Ep.1
Call me devil
PIB-PREAW’S STORY
Let's begin...
“ของขวัญสำหรับลูกสาวคนเก่งของพ่อที่เรียนจบสามปีครึ่ง แถมยังได้เกียรตินิยมอันดับ 1 อีกต่างหาก”
คุณพ่อโอบกอดฉันเอาไว้อย่างเอ็นดูและรักใคร่ในวันที่ฉันกลับมาถึงบ้านที่เมืองไทยหลังจากที่ฉันได้ทุนไปเรียนที่ประเทศออสเตรเลีย ด้าน Business Management หรือด้านการจัดการบริหารทางธุรกิจ
ของขวัญที่พ่อว่า ก็มีน้าผึ้งเดินถือของขวัญนั้นเอามายื่นให้กับฉัน
“น้ายินดีด้วยนะ พริบพราว” น้าผึ้ง ภรรยาของคุณพ่อก็เดินมาจับมือร่วมแสดงความยินดีกับฉันด้วยอีกคน ก่อนจะส่งกล่องของขวัญเล็ก ๆ สีครีมผูกด้วยโบว์สีชมพูให้กับฉัน
“ขอบคุณนะคะน้าผึ้ง” ฉันก็น้อมรับอย่างมีมารยาท
พอแกะกล่องเปิดดูก็ต้องตกใจ เพราะว่า
“มัน... แพงเกินไปหรือเปล่าคะพ่อ?”
ฉันถามอย่างไม่กล้ารับ กุญแจรีโมตรถ BMW ใหม่เอี่ยมที่อยู่ในกล่องที่เหมือนเพิ่งซื้อมาจากโชว์รูมหมาด ๆ ด้วยป้ายการ์ดที่บอกวันเดือนปีที่ท่านเพิ่งซื้อ และการ์ดของสมนาคุณต่าง ๆ
“ปีนี้พ่อได้โบนัสเยอะน่ะลูก” พ่อยิ้มแย้มด้วยสายตาที่มีความสุข ที่ได้มอบของขวัญให้กับฉัน
แต่พอฉันมองดูทุก ๆ อย่างในบ้าน ล้วนเต็มไปด้วยของมีค่า มีราคาจนน่าตกใจอยู่เหมือนกัน เพราะเมื่อก่อนเราไม่ได้ซื้อของที่ราคาแพงได้มากขนาดนี้
“พี่พราว!!”
เสียงเด็กผู้หญิงวัยย่าง 16 ปีตะโกนเรียกฉันลั่น ก่อนจะวิ่งถลาเข้ามากอดอย่างคิดถึง
“ไงจ๊ะ แพรวดาว สบายดีนะ” ฉันก็ทักทายแพรวดาวเช่นเคย จริง ๆ แพรวดาวก็คือลูกสาวของน้าผึ้ง และเป็นน้องสาวแท้ ๆ ที่เกิดจากพ่อเดียวกับฉัน และเป็นน้องสาวที่ฉันรักมากที่สุด
“นี่... เราย้ายโรงเรียนแล้วเหรอ?”
ฉันหันไปถามทางพ่อกับน้าผึ้งอย่างแปลกใจ เพราะเมื่อก่อนแพรวดาวเรียนโรงเรียนรัฐบาลชื่อดัง แต่ตอนนี้เปลี่ยนมาใส่ลายสกอตเหมือนอยู่โรงเรียนนานาชาติซะมากกว่า ซึ่งนานาชาติที่ว่าค่าเทอมหลายแสนอยู่เหมือนกันนะ
“พ่อบอกว่า อยากให้แพรวดาวเก่งภาษาอังกฤษแบบพี่พราว เลยส่งหนูไปเรียนที่นี่ค่ะ” แพรวดาวตอบฉันทันที และยังคงกอดฉันแน่นไม่ปล่อยง่าย ๆ
“พราวมาเหนื่อย ๆ น้าว่าไปอาบน้ำ และเดี๋ยวลงมาทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันดีกว่านะลูก เดี๋ยวน้ารีบไปเตรียมทำกับข้าวสำหรับมือเย็นดีกว่าเนอะเด็ก ๆ”
น้าผึ้งเอ่ยและเดินมาช่วยฉันถือกระเป๋า แต่ฉันก็ส่ายหน้าเพราะไม่อยากรบกวนน้าผึ้ง ด้วยกระเป๋าที่น้ำหนักเยอะมากด้วย
"จะทำทำไมให้เหนื่อยล่ะคุณ ผมจองร้านอาหารไว้แล้ว… รีบไปอาบน้ำและเดี๋ยวออกไปหาอะไรอร่อย ๆ ทานกันเถอะลูก" พ่อก็เข้ามาช่วยฉันยกกระเป๋าขึ้นไปเก็บที่ห้องนอนเช่นกัน
แม้จะรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้าง แต่ฉันก็ไม่ทันได้คิดอะไรมากนัก ด้วยความที่บ้านของเราใช้ชีวิตเรียบง่ายมาตลอด ฐานะของเราก็อยู่ในระดับปานกลางค่อนไปทางไม่ลำบากเท่าไหร่ แต่ด้วยความที่มีคุณพ่อที่เป็นเสาหลักของบ้านเพียงคนเดียว เราจึงมักจะประหยัดและไม่ฟุ่มเฟือยเท่าไหร่
"หนูคงต้องรอใบจบก่อนนะคะ และก็กลับไปทำเรื่องรับปริญญาก่อน จึงจะสามารถทำงานได้ และช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อได้..." ฉันหันไปบอกคุณพ่อหลังจากที่เราเดินขึ้นมาถึงห้องนอนของฉัน
"ไม่เห็นต้องรีบทำงานขนาดนั้นเลยนี่พราว แค่พราวคนเดียวพ่อเลี้ยงดูได้สบายอยู่แล้ว..." พ่อวางกระเป๋าและลูบผมของฉันอย่างเอ็นดู
"หนูอยากช่วยพ่อหารายได้อีกทางนี่คะ พ่อจะได้ไม่ต้องทำงานหนักแบบทุกวันนี้..." ฉันตอบไปตามตรงแม้ว่าจะรับรู้ถึงอะไรบางอย่างที่แปลก ๆ ไป พ่อหลบสายตาของฉันเล็กน้อย
"อื้มม... งั้นก็แล้วแต่พราวแล้วกันนะลูก" พ่อพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะเดินออกไป
"พ่อคะ… พ่อมีอะไรที่อยากบอกหนูบ้างไหม?" ฉันตัดสินใจเอ่ยถามไปขณะที่พ่อกำลังจะปิดประตูห้องของฉัน
"ไม่นี่ลูก" พ่อยิ้ม ๆ ก่อนจะปิดประตูลง
ฉันกำกุญแจรถบีเอมฯ คันใหม่ในมืออย่างรู้สึกไม่ค่อยดี เหมือนมีลางสังหรณ์แปลก ๆ
อื้ออออ อื้ออออ
ไม่นานโทรศัพท์ที่เพิ่งใส่ซิมไทยของฉันมันก็สั่นขึ้นมา และเบอร์นั้นก็คือ
____พี่จินนี่____
"ยินดีต้อนรับกลับไทยจ้ะ คุณน้อง" เสียงปลายสายใสแจ๋วอย่างร่าเริง
"สวัสดีค่ะพี่จินนี่" ฉันเอ่ยตอบไปอย่างงง ๆ ที่พี่จินนี่โทร. มาหา
พี่จินนี่เป็นรุ่นพี่คนหนึ่งที่ฉันรู้จักและสนิทดี ซึ่งตอนนี้พี่เขาผันตัวไปเป็นผู้จัดการให้ดาราดัง ๆ แล้ว
"ช่วงนี้ว่าง ๆ อยู่หรือเปล่า พราว" พี่จินนี่ถามด้วยเสียงอ้อน ๆ
"อ่อ... พราวว่างนะคะ พี่จินนี่มีอะไรให้พราวช่วยหรือเปล่า" ฉันก็ตอบไปตามจริง
"พอดีพี่เห็นในเฟซบุ๊กว่าพราวเรียนจบแล้ว... พี่ยินดีด้วยนะหนู ที่เรียนจบแล้วจากมหา’ลัยชื่อดัง แถมเรียนจบเกียรตินิยมด้วยอีกต่างหาก" พี่จินนี่พูดด้วยน้ำเสียงยินดี
"อ่อ… ขอบคุณค่ะพี่จินนี่" ฉันก็คุยกับพี่จินนี่อย่างคุ้นเคย ๆ
"คืองี้นะลูก พี่อะมีเรื่องจะถามพริบพราวหน่อย" พี่จินนี่ก็เริ่มพูดเข้าประเด็นทันที
"คือว่าระหว่างที่พริบพราวรอทำเรื่องรับปริญญาน่ะ สนใจมาทำงานแทนพี่สักเดือนสองเดือนไหมจ๊ะ?" พี่จินนี่เริ่มอธิบายงานของเธอให้ฉันฟัง
"อ่อ…" ฉันก็ยังคงนิ่งเพื่อฟังรายละเอียดต่อ...
