“รีบตามเร็ว”เทียนเหวินขยับตัวหายวับไปก่อนที่ห้าวอี้จะบอกเสียอีกชายหนุ่มทั้งสามยังไม่อาจเข้ามาได้เพราะคนของจวนทั้งสองยังแอบฟังเสียงนายตนอยู่หน้าห้องพักหนึ่งก่อนจากไป หากมีการต่อสู้หรือเสียงประหลาดคนพวกนั้นอาจเข้ามาช่วยนายน้อยของพวกเขา ผู้เป็นขุนพลสวรรค์ไม่ต้องการให้มนุษย์ต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องของเซียนเพิ่มอีก เพียงเมิ่งจือหยวนตายไปคนหนึ่งก็มากเพียงพอแล้วไม่คิดว่าผู้ที่อยู่ในห้องหอจะเป็นเสี่ยวเหลียนที่ฝีมือยังอ่อนหัดและปราณไม่แข็งแรงพอจะจัดการกับเฉิงเคอได้ทั้งสามรีบรุดตามอีกฝ่ายไปโดยเร็ว กระดิ่งที่ห้าวอี้พกติดตัวบ่งบอกทิศทางให้พวกเขาตามไปได้ถูกต้อง ที่สำคัญเฉิงเคอไม่มีทางเล็ดลอดสายตาของเล่าทหารสวรรค์ที่รายล้อมเมืองนี้ไว้อย่างแน่นอนหลี่ไห่ฉินพุ่งไปด้านหน้าเร็วขึ้นทันทีที่เห็นด้านหลังของเฉิงเคอ ทั้งยังยกมือขึ้นร่ายเวทจะปล่อยพลังเข้าใส่ ทว่าเทียนเหวินจับมือเอาไว้ก่อน“ยั้งข้าไว้ทำไม”“เสี่ยวเหลียนอยู่ในมือเขา ท่านก็เห็นแล้ว”“หากไม่รีบจัดการเสียตอนนี้ เฉิงเคอก็ยิ่งหนีไปไกล”“แต่...”“พวกท่านหยุดเถียงกันสักที เร่งตามเฉิงเคอเร็ว เขาหนียังไปหุบเขาเบื้องหน้าแล้ว คงตั้งใจหนีเข้าป่าเพราะเรา
“พวกท่านอย่าได้กังวลเลย ข้าเป็นเพียงภูตต่ำต้อย...”“เจ้าเงียบไปเถิดน่า”เทียนเหวินดุเซียนดอกบัวอีกแล้ว เขาไม่ชอบเลยที่นางบอกว่าตนต้อยต่ำราวไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง ทั้งที่เขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อช่วยชีวิตนาง ทำราวสิ่งที่เขาทำไปไม่มีคุณค่าใด“หึ นางดูไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว เช่นนั้นก็จบชีวิตไปเลยก็แล้วกัน”“อย่า!”“หยุดนะ!”เสียงเทียนเหวินดังขึ้นพร้อมห้าวอี้ เห็นชัดว่ามือหนาที่คอของเสี่ยวเหลียนออกแรงบีบ ใบหน้าซีดของหญิงสาวแดงขึ้นส่วนหลี่ไห่ฉินเห็นว่าเฉิงเคอกำลังสะใจ และพอใจกับสีหน้าตกใจของทายาทสวรรค์รวมทั้งห้าวอี้ โดยละสายตาจากตน เขายืนเยื้องมาทางด้านข้าง ซึ่งแขนของเฉิงเคอโอบกายเซียนดอกบัวเพื่อบีบคอ คิดว่าคงไม่ทันสังเกต จึงฉวยโอกาสซัดพลังใส่อีกฝ่ายตั้งใจให้ถูกด้านข้างทว่าเฉิงเคอรับรู้จากปลายหางตาจึงหันมองแล้วเห็นว่าผู้เป็นศิษย์พี่โจมตีตน เขาผลักร่างเล็กของหญิงสาวเข้าไปปะทะกับพลังของหลี่ไห่ฉินแทนตนทันทีร่างบอบบางถลาไปเผชิญกับพลังทำลายรุนแรงของหลี่ไห่ฉินจนกระอักเลือด“อึก”“เสี่ยวเหลียน!”เทียนเหวินพุ่งกายเข้ามาหาร่างเล็กที่ผงะหงายหลัง ดวงตาคู่กลมโตยังมองเขา ทว่าเพียงชั่วอึดใจเพราะเสียงตะโ
