ระหว่างที่นั่งทำงานอยู่นั้น แอนนาก็เดินมาที่โต๊ะแล้วยื่นกระดาษบางอย่างมาให้ฉัน "นี่ เอาไปพิมพ์แล้วปริ้นให้แม่บ้านไปติดที่บอร์ดประกาศของบริษัท"ว่าจบเธอก็เดินเข้าไปในห้อง ฉันมองแผ่นหลังแล้วลอบหายใจเบา ๆ ก่อนที่จะคลี่กระดาษเปิดอ่านดู "งานเลี้ยง?"ในกระดาษแจ้งวันเวลางานเลี้ยงของบริษัทประจำปี ซึ่งจะเกิดขึ้นภายในสัปดาห์หน้าที่โรงแรมxox เห็นแล้วฉันก็พิมพ์แล้วปริ้นมาออกมา หลาย ๆ ใบ เพราะบอร์ดประกาศของบริษัทมีหลายที่เพราะมึหลายแผนก จากนั้นก็โทรเรียกแม่บ้านให้นำมันไปติดตามแผนกต่าง ๆ พนักงานทุกคนจะได้รู้ข่าว "ว้าว ปีนี้รางวัลใหญ่เป็นอะไรน๊าาา"พอป้าแม่บ้านรู้ข่าวก็พูดขึ้นแล้วยิ้มกรุ่มกริ่ม "มีของรางวัลแจกด้วยเหรอคะ"ฉันถาม งานเลี้ยงบริษัทมีประจำทุกปี ซึ่งพนักงานทุกคนทุกแผนกมีสิทธิ์ได้ร่วมงานนี้ทุกคน "มีค่ะ แต่จะแจกให้กับพนักงานระดับล่างหน่อย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ"ฉันผงกหัวเข้าใจ พนักงานระดับสูงที่มีตำแหน่งได้รับเงินมากแล้ว จึงต้องการจะให้กับพนักงานระดับล่างไม่มีตำแหน่งใหญ่โต คุยกับป้าแม่บ้านนิดหน่อยเธอก็ขอตัวไปติดประกาศ พักเที่ยง...คุณเลขาฟ้ากับคุณรองประธานก็เดินมาที่โต๊ะฉัน ระหว่างที่กำล
เหนือ...จาริณี เป็นผู้หญิงคนเดียวและคนแรกเลยที่เวลาเห็นหน้าเธอแล้วรู้สึกหงุดหงิดและรำคาญที่สุด เพราะเธอคอยตื้อ ตอแยผมไม่เลิก ผมมองเธอเป็นผู้หญิงที่บ้าผู้ชาย ซึ่งผมไม่ชอบเลย การแต่งตัวก็ดูไม่เข้าตาถึงแม้ว่าผมจะชอบมองนะผู้หญิงที่แต่งตัวเซ็กซี่ แต่กับเธอทำไมรู้สึกมันดูเป็นผู้หญิงร่าน ๆ ผมมักจะพูดแรง ๆ ใส่เธอตลอด เพื่อไม่ให้เธอมายุ่งหรือวุ่นวายกับผม คืนวันแต่งงานของดริฟน้องสาวผม เป็นวันที่ผมมีเซ็กซ์กับจาร์ครั้งแรก ซึ่งผมเข้าใจมาตลอดว่าเธอน่าจะเคยผ่านผู้ชายมาบ้างแล้ว แต่จริง ๆ เธอยังบริสุทธิ์อยู่ ทำให้ผมประหลาดใจเป็นอย่างมาก เซ็กซ์ครั้งนั้นมันทำให้ผมรู้สึกดี แต่ยังไม่รู้สึกชอบ หรือรักในตัวเธอ อาหารที่จาร์ทำมาให้ยอมรับเลยว่ามันน่ากินมาก แต่ถ้าผมกินอาหารของเธอมันก็ทำให้เธอมีความหวัง ในเมื่อผมไม่คิดจะรักเธอผมก็ไม่ควรให้ความหวัง.จึงเลือกที่จะทิ้งมันไป ครั้งที่สองที่ผมมีเซ็กซ์กับจาร์มันอาจจะดูรุนแรงไปสักหน่อยเพราะผมฝืนใจเธอ และยังพูดจาแรง ๆ ใส่เธอด้วย แต่ในใจก็ยังที่อยากจะมีเซ็กซ์กับเธออีกผมคงจะหลงรูปร่างเธอ กลิ่นหอมของตัวเธอ ปากนุ่ม ๆ ของเธอ จริง ๆ แล้วจาร์ดูดีไปทุกส่วน เป็นผู้หญิงที่ไม
ฉันขับรถออกมาจากบ้านมุ่งหน้าตรงไปที่ผับ พี่ไกด์อยู่ที่ห้องวีไอพี12 รู้แล้วฉันจึงขึ้นไปยังชั้นที่ห้องวีไอพี12 พอเข้ามาก็เจอกับพี่ไกด์ที่หน้าซึมมือถือแก้วเหล้าอีกข้างก็ถือโทรศัพท์ พอเห็นฉันเขาก็คลี่บาง ๆ วางแก้วเหล้าแล้วกวักมือเรียกฉันเข้าไปนั่ง "ขอบใจนะที่มาดื่มเป็นเพื่อนพี่"พูดจบก็หยิบแก้วเปล่าชงเหล้าให้ฉันทันที "เกิดอะไร สาวคนไหนหักอกพี่บอกจาร์มา.."พี่ไกด์หันมาที่ฉันหน้านิ่ง"...จะไปจัดการให้"พูดจบฉันก็ฉีกยิ้มกว้าง แล้วรับแก้วเหล้าจากพี่ไกด์ที่ยื่นมาให้ "เขาบอกพี่ไม่มีเวลาให้"น้ำเสียงดูเศร้า "ซื้อนาฬิกาให้สักเรือน คิกคิก""...."พี่ไกด์จ้องหน้าฉันนิ่ง ๆ "โธ่พี่ คิดอะไรมากขำ ๆ หน่า"ฉันพูดแล้วยิ้มหวานให้ "จาร์นี่ตลกดีเหมือนกันนะ เจอกันวันแรกก็เต๊าะไอ้เหนือซะแล้ว"เอาแล้วไงคราวนี้เป็นฉันแล้วที่นั่งทำหน้านิ่ง "แหะ ๆ"แต่ก็ฝืนหัวเราะกลบเกลื่อน "พี่รู้ว่าเราแหย่ไอ้เหนือมันเล่น..ใช่ไหม"แหย่บ้าบออะไรกันจาร์คิดจริง "อืม ใช่ ๆ"เออออตามน้ำ "ว่าแต่ทำงานกับไอ้เหนือเป็นยังไงบ้าง"โอ๊ย ไม่อยากให้เขาพูดชื่อผู้ชายคนนี้เลย ได้ยินแล้วเจ็บกระดองใจ เปลี่ยนเรื่อง ๆ "พี่ ร้องคาราโอเกะกัน"ในห้องวีไอ
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนท่านประธานกับผู้ช่วยกลับมาจากประชุม ทั้งคู่เดินมาหยุดยืนตรงที่หน้าโต๊ะฉันในขณะที่ท่านประธานหนุ่มยังคงสวมแว่นตาดำ "เอาไปสรุปด้วยนะ ฉันจดไว้หมดแล้ว"แอนนายื่นแฟ้มเอกสารการประชุมให้ พอฉันรับมาเธอก็เปลี่ยนไปคล้องแขนพี่เหนือ "จริง ๆ พี่เหนือสวมแว่นตาดำก็ดูเท่ไปอีกแบบนะ"ฉันเบือนหน้าไปทางอื่นแล้วพยายามกลั้นขำ "อะ แฮ่ม"เสียงกระแอมทุ้มดังขึ้นฉันจึงหันกลับมา "สรุปให้ทันเย็นนี้ฉันต้องการด่วน"ว่าจบท่านประธานหนุ่มก็เดินเข้าไปในห้องโดยมีแอนนาเดินคล้องแขนคู่กันไป "เฮ้อ..."ฉันพ่นลมหายใจอย่างหนักเมื่อเห็นภาพตรงหน้าแล้วรู้สึกหวิว ๆ ถึงจะพยายามดีดตัวออกห่าง แต่หัวใจฉันก็ยังคงมีแต่เขา ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริง ๆ อยากรู้วิธีเลิกรักใครสักคนต้องทำยังไง พักเที่ยง...คุณเลขาฟ้าเดินมาที่โต๊ะทำงานของฉันเพื่อมาชวนไปทานมื้อเที่ยง ตอนนี้ฉันกับเลขารองประธานค่อนข้างจะสนิทกันพอสมควร "แล้วคุณเดวิน?"ฉันเอ่ยถามเพราะปกติคุณเดวินชอบเสนอหน้ามาชวนฉันไปทานมื้อเที่ยงแทบทุกวัน แต่วันนี้กลับไม่เห็น"คุณเดวินไปคุยธุระกับเอ่อ...."ฉันขมวดคิ้วสงสัยเมื่อเลขารองประธานหยุดพูด "ไปกับลูกค้าผู้หญิง?"คุณฟ้าส่ายหน้า
ฉันดึงแขนคุณฟ้าออกมาจากลิฟต์ที่มาถึงชั้นจอดรถ ระหว่างที่คุณเลขาฟ้ากำลังเปิดประตูรถตัวเอง ฉันที่อาจจะดูลุกลนมองซ้ายมองขวากลัวว่าท่านประธานจะตามทัน แต่สายตาก็ต้องสะดุดกับชายร่างสูงมือสอดล้วงเข้าไปกระเป๋าแล้วเดินตรงมาที่ฉัน "คุณเดวิน"ฉันพึมพำเบา ๆ เมื่อเห็นเขากำลังเดินมาที่รถคุณฟ้า ซึ่งต่างก็ชะงักมองเขาก่อนที่จะหันมาสบตากันกลืนน้ำลายลงเฮือกใหญ่ "จะไปไหนกันเหรอครับ"คุณรองประธานเดินตรงมายังฉันซึ่งยืนอยู่ที่ฝั่งโดยสาร "เอ่อ..จาร์กับคุณฟ้ากำลังจะไปเดินเล่นที่ห้างซื้อของนิดหน่อยค่ะ แล้วคุณล่ะคะ"ฉันย้อนถาม "ผมลืมเอกสารไว้น่ะเลยแวะมาเอา"พูดจบก็หันไปที่คุณเลขาฟ้า แล้วใช้สายตาคมกริบจ้องเธอแววตาบ่งบอกอะไรนัย ๆ ก่อนที่จะก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วเอานิ้วเขี่ยคิ้วตัวเอง "คุณฟ้าไม่น่าจะไปกับคุณได้แล้ว"ฉันหันขวับไปที่เธอด้วยความแปลกใจ เลขารองประธานก็ผงกหัวรับ "เรานัดกันไว้แล้วนี่คะ""ฟ้าต้องขอโทษด้วยนะคะ ฟ้าลืมเลยว่าต้องทำรายงานโครงการส่งคุณเดวินพรุ่งนี้เช้า"อะไรกัน จู่ ๆ ก็เพิ่งมานึกขึ้นได้งั้นเหรอ "จริงครับ รู้สึกว่าคุณฟ้าจะลืม"คุณเดวินเสริม "ถ้างั้นเราแยกตรงนี้ก็ได้ค่ะ"ว่าจบฉันกำลังจะเดินออกมา ห
ฉันนั่งพ่นลมหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า รู้สึกเหนื่อยหัวใจกับท่านประธานที่อยู่ด้านในห้องมาก เขาทำตัวราวกับผีเข้าผีออก เหมือนจะดีแต่ก็ไม่ดี สมองฉันสับสนปั่นป่วนไปหมด กรี๊งงง เสียงโทรศัพท์ออฟฟิศฉันดังขึ้น จึงยกหูแล้วรับสาย "สวัสดีค่ะ"(เข้ามาข้างใน)เสียงทุ้มดุดันเข้ามาในสายก่อนที่จะกระแทกหูโทรศัพท์ใส่ฉันแรง ๆ หูฉันแทบจะแตก "คนบ้า"ฉันสบถอารมณ์เสียงแล้ววางหูโทรศัพท์ลง วันนี้แอนนาไม่มา เขาจึงต้องเป็นคนโทรเรียกฉันเข้าพบ ก๊อก ก๊อก ก๊อก "เข้ามา"พอได้รับอนุญาตฉันก็ผลักประตูเข้ามาเดินตรงไปที่หน้าโต๊ะทำงานท่านประธาน "มีอะไรเหรอคะ"พลึ่บ! สิ้นเสียงท่านประธานหนุ่มก็โยนแฟ้มเอกสารส่งมาให้ฉัน "ไปอ่านมาให้ละเอียดแล้ววันนี้ออกไปดูพื้นที่กับฉัน"ว่าจบ ก็ก้มลงเปิดเอกสารเซ็นต่อ ฉันหยิบมันขึ้นมาแล้วหันหลังจะก้าวขาเดิน "ต่อไปนี้ถ้าไอ้เดวินชวนไปไหน..เธอต้องปฏิเสธมัน ห้ามไปกับมันเด็ดขาด"ฉันหยุดชะงักแล้วหันกลับไปมองที่ท่านประธานเขาพูดออกเสียงแต่ยังก้มหน้าทำงาน "ทำไมจาร์ถึงจะไปไม่ได้"ปั่ก! พูดจบพี่เหนือก็ทุบโต๊ะอย่างดังจนฉันสะดุ้ง "เธอคิดจะฟาดทั้งฉันแล้วก็ญาติฉันเลยรึไง!'เขาลุกขึ้นยืนจ้องหน้าฉันด้วยสายตาดุดัน
อีกด้าน...เลขาฟ้าที่กำลังเดินเข้ามาในงานเลี้ยงเพื่อจะไปบอกแผนการกับรองประธานหนุ่มว่าตัวเองได้ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายสำเร็จแล้ว จู่ ๆ ก็มีหญิงสาวอีกคนมาเดินเข้ายืนขวางเธอไว้ "คุณแอนนา"เลขาฟ้าพูดเสียงเบา ๆ ด้วยความตกใจ "จะรีบไปไหนเหรอคะ...แล้วคุณจาร์ล่ะ"เธอยืนกอดอกเอ่ยถามเลขารองประธานพร้อมกับส่งสายตาไปด้านหลัง ราวกับมองหาใคร "คุณจาร์กลับบ้านไปแล้ว"พอพูดจบเลขาฟ้าก็กำลังจะก้าวขาเดินหนีแต่ผู้ช่วยท่านประธานก็ดึงแขนเธอไว้ "เดี๋ยวสิจะรีบไปไหน ยังคุยไม่จบเลย"แอนนาพูดด้วยเสียงเรียบแล้วหันมาตรงหน้าเลขารองประธาน "ฉันไม่มีอะไรจะคุย""เธอทำอะไรกับคุณจาร์?"แอนนาสวนกลับเสียงแข็ง "...."เลขาฟ้าก้มหน้าในใจรู้สึกกลัว "ฉันเห็นนะว่าเธอแอบใส่อะไรให้คุณจาร์ดื่ม""ฉันไม่ได้...""เหอะ..ยังจะแก้ตัวอีกฉันเห็นกับตาว่าเธอเอายาอะไรนั้นมาจากพี่เดวินแล้วใส่ไปในเครื่องดื่มคุณจาร์"ผู้ช่วยท่านประธานกลั้วหัวเราะแล้วพูดตามที่ตัวเองเห็น"คุณจาร์ไว้ใจเธอมากที่สุด ทำไมเธอถึงทำกับเธอแบบนั้น"เลขาฟ้าเงยหน้ามองแอนนา เธอรู้ทุกอย่างงั้นเหรอ สีหน้าตั้งคำถามแต่ไม่ยอมปริปาก "ฉันเห็นการกระทำของเธอ พี่เดวิน และพนักงานอาวุโสส
วันต่อมา...ฉันสะดุ้งตื่นเมื่อรู้สึกว่าตัวเองนอนไม่สบายตัวเลย รู้สึกอึดอัด แต่พอลืมตาขึ้นมาก็ต้องตกใจมากที่มีคนมานอนตะแคงอยู่ข้าง ๆ.มือหนาโอบกอดลำตัวฉัน นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันรู้สึกอีดอัด ฉันตั้งสติพยายามไม่ส่งเสียงค่อย ๆ ยกแขนแกร่งออกจากลำตัว แล้วค่อย ๆ ขยับกายลงจากเตียงอย่างเงียบที่สุดเพราะกลัวว่าคนตัวโตจะตื่นขึ้น พอลงจากเตียงได้แล้วฉันก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ นี่มันห้องพี่เหนือหนิ แล้วฉันก็เริ่มประมวลภาพและเรื่องราวที่เกิดขึ้น ใช่แล้วฉันขอให้พี่เหนือมีเซ็กซ์กับฉัน ตายแล้วน่าอายชะมัด ฉันกวาดหาชุดเจ้าหญิงที่สวมใส่มา พอเจอก็หยิบขึ้นแล้วจะเอามาเปลี่ยนกลับ แต่ปรากฎว่าชุดเจ้าหญิงของฉันมันขาดซะแล้ว ใส่ต่อไม่ได้เลย ฉันก้มสำราจเสื้อผ้าที่สวมใส่แล้วตัดสินใจว่าจะกลับบ้านด้วยชุดนี้แหละ ตอนนี้ฉันขอออกไปจากที่นี่ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากัน ฉันค่อย ๆ เปิดประตูห้องพี่เหนือมองซ้ายมองขวา เมื่อปลอดคนฉันก็ออกมาวิ่งไปที่ลิฟต์ พอเข้าลิฟต์ก็ต้องเป่าปาก ฟู่ว์ ด้วยความโล่ง แต่ภายในใจก็ภาวนาอย่าให้ใครมาเจอฉันตอนนี้เลย พอลิฟต์ลงมาที่ชั้นหนึ่งของตึก ฉันรีบยกกระเป๋าปิดบังหน้าตัวเองแล้วก้าวขาเรียวเดินสับ ๆ แ
"ลูกสาวของเราไง"ชายหนุ่มที่ฉันหลงรักครั้งแรกพบตอนนี้เขาได้เปลี่ยนไปแล้ว เขาไม่ใช่คนสุขุม เคร่งขรึมแต่เขาเป็นคนช่างฝัน ลูกสาวอะไรกัน บ้าบอ พี่เหนือชึ้นคร่อมร่างฉันแล้วปลดเปลื้องเสื้อผ้าฉันออกอย่างชำนาญ เวลาไม่กี่นาทีเสื้อผ้าฉันก็ถูกโยนทิ้งลงพื้นอย่างกับไม่มีค่า เจ้าของใบหน้าหล่อคมคายโน้มลงมาดูดเลียเม็ดไตที่หน้าอกฉันสลับกันทั้งสองพลางใช้มือบีบเค้นไปด้วย "อะ.."ฉันร้องออกมาด้วยความเจ็บจี๊ดเมื่อถูกมือหน้าบีบที่เต้าอกฉันอย่างแรง"...เบา ๆ หน่อยสิ เดี๋ยวก็แตกคามือหรอก"ฉันเอ่ยแกมประชดประชัน "หึ"ชายหนุ่มบนร่างแสยะยิ้มร้าย แล้วจัดการตะโบมตวัดดูดดุนยอดปทุมถันจนเปียกแฉะไปหมด พอสมใจแล้วพี่เหนือก็ขยับกายลงมายังที่ปลายเท้าฉันแล้วอ้าขาทั้งสองข้างแยกจากกัน ก่อนที่จะก้มลงใช้นิ้วแหวกกลีบกุหลาบ จากนั้นก็ใช้ลิ้นแตะไปที่ติ่งเกสร แล้วใช้ลิ้นสากลากวนไปรอบ ๆ "อะ อร้ายย"ฉันครางด้วยความเสียวขนลุกไปทั้งตัว นิ้วเท้างุ้มเข้าหากันด้วยความเกร็ง "พะ พี่เหนือ จาร์เสียววว"พี่เหนือห่อลิ้นแล้วสอดเข้าไปในร่องแคบ ทำให้ฉันร้องอย่างไม่เป็นภาษาด้วยความกระสันที่เขามอบให้ มือทั้งสองข้างกำหมอนไว้แน่น "อะ อ๊ะ พะ พี่~"ฉันเก
หลังจากทานข้าวกับครอบครัวพี่เหนือจนอิ่มเรียบร้อยฉันก็ลาพ่อแม่รวมถึงน้อง ๆ ของเขากลับมาที่บ้านโดยมีพี่เหนือขับรถมาส่ง พอมาถึงท่านประธานหนุ่มหล่อก็เข้าไปคุยเกริ่นเรื่องการหมั้นกับพ่อแม่ฉันทันที "พรุ่งนี้พ่อแม่ผมจะมาพูดคุยอีกทีอย่างเป็นทางการนะครับ"พ่อแม่ฉันไม่ได้โต้แย้งอะไรเพราะเห็นท่าทางลูกสาวที่ดูจะตกลงตั้งแต่หน้าประตูบ้านแล้ว ใช่ ฉันตกลงที่จะหมั้นกับพี่เหนือ "ผมขออนุญาตท่านทั้งสองอีกสักเรื่องได้ไหมครับ"พี่เหนือพูดจบพ่อแม่ฉันก็หันมองหน้ากันแล้วหันไปที่คนพูด "ถ้าผมอยากจะให้น้องตั้งครรภ์ก่อนที่จะแต่งงานจะได้ไหมครับ"เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง"เอาสิ แม่ก็อยากอุ้มหลานเหมือนกัน"แม่ฉันตอบกลับแล้วยิ้มหวาน"ท้องก่อนแต่งสมัยนี้มันเป็นเรื่องธรรมดาแล้ว..."พ่อฉันพูดด้วยน้ำเสียงขรึม ก่อนที่จะหันมาที่ฉันสลับหันไปที่พี่เหนือ "....แต่พ่อขอเรื่องเดียวฝากดูแลจาร์กับหลานพ่อให้ดี ๆ ล่ะ""ครับผมสัญญาจะดูแลจาร์กับลูกอย่างดี"พี่เหนือตอบรับด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจังแล้วเอื้อมมาจับมือฉัน หนึ่งเดือนต่อมา...พิธีหมั้นของฉันกับพี่เหนือก็ถูกจัดขึ้น แน่นอนว่าครั้งนี้งานใหญ่กว่าครั้งที่แล้ว.เพราะฉันหมั้นกับ
พี่เหนือไปรับฉันจากบ้านมาที่ผับพี่ทอร์ชน้องชายต่างมารดา เมื่อตอนเย็นเขาได้พูดคุยกับพ่อแม่ฉันเรียบร้อยก็กลับไปที่บ้านก่อนจึงมารับฉันในช่วงค่ำ ๆพอมาถึงที่ผับพี่เหนือก็จับมือฉันเดินเข้ามาด้านในขึ้นไปที่ห้องวีไอพี15 ซึ่งมีกิ๊ก พี่ไกด์ และแฟนกิ๊กนั่นคือพี่เอกรออยู่ ประตูห้องวีไอพีเปิดเข้าไปทุกคนภายในห้องต่างมองฉันกับพี่เหนือด้วยความแปลกใจ และหลุบตามองที่มือฉันขณะที่ถูกกุมไว้ด้วยมือพี่เหนือ "มาด้วยกันได้ยังไง"เป็นพี่ไกด์ที่พูดขึ้นก่อน"ทำไมจะมาด้วยกันไม่ได้?"พี่เหนือตอบแล้วดึงมือฉันไปนั่งที่โซฟาข้าง ๆ เขา "ผมตกข่าวอะไรไปหรือเปล่า จาร์เพิ่งจะถอนหมั้นกับพี่กษะไม่ใช่เหรอ มันเกิดอะไรขึ้นแล้วทำไม....""เลิกถาม! เดี๋ยวจาร์มันจัดแถลงข่าวให้รู้เองแหละ"กิ๊กแทรกพี่เอกพูดแล้วหันมาที่ฉันด้วยสีหน้ากดดัน "เรื่องมันมีอยู่ว่า...."พี่ไกด์ พี่เอก และกิ๊กตั้งใจฟังกันอย่างพร้อมเพรียงเห็นหน้าทั้งสามก็อดที่จะขำไม่ได้ 'คิกคิก'"จาร์เป็นเมียกูก่อนจะหมั้นกับกษะ"ทุกคนหันขวับไปที่เจ้าของใบหน้าหล่อแม้แต่ฉันหันไปคอแทบเคล็ด "พี่เหนือ!""หรือไม่จริง"ท่านประธานหนุ่มสวนกลับแล้วยักคิ้วใส่ "นี่กูหูแว่วไปใช่ไหม"พี่ไกด์
"...."ฉันถูกชายร่างสูงกอดไว้แน่นมือหนาก็คอยลูบที่หลังเบา ๆ ปากก็พูดจาปลอบใจฉันอยู่ตลอด ฉันพอเข้าใจแล้วล่ะพี่เหนือคงจะคิดว่าฉันเสียใจที่ถูกถอนหมั้น แต่ทำไมนะ ทำไมฉันไม่ผลักเขาออก ยังคงให้เขากอดอยู่แบบนั้น อาจจะเป็นเพราะว่าโอบกอดของเขาช่างอบอุ่นจัง"พี่จะยืนอยู่ข้างเธอไม่ไปไหน"ตุ่บ ตุ่บ ตุ่บ เอาอีกแล้วหัวใจฉันเกิดเต้นแรงผิดจังหวะอีกแล้ว หลังจากพูดจบพี่เหนือก็ผละจากกอด ฉันรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นเศร้าลงทันที ชายร่างสูงจับมือฉันไปนั่งที่โซฟา ก่อนที่จะเอ่ยถาม "ทำไมถึงถอนหมั้นกันล่ะ""เอ่อ..."เอาไงดีวะ พูดยังไงดีไม่ได้เตรียมคำพูดไว้ด้วย "ไม่ต้องบอกพี่ก็ได้ ถ้าเธอพูดแล้วจะทำให้เสียใจ"เฮ้อ..ฉันลอบหายใจเบา ๆ หลังจากที่พี่เหนือพูดจบแล้วตีหน้าเศร้า "...."ฉันไม่พูดอะไรก้มหน้าลงแล้วอมยิ้ม "ถ้าพี่จะเป็นคนดูแลหัวใจเธอจะได้ไหม"ฉันเงยหน้าขึ้นแล้วจ้องมองชายหนุ่มรูปหล่อ"ถึงแม้ว่าพี่จะเคยทำร้ายหัวใจดวงนี้...."พี่เหนือหยุดพูดแล้วหลุบตามองลงที่หน้าอกข้างซ้ายของฉัน"....แต่พี่สัญญาว่าครั้งนี้พี่จะไม่ทำให้หัวใจของเธอต้องเจ็บซ้ำอีกต่อไป"หัวใจฉันเกิดเต้นรัว ๆ จนแทบจะทะลุออกมาจากอก เราสองคนสบตากันอย่างลึกซึ้ง
พักเที่ยง...วันนี้ไม่รู้ทำไมฉันถึงได้ออกมาจากออฟฟิศก่อนเวลา แล้วออกมายืนชะเง้อรอใครบางคน "จาร์ รอใครน่ะ"ฉันหันไปที่เสียง ก็ปรากฏร่างชายหนุ่มที่เดินล้วงกระเป๋าออกมาจากห้องทำงานใหญ่ "เปล่า ไม่ได้รอใคร"ฉันเลือกโกหกพี่ชายเพราะไม่อยากให้เขารู้ว่าฉันชวนพี่เหนืออดีตคนรักไปทานข้าวกลางวัน "แล้วมายืนทำอะไรตรงนี้ ไม่ไปกินข้าวเหรอ"พี่จ้านเดินมาหยุดยืนตรงหน้าฉันแล้วก็ขมวดคิ้วเอ่ยถาม "ไปสิ พอดีว่า...."ฉันต้องหยุดชะงักเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นรถยนต์คันหรูของพี่เหนือขับเขามาทำให้ดึงความสนใจของพี่ชายของฉันหันไปมองตาม"นั้นมันรถคุณเหนือหนิ"ไม่ทันให้พี่ชายฉันได้ถามอะไร ฉันก็รีบวิ่งไปที่รถพี่เหนือทันที"ไม่ต้องลง"ว่าแล้วฉันก็เปิดประตูรถเข้าไปนั่งข้าง ๆ เบาะคนขับ ทำให้คนตัวโตหันมามองหน้าฉันด้วยความแปลกใจ "ออกรถเลย"ปากพูดแต่สายตาจ้องไปด้านหน้ารถเพราะฉันเห็นพี่จ้านกำลังเดินมา."ออกรถเร็วสิ"เมื่อพี่เหนือยังไม่ออกรถฉันจึงหันไปบอกเขาอีกครั้ง"ครับ ๆ"สิ้นเสียงท่านประธานหนุ่มก็ขับรถออกมา "ทำไมดูรีบร้อนจัง"ปากหนาเอ่ยพูดขึ้นแต่สายตาจ้องมองไปที่ถนน "...."ฉันนั่งเงียบไม่ตอบอะไรพี่เหนือจึงหันมาที่ฉันเสี้ยววินาที
ฉันหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าบ่งบอกว่าไม่น่าเชื่อว่าพี่กษะจะเป็น..."คู่หมั้นมึงเป็นเกย์?"กิ๊กเอ่ยออกมาเบา ๆ "กูไม่รู้"ว่าจบ ฉันก็หันกลับไปมองทั้งคู่ต่อ แต่ต้องเบิกตาโตยกมือปิดปากเมื่อเห็นชายหนุ่มทั้งสองกำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม "เฮ้ยย..."ฉันรีบเอามืออีกข้างปิดปากเพื่อนสนิททันที ก่อนที่จะดึงออกมาจากตรงนั้นตอนนี้เราสองคนเข้ามาในห้องน้ำหญิงเราต่างมองหน้ากันแล้วลอบหายใจออกมา "มึงจะเอาไง"เพื่อนสนิทเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง ซึ่งเธออาจจะเข้าใจว่าฉันเสียใจแต่ไม่ใช่เลยฉันไม่ได้มีความรู้สึกอะไรแถมยังดีใจด้วยซ้ำเพราะคำพูดที่พี่กษะพูดกับพี่สกายคล้ายกับว่าเขาทั้งคู่กำลังจะบอกเรื่องของเขากับพ่อแม่ แน่นอนว่าต้องไม่มีงานแต่งฉันกับพี่กษะเกิดขึ้น"กูจะถามเขาตรง ๆ"ฉันบอกความคิดที่มีอยู่ในหัวตอนนี้ ถ้าเขาสองคนรักกันจริง ๆ ฉันนี่แหละก็จะช่วยพวกเขา "ที่ฟัง ๆ มาดูท่าพ่อแม่คู่หมั้นมึงจะไม่รู้เรื่องที่เขาเป็นเกย์นะ"กิ๊กสันนิษฐานเหมือนอย่างฉัน "กูก็คิดเหมือนมึง""ดูมึงไม่เสียใจอะไรเลย"ฉันคลี่ยิ้มหวานให้เพื่อนสนิทแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ โดยมีกิ๊กเดินตามมาติด ๆ เช้าวันต่อมา...พี่กษะม
หลังจากงานหมั้นจบลงฉันก็กลับมาทำงานต่อ ฉันตื่นเช้าอาบน้ำแต่งตัว ก่อนที่จะหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายสายตาก็ไปสะดุดกับแหวนหมั้นที่สวมใส่อยู่ที่นิ้วนางข้างซ้าย แล้วลอบหายใจเบา ๆ นี่ฉันคิดผิดหรือคิดถูกนะ ที่อยู่ดี ๆ ก็เป็นคนที่ต้องถูกผูกมัด โดยที่ฉันไม่ได้มีใจให้กับคู่หมั้นตัวเองเลย."เฮ้อ..."ฉันพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนักก่อนจะสะพายกระเป๋าแล้วจับสายให้กระชับเดินออกจากห้อง พอลงมาถึงชั้นล่างก็เห็นพี่กษะนั่งรอฉันอยู่ที่ห้องรับแขกจึงรีบเดินเข้าไปหาทันที "วันนี้มีคนติดรถมาด้วยนะ"เมื่อเดินไปถึงพี่กษะก็ลุกขึ้นแล้วเดินมายืนตรงหน้าฉัน "ใครคะ?"ฉันขมวดคิ้วงานจนเป็นปม "สกาย"ว่าจบ พี่กษะก็คว้ามือฉันแล้วพาเดินออกมา ในขณะที่ฉันยังสงสัยอยู่แต่ไม่ได้ถามออกไปจนมาถึงที่รถพี่กษะที่จอดโดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ มองผ่านกระจกไปที่เบาะหลังก็เห็นชายหนุ่มนั่งก้มหน้ากดโทรศัพท์อยู่จนพี่กษะเปิดประตูให้ฉัน เขาจึงเงยหน้าหันมายิ้มให้ "สวัสดีครับจาร์"เขาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสุภาพ "สวัสดีค่ะ"ฉันก็ทักกลับไปแล้วเข้ามานั่งที่เบาะข้าง ๆ คนขับ ระหว่างที่พี่กษะเดินอ้อมไปเปิดประตูฝั่งคนขับ "จะอยู่ไทยนานไหมคะ"ระหว่างทางฉันหันไปพูดคุ
สองเดือนผ่านไป...งานก่อสร้างโรงงานได้เริ่มขึ้น พี่เหนือยังคงมาดูงานตามปกติแต่จะพูดคุยกับฉันน้อยมากนอกจากเรื่องงานเราก็แทบจะไม่คุยกันเลย เขาผอมซูบเซียวใบหน้าแก้มตอบลงและดูโทรมมาก แถมยังไว้หนวดอีกด้วย"พักหลังมานี้คุณเหนือเปลี่ยนไปมากเลย พูดน้อยยังยิ้มยากอีกด้วย"นั้นเป็นคำพูดของคุณเลขาฟ้าที่เดินทางมาตรวจงานกับพี่เหนือ "อืม"ฉันก็ได้แต่ตอบกลับสั้น ๆ ยืนมองเขาที่ตรวจงานอยู่ผ่านกระจกใสในออฟฟิศกับคุณเลขาฟ้า "ไม่เหมือนตอนที่คุณจาร์อยู่เลย"ฉันหันขวับไปที่เลขาท่านประธานหนุ่ม "...."ฉันไม่พูดอะไรมองเธอนิ่ง ๆ "คุณจาร์รู้หรือเปล่าคะว่าคุณแอนนากับคุณเดวินพากันไปแต่งงานและจะคลอดลูกที่ต่างประเทศ""ช่วงนี้จาร์ยุ่ง ๆ น่ะเลยไม่รู้ข่าวแอนนา"พูดจบคุณฟ้าก็ผงกหัวรับ "ฟ้าเข้าใจ ไหนจะเรื่องโรงงานไหนจะงานหมั้น...อีกสามวันเองนี่คะ""ใช่ค่ะ อย่าลืมมานะคะ"คุณเลขาฟ้ายิ้มหวาน"ไปแน่นอนค่ะ"พอพี่เหนือตรวจงานเสร็จก็เขียนรายงานส่งให้ฉัน "ไม่มีอะไรแล้วผมตัวกลับก่อนนะครับ"คำพูดคำจาของพี่เหนือก็ดูเป็นงานเป็นการระหว่างที่พูดคุยเรื่องงาน"ค่ะ"ฉันตอบรับจากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องตามด้วยคุณเลขาฟ้า จริง ๆ ฉันก็อยากจะบอกเข
สามวันต่อมา...พี่เหนือยังคงมาหาฉันทุกเช้าเป็นประจำ ไม่แค่นั้นเขายังทำแซนวิช ทำเกี๊ยวซ่ามาให้ด้วย ซึ่งฉันก็ไม่ได้กินของเขาหรอกแต่ไม่ได้ใจร้ายถึงต้องเอาทิ้งมันลงถังขยะ เหมือนอย่างเขา ฉันแจกจ่ายให้กับพนักงานออฟฟิศไปแบ่งกันทาน "ไม่ลองชิมฝีมือพี่หน่อยเหรอ"วันนี้ก็เช่นกันเขาทำแซนวิชมา "ตอนที่จาร์ทำให้ พี่ก็ไม่เคยแตะมันเลยไม่ใช่เหรอ ดีนะที่จาร์ยังใจดีไม่โยนมันทิ้งเหมือนพี่"ฉันสวนกลับ "...."ท่านประธานหนุ่มยกยิ้มเจื่อน ๆ "ทำไรไว้ก็ได้แบบนั้น"ฉันพึมพำพร้อมก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองซึ่งพี่เหนือยังคงนั่งอยู่ตรงกันข้ามไม่ยอมไปสักที "เธอจะไม่ยกเลิกหมั้นจริง ๆ เหรอ"ฉันเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของใบหน้าหล่อแล้วลอบหายใจเบา ๆ ที่ผ่านมาเขามักจะพูดให้ฉันยกเลิกที่จะหมั้นกับพี่กษะอยู่ตลอด ถ้าไม่ยกเลิกก็จะขอให้ฉันเลื่อนเวลาหมั้นออกไป "ไม่! ยังไงจาร์ก็จะไม่ยกเลิกพี่หยุดพูดเรื่องนี้เถอะ"ฉันพูดอย่างหนักแน่น "จะไม่ให้พี่พูดได้ยังไงกันก็ในเมื่อพี่กำลังจะเสียคนที่พี่รักไป"จู่ ๆ หัวใจของฉันก็เต้นแรงผิดจังหวะขึ้นมาเมื่อได้ยินคนตรงหน้าพูดคำว่ารักกับฉันเป็นครั้งแรก ฉันจ้องหน้าเขานิ่งราวกับถูกมนต์สะกด "...."เสียคน'