LOGINOne night was enough to change everything, to destroy everything. He took away my family, everything I love and for some reason he left me alive, why? It's so painful to live after... "One fateful night, Anaís' family was brutally murdered, shattering her world and leaving her with no memory of the events. Consumed by guilt for not remembering and the weight of being the sole survivor, Anas was admitted to Ashwood Psychiatric Hospital with a diagnosis of Post-Traumatic Stress Disorder (PTSD). There, she met three mysterious boys who seemed to have her best interests at heart. However, as she got to know them, Anaís began to suspect that one of them might be the very person responsible for her family's tragic fate. Despite their different motives, they shared a common goal: to protect Anaís. But as she unraveled her feelings and suspicions, Anaís realized that the journey to uncover the truth was only just beginning.
View Moreเสียงแตกกิ่งไม้เพียะ! ดังฝ่าอากาศ ทำลายความเงียบของยามรุ่งสางราวคมดาบเฉือนเนื้อ ความฝันร้ายของซูหนิงหนิงขาดสะบั้น นางลืมตาขึ้นอย่างตื่นตระหนก แสงสลัวลอดผ่านบานหน้าต่างไม้เก่า เสียง
เกราะเหล็กกระทบกันดังเป็นจังหวะน่าหวาดหวั่น
นางค่อย ๆ เคลื่อนสายตาไปทางต้นเสียง…ทหารราชสำนักในชุดเกราะดำยืนเรียงแถวล้อมเรือนไว้ราวกรงเหล็ก ขานคำสั่งเคลื่อนไหวเป็นระเบียบ แต่กลิ่นคาวเหล็กจากชุดเกราะและดาบทำให้หัวใจ
เต้นถี่ เกิดสิ่งใดขึ้น?
“คุณหนูซู! ออกมาพบในบัดดล!” เสียงหัวหน้าทหาร หนักและเย็นเยียบ ราวคำตัดสินชะตา
ซูหนิงหนิงรีบสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีขาวบาง เปิดบานประตูไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดออกไป กลิ่นไอหมอกเช้าปะทะใบหน้า ภาพแรกที่เห็นคือบิดา—หมอหลวงซูอัน—กำลังยืนขวางหน้าทหาร ใบหน้าที่เคยสงบเยือกเย็นกลับซีดเผือด ดวงตาแฝงความวิตก มือที่ถือกระดาษตำรับยาสั่นไหวจนแผ่นกระดาษร่วงลงพื้น ลมเช้าพัดปลิวไปใต้เกราะของนายทหารคนหนึ่ง
“คำสั่งจากท่านแม่ทัพใหญ่หลี่เหวินเจี๋ย” หัวหน้าทหารกล่าวเสียงเรียบแต่น่ากลัว “คุณหนูซูต้องเข้าวังในทันที…มิอาจปฏิเสธ”
หนิงหนิงยื่นมือไปจับมือบิดาแน่น ความเย็นจากปลายนิ้วของเขาทำให้หัวใจนางหดเกร็ง “ท่านพ่อ…เกิดอันใดขึ้นกันแน่?”
หมอหลวงซูอันก้มตัวโอบลูกสาวไว้ในอ้อมแขนแน่น เสียงเขาแผ่วเบาราวลมหายใจสุดท้าย “ลูกเอ๋ย…ไม่ว่าอย่างไร จงจำไว้…สกุลซูของเราไม่เคยทำผิดต่อแผ่นดิน”
วินาทีนั้น ซูหนิงหนิงสัมผัสได้ว่า กลิ่นสมุนไพรที่ติดกายบิดา…กลับแฝงกลิ่นคาวสนิมจางๆ ที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อน และนั่น -- คือครั้งสุดท้ายที่นางได้อยู่ในอ้อมกอดของเขา
ณ ท้องพระโรงในพระราชวังหลัก เสียงประกาศิตจากเบื้องบนดังก้องไปทั่วท้องพระโรง ราวกับฟ้าร้องกลางวันแสกๆ
“...แม่ทัพใหญ่หลี่เหวินเจี๋ย วีรบุรุษแห่งแผ่นดิน ผู้ปรีชาสามารถในการศึก ทั้งยังซื่อสัตย์ภักดีต่อราชสำนัก ควรแก่การเชิดชู! และซูหนิงหนิง บุตรีท่านหมอหลวงซูอัน ผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาและสติปัญญา บัดนี้ถึงคราวที่ชะตาของเจ้าทั้งสองจักผูกพันกัน ด้วยราชโองการหมั้นหมาย!”
คำประกาศนี้สร้างความตกตะลึงแก่ผู้คนในท้องพระโรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อ หลี่เหวินเจี๋ย และ ซูหนิงหนิง สองบุคคลผู้ซึ่งไม่เคยคาดคิดว่าเส้นทางชีวิตของตนจะต้องมาบรรจบกันด้วยเหตุผลอันใด นอกเสียจากเพื่อ “แผ่นดิน”
ซูหนิงหนิงยังคงคุกเข่าก้มหน้าลง ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง เสียงเต้นหัวใจของนางดังก้องในหู ท่ามกลางเสียงซุบซิบของขุนนางน้อยใหญ่
"ท่านแม่ทัพผู้ไม่เคยชายตามองสตรีใด เหตุใดจึงต้องเป็นบุตรีของหมอหลวงซูอัน?"
"นาง...บุตรีหมอหลวง เหตุใดถึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณถึงเพียงนี้?"
หลี่เหวินเจี๋ย ยืนนิ่งดุจขุนเขา ไม่แสดงอารมณ์ใดบนใบหน้าคมสัน ดวงตาเหยี่ยวคู่คมกริบเหลือบมองไปยังร่างอรชรเบื้องหน้า ที่กำลังคุกเข่าก้มหน้าลงต่ำจนปลายคางจรดแผงอก เสื้อผ้าอาภรณ์สีครามเรียบง่ายของนางตัดกับความวิจิตรของท้องพระโรง เขาได้ยินเสียงซุบซิบนินทา เสียงสะท้อนของความประหลาดใจจากขุนนางน้อยใหญ่
มือของหนิงหนิงกำแน่นจนเล็บฝังเนื้อ เลือดซึมออกมาเล็กน้อย
หลี่เหวินเจี๋ย...ชื่อนี้มิใช่หรือคือแม่ทัพผู้ที่กำลังสืบสวนบิดาของนาง?
ขณะที่ความคิดของนางปั่นป่วน การเคลื่อนไหวเล็กๆ ทำให้นางเสียการทรงตัว
แรงโน้มถ่วงจะดึงร่างบอบบางของนางลงพื้นหินเย็น
แต่แล้ว...มือใหญ่แกร่งจับข้อมือนางไว้ ดึงร่างเธอให้ตั้งตรง
ซูหนิงหนิงเงยหน้าขึ้นในความตกใจ สบตากับดวงตาคู่คมกริบที่เย็นชาราวน้ำแข็ง แต่กลับมีแววอะไรบางอย่างแฝงอยู่ในส่วนลึก
หลี่เหวินเจี๋ยถอนมือออกในทันที ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ความรู้สึกอบอุ่นจากมือของเขายังคงติดอยู่ที่ข้อมือนาง
ทำไม...ทำไมเขาถึงช่วยนาง?
ความคิดในหัวของหลี่เหวินเจี๋ยปั่นป่วนยิ่งกว่าพายุทะเลทราย หมอหลวงซูอัน บิดาของซูหนิงหนิง...ชายผู้นั้นคือหนึ่งในผู้ที่ต้องสงสัยว่าพัวพันกับขุนนางกบฏที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด เขาเองก็เพิ่งสืบสวนเรื่องนี้ได้ไม่นาน การที่ฮ่องเต้ทรงมีราชโองการให้หมั้นหมายบุตรีของหมอหลวงกับตนเช่นนี้ มิใช่ว่ากำลังจะผลักนางเข้ามาเป็น “สายลับ” ของขุนนางกบฏดอกหรือ? หรือนี่คือการโยนหินถามทาง? หรืออาจเป็นแผนการที่ลึกซึ้งกว่านั้น? ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด เขาย่อมต้องระมัดระวังเป็นทวีคูณ
“นางผู้นั้น…จะไว้ใจได้จริงหรือ?” เสียงกระซิบของ หลิวหรง สหายรักและรองแม่ทัพคนสนิท ดังขึ้นข้างกาย
“เจ้าคิดเช่นไร?” หลี่เหวินเจี๋ยตอบสั้นๆ ไม่หันมอง
หลิวหรงขมวดคิ้ว "ข้ามิอาจล่วงรู้พระทัยฮ่องเต้ แต่การที่ทรงเลือกนางในช่วงเวลาเช่นนี้...ชวนให้สงสัยยิ่งนัก ท่านแม่ทัพพึงระวัง"
ขณะเดียวกัน ซูหนิงหนิง ผู้นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าพระพักตร์องค์ฮ่องเต้ ราวกับถูกก้อนหินขนาดยักษ์ทับร่าง ความหนาวเย็นจับขั้วหัวใจ แม้นฤดูร้อนจะมาเยือนแล้วก็ตาม นางรู้สึกราวกับตกอยู่ในวังวนแห่งสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้และความอิจฉาริษยาจากขุนนางน้อยใหญ่ นางไม่ได้ยินคำซุบซิบใดๆ เพราะหัวใจนางเองกำลังโกลาหลยิ่งกว่า ฮ่องเต้ผู้ซึ่งบิดานางเคยเอ่ยถึงด้วยความภักดี ฮ่องเต้ผู้ซึ่งบิดานางทุ่มเทรักษาไข้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่เหตุใด...เหตุใดจึงต้องเป็นแม่ทัพใหญ่หลี่เหวินเจี๋ยผู้นี้?
หลี่เหวินเจี๋ย...ชื่อนี้มิใช่หรือคือแม่ทัพผู้ที่กำลังสืบสวนบิดาของนาง? แม่ทัพผู้ที่เคยมีข่าวลือว่าพยายามโค่นล้มผู้ไม่เห็นด้วยกับราชสำนักอย่างเด็ดขาด? แม้ข่าวลือเหล่านั้นจะเลือนราง แต่สำหรับซูหนิงหนิงแล้ว ชายผู้นี้คือศัตรูของบิดาตนอย่างไม่ต้องสงสัย หรือว่า...การหมั้นหมายครั้งนี้คือแผนการที่แยบยลของฮ่องเต้ เพื่อกำจัดบิดาของนางโดยใช้สายสัมพันธ์? นางได้แต่กัดฟันแน่น บังคับให้ใบหน้าเรียบเฉยที่สุด นางจะไม่มีวันยอมให้ผู้ใดมาทำร้ายบิดาของนางได้
ข้างกายนาง มู่หลัน สหายรักผู้เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เยาว์วัย ใบหน้าของนางซีดเผือด นางเข้าใจดีว่าการหมั้นหมายครั้งนี้มิใช่เรื่องธรรมดาสำหรับซูหนิงหนิง "หนิงหนิง...เจ้าไม่เป็นไรหรือ?" มู่หลันกระซิบถามเบาๆ
ซูหนิงหนิงพยักหน้ารับอย่างยากเย็น "ข้ามิเป็นไร...แต่บิดาของข้าต่างหากที่ข้าเป็นห่วง"
หลังจากการประกาศิตสิ้นสุดลง หลี่เหวินเจี๋ยไม่แม้แต่จะชายตามองซูหนิงหนิงแม้แต่น้อย เขาก้าวจากท้องพระโรงไปอย่างสง่างาม ทิ้งไว้เพียงเงาของบุรุษผู้เย็นชาและไร้หัวใจในสายตาของหญิงสาว
ซูหนิงหนิงเองก็เดินจากไปอย่างเงียบเชียบ ใบหน้างดงามบัดนี้ถูกฉาบด้วยความมืดมิด ดวงตากลมโตที่ปกติจะสดใส บัดนี้กลับมีแววแห่งความกังวลและเด็ดเดี่ยวปะปนอยู่
“หนิงหนิง...เจ้าจะทำเช่นไร?” มู่หลันถามด้วยความเป็นห่วง ขณะที่ทั้งสองเดินอยู่ในสวนหลวงที่เงียบสงบ ต้นไม้สูงใหญ่แผ่ร่มเงาลงมา ปกคลุมความมืดมิดให้แก่ความคิดของทั้งคู่
“ข้าจะทำเช่นไรได้เล่ามู่หลัน? นี่คือราชโองการ...ขัดมิได้” ซูหนิงหนิงตอบเสียงเรียบ แต่แววตาของนางแสดงออกถึงความมุ่งมั่น "แต่ข้าจะไม่ยอมให้เรื่องนี้มาทำร้ายท่านพ่อของข้าเป็นอันขาด"
“แต่แม่ทัพหลี่ผู้นั้น...ข่าวลือเรื่องความเหี้ยมโหดของเขายามออกศึก เจ้าก็รู้ดี” มู่หลันเอ่ยเตือน
“ข้ารู้...และข้ารู้ดีว่าเขาเป็นคนของราชสำนัก ผู้ซึ่งพร้อมจะกำจัดทุกคนที่ขวางทาง” ซูหนิงหนิงหยุดเดิน หันหน้าเผชิญหน้ากับสหายรัก "แต่มู่หลัน เจ้าเชื่อใจข้าหรือไม่?"
มู่หลันจับมือซูหนิงหนิงแน่น "แน่นอน! เจ้าก็รู้ว่าข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ ไม่ว่าเจ้าจะตัดสินใจเช่นไร"
"ดี...ถ้าเช่นนั้น เจ้าจงช่วยข้าสืบเรื่องราวของท่านแม่ทัพหลี่ผู้นั้นให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้" ซูหนิงหนิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "และข้าเองก็จะเฝ้าระวังตัวข้าเองให้ดีที่สุด"
ในขณะเดียวกัน หลี่เหวินเจี๋ยกำลังปรึกษาหารือกับหลิวหรงในห้องทำงานส่วนตัว แผนที่ทางทหารแผ่กว้างเต็มโต๊ะ แต่สายตาของหลี่เหวินเจี๋ยไม่ได้อยู่ที่แผนที่ เขากำลังจดจ่ออยู่กับข้อมูลเกี่ยวกับหมอหลวงซูอัน และซูหนิงหนิง
“นางผู้นั้น...ซูหนิงหนิง” หลี่เหวินเจี๋ยเอ่ยขึ้น “เจ้าเคยพบพานนางหรือไม่?”
“เพียงไม่กี่ครั้งขอรับ” หลิวหรงตอบ “นางเป็นบุตรีของหมอหลวงซูอัน มีชื่อเสียงในด้านความเฉลียวฉลาดและการแพทย์ นอกจากนี้ยังเป็นคนเรียบร้อย ไม่ค่อยออกงานสังคมเท่าใดนัก”
“แล้วความสัมพันธ์ของหมอหลวงซูอันกับขุนนางกบฏ...เจ้าสืบได้ถึงไหนแล้ว?” หลี่เหวินเจี๋ยถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ยังคงคลุมเครือขอรับ ท่านแม่ทัพ” หลิวหรงถอนหายใจ “หมอหลวงซูอันเป็นที่เคารพของประชาชน มีลูกศิษย์มากมาย แม้แต่ในวังหลวงเองก็มีคนมากมายที่เชื่อใจเขา การจะหาหลักฐานที่แน่ชัดนั้นยากยิ่งนัก”
“นั่นสินะ” หลี่เหวินเจี๋ยพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาหลับพริ้มครุ่นคิด “หากนางเป็นเพียงเครื่องมือ...เราก็ต้องรู้ให้ได้ว่านางกำลังถูกใช้เพื่อสิ่งใด”
“ท่านแม่ทัพจะทำเช่นไร?” หลิวหรงถาม
หลี่เหวินเจี๋ยลืมตาขึ้น ดวงตาคู่คมกริบฉายแววแน่วแน่ “เราจะเฝ้าดูนางอย่างใกล้ชิด และใช้โอกาสนี้สืบสาวเรื่องราวของหมอหลวงซูอันให้กระจ่าง”
“แต่หากนางเป็นผู้บริสุทธิ์เล่าขอรับ?” หลิวหรงถามอย่างกังวล
“นั่นคือสิ่งที่เราต้องพิสูจน์” หลี่เหวินเจี๋ยตอบเสียงเย็นชา “ในยามสงครามเช่นนี้...ความไว้ใจคือสิ่งอันตรายที่สุด เราไม่อาจปล่อยให้สิ่งใดมาบั่นทอนความมั่นคงของแผ่นดินได้”
ไม่กี่วันต่อมา ข่าวการหมั้นหมายของแม่ทัพใหญ่หลี่เหวินเจี๋ยและซูหนิงหนิงแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ผู้คนต่างซุบซิบนินทาถึงความเหมาะสม บ้างก็ชื่นชมในพระปรีชาสามารถของฮ่องเต้ที่ทรงเลือกคู่ครองให้กับแม่ทัพใหญ่ผู้แข็งแกร่ง บ้างก็รู้สึกแปลกใจกับการจับคู่ที่ไม่คาดฝันนี้
ซูหนิงหนิงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่เรือนของตน ศึกษาตำราแพทย์และฝึกฝนวิชาการรักษา นางพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความกระวนกระวายและความมุ่งมั่นที่จะปกป้องบิดาให้พ้นจากอันตราย
วันหนึ่ง ขณะที่นางกำลังเดินสำรวจสมุนไพรในสวน ได้พบกับหลิวหรงโดยบังเอิญ หลิวหรงเป็นบุรุษหนุ่มรูปงาม ใบหน้ามีรอยยิ้มอยู่เสมอ ต่างจากหลี่เหวินเจี๋ยราวฟ้ากับเหว เขายิ้มทักทายซูหนิงหนิงอย่างสุภาพ
“คารวะคุณหนูซู” หลิวหรงกล่าว “มิคาดว่าจะได้พบท่านที่นี่”
“คารวะท่านรองแม่ทัพหลิว” ซูหนิงหนิงตอบกลับอย่างสุภาพเช่นกัน
“คุณหนูซูดูจะสนอกสนใจเรื่องสมุนไพรยิ่งนัก” หลิวหรงเอ่ยขึ้นขณะมองไปยังต้นสมุนไพรที่ซูหนิงหนิงกำลังพิจารณา
“เจ้าค่ะ บิดาของข้าสอนให้ข้ารู้จักสมุนไพรมาตั้งแต่เยาว์วัย” ซูหนิงหนิงตอบ ก่อนจะลองหยั่งเชิง “ท่านรองแม่ทัพ ดูเหมือนจะสนิทสนมกับท่านแม่ทัพหลี่มากนะเจ้าคะ”
หลิวหรงยิ้มเล็กน้อย “ท่านแม่ทัพและข้าเป็นสหายร่วมรบกันมานานหลายปี ความสนิทสนมย่อมมีมากเป็นธรรมดา” เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อ “ท่านแม่ทัพอาจจะดูเย็นชา แต่แท้จริงแล้ว...เขามีหัวใจที่เปี่ยมด้วยความภักดีต่อแผ่นดินและประชาชน”
ซูหนิงหนิงเงยหน้าขึ้นมองหลิวหรง ดวงตานางฉายแววครุ่นคิด “ข้าหวังว่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ”
หลิวหรงสังเกตเห็นแววตาของซูหนิงหนิง เขาเดาได้ว่านางอาจจะกำลังสงสัยในตัวหลี่เหวินเจี๋ยไม่ต่างจากที่หลี่เหวินเจี๋ยสงสัยในตัวนาง “คุณหนูซูไม่ต้องเป็นกังวลไป” เขากล่าว “ยามใดที่เกิดเรื่องราวอันใด ท่านแม่ทัพย่อมปกป้องผู้บริสุทธิ์เสมอ”
คำกล่าวของหลิวหรงไม่ได้ทำให้ความกังวลในใจซูหนิงหนิงลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย นางเพียงยิ้มบางๆ ก่อนจะขอตัวจากไป ปล่อยให้หลิวหรงยืนมองตามหลังด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
ในอีกด้านหนึ่ง กงซุนหมิง สหายรักของมู่หลัน ผู้เป็นบุตรชายของขุนนางใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล เขาหลงรักมู่หลันมานานแล้ว และมักจะหาโอกาสมาเยี่ยมเยียนนางอยู่เสมอ
“มู่หลัน...ข้าได้ยินข่าวว่าคุณหนูซูหมั้นหมายกับแม่ทัพใหญ่หลี่” กงซุนหมิงเอ่ยขึ้นขณะที่ทั้งสองกำลังเดินเล่นในตลาด “เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
มู่หลันถอนหายใจ “ข้ามิรู้จะคิดอย่างไรดีหมิงเอ๋อร์” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวล “หนิงหนิงกำลังกังวลใจยิ่งนัก”
“ข้าก็กังวลเช่นกัน” กงซุนหมิงกล่าว “แม่ทัพหลี่ผู้นั้น...ข่าวลือของเขาน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก”
“ท่านพ่อของข้าบอกว่า การหมั้นหมายครั้งนี้อาจจะเป็นชนวนแห่งความไม่สงบ” มู่หลันกล่าวอย่างวิตก “ท่านพ่อเกรงว่าเรื่องนี้จะนำมาซึ่งภัยพิบัติแก่สกุลซู”
กงซุนหมิงจับมือมู่หลันเบาๆ “อย่ากังวลไปเลยมู่หลัน หากมีเรื่องอันใดเกิดขึ้น ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าและคุณหนูซูเสมอ”
สายตาของกงซุนหมิงที่มองมู่หลันเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย มู่หลันรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ นางรู้ดีว่ากงซุนหมิงจริงใจกับนางเสมอมา ความรักของทั้งคู่เบ่งบานอย่างเงียบๆ ท่ามกลางความวุ่นวายของราชสำนัก
The next day, when she came down the stairs and her gaze was on us decipher emotions, I knew Anaís was back and it was time to remind her. Logan….. Days after. I had to wait a few days for Anaís to be able to look me in the face and talk to me, we didn't talk about what happened between us, we didn't have to and to be honest, we love each other. I need you to come with me. Anaís wrinkled her eyebrows at the ice cream I offered her, “Ice cream?” Just came. We left the house, heading to the trees where I had installed a couple of swings the previous few days. She furrowed her eyebrows, taking a lick of her ice cream, What is this? Ice cream and swings? Aren't you too old for this? I smiled widely at him, “Just sit down.” She did so, her free hand gently stroking the metal rope at her side, a confused expression taking over her face. Mason had looked at me reluctantly, -You recreate the place, the moment as much as you can and this might help her remember it, - he paused, But
No.- she interrupted me, -Don't lie, grey eyes. I'll give you another chance because I'm in a good mood, and honestly, it would be a waste to kill Adam, he's good. I don't know what I feel for her, but it's the closest thing to love I've ever felt in my entire life.- I said honestly, She... - I could feel Mason and Adam's eyes on me, -She makes me believe that my diagnosis is wrong and that I can feel. The red princess narrowed her eyes, “Since when? Why her?” I didn't want to say it, but I knew I had to tell the truth, "I met her when I was twelve." Mason furrowed his eyebrows. The memory was as clear in my mind as if it had been yesterday. Are you crying? - she asked me curiously. I looked up to see a little blonde girl with an ice cream in her hand and a flowery dress with too many colors. I quickly wiped my tears away, embarrassed. She sat on the swing next to mine without saying anything. We stayed silent for a while, until she spoke after taking a lick of her ice cream, Whe
Adam. Blood dripped from my knuckles in a slow but mesmerizing rhythm. Mason remained silent, leaning against a tree with his hands crossed over his chest. There was no reason for him to be here anymore, I had calmed down and had no more bullets. Maybe he didn't want to go back and have to deal with what was going on in there either. I clenched my fists, causing more blood to pour out of the cuts on my knuckles. I wanted to say it hurt, but no, my pain tolerance was impressive thanks to all those years of dealing with it. Physical pain was an area I had under control, emotional discomfort was another matter. Emotional discomfort... A self-mocking smile formed on my lips. But then, what is all this shit that I feel? That was a question I had never found an answer to. Maybe I confused the feeling of losing an object of fun with jealousy or something else, but it didn't matter anyway. I heard footsteps and within seconds I had Logan standing in front of me at a safe distance. Hi
Adam… I shouldn't have let her go like that. Anaís was disturbed by that kiss; I knew it, and yet I had let her run away from me like that. I had to make it clear to her, to make her understand that she and I had history, long before Logan and Mason got into this. I paced back and forth in my room. Should I go to her? I didn't want to overwhelm her either; it would only push her away from me. I ran my hands through my hair in frustration, not knowing what to do. I shouldn't have lost control and kissed her like that, although a part of me was happy with her reaction—she kissed me back. Maybe her feelings were coming back. Maybe she was coming back to me. A smile formed on my lips; that would make me the happiest man on the planet. I had abandoned everything for her; I had done the unimaginable for her well-being and to keep her by my side. I just needed her to accept me for all this to be worth it; I didn't ask for anything else. Regaining my resolve, I left my room and headed






Welcome to GoodNovel world of fiction. If you like this novel, or you are an idealist hoping to explore a perfect world, and also want to become an original novel author online to increase income, you can join our family to read or create various types of books, such as romance novel, epic reading, werewolf novel, fantasy novel, history novel and so on. If you are a reader, high quality novels can be selected here. If you are an author, you can obtain more inspiration from others to create more brilliant works, what's more, your works on our platform will catch more attention and win more admiration from readers.
reviews