หนึ่งอาทิตย์ต่อมา "วันนี้ผมจะทำอาหารนะ แล้วจะไปเรียก" ลินดาทำหน้ากลับไปอย่างเหนื่อยใจ ไม่รู้เรื่องไหนที่เธอบอกกันต์แล้วเขาจะฟังเธอบ้าง "ไม่ต้อง...วันนี้ฉันจะกลับบ้าน เจอกันวันจันทร์เลยแล้วกัน" ที่จริงก็ไม่ได้คิดที่จะกลับ แต่บอกเพื่อให้เขาเลิกตอแหยกับเธอสักที "งั้นวันจันทร์ก็ได้ครับ" "นี่...นายไม่เข้าใจเหรอ ฉันไม่อยากกินนายเข้าใจไหม" บอกก่อนจะรีบเดินไปขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่ทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้หนุ่มรุ่นน้องพูดอะไรออกมาอีก วันนี้วันศุกร์ที่ฝึกงานเธอหยุดเสาร์อาทิตย์ ลินดากะว่าจะชวนเพื่อนสองคนไปนั่งดื่มกันเหมือนแต่ก่อน หลังจากไม่ได้มีโมเม้นต์แบบนั้นนานแล้ว "ไปกินเหล้ากันนะ ไม่ได้ไปด้วยกันนานแล้ว" ซึ่งเพื่อนสองคนก็พยักหน้าทันทีที่เธอชวน เมื่อตกลงกันได้ ก็แยกไปทำงานที่รุ่นพี่มอบหมายให้ จนถึงตอนเย็น ที่ลินดาแยกกับเพื่อนสองคนกลับคอนโด โดยนัดกันว่าจะไปเจอที่ร้านเหล้าตอนสองทุ่มเลยทีเดียว ร่างบางเดินออกมารอรถแท็กซี่ตามปกติ เหมือนทุกวัน รถเธอที่เสียยังซ่อมไม่เสร็จ แต่ช่วงนี้การเดินทางด้วยรถแท็กซี่บ่อย ๆ เธอก็รู้สึกว่ามันสะดวก จนคิดว่าไม่อยากขับรถเองแล้ว เพราะไม่ชอบบรรยากาศรถติด
ตอนที่พายุไปถึงบริษัทในเครือที่ต่างประเทศ ตอนนั้นบริษัทประสบปัญหาอย่างหนัก หุ้นส่วนหลายคนก็ทยอยถอนหุ้น จนพ่อเขาเครียด ยิ่งแก้ปัญหาก็เหมือนจะยิ่งไปเพิ่มความไม่เชื่อมั่น เป็นเรื่องระหว่างภายใน และปัญหาที่สะสมมานาน แต่ไม่ได้รับการแก้ไข จนมันลุกลามบานปลายไปไกล เขาเลยยื่นข้อเสนอกับพ่อ เรื่องหมั้นกับอันนา ว่าหากเขาสามารถแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ภายในหนึ่งเดือน พ่อต้องยอมให้เขาถอนหมั้น และเลือกคู่ชีวิตด้วยตัวเอง บอกตามตรงตอนพูดออกไป พายุไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด แต่เพราะเป็นทางเดียวที่จะจบปัญหาทุกอย่างได้ เลยยื่นข้อเสนอออกไปแบบนั้น เขาเองไม่เคยยุ่งหรือเกี่ยวข้องกับธุรกิจของครอบครัวเลย ประสบการณ์ด้านนี้เรียกได้ว่าเป็นศูนย์ แต่เพราะเขาได้พวกน้องสามคนคือ เพลิง คิณและเสือ ที่มีประสบการณ์ธุรกิจแบบนี้มากกว่าเขา เป็นที่ปรึกษาให้เขาตลอดอยู่ที่โน่น จนระยะเวลาเพียงแค่สามสัปดาห์เขาก็สามารถแก้ปัญหาทุกอย่างจบได้ และหุ้นส่วนทุกคนพอใจ รวมถึงคนเป็นพ่อด้วย "ฉันแพ้แก...ดีใจสินะที่เอาชนะพ่อตัวเองได้" พายุระบายยิ้มออกมา หลังจากที่ไม่ได้ยิ้มแบบเต็มที่มาเกือบเดือน "ดีใจสิครับ การเอาชนะพ่อมันจะทำให้ผมได้ทำตามใจต