“ท่านบอกว่าเสี่ยวเหลียน...”หลินเฟยพึมพำเสียงเบาพร้อมสีหน้าเจ็บปวด ก้าวถอยหลังพลางโซเซนั่งลงบนเก้าอี้ราวขาอ่อนแรง น้ำตาค่อยๆ เอ่อล้นก่อนจะไหลรินอาบแก้ม ความเสียใจถาโถมเข้าใส่ นางไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้เลย สำหรับนางแล้วเสี่ยวเหลียนจะอยู่ด้วยกันไปจนแก่เท่าหลายหมื่นปี“โธ่...เสี่ยวเหลียน เป็นข้าเองที่ผิด”หากไม่เพราะตนดื้อดึงอยากพิสูจน์ความสามารถตัวเอง ต้องการให้เทียนเหวินหันมามอง เสี่ยวเหลียนก็คงจะไม่ทำเช่นนี้ อีกฝ่ายต้องการปกป้องตนจากภัยอันตรายจึงต้องลงเอยเช่นนี้“ท่านเองก็ไม่น่าปล่อยให้นางปลอมตัวแทนเลย”นางอดตำหนิศิษย์พี่ของตนไม่ได้ อีกฝ่ายเก่งกาจมีฝีมือ แต่กลับปล่อยผู้ที่อ่อนแอกว่าให้แบกรับเรื่องเสี่ยงอันตราย“เจ้ามาโทษข้าได้อย่างไร นางมั่นใจนักหนาว่าจัดการได้ และหากไม่ใช่เจ้าเสนอตัวก่อน ทำให้นางเป็นห่วง ข้าย่อมปลอมเป็นอู๋ชิวอิ่งตามที่คุยกันไว้แต่แรกอยู่แล้ว ข้าไม่ได้บังคับใคร ทั้งเจ้าทั้งนาง พวกเจ้าสองคนเองต่างหากที่อาสาทำแทนข้า”เจียอินไม่พอใจที่ถูกดึงไปเกี่ยวด้วย“เรื่องอันตรายและเป็นเรื่องใหญ่ ไยพวกเจ้าโยนกันไปมาเป็นของเล่นเช่นนี้”ขุนพลสวรรค์ตำหนิ เมื่อได้ฟังสองสาวคุยกันแล้วรู้ว่า
ย้อนกลับไปในนับแต่ครั้งบรรพกาลเหล่ามหาเทพต่างทำหน้าที่ตนเองดูแลปกป้องโลกหล้า สมัครสมานสามัคคี ไม่มีแบ่งฝักแบ่งฝ่ายชั่วดี ต่างเคารพซึ่งกันและกัน ร่วมแรงร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียวในยามต้องเผชิญมหัตภัยร้าย และหนึ่งแสนปีมานี้ดินแดนเทพสงบสุข สรรพชีวิตในทุกดินแดนต่างอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขไม่มีทุกข์ภัยร้ายใดกล้ำกลาย บรรดาเทพผู้สูงศักดิ์ต่างสังสรรค์รื่นเริงบ่อยครั้งในวันนี้ทั่วตำหนักจันทราประดับประดาอย่างงดงาม ทั้งโคมไฟสว่างไสว ผ้าสีทองสีแดงรวมถึงดอกไม้ตกแต่งบานสะพรั่ง ด้วยเป็นวันแต่งงานของเทพธิดาจันทรากับท่านชายสามแห่งสวรรค์ บุตรชายของมหาเทพเกาอวี้ผู้เป็นประมุขเทพครองสวรรค์ในช่วงเวลานี้โดยจะมีมหาเทพทั้งสาม เกาอวี้ปฐพีเทพ เจี้ยนคังเทพราวี จิ่งหลงเทพราตรี สลับกันเป็นประมุขครองดินแดนสวรรค์ห้าแสนปีท่านชายสามซีอวิ๋นเทพฤดูกาลก้าวเดินเคียงข้างเทพจันทราผิงเชี่ยน ทั้งสองแต่งชุดสีขาวและทองอร่าม ใบหน้าแช่มชื่นด้วยความสุข ขณะเทพธิดาบุปผาบันดาลบุปผาโปรยปรายอวยพรให้ชีวิตคู่ของคนทั้งคู่ราบรื่นสดชื่น หอมรื่นรมย์เช่นดอกไม้สวรรค์บรรดาเทพบุตรเทพธิดาในดินแดนสวรรค์ต่างร่วมยินดีในงานนี้ นับเป็นงานแต่งที่เหมาะสม
