2 วันต่อมา.."พี่ดีใจด้วยนะครับที่ครอบครัวของน้องเมย์กลับมาเป็นครอบครัวกันอีกครั้ง" เจ้านายเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเคลือบรอยยิ้มบาง ๆ ขณะกำลังขับรถพาหญิงสาวกลับบ้านหลังจากที่ได้พบเจอกับพ่อบังเกิดเกล้าแล้ว"ขอบคุณนะคะ เมย์ไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าจะมีวันนี้" เมษาหันไปตอบแฟนหนุ่มด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขวันนี้เป็นวันที่เธอมีความสุขมากจริง ๆ เพราะได้เจอได้กอดผู้เป็นพ่อตัวเป็น ๆ ไม่ใช่แค่ความฝัน ยิ่งไปกว่านั้นพ่อกับแม่ของเธอก็ต่างให้โอกาสซึ่งกันและกันด้วยการกลับมาเริ่มต้นครอบครัวใหม่อีกครั้งเธอมีครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนเช่นคนอื่น และยังมีแฟนหนุ่มที่แสนดีคอยอยู่ข้างกายอีกด้วยเธอรู้สึกว่าตัวเองโชคดีก็วันนี้แหละ สวนทางกับชายหนุ่มที่รู้สึกกังวลไม่น้อยแม้เขาจะแสดงออกว่าดีใจกับเธอก็ตามความจริงล้วนเป็นแค่การแสดงเขาไม่ยินดีสักนิดที่เห็นเธอมีความสุข แถมยังกังวลด้วยซ้ำเพราะตอนนี้สถานะของเธอได้เปลี่ยนไปแล้วเธอไม่ใช่เด็กสาวผู้ยากจน และต่ำต้อยอีกต่อไป พ่อของเธอเป็นถึงเจ้าของบริษัทผลิตรถหรูที่รวยติดอันดับต้น ๆ ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเธอเป็นทายาทเพียงคนเดียวของอเล็กซ์ เอริซันท์แน่นอนว่าเธอต้องรับช่วงต่อ เ
1 เดือนต่อมา..ชีวิตของเมษาเหมือนจะดีไปหมดทั้งเรื่องครอบครัว และความรักที่นับวันก็ยิ่งหวานฉ่ำกันมากขึ้นจะมีก็แค่เรื่องของสาริกากับลียาที่เข้ามาให้เหนื่อยหน่ายเป็นครั้งคราวซึ่งเธอชินแล้ว ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเธอพยายามไม่ปะทะกับสาลิกา และพยายามทำดีกับท่านบ่อย ๆ เพราะอย่างที่บอก หากต้องแต่งงานสร้างครอบครัวกับแฟนหนุ่มจริง ๆ ก็อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ยายลูกสะใภ้เป็นไปได้ด้วยดี แม้เธอจะถูกสาลิกาปฏิบัติไม่ดีด้วยก็ตาม“เฮ้อ..”เธอลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อนึกถึงเรื่องของสาริกา ก่อนจะสลัดความคิดออกเดินไปเปิดกระเป๋าหยิบเคสโทรศัพท์ที่แอบสั่งทำเป็นพิเศษเพื่อมอบให้แฟนหนุ่มในวันครบรบหนึ่งเดือนที่คบกันออกมาดู เคสโทรศัพท์สลักตัวอักษรเจเอ็นกับเอ็มโดยมีรูปหัวใจสีแดงคั้นตรงกลางมันย่อมาจากชื่อเขาและเธอ ของขวัญอาจไม่มีมูลค่ามาก แต่มันมีคุณค่าทางจิตใจได้แต่หวังว่าแฟนหนุ่มจะชอบเธอตั้งใจไว้ว่าจะเซอร์ไพรส์แฟนหนุ่มเย็นนี้หลังเขากลับมาจากทำงาน และเธอก็แอบหวังเช่นกันว่าเขาจะทำอะไรพิเศษ ๆ ให้บางเหมือนที่เคยเห็นหลาย ๆ คู่เขาทำกันใบหน้าเรียวเคลือบไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขเพียงคิดถึงโมเม้นต่าง ๆ ที่แฟนหนุ