รถตู้เคลื่อนตัวเข้ามาจอดในบริเวณบ้านไม้สไตล์โมเดิร์นหลังหนึ่ง ท่ามกลางป่าเขา และธรรมชาติที่หาไม่ได้ในกรุงเทพฯ บรรยากาศดีมากแม้ว่าจะเป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้วก็ตาม "ที่นี่...ที่ไหนคะ?" ลินดาหันไปถามคนที่นั่งเงียบตั้งแต่เธอพูดทุกอย่างให้เขารู้ตัว ก่อนจะมีคนเปิดประตูรถตู้ ก็คือราชันย์ นั่นก็แปลว่าคนขับรถตู้ที่ลินดามองไม่เห็นก็คือราชันย์นี่เอง "บ้านพักตากอากาศของครอบครัวเฮีย อยู่ที่นี่สักวันสองวันนะ" ลินดาพยักหน้าอย่างเข้าใจ มาตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้แล้ว จะให้หารถกลับกรุงเทพฯ ตอนนี้คงไม่มี คงต้องปล่อยให้เลยตามเลยไปก่อน ค่อยว่ากันตอนกลับกรุงเทพฯ อีกที "เดี๋ยวป้าจันทร์จะเอาอาหารมาให้นะครับ ผมโทรบอกไว้ก่อนแล้ว" พายุพยักหน้าให้ลูกน้องคนสนิท ก่อนที่ราชันย์จะเดินแยกออกไป ตอนแรกลินดาก็ไม่รู้ว่าป้าจันทร์ที่ราชันย์ว่าคือใคร จนกระทั่งมีเสียงเรียกจากหน้าบ้าน ออกไปก็เห็นคนสูงวัยสองคน น่าจะเป็นผัวเมียกัน เดินถือถาดอาหารเข้ามาวางไว้บนโต๊ะกินข้าว "ไม่ได้เจอตั้งนาน ไม่น่าเชื่อว่าคุณพายุจะโตขนาดนี้แล้ว"ป้าจันทร์เดินเข้ามาสวมกอดพายุอย่างดีใจ เธอเป็นแม่บ้านของจันจิรามาตั้งแต่สาว ๆ แต่พอแก่ตัวลง จันจิราก็
ลินดาอาบน้ำเสร็จแล้ว แต่ทว่าไม่มีเสื้อผ้าใส่ เลยต้องนุ่งผ้าขนหนูออกมาจากห้องน้ำ เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าที่อยู่ในห้อง ก็ไม่เจอเสื้อผ้าที่พอจะใส่ได้ เป็นเพียงชุดเครื่องนอนที่ถูกเก็บไว้ในตู้ จำเป็นต้องเดินลงไปหาคนตัวสูงที่ยังดื่มอยู่ด้านล่าง พายุที่นั่งดื่ม และคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินลงมาจากบันได เลยหันไปมอง ก็เจอกับคนตัวเล็กที่เดินนุ่งผ้าขนหนูลงมา เจอแบบนี้เข้าไปทำเอาลูกชายในกางเกงเขา ชูชันขึ้นมาทันที ความอดทนเหมือนจะสิ้นสุดลง ที่คิดจะอดทนให้ถึงที่สุด เห็นทีจะทำไม่ได้ "ลินไม่มีเสื้อผ้าใส่ค่ะ" เสียงหวานเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงของชายหนุ่มได้ให้กลับมาปกติ ยิ่งเธอเดินเข้ามาใกล้ ความอดทนของเขายิ่งน้อยลงไปทันที ถึงจะเห็นกันมาทุกซอกทุกมุมแล้วก็เถอะ แต่คนไม่ได้มีอะไรกันมาเป็นเดือนแบบนี้ ยิ่งมีอารมณ์มากกว่าปกติ ผ้าขนหนูผืนนั้นก็เล็กเสียเหลือเกิน เล็กจนปิดอกอวบเธอไม่มิด "เฮีย...ได้ยินไหมคะ" ลินดาที่เห็นพายุ เอาแต่จ้องหน้าอกเธอ ต้องเอามือสะบัดตรงหน้าเขาเพื่อเรียกสติ "เสื้อผ้าอยู่อีกห้อง เป็นของน้องสาวเฮีย แต่" "แต่อะไรคะ?"คนตัวเล็กเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย "แต่ไม่ต้อง