“ข้ารอเวลานี้มานานเหลือเกินผิงเชี่ยน”ซีอวิ๋นพึมพำชิดกลีบปากสีหวาน ผิงเชี่ยนเพียงยิ้มเขินอาย แก้มแดงสุกปลั่ง แขนเรียวโอบกอดลำคอหนาเมื่อชายหนุ่มช้อนอุ้มตนพาไปยังเตียงนอนแน่นอนว่าผิงเชี่ยนเองก็รอวันแห่งความสุขนี้ไม่ต่างจากชายหนุ่ม ทว่าจิตใจหวั่นไหวด้วยความตื่นเต้นทั้งยังหวาดหวั่นกับสิ่งที่กำลังจะพานพบ เพียงจุมพิตใจก็เต้นโลดแรง หากเดินหน้าไปไกลกว่านี้นางจะเป็นเช่นไรมือหนาลูบไล้แก้มนุ่ม รับรู้ได้ว่าคนตัวเล็กตัวสั่นนิดๆ พลางส่งยิ้มอ่อนโยนให้กำลังใจ“ไม่ต้องกังวลไป เจ้ากับข้าจะก้าวข้ามดินแดนสุนทรียแห่งอารมณ์ไปด้วยกัน”ผิงเชี่ยนรู้สึกว่าใบหน้าตนนั้นร้อนผ่าวทีเดียว ยิ่งสบดวงคู่คมเข้มที่เต็มไปด้วยแววแห่งปรารถนาแล้วนางยิ่งหายใจติดขัด“ท่านไม่กังวลหรือ”เมื่อถูกตามตรงซีอวิ๋นก็ลังเลชั่วอึดอัด รู้สึกเหมือนบางอย่างติดขัดในลำคอจนต้องกระแอมกระไอ“เอ่อ อืม ข้าไม่รู้สึกเช่นนั้น”พลางตอบใบหน้าขาวคมก็ขยับมาชิดดวงหน้าสวย“เพียงแต่ตื่นเต้นอยู่บ้าง เพราะข้ากำลังจะสัมผัสเจ้าด้วยรักเป็นครั้งแรก”เทพฤดูกาลค่อนข้างสันโดษ ด้วยฐานะท่านชายสวรรค์ย่อมมีเทพธิดาสนใจมากมาย และพร้อมถวายงานรับใช้ใกล้ชิด ทว่าเขาไม่เคยหลง
“อื้อ”ผิงเชี่ยนรู้สึกราวร่างกายของนางพร่าพรายระยิบระยับจากกลางร่างจรดปลายเท้าเลยทีเดียว“ภรรยาที่รักของข้า เจ้าหวานฉ่ำยิ่งนัก”ซีอวิ๋นเอ่ยเสียงต่ำพร่า ทำเอาหญิงสาวหัวใจเต้นโลดแรงหากก็ขัดเขินระคนกันร่างสูงใหญ่ขยับขึ้นมาจูบเม้มกลีบปากหวาน ส่งมอบน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ให้เจ้าตัวได้ลิ้มลอง ผิงเชี่ยนหน้าร้อนวูบ ทว่าไม่มีเวลาคิดสิ่งใดมากนักด้วยเรือนกายใหญ่เบียดชิดกายตนโดยปราศจากเสื้อผ้าติดกายกล้ามเนื้อแน่นตึงบดเร่าเสียดสีผิวเนียน ความเร่าร้อนแล่นริ้วมาตามอณูขุมขน กระแสสยิววิบวับกลับมาแม้เพียงร่างกายชิดใกล้ ผิงเชี่ยนกัดริมฝีปากขณะปากอุ่นไล่จูบไปจนถึงใบหูขบเม้มหยอกเย้า มือหนาวนเวียนกุมกระชับอกอวบ มืออีกข้างไล้ลงมายังดอกไม้งามซุกซ่อนล้ำลึก ปลุกอารมณ์ที่ยังคุกรุ่นของหญิงสาวให้ลุกโพลงมากยิ่งขึ้นผิงเชี่ยนผ่อนลมหายใจยาว พยายามหายใจให้ทันเพื่อรอรับการปลุกปั่นจากปลายนิ้วแกร่งบดเร้า ทว่าก็ไม่อาจทนสะกดเสียงของตนเอาไว้ได้ ร่างอรชรสะท้อนไปตามสัมผัสเบียดเน้นบนเกสรบอบบางและแล้วก็ต้องผวากายสั่นระรัว ไปถึงความสุขสมซ้ำอีกครั้งอย่างกะทันหันเรือนร่างงดงามที่ระทดระทวยต่อหน้ายิ่งทำให้ร่างกายเครียดขมึงแข็งกร้าวอ
“แต่งงานแล้ว ข้าไม่เห็นหน้าเห็นตาเจ้าเลยน้องสาม”ซีอู๋เอ่ยทักทายน้องชายที่มาเข้าเฝ้าบิดามารดาตามบัญชาของประมุขสวรรค์ซึ่งต้องการให้ท่านชายทั้งสามมาพบ“ไม่เห็นหน้าสิถูกแล้ว น้องสามแต่งงานแล้ว จะให้ร่ำสุราชมจันทร์ในสวนดอกท้อกับเจ้าบ่อยๆ เช่นเมื่อก่อนย่อมไม่ได้แล้วน้องรอง”ซีเหอแย้งแทนน้องสามพลางยิ้มในหน้าผู้ถูกทักเพียงยิ้มรับ หากมีทีท่าเขินอายคงได้ถูกล้อมากขึ้นไปอีก เขารู้ทันพี่ชายจึงวางสีหน้าให้นิ่งเข้าไว้ทั้งสามพบกันหน้าตำหนักสวรรค์ก่อนเข้าไปด้านในพร้อมกัน“ท่านพ่อ ท่านแม่”ท่านชายทั้งสามก้มศีรษะคำนับบิดามารดาอย่างนอบน้อม ทว่าสีหน้าของพวกท่านดูวิตกกังวลชัดเจน“มีสิ่งใดให้ท่านพ่อท่านแม่ต้องกังวลหรือ สีหน้าพวกท่านไม่ดีเลย”เทพสายฟ้าซีเหอเป็นผู้ถามด้วยตนอาวุโสกว่าน้องทั้งสอง“ครั้งก่อนที่ซีอวิ๋นกับเจ้าต้องไปกำจัดพลังประหลาดที่ทำให้ฤดูกาลในโลกมนุษย์ผันแปร ทั้งหนาวจัดมีพายุหิมะสลับกับฝนตกหนักนานหลายวัน ในครั้งนี้เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นในดินแดนจิ้งจอกกับบาดาล”ประมุขสวรรค์เกาอวี้บอกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“ตอนนี้น้ำจากดินแดนบาดาลไหลบ่าท่วมดินแดนจิ้งจอก เพราะอยู่ๆ ก็เกิดพายุฝนกระหน่ำติดกันไม่หย
‘เพื่อความสงบสุขของทั้งพิภพนี้’คำย้ำของบิดาทำให้ซีอวิ๋นสีหน้าเครียดขรึมกระทั่งกลับมายังตำหนักจันทรา ก่อนหน้านี้ตำหนักของท่านชายสวรรค์ทั้งสามอยู่ร่วมกัน ด้วยยังไม่มีผู้ใดแยกย้ายออกไปกระทั่งซีอวิ๋นแต่งงาน ประมุขสวรรค์จะสร้างตำหนักใหม่ให้บุตรชายคนเล็ก ทว่ามหาเทพจิ่งหลงเสนอตัวเป็นผู้สร้างตำหนักให้กับศิษย์เอกเป็นของขวัญแต่งงาน ด้วยอยากให้นางมีทรัพย์สมบัติเป็นของตนเอง‘อย่างน้อยผู้อื่นจะได้ไม่ติฉินนินทาว่าผิงเชี่ยนไม่มีสิ่งใดติดตัว เพราะทุกอย่างเป็นของสามีนาง’เมื่อเทพราตรีมีเจตจำนงเช่นนี้ ประมุขสวรรค์จึงไม่ขัดร่างสูงใหญ่ก้าวไปยังศาลาริมสระบัว รู้ว่าในเวลาเช่นนี้ภรรยาของตนมักอยู่ที่นี่ แล้วก็ได้ยินเสียงพิณแว่วมา ริมฝีปากได้รูประบายยิ้ม เขาชอบฟังเสียงบรรเลงพิณของผิงเชี่ยน นับแต่ยังไม่แต่งงานก็มักจะได้ฟังในยามเทพราตรีจัดงานเลี้ยงเสมอชายหนุ่มหยุดยืนฟังท่วงทำนองอ่อนหวานบ่งบอกว่าผู้บรรเลงกำลังมีความสุขแล้วก็ต้องถอนหายใจยาว ความคิดยังวนเวียนอยู่กับพลังเงาราหูที่ต้องรีบจัดการ ท่านพ่อสั่งให้ตนกับพี่ชายทั้งสองคนเดินทางไปดินแดนบาดาลกับจิ้งจอก ในตอนนี้ซีเหอกับซีอู๋นำทางไปก่อนแล้วแรกทีเดียวนั้นท่านพ
ต่างฝ่ายต่างแตะต้องกันและกัน มือกระด้างบีบนวดผิวบางในทุกสัดส่วน มือนุ่มก็เคล้นไปตามกล้ามแน่น ทั้งแขนกำยำ แผงอกกว้าง หน้าท้องแกร่ง รวมถึงต้นขาชายหนุ่มที่แข็งแรงชวนให้ต้องกลืนน้ำลาย ยิ่งยามที่มืออุ่นทาบทับแนบดอกไม้แสนงาม หญิงสาวก็เกาะกุมตัวตนแกร่งร้อนไว้ในมือตนเช่นกันสองหนุ่มสาวแบ่งปันห้วงอารมณ์วาบหวาม เร่งเร้านำพาให้ร่างกายทั้งคู่ค่อยๆ พลุ่งพล่านขึ้น ตาสบตา ขณะที่ต่างก็หอบหนัก เอินเอินรู้สึกได้ว่ามือตนแทบไหม้ทีเดียว อึดใจต่อมาร่างสูงใหญ่จึงขยับมาชิดบดเบียดเรือนกายเสียดสีเร้าใจเปลือกตาบางปิดลงพร้อมครางเสียงหวานข้างใบหูชายหนุ่ม สองแขนเรียวกอดร่างหนา กางกรงเล็บเล็กเกาะเกี่ยวข่วนบางเบาบนแผ่นหลังอีกฝ่าย ทั้งฟันเล็กยังกัดใบหูชายหนุ่มยั่วเย้า“อา คนดีของข้า เจ้าทำให้ข้าร้อนยิ่งกว่าร้อนแล้วในตอนนี้”เทียนเหวินเสียวสยิวไปทั้งกาย เพราะร่างที่แนบชนิดทั้งหอมกรุ่นและนุ่มนิ่ม ทั้งเจ้าตัวยังรู้ดีว่าต้องปลุกเร้าตนเช่นไร นานวันที่ได้ร่วมรัก เอินเอินสั่งสมประสบการณ์มาอย่างโชกโชน เขากระตุ้นนาง นางก็กระตุ้นกลับไม่แพ้กัน หากนั่นก็ทำให้ชายหนุ่มยิ่งพอใจในคนรักของตน เพราะหญิงสาวเร่าร้อนได้ถึงเพียงนี้ก็เพื่อ
ณ ศาลาริมสระน้ำตำหนักเทียนหลันอีกหมื่นปีต่อมาปลายนิ้วเรียวงามกรีดไปตามเส้นสายบรรเลงพิณตามที่ผู้เป็นเจ้าของตำหนักชี้แนะอย่างช้าๆ ด้วยความตั้งใจ ดวงหน้างามมีความจริงจังจนคิ้วขมวดมุ่น ริมฝีปากอิ่มเม้มจดจ่อร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนกอดอกพิงต้นไม้ใหญ่ห่างออกมา ทอดสายตามองภาพที่คล้ายตนเคยฝันถึง ทว่าในเวลานั้นเทพธดาจันทราผิงเชี่ยนบรรเลงพิณได้ไพเราะยิ่ง ขณะที่เอินเอินไม่เคยแตะต้องมาก่อน เวลานี้หญิงสาวกำลังเรียนรู้ในสิ่งที่มารดากับท่านยายของเขาสอนสั่งเอินเอินต้องฝึกฝนตนให้เหมาะสมกับที่กำลังจะเป็นสตรีที่เคียงข้างทายาทสวรรค์ ด้วยอีกไม่นานองค์จักรพรรดิสวรรค์จะแต่งตั้งเทียนเหวินขึ้นเป็นรัชทายาท เนื่องจากชายหนุ่มอุทิศตนในหน้าที่ของตนมาตลอดหมื่นปีมานี้จนกระทั่งได้ตำแหน่งหนึ่งในแม่ทัพสวรรค์ นับว่าเป็นเวลาเหมาะสมแล้วที่ชายหนุ่มจะเข้าไปช่วยงานราชกิจของเทพสงครามกับองค์จักรพรรดิเต็มตัวและงานอภิเษกขององค์รัชทายาทก็จะตามมา แม้จะไม่เร็ววันนี้ก็ตาม เพราะเอินเอินสำเร็จเซียนขั้นสูงแล้ว หญิงสาวจึงฝึกหัดสิ่งที่สตรีชาววังสรรค์ต้องสามารถทำได้ไปพลางยืนมองจนพอใจแล้วเทียนเหวินก็ก้าวเข้าไปที่ศาลา และผู้
“ข้าต้องการเจ้า”ชุดบางลอยเหนือผิวน้ำแทบไม่ปกปิดร่างกายงดงาม เทียน เหวินเองก็ใส่เพียงกางเกงตัวเดียว สองเรือนกายแทบเปลือยเปล่า เมื่อโอบกอดเสียดสี ความรุ่มร้อนย่อมก่อเกิด แรงบดเคล้าจากตัวตนเบียดสะโพกอวบ มือกร้านกระด้างวนเวียนเหนือเกสรอ่อนบางทำเอาร่างอรชรอ่อนระทวยแทบทรงกายไม่ได้เพียงอึดใจต่อมาแรงแทรกลึกก็ล่วงล้ำอย่างรวดเร็ว เสียงหวานครางแผ่วอย่างหมดแรงต้านทาน จิตใจหญิงสาวหวั่นไหวไปพร้อมกับหัวใจที่เต้นระทึกกับสถานที่อันแปลกใหม่ ได้เพียงรับกายแกร่งไว้ยามอีกฝ่ายส่งตัวตนดุนดันแนบสะโพก สองมือหนาย้ายมาโอบตระกองปทุมถันคู่งามราวโอบร่างเล็กไว้กลายๆทว่ายิ่งเบียดเร้าหญิงสาวยิ่งขาอ่อนแรงจนตัวลอย