเตอร์,เคอร์วิน คู่พี่น้องตระกูลดูรองซ์และภรรยาสาวสวยกับลูกชายตัวน้อยทั้งสามคน เดินทางมาประเทศไทยตามแพลนที่วางไว้ครั้งก่อนเรื่องเที่ยวพักผ่อน ท้องฟ้าโปร่งใส พระอาทิตย์ส่องแสงให้ความอบอุ่นไม่ได้ร้อนมากเหมือนช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เพราะว่าได้เข้าสู่ช่วงฤดูหนาว อากาศจึงไม่ร้อน และทะเลหน้าหนาวก็สวยมากอีกด้วย ในเวลานี้สองแฝดกำลังขับรถไปส่งลูกชายฝาแฝดทั้งสามคนที่บ้านโรมิโอ ระหว่างที่ขับรถไปคนเป็นพ่อก็ชวนลูกคุย คาร์ลเตอร์แทนตัวเองกับลูกว่า ปะป๊า เคอร์วินแทนตัวเองกับลูกว่า แด๊ดดี้ “เราเตรียมของให้ลูกครบแน่นะ” เคอร์วินหันไปพูดกับพี่ชายที่ขับรถ “อืม เช็กแล้ว กระเป๋าเป้คนละใบ กับของเล่น” พี่ชายตอบน้องชายฝาแฝด “บอกไอ้โรมยังว่าใกล้ถึงแล้ว” คาร์ลเตอร์ถามเสียงเรียบ “ไลน์ไปบอกเมื่อกี้ ไอ้โรมบอกว่าเดี๋ยวจะพาเด็ก ๆ ไปเที่ยวเขาใหญ่พรุ่งนี้” “เหรอดีเลยสิ เคย์เดนน่าจะชอบ” เคย์เดนสนใจเรื่องป่าไม้ แปลกมาทั้งที่ตัวแค่นี้แต่เจอสิ่งที่รักแล้ว “ปะป๊า แด๊ดดี้ จะพาพวกเราไปนอนบ้านเพชรชมพูจริง ๆ เหรอครับ” ลูกชายคนเล็กสุดของบ้านเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น “ใช่ครับ เคย์เดน
เคอร์วินพูดจบก็เดินไปเล่นกับลูกชายคนกลาง ชวนลูกคุยถึงชื่อไดโนเสาร์สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว “ว้าว! สีตาสวยจริงด้วย!” รูบี้ใช้สองมือโอบใบหน้าเคย์เดนจ้องไปใกล้ ๆ “อื้ออ่อนเอ็บอะ” (อื้อ! ปล่อยเจ็บนะ) “รูบี้ไม่ทำแบบนั้นะลูก น้องจะเจ็บ” ลูกแก้วห้ามปรามลูกสาว รูบี้รีบปล่อยมือ แล้วชวนกันเล่น สักพักเบรย์เดนที่แยกตัวอยู่คนเดียวก็เริ่มชวนรูบี้ให้ดูในสิ่งที่ตัวเองชอบ “เหรอ มันชื่ออะไรอะ” “ไทรเซราทอป” “โอ๊ะ เบรย์เดนมีจุดสีดำที่จมูกนี่” รูบี้ตื่นเต้นกับไฝเสน่ห์ “เคย์เดนก็มีอะตรงปาก แม่หนูอยากมีจุดดำบ้าง!” “แต่หนูก็มีลักยิ้มไงคะ น้าชอบลักยิ้มหนูมากเลย”ผิงอันเอ่ยอ้าแขนออก รูบี้วิ่งไปกอด “วันนี้หนูมีของขวัญมาให้น้องด้วยไม่ใช่เหรอเอาไปให้น้องสิคะ เลือกเลยค่ะว่าจะให้ใครอันไหน” ลูกแก้วหยิบกล่องกำมะหยี่สีดำสนิทสามกล่องไปให้ลูกสาว รูบี้เปิดทั้งสามกล่องขึ้นมา ทำท่าคิดว่าจะให้ใครอันไหนดี ของขวัญนี้เธอเลือกมาเองตอนไปบริษัทของพ่อ “อันนี้ให้อาร์เดนนะ” กล่องกำมะหยี่สีดำที่ใส่ทับทิมสีเลือดนกพิราบทั้งสีที่สดและใสแวววาว 9 การัตไปให้อาร์เดน “ส่วนอันนี้ เบรย์เดน” อีกกล่องคือ อเล็กซาน
3 ปีผ่านไป.. โรมิโอกับลูกแก้วและลูกสาวคนสวยในวัยสามขวบแปดเดือน ‘รูบี้’ มาหา และเอาของขวัญมาให้หลานชายที่อายุครบสามขวบ แต่ก็มาหลังจากที่จัดงานวันเกิดไปแล้ว เพราะสัปดาห์ก่อนพวกเขาไม่ว่างเลยมาวันนี้แทน (โรมิโอ-เรื่องมาเฟียพันธนาการรัก) “เป็นไงมึงไม่เจอกันนานเลย” “สบายดี เลี้ยงลูกสามคนสนุกดี พวกมึงล่ะเลี้ยงลูกสามคนเหมือนกันสนุกเลยสิ” โรมิโอแกล้งพูดหยอกล้อคาร์ลเตอร์กับเคอร์วิน ความจริงโรมิโอกับลูกแก้วมีเพียง ‘รูบี้’ เป็นลูกสาวทางสายเลือดเพียงคนเดียว แต่อีกสองคนคือ โอลิเวียร์และโอเรน ลูกสาวและลูกชายบุญธรรม หรือก็คือหลานแท้ ๆ นั่นแหละ “เออ ไม่ได้นอนกันเลยแหละ ดีที่จ้างพี่เลี้ยงมาช่วย” คาร์ลเตอร์เอ่ยตอบเพื่อน พร้อมกับเข้าไปกอดคอ “อิจฉามึงนะมีลูกสาว ไหนขอลุงอุ้มหน่อยครับ” เคอร์วินเข้าไปอุ้มรูบี้ที่ยืนจับขากางเกงพ่อ พร้อมยิ้มหวานให้พวกลุงๆ อวดลักยิ้มที่ได้มาจากแม่ของเธอ “ก็รีบปิดอู่ไวเกินพวกมึง” “สามคนทีเดียวก็สงสารผิงอันมากแล้ว แต่มีลูกสาวสักคนก็คงดี”คาร์ลเตอร์เอ่ยต่อมองไปทางหลาน พลางคิดว่าถ้าเขามีลูกสาวบ้างจะเป็นไงนะ บ้านคงมีสีสันขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า “พวกมึงก็มาเป็นพ่อทูน
เวลาผ่านไปไม่กี่เดือนหลังขอแต่งงานเธอก็ได้รับรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ได้เกือบสองเดือน และมากกว่านั้นคือผิงอันได้มีโซ่ทองคล้องใจ ถึงสามเส้นให้กับคาร์ลและเคอร์วิน เธอมีลูกชายฝาแฝดถึงสามคน! เป็นการตั้งครรภ์ที่เสี่ยงมากและพวกเขาก็ทำการปิดอู่ไปตลอดกาล…เพราะสองแฝดไม่อาจทนเห็นเธอทรมานอีกแล้ว การตั้งท้องทายาทให้พวกทีเดียวถึงสามคนไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้เลย แต่ผิงอันก็ให้ได้ ช่วงระยะเวลาเก้าเดือนที่เธออุ้มท้องลูกน้อยทั้งสามคน สองพี่น้องรู้สึกสงสารภรรยาตัวเองยิ่งนักเพราะมีเด็กอยู่ในท้องถึงสามคนเพียงแค่ สี่-ห้า เดือนท้องก็ใหญ่เหมือนจะใกล้คลอด เธอต้องทนปวดร้าวร่างกายเพื่อลูกพวกเขา สองแฝดคอยดูแลเธอไม่ห่าง เอาใจใส่ทุกอย่าง เพราะกลัวเธอจะคิดมากเรื่องร่างกายที่เปลี่ยนไป เพราะสำหรับผู้หญิงบางคนเรื่องรูปร่างก็สำคัญไม่ต่างจากการดูแลเส้นผม…ท้องเธอขยายใหญ่ จนเกิดรอยแตกลายขึ้นที่พุง กลับกันผิงอันไม่กังวลใจอะไรเลย มีแต่สองคนนั่นแหละที่เอาแต่กังวล จนร้องไห้แทนเธอ เอ็นดูพวกเขาจริงๆก่อนเธอคลอด“ฮือ ขอโทษนะครับที่ทำให้ทรมาน” เคอร์วินพูดไปร้องไห้ไป มือก็บีบนวดไหล่ให้เธอไปด้วย“ฮึก เจ็บมากใช่ไหม ให้นวดตรงไหน
พอทานอาหารเสร็จเคอร์วินก็เปลี่ยนมาขับรถพาเธอไปสะพานอเล็กซานเดอร์ที่ 3 (Alexander III Bridge) เพราะว่าสะพานนั้นอยู่ใกล้กลับสถานที่พิเศษของทริปนี้ที่พวกเขาอยากทำเซอร์ไพรส์ให้กับเธอ…ทั้งสามคนเดินเที่ยวเล่นกันหลายที่ นอนพักโรงแรมที่ใหม่ใกล้ๆแถวนั้น แล้วก็พาเธอออกมาเที่ยวต่อตามที่ผิงอันอยากไป แล้วเก็บเซอร์ไพรส์ไว้อย่างสุดท้ายเวลาก็ผ่านไปเรื่องจนพระอาทิตย์ที่เคยส่องแสงก็โบกลาลับไปกับขอบฟ้า เปลี่ยนพระจันทร์ที่มาทำหน้าที่แทนในการส่องสว่างสีขาวนวล“เหนื่อยหรือยัง”“ยางง”“โกหกแล้วที่รัก”“ไม่ได้โกหกสักหน่อย พูดจริงนะคะ”“แต่หิวมากกว่า..” ผิงอันลูบห้อง“ได้นิ เพราะที่สุดท้ายของวันนี้เป็นที่ ที่จะพาไปดินเนอร์”“แต่ต้องปิดตาก่อนนะ”“อุ้ย เป็นเซอร์ไพรส์เหรอคะ”“อืม”คาร์ลเตอร์หยิบผ้าขึ้นมาปิดตาเธอ พาไปขึ้นรถ รถหรูเปิดประทุนขับแล่นไปเรื่อยๆ สายลมในยามกลางคืนพัดผ่านมือผิงอันที่ยกขึ้นสัมผัสกับอากาศ“ถึงแล้วครับ”คาร์ลเตอร์เปิดประตู ประคองผิงอันลงมาจากรถ ค่อยแกะผ้าปิดตาเธอให้เปิดออกให้เห็นหอไอเฟลแสนสวยที่เธอใฝ่ฝันว่าจะได้มาเห็นกับคา มันปรากฏตรงหน้าเธอแล้ว“กรี๊ด! สวยมาก”“แต่ทำไมมีคนเลยล่ะ..”ผิงอั
หมับ! พรึบ! อีวานรำคาญที่จะพูด จับเธอยัดใส่ไปในรถปิดประตูรถซูเปอร์คาร์เสียงดัง นักศึกษาแถวนั้นต่างมองและให้ความสนใจ ตามจริงก็มองกันตั้งแต่ที่เขาขับซูเปอร์คาร์มาจอดแล้วแหละ“นี่ฉันมีเรื่องต้องทำนะ จะให้ฉันไปอิตาลีทำไม!”“ก็ฉันอยาก”“เอ้า! บ้าเหรอคะ! สมองคุณนี่มีไหมอะ ฉันมีพ่อมีแม่ลูกหายไปท่านก็เป็นห่วง”“ฉันจัดการให้คนไปบอกแล้วว่าเธอจะไปค่ายที่ต่างประเทศอาทิตย์หนึ่ง และฉันก็ใช้โทรศัพท์เธอส่งข้อความไปบอกพ่อแม่เธอแล้ว”“โทรศัพท์? อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนที่คุณจับโทรศัพท์! นี่อีวาน ถามจริง เป็นอะไร”“เป็นผัวเธอ!” เขาหันมาพูดหน้าตาเฉย ก่อนจะเหยียบคันเร่งออกรถอย่างแรง จนร่างบางต้องรีบดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดตัวทันทีมีทางไหมที่เธอจะหลุดพ้นจากคนตรงหน้า เขามันทั้งโรคจิตทั้งบ้าอำนาจ!!“ถ้ากำลังคิดว่ามีวิธีไหนที่จะไปจากฉัน ก็หยุดคิดซะตั้งแต่ตอนนี้”“เพราะมันไม่มีทางนั้นหรอก”“ก็มาดูกันค่ะว่าจะมีหรือไม่มี!”“หึ ได้ จะรอดู”“เออ!”“พูดเพราะๆ อยากโดนเหมือนเมื่อคืน?”“…”เรื่องราวของพวกเขามันช่างซับซ้อน ไม่มีการตกลงว่าจะเป็นอะไรกัน แต่ก็ไม่ยอมปล่อยกันไป จะจบลงแบบไหนกันนะ…23/03/2023ฝรั่งเศส กรุงปารีสอาก
“ทำไม หวั่นไหวเหรอ” ‘คนอะไรมั่นหน้ามั่นใจเกินไปแล้ว!’“เปล่าหรอกค่ะ กลัวอดใจฆ่าพี่ไม่ได้มากกว่า!”ร่างบางไม่อยากจะต่อปากต่อคำเถียงกับเจริคต่อแล้ว เพราะพูดไปเขาก็มาที่บ้านของเธอเหมือนเดิม เธอเบื่อหน้าเขาจริงๆ ไม่ต้องบอกว่าเกลียดเลยจะถูก!ตุบ! ดิสนีย์เดินเข้ามาใกล้เจริค ยกเท้าขึ้น กระทืบเท้าลงไปที่เท้ามาเฟียหนุ่มเต็มแรง“โอ๊ย! ยัยเด็กแสบ!”ถ้าเป็นคนอื่นที่มาทำกับเขาแบบนี้ ไม่รอดน้ำมือ พวกมันคงโดนตัดขาทิ้งไปนานแล้วหมับ! เขาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กที่กำลังจะเดินหนี กระชากเธอให้หันกลับมา ปลายจมูกเรียวก้มไปชิดใบหน้าเล็กจนปลายจมูกแตะกัน“งั้นทนต่อไปนะ เพราะพี่จะมาทุกวัน”“พี่เจริค!” เธอผลักให้เขาออกห่าง แต่ข้อมือยังคงถูกจับไว้แน่น“เธอไม่ได้เกลียดพี่จริงๆหรอกใช่ไหม”“ไม่ค่ะ เกลียดจริง เกลียดจนไม่อยากเห็นหน้า เกลียดชนิดที่ถ้าเห็นหน้าพี่ฉันอยากจะควักลูกตาตัวเองออกมา หรือบางทีก็อยากจะกลั้นใจให้ตายทุกครั้งที่เจอหน้าคุณ! ปล่อย!” น้ำเสียงโกรธเกรี้ยวตะเบ่งเสียงดังกระแทกหน้ามาเฟียหนุ่ม เด็กน้อยน่ารักคนนั้นไม่มีอีกแล้ว“โอเค พรุ่งนี้เจอกันใหม่”“ใครอยากเจอ! ไม่ต้องมา!”เขาปล่อยมือ หันหลังเดินกลับออกไ
“อันอันกับเฟยเฟยออกไปก่อนได้ไหมลูก ม๊ากับป๊ามีเรื่องต้องคุยกับพี่ๆเขาสักหน่อย” หลิวอันหันมาพูดกับลูกสาวและลูกชาย“อ๋อค่ะ ได้ค่ะเดี๋ยวพาพี่เฟ้ยไปดูสวนดอกไม้ที่หนูเพิ่งปลูก” สองพี่น้องลุกออกจากโต๊ะไปก่อน ทีนี้ก็เหลือพ่อแม่ผิงอันและสองแฝด“มีอะไรจะคุยเหรอครับ” คาร์ลเตอร์เปิดประโยคถาม“จะแต่งงานกันเมื่อไหร่ คิดไว้บ้างไหม” หัวหน้าครอบครัวตระกูลฟ่านเอ่ยถาม“อาไม่ได้จะเร่งอะไรนะ แต่ถ้าเร็วหน่อยก็ดี”“น้าจะได้วางใจไม่กังวล อีกอย่างน้าอยากให้จัดพิธีของจีนด้วย และแน่นอนว่าส่วนเสริมเพิ่มเติมอยากจัดงานกันแบบอื่นก็ย่อมได้ แต่ช่วยจัดแบบจีนให้น้าด้วยนะ”หลิวอันย้ำชัดว่าเธอต้องการแค่นี้ถ้าเรื่องพิธีแต่งงานไม่ได้เร่ง แต่เร็วก็ดี ความหมายก็คืออยากให้แต่งงานกันเร็วๆ หลิวอันผู้เป็นแม่จะได้วางใจได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ลูกสาวเป็นฝั่งเป็นฝา“ครับ แน่นอนว่าเรื่องแต่งงานพวกผมคิดกันมาตลอด ไม่ได้อยากทำให้น้องเสียหายเลยด้วย ที่ให้มาอยู่กันก่อนแต่ง” เคอร์วินในโหมดจริงจัง นานๆจะได้เห็นมุมนี้“แต่เพราะผมอยากทำให้มันพิเศษที่สุด และแม้เป็นการขอแต่งงาน ผมก็อยากทำให้เธอประทับใจและจดจำไปตลอด”สองแฝดมองหน้ากัน เพราะตาม