"ลินคงไม่คิดให้เฮียหยุดตอนนี้ใช่ไหม" "ถ้าไม่มีถุงยางก็อดคะ" เธอพูดเหมือนแกล้งเขาเลย หรือว่าที่เธอทำเป็นยอมง่าย ๆ เพราะมีแผนเอาคืนเขาแบบนี้หรือเปล่า อยากจะบ้าตายกับเธอจริง ๆ "ปล่อยนอก...เฮียจะเอาออกให้ทัน" เสียงทุ้มบอกด้วยความรีบร้อน เพราะปวดช่วงล่างไปหมดแล้ว ต้องได้รับการปลดปล่อยอย่างเร็วที่สุด แต่ทว่าคนตัวเล็กยังคงอิดออดไม่ยอม "ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวพลาด" "ลินดาครับ ไม่สงสารเฺฮียเหรอครับ แบบนี้เฮียจะตายเอานะ มันไม่ต่างอะไรกับลินเอามีดมาแทงเฮียเลยนะ" นี่ถ้าไม่ติดว่ากำลังอยู่ในช่วงง้อ เขาจะกระแทกเข้าไปไม่สนใจคำพูดเธอเลย แต่นี่กำลังอยู่ในช่วงทำคะแนน หากทำแบบนั้นมีหวัง คะแนนเขาติดลบหนักขึ้นไปอีก "เอาออกให้ทะ อื้อออ~ จุก" คนตัวสูงฟังไม่ทันจบประโยค ก็กระแทกเอ็นร้อนแข็งขืนเข้าไปทันที ขนาดที่ใหญ่ของแก่นกายทำเอาลินดาร้องเสียงหลง ใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด ก่อนคนตัวสูงจะเริ่มขยับเข้าออกด้วยจังหวะเนิบนาบเพื่อปรับขนาดร่องรักที่ตอดรัดเอ็นร้อนเขาทั้งลำ "ซี้ดดด~ ลินดา อืม แน่นมาก" ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! เมื่อร่องรักปรับขนาดได้ พายุก็โหมกระหน่ำช่วงล่างอย่างหนักหน่วง เสียงเนื้อกระทบเนื้อเริ่
"ลินบอกไปแล้วว่าไม่ชอบเด็ก" "เธอไม่ชอบ แต่มันชอบ แล้วดูเหมือนมันจะหลงเธอมากนะลินดา ถึงขนาดตามมาอยู่ใกล้ ๆ ที่ฝึกงานบ้าง มาเช่าคอนโดเดียวกับเธอบ้าง มันเหมือนท้าทายเฮียนะ คงจะโกรธที่วันนั้นเฮียไม่ให้มันไปส่งเธอ" "เขาอาจจะมีเจตนาบริสุทธิ์จริง ๆ ก็ได้ แล้วอีกอย่างต่างกันตรงไหน ให้เขาไปส่งกับลินอยู่กับเฮีย ยังไงก็เสียตัวเหมือนกันอยู่ดี" ถึงประโยคหลังจะพูดออกไปไม่ได้เสียงดังนัก แต่คนฟังก็ได้ยินชัดเจน และรู้สึกหงุดหงิดที่เธอจัดเขาให้อยู่ในประเภทเดียวกับเด็กคนนั้น ไม่ได้มีความพิเศษมากกว่า "อย่าเอาเฮียไปเปรียบเทียบกับมัน" ใบหน้าสวยระบายยิ้มออกมาอย่างขบขัน ในท่าทางแสนงอนนั้น"เปรียบเทียบได้ด้วยเหรอคะ แค่อายุก็ต่างกันมากแล้วนะ" สายตาคมตวัดมองเธอตรง ๆ นอกจากหงุดหงิดแล้วยังไม่พอใจที่เธอหาว่าเขาแก่อยู่ตลอดเวลา อายุเพิ่งเลยสามสิบมานิดเดียว แต่กลับถูกมองเหมือนตาเฒ่าอยู่ตลอด "ทำไมคะ? มองลินแบบนั้นหมายความว่าไง" "....." "ลินไม่ได้ว่าเฮียแก่เลยนะ แค่บอกว่าเฮียกับกันต์อายุต่างกันแค่นั้นเอง เฮียอ่ะร้อนตัว" "ต่อปากต่อคำเก่งเหลือเกิน ตั้งแต่แต้มเป็นต่อนี่ รู้สึกว่าเธอจะสนุกนะ ที่ได้แกล้งเฮีย" "ฮ่า
"เรื่องหมั้นเฮียทำให้ลินคิดถึงคำพูดที่แม่พูดกรอกหูลินมาตลอดคือเรื่องพ่อ ตอนนั้นลินคิดว่าลินอยู่ในสถานะมือที่สามของเฮีย เพิ่งมารู้ไม่นานว่าเฮียไม่ได้เต็มใจจะหมั้น แต่ตอนนั้นความรู้สึกลินมันเสียไปแล้ว" พายุนั่งเงียบ ไม่พูดอะไร เขาเองก็พอจะเข้าใจหากเธอจะโกรธเขาเรื่องนี้จริง ๆ เพราะเหมือนเขาอาจจะไปย้ำความรู้สึกของเธอ "ส่วนเรื่องผับ ตอนนั้นลินเจ็บมากนะ เพราะลินไม่รู้เลยว่าเฮียเป็นอะไร เฮียปล่อยให้ลินคิดไปเองต่าง ๆ นา ๆ คิดว่าเฮียไม่พอใจบ้างเรื่องที่ลินรับดอกไม้งานแต่งพี่เสือได้ เหมือนว่าไปกดดันเฮีย คิดว่าเฮียเบื่อลินแล้ว มันไม่ใช่เวลาแค่วันสองวันนะ ที่เฮียหายไป แต่มันเป็นเดือนเลยที่ลินต้องอยู่แบบนั้น ตอนนั้นลินเองก็ยอมรับใจตัวเองแล้วเหมือนกันว่ารักเฮีย" คนตัวสูงกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น เสียงหวานสั่นเครือ พยายามกลืนก้อนสะอื้นลงไป เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ทีไร ก็ยอมรับว่าตัวเองยังอ่อนแอมาก ไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่คิด "ลินโทรหาเฮียตอนนั้น เฮียก็ไม่รับ ลินอยากจะเคลียร์ว่าตกลงแล้ว เรื่องของเราจะเอายังไง จะจบใช่ไหม แต่ลินก็ไม่ได้รับคำตอบ พอสักพักก็คิดได้ว่า เราสองคนไม่ได้มีสถานะอะไรต่อกัน จะทำเหมือนเ
หลังกลับจากบ้านพักตากอากาศ พายุก็ต้องเข้าไปเคลียร์งานที่ผับ ที่เขาทิ้งให้ราชันย์จัดการมาเป็นเดือน นี่ถ้าไม่ใช่เรื่องที่สำคัญจริง ๆ เขาไม่มีวันทิ้งผับไปแน่ เพราะเมื่อเข้ามาตรวจทุกอย่างด้วยตัวเอง ก็กลายเป็นต้องแก้ ต้องปรับใหม่หลายอย่าง ทำให้ช่วงแรกเขาแทบไม่มีเวลาไปเจอลินดาเลย ได้แต่โทรหาช่วงกลางคืนบ้าง กลางวันบ้าง เป็นแบบนี้อยู่เกือบสองอาทิตย์ ต่อเมื่อทุกอย่างลงตัว เขาเลยได้จริงจังกับการไปง้อเธออีกครั้ง อย่างวันนี้เขาก็มาจอดรถรับเธอกลับจากการฝึกงาน โดยไม่บอกให้เธอรู้ เพราะต้องการมาเซอร์ไพรส์ แต่ทว่าเขาโทรหาเท่าไหร่ เธอก็ไม่รับสาย ยกข้อมือดูนาฬิกาบอกเวลาสี่โมงกว่าแล้ว เลยกดโทรศัพท์หาเพลิง "ไอ้เพลิง เมียมึงกลับยังว่ะ" (กลับแล้ว มีอะไรเฮีย) "กูมารับลินดาที่ฝึกงาน รอตั้งนานไม่เห็นเธอออกมา" (ลินดาไม่ได้ไปฝึกนะวันนี้ เห็นปิ่นบอกว่าลาไปหาแม่) พายุวางสายไปเมื่อได้คำตอบแล้ว คุยกันเมื่อคืนไม่เห็นเธอบอกว่าจะไปหาแม่ หรือว่าไปแบบไม่ได้เตรียมตัวก็ไม่รู้ แต่ผิดที่เขาเองที่ีไม่โทรบอกเธอก่อนว่าจะมา นิ้วเรียวเลยเลื่อนช่องแชทไปที่ช่องของคนตัวเล็ก ที่ข้อความล่าสุดคือสองวันที่แล้ว ที่เขาส่งไปบ
ลินดาคลอดลูกชายคนแรก พายุเป็นคนตั้งชื่อให้ว่าธันเดอร์ ตอนนี้อายุได้หกเดือนกว่าแล้ว พร้อมกับในท้องลินดาที่มีเจ้าตัวเล็กคนที่สองอาศัยอยู่ได้สองเดือนแล้ว เรียกได้ว่าคลอดปุ๊ป แผลหายปั๊บ พ่อแม่มือใหม่ก็จัดการปั้มลูกกันทันที คนนี้ดีหน่อยเพราะคนแพ้ท้องไม่ใช่ลินดา แต่เป็นพายุที่มีอาการแพ้ท้องแทน จนโดนเพื่อนล้อ ว่ารักเมีย กลัวเมียมาก ถึงขนาดแพ้ท้องแทนเมีย "เฮียไปทำงานไหวหรือเปล่า" ลินดาถามขณะที่มือก็คอยลูบหลังคนตัวสูงที่โก่งคออาเจียนอ้วกตั้งแต่เช้า "ไปไหว วันนี้มีประชุมสำคัญด้วย" พายุที่บอกว่าไม่ชอบธุรกิจของครอบครัว ตอนนี้เรียกได้ว่าเข้ามาบริหารบริษัทแทบจะเต็มตัวแล้ว ส่วนคนเป็นพ่อ ก็ได้วางมือพักผ่อนเลี้ยงหลานอยู่บ้านบ้าง ลูกชายคนนี้เรียกได้ว่าอยู่กับลินดาน้อยมาก เพราะคนเป็นปู่กับย่าเอาไปเลี้ยงเองตลอดเวลา มีแค่ช่วงเพิ่งคลอดเท่านั้นที่ลินดาให้นมลูกจากเต้า แต่พอเริ่มปั้มนม นันทวัฒน์กับจันจิราก็พาไปนอนด้วยทันที นี่คือเหตุผลที่น้ำยาของพายุแสดงผลเร็ว เพราะมีเวลาทำการบ้านทุกวัน ยังคงเป็นคนกินดุ เหมือนเดิม และลินดาเองก็ยังคงเป็นคนตอบรับเขาอย่างเต็มใจ "แต่ลินว่าเฮียไม่ไหวนะ ที่ผับวันนี้ก็บอกให้
สองเดือนผ่านไป เสียงเพลงหวานคลอเคล้า พร้อมบรรยากาศแห่งความชื่นมื่นของครอบครัวทั้งฝั่งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว พายุและลินดาที่ยังคงยืนถ่ายรูปกับแขกเหรื่อในงาน ถึงแม้เจ้าสาวจะยังไม่หายแพ้ท้อง แต่อาการก็ดีขึ้นมาก อีกทั้งเจ้าบ่าวยังคอยถามไถ่อยู่อาการอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสองทุ่ม พิธีแต่งงานของพายุกับลินดาดำเนินมาถึงช่วงสุดท้ายก่อนจะเป็นเวลาปาร์ตี้ของบรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาว ที่งานนี้เจ้าบ่าวขนเคาท์เตอร์บาร์พร้อมบาเทนเดอร์หนุ่มหล่อมาเปิดผับถึงที่โรงแรมจัดงานแต่ง ทำเอาแขกในงานตื่นเต้นมากกว่าปกติ เพราะเป็นผับที่มีชื่อเสียง แล้วยกมาให้ดื่มถึงที่นี่ เลยเป็นที่ชอบอกชอบใจของแขกยิ่งนัก "เอาล่ะครับตอนนี้ขอเชิญเจ้าบ่าวและเจ้าสาวขึ้นมากล่าวอะไรกับแขกเหรื่อในงานสักหน่อยนะครับ" พายุกุมมือลินดาแน่น เดินขึ้นไปบนเวที ได้รับเป็นเสียงโห่ของเพื่อนเจ้าบ่าวที่มองเห็นภาพความหวานของคนทั้งคู่ "ก่อนอื่นเราอยากรู้ถึงที่มาที่ไปของความรักของคนทั้งคู่ และอยากรู้ว่ารักกันมากขนาดไหน ผมเชื่อว่าแขกเหรื่อก็ต้องอยากรู้เรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน ใช่ไหมครับ" "อยากรู้ค่ะ"เสียงเพื่อนเจ้าสาวตะโกนตอบ "ว่าความร
หลังจากงานแต่งของเพลิงกับปิ่นมุกผ่านไป เดือนหน้าก็จะเป็นงานแต่งของคิณกับขวัญตา อีกเดือนก็จะถึงคิวของลินดากับพายุ เรียกได้ว่าเรียงติดต่อกันสามเดือนเลยทีเดียว ตอนงานปิ่นมุก ลินดาแพ้ท้องอย่างหนัก เธอแทบจะยืนในงานนาน ๆ ไม่ได้ ต้องให้พายุประคองเธอตลอดเวลา ทำหน้าที่เพื่อนเจ้าสาวได้ไม่เต็มที่ ปาร์ตี้ตอนค่ำก็ไม่ได้อยู่ เกรงใจคนอื่นที่ต้องฟังเสียงโอ้กอ้ากของเธอ อีกทั้งยังเวียนหัวจนต้องดมยาดมตลอดเวลา ลินดาอิจฉาปิ่นมุกมาก ที่เพื่อนไม่มีอาการแพ้ท้องเลยแม้แต่น้อย ยังคงกินทุกอย่างได้ปกติ ในขณะที่เธอน้ำหนักยิ่งลดลง จนเมื่อสองวันที่แล้วต้องไปให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล ตอนนี้เธอก็ต้องมานอนกับแม่ เพราะทั้งเพลียและกินอะไรไม่ได้ ต้องมีคนดูแล พายุต้องทำงานที่ผับ และมีบางวันต้องเข้าไปทำงานที่บริษัทของพ่อเขาด้วย ถึงจะไม่ใช่การเข้าไปช่วยแบบเต็มตัว เพราะยังยืนยันกับคนเป็นพ่อว่าไม่ชอบธุรกิจแบบนี้ ชอบทำผับมากกว่า แต่ก็ยังใจอ่อน ทุกครั้งที่คนเป็นพ่อโทรตาม "แกอยากกินอะไรไหมยัยลิน บอกแม่สิ" "ลินไม่หิวเลย แค่ได้กลิ่นก็จะอ้วก" "มันต้องมีอะไรที่อยากกินบ้างสิ คิดมาสักอย่างหนึ่ง แกไม่กินไม่ได้นะ เดี๋ยวหลานฉันไม่แข
พายุพาลินดาเข้ามาหาพ่อกับแม่ที่บ้านในช่วงบ่ายของอีกวัน โดยนัดกับแม่ของลินดาว่าจะมาเจอกันที่นี่ทีเดียว "ลินตื่นเต้นอ่ะ" ลินดาบีบมือเข้าหากันแน่น เมื่อรถคันหรูเลี้ยวเข้ามาบ้านหลังใหญ่ เธอมองอย่างอึ้ง ๆ ไม่คิดว่าบ้านของเขาจะใหญ่ขนาดนี้ "เวียนหัวหรืออยากอ้วกหรือเปล่า" "นิดหน่อยค่ะ ขอลินหอมแก้มเฮียก่อนนะ" เมื่อรถจอดคนตัวเล็กก็ยื่นหน้าไปหอมแก้มสากซ้าย ขวา ก่อนจะกดจูบที่ริมฝีปากหนาเบา ๆ "ดีขึ้นเยอะเลย" เมื่อผละจูบออก ก็ยิ้มหวานให้คนตัวสูง ทำเอาใจแกร่งสั่นไหว ไม่เคยเห็นยิ้มหวานหยดย้อยแบบนี้มาก่อน "จะทำให้เฮียหลงไปไหน...หืม แค่นี้ก็หลงจะแย่แล้ว ต่อไปลินคลอดเฮียจะเสียนิสัยอย่างให้ลินทำแบบนี้นะ" "ลินเต็มใจทำแบบนี้กับเฮียตลอดชีวิตค่ะ กลัวแต่เฮียจะเบื่อที่ลินเอาแต่อ้อน" มือหนาจับแก้มเธอทั้งสองข้างให้หันมาสบตากันตรง ๆ"ไม่มีวันนั้นหรอก" "รีบลงดีกว่า เดี๋ยวผู้ใหญ่รอ" พูดจบก็รีบเปิดประตูลงจากรถ กลบเกลื่อนความเขินกับสายตาของเขา ลินดาเห็นรถของแม่เธอจอดอยู่ในโรงจอดรถด้วยเช่นกัน แสดงว่าแม่น่าจะมาถึงก่อนเธอแล้ว แบบนี้ยิ่งทำให้เธอตื่นเต้นเข้าไปอีก "มือลินเหงื่อออกเต็มเลยอ่ะ ทำไงดี" "ไม่ต้องกล
ลินดาตื่นขึ้นมาอ้วกตั้งแต่เช้า นั่งกอดชักโครกอยู่เกือบชั่วโมง ส่วนพายุกำลังยืนลูบหลังให้เธอ พร้อมด้วยสีหน้าแสดงความเป็นห่วง "ไปหาหมอดีกว่า อ้วกหนักขนาดนี้" "เฮียหยิบยาดมใต้หมอนให้ลินหน่อย ลินเวียนหัวมากเลย" ขายาวก้าวเร็ว ๆ ไปหยิบยาดมมายื่นให้เธอ พร้อมทิ้งตัวลงนั่งข้างเธอ อย่างไม่รังเกียจกลิ่นคาวอ้วกที่เหม็นฟุ้งห้องน้ำ "ออกไปเฮีย มันเหม็น"มือบางผลักเขาให้ออกไป แต่พายุแทบไม่ขยับตัว "ให้เฮียอาบน้ำให้ดีกว่า แล้วไปหาหมอกันนะ" ลินดาพยักหน้าอย่างไม่ลังเล เธอเองก็ไม่มีแรงจะทำอะไรแล้วเหมือนกัน ได้แต่ยอมให้เขาจัดการทุกอย่าง ตั้งแต่พาเธอไปอาบน้ำ ออกมาแต่งตัวให้จนเสร็จ แล้วเขาถึงค่อยไปจัดการตัวเอง เราสองคนเดินออกจากลิฟท์ กำลังจะไปขึ้นรถของคนตัวสูงที่จอดอยู่ เป็นเธอที่คลอเคลียเขาไม่ห่าง เดี๋ยวกอด เดี๋ยวหอม ไม่อายสายตาคนที่เห็น กลิ่นตัวของเขาทำเธอหายเวียนหัวไปได้บ้าง แต่ทว่าตอนเดินออกจากลิฟท์ ก็เจอเข้ากับกันต์ที่เดินสวนกันมาพอดี "ลินดาไม่สบายเหรอครับ" กันต์ถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย แต่ก็ไม่ได้เดินเข้ามาใกล้มาก อาจเพราะพายุยืนส่งสายตาเค่ืองขุ่นให้อยู่ เลยไม่กล้าทำอะไรมากนัก "แล้วมึงเสือกอะไรก
ลินดานัดให้พายุมาหาเธอที่ห้อง คิดว่าเรื่องท้องจะปล่อยไว้นานกว่านี้ไม่ได้ เธอจะต้องรีบบอกเขาก่อน เธอเองก็แพ้ท้องอย่างหนัก ไม่ว่าทำยังไงอาการก็ไม่ดีขึ้นเลย ขนาดขวัญตาสั่งมะม่วงเปรี้ยวเอาไว้ให้ ตอนกินเข้าไปก็รู้สึกดีขึ้นจริง ๆ แต่สักพักอาการอยากอ้วกก็มาอีก คนตัวเล็กเลือกไปนอนรอบนเตียง ทำตามแผนที่วางไว้ เมื่อมองดูเวลาใกล้ที่พายุจะมาแล้ว อยากจะทำเหมือนที่ขวัญตาแนะนำเหมือนกัน แต่กลัวว่าพายุจะตกใจ จนช็อกไปเสียก่อน เสียงตะกุกตะกักดังขึ้นด้านนอก พร้อมเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ตรงมาในห้องนอน ลินดาหันมองแวบหนึ่ง ก่อนจะสบตาร่างสูงที่ยืนมองอยู่ "ป่วยหรือเปล่า?" เสียงทุ้มที่แสดงความห่วงใยเต็มที่ พร้อมกับเดินเข้ามาสัมผัสตรงหน้าผากเธอเหมือนกับจะวัดว่าเธอตัวร้อนหรือเปล่า เพราะเห็นเธอห่มผ้าเหมือนกับว่าหนาว "เฮียขา..."เสียงหวานหยดย้อย พร้อมท่าทางที่ยั่วยวน มือเล็กก็สะบัดผ้าห่มที่คลุมกายออก เผยให้เห็นร่างเปลือยเปล่าไร้เสื้อผ้าติดกาย ทำเอาคนตัวสูงที่นั่งอยู่อึ้งไปทันที "ทำอะไรอ่ะลิน? ล้อเล่นหรือเปล่า" เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างละเมอ ถึงจะเห็นร่างกายของเธอจนชินแล้วก็เถอะ แต่ทว่าที่เขาแปลกใจคือ ที่นอนข้างกันมีว
อาการลินดาไม่ได้ดีขึ้นเลย ออกจากร้านอาหารแล้วกลับยิ่งหนักกว่าเดิม เมื่อเธอเริ่มมีอาการเวียนหัว และอยากอาเจียนอยู่ตลอดเวลา จนขวัญตาบอกว่าอาการเธอแปลก ๆ ควรไปหาหมอ "อีลิน...กูพาไปเอง ถ้าไม่อยากไปคนเดียว" ลินดาเป็นคนไม่ชอบไปโรงพยาบาลแต่ไหน แต่ไรมาแล้ว ขวัญตาเพืี่อนสนิทรู้ดีว่าหากเพื่อนป่วย จะแค่นอนพักแล้วกินยาตามปกติ ไม่เคยไปหาหมอเลยสักครั้ง "นี่ถ้าไม่ติดว่ามึงกับเฮียพายุยังไม่ได้คืนดีกันร้อยเปอร์เซ็นต์นะ อาการมึงเหมือนคนท้องเลย" ถึงคนพูดจะไม่คิดอะไร แต่ลินดากลับตกใจในคำพูดนั้น พลันหัวใจก็เต้นแรงไม่เป็นจังหวะหรือว่าที่ขวัญตาคิดจะเป็นเรื่องจริง "นี่มึงอย่าบอกนะ ว่ามึงยังนอนกับเขา" ขวัญตาที่เห็นเพื่อนเงียบไป เลยหันไปมองหน้า เห็นเพื่อนนั่งทำหน้าเหมือนคนคิดหนัก ก็เดาได้ทันทีว่าที่เธอพูดอาจเป็นเรื่องจริง "โอ้ยย!!! กูล่ะเหนื่อย ให้เขาเอาแล้วทำไมมึงยังไม่คบกับเขาสักทีอีลิน ให้เขาง้อมึงมาเป็นเดือนแล้วทำไม วันก่อนไปเยี่ยมพี่ปราง มึงยังบอกจะหาผัวใหม่อยู่เลย ปากเก่งไม่เลิกนะมึง" "ทำไงดีว่ะ..." กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ ก็นานอยู่พอสมควร ตอนนี้เริ่มมั่นใจแล้วว่าตัวเองอาจจะท้องจริง ๆ เพราะหลัง
"ไหนบอกว่ากลับคอนโดไปแล้ว" พายุถามขึ้นขณะขับรถออกจากร้านเหล้าที่ลินดาโทรบอกให้เขามารับ "ลินอยากนั่งดื่มกับเพื่อนเลยโกหกเฮีย แต่ก็โทรให้มารับแล้วไง" เสียงหวานตอบพร้อมกับซบลงบนไหล่เขาอย่างออดอ้อน นี่ขนาดเรายังเป็นแค่คนแอบแซ่บกันอยู่ ลินดายังขี้อ้อนขนาดนี้ ถ้าได้คบกันจริงจังกว่านี้จะขนาดไหน "เรียนจบแล้ว เมื่อไหร่ลินจะคบกับเฮียสักที" "รอรับปริญญาเสร็จก่อน แล้วลินจะบอก" พายุหันมองคนตัวเล็กเพื่อยืนยันว่าเธอพูดจริง ก็วันรับปริญญามันอีกไม่ถึงเดือนแล้ว กลัวว่าเธอจะหลอกให้เขาดีใจ "ให้เพื่อนสองคนนำไปก่อน เราค่อยตามไปทีหลังนะ" "....." "เฮียเคยเบื่อลินบ้างไหม? ที่ปล่อยให้เฮียคอยนาน หรือคิดจะเลิกรักลินหรือเปล่า" "เป็นอะไร? วันนี้ดูแปลก ๆ นะ" "ตอบที่ลินถามมาก่อน" "ไม่เคย...ถ้าคิดจะเบื่อจะยอมอยู่แบบนี้ทำไม" "แล้วคอยได้หรือเปล่า หากลินปล่อยเรื่องของเราให้นานกว่านี้" "ได้มันก็ต้องได้อยู่แล้ว แต่เฮียกำลังจะสามสิบสองแล้วนะ ไอ้เสือลูกได้สี่เดือน อีกไม่เท่าไหร่เมียมันคงท้องอีก ทุกวันนี้มันก็เอาแต่อวดเฮียทุกวัน เฮียอิจฉามันที่มีลูกทันใช้" "อีกเดี๋ยวก็ได้อิจฉาพี่เพลิงอีกคน" ลินดาพึมพำเสียงเบ
"อื้อ~ อ๊าสส"เสียงครางหวานของลินดาที่พยายามขบเม้มริมฝีปากไว้ไม่ให้หลุดเสียงดังออกมา แต่ทว่าความเสียวซ่านจากการปรนเปรอของคนตัวสูง ทำให้เธอเผลอหลุดเสียงครางออกมาอย่างสุดกลั้น พายุที่ดูดกลืน ขบเม้มร่องสีหวานของคนตัวเล็กอย่างชอบใจ นัยน์ตาคมเหลือบมองใบหน้าสวยที่เหยเกเพราะความเสียวซ่าน จากการที่เข้าแยงลิ้นร้อนเข้าออกในโพรงนุ่ม นิ้วเรียวก็สะกิดติ่งสีสดไปมาเพื่อเพิ่มความกระสัน สะโพกสวยของเธอส่ายร่อนไปมาอย่างทนไม่ไหว ก่อนจะกระตุกปลดปล่อยน้ำหวานออกมาอย่างเสร็จสม "อร้ายยย" ลินดานอนหอบหายใจเหนื่อยกับการทำรักแสนช่ำชองของเขา คนตัวสูงยกตัวขึ้นมาจูบดูดดื่ม แลกลิ้นกับเธออีกครั้ง มือหนาก็ชัดรูดแก่นกายสามสี่ที ก่อนขยับขาเรียวเล็กอ้าออกกว้าง กดเอ็นร้อนแข็งขืนเข้าไปทันทีจนสุด "ซี้ดด~ แน่น อ๊าสส" ร่องรักที่ตอดรัดเอ็นร้อนทันทีตั้งแต่เขากระแทกเข้าไปทีเดียว สะโพกสอบเริ่มขยับแก่นกายเข้าสุด ออกสุด อย่างรุนแรง ก่อนจะเพิ่มระดับความแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตามอารมณ์กระสัน ใบหน้าสวยแหงนเงยใบหน้าครวญครางเสียงหลง อย่างไม่คิดเก็บกัก ทุกการตอกอัดเข้าออกของคนตัวสูง ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั