สองอาทิตย์เต็ม ๆ ที่ลินดาต้องอยู่แต่ในโรงแรม ไม่ได้ออกไปไหน หากพายุออกไปผับ ก็จะให้คนมาเฝ้าเธอเอาไว้ เขาทำราวกับเธอเป็นนักโทษ แบบนี้นอกจากเธอจะไม่อยากอยู่กับเขาแล้ว ยิ่งอยากหนีไปให้ไกล จนเขาหาตัวไม่เจอ แต่ในความเป็นจริง เธอคิดว่าไม่มีทางหนีคนอย่างเขาได้แน่ ไม่รู้ต้องใช้วิธีไหน ถึงจะออกไปจากที่นี่ได้ แม้แต่โทรศัพท์ เขาจะให้เธอใช้ได้ก็ต่อเมื่อเขาอยู่กับเธอเท่านั้น เวลาไปทำงานเขาจะเอาไปด้วย เขาทำกับเธอราวกับเธอกำลังติดคุกอยู่ "พี่ราชันย์ทำงานกับเฮียมานานแล้วเหรอคะ" ลินดาเอ่ยถามราชันย์ ที่นั่งอยู่ที่โซฟา ถึงเขาจะเป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่ทว่าเธอกลับไม่ได้รู้สึกกลัวลูกน้องของพายุคนนี้ เพราะจากที่สังเกตุ ราชันย์ไม่เคยเข้าใกล้เธอ พยายามยืนห่างจากเธอมากที่สุด "ครับ...ทำมานานแล้ว" "เฮียเคยมีแฟนไหมคะ" เป็นคำถามที่ไม่น่าถาม คนไม่มีหัวใจแบบนั้น น่าจะรักใครไม่เป็น แต่เพราะไม่มีเรื่องคุยหรอก เธอเลยถามออกไป ไม่ได้อยากรู้จริง ๆ เสียหน่อย "ไม่เคยครับ ตอนเรียนผมไม่รู้นะ แต่ตั้งแต่ผมมาทำงานกับเฮีย ก็ไม่เคยเห็นเฮียตามตื้อผู้หญิงคนไหนนอกจากคุณครับ" แบบที่กักขังเธอไว้บำบัดความใคร่แบบนี้เหรอ เรียกว่าต
"เอาประเด็นสำคัญเลยค่ะ ฉันไม่ชอบอ้อมค้อม" "ฉันเป็นคู่หมั้นพี่พายุ" แค่เธอคิดว่าเขาเป็นแฟนกันใจเธอก็แทบแตกสลายแล้ว แต่นี่เขาเป็นคู่หมั้นกัน แล้วหมั้นกันตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ ทำไมเขาทำกับเธอแบบนี้ พลันน้ำตาก็ปริ่ม ๆ จะไหลออกมา แต่ลินดาต้องกดมันเอาไว้อย่างหนัก "ฉันไม่โกรธเธอหรอกนะ เรื่องเธอกับเขาฉันเองก็รู้มาสักพักแล้ว แต่ฉันไม่สนใจหรอก เพราะอีกไม่นานฉันกับเขาก็ต้องแต่งงานกัน" อันนาจงใจย้ำคำว่าแต่งงานให้ลินดาได้ยิน แต่ดูเหมือนหญิงสาวตรงหน้าจะเข้มแข็งพอตัว เพราะไม่เห็นว่าเธอจะร้องไห้ออกมาที่ต้องรู้ว่าคนที่กกกอดอยู่ทุกคืนเขามีเจ้าของแล้ว "เก็บความใจดีของคุณเอาไว้เถอะค่ะ ฉันไม่ต้องการ" "....." "อีกอย่างอยากให้คุณบอกคนของคุณให้เลิกยุ่งกับฉันสักที เพราะฉันเองไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลยสักนิด ถ้าเขาไม่ใช้วิธีกักขังฉันไว้ ฉันคงไม่อยู่กับเขาแบบนี้หรอกค่ะ" ลินดาพูดออกไปโดยอารมณ์โกรธ นึกโทษตัวเองที่ยอมให้เกิดเรื่องบ้า ๆ พวกนี้ขึ้นมาจนเรื่องราวลุกลามใหญ่โต ถ้าวันนั้นเธอปฏิเสธเขาเรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น เธอเองก็ไม่ต้องรักเขาจนเจ็บอยู่แบบนี้ พายุที่มาถึงทันได้ยินคำพูดของลินดาทุกคำ ทำเอาขายาวที่คิ