ผ่านไปกว่าสี่ห้าชั่วโมงที่เมษานั่งรอแฟนหนุ่มกลับมาจนตอนนี้เวลาล่วงเลยมาสี่ทุ่มครึ่งแล้ว แต่ก็ยังไร้วี่แวว เธอยกมือถือมาดูครั้งแล้วครั้งเล่าว่าเขาจะส่งข้อความมาไหมเหมือนเช่นทุกครั้งที่เขาต้องไปไหนคนเดียวแล้วไม่ได้พาเธอไป ทว่าทุกอย่างกลับเงียบกริบเขาไปคุยธุระกับผู้ใหญ่แบบไหนกันทำไมครั้งนี้ถึงผิดปกติความสงสัยพลันผุดขึ้นในสมองอีกครั้ง เขาไปคุยธุระกับผู้ใหญ่จริง ๆ ใช่ไหมอดระแวงไม่ได้จริง ๆติ้ง ติ้ง~เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้นทำให้เมษาที่กำลังเหม่อลอยคิดฟุ้งซ่านไปต่าง ๆ นานาสะดุ้งเฮือก ก่อนจะรีบยกมือถือที่ถือค้างในมือขึ้นกดดูเพราะคิดว่าเป็นแฟนหนุ่มที่ส่งข้อความมาทว่าเธอก็ต้องผิดหวังพร้อมกับคิ้วสวยที่ขมวดมุ่นเมื่อเห็นว่าคนที่ส่งข้อความมาคือลียา ด้วยความอยากรู้เธอจึงรีบกดเข้าไปอ่านหัวใจดวงน้อยพลันเจ็บจี๊ด ขอบตาร้อนผ่าวทันใดเมื่อเห็นสิ่งที่ลียาส่งมา มันเป็นวีดีโอที่ครอบครัวของแฟนหนุ่มกับครอบครัวของลียานั่งทานอาหารและพูดคุยกันอย่างมีความสุข รวมถึงแฟนของเธอด้วยที่พูดคุยหัวเราะร่าอย่างมีความสุขต่างจากก่อนหน้านี้ที่อยู่กับเธอสิ้นเชิง และสิ่งที่ทำให้เธอเหมือนถูกลากไปตบหน้ากลางสี่
เช้านี้เมษาตื่นมาด้วยสภาพที่อ่อนล้าอย่างแรง ขอบตาบวมปูดจากการร้องไห้มาอย่างหนักเพราะเมื่อคืนเธอนอนร้องไห้จนไม่รู้เลยว่าผล็อยหลับไปตอนไหน แต่ที่แน่ ๆ เกือบเช้าเธอฝืนพาตัวเองลงจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปหาแฟนหนุ่มที่คอนโดตั้งใจจะไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง ถ้าหากรอเขากลับมาก็ไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาเมื่อไรหลังจากแต่งตัวเสร็จเธอก็คว้ากระเป๋าขึ้นสะพายไหล่ แล้วเดินออกจากห้องลงไปยังชั้นล่าง สองเท้าเล็กพลันชะงักเล็กน้อยเมื่อเดินลงมาแล้วเห็นสาริกานั่งดื่มกาแฟอยู่ในห้องโถง เธอลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะก้าวเท้าเดินต่อไป ทว่าในตอนที่กำลังจะเดินผ่านไปเสียงพูดจาเย้ยหยันจากสาริกาก็ดังขึ้น"เธอคงยังไม่รู้สินะเมษาว่าตานายกับหนูลียาตกลงคบหาดูใจกันแล้วเมื่อคืน เช้านี้ถึงยังได้ลอยหน้าลอยตาอยู่ในบ้าน"สองเท้าเล็กชะงักดังกึก ร่างกายชาวาบราวกับถูกน้ำเย็นจัดสาดใส่ และเหมือนมีมีดนับร้อยเล่มปักลงกลางอกกับประโยคที่ลอยเข้าหู ขอบตาร้อนผ่าวก่อนน้ำสีใสจะเออคลอดวงตาเธอพยายามจะสะกดกลั้นมันไว้ด้วยการจิกเล็บทั้งสองข้างลงบนอุ้งมืออย่างแรงจนเป็นแผลเลือดสีแดงค่อย ๆ ซึมออกมา ทว่านั่นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเจ็บสักนิดมันเจ็บต
"ยัง!..ยังไม่พอ" เจ้านายมองสบแววตาไหวระริกเขม็งพร้อมกับตวัดมือโอบเอวคอดรั้งร่างบางเข้าแนบชิด "ปล่อยฉัน" เมษาพยายามดีดดิ้นออกพันธนาการสุดแรงพลางใช้มือผลักไสอกแกร่ง แต่ก็ไม่เป็นผลยิ่งถูกเขากอดรัดแน่นขึ้น "ต้องให้ฉันตายเลยไหมคุณถึงจะสาแก่ใจ" เธอไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าเขายังจะต้องการอะไรอีกในเมื่อแก้แค้นสำเร็จแล้วก็ควรจะปล่อยกันไป"จะรีบตายไปไหน อยู่ให้ฉันทรมานเล่น ๆ ก่อนสิ" คำตอบจากริมฝีปากทำเธอร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม ตอนนี้เธอทั้งเจ็บทั้งนึกโกรธกับความใจร้ายของเขา จากที่ผลักไสก็รัวกำปั้นทุบตีอกแกร่งพัลวันปากก็ต่อว่าไปด้วย "ทำไมคุณได้ใจร้ายขนาดนี้ ทำคุณใจร้ายมากขนาดนี้ ปล่อยฉันไปไม่ได้รึไง แค่นี้ฉันก็เจ็บจะตายอยู่แล้ว" เจ้านายไม่ตอบกลับยกร่างบางขึ้นจนเท้าลอยจากพื้น แล้วอุ้มพาไปทุ้มบนโซฟาก่อนเขาจะตามลงไปคร่อมเอาไว้ รวบสองมือเรียวขึ้นไปกดตรึงเหนือศีรษะสายตาจับจ้องใบหน้าเรียวที่เจิ่งนองด้วยสายธารน้ำตาพร้อมกับกดเสียงเอ่ยอย่างดุดัน "ไม่ปล่อย และไม่มีวันปล่อย"เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมพอถึงเวลาจริง ๆ ถึงไม่อยากปล่อยเธอไปทั้งที่ก่อนหน้านี้ตั้งใจไว้ว่าเมื่อแก้แค้นสำเร็
@บ้านวนิชกาญจนโชติเจ้านายรีบขับรถกลับมาที่บ้านทันทีเมื่อตามหาหญิงสาวที่คอนโดไม่เจอ คิดว่าเธอน่าจะกลับมาที่บ้าน ทว่าเขาก็ต้องหัวเสียเพราะไม่เจอเธออีก ถามแม่บ้าน แม่บ้านก็บอกว่ายังไม่เห็นหญิงสาวกลับมาเลย หรือเธอจะไปหาครอบครัว คิดได้ดังนั้นก็รีบเดินไปขึ้นรถขับตรงสู่บ้านเธอด้วยความเร็วใช้เวลาเพียงสี่สิบห้านาทีก็มาถึง เขารีบลงจากรถเดินไปกดกริ่งหน้ารั้ว แต่ยืนรอจนแล้วจนเล่าก็ไม่มีใครออกมาเปิดประตูรั้วให้เหมือนทุกทีพลันนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ครอบครัวของเธอจะเดินทางไปประเทศฝรั่งเศส จำได้เธอบอกว่าทุกคนจะเดินทางสิบโมงเช้าเขารีบยกนาฬิกาขึ้นดูเวลาปรากฏว่าเป็นเวลาเก้าโมงแล้ว หัวใจดวงแกร่งกระตุกวูบโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อฉุกคิดได้ว่าเธออาจจะเดินทางไปกับครอบครัวด้วย รีบเดินกลับไปขึ้นรถมุ่งตรงสู่สนามบินด้วยความเร็ว เขาจะไม่ยอมให้เธอหนีไปแบบนี้เด็ดขาดมาถึงสนามบินเข้าก็เดินตรงไปยังเกทสำหรับผู้โดยสารที่จะเดินทางไปฝรั่งเศลทันที ระหว่างนั้นก็สอดส่องสายตามองหาเธอไปด้วยเผืื่อว่าเธอยังอยู่ด้านนอก แต่ก็ไร้วี่แวว เขารีบเดินหาเธอแข่งกับเวลาที่เดินไปเรื่อย ๆ นาฬิกาบนข้อมือบ่งบอกว่าเหลือเวลาอีกเพียงสิบนาทีเท่านั
พอเข้ามาในห้องนอนที่เขากับหญิงสาวเคยอยู่ด้วยกันมานานหลายเดือนก็ยิ่งทำให้นึกถึงเธอมากขึ้น ดวงตาคมกริบมองไปยังโต๊ะเครื่องแป้งที่ยังคงมีเครื่องสำอาง และสกินแคร์ทุกอย่างของเธอวาง ก่อนจะเลื่อนไปมองผ้าเช็ดตัวของเธอที่ยังแขวนคู่กับผ้าเช็ดตัวของเขาอยู่ที่ราว สองเท้าใหญ่เดินไปหยุดหน้าตู้เสื้อผ้า ก่อนมือหนาจะยกขึ้นเปิดดูภายในตู้ เสื้อผ้าทุกชุดของเธอยังแขวนอยู่ครบแม้กระทั่งชุดชั้นใน ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างอยู่ครบเธอคงโกรธและเกลียดเขามากสินะถึงได้รีบหนีไปโดยไม่เอาอะไรไปเลยสักอย่างเขาเค้นหัวเราะในลำคอเบา ๆ พลางเดินไปทิ้งตัวลงนั่งริมเตียงฝั่งที่เธอนอนประจำ บนปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนยังคงมีกลิ่นกายหอมหวานของเธอติดอยู่ชวนให้นึกถึงมากขึ้นกว่าเดิม ภายในห้องนอนมันเต็มไปด้วยภาพจำของเธอในอิริยาบถต่าง ๆ ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงได้เอาแต่นึกถึงเธอเขาพ่นลมหายใจออกมาด้วยความรู้สึกหงุดหงิดพร้อมกับทิ้งตัวลงนอนบนเตียงทับรอยที่อีกคนเคยนอน แล้วหลับตาลงพักผ่อนสายตา ก่อนจะผล็อยหลับไปในที่สุดรู้สึกตัวตื่นอีกทีก็ตอนที่เสียงเคาะประตูดังขึ้นตามด้วยเสียงของแม่บ้าน"คุณเจ้านายคะ คุณสาริกาให้มาตามลงไปทานข
จากวันนั้นเวลาก็ล่วงเลยมาหนึ่งเดือนเต็ม ๆ เจ้านายยังคงใช้ชีวิตวนลูปแบบเดิม เพิ่มเติมคือเป็นคนขี้เมา ตั้งแต่ที่หญิงสาวหายไปเขาก็ไปนั่งดื่มที่ผับเพื่อนชายทุกคืน และเมาหัวราน้ำกลับมาทุกครั้งพ่อแม่ห้ามและเตือนก็ไม่ฟังว่าดื่มเหล้ามาก ๆ เดี๋ยวจะตับแข็งตาย คนอย่างเขากลัวที่ไหนกันคนเราเกิดมาก็ต้องตายกันทุกคน"จะไปไหนอีกเจ้านาย" เสียงของสาริกาดังขึ้นทำให้เจ้านายที่กำลังเดินผ่านห้องนั่งเล่นไปหยุดชะงัก ก่อนจะหันไปตอบแบบส่ง ๆ "ไปหาเพื่อนครับ""ไปหาเพื่อน หรือไปดื่มเหล้ากันแน่" สาริกาเอ่ยอย่างรู้ทันเพราะบุตรชายออกไปค่ำ ๆ แบบนี้คงมีอย่างเดียวคือไปผับดื่มเหล้า เธออดเป็นห่วงไม่ได้จริง ๆ สภาพของบุตรชายในตอนนี้ดูไม่ได้เลย"ลูกเพลา ๆ บางก็ดีนะ สภาพดูไม่ได้เลย" เจ้านายในตอนนี้ดูโทรมมาก ๆ ใบหน้าอิดโรย หนวดเคราก็เริ่มขึ้น ร่างกายซูบผอมลงกว่าเดิมไม่น้อยอาจเป็นเพราะตลอดหนึ่งเดือนมานี้เขาเอาแต่ดื่มเหล้า อีกทั้งยังนอนไม่ค่อยหลับ และเวลาหลับก็หลับไม่สนิทการที่หญิงสาวหายไปมันส่งผลต่อเขาไม่น้อย เขาคิดว่าเวลาจะช่วยทำให้เลิกคิดถึงเธอ และค่อย ๆ ชินไปเองกับการไม่มีเธอ แต่ที่ไหนได้ยิ่งนานวันเขาก็ยิ่งคิดถึงและโหยห
“อ๊ะ!” เมษาหลับตาพริ้มเมื่อแก่นกายหนาค่อย ๆ สอดใส่ผ่านปากทางรัก ฝากฝังความเป็นชายของเขาเข้ามาถึงครึ่งลำอย่างรวดเร็วจากหยาดน้ำหวานเปียกชื้นที่ทำหน้าที่แทนสารหล่อลื่นลำกายหนาชำแรกผ่านม่านความเจ็บปวดที่ตอดรัดเขาอย่างบ้าคลั่ง เพียงไม่กี่วินาทีขนาดอันใหญ่โตก็ถูกโอบอุ้มด้วยความอบอุ่นจากร่างกายของหญิงสาวที่ตอนนี้ตัวสั่นเกร็งอย่างห้ามไม่อยู่“ฮึก..” เมษากัดริมฝีปาก ใบหน้าหวานเชิดขึ้นสูงเมื่อคนตัวโตทิ้งน้ำหนักลงจนร่างกายเบียดแนบกันไร้ช่องว่าง“เจ็บไหมคะ?” เจ้านายกระซิบถามเสียงต่ำขณะโน้มตัวลงจูบซับไปตามใบหน้าเรียว“เจ็บนิดหน่อยค่ะ..แต่ทนไหว” หญิงสาวตอบเสียงอ้อนอาจเป็นเพราะห่างหายมานาน และขนาดที่ใหญ่โตของชายหนุ่มเลยทำให้รู้สึกเจ็บน้อย ๆ ทว่าแม้จะเจ็บแต่เธอก็ไม่อยากให้เขาแยกจากเลยแม้แต่วินาทีเดียว สองมือเรียวจิกผ้าปูที่นอนระบายความเจ็บที่เคล้าระคนไปกับความเสียวซ่านจนแทบจะแยกไม่ออก เสียงลมหายใจหนัก ๆ ที่ข้างใบหูทำให้เลือดในกายของเธอสูบฉีด ในที่สุดเธอก็ปรับตัวได้ “พี่จะขยับแล้วนะ” เจ้านายกระซิบ สอดผสานฝ่ามือของเขาและเธอเข้าด้วยกัน กดลงที่เหนือศีรษะเล็กแล้วเริ่มขยับ ในจังหวะแรกเนิบนาบและมั่นคง
@โรงแรมภายในห้องทรงสี่เหลี่ยมที่ถูกเปิดไฟดาวน์ไลท์หน้าห้องน้ำเอาไว้ ให้ความสว่างเพียงสลัว ๆ เท่านั้น กลิ่นอโรม่าลอยจาง ๆ ในอากาศทำให้บรรยากาศโรแมนติกไม่น้อย เดินมาถึงห้องนอนเมษาก็อดหัวใจเต้นแรงไม่ได้เมื่อเห็นบนเตียงนอนสีขาวที่โรยด้วยกลีบกุหลาบสีแดงเป็นรูปหัวใจตรงกลางถูกโรยเป็นตัวอักษรคำว่า 'พี่นายรักน้องเมย์'ตรงปลายเตียงมีผ้าขนหนูที่ถูกทำเป็นรูปหงส์สองตัวหันหน้าเข้าหากันมันเหมือนเตียงสำหรับคู่บ่าวสาวชัด ๆ สมองพานก่อเกิดภาพแสนลามกขึ้นมา"ชอบไหมครับ" เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกคนตัวโตสอดแขนเข้ามาโอบกอดเอวคอดจากด้านหลังพร้อมกับน้ำเสียงสุดเซ็กซี่ที่ดังชิดกกหูตามมาด้วยลมหายใจร้อนผะผ่าวทำขนกายเธอลุกซู่ ในท้องรู้สึกปั่นป่วนแปลก ๆ"ชอบค่ะ เหมือนเตียงในเรือนหอบ่าวสาวเลย" ใบหน้าเรียวที่เคลือบด้วยรอยยิ้มแสนหวานเอียงขึ้นมองสบสายตาร่างสูงด้านหลัง"งั้นเรามาเข้าหอกันไหมครับ" ได้ทีเจ้านายก็ชวนทำเรื่องอย่างว่าทั้งที่สัญญาดิบดีว่าแค่นอนกอดเฉย ๆ เอาจริง ๆ ที่พูดแบบนั้นเขาก็แค่หลอล่อคนตัวเล็กเขาของขาดมาตั้งไม่รู้กี่เดือนจะให้ทนไหวได้อย่างไรกัน แน่นอนว่าเมษาเองรู้ทันคนตัวโตอย่างที่รู้ ๆ กันดีทั้งเธอแล
หลังจากคืนดีกันสิ่งแรกที่เจ้านายทำคือพาหญิงสาวไปเดท เขาเลือกร้านอาหารที่เป็นร้านโปรดของเธอ เขาอยากให้เธอประทับใจที่สุดกับการกลับมาเริ่มต้นใหม่เพราะที่ผ่านมาการเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาไม่ดีเท่าไรนัก ไม่ใช่สิต้องเรียกว่าไม่ดีมาก ๆ..แต่นี่สินะที่คนโบร่ำโบราณกล่าวไว้ว่าเกลียดสิ่งไหนมักได้สิ่งนั้นวันนี้เขากล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำว่ารักผู้หญิงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามสุดหัวใจ รักแบบไม่คิดว่าจะรักได้มากขนาดนี้"อย่ามองแบบนี้สิคะ เมย์เขินนะ" เมษาที่ถูกชายหนุ่มจ้องมองแทบจะกลืนกินถึงกับหน้าแดงระเรื่อออกอาการเขินจนเก็บไม่อยู่ บ่อยครั้งที่ถูกเขามองด้วยสายตาแบบนี้แต่อย่างที่บอกว่าเธอก็ไม่เคยต้านทานมันได้สักทียิ่งหลังจากกลับมาคืนดีกันเขาก็ใช้สายตาแบบนี้แทบทุกวันแทบทุกเวลาที่อยู่ด้วยกัน แค่นั้นไม่พอเขายังติดสกินชิพเธอชนิดที่ว่าเหมือนกาวตราช้างก็ไม่ปราน วันแรกที่ตกลงคืนดีกันเขาก็ไปแสดงตัวว่าเป็นแฟนเธอที่มหาวิทยาลัยโดยเฉพาะกับเพื่อนร่วมห้องที่แอบชอบเธอกะว่าจะไม่ให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้เธอเลยสิ แต่บอกตามตรงว่าแทนที่จะไม่พอใจเธอกับรู้สึกดีด้วยซ้ำที่เขาแสดงความหึงหวงออกมา และกล้าจะเป
วันต่อมา.."อรุณสวัสดิ์ครับน้องเมย์"เสียงทักทายดังขึ้นเหนือศีรษะทำเมษาที่กำลังลืมตาตื่นถึงกับตาเบิกโพลงอาการง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง เธอดีดตัวลุกขี้นนั่งอัตโนมัติเมื่อเงยขึ้นเห็นคนตัวโตนั่งพิงหัวเตียง และกำลังจับจ้องมาที่เธอ สองคิ้วสวยขมวดมุ่นจำได้ว่าเมื่อคืนเธอนั่งทำรายงานจนดึกจึงเข้านอน โดยตอนที่เธอเข้านอนชายหนุ่มยังฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะ แต่ไหง่เช้านี้ตื่นมาเขาถึงอยู่บนเตียงได้ แล้วเขาขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไร"คุณขึ้นมาบนเตียงตั้งแต่เมื่อไร" ไม่ปล่อยให้ตัวเองสงสัยเปล่งเสียงถามตรง ๆ "ราวตีสองได้แล้วครับ นอนตรงนั้นแล้วปวดเมื่อยไปทั้งตัวพี่เลยมานอนบนเตียง" เจ้านายเอ่ยเสียงอ่อนพลางส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้หญิงสาวด้วยกลัวว่าเธอจะโกรธ ที่เขาพูดไปไม่ใช่คำแก้ตัว แต่รู้สึกปวดหลังปวดขาจริง ๆ จึงมานอนที่เตียงกับเธออย่างถือวิสาสะใบหน้าแสดงออกอย่างชัดเจนว่ากลัวเธอโกรธ ทว่าเมษากลับแอบอมยิ้ม ในสายตาเขาเธอดุมากเลยหรือถึงให้ออกอาการขนาดนี้ เจ้านายคนใจร้ายหายไปไหนเสียแล้ว เธออยากจะหัวเราะออกมา แต่ก็ต้องกลั้นเอาไว้"ฉันเข้าใจ คนแก่ก็แบบนี้แหละปวดหลังปวดนู่นปวดนี่ป็นธรรมดาจะไม่ถือโทษแล้วกัน" เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ซี๊ดด.."เจ้านายซูดปากออกมาเบา ๆ ในตอนที่กำลังหยัดกายลุกขึ้นยืน มือกอบกุมหน้าท้องแกร่งเอาไว้ ใบหน้าเหยเกคล้ายคนกำลังเจ็บปวด เมษาเห็นก็อดสงสัยไม่ได้ "คุณเป็นอะไร""พี่รู้สึกปวดท้องนิดหน่อยครับ"พอฟังคำตอบเธอก็เดาได้ทันทีว่าที่ชายหนุ่มปวดท้องน่าจะเพราะทานอาหารที่เธอทำมากเกินไป สิ่งที่แอบกังวลก็เป็นจริงถึงเธอจะตั้งใจแกล้ง แต่ก็ไม่ได้อยากให้เขาถึงขั้นเจ็บตัว"ไปหาหมอไหม" ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ทว่าคนตัวโตกลับส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมกับเดินกอบกุมท้องออกไปยังห้องโถงเดินมาหย่อนก้นนั่งที่โซฟาโดยมีเมษาเดินตามมาติด ๆ ด้วยรู้สึกเป็นห่วงต่อให้เขาบอกว่าปวดท้องนิดหน่อยก็ตาม"แน่ใจจริง ๆ นะว่าจะไม่ไปหาหมอ" เดินเข้าไปหย่อนก้นนั่งข้าง ๆ แล้วถามย้ำอีกครั้ง "ฉันว่าไปหาหมอดีกว่า"ใบหน้าเรียวและดวงตากลมแสดงออกถึงความเป็นห่วงเป็นใยอย่างปิดไม่มิดเจ้านายเห็นก็แอบหัวใจพองโตถือว่าที่เขาทนทานอาหารรสชาติแย่จนเกลี้ยงไม่เสียเปล่าอย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่าหญิงสาวยังมีความรู้สึกต่อเขาไม่มากก็น้อยไม่อย่างนั้นคงไม่มีท่าทีเป็นห่วงแบบนี้"แน่ใจครับ ไม่ได้เจ็บมากเดี๋ยวก็คงหายไปเอง" เขาระบายยิ้มออกมาบาง ๆ สายตาจ้องมองใ
เจ้านายเดินไปหย่อนก้นนั่งที่โซฟาในห้องโถง ขณะที่เมษาเดินขึ้นไปยังห้องนอนเพื่อเอาของไว้ แล้วลงมายังชั้นล่างอีกครั้ง"ฉันจะไปทำกับข้าว คุณนั่งรอก่อน" บอกกล่าวกับร่างสูงที่นั่งบนโซฟาแล้วเดินเข้าไปในครัว แต่เมื่อมาถึงเธอกลับบอกให้แม่บ้านทำเมนูต่างให้ สวนปรุงรสเธอจะเป็นคนปรุงเองสั่งเสร็จก็นั่งบนเก้าอี้แถวนั้นรอแม่บ้านทำอาหาร แม่บ้านห้าคนเร่งทำเมนูอาหารที่หญิงสาวสั่งพัลวัน ใช้เวลาราวยี่สิบนาทีก็เสร็จเหลือเพียงให้คนเป็นเจ้านายมาปรุงรส"มาปรุงรสได้เลยค่ะคุณหนู" แม่บ้านคนหนึ่งบอกกล่าว เมษาจึงลุกเดินไปยื่นหน้าเตาที่วางเรียงกันสี่อัน ก่อนจะยื่นมือไปหยิบขวดน้ำส้มสายชูมาบีบใส่ผัดผักรวมในกระทะ ตามด้วยหม้อแกงอีกสามหม้อ จากนั้นก็หยิบขวดเกลือมาเปิดฝาเหยาะใส่ต่อสร้างความงุนงงให้เหล่าแม่บ้านที่ยืนมองอยู่ด้านหลังไม่น้อย ต่างพากันมองหน้าไปมาเพราะจะทักท้วงก็ไม่กล้าเมษยกยิ้มร้ายมุมปากพลางไล่สายตามองกับข้าวบนเตา เธอใช้แค่น้ำส้มสายชูกับเกลือปรุงรสด้วยนึกหมั่นไส้คนตัวโตจึงอยากแกล้งเขา ดูสิยังจะบอกว่าได้ทานข้าวกับคนที่รักอร่อยอยู่ไหม"เสร็จแล้วจัดโต๊ะได้เลยนะคะ แล้วก็ทอดไข่เจียวให้เมย์สักสองฟองด้วยนะคะ" เธอ
แป๊บเดียวเวลาก็ผ่านมาสามเดือนเต็มแล้วที่เจ้านายตามง้อเมษา และเหมือนความพยายามของเขาจะออกผลบ้างแล้วเพราะเธอดูอ่อนลง ยอมรับอะไร ๆ ที่เขาคอยทำให้บ้างแม้จะไม่ทุกอย่างก็ตามเจ้านายมารอรับหญิงสาวเหมือนเช่นทุกวัน ที่แตกต่างไปคงเป็นกุหลาบสีแดงช่อโตที่วางบนเบาะข้างคนขับ เขาขับรถผ่านร้านดอกไม้แล้วนึกถึงเธอจึงตั้งใจซื้อมาให้ ได้แต่หวังว่าเธอจะชอบ และไม่โยนทิ้งถังขยะเขานั่งรอในรถจนเห็นเธอเดินมาจึงเปิดประตูลงจากรถ เดินอ้อมไปเปิดประตูฝั่งข้างคนขับรอ"เชิญครับคุณผู้หญิง" เธอเดินมาถึงก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานพลางโน้มตัวผายมือเชื้อเชิญขึ้นรถ"ขอบคุณ" เมษาเอ่ยตามมารยาท ในวินาทีที่กำลังจะก้าวขึ้นไปนั่งบนรถแล้วเห็นช่อดอกไม้วางอยู่บนเบาะเธอก็ต้องชะงักสองคิ้วขมวดมุ่น ก่อนจะหันไปมองร่างสูงที่ยืนยิ้มแฉ่งเชิงตั้งคำถาม"ชอบไหมครับ พี่เห็นมันสวยดีเลยนึกถึงน้องเมย์" เจ้านายบอกกล่าวพลางมองช่อดอกไม้สลับกับใบหน้าแสนสวย "พี่ตั้งใจซื้อมาให้เลยนะครับ"เมษาไม่ได้พูดอะไรอีก ยื่นมือไปหยิบช่อดอกไม้มาถือไว้แล้วก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ ก่อนจะวางช่อดอกไม้บนตักเจ้านายเห็นแบบนั้นก็ใจชื่นหน่อยเพราะแอบลุ้นอย่างหนักว่าเธอจะรับไหม หรือร
เมษารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาหลังจากนอนหลับเต็มอิ่มแล้ว สองคิ้วสวยพลันขมวดมุ่นเข้าหากันเมื่อปรือตาขึ้นพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ในอ้อมกอดคนตัวโตหนำซ้ำเธอยังกอดเขาอยู่เช่นกัน ใบหน้าชิดใกล้กับแผงอกแกร่งที่หลบซ่อนภายใต้เสื้อยืดสีดำจนได้ยินเสียงเต้นของหัวใจอีกฝ่าย และได้กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขา เธอเผลอสูดดมเข้าปอดพรืดใหญ่ ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างเพียงนิด มือยกขึ้นสัมผัสบนแก้มเกลี้ยงเกลาเบา ๆ นานแล้วสินะที่เธอไม่ได้มอง และได้อยู่ใกล้ ๆ เขาแบบนี้อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้จริง ๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอโคตรคิดถึงและโหยหาเขาเลย แต่ก็ทำได้แค่อดทนอดกลั้นความรู้สึกเอาไว้แม้เขาทำเธอเจ็บ แต่เธอก็ยังรู้สึกดีเวลาที่ได้รับความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้เพราะเขาเป็นคนที่เข้ามาเติมเต็มความรักความอบอุ่นที่ขาดหายจากผู้เป็นพ่อให้กับเธอภายนอกเธอแสดงออกไปเหมือนยังโกรธเขาอยู่ ทว่าจริง ๆ หัวใจของเธอมันอ่อนไหวไปแล้วเพียงแค่พยายามฝืนตัวเองไว้เท่านั้นเธอลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ สายตายังคงจับจ้องใบหน้าคมคายไม่วาง เนิ่นนานหลายนาทีก่อนจะหลับตาลงพร้อมกับซุกหน้าเข้าหาอกแกร่งใช้โอกาสที่คนตัวโตหลับซึมซับความอบอุ่นที่โหย
@ร้านอาหารครึ่งชั่วโมงต่อมาเมษาก็ต้องมานั่งหน้าบูดบึ้งอยู่ที่ร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งแทนที่จะได้กลับบ้านก็เพราะคนหน้ามึนอย่างชายหนุ่มพามาน่ะสิทั้งที่เธอบอกแล้วว่าไม่หิวไม่อยากกิน แต่เขาก็ไม่ฟังพามาจนได้เธอนั่งกอดอกมองอาหารมากกว่าห้าอย่างด้วยแววตาขุ่นเคือง ซึ่งทุกอย่างล้วนเป็นเมนูโปรดเธอทั้งนั้นถามว่าใครสั่งก็คนที่พามานั่นแหละ คิดว่าแค่จำเมนูอาหารทุกอย่างที่เธอชอบทานได้จะทำให้เธอใจอ่อนงั้นหรือบอกเลยไม่มีทาง"พี่สั่งของโปรดน้องเมย์ทั้งนั้นเลยนะครับ ทานสิ" เจ้านายเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อเห็นคนตัวเล็กเอาแต่นั่งทำหน้าคว่ำ มือกอดอก สายตามองมาอย่างไม่พอใจราวกับเด็กน้อย"ก็บอกแล้วไงว่าไม่หิว อยากกินก็กินไปคนเดียวสิ" เมษาตอบเสียงขุ่นพลางสะบัดหน้าหนีไปทางอื่นไม่อยากจะมองหน้าคนใจร้าย"ไม่หิวจริง ๆ เหรอครับ ของโปรดน้องทั้งนั้นเลยนะ" ไม่ว่าเปล่าเจ้านายยังยกจานปูผัดผงกะหรี่ไปใกล้ใบหน้าเรียวยั่วความอยากของเธอด้วยกลิ่นหอม ๆกลิ่นหอมของผงกะหรี่ลอยอบอวลแตะจมูกทำเมษาลอบกลืนน้ำลายลงคอดังอึก จากที่หิวอยู่แล้วก็ยิ่งหิวเข้าไปอีก ทว่าเธอยังคงเก็บอาการได้ดี"ก็บอกว่าไม่หิวไง" หันกลับมามองคนตัวโตตาขวา