เมื่อลงมาหน้าบริษัทรถตู้ก็จอดรออยู่ก่อนแล้ว พอเปิดประตูรถเข้าไปก็เจอกับหิรัญผู้ช่วยของเขาซึ่งเพิ่งกลับมาจากการไปทำงานต่างจังหวัดพอดี”
“อ้าว ฉันนึกว่านายจะกลับมาเย็นนี้”
“เกิดเรื่องขึ้นแบบนี้นี้ผมรอกลับตอนเย็นไม่ไหวหรอก”
“นายรู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ตั้งแต่เช้าแล้วครับผมเห็นข่าวในโซเชียล”
“นี่นายอย่าบอกนะว่านายก็ติดตามผู้หญิงที่ชื่อเนเน่คนนี้อยู่เหมือนกัน”
“ก็นิดหน่อยครับเธอเป็นคนสวยน่ารักและบางมุมก็ดูเซ็กซี่มากๆ” หิรัญตอบผู้ที่เป็นทั้งเจ้านายและเพื่อน
ระหว่างทางไปโรงพยาบาลหิรัญก็เล่าประวัติของชญานิษฐ์ให้ธีธวัชฟังทุกแง่มุม ยิ่งได้ฟังก็ทำให้เขารู้สึกประทับใจในตัวของหญิงสาวมากขึ้น ชญานิษฐ์เริ่มต้นทำงานตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยจากการขายของออนไลน์จนกระทั่งตอนนี้เป็นคนที่มีชื่อเสียงที่หลายๆ คนรู้จัก
“แล้วนายคิดว่าเรื่องนี้มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ หรือมีคนจัดฉาก”
“ผมว่าจะเป็นอุบัติเหตุจริงๆ นะครับผมดูจากกล้องวงจรปิดตอนเธอเดินออกมาจากโรงแรมถ้าซูมดูจะเห็นเลือดที่ข้อเท้าแต่ลักษณะการเดินของเธอตอนนั้นมันดูปกติมาก บางทีเธออาจจะไม่ได้รู้สึกเจ็บก็ได้”
“แต่ฉันก็อดแปลกใจไม่ได้นะรัญ ทำไมเธอไม่ยอมให้เราเปลี่ยนห้องแต่กลับเช็กเอาท์กลางดึกแบบนั้น”
“ผมว่าบางทีเธออาจจะตกใจก็ได้นะครับ”
“แล้วนายรู้หรือเปล่าว่าเธอเข้ามาพักที่โรงแรมของเราทำไม” ธีธวัชยังอดสงสัยไม่ได้
“เท่าที่ตามดูความเคลื่อนไหวของเธอในโซเชียล เธอน่าจะมารีวิวร้านขนมเปิดใหม่นะครับ แต่เกิดอุบัติเหตุเสียก่อน”
“เธอเข้ามาพักกับใครเหรอ”
“เพื่อนของเธอครับ เพื่อนคนนี้ทำหน้าที่เป็นตากล้องให้เธอ และเป็นผู้ช่วยของเธอครับ”
“ให้คนสืบประวัติเพื่อนของเธอด้วยนะรัญฉันอยากให้เรื่องนี้มันกระจ่าง”
“ได้ครับเดี๋ยวผมให้คนของเราจัดการให้”
ทั้งสองคุยกันมาในรถจนกระทั่งถึงโรงพยาบาลซึ่งคุณหมอวิรัช คุณหมอศัลยกรรมมือหนึ่งของโรงพยาบาลก็มารอเขาอยู่ก่อนแล้ว
“สวัสดีครับอาหมอ ไม่เห็นจะต้องลงมารอผมด้วยตนเองเลยเดี๋ยวผมไปเองก็ได้”
“ได้ยังไงล่ะครับเมื่อกี้พ่อคุณธีโทรมาบอกให้ผมพาคุณธีไปเจอคนไข้ด้วยตัวเอง” คุณหมอวัยกลางคนเดินนำธีธวัชและหิรัญไปยังห้องพักของชญานิษฐ์ที่อยู่ด้านบน
ประตูเปิดออกก็เห็นว่าตอนนี้คนไข้กำลังนอนเล่นมือถืออยู่บนเตียงบริเวณขัอเท้ามีผ้าก๊อซปิดไว้
เมื่อเห็นว่าคุณหมอที่รักษาตนเองมากับผู้ชายอีกสองคนชญานิษฐ์ก็รีบวางโทรศัพท์มือถือในมือลงและมองด้วยความสงสัยเพราะไม่รู้ว่าคนที่มาหานั้นเป็นใคร
“สวัสดีค่ะคุณหมอ เมื่อกี้คุณหมอก็ตรวจไปแล้วนี่คะ มีอะไรหรือเปล่าถึงกลับมาอีกรอบ”
“ไม่หรอกครับพอดีผมพาคนมาเยี่ยมคุณ”
“สวัสดีครับคุณเนเน่ ผมชื่อธีธวัช ส่วนนี้ผู้ช่วยของผมชื่อหิรัญ”
“สวัสดีค่ะ คุณคงรู้จักชื่อฉันแล้วส่วนนี่เป็นผู้ช่วยฉันค่ะชื่อหวาน คุณสองคนมาเยี่ยมเนเน่ทำไมคะหรือเป็นแฟนคลับ”
“เปล่าหรอกครับผมไม่ใช่แฟนคลับของคุณแต่ผมเป็นเจ้าของโรงแรมที่คุณประสบอุบัติเหตุ ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณน่ะครับ”
“ถ้ายังไงเชิญคุยกันตามสบายนะ”
“อาหมอจะไปแล้วเหรอครับ”
“อามีตรวจคนไข้ต่อ ส่วนเรื่องแผลของคนไข้ไม่ต้องเป็นห่วงอาจะดูแลอย่างเต็มที่”
“ขอบคุณมากครับอาหมอ”
เมื่อหมอเดินออกจากห้องไปแล้วเขาก็ดึงเก้าอี้มานั่งข้างเตียง
“ผมมาขอโทษคุณกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครับ” เขาส่งกระเช้าผลไม้และช่อดอกไม้ให้กับชญานิษฐ์ ณัฏฐพิมพ์ที่ยืนอยู่บริเวณหัวเตียงก็รีบมารับก่อนจะเอาไปวางกับร่วมกับกระเช้าดอกไม้และช่อดอกไม้ของคนอื่นวางอยู่มุมห้อง
“ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์มาเยี่ยม แต่เนเน่ได้ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ”
“ผมพูดตามตรงนะนอกจากผมจะมาเยี่ยมคุณแล้วคุณยังมีเรื่องจะคุยกับคุณด้วย”
“เรื่องอะไรคะ”
“ก็เรื่องที่คุณได้รับอุบัติเหตุมันดังไปทั่วโซเชียล”
“มีอะไรหรือเปล่าคะ ในข่าวก็ไม่ได้บอกนี่คะว่าเป็นโรงแรมไหน”
“แต่ก่อนหน้านั้นคุณเช็กอินที่โรงแรมผมนะครับ คนก็คงรู้ได้ไม่ยาก”
“คุณสองคนจะให้เราทำอะไรเหรอคะ” ณัฏฐพิมพ์ถามเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเธอไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนั้นเลย เธอเล่าเรื่องอุบัติเหตุให้เพื่อนในกลุ่มไลน์ฟังซึ่งในนั้นก็มีเพื่อนที่ทำงานเป็นนักข่าวรวมอยู่ด้วย แต่ก็ไม่คิดว่าเพื่อนจะเอาเรื่องของชญานิษฐ์ไปพูดลงในเพจแบบนั้น
“ผมอยากจะฟังเหตุการณ์ทั้งหมดนะครับว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมคืนนั้นคุณถึงไม่บอกทางโรงแรมว่าได้รับบาดเจ็บ”
“จริงๆ แล้วเนเน่ก็เพิ่งรู้ตัวตอนที่กำลังจะถึงคอนโดค่ะ”
“แต่มันแปลกมากทำไมคุณเช็กเอาท์กลางดึกแบบนั้นล่ะครับครับ พนักงานที่โรงแรมบอกว่าเสนอให้คุณเปลี่ยนห้องพักแต่คุณก็ไม่เปลี่ยนและยืนยันจะกลับ”
“คือมันเกิดอุบัติเหตุขึ้นจริงๆ ค่ะ ตอนนั้นเราสองคนกำลังหลับอยู่บนเตียงแล้วหลอดไฟมันเกิดระเบิด ตอนนั้นเนเน่ไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรเลยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมีแผล แต่ตกใจมากกว่าส่วนเหตุผลที่เราต้องรีบออกจากโรงแรมเพราะเรากลัวว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันจะไม่ใช่อุบัติเหตุค่ะ” ชญานิษฐ์อธิบายในมุมของตัวเอง
“หมายความว่ายังไงครับ คุณคิดว่ามีคนในโรงแรมของผมตั้งใจจะทำร้ายคุณเหรอครับ”
“เปล่าหรอกค่ะ ก่อนหน้านี้เนเน่เคยได้รับจดหมายขู่ว่าให้ระวังตัวให้ดี พอเกิดเหตุการณ์แบบนั้นหวานกับเนเน่ก็เลยรู้สึกไม่ปลอดภัย เราสองคนเลยเก็บของและรีบกลับค่ะ”
“แล้วคุณไปเช็กอินของโรงแรมเราทำไมครับ ทั้งที่คอนโดของคุณก็อยู่ไม่ไกล” หิรัญถามเพราะเขารู้ว่าหญิงสาวคนนี้กับเพื่อนพักอยู่ที่ไหนซึ่งถ้าใครติดตามก็จะรู้ได้ไม่ยาก
“เพราะเราอยากจะรีวิวร้านขนมค่ะ”
“แต่ถ้าจะรีวิวร้านขนมจริงๆ เดินทางมาจากคอนโดของคุณก็น่าจะไม่ไกลนี่ครับ”
“มันก็จริงค่ะคุณหิรัญ”
“เรียกรัญก็ได้ครับคุณหวาน”
“ค่ะคุณรัญ คอนโดของเนเน่อยู่ไม่ไกลก็จริง แต่เราจะรีวิวฟิลนักท่องเที่ยวค่ะ ประมาณว่าพักอยู่ที่โรงแรมนี้และลงมากินขนมร้านนี้ค่ะ”
“มีแค่นี้จริงๆ ใช่ไหมคุณสองคนไม่ได้รับจ้างใครเพื่อมาทำลายชื่อเสียงของโรงแรมของเราใช่ไหม”
“ใครจะทำแบบนั้นล่ะคะ แล้วเนเน่ก็เจ็บจริงนะคะ ไม่เชื่อคุณถามคุณหมอก็ได้ว่าแผลของเนเน่นั้นลึกมาแค่ไหน”
“ผมขอโทษนะครับที่ถามคุณออกไปแบบนั้นเพราะผมเองก็เจอคู่แข่งทางธุรกิจใช้เรื่องแบบนี้มาทำลายชื่อเสียงเหมือนกัน”
“คุณสองคนมาคุยกับเนเน่แบบนี้คงไม่ได้จะมาปรับเงินเราที่ทำให้เสียชื่อเสียงหรอกนะคะ” ณัฏฐพิมพ์มองหน้าธีธวัชกับหิรัญสลับไปมา
“ผมไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอกครับ เพียงแต่ผมว่าเราน่าจะหาทางออกกับเรื่องที่เกิดขึ้น”
“ทางออกยังไงคะ แต่หวานว่าเดี๋ยวเรื่องก็น่าจะเงียบไปเองนะคะ”
“เรื่องมันอาจจะเงียบก็จริงแต่เมื่อข่าวมันออกไปแบบนี้แล้วทุกคนก็จะคิดว่าโรงแรมของผมไม่ปลอดภัยและผมไม่รับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดครับ”
“เดี๋ยวเนเน่ได้โพสต์เรื่องที่คุณมาเยี่ยมเนเน่ก็ได้ค่ะ ส่วนเรื่องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายไม่เป็นไรหรอกเพราะเรามีประกันอยู่”
“แต่ผมอยากรับผิดชอบจริงๆ นะครับ”
“แค่คุณสองคนไม่เอาผิดเนเน่กับหวานก็ดีมากแล้วค่ะ” ชญานิษฐ์ไม่คิดเลยว่าเรื่องมันจะบานปลายแบบนี้
ระหว่างที่คุยกันอยู่ธีธวัชก็สังเกตอาการของชญานิษฐ์และณัฏฐพิมพ์ไปด้วยแต่ดูเหมือนทั้งสองก็ไม่แสดงพิรุธอะไรออกมาเลย ยิ่งเขาได้คุยกับผู้หญิงที่ชื่อชญานิษฐ์มันก็ทำให้เขาหลงเสน่ห์เธอมากขึ้น ผู้หญิงคนนี้พูดจาฉะฉานและเวลาพูดเธอจะยิ้มแย้มอีกทั้งยังกล้าสบตาเขาด้วยปกติแล้วเวลาเขาคุยกับผู้หญิงส่วนใหญ่พวกเธอจะไม่ค่อยกล้าสบตาเขาเท่าไหร่แต่กับชญานิษฐ์คนนี้ หญิงสาวมองหน้าสบตาและพูดคุยกับเขาด้วยความเป็นธรรมชาติมันทำให้เขารู้สึกประทับใจและมีความคิดบางอย่างที่อยากจะให้เธอมาเป็นผู้หญิงของเขาสมองอันชาญฉลาดของรองประธานบริษัทในเครือบริษัท Heaven Plus heaven กำลังคิดหาทางทำให้เรื่องที่เกิดขึ้นกับอินฟลูเอนเวอร์เปลี่ยนมาเป็นกลายเป็นกระแสบวกกับทางโรงแรม“ผมว่าการที่คุณจะโพสต์ว่าผมมาเยี่ยมมันดูจะธรรมดาไปนะครับ” ธีธวัชพูดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์“แล้วเราจะต้องโพสต์ยังไงเหรอคะ” ณัฏฐพิมพ์ถามความคิดเห็นของผู้บริหารหนุ่ม“ยังไงเหรอคะ”“ผมอยากขอร้องให้คุณสองคนทำงานให้ผมสักสามเดือนได้ไหม”“งานอะไรคะ”“แกล้งเป็นแฟนผม”“อะไรนะคะ / อะไรนะครับ”ไม่ใช่แค่ชญานิษฐ์และณัฏฐพิมพ์ที่ตกใจเพราะหิรัญก็ตกใจกับคำพูดของเจ้านายไม่แพ้สองสาวตร
“คุณธีคะหวานมีเรื่องจะรบกวนคุณธีอีกอย่างหนึ่ง”“อะไรครับ”“คุณธีช่วยสมัคร Instagram หน่อยได้ไหม”“ทำไมล่ะ แค่ Facebook มันไม่พอเหรอ”“ก็ส่วนใหญ่คนจะตามสืบจากไอจีนะ”“แต่ถ้าผมเพิ่งสมัครวันนี้คนก็รู้อยู่ดีว่าผมสมัครหลังจากเกิดเรื่องแล้ว”“นั่นสิหวานลืมคิดเรื่องนี้ไปเลยถ้ายังงั้นเราเอายังไงดีล่ะ”“เอาบัญชีเก่าของเนเน่ไปใช้ไหม”“คุณมีบัญชีหลายบัญชีเหรอครับเนเน่”“มีสามบัญชีค่ะบัญชีที่เปิดสาธารณะ กับบัญชีเป็นส่วนตัว แต่บัญชีที่จะให้คุณคือบัญชีที่เนเน่เปิดมานานแล้วและตามแค่ตัวเอง”“แบบนี้ก็ดีเลยสิถ้าคนตามสืบก็จะรู้ว่าคุณที่ติดตามเนเน่มานาน แล้วรูปในไอจีเป็นรูปอะไร” ณัฏฐพิมพ์ถามเพราะตัวเองก็ลืมไปแล้วว่าชญานิษฐ์ยังมีบัญชีไอจีอีกบัญชีหนึ่งที่ไม่เคยได้ใช้งานเลย“เป็นรูปหอไอเฟลพอจะใช้ได้ไหม เดี๋ยวแป๊บหนึ่งนะ” หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ของตนเองและล็อกเอาท์ออกจากบัญชี Instagram เดิมจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นบัญชี Instagram ที่ไม่เคยได้เปิดใช้มานานและโชคดีมากที่เธอมักจะตั้งรหัสผ่านทุกๆ อย่างไว้คล้ายๆ กันมันเลยทำให้เปิดเข้าไปใช้บัญชีนั้นได้“นี่ไงเนเน่ไม่ได้โพสต์อะไรเลยส่วนใหญ่ก็ตามไปกดถูกใจสนใจรูปของตัวเองตั้งแ
“หวานว่าเรื่องที่ตกลงเป็นแฟนกับคุณธีธวัชมันจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม” แม้จะตอบตกลงไปแล้วแต่ชญานิษฐ์ก็ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าทุกอย่างมันจะง่ายเหมือนที่วางแผนกันไว้“ไม่หรอกน่า เราต่างคนต่างก็ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายมีเขามาเป็นแฟนก็เหมือนกับมีเกราะป้องกันอย่างดีเลยนะ ผู้ชายที่ตามเนเน่อยู่ตอนนี้ก็อาจจะถอดใจและเลิกยุ่งเลยก็ได้นะ”“เนเน่ก็หวังจะให้มันเป็นอย่างนั้นนะ”“หวานก็อยากจะให้เขาเลิกยุ่งและเลิกตามเนเน่สักที” ณัฏฐพิมพ์ไม่อยากเห็นเพื่อนเครียดเรื่องนี้จึงรู้สึกดีใจที่คุณธีธวัชเสนอให้ชญานิษฐ์ไปเป็นแฟนของเขาแม้จะเป็นแค่สามเดือนก็ตาม“คืนนั้นคงเป็นอุบัติเหตุจริงๆ ใช่ไหมหวาน” ชญานิษฐ์ยังกังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก“หวานคิดว่าคงเป็นอุบัติเหตุจริงๆ เพราะถ้าเขาเป็นคนทำเรื่องนั้นพอเห็นข่าวเขาจะต้องมาคอมเมนต์แปลกๆ อีกแน่”“ถ้าเป็นอุบติเหตุก็แล้วไป”คืนนั้นหลังจากหลอดไฟระเบิดเธอทั้งสองคนก็รีบเก็บของและเช็กเอาท์เพราะกลัวว่าคนที่ทำเรื่องนี้จะเป็นแฟนคลับที่มักจะส่งของขวัญแปลกๆ มาให้กับชญานิษฐ์เมื่อออกจากโรงแรมก็รีบขับรถกลับไปคอนโดแต่ระหว่างทางชญานิษฐ์ก็รู้สึกเจ็บข้อเท้าพอก้มลงมองถึงรู้ว่าตัวเองมีแผลบริเวณข
ผ่านไปไม่ถึงสองชั่วโมงข่าวเรื่องชญานิษฐ์เกิดอุบัติเหตุในโรงแรมก็ถูกกลบด้วยข่าวที่หญิงสาวงอนกับแฟนที่เป็นผู้บริหารเลยพูดกับเพื่อนไปแบบนั้นด้วยความน้อยใจ แต่ตอนนี้ทั้งสองก็ปรับความเข้าใจกันแล้วข่าวเรื่องนี้ถูกยืนยันด้วยภาพถ่ายช่อดอกไม้ที่ธีธวัชนำไปมอบให้ชญานิษฐ์แม้จะไม่ได้เห็นหน้าของชายหนุ่มชัดเจนแต่นักสืบโซเชียลก็สืบจนรู้ว่าผู้ชายที่กำลังคบหาอยู่กับชญานิษฐ์นั้นคือธีธวัชรองประธานกรรมการบริษัท Mega Heaven Plus ทุกคนกำลังเชื่อไปในทิศทางเดียวกันและหนึ่งในนั้นก็รวมถึงคุณศรีประภามารดาของธีธวัชด้วยประตูห้องทำงานของธีธวัชเปิดออกพร้อมกับผู้หญิงที่แต่งกายดุจนางพญาเดินเข้ามา เธอตรงเข้ามาและนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับธีธวัชทันที ชายหนุ่มเจ้าของห้องเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มอ่อนเมื่อเห็นว่าที่มาเยือนเขานั้นคือมารดาสุดที่รักของตนเอง“แม่มีอะไรหรือเปล่าครับมาหาผมถึงที่นี่เลย”“ก็ข่าวที่ออกไปไงล่ะ เมื่อเช้าก็ข่าวว่าเกิดอุบัติเหตุในโรงแรมพอบ่ายก็ข่าวว่าลูกเป็นแฟนกับผู้หญิงที่เกิดอุบัติเหตุในโรงแรมเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่”“แล้วแม่คิดว่ายังไงล่ะ”“ตอนนี้แม่งงไปหมดแล้วตกลงเธอเกิดอุบัติเหตุจริงหรือเปล่าแม่ถามผู้
ธีธวัชถอนหายใจอย่างหนักหลังจากมารดาเดินออกจากห้องไปแล้วเขาไม่คิดว่าเรื่องนี้จะถึงหูมารดาเร็วขนาดนี้และดูเหมือนว่ามารดาจะไม่พอใจเท่าไหร่กับการเลือกแก้ไขปัญหาของเขาซึ่งชายหนุ่มไม่ได้สนใจมากเพราะตอนนี้สิ่งที่เขาต้องจัดการก็คือทำยังไงก็ได้ให้เรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในโรงแรมมีคนรู้น้อยที่สุด ซึ่งคิดว่าวิธีที่ทำอยู่ตอนนี้มันได้ผลเป็นอย่างมาก ไม่มีใครพูดถึงอุบัติเหตุนั้นเลยทุกคนสนใจแค่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับชญานิษฐ์ซึ่งมันทำให้เขาโล่งใจบางทีการที่เสนอข่าวไปแบบนั้นมันอาจจะเป็นผลดีกับโรงแรมของเขาก็ได้ในเมื่อเธอมีคนติดตามเยอะในโลกโซเชียลเขาก็ควรจะใช้ประโยชน์จากตรงนี้ ถ้าหากแต่เธอหายดีแล้วชายหนุ่มคิดว่าจะชวนให้เธอมารีวิวโรงแรมแห่งใหม่เพราะคงไม่มีใครรีวิวโรงแรมได้ดีเท่ากับแฟนของรองประธานอย่างแน่นอนธีธวัชถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะหยิบเอกสารตรงหน้าและลงลายมือชื่อตนเอง เขาทำงานเพลินจนกระทั่งถึงเวลาหกโมงเย็นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น“มีอะไรหรือเปล่าคุณทิพย์”“หกโมงเย็นแล้วค่ะ คุณธีมีอะไรจะใช้ทิพย์ไหมคะ”“ไม่มีหรอก คุณกลับบ้านได้เลยแล้วหิรัญล่ะเขาเข้ามาหรือยัง”“คุณรัญเข้ามาแล้วค่ะ”“ผมฝากบอกให้เขาแ
หิรัญรู้ดีกว่าใครว่าทำไมธีธวัชถึงไม่มีแฟนหรือคบกับผู้หญิงคนไหนอย่างจริงจังเขารู้ว่าชายหนุ่มยังคงจำฝังใจกับความรักครั้งแรกในสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งหิรัญก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยธีธวัชมีแฟนอยู่คนหนึ่งเธอเป็นถึงดาวคณะอักษรศาสตร์ทั้งสองคบหากันอย่างเปิดเผยหลายคนต่างพากันอิจฉากับคู่รักต่างคณะคนหนึ่งสวยอีกคนก็หล่อ แต่ผ่านไปแค่หนึ่งภาคเรียนเรื่องราวของทั้งสองก็กลายเป็นอดีต เมื่อความจริงเปิดเผยออกมาว่าผู้หญิงคนนั้นคบกับผู้ชายอีกคนหนึ่งที่อยู่ต่างมหาวิทยาลัย และเธอเลือกที่จะคบกับผู้ชายคนนั้นต่อในตอนนั้นธีธวัชเสียใจและดื่มเหล้าเมาเกือบทุกวันกว่าที่หิรัญและเพื่อนๆ จะทำให้เขามีสติและกลับมาตั้งใจเรียนได้ก็ผ่านไปเกือบเดือน ตั้งแต่นั้นธีธวัชก็มองผู้หญิงเป็นของเล่นและไม่เคยจริงจังกับใครเลย เขาเปลี่ยนคู่ควงไปเรื่อยแม้บางคนจะดีแสนดีแต่ก็ไม่เคยทำให้ธีธวัชหยุดที่ใครได้เลยหิรัญเคยถามเรื่องนี้กับธีธวัช คำตอบที่ได้ก็คือชายหนุ่มไม่อยากจะจริงจังกับผู้หญิงคนไหนเพราะไม่อยากจะเจ็บเหมือนในอดีตเขาจะไม่เอาตัวเองไปผูกติดกับใครนานเกินสามเดือนเพราะกลัวจะเกิดความผูกพันและมันจะกลายเป็นความรักซึ่งธีธวัชไม่ต้องการให้ม
“คุณธีคะเรื่องข่าวที่เกิดขึ้นเนเน่ต้องขอโทษคุณอีกครั้งนะคะเนเน่ไม่คิดเลยว่ามันจะออกไปแบบนั้น มันแล้วทำให้โรงแรมของคุณธีเสียชื่อเสียง” ชญานิษฐ์ขอโทษธีธวัชด้วยความรู้สึกผิดจริงๆ“ไม่ต้องกังวลหรอกครับตอนนี้ข่าวเรื่องโรงแรมดูจะไม่มีใครสนใจแล้ว พวกเขากำลังสนใจการคบกันของเราสองคนมากกว่า”“แล้วแบบนี้มันจะไม่กระทบกับชีวิตส่วนตัวของคุณใช่ไหมคะ”“หมายความว่ายังไงครับ”“ก็ถ้าคุณบอกว่าเป็นแฟนกับเนเน่แล้วแฟนของคุณเขาจะรับเรื่องนี้ได้เหรอคะ”“คุณคิดว่าผมมีแฟนอยู่แล้วเหรอครับเนเน่”“ไม่รู้สิคะ คุณธีเป็นคนหน้าตาดีอาชีพการงานก็ดีไม่น่าจะอยู่เป็นโสดมาถึงทุกวันนี้นะคะ”“ถ้าผมบอกว่าเป็นโสดคุณจะเชื่อไหมล่ะ”“ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่ค่ะ”“เนเน่คุณลองคิดดูนะถ้าหากผมมีแฟนอยู่แล้วผมจะจ้างคุณให้เป็นแฟนผมทำไมล่ะ ป่านนี้ผมกับแฟนคงได้ทะเลาะกันบ้านแตกไปแล้ว เพราะฉะนั้นคุณวางใจได้เลยว่าผมยังไม่มีแฟนแล้วจะไม่มีผู้หญิงคนไหนมาแสดงตัวว่าเป็นแฟนของผม ว่าแต่คุณเถอะคงไม่มีใครมาแสดงตัวเป็นแฟนนะ”“ก็ไม่แน่หรอกค่ะ”“นี่คุณมีแฟนอยู่แล้วอย่างงั้นเหรอ”“เปล่าค่ะเนเน่หมายถึงผู้ชายที่ชอบมาคอมเมนต์แปลกๆ อย่างเมื่อวานกี้ก็มาคอมเม
“คุณธีคะนี่มันก็ดึกแล้วเนเน่ว่าคุณธีกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ”“คุณง่วงแล้วเหรอ”“ไม่ง่วงหรอกค่ะแต่เนเน่เกรงใจค่ะ”“แล้วคุณจะอยู่คนเดียวได้เหรอ เพื่อนคุณยังไม่ขึ้นมาเลยนะ”“ก็ถ้าคุณกลับคุณหิรัญเขาก็คงจะกลับเหมือนกัน”“ถ้างั้นผมขอกลับก่อนก็ได้คุณจะได้พักผ่อน เนเน่ผมมีอะไรจะขอร้องคุณอย่างหนึ่ง”“อะไรคะผมว่าเราเปลี่ยนคำที่เรียกกันดูหน่อยดีไหม”“หมายถึงอะไรคะ”“ก็คนเป็นแฟนกันที่ไหนเขาเรียกกันแบบนี้ ผมว่ามันดูห่างเหิน จากนี้ไปผมจะเรียกชื่อคุณว่าเนเน่ส่วนคุณจะเรียกผมว่าพี่ธีได้ไหม”“พี่ธีเหรอคะเนเน่ไม่กล้าเรียกคุณธีแบบนั้นหรอกค่ะ”“คนอื่นจะไม่เชื่อเอานะครับ”“แต่มันจะดูไม่ให้เกียรติคุณหรือเปล่าคุณเป็นถึงผู้บริหารระดับสูงนะคะ เนเน่เป็นแค่คนธรรมดา”“อย่าคิดมากเลยเนเน่ยิ่งเราแสดงความสนิทสนมกันมากเท่าไหร่คนอื่นก็จะเชื่อมากขึ้นเท่านั้นนะ อีกอย่างผมก็อายุมากกว่าเนเน่นะ”“มันจะไม่เป็นอะไรจริงๆ ใช่ไหมคะ ถ้าคนอื่นมาได้ยิน”“ดูคุณกังวลเหมือนกันนะ”“ก็ใช่สิคะเนเน่ไม่เคยมีแฟนมาก่อนก็เลยไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไง”“ก็ทำตัวตามปกตินั่นแหละเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นเราก็อาจจะแกล้งแสดงให้สนิทสนมกันมากขึ้น บางทีผมอาจจะ
งานแต่งงานของนักธุรกิจหนุ่มกับอินฟลูเอนเซอร์สาว ผ่านไปได้เกือบสองอาทิตย์แล้วชญานิษฐ์รู้สึกว่าสามีของตนเองแปลกไปเขากับเธอนอนด้วยกันครั้งสุดท้ายในคืนเข้าหอ หลังจากนั้นก็ผ่านมาสองอาทิตย์แต่ธีธวัชก็ไม่แตะต้องตัวเธอเลย เขาเลิกงานกลับมาก็อาบน้ำและนั่งทำงานต่อจนกระทั่งดึก จากนั้นก็เข้ามานอน ซึ่งต่างจากก่อนแต่งงานที่เขากับเธอมักจะมีอะไรด้วยกันทุกคืนชญานิษฐ์รู้สึกเป็นกังวลมาก แต่หญิงสาวก็ไม่รู้จะเอาเรื่องนี้ไปบอกใครเธอจึงได้แต่เก็บความน้อยใจไว้คนเดียว เพราะเป็นผู้หญิงการจะพูดเรื่องบนเตียงออกไปมันก็ดูน่าอายถึงแม้ว่าจะแต่งงานกันแล้วก็ตามชญานิษฐ์อดคิดไม่ได้ว่าที่ธีธวัชเปลี่ยนไปเพราะเขาอาจจะมีผู้หญิงคนอื่นหญิงสาวตัดสินใจแล้วคืนนี้จะต้องคุยกับสามีให้รู้เรื่องธีธวัชเลิกงานกลับมาในเวลาหกโมงเย็นจากนั้นทั้งสองก็นั่งรับประทานอาหารค่ำด้วยกันเหมือนปกติเมื่ออาบน้ำแล้วเขาก็เดินเข้าห้องทำงานไปเหมือนอย่างเคย ชญานิษฐ์มองตามแผ่นหลังของเขาด้วยน้ำตาคลอ ไม่คิดเลยว่าเวลาแค่นี้จะทำให้คนรักเปลี่ยนไปหญิงสาวจมอยู่กับความคิดของตนเองอยู่นานก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหาคนรักในห้องทำงานเพราะไม่อยากจะเก็บความรู้สึกแบบนี้
เย็นวันต่อมาธีธวัชก็พาชญานิษฐ์ไปยังบ้านของตนเองอีกครั้งเพื่อคุยกับบิดามารดาเรื่องกำหนดการแต่งงานหลังจากรับประทานอาหารค่ำแล้วทุกคนก็มารวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่น“ตกลงว่าชินแสให้ฤกษ์มาตอนไหนครับแม่” ธีธวัชถามมารดาเพราะตอนนี้เขาอยากจะแต่งงานและสร้างครอบครัวกับชญานิษฐ์มากๆ“ใจร้อนจังเลยนะธี”“แม่ครับบอกผมมาเถอะ”“ชินแสให้มาฤกษ์มาปลายเดือนหน้าน่ะ” คุณเมธีตอบลูกชายเพราะถ้ารอให้มารดาของชายหนุ่มเป็นคนตอบก็คงจะลีลาและไม่ยอมพูดออกสักที“จริงเหรอครับพ่อ”“จริงสิ เนเน่กับธีมีเวลาเตรียมตัวประมาณเดือนครึ่ง พ่อว่าเวลาขนาดนี้คงเตรียมตัวกันได้แบบสบายๆ นะ” เขาถามลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้“ไม่มีปัญหาครับพ่อ”“แล้วเนเน่ล่ะคิดว่าตัวเองเตรียมตัวทันไหม” คุณเมธีหันมาถามชญานิษฐ์บ้าง“น่าจะทันค่ะ งานแต่งงานของเราไม่ได้จัดใหญ่โตใช่ไหมคะคุณพ่อ”“ผิดแล้วเนเน่งานนี้ต้องเป็นงานใหญ่ทุกคนจะต้องพูดถึงไปอีกนานเลยล่ะ” คุณศรีประภาบอกกับว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มผ่อนคลายกว่าเมื่อวานมาก“เนเน่กลัวว่ามันจะเป็นการสิ้นเปลืองเกินไปนะคะคุณแม่”“มันจะสิ้นเปลืองกันแค่ไหนเชียว แม่อนุญาตให้เราสองคนแต่งงานกันแล้วเพราะฉะนั้นเรื่
หลังจากขอชญานิษฐ์แต่งงานโดยมีพยานเป็นแฟนคลับในโลกโซเชียลของหญิงสาวแล้วธีธวัชก็พาเธอไปที่บ้านของตนเองเพื่อแจ้งข่าวเรื่องนี้ให้กับบิดามารดาทราบ บิดาของเขาไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะรู้ว่าลูกชายนั้นรักและจริงจังกับผู้หญิงคนนี้มาก ส่วนมารดาของเขาไม่ค่อยจะพอใจมากนักเนื่องจากคาดหวังว่าลูกสะใภ้ของตนนั้นคือกวินตราลูกสาวเจ้าของโรงแรมที่ธีธวัชช่วยไปสอนงาน“ไม่เร็วไปหน่อยเหรอลูก” คุณศรีประภาถามลูกชายด้วยสีหน้าบึ้งตึง“ไม่หรอกครับแม่ แม่ก็เคยบอกผมว่าอยากอุ้มหลานนี่ครับ” เขารู้ว่ามารดากำลังประวิงเวลาและอาจจะกำลังคิดวางแผนอะไรสักอย่างเพื่อให้เขากับชญานิษฐ์เลิกล้มงานแต่ง แต่ธีธวัชไม่อยากจะรออีกต่อไปแล้วเพราะสำหรับเขาชญานิษฐ์คือคำตอบสุดท้ายถ้าไม่ใช่เธอเขาก็ไม่มีทางจะแต่งงานกับผู้หญิงคนไหนอย่างเด็ดขาด“มันก็ถูกที่แม่อยากจะอุ้มหลาน แต่การจะแต่งงานทั้งทีมันก็ต้องดูฤกษ์ดูยามที่เหมาะสมนะ พรุ่งนี้แม่จะไปดูฤกษ์กับชินแสให้ก็แล้วกันนะ เนเน่เอาวันเดือนปีเกิดของหนูให้แม่ด้วยนะ” เธอหันไปบอกว่าที่ลูกสะใภ้“ได้ค่ะแม่”“เรื่องฤกษ์ผมอยากได้ฤกษ์สะดวกครับแม่” เขาไม่เชื่อเรื่องนี้เท่าไหร่แต่ก็ไม่อยากจะขัดใจมารดามากไปกว่านี้
ตอนที่ 30เล่ห์รักท่านรอง (ตอนจบ)ผ่านมาสองสัปดาห์แล้วที่ชญานิษฐ์ไม่ได้ติดต่อกับธีธวัชอีกเลยหญิงสาวกำลังจะลืมเขาได้และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติวันนี้เธอมีนัดรีวิวร้านอาหารเปิดใหม่แห่งหนึ่งบรรยากาศภายในร้านตกแต่งโทนอบอุ่นเหมือนกับการมารับประทานอาหารที่บ้านเพื่อนหลังจากรีวิวอาหารต่างๆ ครบแล้วชญานิษฐ์ก็เดินไปคุยกับเจ้าของร้านถึงรายละเอียดที่เธอจะลงในคลิปส่วนณัฏฐพิมพ์นั่งรอที่โต๊ะอาหารอยู่คนเดียว“คุณแน่ใจนะว่าจะทำอย่างนี้” ณัฏฐพิมพ์ถามธีธวัชที่ยืนแอบอยู่ในมุมหลับตาด้านหลังโต๊ะที่เธอนั่งอยู่“ก็คุณเป็นคนเสนอเองนี่แล้วทำไมตอนนี้จะไม่มั่นใจล่ะ”“ก็หวานกลัวเนเน่โกรธ”“แต่ผมว่าเขาไม่โกรธหรอกเพราะคุณเป็นเพื่อนที่เขารักมาก”“ฉันขอถามอะไรคุณธีอย่างหนึ่งสิ”“ถามมาเลย”“คุณธีจริงจังกับเพื่อนของหวานจริงๆ ใช่ไหม ไม่ใช่ว่าอยากจะทำเพราะเห็นว่าสนุก”“ไม่เลยผมจริงจังกับเนเน่มากๆ ผมรู้ใจตัวเองดีแต่คุณหายไปนานเกือบสามอาทิตย์เลยนะ”“ใช่ผมหายไปเพื่อไปเคลียร์ตัวเอง ผมรู้ว่ามันฟังดูไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่ที่ผมต้องไปสอนงานรุ่นน้องแต่มันก็มีความจำเป็นจริงๆ เพราะครอบครัวของเราสองคนนั้นสนิทกันมากๆ และพ่อของเขาก็ป่วย
แม้จะเป็นคนบอกเลิกธีธวัชเองแต่ชญานิษฐ์กลับเสียใจมากๆเพราะหลังจากวันนั้นชายหนุ่มก็โทรศัพท์มาหาเธออีกเพียงแค่ครั้งเดียวพอเธอไม่รับสายเขาก็ไม่โทรมาอีกเลยแม้กระทั่งไลน์หรือข้อความก็ไม่มีมาสักนิด หญิงสาวก็เลยคิดว่าเขาคงจะทำตามที่เธอบอกคือไปจัดการเรื่องการสอนงานให้กับกวินตราให้เรียบร้อยแล้วค่อยกลับมาคุยกับเธอแต่มันเป็นความคิดที่ผิดมากๆ เพราะเวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์นอกจากเขาจะไม่ติดต่อมาหาเธอแล้วยังมีภาพข่าวที่ธีธวัชไปร่วมเปิดโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งเธอนะว่าน่าจะเป็นโรงแรมของคุณกวินตรารูปที่ทั้งสองยืนข้างกันขณะที่หญิงสาวเป็นคนตัดริบบิ้นมันดูเหมาะสมมากๆ ซึ่งมันแตกต่างกับตนเองโดยสิ้นเชิง ดูแล้วกวินตราน่าจะเป็นผู้หญิงที่เหมาะสมกับธีธวัชมากที่สุดทั้งสถานะทางสังคมทั้งรูปร่างหน้าตารวมถึงกิจการที่ทั้งสองมีนั้นเหมาะสมกันมากภาพที่เขาถ่ายพร้อมกับกวินตราถูกโพสต์ลงโซเชียลโดยเพจเพจหนึ่งหญิงสาวอ่านหัวข้อข่าวแล้วรู้สึกจิตใจห่อเหี่ยว‘เมื่อผู้บริหารหนุ่มหล่อกับผู้บริหารสาวสวยยืนเคียงข้างกัน มันเป็นภาพที่สวยงามและลงตัวจริงๆ น่าสงสารอินฟลูเอนเซอร์สาวคนนั้นน่ะจู่ๆ ก็อกหักโดยไม่รู้ตัว’ภายใต้ภาพนั้นมีคนเข้ามาแสดงคว
หญิงสาวยิ้มกว้างเมื่อมองลอดช่องเล็กๆ บริเวณประตูแล้วเห็นว่าตอนนี้คนที่ยืนอยู่หน้าห้องนั้นเป็นใคร เธอรีบเปิดประตูออกไปอย่างรวดเร็ว”“พี่ธี” สาวยิ้มกว้าง“คิดถึง” ชายหนุ่มกอดหญิงสาวแน่นด้วยความคิดถึง ตลอดทั้งสัปดาห์งานยุ่งมากๆ จนไม่มีเวลาให้กับชญานิษฐ์เลย เขาก็รู้สึกผิดมากๆ“พี่ธีมาทำไมดึกจังคะ”“พี่คิดถึงเนเน่” เขาเดินมานั่งอยู่บนโซฟาด้วยท่าทางเหนื่อยๆ“ทำไมสภาพพี่ธีเป็นแบบนี้ล่ะคะ” หญิงสาวมองใบหน้าที่ซูบและดวงตาคล้ำของเขาซึ่งปกติแล้วธีธวัชจะเป็นผู้ชายที่ดูแลตัวเองค่อนข้างดีเขาไม่เคยปล่อยให้ตัวเองโทรมมากขนาดนี้มาก่อน“ช่วงนี้พี่ทำงานที่โรงแรมด้วยและก็ต้องสอนงานแฟร์ด้วยน่ะ ก็เลยไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ พี่ขอโทษเนเน่อาทิตย์นี้เราไม่ได้เจอกันเลยและยังได้คุยโทรศัพท์กันแค่นิดเดียว”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะเนเน่เข้าใจว่าพี่ธีทำงานและยุ่งมากๆ แล้วกินอะไรมาหรือยังคะ”“พี่กินมาแล้วครับ”“พี่แค่แวะมาหาเนเน่หรือจะมาค้างคะ”“พี่ตั้งใจจะมาค้างกับเนเน่”“ถ้างั้นไปอาบน้ำนะเดี๋ยวเนเน่เตรียมชุดนอนให้” ชายหนุ่มเอาชุดนอนและชุดทำงานมาทิ้งไว้ที่นี่อยู่หลายชุดเผื่อเวลาที่มาพักจะได้ไม่ต้องขนมาทุกครั้งให้มันวุ่นวาย“เน
“วันนี้แปลกจังนะเนเน่” ณัฏฐพิมพ์พูดกับเพื่อนหลังจากไลฟ์ขายสินค้าเสร็จในเวลาสี่ทุ่ม“แปลกยังไงเหรอหวาน เนเน่ว่าทุกอย่างมันก็ปกตินะ ลูกค้าก็ยังอุดหนุนสินค้าเราหมดเร็วและดูเหมือนวันนี้จะขายได้มากกว่าอาทิตย์ก่อนด้วยนะ”“ก็มันแปลกตรงที่วันคุณธีไม่เข้ามาดูไลฟ์ของเนเน่น่ะสิ”“ช่วงนี้พี่ธีเขายุ่งๆ”“จะยุ่งอะไรล่ะเราไลฟ์เวลาสามทุ่มนะ มันก็น่าจะเป็นเวลาที่เขาเลิกงานแล้วไม่ใช่เหรอเขา”“เลิกงานแล้วแต่บางวันเขาก็ต้องไปทานข้าวและสอนงานคุณแฟร์”“คุณแฟร์นี่ใครเหรอ”“เห็นว่าเป็นรุ่นน้องที่เคยเรียนด้วยกันที่ต่างประเทศครอบครัวของเขากับครอบครัวของพี่ธีสนิทกันน่ะ”“แล้วทำไมคุณธีจะต้องไปทานข้าวกับคุณแฟร์ล่ะ”“เขามาให้พี่ธีสอนงานน่ะ เขาเป็นเจ้าของโรงแรมเหมือนกับพี่ธีแต่โรงแรมของเขาขนาดเล็กกว่า ช่วงนี้ทั้งสองคนดูสนิทสนมกันมากๆ”“ระหว่างเนเน่กับคุณธีไม่ได้มีปัญหาอะไรกันใช่ไหม”“ไม่หรอก”“แต่สีหน้าของเนเน่ดูไม่ดีเลยนะ ไม่อยากให้เขาสนิทกันใช่ไหมล่ะ”“เนเน่ที่ว่ามันเป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว เขาสองคนทำธุรกิจคล้ายๆ กันสนิทสนมไว้ก็ดีแม่พี่ธีก็ชอบผู้หญิงคนนี้มากๆ” ชญานิษฐ์สังเกตได้เพราะเธอรู้จักกับธีธวัชมาเกือบห้าเดือนแต่ไ
“ดีไหม ถูกใจหรือเปล่ามีความสุขไหม”“พี่ธี เนเน่มีความสุขมาก”ธีธวัชมองใบของชญานิษฐ์ที่แดงระเรื่อลมหายใจเธอยังหอบเหนื่อยเพราะเพิ่งเดินทางมาถึงสวรรค์แต่เขาก็ไม่อาจให้เธอได้หยุดพักเพราะตอนนี้โพรงอ่อนนุ่มกำลังบีบรัดความเป็นชายของเขาอย่างไม่ปรานีร่องสวาทของเธอทำให้เขาแทบคลั่ง“เปลี่ยนท่าหน่อยนะคนเก่งของพี่ พี่อยากขาลึกๆ”ชายหนุ่มกระซิบบอกความต้องการก่อนจะถอนแท่งร้อนออกจากโพรงคับแน่นแล้วจับหญิงสาวพลิกหันหน้าเข้าหาโซฟา รั้งสะโพกเธอให้ลอยเด่น ชญานิษฐ์จับพนักโซฟาแน่นในขณะที่เขาจับปลายแท่งร้อนลากไล้ขึ้นลงกลางกลีบอย่างปลุกเร้า“พี่ธีขา....อื้อ.....”“อยากให้พี่เข้าแล้วใช่ไหม”“พี่ธีขา....เข้ามานะคะ...เนเน่ต้องการพี่ธี”เสียงหวานที่ตอบมามันกระตุ้นอารมณ์ของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี“วันนี้เนเน่ของเร่าร้อนจัง พี่ชอบมากเลยนะรู้ไหม”เสียงแหบพร่าก้มลงกระซิบข้างหูเขาก้มลงจนแผ่นหลังขาวเนียนแนบชิดกับแผงอกแกร่ง ความร้อนจากกายของเขากระตุ้นให้เธอขยับสะโพกเข้าหาอย่างเชื้อเชิญ หญิงสาวลืมสิ้นความอายรู้แค่ร่างกายกำลังรอให้เขาเข้ามาเติมเต็ม“อ๊ะ! ….พี่ธี ลึกไปแล้ว”ชญานิษฐ์รู้สึกจุกแน่นเพราะเขากระแทกความใหญ่โตเข้าม
เมื่อมาถึงคอนโดแล้วธีธวัชก็ปลุกชญานิษฐ์และพาเธอมาบนห้องเขามีเรื่องต้องอธิบายให้เธอเข้าใจว่าบางที่เขาอาจจะต้องให้คำปรึกษากับกวินตราเรื่องงานบ้างและอยากให้เธอเข้าใจแต่ยังไม่ทันได้เริ่มต้นคุยเสียงโทรศัพท์ของชายหนุ่มก็ดังขึ้นมาเสียก่อน“ครับแฟร์”แค่ได้ยินชื่อนั้นชญานิษฐ์ไม่พอใจขึ้นมาทันทีหญิงสาวเดินออกมาจากตรงนั้น เธอเข้าไปในห้องนอนและอาบน้ำก่อนจะเลือกชุดนอนตัวที่เซ็กซี่ที่สุดขึ้นมาสวมและเดินออกมายังห้องรับแขกซึ่งตอนนี้ธีธวัชยังนั่งคุยโทรศัพท์อยู่บนโซฟาเธอไม่สนใจว่าเขาจะคุยอะไรกับกวินตราไม่สนใจว่าจะเป็นเรื่องสำคัญหรือเปล่าเพราะเวลาดึกขนาดนี้มันควรเป็นเวลาที่เขาและเธอจะใช้ร่วมกันหลังจากไม่ได้ใกล้ชิดกันมาตลอดทั้งสัปดาห์หญิงสาวเดินผ่านหน้าเขาก่อนจะยิ้มยั่วและนั่งคร่อมลงบนตักโดยไม่สนใจว่าชุดนอนของตัวเองมันจะร่นขึ้นมาสูงแค่ไหน มือเล็กของเธอนวดไปบนไหล่หนาก่อนจะค่อยๆ แกะกระดุมออกทีละเม็ดสะโพกกลมกลึงกดบดเบียดบริเวณหน้าตักท่าทางยั่วยวนของหญิงสาวทำให้เลือดในกายของชายหนุ่มเดือดพล่านมือที่ว่างของเขาจับสะโพกของเธอให้โยกคลึงบนตัวตนที่มันกำลังขยายตัวอยู่ในกางเกงผ้าหญิงสาวแกะกระดุมออกจนหมดทุกเม็ดแล