เรื่องนี้เป็นเขาเองที่ผิด ไม่อยากโทษเธอนัก เพราะหากตอนนั้นเขาไม่หายไปจากเธอเฉย ๆ ป่านนี้เรื่องของเขากับเธอคงดีกว่านี้ ตอนนั้นเขาแค่ไม่อยากให้เธอมายุ่งกับเรื่องของเขา ไม่อยากให้เธอเครียดไปกับเขาด้วย แต่กลายเป็นว่าการหายไปของเขา ทำให้เธอเกลียดเขา จนคิดจะหนีไปจากเขาตลอดเวลา "กูคงต้องจัดการเรื่องอันนาก่อน ตอนนี้ถ้าให้กูไปง้อ เขาคงไม่ยอมดีด้วย ลินดาเป็นคนใจแข็งมาก" ข้อนี้ราชันย์เห็นด้วย ถึงไม่ได้คลุกคลีใกล้ชิดมากนัก แต่การที่เขามาเฝ้าเธออยู่บ่อย ๆ ก็พอจะรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ดีมากคนหนึ่ง คงไม่ยอมเป็นมือที่สามในความสัมพันธ์ของใคร "ก่อนอื่นกูคงต้องเริ่มจากพ่อกูก่อน ถึงเวลาที่กูต้องจัดการจริง ๆ จัง ๆ สักที" วันต่อมา พายุมาหาคนเป็นแม่ที่บ้าน เขาต้องการจะจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด นับเป็นการกลับบ้านในรอบหลายปีเลยก็ว่าได้ เพราะเขาใช้ชีวิตอยู่ที่ผับตั้งแต่เรียนจบ และไม่เคยกลับมาที่บ้านอีกเลย ทั้งที่จริงเขาเองก็ไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอะไรกับที่บ้าน หากแม่หรือพ่อต้องการจะเจอเขา ส่วนใหญ่ก็จะไปหาเขาที่ผับ น้อยครั้งที่จะเรียกเขากลับมาที่นี่ "ลมอะไรหอบพี่ชายมาถึงนี่คะ" เพนนีน้องสาวคนเดียวของเขา เดิ
เข้าสู่ช่วงฝึกงานอย่างเป็นทางการ ลินดาและเพื่อนสองคนได้ฝึกงานที่เดียวกัน ค่ือบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง ช่วงนี้สภาพจิตใจของเธอก็เริ่มดีขึ้น หลังจากได้อยู่กับตัวเองเกือบสองอาทิตย์ ก็ทำใจได้ในระดับหนึ่งแล้ว ส่วนเรื่องข้อความล่าสุดที่เขาส่งมา ลินดาไม่ได้เชื่ออะไรมากนัก และบล็อคช่องทางการติดต่อทั้งหมดของเขาแล้วด้วย ตลกดีนะ...ส่งมาบอกว่ารักเธอ แล้วบอกให้เธอรอ ไม่รู้ผู้ชายคนนี้ต้องการอะไรจากเธออีก ยังมีอะไรที่เธอยังติดค้างเขาอยู่อีกไหม ก็ได้แต่สงสัยเหมือนกัน "มึงดีขึ้นแล้วใช่ไหม?" ปิ่นมุกถามขึ้น ขณะกำลังนั่งกินข้าวกันที่โรงอาหารของบริษัท ที่นี่เป็นบริษัทโฆษณาขนาดใหญ่ มีพนักงานกว่าร้อยชีวิต พวกเธอสามคนได้ฝึกงานที่นี่ เพราะขวัญตาใช้เส้นสายครอบครัวเข้ามา "ก็เรื่อย ๆ จะให้ตอบว่าดีก็ตอบได้ไม่เต็มปาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ดีเลย" "มึงผอมลงไปนะ กินข้าวเยอะ ๆ ดิว่ะ เดี๋ยวกูหาผู้ใหม่ให้ รุ่นพี่ในแผนกหลายคนมอง ๆ มึงอยู่นะ เลือกสักคนสิ" ลินดาหัวเราะออกมาเบา ๆ นึกขำขวัญตาที่พูดราวกับผู้ชายพวกนั้น จะยอมเป็นตัวเลือกของเธอ เพราะเธอเองยังไม่ยอมเป็นตัวเลือกของใครเลย "กูยังไม่พร้อม พวกมึงเข้าใจกูนะ ขอเวลาก
"มองอะไรหนักหนา?" "มองคนสวยไม่ได้เหรอครับ" อีตาคนนี้แปลก ไม่เคยพบใครเป็นแบบนี้เลยจริง ๆ ไม่รู้เคยมีเรื่องเครียดอะไรหรือเปล่าในชีวิต ใบหน้าหล่อเหลานั่นเลยเปื้อนยิ้มอยู่ได้ตลอดเวลา พาเอาเธอลืมความเศร้าไปได้แบบไม่รู้ตัว ดีที่ก๋วยเตี๋ยวถูกนำมาเสิร์ฟก่อน ไม่งั้นลินดาก็ยังนั่งทำตัวไม่ถูกกับสายตาของกันต์ที่เอาแต่ยิ้มแซวเธอไม่หยุด เหมือนเขาจะจับได้ว่าเธอเริ่มเขินกับท่าทางและคำพูดของเขา "เป็นไงครับ อร่อยแบบที่บอกหรือเปล่า" ลินดาพยักหน้าอย่างไม่ลังเล ไม่แปลกใจสักนิด ที่เขามากินได้ทุกวัน เพราะขนาดแค่เธอชิมน้ำซุป นอกจากความหอมที่ได้กลิ่นแล้ว รสชาติก็ไม่ธรรมดา แทบไม่ต้องปรุงอะไรเลย อีกอย่างเธอเองก็เป็นคนกินก๋วยเตี๋ยวไม่ปรุงอยู่แล้ว "บอกแล้วเห็นไหมครับ แปลว่าผมมีเพื่อนกินก๋วยเตี๋ยวทุกวันแล้วสินะ" คนตัวเล็กทำตาขวางใส่เขาทันที"ใครบอกฉันจะมากินกับนาย อยู่ใกล้แค่นี้ฉันเดินมาเองก็ได้" "โอเคครับ ไม่กินก็ไม่กิน" ตลอดการกิน กันต์ก็เอาแต่พูดหยอดเธอไม่หยุด ถึงเธอจะไม่ตอบโต้หรือรู้สึกอะไร แต่การที่เขาขยันทำให้เธอเขินแบบนี้ มันก็เริ่มอันตรายต่อหัวใจตัวเองเหมือนกัน "นายพักอยู่ชั้นไหน" "ถามแบบนี้จะขึ้
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา "วันนี้ผมจะทำอาหารนะ แล้วจะไปเรียก" ลินดาทำหน้ากลับไปอย่างเหนื่อยใจ ไม่รู้เรื่องไหนที่เธอบอกกันต์แล้วเขาจะฟังเธอบ้าง "ไม่ต้อง...วันนี้ฉันจะกลับบ้าน เจอกันวันจันทร์เลยแล้วกัน" ที่จริงก็ไม่ได้คิดที่จะกลับ แต่บอกเพื่อให้เขาเลิกตอแหยกับเธอสักที "งั้นวันจันทร์ก็ได้ครับ" "นี่...นายไม่เข้าใจเหรอ ฉันไม่อยากกินนายเข้าใจไหม" บอกก่อนจะรีบเดินไปขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่ทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้หนุ่มรุ่นน้องพูดอะไรออกมาอีก วันนี้วันศุกร์ที่ฝึกงานเธอหยุดเสาร์อาทิตย์ ลินดากะว่าจะชวนเพื่อนสองคนไปนั่งดื่มกันเหมือนแต่ก่อน หลังจากไม่ได้มีโมเม้นต์แบบนั้นนานแล้ว "ไปกินเหล้ากันนะ ไม่ได้ไปด้วยกันนานแล้ว" ซึ่งเพื่อนสองคนก็พยักหน้าทันทีที่เธอชวน เมื่อตกลงกันได้ ก็แยกไปทำงานที่รุ่นพี่มอบหมายให้ จนถึงตอนเย็น ที่ลินดาแยกกับเพื่อนสองคนกลับคอนโด โดยนัดกันว่าจะไปเจอที่ร้านเหล้าตอนสองทุ่มเลยทีเดียว ร่างบางเดินออกมารอรถแท็กซี่ตามปกติ เหมือนทุกวัน รถเธอที่เสียยังซ่อมไม่เสร็จ แต่ช่วงนี้การเดินทางด้วยรถแท็กซี่บ่อย ๆ เธอก็รู้สึกว่ามันสะดวก จนคิดว่าไม่อยากขับรถเองแล้ว เพราะไม่ชอบบรรยากาศรถติด