ชายหนุ่มจึงกอดเอวเล็กไว้แล้วพาไปยืนชิดโขดหินก้อนใหญ่ ให้เจ้าตัวได้เกาะพยุงกาย ก่อนปลายนิ้วแกร่งจะกลับมาระรานเกสรดอกไม้แสนงาม บดขยี้พร้อมแรงรักจากสะโพกหนาภายในกายเอินเอินกำลังถูกพายุอารมณ์ร้อนแรงบ้าคลั่งพัดโหมอยู่ภายใน ความเสียวสยิวพุ่งสูงละลิ่วรวดเร็วจนกระตุกรุนแรงกะทันหัน“อื้อ”หญิงสาวครวญครางเสียงพร่าด้วยสุดจะทานทน เรือนร่างงามสั่นรัวพร้อมหอบหนัก เอนอิงพิงหลังกับแผ่นอกหนาขณะเดียวกันนั้นเทียนเหวินปลดชุ
สองร้อยปีในดินแดนมนุษย์ของเทียนเหวินกับเอินเอินผ่านไป ทว่าความหวานชื่นของคู่สามีภรรยากลับไม่ลดลง ทั้งสองดำรงชีวิตด้วยการลงไปขายของป่า และไม่ได้ต้องการทรัพย์สมบัติเงินทองมากไปกว่านี้ พอใจที่จะอยู่เพียงบนภูเขา ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบแต่การที่ลงไปในตัวเมืองก็จำต้องพานพบผู้คน ในบางครั้งความงดงามของเอินเอินก็เป็นปัญหา เมื่อขายผักผลไม้ป่าตามลำพัง ในยามที่เทียนเหวินไปซื้ออาหารหรือข้าวของบางอย่างเพราะเขาไม่ต้องการให้นางลำบากดอกไม้งามย่อมมีภมรเข้ามาดอมดม เอินเอินก็ย่อมมีบุรุษเข้ามาเกี้ยวพา“แม่นาง เจ้าจะลำบากอยู่กับสามีที่ยากจนไปไย นายท่านของข้ายินดีรับเจ้าเป็นอนุ พาไปอยู่ในจวนอย่างสุขสบาย รับรองว่าเจ้าไม่ต้องนั่งตากแดดขายของป่าทั้งวันให้เหนื่อยยากเช่นนี้”“ใช่ นายท่านของพวกข้าสามารถมอบให้เจ้าได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเครื่องประทินโฉม หรือชุดสวยงาม เจ้าเพียงแต่งเนื้อแต่งตัวให้งดงาม ยิ้มหวานรอปรนนิบัติพัดวียามนายท่านกลับมาที่จวนก็เพียงเท่านั้น”บางครั้งผู้ที่เข้ามาถามไถ่พูดคุยก็ไม่รู้ว่านางสามีแล้ว ด้วยกาลเวลาที่ผ่านไปนาน หากก็มีบ้างที่รู้แก่ใจ ทว่ายังไม่วายตามตอแย ภูเขาที่เทียนเหวินกับเอินเอิน
“ข้าอยากแตะต้องเจ้า”“สุดแล้วแต่ท่านต้องการ ข้าไม่ได้ห้าม”บอกแล้วเอินเอินก็กลับมาจูบซ้ำเหนือริมฝีปากได้รูป ครั้งนี้ปลายลิ้นเล็กไล้เย้ายวนตามมาด้วย แน่นอนว่าชายหนุ่มย่อมต้องเปิดรับหญิงสาว ทั้งสองรวบรัดเกี่ยวกระหวัดปลายลิ้นอย่างเร่าร้อน ขณะที่มือหนาเริ่มเคลื่อนไล้ไปตามเนื้อตัวหญิงสาว สัดส่วนงดงามกับผิวเนียนน่าสัมผัสทำให้เขาไม่อาจอยู่นิ่งได้ฝ่ามือกระด้างไต่ข้างเอวบางกับสะโพกอวบ ส่วนอีกข้างเคล้าคลึงหน้าอกหน้าใจนุ่มหยุ่น เอินเอินเริ่มกายอ่อยระทวยกับความเร่าร้อนที่ตนเป็นฝ่ายจุดชนวน และชายหนุ่มสานต่ออย่างเร้าใจ หญิงสาวทรุดกายลงช้าๆ พร้อมมือบางก็ลูบไล้แผงอกหนาขณะริมฝีปากอิ่มขยับลงจูบคางแกร่ง แตะแผ่วไซ้ลำคอหนาและได้ยินเสียงเครางเข้มในลำคอเทียนเหวินปลายนิ้วเรียวเกลี่ยสะกดเหนือยอดอกที่แข็งเป็นไตของชายหนุ่ม ขณะที่เขายังบีบเคล้นหน้าอกตน มือบางอีกข้างวางยันต้นขาแกร่งเพื่อพยุงกาย โดยลืมคิดไปว่านั่นเป็นการกระทำสุดล่อแหลม ยิ่งทำให้เจ้าของร่างสูงใหญ่ถอนหายใจแรง ทว่าที่ทำเอาเขาต้องครางเสียงเข้มต่ำก็เพราะริมฝีปากนิ่มจูบเม้มยอดอกสีเข้ม“อืม”เหมือนเอินเอินจะค่อยๆ รับรู้ได้ว่าตนต้องทำอย่างไรให้ชายหนุ่มพ
หลังจากช่วยกันขนย้ายข้าวของมายังกระท่อม โดยที่เทียน เหวินยกของหนักเสียเป็นส่วนใหญ่จนเสร็จ ทั้งยังใจดีตักน้ำมาให้เอินเอินอาบในส่วนที่เขาล้อมไม้ไผ่กั้นแบ่งด้านหลัง แม้นางจะเกรงใจบอกว่าไปอาบที่น้ำตกเช่นเดิมได้ หากชายหนุ่มก็ยืนยัน“ข้าตั้งใจทำไว้ให้เจ้า...”ใบหน้าขาวคมขยับมาใกล้พร้อมส่งสายตาวาววามพร้อมเอ่ยเสียงกระเส่าทำเอาใจสาวหวิว“กับข้าลงอาบในถังด้วยกัน”หลังปลายนิ้วแกร่งไล้แก้มนวล ทว่าสีหน้าแววตากลับเปลี่ยนไปเป็นแสนเสียดายแทน“แต่วันนี้เจ้าอาบคนเดียวเถิด ข้ายังต้องไปหาอาหารด้วย คงอาบจากที่น้ำตกมาเลย”เพราะวันนี้ค่อนข้างวุ่นวาย เร่งมือสร้างกระท่อมเสร็จ พาเอินเอินมาที่นี่แล้วก็ขนของ ชายหนุ่มจึงยังไม่ได้จัดการเรื่องอาหารเย็น“ลำบากท่านแล้ว หรือข้าไปช่วยท่านดีกว่า”“อย่าเลย เจ้าเหนื่อยขนของขึ้นลงทางลาดชันหลายรอบแล้ว อาบน้ำพักให้สบายใจเถิด”“ท่านเหนื่อยกว่าข้าเสียอีก”“เถิดน่า หากข้าอยู่ด้วยเจ้าคงไม่ได้อาบน้ำเสร็จง่ายๆ”สุดท้ายเอินเอินก็เชื่อฟัง เพราะหาคำมาแย้งไม่ได้ จำต้องพยักหน้ารับอย่างเขินอายค่ำคืนมาเยือนหลังจากทานอาหารมื้อเย็น เทียนเหวินก็นอนเอนกายรับลมเย็นที่ระเบียง สองมือยกขึ้นรองใ
ช่วงเวลาในดินแดนมนุษย์นั้น ราวเป็นชีวิตที่เทียนเหวินต้องการมากกว่าการเป็นทายาทสวรรค์ แม้ต้องทำทุกอย่างด้วยสองมือ ต้องหาเงินเพื่อดำรงชีวิต ทว่าเขากลับพึงพอใจที่ได้อยู่กับเอินเอิน ทำมาหากินเช่นบุรุษหนึ่งคนที่ต้องดูแลภรรยาให้สุขสบายในช่วงแรกที่ทำงานด้วยตนเอง มือหนาแทบจะแตกยับเลยทีเดียว หากก็ได้เอินเอินหาสมุนไพรมาทาและพันผ้าให้อย่างห่วงใยใส่ใจ เห็นใบหน้างามหมองลงทั้งน้ำตายังเอ่อคลอหน่วยตา ก็เป็นเทียน เหวินที่ต้องเป็นฝ่ายปลอบหญิงสาว‘อย่ามองข้าด้วยสายตาสงสารเช่นนั้น ข้าภูมิใจในตัวเองที่จับปลา ขุดหน่อไม้มาได้ เจ้าได้อิ่มท้องด้วยสองมือของข้า ข้าอยากให้เจ้าภูมิใจในตัวข้าเช่นกัน’เอินเอินพยักหน้ารับ ทว่ากลับน้ำตารินเจ้าตัวก็รีบเช็ดแล้วยิ้มหวานให้เขา นั่นทำให้เทียนเหวินอดใจไม่อยู่ เคลื่อนใบหน้าไปจูบแก้มนุ่มชื้นด้วยน้ำตา ทำเอาหญิงสาวตกใจหน้าแดงเรื่อ เขินอายหากก็ไม่ได้โกรธเคืองเขาแต่อย่างใดยิ่งได้ใช้ชีวิตร่วมกันนานวัน สองหนุ่มสาวก็ยิ่งผูกพันใจ ความลำบากทำให้ต่างช่วยเหลือกันและกัน ห่วงใยกัน ในบางวันที่ชายหนุ่มหาปลากลับค่ำมืดเอินเอินก็กระวนกระวายนั่งไม่ติด เดินไปเดินมาหน้าถ้ำด้วยความกังวล กระทั่ง
“เมื่อครู่ ในหัวข้าเห็นคู่รักคู่หนึ่งปรากฏขึ้น พวกเขามีใบหน้าเหมือนท่านกับ...ข้า”ชายหนุ่มรู้ได้ในทันใดว่าคือซีอวิ๋นกับผิงเชี่ยน“นั่นคืออดีตของเจ้ากับข้า”เทียนเหวินยินดีบอกกล่าวให้อีกฝ่ายได้รับรู้ความสัมพันธ์อันแสนลึกซึ้งที่ผูกพันตนกับเอินเอินเอาไว้“เดิมทีข้าเองก็ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อน แต่เพราะก่อนนี้เจ้ากำเนิดเป็นเสี่ยวเหลียน ภูตรับใช้ของหลินเฟย เราบังเอิญได้พบกัน ข้าช่วยเจ้าไว้ และเจ้าเสียสละตนเองช่วยข้ากับคนอื่นๆ ข้าจึงรักษาดวงจิตวิญญาณของเจ้าไว้ในดอกบัวสวรรค์ หวังว่าสักวันจะช่วยเจ้าให้กลับมามีกายทิพย์อีกครั้ง”เอินเอินเข้าใจถึงสายตาราวคุ้นเคยทว่าเจ็บปวดเพราะตนของหลินเฟยก็ในตอนนี้นั่นเอง“แล้วข้าก็ฝันถึงเทพฤดูกาลซีอวิ๋นกับเทพธิดาจันทราผิงเชี่ยนที่มีความรักต่อกันมากมายในครั้งบรรพกาลทุกค่ำคืน จนวันสุดท้ายของทั้งสองที่ต้องจากกันด้วยความเจ็บปวดเพราะความรัก ข้านำบัวสวรรค์มาฝากไว้ยังตำหนักเทียนหลันของท่านแม่ เพราะต้องทำหน้าที่ทหารสวรรค์ ไม่อาจนำดอกบัวติดตามไปทุกที่ได้ แต่แล้ววันหนึ่งเจ้าก็หายไป ต่อจากนั้นก็เช่นที่เจ้ารู้มาก่อนหน้านี้”หญิงสาวไม่คิดเลยว่าเรื่องราวชีวิตตนจะมีเบื
“ท่านพี่”“อย่าได้กลัว ข้าจะสัมผัสเจ้าอย่างอ่อนโยนที่สุด”ลมร้อนรินรดทำเอามือบางจิกปลายนิ้วลงบนบ่ากำยำ ทว่าร่างบางกลับต้องกระตุกเบาๆ จากปลายลิ้นอุ่นที่ลากไล้ก่อนบดจูบเร่าร้อนดื่มด่ำกับรสชาติหวานล้ำเต็มคำ แต่ผู้ที่ทรมานคือเอินเอิน หญิงสาวหอบหายใจแรง ริมฝีปากฝีปากอิ่มถูกขบกัดด้วยเจ้าตัวพยายามข่มบางอย่างที่ปะทุไต่ระดับสูงขึ้น หากจนแล้วจนรอดก็ไม่อาจกลั้นเสียงครวญครางไว้ได้ จำต้องเปล่งเสียงจากอาการเสียดเสียวขั้นสุดที่แล่นปราดทั่วร่าง ชนิดที่ทำเอาปลายเท้าหงิกงอด้วยไม่เคยรับรู้ถึงอาการเช่นนี้มาก่อนแม้จะรู้ว่าคนตัวเล็กก้าวข้ามที่สุดแห่งความสุขสันต์แล้ว ถึงอย่างนั้นเทียนเหวินก็ยังจุมพิตกลีบกุหลาบงาม ลิ้มรสชาติแสนพิสุทธิ์ด้วยความพึงพอใจ ขณะที่อารมณ์หนุ่มก็ทะยานสูงไปด้วยพร้อมกัน กายแกร่งเคร่งเครียดขึงขัง ทว่าเขายังไม่อยากรีบร้อนจนเกินไปร่างอรชรเริ่มคลายอาการเกร็งลง เมื่อริมฝีปากแกร่งผละห่าง แต่แล้วก็ต้องครางฮือในทั้งครั้งที่รอยจูบอุ่นชื้นฝากฝัง จุมพิตบางเบาเคลื่อนไล้จากต้นขาขาวลงต่ำเรื่อยไปถึงปลีน่องจรดปลายเท้า แล้ววกกลับมาอีกข้างไล่สูงขึ้นมาตามเรียวขางาม มือหนาลูบไล้สลับไปมาระหว่างขาสองข้างไม