คฤหาสน์ตระกูลดูรองซ์ 🕍 ระหว่างเดินกลับมาเคลว์ชวนคาร์ลคุยถึงผิงอัน เขากลัวกลับไปแล้วไม่เจอเธอ เพราะปล่อยให้อยู่กับบอดี้การ์ดแค่ไม่กี่คน เธอจะคิดมากอีกหรือเปล่า ไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้นเลย “มึง ว่าเธอจะหนีกลับไปแล้วหรือเปล่าวะ”เคอร์วินเอ่ยถึงร่างบางที่บอกให้รออยู่ที่คฤหาสน์ก่อนหน้านี้ “ไม่หรอก เธอยังรอเราแน่นอน”คาร์ลเตอร์ตอบออกมาอย่างมั่นใจ สองแฝดเดินตรงกลับเข้ามาในคฤหาสน์ตรงไปยังห้องโถงที่บอกให้ร่างบางรออยู่ และเธอยังนั่งอยู่เหมือนเดิม… แต่จะบอกว่านั่งก็ไม่ถูกซะทีเดียวหรอก “หึ ทำไมไม่ยอมนอนลงไปดีๆนะ”คาร์ลเตอร์อดขำไม่ได้ บอกให้นั่งก็นั่งจริงๆ นั่งหลับสัปหงกอยู่นั่น เขาเอ็นดูเธอจริงๆ ขนาดง่วงจนนั่งหลับหัวพับยังไม่ยอมนอนลงไปดีๆ เหลือเชื่อเลย “เธอคงเพลียจากการเดินทาง พาเธอไปนอนบนห้องเถอะ”เคอร์วินเอ่ยก่อนจะก้าวเดินไปทางร่างบาง กึก! เคอร์วินกำลังจะเดินเข้าไปอุ้มร่างบางแต่ถูกคาร์ลเตอร์ยกมือกันไว้ก่อน “เดี๋ยวกูอุ้มเธอไปเอง” เขาเสนอจะอุ้มเธอไปเองเพราะกลัวว่าเคอร์วินจะทำร่างบางตกใจตื่น น้องชายเขาไม่ค่อยจะทำอะไรเบาซะด้วย “อืมโอเค งั้นกูไปจัดการเรื่องที่นอนละกัน รีบตามมานะ” “
‘คิดถึงที่สุดเลย’ “ไม่อยากให้เธอหายไปไหนเลยผิงอัน” “ทุกครั้งที่ได้เจอ ทำไมฉันต้องรู้สึกว่าเธอจะหายไปทุกทีเลยวะ…” เคอร์วินไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย มันเหมือนกับว่ามีเธออยู่ตรงหน้าแต่ไม่อาจเอามาครอบครองได้ “ฉันจะเป็นคนที่ทำให้เธอมาอยู่กับฉันให้ได้” เคอร์วินมองเธอใต้แสงไฟสีส้มของแชนเดอเรีย หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาด้านนอก เขาอยากเข้าไปสัมผัส กอด จูบ หอม อยากจะปลุกให้ตื่น แต่จะไปทำอย่างนั้นคงไม่ได้ หรือทำได้นะ? เหมือนสมองจะสั่งการช้ากว่าร่างกายเพราะตอนนี้ขาเขามันก้าวเดินมายืนข้างเตียงแล้วน่ะสิ เคอร์วินขึ้นไปนอนอยู่ข้างเธอ มือขยับไปเกลี่ยผมที่ปิดหน้าเธอไปทัดหู วางแขนแกร่งลงข้างลำตัว ใบหน้าเคลว์อยู่ตรงกับใบหน้าเธอ ลมหายใจร้อนของเขาถูกพ่นออกมารดข้างแก้มใส “อื้ม คิดถึง..”ร่างบางพรึมพรำ เพียงเท่านั้นก็พอให้คนที่นอนแนบชิดได้ยิน ผิงอันขยับตัวเข้าหาไออุ่นจากร่างหนา เคอร์วินยกวงแขนมากอดเธอไว้ แต่ไม่ได้แน่นมาก กลัวจะทำให้เธออึดอัด “ฉันรักเธอนะผิงอัน” บางทีเขาก็แคต้องการหยุดเวลาตรงนี้เอาไว้ อยากเป็นคนธรรมดาที่ใช้ชีวิตกับคนที่รัก อยากหนีความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งหมดและที่กำลังจะเก
02:50 AM 🕝 ช่วงเวลาเกือบตีสามที่สองแฝดต่างพากันนอนกอดร่างบาง พวกเขาหลับสนิทหมดแรงจากความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายวัน แต่ในเวลาเดียวกันก็มีหนึ่งคนที่กำลังจะตื่น… “อื้ออ” ร่างบางที่นอนหลับไปหลายชั่วโมง ค่อยๆลืมตาตื่น ความรู้สึกเหมือนมีอะไรมากอดร่างกายเธอ กระพริบตาปริบๆ ปรับรูม่านตาให้มองเห็นสิ่งรอบข้างชัดๆ ‘หื้อ? ซิกแพกใคร?’ สิ่งแรกที่เธอมองเห็นเมื่อลืมตาตื่น คือแผงอกแกร่ง เงยมองขึ้นถึงได้รู้ว่าแผงอกนี้เป็นของเคอร์วิน “อื้อ เคลว์?” “ฉันหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่นะ?” ผิงอันนึกย้อนว่าตอนแรกเธอนั่งรอพวกเขาอยู่ที่โซฟา สงสัยคงเผลอหลับไป สองแฝดเลยพาเธอมานอนที่เตียง เมื่อพลิกตัวมาอีกด้านก็สบตากับคาร์ลเตอร์ที่กำลังมองเธออยู่ “คาร์ล..” “ตื่นแล้วเหรอ” “ค่ะ” “คุณตื่นเพราะฉันหรือเปล่าคะ ขอโทษนะคะ” “ไม่เป็นไร ฉันได้นอนพักผ่อนมากกว่าที่ผ่านมาซะอีก” เขาบอกเธอเสียงเรียบ ทั้งสองมองตากันใต้แสงไฟ คาร์ลเตอร์ขยับมาจูบปากอวบอิ่ม ค่อยๆจูบอย่างละเมียดละไม ถอนจุมพิตจากปากเล็กแล้วจูบอีกครั้ง “อื้ม” “ปากหวานเหมือนเดิมเลยนะ” “แล้วเธออยากดูดอยากอื่นนอกจากปากฉันไหม..” พรึบ! “คะ..ค่ะ ร
“ฉันลืมหยิบชุดไปน่ะค่ะ” เสียงหวานเอ่ยอ้อมแอ้ม “…” เพียงมาเฟียหนุ่มทั้งสองเงยหน้าขึ้นมาเท่านั้นแหละ อึก อึก กลืนน้ำลายลงคอคนละอึก “คงไม่ต้องใช้แล้วแหละ”คาร์ลเตอร์เดินลงจากเตียงไปหาร่างบางที่ยืนเอามือปิดหน้าอกใหญ่ไว้ไม่มิด “ไม่ต้องปิดหรอกคนสวย” คาร์ลเตอร์จับมือเธอดึงออก ซ้อนตัวยืนด้านหลังมือหนากุมเต้าสวยบีบจนขึ้นรอยแดง “อื้มม” เสียงหวานครางเล็กน้อยเมื่อถูกสัมผัส “วันนี้คงปล่อยให้นอนเฉยๆไม่ได้แล้วล่ะ ยัยดอกไม้ของฉัน” เคลว์เดินไปนั่งลงขุกเข่า ใบหน้าคมจับจ้องอยู่ที่น้องสาวขาวเนียนไร้ขน “รู้ไหมว่าฉันต้องอดทนมากแค่ไหน” หลายเดือนที่เขาต้องช่วยตัวเองแล้วนึกถึงเธอ วันนี้ขอทำให้หนำใจเลยนะ เคอร์วินใช้มือแหวกน้องสาวเธอออก โน้มหน้าเข้าไปจูบ ก่อนจะใช้ปากดูดเม็ดความสุข จนขาเธอแทบอ่อนแรง “คาร์ล เคลว์…”เสียงหวานออดอ้อน มือยกขึ้นลูบไล้ใบหน้าหล่อของคาร์ลเตอร์ อีกมือก็กำผมเคอร์วินที่ซุกซนอยู่กับน้องสาวเธอ คาร์ลเตอร์ขบกัดคอขาว มือกำผมสีน้ำตาลยาวสลวยเธอรวบติดกับมือตัวเอง เคอร์วินกัดเล่นกับเม็ดความสุขเธอเหมือนว่ากำลังกินเยลลี่ และเริ่มเปลี่ยนเป็นใช้ลิ้นสอดใส่เข้าไปในรูเล็กที่ปิดสนิท เพราะเ
08:00 AM นานนับหลายชั่วโมงกว่าที่สองแฝดจะหยุดพักจากกิจกรรมทางกายกับเธอ ก็ปาเวลาเข้าไปถึงแปดโมงเช้า ถ้าไม่ติดว่าเธอสลบไปก่อน พวกเขาคงอยากจะทำต่อมากกว่านี้… หลังจัดการเช็ดทำความสะอาดให้ผิงอันเรียบร้อยแล้ว “เดี๋ยวกูไปทำงานก่อน” คาร์ลเตอร์กำลังจะลุกจากเตียงแต่เคอร์วินก็ชิงลุกขึ้นก่อนพี่ชาย “วันนี้ไม่ต้อง กูเอง” “มึง?” คาร์ลเตอร์ถามย้ำ เพราะรู้ว่าน้องไม่ชอบงานในบริษัทที่จะต้องไปวันนี้ “เออ มึงอยู่เป็นเพื่อนเธอเถอะ” “กูออกไปเคลียร์งานเอง” “เดี๋ยวตื่นมาไม่เจอใคร จะคิดว่าถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว” เคอร์วินลุกออกจากเตียงกอดอกมองร่างบางแล้วหันหน้าไปพูดกับพี่ชายก่อนเดินไปแต่งตัว “โอเค ไม่ติด กูจะได้นอนกอดเธอต่อ” เอาใบหน้าคมซุกหน้าลงไปกับหน้าอกเนียนนุ่ม รู้สึกขอบคุณน้องชายที่อาสาออกไปทำงานแทน เพราะตามจริงวันนี้ต้องเป็นเขาที่ไปบริษัทเกี่ยวกับการส่งออกผลไม้ คาร์ลเตอรจุมพิตลงบนเต้านมสวย ไล่จูบขึ้นมาจนถึงหัวไหล่ “เออ นอนไปเถอะครับ” “มึงเหนื่อยมาหลายวันแล้ว” เสียงเคอร์วินตะโกนออกมาจากห้องแต่งตัว คาร์ลเตอร์ที่ได้ยินชะงักเล็กน้อย ผละตัวออกห่างยัยตัวเล็กที่นอนหลับสนิท ใช้แ
แกร๊ก คาร์ลเตอร์ยังพูดไม่ทันขาดคำ เสียงเปิดประตูเข้ามาในห้องจากคนที่ออกไปทำงานนอกบ้านก็กลับมาถึง “ยังไม่ตื่นอีกเหรอ” คำแรกที่เอ่ยก็คือการถามถึงร่างบาง เคอร์วินที่ออกไปเคลียร์งานกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งในตอนบ่ายๆของวัน เห็นคาร์ลเตอร์ยืนกอดอกมองร่างบางนอนสลบสไหลใต้ผ้าห่มที่ปกปิดร่างกายที่ไร้เสื้อผ้า “ยัง เราคงทำหนักไปสินะ” “ก็กล้าถามเนอะมึง” เล่นสับเปลี่ยนท่าไปมากันขนาดนั้น เธอตื่นไหวสิแปลก “ก็ไม่ใช่กูคนเดียวที่ทำอะ”คาร์ลเตอร์พูดสวนกลับ “ครับพี่ชาย” ก็ตามที่คาร์ลเตอร์พูด ก็คนมันคิดถึงเมียให้ทำไง เดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า “เรามีเวลาอยู่กับเธออีกกี่วันวะ” เคอร์วินถามขณะเปลี่ยนเสื้อตัวเก่าออกเตรียมอาบน้ำ เพราะกลัวสิ่งสกปรกจากด้านนอกจะไปเปื้อนเธอ ยิ่งในตอนนี้ยังคงมีโรคระบาดไวรัสแพร่กระจายอยู่ไม่หาย “กูโทรไปคุยกับคุณลุง เธออยู่ต่อกับเราได้อีกสามอาทิตย์” กึก! เคอร์วินที่ได้ยินอย่างนั้นวิ่งออกมาตัวเปล่า ด้วยอาการดีใจ “มึงพูดจริงใช่ไหม!” “โกหก” “ไอ้สัตย์! เอาดีๆ” เคอร์วินหน้าหงิกหน้างอใส่พี่ชายเมื่อถูกหลอก “ใช่เรื่องมาหลอกกูไหม! พูดความจริงมา!” เคอร์วินพ
(อ่านจบอย่าลืมกดติดตาม คอมเมนต์นะคะ) เคอร์วินกับคาร์ลเตอร์กำลังพูดคุยเรื่องราวที่มีการฉ้อโกงในบริษัทเครือข่ายลูกที่อยู่ในการดูแลของพวกเขา และดูเหมือนว่า ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นอาพวกเขาเองที่ทำ ดูท่าครั้งนี้จะได้ข้อสรุปเด็ดขาดในการกำจัดสิ่งสกปรกเหล่านั้นแล้วด้วย ถึงแม้ว่าจะเป็นญาติพี่น้องกันก็ตาม แต่ถ้ามาทำอะไรที่มันข้ามหัวกันอย่างนี้ ก็ไม่มีอะไรที่ต้องไว้หน้ากันอีกต่อไป “เออมึง อีกเรื่องจดหมายที่ปู่ให้ไว้ มึงเปิดอ่านหรือยัง” เคอร์วินนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้อ่านจดหมายของปู่เลย “ยังไม่ได้อ่าน” “เหรอ ค่อยเอามาอ่านตอนที่เคลียร์ทุกอย่างแล้วก็ได้” “หรือมึงอยากจะเอาไปอ่านก่อน”คาร์ลเตอร์เอ่ยถามน้องชาย “ไม่อะ รออ่านพร้อมมึง” กระดกไวน์ดื่มจนหมดแก้ว แล้วเอนตัวลงนอนหับโซฟา “อาทิตย์หน้าพวกไอ้ลูซจะมานะ” “จริงอะ ดีเลยนะแบบนั้น” ไม่ได้เจอกับแก๊งเพื่อนมาสักพักคงต้องสังสรรค์กันสักหน่อยแล้ว “จดหมายมีแค่ของปู่ใช่ไหมวะ” จู่ๆ เคอร์วินก็ถามขึ้น เพราะรู้สึกว่าในหัวเขามันมีคำว่าจดหมายติดอยู่ในหัว “อืม มีแต่ของปู่” “ตาแก่นี่ก็จริงรู้ว่าไม่ชอบก็ยังจะเขียนจดหมายทิ้งไว้อีก” “ท่านปู่คงรู้ว่าม
“ทำไม ไม่เชื่อเหรอว่าฉันออกไปทำงานมาจริงๆ?” “อื้อ ก็เคลว์ดูเป็นคนไม่ชอบทำงานนี่นา” “ดูจะชอบดื่มไม่ก็ไปเที่ยวเล่น รอให้คาร์ลเลี้ยงอะ” เธอพูดด้วยความใสซื่อ ก่อนที่ผิงอันจะจับมือเคอร์วินออก ลูบจมูกตัวเองที่ถูกเขาบีบ “ฮะ หึ” พี่ชายฝาแฝดถึงกับต้องหันหน้าไปอีกทางเพราะกลั้นขำ “ขำไรของมึง” เคอร์วินถลึงตามองใส่พี่ชายฝาแฝด “เปล่า” คาร์ลเตอร์ไหวไหล่ แต่ยังกลั้นขำอยู่ “ฉันเปลี่ยนไปแล้ว และตั้งใจจะเป็นคนที่ดูแลเธอให้ได้” เคอร์วินก้มหน้ามาพูดกับผิงอัน “จริงนะคะ” เธอหันไปหาเขาก่อนจะขยับหน้าไปหอมแก้มมาเฟียหนุ่ม “รางวัลสำหรับคนออกไปทำงานค่ะ” และหันไปหอมคาร์ลเตอร์อีกคน “และรางวัลสำหรับคนที่อยู่ดูแลค่ะ” สองหนุ่มฝาแฝดหน้าแดงระรื่น รู้สึกเขินเมื่อถูกสาวน้อยหอมแก้มไปคนละที “ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” รีบคลานลงจากเตียง “อ๊ะ ว้าย!!!” ตุบ ก้าวเท้าได้สามก้าวเธอก็ลงไปนั่งอยู่กับเพื่อนซะแล้ว “ผิงอัน/อันอัน!” สองแฝดตกใจมากรีบลุกจากเตียงนอนทันที ตรงเข้ามาหาเธอที่นั่งตัวงออยู่กับพื้นห้อง “เจ็บมากไหม” “ไม่เจ็บค่ะ” “เป็นอะไรไหม ทำไมถึงล้มได้ล่ะ” “ขา ขามันเหมือนไม่มีแรงเดินค่ะ” “เ
“เซอร์ไพรส์อะไรครับ ตื่นเต้นเลย”คาร์ลเตอร์ถามเสียงหวาน “พี่หันได้ยัง พี่อยากรู้แล้ว อันอันจะเซอร์ไพรส์อะไร” เคอร์วินใจร้อนมากตอนนี้ “อย่าเพิ่งค่ะ” | “หันมาได้แล้วค่ะ” พรึบ! “เซอร์ไพรส์!!!” สองแฝดยืนอ้าปากค้าง จ้องตาไม่กะพริบ กับภาพของภรรยาสาวที่ใส่ชุดทูพีชสุดเซ็กซี่ สีแดงของผ้าตัดกับผิวขาวอมชมพูของเธอยิ่งทำให้เด่นกว่าเดิม “ฉันตั้งใจใส่มาเพื่อพี่สองคนเลยค่ะ” ผิงอันเตรียมชุดทูพีชสุดเซ็กซี่นี้มาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ “เกาะนี้มีแค่เราใช่ไหมล่ะคะ..” ผิงอันพูดเสียงหวาน ส่งสายตายั่วยวน มือเล็กก็ค่อยๆ แกะดึงส่วนบนที่เป็นสายผูกอยู่ด้านหลังออก จากที่ตอนแรกมีสิ่งปกปิดยอดปทุมถันสีชมพู กลับเปิดเทอมออกมา “ผิงอัน..” เคอร์วินกลืนน้ำลาย ช้า ๆ “พี่จะทนไมาไหวแล้วนะครับ” คาร์ลเตอร์รับรู้ถึงความซู่ซ่าในร่างกายตัวเอง “ก็ไม่ได้บอกให้ทนนี่คะ..” สองแฝดเดินไปประกบผิงอัน ขนาบข้างติดกันโดยมีเธออยู่ตรงกลาง จากที่สวมใส่เสื้อผ้าก็ถูกถอดออกทีละชิ้น คาร์ลเตอร์ไล่จูบเธอตั้งแต่หน้าผาก ลงมาที่แก้ม จมูก ปาก คอ หน้าอก และหน้าท้องน้อย… ส่วนเคอร์วินก็ซุกซนอยู่กับหลังคอของเธอ ย้ายมือมาจับบีบหน้าอกใหญ่จนล้นออกมาต
วันนี้วันดีที่ครอบครัวใหญ่อย่างฝาแฝดคาร์ลเตอร์,เคอร์วิน คู่พี่น้องตระกูลดูรองซ์และภรรยาสาวสวยกับลูกชายตัวน้อยทั้งสามคน เดินทางมาประเทศไทยตามแพลนที่วางไว้ครั้งก่อนเรื่องเที่ยวพักผ่อน ท้องฟ้าโปร่งใส พระอาทิตย์ส่องแสงให้ความอบอุ่นไม่ได้ร้อนมากเหมือนช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เพราะว่าได้เข้าสู่ช่วงฤดูหนาว อากาศจึงไม่ร้อน และทะเลหน้าหนาวก็สวยมากอีกด้วย ในเวลานี้สองแฝดกำลังขับรถไปส่งลูกชายฝาแฝดทั้งสามคนที่บ้านโรมิโอ ระหว่างที่ขับรถไปคนเป็นพ่อก็ชวนลูกคุย คาร์ลเตอร์แทนตัวเองกับลูกว่า ปะป๊า เคอร์วินแทนตัวเองกับลูกว่า แด๊ดดี้ “เราเตรียมของให้ลูกครบแน่นะ” เคอร์วินหันไปพูดกับพี่ชายที่ขับรถ “อืม เช็กแล้ว กระเป๋าเป้คนละใบ กับของเล่น” พี่ชายตอบน้องชายฝาแฝด “บอกไอ้โรมยังว่าใกล้ถึงแล้ว” คาร์ลเตอร์ถามเสียงเรียบ “ไลน์ไปบอกเมื่อกี้ ไอ้โรมบอกว่าเดี๋ยวจะพาเด็ก ๆ ไปเที่ยวเขาใหญ่พรุ่งนี้” “เหรอดีเลยสิ เคย์เดนน่าจะชอบ” เคย์เดนสนใจเรื่องป่าไม้ แปลกมาทั้งที่ตัวแค่นี้แต่เจอสิ่งที่รักแล้ว “ปะป๊า แด๊ดดี้ จะพาพวกเราไปนอนบ้านเพชรชมพูจริง ๆ เหรอครับ” ลูกชายคนเล็กสุดของบ้านเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น “ใช่ครับ เคย์เดน
เคอร์วินพูดจบก็เดินไปเล่นกับลูกชายคนกลาง ชวนลูกคุยถึงชื่อไดโนเสาร์สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว “ว้าว! สีตาสวยจริงด้วย!” รูบี้ใช้สองมือโอบใบหน้าเคย์เดนจ้องไปใกล้ ๆ “อื้ออ่อนเอ็บอะ” (อื้อ! ปล่อยเจ็บนะ) “รูบี้ไม่ทำแบบนั้นะลูก น้องจะเจ็บ” ลูกแก้วห้ามปรามลูกสาว รูบี้รีบปล่อยมือ แล้วชวนกันเล่น สักพักเบรย์เดนที่แยกตัวอยู่คนเดียวก็เริ่มชวนรูบี้ให้ดูในสิ่งที่ตัวเองชอบ “เหรอ มันชื่ออะไรอะ” “ไทรเซราทอป” “โอ๊ะ เบรย์เดนมีจุดสีดำที่จมูกนี่” รูบี้ตื่นเต้นกับไฝเสน่ห์ “เคย์เดนก็มีอะตรงปาก แม่หนูอยากมีจุดดำบ้าง!” “แต่หนูก็มีลักยิ้มไงคะ น้าชอบลักยิ้มหนูมากเลย”ผิงอันเอ่ยอ้าแขนออก รูบี้วิ่งไปกอด “วันนี้หนูมีของขวัญมาให้น้องด้วยไม่ใช่เหรอเอาไปให้น้องสิคะ เลือกเลยค่ะว่าจะให้ใครอันไหน” ลูกแก้วหยิบกล่องกำมะหยี่สีดำสนิทสามกล่องไปให้ลูกสาว รูบี้เปิดทั้งสามกล่องขึ้นมา ทำท่าคิดว่าจะให้ใครอันไหนดี ของขวัญนี้เธอเลือกมาเองตอนไปบริษัทของพ่อ “อันนี้ให้อาร์เดนนะ” กล่องกำมะหยี่สีดำที่ใส่ทับทิมสีเลือดนกพิราบทั้งสีที่สดและใสแวววาว 9 การัตไปให้อาร์เดน “ส่วนอันนี้ เบรย์เดน” อีกกล่องคือ อเล็กซาน
3 ปีผ่านไป.. โรมิโอกับลูกแก้วและลูกสาวคนสวยในวัยสามขวบแปดเดือน ‘รูบี้’ มาหา และเอาของขวัญมาให้หลานชายที่อายุครบสามขวบ แต่ก็มาหลังจากที่จัดงานวันเกิดไปแล้ว เพราะสัปดาห์ก่อนพวกเขาไม่ว่างเลยมาวันนี้แทน (โรมิโอ-เรื่องมาเฟียพันธนาการรัก) “เป็นไงมึงไม่เจอกันนานเลย” “สบายดี เลี้ยงลูกสามคนสนุกดี พวกมึงล่ะเลี้ยงลูกสามคนเหมือนกันสนุกเลยสิ” โรมิโอแกล้งพูดหยอกล้อคาร์ลเตอร์กับเคอร์วิน ความจริงโรมิโอกับลูกแก้วมีเพียง ‘รูบี้’ เป็นลูกสาวทางสายเลือดเพียงคนเดียว แต่อีกสองคนคือ โอลิเวียร์และโอเรน ลูกสาวและลูกชายบุญธรรม หรือก็คือหลานแท้ ๆ นั่นแหละ “เออ ไม่ได้นอนกันเลยแหละ ดีที่จ้างพี่เลี้ยงมาช่วย” คาร์ลเตอร์เอ่ยตอบเพื่อน พร้อมกับเข้าไปกอดคอ “อิจฉามึงนะมีลูกสาว ไหนขอลุงอุ้มหน่อยครับ” เคอร์วินเข้าไปอุ้มรูบี้ที่ยืนจับขากางเกงพ่อ พร้อมยิ้มหวานให้พวกลุงๆ อวดลักยิ้มที่ได้มาจากแม่ของเธอ “ก็รีบปิดอู่ไวเกินพวกมึง” “สามคนทีเดียวก็สงสารผิงอันมากแล้ว แต่มีลูกสาวสักคนก็คงดี”คาร์ลเตอร์เอ่ยต่อมองไปทางหลาน พลางคิดว่าถ้าเขามีลูกสาวบ้างจะเป็นไงนะ บ้านคงมีสีสันขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า “พวกมึงก็มาเป็นพ่อทูน
เวลาผ่านไปไม่กี่เดือนหลังขอแต่งงานเธอก็ได้รับรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ได้เกือบสองเดือน และมากกว่านั้นคือผิงอันได้มีโซ่ทองคล้องใจ ถึงสามเส้นให้กับคาร์ลและเคอร์วิน เธอมีลูกชายฝาแฝดถึงสามคน! เป็นการตั้งครรภ์ที่เสี่ยงมากและพวกเขาก็ทำการปิดอู่ไปตลอดกาล…เพราะสองแฝดไม่อาจทนเห็นเธอทรมานอีกแล้ว การตั้งท้องทายาทให้พวกทีเดียวถึงสามคนไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้เลย แต่ผิงอันก็ให้ได้ ช่วงระยะเวลาเก้าเดือนที่เธออุ้มท้องลูกน้อยทั้งสามคน สองพี่น้องรู้สึกสงสารภรรยาตัวเองยิ่งนักเพราะมีเด็กอยู่ในท้องถึงสามคนเพียงแค่ สี่-ห้า เดือนท้องก็ใหญ่เหมือนจะใกล้คลอด เธอต้องทนปวดร้าวร่างกายเพื่อลูกพวกเขา สองแฝดคอยดูแลเธอไม่ห่าง เอาใจใส่ทุกอย่าง เพราะกลัวเธอจะคิดมากเรื่องร่างกายที่เปลี่ยนไป เพราะสำหรับผู้หญิงบางคนเรื่องรูปร่างก็สำคัญไม่ต่างจากการดูแลเส้นผม…ท้องเธอขยายใหญ่ จนเกิดรอยแตกลายขึ้นที่พุง กลับกันผิงอันไม่กังวลใจอะไรเลย มีแต่สองคนนั่นแหละที่เอาแต่กังวล จนร้องไห้แทนเธอ เอ็นดูพวกเขาจริงๆก่อนเธอคลอด“ฮือ ขอโทษนะครับที่ทำให้ทรมาน” เคอร์วินพูดไปร้องไห้ไป มือก็บีบนวดไหล่ให้เธอไปด้วย“ฮึก เจ็บมากใช่ไหม ให้นวดตรงไหน
พอทานอาหารเสร็จเคอร์วินก็เปลี่ยนมาขับรถพาเธอไปสะพานอเล็กซานเดอร์ที่ 3 (Alexander III Bridge) เพราะว่าสะพานนั้นอยู่ใกล้กลับสถานที่พิเศษของทริปนี้ที่พวกเขาอยากทำเซอร์ไพรส์ให้กับเธอ…ทั้งสามคนเดินเที่ยวเล่นกันหลายที่ นอนพักโรงแรมที่ใหม่ใกล้ๆแถวนั้น แล้วก็พาเธอออกมาเที่ยวต่อตามที่ผิงอันอยากไป แล้วเก็บเซอร์ไพรส์ไว้อย่างสุดท้ายเวลาก็ผ่านไปเรื่องจนพระอาทิตย์ที่เคยส่องแสงก็โบกลาลับไปกับขอบฟ้า เปลี่ยนพระจันทร์ที่มาทำหน้าที่แทนในการส่องสว่างสีขาวนวล“เหนื่อยหรือยัง”“ยางง”“โกหกแล้วที่รัก”“ไม่ได้โกหกสักหน่อย พูดจริงนะคะ”“แต่หิวมากกว่า..” ผิงอันลูบห้อง“ได้นิ เพราะที่สุดท้ายของวันนี้เป็นที่ ที่จะพาไปดินเนอร์”“แต่ต้องปิดตาก่อนนะ”“อุ้ย เป็นเซอร์ไพรส์เหรอคะ”“อืม”คาร์ลเตอร์หยิบผ้าขึ้นมาปิดตาเธอ พาไปขึ้นรถ รถหรูเปิดประทุนขับแล่นไปเรื่อยๆ สายลมในยามกลางคืนพัดผ่านมือผิงอันที่ยกขึ้นสัมผัสกับอากาศ“ถึงแล้วครับ”คาร์ลเตอร์เปิดประตู ประคองผิงอันลงมาจากรถ ค่อยแกะผ้าปิดตาเธอให้เปิดออกให้เห็นหอไอเฟลแสนสวยที่เธอใฝ่ฝันว่าจะได้มาเห็นกับคา มันปรากฏตรงหน้าเธอแล้ว“กรี๊ด! สวยมาก”“แต่ทำไมมีคนเลยล่ะ..”ผิงอั
หมับ! พรึบ! อีวานรำคาญที่จะพูด จับเธอยัดใส่ไปในรถปิดประตูรถซูเปอร์คาร์เสียงดัง นักศึกษาแถวนั้นต่างมองและให้ความสนใจ ตามจริงก็มองกันตั้งแต่ที่เขาขับซูเปอร์คาร์มาจอดแล้วแหละ“นี่ฉันมีเรื่องต้องทำนะ จะให้ฉันไปอิตาลีทำไม!”“ก็ฉันอยาก”“เอ้า! บ้าเหรอคะ! สมองคุณนี่มีไหมอะ ฉันมีพ่อมีแม่ลูกหายไปท่านก็เป็นห่วง”“ฉันจัดการให้คนไปบอกแล้วว่าเธอจะไปค่ายที่ต่างประเทศอาทิตย์หนึ่ง และฉันก็ใช้โทรศัพท์เธอส่งข้อความไปบอกพ่อแม่เธอแล้ว”“โทรศัพท์? อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนที่คุณจับโทรศัพท์! นี่อีวาน ถามจริง เป็นอะไร”“เป็นผัวเธอ!” เขาหันมาพูดหน้าตาเฉย ก่อนจะเหยียบคันเร่งออกรถอย่างแรง จนร่างบางต้องรีบดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดตัวทันทีมีทางไหมที่เธอจะหลุดพ้นจากคนตรงหน้า เขามันทั้งโรคจิตทั้งบ้าอำนาจ!!“ถ้ากำลังคิดว่ามีวิธีไหนที่จะไปจากฉัน ก็หยุดคิดซะตั้งแต่ตอนนี้”“เพราะมันไม่มีทางนั้นหรอก”“ก็มาดูกันค่ะว่าจะมีหรือไม่มี!”“หึ ได้ จะรอดู”“เออ!”“พูดเพราะๆ อยากโดนเหมือนเมื่อคืน?”“…”เรื่องราวของพวกเขามันช่างซับซ้อน ไม่มีการตกลงว่าจะเป็นอะไรกัน แต่ก็ไม่ยอมปล่อยกันไป จะจบลงแบบไหนกันนะ…23/03/2023ฝรั่งเศส กรุงปารีสอาก
“ทำไม หวั่นไหวเหรอ” ‘คนอะไรมั่นหน้ามั่นใจเกินไปแล้ว!’“เปล่าหรอกค่ะ กลัวอดใจฆ่าพี่ไม่ได้มากกว่า!”ร่างบางไม่อยากจะต่อปากต่อคำเถียงกับเจริคต่อแล้ว เพราะพูดไปเขาก็มาที่บ้านของเธอเหมือนเดิม เธอเบื่อหน้าเขาจริงๆ ไม่ต้องบอกว่าเกลียดเลยจะถูก!ตุบ! ดิสนีย์เดินเข้ามาใกล้เจริค ยกเท้าขึ้น กระทืบเท้าลงไปที่เท้ามาเฟียหนุ่มเต็มแรง“โอ๊ย! ยัยเด็กแสบ!”ถ้าเป็นคนอื่นที่มาทำกับเขาแบบนี้ ไม่รอดน้ำมือ พวกมันคงโดนตัดขาทิ้งไปนานแล้วหมับ! เขาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กที่กำลังจะเดินหนี กระชากเธอให้หันกลับมา ปลายจมูกเรียวก้มไปชิดใบหน้าเล็กจนปลายจมูกแตะกัน“งั้นทนต่อไปนะ เพราะพี่จะมาทุกวัน”“พี่เจริค!” เธอผลักให้เขาออกห่าง แต่ข้อมือยังคงถูกจับไว้แน่น“เธอไม่ได้เกลียดพี่จริงๆหรอกใช่ไหม”“ไม่ค่ะ เกลียดจริง เกลียดจนไม่อยากเห็นหน้า เกลียดชนิดที่ถ้าเห็นหน้าพี่ฉันอยากจะควักลูกตาตัวเองออกมา หรือบางทีก็อยากจะกลั้นใจให้ตายทุกครั้งที่เจอหน้าคุณ! ปล่อย!” น้ำเสียงโกรธเกรี้ยวตะเบ่งเสียงดังกระแทกหน้ามาเฟียหนุ่ม เด็กน้อยน่ารักคนนั้นไม่มีอีกแล้ว“โอเค พรุ่งนี้เจอกันใหม่”“ใครอยากเจอ! ไม่ต้องมา!”เขาปล่อยมือ หันหลังเดินกลับออกไ
“อันอันกับเฟยเฟยออกไปก่อนได้ไหมลูก ม๊ากับป๊ามีเรื่องต้องคุยกับพี่ๆเขาสักหน่อย” หลิวอันหันมาพูดกับลูกสาวและลูกชาย“อ๋อค่ะ ได้ค่ะเดี๋ยวพาพี่เฟ้ยไปดูสวนดอกไม้ที่หนูเพิ่งปลูก” สองพี่น้องลุกออกจากโต๊ะไปก่อน ทีนี้ก็เหลือพ่อแม่ผิงอันและสองแฝด“มีอะไรจะคุยเหรอครับ” คาร์ลเตอร์เปิดประโยคถาม“จะแต่งงานกันเมื่อไหร่ คิดไว้บ้างไหม” หัวหน้าครอบครัวตระกูลฟ่านเอ่ยถาม“อาไม่ได้จะเร่งอะไรนะ แต่ถ้าเร็วหน่อยก็ดี”“น้าจะได้วางใจไม่กังวล อีกอย่างน้าอยากให้จัดพิธีของจีนด้วย และแน่นอนว่าส่วนเสริมเพิ่มเติมอยากจัดงานกันแบบอื่นก็ย่อมได้ แต่ช่วยจัดแบบจีนให้น้าด้วยนะ”หลิวอันย้ำชัดว่าเธอต้องการแค่นี้ถ้าเรื่องพิธีแต่งงานไม่ได้เร่ง แต่เร็วก็ดี ความหมายก็คืออยากให้แต่งงานกันเร็วๆ หลิวอันผู้เป็นแม่จะได้วางใจได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ลูกสาวเป็นฝั่งเป็นฝา“ครับ แน่นอนว่าเรื่องแต่งงานพวกผมคิดกันมาตลอด ไม่ได้อยากทำให้น้องเสียหายเลยด้วย ที่ให้มาอยู่กันก่อนแต่ง” เคอร์วินในโหมดจริงจัง นานๆจะได้เห็นมุมนี้“แต่เพราะผมอยากทำให้มันพิเศษที่สุด และแม้เป็นการขอแต่งงาน ผมก็อยากทำให้เธอประทับใจและจดจำไปตลอด”สองแฝดมองหน้ากัน เพราะตาม