ตอนที่พายุไปถึงบริษัทในเครือที่ต่างประเทศ ตอนนั้นบริษัทประสบปัญหาอย่างหนัก หุ้นส่วนหลายคนก็ทยอยถอนหุ้น จนพ่อเขาเครียด ยิ่งแก้ปัญหาก็เหมือนจะยิ่งไปเพิ่มความไม่เชื่อมั่น เป็นเรื่องระหว่างภายใน และปัญหาที่สะสมมานาน แต่ไม่ได้รับการแก้ไข จนมันลุกลามบานปลายไปไกล เขาเลยยื่นข้อเสนอกับพ่อ เรื่องหมั้นกับอันนา ว่าหากเขาสามารถแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ภายในหนึ่งเดือน พ่อต้องยอมให้เขาถอนหมั้น และเลือกคู่ชีวิตด้วยตัวเอง บอกตามตรงตอนพูดออกไป พายุไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด แต่เพราะเป็นทางเดียวที่จะจบปัญหาทุกอย่างได้ เลยยื่นข้อเสนอออกไปแบบนั้น เขาเองไม่เคยยุ่งหรือเกี่ยวข้องกับธุรกิจของครอบครัวเลย ประสบการณ์ด้านนี้เรียกได้ว่าเป็นศูนย์ แต่เพราะเขาได้พวกน้องสามคนคือ เพลิง คิณและเสือ ที่มีประสบการณ์ธุรกิจแบบนี้มากกว่าเขา เป็นที่ปรึกษาให้เขาตลอดอยู่ที่โน่น จนระยะเวลาเพียงแค่สามสัปดาห์เขาก็สามารถแก้ปัญหาทุกอย่างจบได้ และหุ้นส่วนทุกคนพอใจ รวมถึงคนเป็นพ่อด้วย "ฉันแพ้แก...ดีใจสินะที่เอาชนะพ่อตัวเองได้" พายุระบายยิ้มออกมา หลังจากที่ไม่ได้ยิ้มแบบเต็มที่มาเกือบเดือน "ดีใจสิครับ การเอาชนะพ่อมันจะทำให้ผมได้ทำตามใจต
รถตู้เคลื่อนตัวเข้ามาจอดในบริเวณบ้านไม้สไตล์โมเดิร์นหลังหนึ่ง ท่ามกลางป่าเขา และธรรมชาติที่หาไม่ได้ในกรุงเทพฯ บรรยากาศดีมากแม้ว่าจะเป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้วก็ตาม "ที่นี่...ที่ไหนคะ?" ลินดาหันไปถามคนที่นั่งเงียบตั้งแต่เธอพูดทุกอย่างให้เขารู้ตัว ก่อนจะมีคนเปิดประตูรถตู้ ก็คือราชันย์ นั่นก็แปลว่าคนขับรถตู้ที่ลินดามองไม่เห็นก็คือราชันย์นี่เอง "บ้านพักตากอากาศของครอบครัวเฮีย อยู่ที่นี่สักวันสองวันนะ" ลินดาพยักหน้าอย่างเข้าใจ มาตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้แล้ว จะให้หารถกลับกรุงเทพฯ ตอนนี้คงไม่มี คงต้องปล่อยให้เลยตามเลยไปก่อน ค่อยว่ากันตอนกลับกรุงเทพฯ อีกที "เดี๋ยวป้าจันทร์จะเอาอาหารมาให้นะครับ ผมโทรบอกไว้ก่อนแล้ว" พายุพยักหน้าให้ลูกน้องคนสนิท ก่อนที่ราชันย์จะเดินแยกออกไป ตอนแรกลินดาก็ไม่รู้ว่าป้าจันทร์ที่ราชันย์ว่าคือใคร จนกระทั่งมีเสียงเรียกจากหน้าบ้าน ออกไปก็เห็นคนสูงวัยสองคน น่าจะเป็นผัวเมียกัน เดินถือถาดอาหารเข้ามาวางไว้บนโต๊ะกินข้าว "ไม่ได้เจอตั้งนาน ไม่น่าเชื่อว่าคุณพายุจะโตขนาดนี้แล้ว"ป้าจันทร์เดินเข้ามาสวมกอดพายุอย่างดีใจ เธอเป็นแม่บ้านของจันจิรามาตั้งแต่สาว ๆ แต่พอแก่ตัวลง จันจิราก็
ลินดาคลอดลูกชายคนแรก พายุเป็นคนตั้งชื่อให้ว่าธันเดอร์ ตอนนี้อายุได้หกเดือนกว่าแล้ว พร้อมกับในท้องลินดาที่มีเจ้าตัวเล็กคนที่สองอาศัยอยู่ได้สองเดือนแล้ว เรียกได้ว่าคลอดปุ๊ป แผลหายปั๊บ พ่อแม่มือใหม่ก็จัดการปั้มลูกกันทันที คนนี้ดีหน่อยเพราะคนแพ้ท้องไม่ใช่ลินดา แต่เป็นพายุที่มีอาการแพ้ท้องแทน จนโดนเพื่อนล้อ ว่ารักเมีย กลัวเมียมาก ถึงขนาดแพ้ท้องแทนเมีย "เฮียไปทำงานไหวหรือเปล่า" ลินดาถามขณะที่มือก็คอยลูบหลังคนตัวสูงที่โก่งคออาเจียนอ้วกตั้งแต่เช้า "ไปไหว วันนี้มีประชุมสำคัญด้วย" พายุที่บอกว่าไม่ชอบธุรกิจของครอบครัว ตอนนี้เรียกได้ว่าเข้ามาบริหารบริษัทแทบจะเต็มตัวแล้ว ส่วนคนเป็นพ่อ ก็ได้วางมือพักผ่อนเลี้ยงหลานอยู่บ้านบ้าง ลูกชายคนนี้เรียกได้ว่าอยู่กับลินดาน้อยมาก เพราะคนเป็นปู่กับย่าเอาไปเลี้ยงเองตลอดเวลา มีแค่ช่วงเพิ่งคลอดเท่านั้นที่ลินดาให้นมลูกจากเต้า แต่พอเริ่มปั้มนม นันทวัฒน์กับจันจิราก็พาไปนอนด้วยทันที นี่คือเหตุผลที่น้ำยาของพายุแสดงผลเร็ว เพราะมีเวลาทำการบ้านทุกวัน ยังคงเป็นคนกินดุ เหมือนเดิม และลินดาเองก็ยังคงเป็นคนตอบรับเขาอย่างเต็มใจ "แต่ลินว่าเฮียไม่ไหวนะ ที่ผับวันนี้ก็บอกให้
สองเดือนผ่านไป เสียงเพลงหวานคลอเคล้า พร้อมบรรยากาศแห่งความชื่นมื่นของครอบครัวทั้งฝั่งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว พายุและลินดาที่ยังคงยืนถ่ายรูปกับแขกเหรื่อในงาน ถึงแม้เจ้าสาวจะยังไม่หายแพ้ท้อง แต่อาการก็ดีขึ้นมาก อีกทั้งเจ้าบ่าวยังคอยถามไถ่อยู่อาการอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสองทุ่ม พิธีแต่งงานของพายุกับลินดาดำเนินมาถึงช่วงสุดท้ายก่อนจะเป็นเวลาปาร์ตี้ของบรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาว ที่งานนี้เจ้าบ่าวขนเคาท์เตอร์บาร์พร้อมบาเทนเดอร์หนุ่มหล่อมาเปิดผับถึงที่โรงแรมจัดงานแต่ง ทำเอาแขกในงานตื่นเต้นมากกว่าปกติ เพราะเป็นผับที่มีชื่อเสียง แล้วยกมาให้ดื่มถึงที่นี่ เลยเป็นที่ชอบอกชอบใจของแขกยิ่งนัก "เอาล่ะครับตอนนี้ขอเชิญเจ้าบ่าวและเจ้าสาวขึ้นมากล่าวอะไรกับแขกเหรื่อในงานสักหน่อยนะครับ" พายุกุมมือลินดาแน่น เดินขึ้นไปบนเวที ได้รับเป็นเสียงโห่ของเพื่อนเจ้าบ่าวที่มองเห็นภาพความหวานของคนทั้งคู่ "ก่อนอื่นเราอยากรู้ถึงที่มาที่ไปของความรักของคนทั้งคู่ และอยากรู้ว่ารักกันมากขนาดไหน ผมเชื่อว่าแขกเหรื่อก็ต้องอยากรู้เรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน ใช่ไหมครับ" "อยากรู้ค่ะ"เสียงเพื่อนเจ้าสาวตะโกนตอบ "ว่าความร
หลังจากงานแต่งของเพลิงกับปิ่นมุกผ่านไป เดือนหน้าก็จะเป็นงานแต่งของคิณกับขวัญตา อีกเดือนก็จะถึงคิวของลินดากับพายุ เรียกได้ว่าเรียงติดต่อกันสามเดือนเลยทีเดียว ตอนงานปิ่นมุก ลินดาแพ้ท้องอย่างหนัก เธอแทบจะยืนในงานนาน ๆ ไม่ได้ ต้องให้พายุประคองเธอตลอดเวลา ทำหน้าที่เพื่อนเจ้าสาวได้ไม่เต็มที่ ปาร์ตี้ตอนค่ำก็ไม่ได้อยู่ เกรงใจคนอื่นที่ต้องฟังเสียงโอ้กอ้ากของเธอ อีกทั้งยังเวียนหัวจนต้องดมยาดมตลอดเวลา ลินดาอิจฉาปิ่นมุกมาก ที่เพื่อนไม่มีอาการแพ้ท้องเลยแม้แต่น้อย ยังคงกินทุกอย่างได้ปกติ ในขณะที่เธอน้ำหนักยิ่งลดลง จนเมื่อสองวันที่แล้วต้องไปให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล ตอนนี้เธอก็ต้องมานอนกับแม่ เพราะทั้งเพลียและกินอะไรไม่ได้ ต้องมีคนดูแล พายุต้องทำงานที่ผับ และมีบางวันต้องเข้าไปทำงานที่บริษัทของพ่อเขาด้วย ถึงจะไม่ใช่การเข้าไปช่วยแบบเต็มตัว เพราะยังยืนยันกับคนเป็นพ่อว่าไม่ชอบธุรกิจแบบนี้ ชอบทำผับมากกว่า แต่ก็ยังใจอ่อน ทุกครั้งที่คนเป็นพ่อโทรตาม "แกอยากกินอะไรไหมยัยลิน บอกแม่สิ" "ลินไม่หิวเลย แค่ได้กลิ่นก็จะอ้วก" "มันต้องมีอะไรที่อยากกินบ้างสิ คิดมาสักอย่างหนึ่ง แกไม่กินไม่ได้นะ เดี๋ยวหลานฉันไม่แข
พายุพาลินดาเข้ามาหาพ่อกับแม่ที่บ้านในช่วงบ่ายของอีกวัน โดยนัดกับแม่ของลินดาว่าจะมาเจอกันที่นี่ทีเดียว "ลินตื่นเต้นอ่ะ" ลินดาบีบมือเข้าหากันแน่น เมื่อรถคันหรูเลี้ยวเข้ามาบ้านหลังใหญ่ เธอมองอย่างอึ้ง ๆ ไม่คิดว่าบ้านของเขาจะใหญ่ขนาดนี้ "เวียนหัวหรืออยากอ้วกหรือเปล่า" "นิดหน่อยค่ะ ขอลินหอมแก้มเฮียก่อนนะ" เมื่อรถจอดคนตัวเล็กก็ยื่นหน้าไปหอมแก้มสากซ้าย ขวา ก่อนจะกดจูบที่ริมฝีปากหนาเบา ๆ "ดีขึ้นเยอะเลย" เมื่อผละจูบออก ก็ยิ้มหวานให้คนตัวสูง ทำเอาใจแกร่งสั่นไหว ไม่เคยเห็นยิ้มหวานหยดย้อยแบบนี้มาก่อน "จะทำให้เฮียหลงไปไหน...หืม แค่นี้ก็หลงจะแย่แล้ว ต่อไปลินคลอดเฮียจะเสียนิสัยอย่างให้ลินทำแบบนี้นะ" "ลินเต็มใจทำแบบนี้กับเฮียตลอดชีวิตค่ะ กลัวแต่เฮียจะเบื่อที่ลินเอาแต่อ้อน" มือหนาจับแก้มเธอทั้งสองข้างให้หันมาสบตากันตรง ๆ"ไม่มีวันนั้นหรอก" "รีบลงดีกว่า เดี๋ยวผู้ใหญ่รอ" พูดจบก็รีบเปิดประตูลงจากรถ กลบเกลื่อนความเขินกับสายตาของเขา ลินดาเห็นรถของแม่เธอจอดอยู่ในโรงจอดรถด้วยเช่นกัน แสดงว่าแม่น่าจะมาถึงก่อนเธอแล้ว แบบนี้ยิ่งทำให้เธอตื่นเต้นเข้าไปอีก "มือลินเหงื่อออกเต็มเลยอ่ะ ทำไงดี" "ไม่ต้องกล
ลินดาตื่นขึ้นมาอ้วกตั้งแต่เช้า นั่งกอดชักโครกอยู่เกือบชั่วโมง ส่วนพายุกำลังยืนลูบหลังให้เธอ พร้อมด้วยสีหน้าแสดงความเป็นห่วง "ไปหาหมอดีกว่า อ้วกหนักขนาดนี้" "เฮียหยิบยาดมใต้หมอนให้ลินหน่อย ลินเวียนหัวมากเลย" ขายาวก้าวเร็ว ๆ ไปหยิบยาดมมายื่นให้เธอ พร้อมทิ้งตัวลงนั่งข้างเธอ อย่างไม่รังเกียจกลิ่นคาวอ้วกที่เหม็นฟุ้งห้องน้ำ "ออกไปเฮีย มันเหม็น"มือบางผลักเขาให้ออกไป แต่พายุแทบไม่ขยับตัว "ให้เฮียอาบน้ำให้ดีกว่า แล้วไปหาหมอกันนะ" ลินดาพยักหน้าอย่างไม่ลังเล เธอเองก็ไม่มีแรงจะทำอะไรแล้วเหมือนกัน ได้แต่ยอมให้เขาจัดการทุกอย่าง ตั้งแต่พาเธอไปอาบน้ำ ออกมาแต่งตัวให้จนเสร็จ แล้วเขาถึงค่อยไปจัดการตัวเอง เราสองคนเดินออกจากลิฟท์ กำลังจะไปขึ้นรถของคนตัวสูงที่จอดอยู่ เป็นเธอที่คลอเคลียเขาไม่ห่าง เดี๋ยวกอด เดี๋ยวหอม ไม่อายสายตาคนที่เห็น กลิ่นตัวของเขาทำเธอหายเวียนหัวไปได้บ้าง แต่ทว่าตอนเดินออกจากลิฟท์ ก็เจอเข้ากับกันต์ที่เดินสวนกันมาพอดี "ลินดาไม่สบายเหรอครับ" กันต์ถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย แต่ก็ไม่ได้เดินเข้ามาใกล้มาก อาจเพราะพายุยืนส่งสายตาเค่ืองขุ่นให้อยู่ เลยไม่กล้าทำอะไรมากนัก "แล้วมึงเสือกอะไรก
ลินดานัดให้พายุมาหาเธอที่ห้อง คิดว่าเรื่องท้องจะปล่อยไว้นานกว่านี้ไม่ได้ เธอจะต้องรีบบอกเขาก่อน เธอเองก็แพ้ท้องอย่างหนัก ไม่ว่าทำยังไงอาการก็ไม่ดีขึ้นเลย ขนาดขวัญตาสั่งมะม่วงเปรี้ยวเอาไว้ให้ ตอนกินเข้าไปก็รู้สึกดีขึ้นจริง ๆ แต่สักพักอาการอยากอ้วกก็มาอีก คนตัวเล็กเลือกไปนอนรอบนเตียง ทำตามแผนที่วางไว้ เมื่อมองดูเวลาใกล้ที่พายุจะมาแล้ว อยากจะทำเหมือนที่ขวัญตาแนะนำเหมือนกัน แต่กลัวว่าพายุจะตกใจ จนช็อกไปเสียก่อน เสียงตะกุกตะกักดังขึ้นด้านนอก พร้อมเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ตรงมาในห้องนอน ลินดาหันมองแวบหนึ่ง ก่อนจะสบตาร่างสูงที่ยืนมองอยู่ "ป่วยหรือเปล่า?" เสียงทุ้มที่แสดงความห่วงใยเต็มที่ พร้อมกับเดินเข้ามาสัมผัสตรงหน้าผากเธอเหมือนกับจะวัดว่าเธอตัวร้อนหรือเปล่า เพราะเห็นเธอห่มผ้าเหมือนกับว่าหนาว "เฮียขา..."เสียงหวานหยดย้อย พร้อมท่าทางที่ยั่วยวน มือเล็กก็สะบัดผ้าห่มที่คลุมกายออก เผยให้เห็นร่างเปลือยเปล่าไร้เสื้อผ้าติดกาย ทำเอาคนตัวสูงที่นั่งอยู่อึ้งไปทันที "ทำอะไรอ่ะลิน? ล้อเล่นหรือเปล่า" เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างละเมอ ถึงจะเห็นร่างกายของเธอจนชินแล้วก็เถอะ แต่ทว่าที่เขาแปลกใจคือ ที่นอนข้างกันมีว
อาการลินดาไม่ได้ดีขึ้นเลย ออกจากร้านอาหารแล้วกลับยิ่งหนักกว่าเดิม เมื่อเธอเริ่มมีอาการเวียนหัว และอยากอาเจียนอยู่ตลอดเวลา จนขวัญตาบอกว่าอาการเธอแปลก ๆ ควรไปหาหมอ "อีลิน...กูพาไปเอง ถ้าไม่อยากไปคนเดียว" ลินดาเป็นคนไม่ชอบไปโรงพยาบาลแต่ไหน แต่ไรมาแล้ว ขวัญตาเพืี่อนสนิทรู้ดีว่าหากเพื่อนป่วย จะแค่นอนพักแล้วกินยาตามปกติ ไม่เคยไปหาหมอเลยสักครั้ง "นี่ถ้าไม่ติดว่ามึงกับเฮียพายุยังไม่ได้คืนดีกันร้อยเปอร์เซ็นต์นะ อาการมึงเหมือนคนท้องเลย" ถึงคนพูดจะไม่คิดอะไร แต่ลินดากลับตกใจในคำพูดนั้น พลันหัวใจก็เต้นแรงไม่เป็นจังหวะหรือว่าที่ขวัญตาคิดจะเป็นเรื่องจริง "นี่มึงอย่าบอกนะ ว่ามึงยังนอนกับเขา" ขวัญตาที่เห็นเพื่อนเงียบไป เลยหันไปมองหน้า เห็นเพื่อนนั่งทำหน้าเหมือนคนคิดหนัก ก็เดาได้ทันทีว่าที่เธอพูดอาจเป็นเรื่องจริง "โอ้ยย!!! กูล่ะเหนื่อย ให้เขาเอาแล้วทำไมมึงยังไม่คบกับเขาสักทีอีลิน ให้เขาง้อมึงมาเป็นเดือนแล้วทำไม วันก่อนไปเยี่ยมพี่ปราง มึงยังบอกจะหาผัวใหม่อยู่เลย ปากเก่งไม่เลิกนะมึง" "ทำไงดีว่ะ..." กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ ก็นานอยู่พอสมควร ตอนนี้เริ่มมั่นใจแล้วว่าตัวเองอาจจะท้องจริง ๆ เพราะหลัง