"ตอนนี้พี่เป็นผู้จัดการส่วนตัวของคุณคริส พราวพอรู้จักไหม?" พี่จินนี่พูดขึ้นถึงงานของเธอ
"เออ… เดี๋ยวพราวเปิดหาข้อมูลในเน็ตก็ได้ค่ะ พอดีพราวไม่ได้อยู่ไทยนาน" ฉันตอบอย่างเกร็ง ๆ เพราะเอาจริง ๆ ตั้งแต่ไปเรียนที่ออสเตรเลียมา ฉันก็ไม่มีเวลาติดตามดูข่าวบันเทิงอะไรในไทยเลย ละครนี่แทบไม่รู้จัก
"อะ ๆ ถือว่าก็ดีแล้วล่ะที่เราไม่ตามข่าวคาว ๆ พวกบันเทิงในไทยเยอะ เพราะข่าวพวกนั้นมีเรื่องไม่จริงซะเยอะ โดยเฉพาะเรื่องของคุณคริสที่นักข่าวล้วนแต่นั่งเทียนเขียนซะส่วนใหญ่" พี่จินนี่ตอบกลับมา
"คือว่าพี่กำลังจะขอลางานไปหาแฟนที่เกาหลีน่ะ และกลัวว่าจะไม่มีคนดูคิวงานให้คุณคริส พอเห็นเฟซบุ๊กพริบพราวเด้งขึ้นมา พี่ก็เลยคิดถึงเราเป็นคนแรกเลย เพราะพราวคือคนที่พี่ไว้ใจมากที่สุดถึงที่สุด..."
พี่จินนี่พูดต่อด้วยเสียงที่มั่นใจในฉัน
"งั้นก็พอดีเลยค่ะ หนูคิดว่าจะลองหาอะไรทำอยู่พอดีเลย งานนี้ดูน่าสนใจและท้าทายความสามารถหนูเช่นกัน..." ฉันตอบไปอย่างยินดี
"งั้นวันพรุ่งนี้ สะดวกแวะมาเจอพี่กับคุณคริสหน่อยไหมลูก" พี่จินนี่รีบตอบมาอย่างดีใจ
"ได้เลยค่ะพี่จินนี่ แล้วหนูต้องเตรียมตัวอะไรไหม?" ฉันเตรียมจดรายละเอียด
"ไม่ต้องเลย พี่ว่าแค่พี่สอนนิดหน่อย พริบพราวก็ทำได้แล้วล่ะ เก่งขนาดนั้น" พี่จินนี่ยังคงพูดชมฉันไม่หยุด
"ไม่ได้เก่งขนาดนั้นนะคะพี่จินนี่ ชมหนูเกินไปแล้ว" ฉันก็ตอบไปเพราะว่าฉันเองไม่ได้เก่งและรู้ไปทุกอย่างสักหน่อย
"โอเค ๆ งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะลูก สถานที่เดี๋ยวพี่ส่งให้ในข้อความ" พี่จินนี่รีบพูดขึ้นมา
"โอเคค่ะพี่จิน" ฉันตอบรับไปทันที
"ขอบคุณมากนะพริบพราว พี่รบกวนหนูแค่นี้แหละ บ๊ะบายจ้า" แล้วพี่จินนี่ก็วางสายไป
"สวัสดีค่าาพี่จิน…"
หลังจากที่กดวางสายของพี่จินนี่ไป
...MorFin miss called...
มีสายของใครบางคนโทร. แทรกเข้ามาในระหว่างที่ฉันกำลังคุยกับพี่จินนี่พอดี
และคนนั้นก็คือ...เขา...แฟนเก่าและแฟนคนแรกของฉัน
เราไม่ได้ติดต่อกันมานานเกือบสามปี ...และวันนี้เป็นวันแรกที่ฉันเปิดเบอร์มือถือเบอร์เดิมที่ใช้ในไทย...
__________
@ร้านอาหาร บนเรือสำราญ ล่องแม่น้ำเจ้าพระยา
"กินเยอะ ๆ สิ พริบพราวนี่ลูกผอมลงไปเยอะเลยนะ"
พ่อตักอาหารบนโต๊ะวางในจานของฉัน
บรรยากาศในครอบครัวของเรายังอบอุ่นเหมือนเดิม จริง ๆ แล้วแม่ของฉันท่านเสียไปนานแล้ว ส่วนน้าผึ้งก็เปรียบเสมือนแม่ของฉันอีกคนหนึ่งที่ดูแลฉันมาตั้งแต่เล็ก ๆ บ้านเราไม่เคยมีปัญหาเรื่องแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงอะไรนั่นเลย เพราะน้าผึ้งเองก็มาคบหากับพ่อหลังจากที่แม่ฉันเสียไปหลายปีแล้ว และเธอก็ไม่เคยเอาตัวเองมาเปรียบเทียบกับแม่เลยสักครั้ง และยังรักและเมตตาฉันเหมือนลูกแท้ ๆ
"อ้าวคุณพสุธ!!!" เสียงของผู้ชายใส่สูทคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายพ่อของฉันทันทีที่เห็น
"คุณภูผา สวัสดีครับ ๆ" พ่อยกมือไหว้เขาทันที จนทำให้ทุกคนบนโต๊ะต้องไหว้ตามทั้งที่คนตรงหน้าดูเด็กกว่าพ่อตั้งหลายปีด้วยซ้ำ
"ไม่คิดเลยนะครับว่าจะมาเจอคุณที่นี่" ผู้ชายคนนั้นหันมามองทางฉันและนิ่งไปชั่วครู่
"นาน ๆ ทีจะออกมาฉลองนอกบ้านน่ะครับ พอดีว่าลูกสาวคนโตของผมเพิ่งเรียบจบมาจากออสเตรเลียเลยถือโอกาสมาฉลองกัน" พ่อลุกขึ้นจากโต๊ะและพูดกับคนตรงหน้าอย่างให้ความสำคัญ
"จริงเหรอครับเนี่ย งั้นผมขอร่วมยินดีด้วยนะครับ" เขาหันมาทางฉันและยิ้ม
"เอ่อ... ขอบคุณค่ะ" ฉันก็ตอบไปอย่างงง ๆ
“งั้นไว้ถ้าคุณภูผาต้องการเมเนจเมนต์ฝีมือดี ฝากยัยพริบพราวไว้พิจารณาด้วยนะครับ” พ่อเตรียมฝากฝังฉันเอาไว้เต็มที่
แม้ว่าฉันอยากจะขัดท่านเหลือเกิน แต่ก็ไม่กล้าจะฉีกหน้าท่านในตอนที่ท่านกำลังคุยกับแขกที่ดูท่าว่าน่าจะสำคัญอย่างคุณคนนี้...
“มันแน่อยู่แล้วสิครับ... คุณพ่อก็เป็นมือหนึ่งเรื่องบัญชี ผมเชื่อว่าลูกสาวคุณก็เก่งไม่แพ้กัน ยังไงผมยินดีร่วมงานด้วยอยู่แล้ว” คุณภูผาหันมายิ้มให้ฉันหลายครั้ง จนฉันเองก็ยิ้มแห้ง ๆ ไป
"งั้นมื้อนี้ผมขอถือโอกาสเป็นเจ้ามือให้แล้วกัน ถือเป็นของขวัญแสดงความยินดีที่… ลูกสาวคนสวยของคุณพสุธเรียนจบ และก็ขอให้รับบริษัทไวน์เมาเทนส์ไว้พิจารณาเป็นที่แรกด้วยก็แล้วกันนะครับ..." เขาพูดอย่างสุภาพพลางขยิบตาให้ฉันเล็กน้อย
"ขอบคุณมากนะครับคุณภูผา อีกไม่นานเกินรอแน่ ๆ" พ่อเองก็ดูมีท่าทียินดีปรีดา
"ผมเองก็นับวันรอคุณพสุธอยู่แล้ว..." คุณภูผาอะไรนั่นตบไหล่ของพ่อฉัน ก่อนจะยิ้มให้ทุกคนในโต๊ะอย่างเป็นมิตร
"ที่ไหนให้ผลตอบแทนผมดี ผมก็เลือกที่นั่นอยู่แล้ว ปากท้องคนในครอบครัวสำคัญนะคุณว่าไหม...” พ่อตอบกลับและทั้งคู่ก็หัวเราะอย่างชอบอกชอบใจ
"เสียดายจังที่ผมมีนัดคุยกับลูกค้า ไว้โอาสหน้าผมขอร่วมโต๊ะกับทุกคนด้วยนะครับ วันนี้ขอตัวก่อน" เขาพูดทิ้งทาย
“เชิญครับ ๆ คุณภูผา” พ่อฉันก็ยิ้มรับและผายมือเชิญเขาทันที
"ไวน์เมาเทนส์?" ฉันทวนชื่อบริษัทนั้นเบา ๆ
"ไว้พ่อจะเล่ารายละเอียดให้ฟังอีกที" พ่อหันมาบอกฉันเมื่อเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามของฉัน
หลังจากที่คุณภูผาอะไรนั่นเดินออกไป... ในตอนแรกฉันก็อยากจะถามพ่อ แต่ว่าวันนี้ฉันมัวแต่ตั้งคำถามกับท่านมากจนเกินไปหรือเปล่า เพราะเอาจริง ๆ มันคงไม่ได้มีอะไรหรอกมั้ง ฉันไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายในงานของท่านหรือเปล่านะ
"กินผักด้วยสิ แพรว" ฉันตักสลัดให้น้องสาวที่ไม่ยอมกินผักเลยสักนิด
"มันขมนี่ พี่พราว" เด็กน้อยเอาแต่ส่ายหน้า
“แต่มันดีต่อสุขภาพนะแพรว” ฉันลูบหัวของน้องสาวเบา ๆ
พอกลับมาถึงบ้าน พ่อก็รีบเข้าห้องทำงานและเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในนั้น
“มีเรื่องจะคุยกับพ่อเหรอลูก?” น้าผึ้งที่เดินเข้าไปเสิร์ฟกาแฟเห็นฉันยืนอยู่หน้าห้องทำงานของพ่อก็เลยถามขึ้น
“เปล่าหรอกค่ะ” ฉันมองผ่านห้องกระจกทำงานเข้าไป เห็นพ่อกำลังนั่งพิมพ์เอกสาร ที่จัดเรียงเต็มโต๊ะไปหมด
“พ่อหนูเขาบ้างานไม่เปลี่ยนไปเลย” น้าผึ้งมองไปที่พ่ออย่างยิ้ม ๆ
“งั้นหนูไม่กวนเวลาพ่อดีกว่าค่ะ เข้านอนก่อนนะคะน้าผึ้ง พรุ่งนี้หนูมีไปสัมภาษณ์งานพอดี” ฉันจับไหล่ของน้าผึ้งเบา ๆ และยิ้มให้เธออย่างให้กำลังใจ
เพราะน้าผึ้งเป็นแม่บ้านแม่ศรีเรือนที่ดีคนหนึ่ง เธอคงไม่ยอมนอนง่าย ๆ แน่ ถ้าพ่อยังคงทำงานอยู่แบบนี้
“หลับฝันดีนะลูก และก็ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะพราว” น้าผึ้งยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน
วันต่อมา...
“สวัสดีค่ะพี่คริสตัล หนูพริบพราวนะคะ” ฉันยกมือไหว้สวัสดีดารานางแบบรุ่นพี่ตรงหน้า หรือว่าที่เจ้านายคนใหม่ของฉันนั่นแหละ
“อื้ม รุ่นน้องพี่จินนี่ใช่ไหม” เธอถามเสียงนิ่ง ๆ
“ใช่ค่ะ” ฉันก็ตอบพร้อมกับก้มหัวเล็กน้อย
เธอก็พยักหน้ารับรู้ และยิ้มบาง ๆ
“ขาพี่คริสหายดีหรือยังคะ?” ฉันเอ่ยถามไปตามรายละเอียดที่พี่จินนี่ทิ้งเอาไว้ให้เรื่องการดูแลคุณคริส
และก็อุปนิสัยส่วนตัวของเธอ
“ก็ดีขึ้นแล้วนะ” เธอตอบกลับมาและจับที่ขาของตัวเองดูและส่ายหน้าเบา ๆ
“แล้วจะเริ่มรับงานเดินแบบเลยไหมคะ?” ฉันมองลงที่ขาของเธอที่ช้ำบ้างเล็กน้อย แต่ก็ต้องถามเจ้าตัวก่อนจะรับงานให้อยู่ดี
“ยังดีกว่า ไม่อยากใส่ส้นสูง” เธอส่ายหน้าทันที
“โอเคค่ะ” ฉันตอบรับก่อนจะขีดฆ่ารายชื่องานที่เกี่ยวกับเดินแบบและส้นสูงทั้งหมดทิ้ง และยังคงนั่งดูคิวงานไปพลาง ๆ ในขณะที่พี่คริสก็นั่งทานอาหารของเธอไป
บรรยายกาศในห้องวันแรก ยอมรับว่าค่อนข้างเกร็งอยู่เหมือนกัน แต่การจัดการคิวดาราไม่ได้ยากขนาดนั้นถ้าเทียบกับเลขหุ้น และการจัดสรรจำนวนสินค้า หรือบุคคล
เรื่องนี้คือง่ายสำหรับฉันมาก ๆ และฉันจะทำมันให้ดีที่สุด
“เอ่อ... พี่คริสคะ พอดีตอนนี้มีงานนึงเข้ามาใหม่...” ฉันเว้นระยะเพื่อตั้งคำถามกับคนตรงหน้า
“งานอะไร?” เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เห็นเขาบอกว่าเป็นงานที่พี่เคยรับไว้” ฉันตอบไปตามเอกสารและตารางงานในไอแพดที่ขึ้นโชว์มาแบบนั้น
“เคยรับไว้เหรอ?” เธอวางช้อนข้าวและงง ๆ
“งานของคุณเฟียร์ค่ะ” ฉันอ่านชื่อจนเจอชื่อของเจ้าของงาน
“งานของเฟียร์งั้นเหรอ??... โปรเจกต์มหา’ลัยอะนะ ...ถ่ายเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ??” เธอยื่นมือมาเพื่อขอดูเอกสารที่ฉันกำลังเพ่งเล็งอยู่
“ค่ะ แต่ว่าพี่เขาโทร. มาหาเมื่อกี้ ว่าเขาอยากคุยกับคุณคริส คุณคริสพอจะสะดวกไหม??” ฉันตอบไปก่อนจะยื่นโทรศัพท์ที่ใช้สำหรับรับงานถ่ายแบบให้คุณคริสดูอีกที
“อ่อ ...เดี๋ยวฉันคุยเอง” เธอพยักหน้าก่อนจะรับไป
“ค่ะ” ฉันก็ตอบอย่างรับรู้
ไม่นานเธอก็หยิบโทรศัท์ตัวเองขึ้นมากด ๆ ตามเบอร์ที่ฉันยื่นส่งให้ดูเมื่อกี้
หลังจากที่คุณคริสเธอคุยโทรศัพท์กับทางเจ้าของงาน เราก็สรุปได้แค่ว่า งานต้องมีการถ่ายแบบเพิ่มเติม เป็นตอนพิเศษ และคุณคริสเองก็ยินดีที่จะถ่ายให้
“พรุ่งนี้แทรกคิวถ่ายโปรโมตของมหา’ลัยให้ทีนะ” เธอหันมาบอกกับฉัน
“ได้ค่ะ งั้นขออนุญาตแจ้งตารางงานวันพรุ่งนี้นะคะ” ฉันเอ่ยตอบไปก่อนจะไล่ลิสต์งานของคุณคริสในมืออย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
“ตอนแรกมีงานเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าที่ห้างค่ะ แต่ว่ามีการเดินแบบด้วย และหนูยกเลิกให้เรียบร้อยแล้ว เห็นพี่คริสบอกว่าไม่อยากใส่ส้นสูงเดิน” ฉันอธิบายต่อไปโดยคุณคริสก็รับฟังต่อไป
“อืม ดีมาก” เธอพยักหน้าอย่างรับทราบ
“สรุปพรุ่งนี้มีแค่งานถ่ายโปรโมตนะ” เธอถามย้ำอีกครั้ง
“ใช่ค่ะ” ฉันก็ตอบไปอย่างมั่นใจ
“โอเค” เธอตอบมาสั้น ๆ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างเหน็ดเหนื่อย เหมือนเธอต้องการเวลาพักผ่อน
ฉันจึงไม่อยากจะอยู่รบกวนเวลาส่วนตัวของเธอมากนัก อีกอย่างตอนนี้ก็ไม่ได้มีตารางงานอะไรอีกเลย
“งั้นให้หนูกลับเลยไหมคะ” ฉันถามด้วยความเกรงใจ ด้วยเห็นท่าทีที่อิดโรยของคุณคริส
“อืม” เธอยิ้มตอบ
“แล้วพรุ่งนี้?” ฉันเก็บกระเป๋าสมุดโน้ตก่อนจะหันไปถามเธออีกครั้ง
“อ่อ... เจอกันที่สตูดิโอเลย 10 โมง” เธอหลับตาและนวดขมับตอบกลับมา
“ค่ะ” ฉันตอบรับก่อนจะยกมือไหว้เธอและเดินออกมาจากคอนโดและปิดประตูให้เจ้านายคนสวยของฉันทันที
ฉันขับรถบีเอมฯ คันใหม่ของตัวเองกลับมาถึงบ้านอย่างเหน็ดเหนื่อย
เพราะแน่แหละว่าก่อนจะไปเจอคุณคริส พี่จินนี่ต้องติวและให้ฉันจำอะไรมากมายอยู่เหมือนกัน และฉันเองก็ไม่อยากทำงานพลาดด้วย จึงหมดเวลาไปกับการเรียนรู้งานเรื่องของพวกเหล่าดาราที่ตัวฉันแทบไม่เคยสนใจมาก่อนจริง ๆ
@บ้าน...
ท้องฟ้าในช่วงค่ำ ๆ สีฟ้าอ่อน ๆ ใกล้มืดมิดสนิท...
“กลับมาแล้วค่ะ” ฉันตะโกนบอกคนในบ้าน ที่วันนี้ดูเงียบเป็นพิเศษ
“พ่อคะ... น้าผึ้ง... แพรวดาว...” ฉันเรียกหาทุกคนแต่ก็ไม่มีใครขานตอบทั้งที่รถก็อยู่ครบ และเวลาแบบนี้ทุกคนก็ควรจะกลับมาถึงบ้านแล้วนี่นา
หรือว่าพวกเขาออกไปกินข้าว...
ตุ๊บบบ!!
ฉันถอยหลังไปชนกับใครอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง เพียงแต่ว่า...
“ไม่มีใครอยู่ที่บ้านหรอก!! พ่อเธอติดคุก... ส่วนเมียพ่อเธอกับลูกของเขา... ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าหายไปไหน" คนด้านหลังพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นิ่งและแข็งทื่อ...
"แต่อีกไม่นานคงตามเจอแน่ ๆ” เขาพูดขึ้นแล้วมองสำรวจไปรอบ ๆ บ้าน และหยุดสายตาที่เย็นชานั้นไว้ที่ฉัน...
“นายเป็นใคร มาทำอะไรบ้านของฉัน??”
ฉันยืนนิ่งและมองคนตรงหน้าอย่างหวาดกลัว เขาไม่ได้ดูเหมือนโจรหรือผู้ร้ายใด ๆ
เพียงแต่แววตาของเขา น้ำเสียงของเขา มันทำให้ฉันกลัวจนสั่นไปหมดจริง ๆ
Ep.2100+ Million ฿“คุณคือใครกัน และมีสิทธิ์อะไรเข้ามาในบ้านฉัน” ฉันถามเขาด้วยเสียงสั่น ๆ และถอยหลังอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ“เช็กของมีค่าทั้งหมดแล้วครับนาย ทรัพย์สินในบ้านรวมได้เกือบห้าล้านบาท ไม่รวมตัวบ้าน ไม่รวมที่ดิน และก็รถครับ” ชายชุดดำคนหนึ่งวิ่งตรงเข้ามาโค้งให้ผู้ชายคนนี้ ก่อนจะอ่านสมุดโน้ตในมือของตัวเอง“หนี้มันตั้งร้อยกว่าล้าน แค่ทรัพย์สินโง่ ๆ ห้าล้านถึงสิบล้าน มันคงไม่พอกับที่บริษัทของฉันเสียไปหรอก!!!” ผู้ชายตรงหน้าพูดด้วยแววตาเหยียด ๆ และใบหน้าที่นิ่งแข็งราวรูปปั้น “นี่พวกคุณทำอะไรกันอะ ...มีสิทธิ์อะไรเข้ามาที่บ้านฉัน และยัง...” ฉันมองไปรอบ ๆ อย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นเขาเดินชนไหล่ของฉันออกไปอย่างไม่คิดจะแนะนำตัว หรือบอกอะไรเลย“เดี๋ยวสิ นี่มันอะไรกันอะ อย่างน้อยคุณควรอธิบายให้ฉันรับรู้ และพ่อฉันไปทำอะไรให้” ฉันหันไปขึ้นเสียงถามคนตรงหน้าอย่างหมดความอดทน เพราะว่าอย่างน้อยเขาควรจะบอกอะไรกับฉันบ้าง เขาหันหน้ามามองฉันอย่างนิ่ง ๆ “ข้อแรกก็คือ ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธออีกต่อไป” เขาตอบอย่างปัด ๆฉันแต่ได้ยืนมองหน้าของหมอนั่นอย่างช็อก ๆ และไม่เข้าใจ“ข้อสอง พ่อเธอโกงบริษัทของฉัน
Ep.3Unlucky girl“พ่อขอบใจหนูมากนะลูกรัก แต่หนูไม่มีทางหาเงินก้อนนั้นมาได้หรอกลูก มันมากเกินไป” พ่อส่ายหน้าอย่างสิ้นหวังเราต่างคนต่างเงียบและน้ำตาคลอกันทั้งคู่ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก จนฉันเองก็แทบไม่ได้ตั้งตัวเลย“พ่อขอโทษนะพราว พ่อขอโทษที่... พ่อทำให้ลูกเดือดร้อนไปด้วย พ่อไม่ดีเอง ๆ” ท่านพูดออกมาเสียงเบาและแหบแห้งฉันเงยหน้ามองท่านทั้งน้ำตา ไม่ว่าจะพยายามข่มใจให้เข็มแข็งมากแค่ไหน ฉันก็ยังร้องไห้ออกมาอยู่ดี“หนูไม่เป็นไรค่ะพ่อ ทุกคนโอเค” ฉันพูดอย่างปลอบใจคนเป็นพ่อถึงฉันจะรู้ว่าพ่อของฉันมีส่วนผิดแต่ฉันรู้ว่าเขาตั้งใจทำเพื่อใคร… เพื่อฉัน เพื่อครอบครัวของเรานั่นเอง...“น้าผึ้งกับน้องเป็นไงบ้าง?” พ่อถามถึงน้าผึ้งกับแพรวดาวเมื่อมองว่ามีฉันมาเพียงคนเดียว“น้าผึ้งกับน้องได้นอนที่บ้านญาติของน้าผึ้งแล้วค่ะ พรุ่งนี้ยัยแพรวดาวมีไปโรงเรียนแต่เช้าเลยไม่ได้มาเยี่ยมพ่อนะคะ” ฉันตอบไปแทนไปเพื่อให้พ่อสบายใจ“ดีแล้วล่ะ พ่อไม่ได้อยากให้ใครมาเห็นพ่อในสภาพนี้” พ่อเอามือลูบหน้าตัวเองทั้งน้ำตาพ่อของฉันเป็นคนมีความสามารถ และฐานะหน้าที่การงานก็ไม่ได้แย่เลย ท่านเป็นที่เคารพของพนักงานมากมายหลายคนแต่พ่อ… ไ
Ep.4Bad moon risingภายในห้องแต่งตัว ส่วนตัวของคุณคริสตัล ในงานอีเวนต์หนึ่ง“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า?” เธอถามขึ้นขณะที่ตายังโฟกัสไปที่โทรศัพท์ของเธอ“ไม่มีค่ะ” ฉันเลือกที่จะไม่รบกวนสมาธิทำงานของเธอด้วยปัญหาส่วนตัวของฉันเด็ดขาดคุณคริสเงยหน้ามองฉันนิ่ง ๆ“ถ้ามีอะไรก็บอกแล้วกัน ถือซะว่าฉันเป็นรุ่นพี่เธออีกคนก็ได้” เธอพูดด้วยเสียงนิ่ง ๆ ตามสไตล์คุณคริสนั่นแหละ ก่อนที่เธอจะเดินถือแก้วค็อกเทลเดินหายไปในห้องลองชุด“ขอบคุณนะคะ” ฉันตอบกลับอย่างรู้สึกดี ก่อนจะรีบเดินไปช่วยเธอเปลี่ยนชุด แต่คุณคริสห้ามไว้ซะก่อน“แค่สวมและถอดง่าย ๆ ฉันทำได้” เธอพูดแค่นั้นก่อนจะส่งแก้วค็อกเทลให้ฉัน และหันหลังเดินไปเอาจริง ๆ เธอเป็นดาราที่ดูหยิ่งและเข้าถึงยากจริง ๆ แต่พอได้ทำงานใกล้ชิดแล้วจริง ๆ คุณคริสเธอใส่ใจคนรอบข้างเสมอ แค่ไม่แสดงออกและไม่เซ้าซี้เท่านั้นเองหลังจากที่คุณคริสเปลี่ยนชุดเสร็จ เธอก็กลับมานั่งที่โต๊ะประจำที่ เพื่อรอช่างแต่งหน้าที่ทางงานได้จ้างมาโดยเฉพาะ เห็นว่าเป็นช่างติดอันดับ 1 ใน 3 ของไทยเลย“เป็นเกียรติมากเลยนะคะ ที่ได้แต่งหน้าคุณคริส” ช่างแต่งหน้าเพศที่สามเดินถือกระเป๋าเครื่องสำอางแบรนด์ช
Ep.5Don’t touch my sister“พ่อเธอเอาข้อมูลความลับลูกค้า และความลับของบริษัทไปขายจนหมด คนทรยศแบบพ่อเธอ ช่วยฉันคิดทีสิ ว่าจะฆ่าฉันด้วยวิธีไหนดี?” เขาก้มลงมากระซิบข้างใบหูของฉัน“ไม่... ม่ายนะ อย่าทำแบบนั้นเลย” ฉันตอบกลับไปเสียงสั่น ๆ อย่างกลัวเหลือเกิน...“เงินใช้หนี้?? มีไหม?” เขาถามกลับมานิ่ง ๆฉันทำได้เพียงก้มหน้าอย่างหมดหนทาง เงินตั้งร้อยกว่าล้าน ฉันจะไปหาจากที่ไหนได้ในวันเดียว ฉันทำได้แค่พูดภายในใจเท่านั้น“จะบอกให้นะ การที่พ่อเธออยู่ในกรงขังนั่น อย่างน้อยเขาจะยังมีชีวิตอยู่ แต่การหนีแหกคุกออกมาเแบบนี้... อันนี้ฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้ นอกจากเตรียมตัดสูทดำไปงานศพ” เขาพูดก่อนจะจุดบุหรี่สูบต่อหน้าฉันอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไร“คุณจะฆ่าพ่อของหนูเหรอคะ??” เสียงยัยแพรวดาวถามทั้งน้ำตา บลูไนท์สูบบุหรี่ยังคงปล่อยควันออกมาช้า ๆ และมองมาที่ฉันนิ่ง ๆ“อาจจะไม่ใช่ฉันก็ได้นะ พ่อเธอไปทำระยำกับคนไว้ตั้งมากมาย คงนั่งนับศัตรูให้ไม่หมดจริง ๆ !!” เขาตอบออกมาอย่างไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของคนฟังเลยสักนิด“คุณใส่ร้ายพ่อ พ่อไม่ใช่คนแบบนั้น... คุณพ่อเป็นคนดี...” ยัยแพรวดาวส่ายหน้าตามประสาเด็ก เพราะเธอแทบไม่รู้เรื่อง
Ep.6Bad Blue Night“นายทำอะไรแพรว ทำอะไร?? ฉันจะแจ้งตำรวจ” ฉันมือไม้สั่นไปหมด และหมดหนทางจริง ๆ แม้แต่ปลายนิ้วที่กดโทรศัพท์ยังสั่นไม่ยอมหยุดแม้ฉันจะพูดคำว่าตำรวจออกไป แต่ผู้ชายคนนั้นก็ทำแค่ยักคิ้วอย่าไม่ได้เกรงกลัวใด ๆตุ๊บบบ!!เขาทำเพียงแค่ปัดมือถือของฉันให้ร่วงลงไปที่พื้นอย่างไม่สนใจเราอยู่ในเขตบ้านของเขา และฉันรู้จักคำว่าอำนาจมืดนั้นดี เพียงแต่ว่าฉันจะไม่มีวันปล่อยให้ยัยแพรวดาวเป็นอะไรทั้งนั้นเด็กอายุสิบห้าแบบนั้น จะทนรับเรื่องอะไรหนักหนาได้ขนาดไหนเชียว...“พวกเราผิดอะไร ปล่อยน้องฉันเถอะ ช่วยเมตตาหน่อยได้ไหม???” ฉันเขย่าแขนคนตรงหน้าทั้งน้ำตา ฉันหันไปมองแววตาของคนใจโหดคนนั้นที่ว่างเปล่าเหลือเกิน“เมตตางั้นเหรอ??? คงใช้กับโคตรเหง้าต้นตระกูลคนโกงแบบพวกเธอไม่ได้” เขาพูดแค่นั้น ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โซฟาใหญ่อย่างสำราญใจ เหมือนคนที่ไร้ซึ่งความรู้สึกและเสียงในห้องก็เงียบไปสนิท ก่อนที่ประตูห้องจะเปิดออก พร้อมกับหมอคนเดิมที่เดินออกมาจากห้องซึ่งฉันก็รีบวิ่งตรงไปที่ห้องนั้นทันที ยัยแพรวดาวนอนนิ่งไปทั้งคราบน้ำตาอาบแก้ม ฉันรีบเดินเข้าไปกอดร่างของน้องสาวและทำอะไรไม่ได้เลย ยัยแพรวดาวนอนลืม
Ep.7Scaring me?ฉันนอนแน่นิ่งและถูกกระทำอยู่แบบนั้น ...จนกระทั่งหมดสติลงไปเอง....ครืดดดดดด ครืดดดดดดด เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ของฉันสั่นอยู่ไม่ไกลและมันคงจะตกอยู่ที่พื้น… นั่นคือเสียงที่ปลุกให้ฉันตื่นขึ้นมา พร้อมกับความรู้สึกเจ็บระบม และบอบช้ำจนแทบจะไม่อยากจะขยับตัวไปไหนได้เลยฉันลืมตาและมองไปรอบ ๆ ห้องกว้างใหญ่นี้ ก่อนที่ภาพเหตุการ์ณเลวร้ายเหล่านั้นจะผุดเข้ามาในหัวทุก ๆ ฉาก ทุก ๆ การกระทำแสนเจ็บปวดนั้น...“อะ... โอ้ย” ฉันร้องขึ้นทั้งน้ำตาขณะที่จะขยับตัวให้ลุกขึ้นนั่งรอยเลือดและคราบขาวขุ่นที่เจือจาง เลอะเทอะอยู่ทั้งบนเตียง และเรือนร่าง รอยคราบน้ำเชื้อนั่นที่ยังดูใหม่และเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้ฉันค่อย ๆ เลื่อนปลายนิ้วไปสัมผัสกับจุดที่บอบช้ำและเจ็บปวดมากที่สุดของร่างกายและนี่เป็นสิ่งที่ฉันรักษาเอาไว้เพื่อคนที่ฉันรักมากที่สุด...แต่เขา... กลับได้มันไปอย่างง่ายดาย โดยที่ตัวฉันเองไม่ได้จำยอม...น้ำตาที่ไหลอาบแก้มมันช่วยอะไรไม่ได้เลยสักนิด มันไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น มีแต่ตอกย้ำซ้ำเติมความเจ็บปวดให้กับตัวเอง...กลีบกุหลาบที่บวมและบอบช้ำจนเปลี่ยนสีแดงอย่างน่ากลัว... ความรู้ส
Ep.8"ต้องให้ย้ำอีกกี่ครั้งว่า ...เธอต้องชดใช้หนี้ร้อยล้านนั้นยังไง" ส้วบบบบบบบ!!!! "อื้อออออออ" ฉันกัดฟันร้องด้วยความเจ็บปวดแทบขาดใจ มันเจ็บจนไม่สามารถกรี้ดออกมาได้เลยจริง ๆรอยแผลของเมื่อวานที่ยังเจ็บช้ำและยังไม่ทันจะหายดีตอนนี้แทบจะฉีกอีกรอบ "เอาออกไป ฉันเจ็บ" ฉันร้องออกไปทั้งน้ำตาหลังจากที่เขาสอดเข้ามาในร่างกายของฉันได้เพียงครึ่งลำเท่านั้น"อย่าเกร็ง และหุบปาก!!!" แต่นั่นคือคำตอบของเขาที่ขึ้นเสียงกลับมาส้วบบบ...คนตรงหน้ายังคงพยายามจะยัดเยียดท่อนเอ็นแข็งลำใหญ่นั่นเข้ามาในร่องสวาทที่แห้งเหือดของฉัน อย่างรู้ทั้งรู้ว่าร่องสวาทของฉันมันไม่สามารถรองรับ..."มันใหญ่เกินไป" ฉันส่ายหน้าและพยายามจะดันตัวของเขาออกอย่างต่อต้านด้วยพลังทั้งหมดที่มี"ครั้งแรก ๆ มันก็เจ็บแบบนี้แหละ แต่ไม่มีใครตาย" เขาพูดขึ้นอย่างหัวเสีย เพราะการขัดขืนและร่างกายของฉันที่พยายามจะต่อต้านร่างกายของเขา...ฟุ่บบบบ เขากระชากขาทั้งสองขาของฉันออกจากกันอย่างแรง มืออีกข้างของเขาจับส่วนที่เหลือของท่อนเอ็นนั่นและสอดเข้ามาในร่างกายของฉันอย่าง...พั่กกก ทีเดียวมิดด้าม...เฮือกก ฉันหายใจเข้าลึกสุดอย่างตกใจและวาบหวิว...ก
Ep.9Does it hurt?“พราว... พริบพราว” และนั่นคือครั้งแรกที่ผม เรียกชื่อของเธอ... ทั้งที่ผมไม่เคยคิดจะจดจำมันมาก่อนเลย… “พริบพราว!!”Pib Preaw’s part“ร่างกายขาดน้ำ และพักผ่อนไม่เพียงพอนะครับ” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังอยู่ไม่ไกล“มียาบำรุงหรือรักษาอะไรที่ดีก็จัดไปเลย ไม่ต้องอธิบาย” เสียงที่คุ้นเคยและฉันจำมันได้ดีก็สวนตอบกลับไป และนั่นทำให้ฉันค่อย ๆ หรี่ตาดูด้วยความสะลึมสะลือ คนที่ยืนหันหลังให้ฉันอยู่ไม่ไกล ก็คือคนที่ทำให้ฉันตกอยู่ในสภาพนี้นั่นแหละ ...บลูไนท์...“ได้ครับ ๆ” ไม่นานผู้ชายคนนั้นก็เดินตรงเข้ามาทางฉัน และฉีดอะไรบ้างอย่างใส่ในเข็มที่เติมน้ำเกลือของฉัน เพราะยานั่นทำให้ฉันรู้สึกแสบร้อน เมื่อยาเริ่มออกฤทธิ์ฉันก็ทำได้แค่หลับตาทั้งน้ำตา“ยาแก้อักเสบนะครับ” ผู้ชายคนนั้นเอ่ยขึ้นเบา ๆ“ถ้ามีเลือดออกมา ตอนมีเซ็กส์… แบบนี้จะมีปัญหาเรื่องตั้งครรภ์หรือเปล่า?” จู่ ๆ คนโหดร้ายอย่างบลูไนท์ก็ถามหมอออกไปอย่างไม่คิดอาย“เอ่อ… จริง ๆ แล้วถ้าฝ่ายหญิงไม่เคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาก่อน นอกจากเส้นพรหมจรรย์ครั้งแรกแล้ว ก็สามารถมีเลือดออกมาได้ครับ ถ้าเกิดการฉีกขาดของส่วนอื่น ๆ อาจจะเพราะขนาดที่ยังไม่สา
Ep.10...เช้าวันต่อมา...แม้ว่าอาการของฉันจะดีขึ้นบ้างแต่ก็ยังครั่นเนื้อครั่นตัวอยู่ดี ฉันค่อย ๆ ชันตัวให้ลุกขึ้น เพื่อที่จะไปอาบน้ำ และซักเสื้อเชิ้ตสีขาวให้บลูไนท์ ทั้งที่ตั้งใจจะซักตั้งแต่เมื่อคืนแต่ว่าไม่มีแรงมากพอที่จะลุกได้“คงต้องอาบน้ำแล้วล่ะ" ฉันพูดกับตัวเองก่อนจะลากสังขารตัวเองไปยังห้องน้ำให้ได้แม้ว่าจะยังมีอาการหนาวสั่นอยู่บ้างก็ตามฉันค่อย ๆ หาที่เปิดน้ำอุ่น ๆ และทำได้แค่เกาะผนังห้อง หรือหาอะไรพิงไปพลาง ๆ ...ในห้องน้ำสุดหรูก็มีทั้งอ่างอาบน้ำ และยังแบ่งโซนเป็นตู้กระจกอาบน้ำฝักบัวอีกฝั่งหนึ่งคนที่รวยเนี่ย เขาก็รวยกันแบบโอเวอร์จริง ๆ เลยเนอะ รวยมากขนาดนี้ทำไมเขาถึงไม่มีแฟนหรือผู้หญิงดี ๆ ไว้ข้างกายนะ ถึงต้องมาคว้าเอาใครก็ได้มาเป็นแม่ของทายาทตัวเองฉันได้แต่มองห้องอาบน้ำภายในห้อง ที่เรียกได้ว่าห้องของนางบำเรอคนหนึ่งของคุณบลูไนท์....“วันนี้เขาคงไปห้องนางบำเรอคนอื่น ๆ ละมั้ง” ฉันพูดขึ้นก่อนจะเปิดฝักบัวราดให้น้ำไหลลงมากระทบหัวและทั่วเรือนร่าง ฉันยืนหลับตาปล่อยให้ น้ำชำระล้างความสกปรกบนร่างกายฉัน...แต่ต่อให้ฉันล้างเท่าไหร่ความสกปรกนั้นก็ไม่มีทางทำให้ฉันกลับมาสะอาดได้ดังเดิม... เ
Ep.9Does it hurt?“พราว... พริบพราว” และนั่นคือครั้งแรกที่ผม เรียกชื่อของเธอ... ทั้งที่ผมไม่เคยคิดจะจดจำมันมาก่อนเลย… “พริบพราว!!”Pib Preaw’s part“ร่างกายขาดน้ำ และพักผ่อนไม่เพียงพอนะครับ” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังอยู่ไม่ไกล“มียาบำรุงหรือรักษาอะไรที่ดีก็จัดไปเลย ไม่ต้องอธิบาย” เสียงที่คุ้นเคยและฉันจำมันได้ดีก็สวนตอบกลับไป และนั่นทำให้ฉันค่อย ๆ หรี่ตาดูด้วยความสะลึมสะลือ คนที่ยืนหันหลังให้ฉันอยู่ไม่ไกล ก็คือคนที่ทำให้ฉันตกอยู่ในสภาพนี้นั่นแหละ ...บลูไนท์...“ได้ครับ ๆ” ไม่นานผู้ชายคนนั้นก็เดินตรงเข้ามาทางฉัน และฉีดอะไรบ้างอย่างใส่ในเข็มที่เติมน้ำเกลือของฉัน เพราะยานั่นทำให้ฉันรู้สึกแสบร้อน เมื่อยาเริ่มออกฤทธิ์ฉันก็ทำได้แค่หลับตาทั้งน้ำตา“ยาแก้อักเสบนะครับ” ผู้ชายคนนั้นเอ่ยขึ้นเบา ๆ“ถ้ามีเลือดออกมา ตอนมีเซ็กส์… แบบนี้จะมีปัญหาเรื่องตั้งครรภ์หรือเปล่า?” จู่ ๆ คนโหดร้ายอย่างบลูไนท์ก็ถามหมอออกไปอย่างไม่คิดอาย“เอ่อ… จริง ๆ แล้วถ้าฝ่ายหญิงไม่เคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาก่อน นอกจากเส้นพรหมจรรย์ครั้งแรกแล้ว ก็สามารถมีเลือดออกมาได้ครับ ถ้าเกิดการฉีกขาดของส่วนอื่น ๆ อาจจะเพราะขนาดที่ยังไม่สา
Ep.8"ต้องให้ย้ำอีกกี่ครั้งว่า ...เธอต้องชดใช้หนี้ร้อยล้านนั้นยังไง" ส้วบบบบบบบ!!!! "อื้อออออออ" ฉันกัดฟันร้องด้วยความเจ็บปวดแทบขาดใจ มันเจ็บจนไม่สามารถกรี้ดออกมาได้เลยจริง ๆรอยแผลของเมื่อวานที่ยังเจ็บช้ำและยังไม่ทันจะหายดีตอนนี้แทบจะฉีกอีกรอบ "เอาออกไป ฉันเจ็บ" ฉันร้องออกไปทั้งน้ำตาหลังจากที่เขาสอดเข้ามาในร่างกายของฉันได้เพียงครึ่งลำเท่านั้น"อย่าเกร็ง และหุบปาก!!!" แต่นั่นคือคำตอบของเขาที่ขึ้นเสียงกลับมาส้วบบบ...คนตรงหน้ายังคงพยายามจะยัดเยียดท่อนเอ็นแข็งลำใหญ่นั่นเข้ามาในร่องสวาทที่แห้งเหือดของฉัน อย่างรู้ทั้งรู้ว่าร่องสวาทของฉันมันไม่สามารถรองรับ..."มันใหญ่เกินไป" ฉันส่ายหน้าและพยายามจะดันตัวของเขาออกอย่างต่อต้านด้วยพลังทั้งหมดที่มี"ครั้งแรก ๆ มันก็เจ็บแบบนี้แหละ แต่ไม่มีใครตาย" เขาพูดขึ้นอย่างหัวเสีย เพราะการขัดขืนและร่างกายของฉันที่พยายามจะต่อต้านร่างกายของเขา...ฟุ่บบบบ เขากระชากขาทั้งสองขาของฉันออกจากกันอย่างแรง มืออีกข้างของเขาจับส่วนที่เหลือของท่อนเอ็นนั่นและสอดเข้ามาในร่างกายของฉันอย่าง...พั่กกก ทีเดียวมิดด้าม...เฮือกก ฉันหายใจเข้าลึกสุดอย่างตกใจและวาบหวิว...ก
Ep.7Scaring me?ฉันนอนแน่นิ่งและถูกกระทำอยู่แบบนั้น ...จนกระทั่งหมดสติลงไปเอง....ครืดดดดดด ครืดดดดดดด เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ของฉันสั่นอยู่ไม่ไกลและมันคงจะตกอยู่ที่พื้น… นั่นคือเสียงที่ปลุกให้ฉันตื่นขึ้นมา พร้อมกับความรู้สึกเจ็บระบม และบอบช้ำจนแทบจะไม่อยากจะขยับตัวไปไหนได้เลยฉันลืมตาและมองไปรอบ ๆ ห้องกว้างใหญ่นี้ ก่อนที่ภาพเหตุการ์ณเลวร้ายเหล่านั้นจะผุดเข้ามาในหัวทุก ๆ ฉาก ทุก ๆ การกระทำแสนเจ็บปวดนั้น...“อะ... โอ้ย” ฉันร้องขึ้นทั้งน้ำตาขณะที่จะขยับตัวให้ลุกขึ้นนั่งรอยเลือดและคราบขาวขุ่นที่เจือจาง เลอะเทอะอยู่ทั้งบนเตียง และเรือนร่าง รอยคราบน้ำเชื้อนั่นที่ยังดูใหม่และเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้ฉันค่อย ๆ เลื่อนปลายนิ้วไปสัมผัสกับจุดที่บอบช้ำและเจ็บปวดมากที่สุดของร่างกายและนี่เป็นสิ่งที่ฉันรักษาเอาไว้เพื่อคนที่ฉันรักมากที่สุด...แต่เขา... กลับได้มันไปอย่างง่ายดาย โดยที่ตัวฉันเองไม่ได้จำยอม...น้ำตาที่ไหลอาบแก้มมันช่วยอะไรไม่ได้เลยสักนิด มันไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น มีแต่ตอกย้ำซ้ำเติมความเจ็บปวดให้กับตัวเอง...กลีบกุหลาบที่บวมและบอบช้ำจนเปลี่ยนสีแดงอย่างน่ากลัว... ความรู้ส
Ep.6Bad Blue Night“นายทำอะไรแพรว ทำอะไร?? ฉันจะแจ้งตำรวจ” ฉันมือไม้สั่นไปหมด และหมดหนทางจริง ๆ แม้แต่ปลายนิ้วที่กดโทรศัพท์ยังสั่นไม่ยอมหยุดแม้ฉันจะพูดคำว่าตำรวจออกไป แต่ผู้ชายคนนั้นก็ทำแค่ยักคิ้วอย่าไม่ได้เกรงกลัวใด ๆตุ๊บบบ!!เขาทำเพียงแค่ปัดมือถือของฉันให้ร่วงลงไปที่พื้นอย่างไม่สนใจเราอยู่ในเขตบ้านของเขา และฉันรู้จักคำว่าอำนาจมืดนั้นดี เพียงแต่ว่าฉันจะไม่มีวันปล่อยให้ยัยแพรวดาวเป็นอะไรทั้งนั้นเด็กอายุสิบห้าแบบนั้น จะทนรับเรื่องอะไรหนักหนาได้ขนาดไหนเชียว...“พวกเราผิดอะไร ปล่อยน้องฉันเถอะ ช่วยเมตตาหน่อยได้ไหม???” ฉันเขย่าแขนคนตรงหน้าทั้งน้ำตา ฉันหันไปมองแววตาของคนใจโหดคนนั้นที่ว่างเปล่าเหลือเกิน“เมตตางั้นเหรอ??? คงใช้กับโคตรเหง้าต้นตระกูลคนโกงแบบพวกเธอไม่ได้” เขาพูดแค่นั้น ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โซฟาใหญ่อย่างสำราญใจ เหมือนคนที่ไร้ซึ่งความรู้สึกและเสียงในห้องก็เงียบไปสนิท ก่อนที่ประตูห้องจะเปิดออก พร้อมกับหมอคนเดิมที่เดินออกมาจากห้องซึ่งฉันก็รีบวิ่งตรงไปที่ห้องนั้นทันที ยัยแพรวดาวนอนนิ่งไปทั้งคราบน้ำตาอาบแก้ม ฉันรีบเดินเข้าไปกอดร่างของน้องสาวและทำอะไรไม่ได้เลย ยัยแพรวดาวนอนลืม
Ep.5Don’t touch my sister“พ่อเธอเอาข้อมูลความลับลูกค้า และความลับของบริษัทไปขายจนหมด คนทรยศแบบพ่อเธอ ช่วยฉันคิดทีสิ ว่าจะฆ่าฉันด้วยวิธีไหนดี?” เขาก้มลงมากระซิบข้างใบหูของฉัน“ไม่... ม่ายนะ อย่าทำแบบนั้นเลย” ฉันตอบกลับไปเสียงสั่น ๆ อย่างกลัวเหลือเกิน...“เงินใช้หนี้?? มีไหม?” เขาถามกลับมานิ่ง ๆฉันทำได้เพียงก้มหน้าอย่างหมดหนทาง เงินตั้งร้อยกว่าล้าน ฉันจะไปหาจากที่ไหนได้ในวันเดียว ฉันทำได้แค่พูดภายในใจเท่านั้น“จะบอกให้นะ การที่พ่อเธออยู่ในกรงขังนั่น อย่างน้อยเขาจะยังมีชีวิตอยู่ แต่การหนีแหกคุกออกมาเแบบนี้... อันนี้ฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้ นอกจากเตรียมตัดสูทดำไปงานศพ” เขาพูดก่อนจะจุดบุหรี่สูบต่อหน้าฉันอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไร“คุณจะฆ่าพ่อของหนูเหรอคะ??” เสียงยัยแพรวดาวถามทั้งน้ำตา บลูไนท์สูบบุหรี่ยังคงปล่อยควันออกมาช้า ๆ และมองมาที่ฉันนิ่ง ๆ“อาจจะไม่ใช่ฉันก็ได้นะ พ่อเธอไปทำระยำกับคนไว้ตั้งมากมาย คงนั่งนับศัตรูให้ไม่หมดจริง ๆ !!” เขาตอบออกมาอย่างไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของคนฟังเลยสักนิด“คุณใส่ร้ายพ่อ พ่อไม่ใช่คนแบบนั้น... คุณพ่อเป็นคนดี...” ยัยแพรวดาวส่ายหน้าตามประสาเด็ก เพราะเธอแทบไม่รู้เรื่อง
Ep.4Bad moon risingภายในห้องแต่งตัว ส่วนตัวของคุณคริสตัล ในงานอีเวนต์หนึ่ง“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า?” เธอถามขึ้นขณะที่ตายังโฟกัสไปที่โทรศัพท์ของเธอ“ไม่มีค่ะ” ฉันเลือกที่จะไม่รบกวนสมาธิทำงานของเธอด้วยปัญหาส่วนตัวของฉันเด็ดขาดคุณคริสเงยหน้ามองฉันนิ่ง ๆ“ถ้ามีอะไรก็บอกแล้วกัน ถือซะว่าฉันเป็นรุ่นพี่เธออีกคนก็ได้” เธอพูดด้วยเสียงนิ่ง ๆ ตามสไตล์คุณคริสนั่นแหละ ก่อนที่เธอจะเดินถือแก้วค็อกเทลเดินหายไปในห้องลองชุด“ขอบคุณนะคะ” ฉันตอบกลับอย่างรู้สึกดี ก่อนจะรีบเดินไปช่วยเธอเปลี่ยนชุด แต่คุณคริสห้ามไว้ซะก่อน“แค่สวมและถอดง่าย ๆ ฉันทำได้” เธอพูดแค่นั้นก่อนจะส่งแก้วค็อกเทลให้ฉัน และหันหลังเดินไปเอาจริง ๆ เธอเป็นดาราที่ดูหยิ่งและเข้าถึงยากจริง ๆ แต่พอได้ทำงานใกล้ชิดแล้วจริง ๆ คุณคริสเธอใส่ใจคนรอบข้างเสมอ แค่ไม่แสดงออกและไม่เซ้าซี้เท่านั้นเองหลังจากที่คุณคริสเปลี่ยนชุดเสร็จ เธอก็กลับมานั่งที่โต๊ะประจำที่ เพื่อรอช่างแต่งหน้าที่ทางงานได้จ้างมาโดยเฉพาะ เห็นว่าเป็นช่างติดอันดับ 1 ใน 3 ของไทยเลย“เป็นเกียรติมากเลยนะคะ ที่ได้แต่งหน้าคุณคริส” ช่างแต่งหน้าเพศที่สามเดินถือกระเป๋าเครื่องสำอางแบรนด์ช
Ep.3Unlucky girl“พ่อขอบใจหนูมากนะลูกรัก แต่หนูไม่มีทางหาเงินก้อนนั้นมาได้หรอกลูก มันมากเกินไป” พ่อส่ายหน้าอย่างสิ้นหวังเราต่างคนต่างเงียบและน้ำตาคลอกันทั้งคู่ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก จนฉันเองก็แทบไม่ได้ตั้งตัวเลย“พ่อขอโทษนะพราว พ่อขอโทษที่... พ่อทำให้ลูกเดือดร้อนไปด้วย พ่อไม่ดีเอง ๆ” ท่านพูดออกมาเสียงเบาและแหบแห้งฉันเงยหน้ามองท่านทั้งน้ำตา ไม่ว่าจะพยายามข่มใจให้เข็มแข็งมากแค่ไหน ฉันก็ยังร้องไห้ออกมาอยู่ดี“หนูไม่เป็นไรค่ะพ่อ ทุกคนโอเค” ฉันพูดอย่างปลอบใจคนเป็นพ่อถึงฉันจะรู้ว่าพ่อของฉันมีส่วนผิดแต่ฉันรู้ว่าเขาตั้งใจทำเพื่อใคร… เพื่อฉัน เพื่อครอบครัวของเรานั่นเอง...“น้าผึ้งกับน้องเป็นไงบ้าง?” พ่อถามถึงน้าผึ้งกับแพรวดาวเมื่อมองว่ามีฉันมาเพียงคนเดียว“น้าผึ้งกับน้องได้นอนที่บ้านญาติของน้าผึ้งแล้วค่ะ พรุ่งนี้ยัยแพรวดาวมีไปโรงเรียนแต่เช้าเลยไม่ได้มาเยี่ยมพ่อนะคะ” ฉันตอบไปแทนไปเพื่อให้พ่อสบายใจ“ดีแล้วล่ะ พ่อไม่ได้อยากให้ใครมาเห็นพ่อในสภาพนี้” พ่อเอามือลูบหน้าตัวเองทั้งน้ำตาพ่อของฉันเป็นคนมีความสามารถ และฐานะหน้าที่การงานก็ไม่ได้แย่เลย ท่านเป็นที่เคารพของพนักงานมากมายหลายคนแต่พ่อ… ไ
Ep.2100+ Million ฿“คุณคือใครกัน และมีสิทธิ์อะไรเข้ามาในบ้านฉัน” ฉันถามเขาด้วยเสียงสั่น ๆ และถอยหลังอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ“เช็กของมีค่าทั้งหมดแล้วครับนาย ทรัพย์สินในบ้านรวมได้เกือบห้าล้านบาท ไม่รวมตัวบ้าน ไม่รวมที่ดิน และก็รถครับ” ชายชุดดำคนหนึ่งวิ่งตรงเข้ามาโค้งให้ผู้ชายคนนี้ ก่อนจะอ่านสมุดโน้ตในมือของตัวเอง“หนี้มันตั้งร้อยกว่าล้าน แค่ทรัพย์สินโง่ ๆ ห้าล้านถึงสิบล้าน มันคงไม่พอกับที่บริษัทของฉันเสียไปหรอก!!!” ผู้ชายตรงหน้าพูดด้วยแววตาเหยียด ๆ และใบหน้าที่นิ่งแข็งราวรูปปั้น “นี่พวกคุณทำอะไรกันอะ ...มีสิทธิ์อะไรเข้ามาที่บ้านฉัน และยัง...” ฉันมองไปรอบ ๆ อย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นเขาเดินชนไหล่ของฉันออกไปอย่างไม่คิดจะแนะนำตัว หรือบอกอะไรเลย“เดี๋ยวสิ นี่มันอะไรกันอะ อย่างน้อยคุณควรอธิบายให้ฉันรับรู้ และพ่อฉันไปทำอะไรให้” ฉันหันไปขึ้นเสียงถามคนตรงหน้าอย่างหมดความอดทน เพราะว่าอย่างน้อยเขาควรจะบอกอะไรกับฉันบ้าง เขาหันหน้ามามองฉันอย่างนิ่ง ๆ “ข้อแรกก็คือ ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธออีกต่อไป” เขาตอบอย่างปัด ๆฉันแต่ได้ยืนมองหน้าของหมอนั่นอย่างช็อก ๆ และไม่เข้าใจ“ข้อสอง พ่อเธอโกงบริษัทของฉัน