"ไหนบอกว่ากลับคอนโดไปแล้ว" พายุถามขึ้นขณะขับรถออกจากร้านเหล้าที่ลินดาโทรบอกให้เขามารับ "ลินอยากนั่งดื่มกับเพื่อนเลยโกหกเฮีย แต่ก็โทรให้มารับแล้วไง" เสียงหวานตอบพร้อมกับซบลงบนไหล่เขาอย่างออดอ้อน นี่ขนาดเรายังเป็นแค่คนแอบแซ่บกันอยู่ ลินดายังขี้อ้อนขนาดนี้ ถ้าได้คบกันจริงจังกว่านี้จะขนาดไหน "เรียนจบแล้ว เมื่อไหร่ลินจะคบกับเฮียสักที" "รอรับปริญญาเสร็จก่อน แล้วลินจะบอก" พายุหันมองคนตัวเล็กเพื่อยืนยันว่าเธอพูดจริง ก็วันรับปริญญามันอีกไม่ถึงเดือนแล้ว กลัวว่าเธอจะหลอกให้เขาดีใจ "ให้เพื่อนสองคนนำไปก่อน เราค่อยตามไปทีหลังนะ" "....." "เฮียเคยเบื่อลินบ้างไหม? ที่ปล่อยให้เฮียคอยนาน หรือคิดจะเลิกรักลินหรือเปล่า" "เป็นอะไร? วันนี้ดูแปลก ๆ นะ" "ตอบที่ลินถามมาก่อน" "ไม่เคย...ถ้าคิดจะเบื่อจะยอมอยู่แบบนี้ทำไม" "แล้วคอยได้หรือเปล่า หากลินปล่อยเรื่องของเราให้นานกว่านี้" "ได้มันก็ต้องได้อยู่แล้ว แต่เฮียกำลังจะสามสิบสองแล้วนะ ไอ้เสือลูกได้สี่เดือน อีกไม่เท่าไหร่เมียมันคงท้องอีก ทุกวันนี้มันก็เอาแต่อวดเฮียทุกวัน เฮียอิจฉามันที่มีลูกทันใช้" "อีกเดี๋ยวก็ได้อิจฉาพี่เพลิงอีกคน" ลินดาพึมพำเสียงเบ
"อื้อ~ อ๊าสส"เสียงครางหวานของลินดาที่พยายามขบเม้มริมฝีปากไว้ไม่ให้หลุดเสียงดังออกมา แต่ทว่าความเสียวซ่านจากการปรนเปรอของคนตัวสูง ทำให้เธอเผลอหลุดเสียงครางออกมาอย่างสุดกลั้น พายุที่ดูดกลืน ขบเม้มร่องสีหวานของคนตัวเล็กอย่างชอบใจ นัยน์ตาคมเหลือบมองใบหน้าสวยที่เหยเกเพราะความเสียวซ่าน จากการที่เข้าแยงลิ้นร้อนเข้าออกในโพรงนุ่ม นิ้วเรียวก็สะกิดติ่งสีสดไปมาเพื่อเพิ่มความกระสัน สะโพกสวยของเธอส่ายร่อนไปมาอย่างทนไม่ไหว ก่อนจะกระตุกปลดปล่อยน้ำหวานออกมาอย่างเสร็จสม "อร้ายยย" ลินดานอนหอบหายใจเหนื่อยกับการทำรักแสนช่ำชองของเขา คนตัวสูงยกตัวขึ้นมาจูบดูดดื่ม แลกลิ้นกับเธออีกครั้ง มือหนาก็ชัดรูดแก่นกายสามสี่ที ก่อนขยับขาเรียวเล็กอ้าออกกว้าง กดเอ็นร้อนแข็งขืนเข้าไปทันทีจนสุด "ซี้ดด~ แน่น อ๊าสส" ร่องรักที่ตอดรัดเอ็นร้อนทันทีตั้งแต่เขากระแทกเข้าไปทีเดียว สะโพกสอบเริ่มขยับแก่นกายเข้าสุด ออกสุด อย่างรุนแรง ก่อนจะเพิ่มระดับความแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตามอารมณ์กระสัน ใบหน้าสวยแหงนเงยใบหน้าครวญครางเสียงหลง อย่างไม่คิดเก็บกัก ทุกการตอกอัดเข้าออกของคนตัวสูง ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั